Accom Thailand

April 9, 2008

ภาคเอกชน เร่งภาครัฐสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ภาคเอกชน เร่งภาครัฐสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
หลังต้นทุนพลังงานพุ่งสูง
หวั่นเสียเปรียบการแข่งขันกับต่างประเทศ


นายสันติ วิลาสศักดิ์ดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ว่า ภาคเอกชนมีความกังวล ต่อสถานการณ์ด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะวิกฤติ หากการใช้พลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมทุกประเภท ทำให้เสียเปรียบด้านต้นทุนการผลิตกับประเทศคู่แข่ง ทั้งนี้เอกชนพร้อมให้สนับสนุนมาตรการณ์ ส่งเสริมพลังงานทางเลือกของรัฐบาล โดยเฉพาะ การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เป็นพลังงานในอนาคตสำหรับคนทั่วโลก


ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ประเทศคู่แข่งทางการค้า อาทิ เวียดนาม และจีน มีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้ว หากประเทศไทยยังไม่เร่งดำเนินการศึกษาถึงความต้องการ อาจกระทบต่อกับการแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของ กกร.ได้ตั้งคณะกรรมการด้านพลังงาน เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของรัฐบาลต่อไป


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เกษตรกร ผู้ปลูกกระเทียมกว่า 2,000 คน ขู่บุกเข้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ปัญหาภาวะราคากระเทียมตกต่ำ

เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมกว่า 2,000 คน
ขู่บุกเข้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
เพื่อขอคำตอบการแก้ปัญหาภาวะราคากระเทียมแห้งตกต่ำ

จากกรณีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งอำเภอเวียงแหง แม่อาย แม่แตง ไชยปราการ เชียงดาว ฝาง ดอยสะเก็ดกว่า 2,000 คน ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ด้านหน้า ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เป็นวันที่สองแล้ว เพื่อกดดันขอคำตอบ จากรัฐบาลให้ออก มาตรการรับจำนำกระเทียมแห้งกิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา จังหวัดได้ส่งหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น

ในวันนี้ (9 เม.ย.51) กลุ่มผู้ชุมนุมต่างไม่พอใจ จะบุกเข้าไปในศาลากลาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอคำตอบภายในวันนี้ จึงต้องมีการระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัคร พร้อมโล่ห์และกระบองครบมือ จนกระทั่ง นายนายชุมพร แสงมณี ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ต้องออกมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม เกษตรกรจึงยอมสลายการชุมนุมไปก่อน


นายณัฐนิติ วุฒิธรรมปัญญา แกนนำกลุ่มเกษตรกร กล่าวว่า การชุมนุมในวันนี้ ทางกลุ่มต้องการเพียงคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน เรื่องการรับจำนำกระเทียมกิโลกรัมละ 25 บาทเท่านั้น หากได้รับคำตอบที่น่าพอใจจะสลายการชุมนุมทันที แต่หากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จะปักหลักชุมนุมและกดดันรัฐบาลต่อไป


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

รมช.พาณิชย์ ขอดูสัญญา บ.อาร์เอส เก็บค่าเปิดทีวีดูบอลยูโร

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุ
บริษัทอาร์เอส จะมีสิทธิเรียกเก็บเงิน หรือ ห้ามเปิดทีวีดูบอลยูโร จากร้านอาหารต่างๆ
ได้หรือไม่ คงต้องขอดูสัญญาก่อน


พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีข่าวว่าบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) จะเก็บค่าเปิดทีวีดูฟุตบอลยูโรที่ถ่ายทอดสดทางช่อง 9 และช่อง 7 จากโรแรมและร้านอาหารต่างๆ รวมทั้งจะห้ามสื่อหนังสือพิมพ์และทีวีช่องอื่นๆ ใช้สัญลักษณ์ฟุตบอลยูโร และห้ามนำภาพการแข่งขันมาลงประกอบการรายงานข่าวนั้น ได้สร้างความสับสนอย่างมาก


โดยบรรดาโรงแรม ร้านอาหาร ประชาชน และนักวิชาการจำนวนมาก ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการถ่ายทอดผ่านทางฟรีทีวีตามปกติ และเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูและและชี้แจงประชาชน


ทั้งนี้ยืนยันว่า อาร์เอสจะมีสิทธิเรียกเก็บเงินหรือห้ามเปิดทีวีดูบอลยูโร รวมทั้งดำเนินดดีกับผู้ละเมิดได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาและต้องเป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย ซึ่งในเรื่องนี้ได้หารือกับผู้บริหารอาร์เอสที่มาขอพบแล้วว่า ต้องรีบเปิดเผยสัญญาและส่งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วย จะได้ชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจน แต่ถึงวันนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ยังไม่เคยเห็นสัญญาที่อ้าง


พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจะห้ามใครไม่ให้เปิดทีวีช่อง 9 ช่อง 7 ดูถ่ายทอดสดบอล ยูโร หรือจะเรียกเก็บเงินใครหรือไม่ดำเนินคดีกับใครนั้น เป็นเรื่องใหม่ของคนในสังคมไทย และยังไม่เคยมีคดีไปสู่ศาล เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะต้องดู ทั้งสัญญาที่อาร์เอสอ้างว่ามีอยู่ และต้องตีความข้อกฎหมายไทย แต่ยืนยัน กรณีการรายงานข่าวของสื่อนั้น สามารถใช้สัญญาลักษณ์หรือโลโก้บอลยูโรได้ และการนำภาพการแข่งขันบางส่วนมาลงประกอบข่าวก็ทำได้ เพราะได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย แต่สื่อจะต้องบอกแหล่งที่มีของภาพนั้นไว้ด้วย เพื่อเป็นการแสดงว่ารับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

“สุวรรณภูมิ” จัดกิจกรรม “วิจิตราการ สืบสานประเพณีไทย” สงกรานต์

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำหนดจัดงาน
“ The Amusing Fest Park : วิจิตราการ สืบสานประเพณีไทย”


สร้างสีสันให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลสงกรานต์สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย ระหว่างวันที่ 11-22 เมษายนนี้


นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 11-22 เมษายนนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ ทสภ. จะจัดงาน “The Amusing fest Park : วิจิตราการ สืบสานประเพณีไทย” ภายในอาคารผู้โดยสาร ทสภ. เพื่อสร้างสีสันต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายที่เน้นให้เห็นถึงความสนุกสนานและรื่นเริงของประเพณีไทย ประกอบด้วย การแสดงระบำภาคต่าง ๆ ของไทย การแสดงดนตรีไทย การจัดซุ้มสาธิตศิลปหัตถกรรม การจัดมุมถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก จัดซุ้มพิธีสรงน้ำพระให้ผู้โดยสารได้สรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล การจัดซุ้มนิทรรศการแสดงเรื่องตำนานเทศกาลสงกรานต์ บริเวณชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก การตกแต่งสถานที่ทั้งในส่วนบริเวณชานชาลาหน้าอาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 และภายในตัวอาคารผู้โดยสารทั้งในส่วนขาเข้าและขาออก เพื่อสร้างความสวยงามให้กับตัวอาคาร เป็นต้น


ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักและสัมผัสถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีสงกรานต์ของไทย เป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสารและประชาชนที่มาใช้บริการ ณ ทสภ. ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ ทสภ. และประเทศไทยต่อไปในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 9-18 เมษายน 2551 จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการที่ ทสภ. สูงถึง 1,313,000 คน


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ก.พลังงาน ประหยัดพลังงาน 11 มาตรการ

กระทรวงพลังงาน ออกมาตรการประหยัดพลังงาน 11 มาตรการ
คาดสามารถประหยัดพลังงานได้กว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี
พร้อมเตรียมลงนามสินเชื่อพลังงานกับธนาคารในวันพรุ่งนี้

พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานออกมาตรการประหยัดพลังงาน 11 มาตรการ ช่วยเหลือประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน แบ่งเป็นมาตรการใหม่ 6 มาตรการ และมาตรการเก่า 5 มาตรการ อาทิ

การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยร้อยละ 0 ให้ประชาชน ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน มั่นใจประหยัดพลังงานได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี , การปล่อยสินเชื่อพลังงานให้ ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ การลงทุนในการปรับปรุง อุปกรณ์ประหยัดพลังงานและพลังงานทดแทน , ออกนโยบายบังคับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องผลิตอุปกรณ์ที่กินไฟเมื่อปิดเครื่องน้อยกว่า 1 วัตต์ ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่ 3 ในเอเชีย , การให้ วัดและมัสยิดเป็นศูนย์กลางชุมชน ในการเปลี่ยนมาใช้ หลอดตะเกียบและ หลอดผอมใหม่ ที5 , การตั้งหน่วยพลังงานเคลื่อนที่ ให้ความรู้ประชาชนในระดับรากหญ้า โดยเฉพาะหมู่บ้านชนบท สร้างกระแสการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าในทุกจังหวัด , ออกกฎกระทรวงใหม่บังคับการออกแบบ ก่อสร้าง หรือต่อเติมอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางกิโลเมตรขึ้นไป ต้องเน้นการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งการออกมาตรการล้างแอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ประชาชนสามารถทำเองได้ ที่ต้องทำปีละ 2 ครั้ง จะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างน้อยร้อยละ 10 ซึ่งมาตรการประหยัดพลังงานทั้ง 11 มาตรการที่ออกมา จะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 100,000 ล้านบาทต่อปี


อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะลงนามความร่วมมือกับธนาคาร 10 สถาบัน เกี่ยวกับ สินเชื่อพลังงานที่จะปล่อยกู้ให้ ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และ SME มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 4 ที่กระทรวงพลังงาน


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

บางจาก ยืนยัน ไม่ปรับขึ้น ราคาน้ำมันดีเซล ช่วงสงกรานต์

บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ยืนยัน
ไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ช่วงสงกรานต์
แต่ขอรอดูสถานการณ์ตลาดโลกเย็นนี้

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 2 – 3 วัน ที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมัน ในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้นตาม และ

เมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้นอีก 2 – 3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ดีเซล ทำสถิติสูงสุด อยู่ที่ระดับ 135.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ค่าการตลาดติดลบอยู่ที่ 80 สตางค์ต่อลิตร ส่วนเบนซินอยู่ที่ระดับ 118.41 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ค่าการตลาดอยู่ที่ 60 สตางค์ต่อลิตร และคาดว่าเย็นวันนี้ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป จะอ่อนตัวลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐฯชะลอตัว และมีการเทขายกำไรที่เก็งไว้ในตลาดน้ำมันโลกด้วย แต่ยังถือว่ามีความผันผวนสูงอยู่


ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกปีนี้จะอยู่ที่ 102 – 103 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าการประมาณการไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ 93 – 94 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม บางจาก ยืนยันว่า จะยังไม่ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศขณะนี้ ขอรอดูแนวโน้มราคาตลาดโลกเย็นนี้ก่อน ซึ่งอาจพิจารณาปรับขึ้นราคาหลังสงกรานต์


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ก.เกษตรฯ เตรียมสำรองพันธุ์ข้าว ให้เพียงพอต่อการเพาะปลูกในฤดูกาล

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมสำรองพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกร
รองรับการขาดแคลนพันธุ์ข้าวจำนวน 70,000 ตัน
พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรให้เก็บพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ไว้
ทำการเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า


นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในแต่ละปี เกษตรกรจะทำการคัดเลือกข้าวพันธุ์ดีจากแปลงนาของตนเองเก็บไว้เพื่อการเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า แต่ด้วยปัจจุบันข้าวมีราคาสูงมาก ภาครัฐเกรงว่าเกษตรกรอาจนำพันธุ์ข้าวไปจำหน่ายจนหมด อาจส่งผลให้ขาดแคลนพันธุ์ข้าวในฤดูเพาะปลูกหน้า


ดังนั้นเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร จึงได้สั่งการให้กรมการข้าว เตรียมพันธุ์ข้าวไว้จำนวน 70,000 ตัน แม้เกษตรกรได้ทำการคัดเลือกข้าวพันธุ์ดีจากแปลงของตนเก็บไว้อยู่บ้างแล้วก็ตาม โดยตั้งราคาขายพันธุ์ข้าวในส่วนดังกล่าวให้กับเกษตรกรอยู่ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาขายในตลาดอยู่ที่ประมาณ 17-18 บาทต่อกิโลกรัม


อย่างไรก็ตาม แม้ภาครัฐจะทำการสำรองพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรให้เพียงพอต่อการเพาะปลูกแล้ว แต่ยังต้องการให้เกษตรกรเก็บพันธุ์ข้าวของตนไว้ เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนในระยะยาว อีกทั้งกลุ่มเกษตรกรที่เป็นเครือข่ายในการผลิตพันธ์ข้าวให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะได้รับการรับซื้อในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดถึงร้อยละ 20 อยู่แล้ว


ส่วนปัญหาการปลอมปนพันธุ์ข้าวนั้น ได้สั่งการให้กรมการข้าว โดยศูนย์วิจัย และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทำการสุ่มตรวจร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวชัยนาท 1 และปทุมธานี 1 ซึ่งเป็นที่ต้องการของเกษตรกร ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบผู้กระทำความผิด แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไปเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ฉวยโอกาส ซึ่งเป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับเกษตรกรอีกด้วย


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

กสท ปิดบริการไปรษณีย์โทรเลข 1 พ.ค.นี้ หลังบริการมานานกว่า 133 ปี

บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ
บริษัทไปรษณีย์ จำกัด
จะยกเลิกการให้บริการโทรเลขอย่างเป็นทางการ
หลังให้บริการมานานกว่า 133 ปี


นางอานุสรา จิตต์มิตรภาพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้ให้บริการบริการไปรษณีย์โทรเลข จะยกเลิกการให้บริการไปรษณีย์โทรเลข ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป หลังเปิดให้บริการมานานกว่า 133 ปี หรือ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2418-พ.ศ.2551


