Accom Thailand

April 10, 2008

ไม้ซุงที่ขุดพบที่ จ.กระบี่ มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี

นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 15 จ.ภูเก็ต เชื่อว่า
ไม้ซุงที่ขุดพบที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่
มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี


หลังจากที่นายชนินทร์ เดือนเพ็ง ราษฎรหมู่ที่ 5 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ลึก 3 เมตร และได้พบไม้ซุง จำนวน 31 ท่อน พร้อมด้วยกระเบื้อง ถ้วยชาม ลูกปัดโบราณ จำนวนหนึ่ง


ดังนั้น ร.อ.บุญฤทธิ์ ฉายสุวรรณ นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 15 จ.ภูเก็ต พร้อมด้วย นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิชย์ กรรมการเลขานุการสุธีรัตนา มูลนิธิ และคณะได้เดินทางไปตรวจสอบ ไม้ซุง ที่ขุดขึ้นมาแล้วรวมที่อยู่ในบ่อดิน ดูจากหลักฐานที่พบเชื่อว่า


เป็นไม้ซุงไม้ตะเคียนทองโบราณอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ซึ่งสิ่งของที่พบรวมกันน่าจะเป็นกิจกรรมในการทำไม้เพื่อการส่งออกของชุมชนโบราณ เนื่องจากมีการเจาะเป็นจมูก ร้อยเชือกสำหรับชักลาก และคาดว่า น่าจะมีไม้ซุงที่ยังฝังดินอีกจำนวนหนึ่ง


และ ร.อ.บุญฤทธิ ฉายสุวรรณ นักโบราณคดี สำนักงานศิลปากรที่ 15 จ.ภูเก็ต กล่าวอีกว่า กรมศิลปากร จะได้ทำการศึกษารายละเอียดข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติม เช่นไม้ซุง เชือกโบราณ ทำมาจากวัสดุ เส้นใยชนิดใด โดยจะมีการตรวจค่าอายุสมัยที่ชัดเจนแน่นอนอีกครั้งหนึ่ง โดยจะส่งตัวอย่างไม้ เชือก เข้าห้องแลป ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อให้ทราบอายุสมัยของท่อนซุงโบราณที่ชัดเจนต่อไป.

แผนแหล่งน้ำ ในภาคตะวันออก รับความต้องการในอนาคต

การประปาส่วนภูมิภาค ร่วมกับกรมชลประทาน
ประสานข้อมูลเชิงรุกด้านแหล่งน้ำในภาคตะวันออก
รองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต และ
เชื่อมโยงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ

นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กล่าวว่า จากการศึกษา ความต้องการน้ำสะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภค ของประชากรทั่วประเทศ พบว่าปัจจุบันมีประชากรร้อยละ 15-20 ไม่มีโอกาส ใช้น้ำประปา แต่ยังคงใช้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่ไม่มีคุณภาพ และปริมาณแหล่งน้ำที่ลดลง ดังนั้น

กปภ.จึงประสานความร่วมมือ กับ กรมชลประทาน วางแผนบริหารจัดการน้ำดิบ รองรับน้ำในอนาคต ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงจาก ผลกระทบของภาวะโลกร้อน โดยเริ่มที่ภาคตะวันออก เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ หากมีปัญหาเรื่องน้ำดิบและน้ำประปา จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมาก


ล่าสุด กปภ.และ กรมชลประทาน ได้ประชุมวางแผนแหล่งน้ำ ในภาคตะวันออก ทำให้การวางแผน เรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ของทั้งสองหน่วยงานมีความเป็นเอกภาพ ซึ่งประชาชนและสังคม จะเป็นผู้รับประโยชน์สูงสุด


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ข่าวในพระราชสำนัก 10 เมษายน 2551


ข่าวในพระราชสำนัก


พระบรมมหาราชวัง


วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พุทธศักราช 2551
วันนี้ เวลา 16.57 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
ครั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะพระศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระพรหมเมธี วัดเทพศิรินทราวาส ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปที่ธรรมาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม เสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระศพสำหรับพระศพทรงธรรมพระพรหมเมธี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นมุกพระสวดพระธรรมคาถา พระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถาจบ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และพระสวดธรรมคาถา พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าแท่นพระสวดพระอภิธรรม เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับ
ในวันเดียวกันนี้ เวลา 21.20 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 615 กลับจากการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ชาวพม่า ในรถบรรทุกแช่แข็ง ขาดอากาศเสียชีวิต 54 ราย

แรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลบหนีเข้าเมือง
นั่งอัดแน่นในรถห้องเย็นบรรทุกปลา จำนวน 121 ราย
ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต 54 ราย
รอดหวุดหวิดมาได้ 67 ราย ขณะเดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ต


เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ พร้อมแพทย์และพยาบาลโรงบาลสุขสำราญ และ โรงพยาบาล กะเปอร์ ช่วยกันลำเลียงศพ แรงงานต่างด้าวชาวพม่า ที่หลบหนีเข้าเมือง ลงจากรถ สิบล้อห้องเย็นบรรทุกอาหารทะเลสด หมายเลขทะเบียน 70-0619 ระนอง จำนวน 54 ราย เป็นชาย 17 ราย หญิง 37 ราย เพื่อชันสูตรพลิกศพ ที่โรงพยาบาลสุขสำราญ


โดยแต่ละศพอยู่ในสภาพนิ้วมือนิ้วเท้าเกร็ง จากการดิ้นทุรนทุราย หลังจากที่คนขับรถคันดังกล่าวจอดไว้ที่ชายป่า ละเมาะริมถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 3 บ้านบางกล้วยนอก ต.นาคา เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา (9 เม.ย.51) เนื่องจากพบว่าแรงงานต่างด้าวที่อัดแน่นอยู่ในรถบรรทุกปลา จำนวน 121 ราย ขาดอากาศหายใจ อย่างทุรนทุรายจนเสียชีวิตไปถึง 54 ราย และรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด 67 ราย


เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถบรรทุกคันดังกล่าวได้บรรทุกแรงงานต่างด้าว ชาวพม่าอัดแน่น มาในตู้ห้องเย็นเต็มคันรถ พร้อมกระเป๋าสัมภาระ แล้ว ใส่กลอนประตูรถ ปิดล็อคจากด้านนอก โดยออกเดินทางจาก แพปลาแห่งหนึ่ง ในย่านสะพานปลาระนอง เพื่อลักลอบเดินทางไปยังจังหวัดพังงา และ ภูเก็ต แต่เมื่อรถมาถึงที่เกิดเหตุ คนขับได้ยินเสียงเคาะ ฝาผนังตู้ห้องเย็นอย่างสนั่น เพราะคนที่อยู่ข้างในขาดอากาศหายใจ จึงจอดรถในซอยริมป่าละเมาะ แล้วลงมาเมื่อเปิดประตูตู้ห้องเย็นรถออกมา พบว่า ผู้ที่อยู่ในรถนอนเสียชีวิตอยู่จำนวนมาก ขณะที่บางส่วน กำลังดิ้น ทุรนทุราย เพราะขาดอากาศหายใจ


เมื่อเห็นเช่นนั้น คนขับรถจึงได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไปท่ามกลางความมืด แต่เสียบกุญแจรถคาไว้ เมื่อมีคนมาเห็นเหตุการณ์ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ และให้ความช่วยเหลือผู้ที่กำลังจะสิ้นใจ นำส่งโรงพยาบาลสุขสำราญ ไว้ได้จำนวน 21 ราย ส่วนที่เหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ฝ่ายปกครอง ควบคุมตัวไว้ได้ 46 ราย แล้วพาไปควบคุมตัวไว้ที่ สถานีตำรวจภูธร สุขสำราญ