เนื่องจากปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญมากกว่าจนลืมการให้บริการโทรเลข เช่น การใช้เครื่องโทรสาร บริการอีเอ็มเอส ธนาณัติออนไลน์ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีความสะดวกรวดเร็ว และสามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการได้มากมาย หลายประเภท ทำให้ยอดผู้ใช้บริการโทรเลขลดลงจนเกือบหมด และ เมื่อเทียบกับ สัดส่วนรายได้ และรายจ่าย ในลักษณะขององค์กรที่ต้องแข่งขันกันทางธุรกิจแล้ว ถือว่าไม่คุ้มหากต้องให้บริการต่อไป


รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า วันที่ 24-30 เมษายนนี้ ไปรษณีย์ไทย จะจัดสัปดาห์ส่งท้ายการเปิดให้บริการรับส่งโทรเลข โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนรับส่งโทรเลขได้เป็นครั้งสุดท้าย


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

External Links Below Use Browser “Back Button” Back to Here..

ก.พลังงาน เตรียมดึงเงินจากกองทุนน้ำมัน มาช่วยชดเชย ราคาน้ำมันเตา

กระทรวงพลังงาน เตรียมดึงเงิน จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
มาช่วยชดเชยราคาน้ำมันเตาใน โรงกลั่นน้ำมันประมาณ 5 บาท ต่อกิโลกรัม
เพื่อใช้ แทนแอลพีจีในกระบวนการผลิต และลดการนำเข้า


นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน เร่งวางแผนและแนวทางแก้ไขปัญหาการตรึงตัวของราคา แอลพีจี ด้วยการเตรียมดึงเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มาช่วยชดเชยราคาน้ำมันเตา 5 – 7 บาท ต่อกิโลกรัมให้กับโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีการใช้แอลพีจีแล้วเปลี่ยนมาเป็นน้ำมันเตาแทน


ซึ่งจะดึง แอลพีจี ออกจากระบบโรงกลั่น ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง แอลพีจี ในเดือนกรกฎาคมนี้ ด้วยการจูงใจ ให้โรงกลั่นนำน้ำมันเตามาใช้ในกระบวนการผลิตแทน แอลพีจี ที่มีการใช้สูงมากในปัจจุบัน เพื่อลดการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราว ที่ใช้ในช่วง ราคาแอลพีจีอยู่ในระดับสูงที่ 800 เหรียญสหรัฐ ต่อตัน


โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับ ผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน และหลังจากเดือนกรกฎาคม เป็นต้นไป กระทรวงพลังงาน ยืนยัน จะปรับส่วนต่างราคา แอลพีจี ออกเป็น 2 ราคาแน่นอน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะต่างกันที่ระดับราคาเท่าไร คงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง ทั้งนี้ ส่วนต่างราคา แอลพีจี สำหรับ ตลาดในประเทศ และ ตลาดนอกประเทศ ต่างกันอยู่ที่ 9 บาท ต่อกิโลกรัม โดยคาดว่าจะทยอยปรับขึ้นราคาเป็น ขั้นๆไป


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ธปท. คงอัตราดอกเบี้ย ซื้อคืนพันธบัตร ระยะ 1 วัน ที่ร้อยละ 3.25

ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุ
ยังคงอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน ที่ร้อยละ 3.25
เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องอัตราเงินเฟ้อ


ย้ำจะไม่ทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามา เก็งกำไรอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยของ ไทยและ ภูมิภาค


นางสาวดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันนี้ (9 เม.ย.51) ว่า กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร ระยะ 1 วัน หรือ อาร์พี 1 วัน ไว้ที่ร้อยละ 3.25 ต่อปี เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวและมีความเสี่ยงเรื่องอัตราเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อไตรมาส 1 ทรงตัวอยู่ในระดับสูง จึงให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ ทั้งนี้เชื่อว่าจะไม่มีผลทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าประเทศไทยจนน่าเป็นห่วง เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดในภูมิภาค ดังนั้นหากนักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาเพื่อเก็งกำไรส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย คงจะลงทุนในประเทศอื่นที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าไทย เพราะล่าสุดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยหลังหักอัตราเงินเฟ้อแล้วติดลบร้อยละ 0.15 ขณะที่จีนอยู่ที่ร้อยละ 2.47 และประเทศอื่นๆ อยู่สูงกว่าประมาณร้อยละ 1


ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยในปัจจุบันจะเอื้อให้เศรษฐกิจขยายตัวในระยะต่อไปได้ ส่วนอัตราเงินเฟ้อในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเริ่มชะลอลง เนื่องจากราคาสินค้าจะเริ่มทรงตัวหลังได้มีการปรับตัวขึ้นมาในระดับสูง ทั้งนี้ กนง. จะติดตามสัญญาณของเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงต่อไปอย่างใกล้ชิด ทั้งการบริโภคภาคเอกชนและการขยายตัวของการส่งออกว่ามีแนวโน้มที่ลดลงหรือไม่ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งหน้า


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Next Page »

Blog at WordPress.com.