นายแพทย์พรพงศ์ จิตต์ประทุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุขสำราญ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีสาเหตุจากการ ขาดอากาศหายใจ เนื่องจากอัดแน่นอยู่ในพื้นที่แคบ เป็นเวลานานประมาณ 1-2 ชั่วโมง


พ.ต.อ.ไกรทอง จันทร์ทองใบ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุขสำราญ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าว ได้หลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลัง ติดตามตัวจับกุม เพราะที่ด้านหน้าของรถ มีชื่อว่า รุ่งเรืองทรัพย์ มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ ตำรวจ จะสามารถจับกุมผู้ต้องหา รวมทั้ง เจ้าของรถ ได้


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เร่ง ธอส.ออกพันธบัตรระดมเงินปล่อยกู้ในโครงการบ้านหลังแรก

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เร่งรัดธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)
ออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อระดมเงินมาใช้ปล่อยกู้ใน โครงการบ้านหลังแรก มั่นใจ
เงื่อนไขกู้รายละ 600,000 บาท ไม่เป็นอุปสรรคของประชาชน


นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการบ้านหลังแรก ของ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ การออกมาตรการเงินทุนเพื่อกระตุ้น ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ว่า


อยู่ระหว่างรอให้ธอส.ออกพันธบัตรรัฐบาล มาให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อระดมเงินใช้ปล่อยสินเชื่อในโครงการ สินเชื่อ ธอส.เพื่อบ้านหลังแรก ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งได้เร่งรัดไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเห็นว่า ควรจะเร่งดำเนินโครงการให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว


คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ประชาชนที่เตรียมซื้อบ้านหลังแรก จะสามารถยื่นขอสินเชื่อในโครงการดังกล่าว ตาม เงื่อนไขที่ต้องเป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน โดยสามารถขอสินเชื่อได้รายละไม่เกิน 600,000 บาท


รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับมาตรการภาษีภาคอสังหาริมทรัพย์สำหรับการซื้อขายบ้านมือ 2 นั้น ยังอยู่ระหว่าง ร่างกฎหมาย เพื่อให้มีผลบังคับใช้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้การโอนหรือจำนองบ้าน มือ 2 ได้รับการ ลดหย่อนภาษี


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” เชื่อมีกระบวนการทางการเมือง ต้องการให้ตนเองพ้นจากตำแหน่งผบ.ตร.


ถอดรหัส!!! หอกข้างแคร่ร่วมโค่น “เสรีพิศุทธ์”

.


พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถือเป็นช่วงชีวิตที่กำลังเลวร้ายที่สุด สำหรับอาชีพข้าราชการตำรวจของเขา เมื่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี หน้ามืดตามัว ใช้อำนาจเด็ดขาดสั่งให้ออกจากราชการ พร้อมคำสั่งสอบวินัยร้ายแรงรวม 7 ข้อหาหนัก


อ่านข่าวนี้ จาก ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000043123


“เสรีพิศุทธ์” แฉ ขบวนการปล้นตำแหน่ง ผบ.ตร.รุมโค่น!


“เสรีพิศุทธ์” ร่ายยาวแถลงเปิดความในใจ หลังถูกนายกรัฐมนตรี ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และปลดออกจาก ผบ.ตร.ระบุ มีขบวนการจ้องโค่น เพื่อหวังเก้าอี้ ผบ.ตร.พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาทุกเรื่อง ประกาศฟ้อง นายกรัฐมนตรีต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแน่ ยันต้องสู้ถึงที่สุด เพราะถูกเหยียบย่ำทำร้าย ทั้งที่ทำดีมาตลอดชีวิต


อ่านข่าวนี้ จาก ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000042967


“พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ” ระบุ
คำสั่งให้ออกจากราชการของนายกรัฐมนตรีไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และเชื่อว่ามีกระบวนการทางการเมือง ต้องการให้ตนเอง
พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ


พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงเปิดใจ หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยระบุว่า ตนเองยังไม่ได้รับคำสั่งดังกล่าว และยืนยันว่า


ยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่ง


นอกจากนี้ การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง 3 กรณี เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ไม่ได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน อีกทั้งผู้ร้องทั้ง 3 เรื่อง ยังเป็นคนเดียวกัน ซึ่งเป็นเพียงข้าราชการตำรวจ ที่ถุกสำรองราชการใน กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 9 จึงเห็นว่า การตั้งกรรมการ สอบวินัยร้ายแรง มีเจตนากลั่นแกล้ง ให้ตนเองพ้นจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะกลุ่มบุคคลหนึ่ง ต้องการตำแหน่งนี้


ส่วนการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงอีก 4 เรื่อง เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเปิดโอกาส ให้ตนเอง ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยตลอดระยะเวลากว่า 1 ชั่วโมงของการแถลงเปิดใจ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้ชี้แจงทุกกรณีที่ถูกตั้ง กรรมการสอบสวน ว่า ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และ สามารถชี้แจงได้


แต่นายกรัฐมนตรีกลับมีคำสั่งให้ออกจากราชการ โดยอ้างอิงจากที่ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งเป็นคำสั่ง ที่ไม่ถุกต้อง ตั้งแต่แรก จึงถือว่าคำสั่งของนายกรัฐมนตรีไม่ชอบด้วยกฎหมาย


โดยหลังจากนี้ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ จะยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และ เดินหน้าฟ้อง นายกรัฐมนตร ีต่อศาลปกครอง และ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป


นอกจากนี้ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีการต่อรองกับนายกรัฐมนตรี ว่า จะขอลาออก แลกเปลี่ยน กับการ ยกเลิกคำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง แต่ไม่ได้รับ การตอบสนองจากนายกรัฐมนตรี


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เพิ่มความเข้มงวด ป้องกันการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ช่วงสงกรานต์

ที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ
สั่งเพิ่มความเข้มงวดป้องกันการหลบหนีเข้าเมือง
โดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว
และยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงปัญแรงงานต้างด้าวลักลอบหลบหนี เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่ง ล่าสุดมาเกิดเหตุแรงงานต่างด้าวชาวพม่าเสียชีวิต ระหว่างหลบหนีเข้ากับรถตู้คอนเทรนเนอร์ ด้านจังหวัดระนอง ว่า

ในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพในวันนี้ ได้มีการเน้นย้ำ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ ตามแนวชายแดนเป้นพิเศษ ในช่วงนี้ ซึ่งตรงกับเทศกาลสงกรานต์ ที่อาจมีการฉวยโอกาสลักลอบเดินทางหลบหนี เข้ามาของแรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงยาเสพติด โดยเฉพาะพื้นที่ด้านจังหวัดระนอง และชุมพร แต่ทั้งนี้ ในภาพรวม ได้มีการติดตามป้องกัน และ แก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่แล้ว และ ในระดับท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการประสานการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง


แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนรูปแบบและเส้นทางการหลบหนี จึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากในการติดตามจับกุม ล่าสุดจึงได้เสนอปัญหานี้ต่อรัฐบาล และ สมาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. รับเป็นเจ้าภาพบูรณาการ แก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน และ คาดว่า จะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วนต่อไป


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

คตส. ส่งสำนวนคดีเงินกู้ให้กับพม่าของ เอ็กซิมแบงค์ ต่ออัยการสูงสุดแล้ว

คตส. ส่งสำนวนคดีปล่อยเงินกู้ให้กับรัฐบาลพม่า
ของ เอ็กซิมแบงค์ต่ออัยการสูงสุดแล้ว


นายพิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะอนุกรรมการ ในคณะกรรมการรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. นำสำนวนการแต่สวนคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายต่างประเทศ ไปพร้อมกับการแสวงหาผลประโยชน์ สำหรับธุรกิจครอบครัวชินวัตร เป็นต้นฉบับจำนวน 4 แฟ้ม และ สำเนา 4 แฟ้ม ส่งมอบให้อัยการสูงสุด พิจารณาสั่งคดี โดยมี นายธนพิต มูลพฤกษ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และ นายเสกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบสำวน โดยนายธนพิต กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องมีการพิจารณาสำนวน ไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่า ทุกอย่างจะเรียบร้อย แลtไม่รู้สึกกดดันกับการทำงาน แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นอดีตผู้นำประเทศ


ทั้งนี้ เบื้องต้น คตส. มีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลกิจการ แต่เขามีส่วนได้เสียเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ


กรณีสั่งการเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงค์ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 4,000 ล้านบาท สำหรับโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของพม่า เพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียม ชินแซทเทอร์ไลท์ ของตระกูลชินวัตร


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เร่งคลี่คลายคดีพม่าตายคารถห้องเย็น 54 ศพ

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เร่งคลี่คลายคดี
พม่า ตายคารถห้องเย็น 54 ศพ

พล ต.ท.ธานี ทวิชศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้เดินทางไปยังจังหวัดระนอง เพื่อติดตาม และ เร่งรัดการคลี่คลายคดี ที่แรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลบหนีเข้าเมืองเสียชีวิตคา รถห้องเย็นบรรทุกปลา จำนวน 54 ศพ โดยได้หารือร่วมกับ นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และ พลตำรวจตรีอภิรักษ์ หงษ์ทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็น เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ เป็นอย่างมาก

ซึ่งจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าขณะนี้ นายสุชล บุญปล้อง คนขับรถได้หลบหนีไป กบดานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว ซึ่งตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐาน เพื่อขออนุมัติ ต่อศาล ออกหมายจับแล้ว


ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นสุดวิสัย เจ้าหน้าที่ได้พยายามป้องกันมาตลอด แต่ไม่สามารถที่จะเปิดตู้ห้องเย็นเพื่อตรวจได้ทุกคันเพราะผู้ประกอบการอ้างว่าจะทำให้สินค้าเสียหายได้


ขณะนี้จังหวัดกำลังของบประมาณขอเครื่องสแกนขนาดใหญ่ จากโครงการนำร่องในพื้นที่ชายฝั่งทะเล และเกาะแก่ง หรือ ระนองโมเดล เพื่อติดตั้งที่ด่านตรวจต่าง ๆ บนถนนสายหลัก หากได้รับการสนับสนุนก็จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ส่วนหนึ่ง


ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ระบุว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เบาะแสว่าผู้ต้องหาคือ นายสุชล ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว ซึ่งตน และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังจังหวัดภูเก็ต ต่อไปเพื่อติดตามจับกุมให้ได้ ส่วนเจ้าของรถบรรทุกห้องเย็น ทางตำรวจยังคงควบคุมตัวไว้ เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

6 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ลดลงอย่างชัดเจน

สตช. เผย 6 เดือนที่ผ่านมา
สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้
ลดลงอย่างชัดเจน


รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาสถานการณ์ความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดลงอย่างชัดเจน คาดเหตุการณ์ความไม่สงบ จะคลี่คลาย และลดเหตุร้ายรายวัน ได้มากขึ้นในอนาคต


พลตำรวจตรีเรืองศักดิ์ จริตเอก รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า จากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองทัพบก ผนึกกำลังและปฏิบัติงาน เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถขยายผลไปถึงตัวผู้กระทำผิดได้มากขึ้น


จากการประเมินสถานการณ์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่า สถานการณ์ความไม่สงบลดลงอย่างชัดเจน จึงหวังว่า หากทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกัน และดำรงความเป็นเอกภาพ ในการปฏิบัติงานต่อไป อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เหตุการณ์คลี่คลาย และลดเหตุร้ายรายวันได้มากขึ้น


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Next Page »

Blog at WordPress.com.