ตามที่รัฐบาลได้มี นโยบายจะช่วยเหลือ การ ครองชีพ ของ
ข้าราชการ โดยเฉพาะ ข้าราชการระดับต้น
เพื่อให้มีรายได้พื้นฐานที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เนื่องจากค่าครองชีพ ในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั้น คณะรัฐมนตรี จึงมีมติเห็นชอบ มาตรการช่วยเหลือการครองชีพ ข้าราชการระดับต้น ตามที่คณะกรรมการพิจารณา เงินเดือนแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เสนอ ในการประชุมเมื่อเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2551
เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของ ข้าราชการระดับต้น ในระยะเฉพาะหน้า ด้านการปรับเพิ่มเพดานเงินเดือน ของข้าราชการ ที่จะได้รับค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้น จาก
อัตราขั้นต่ำ 7,700 บาท เป็น 8,200 บาท และขั้นสูงจากอัตรา 11,000 บาท เป็น 11,700 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551
ทั้งนี้ ข้าราชการระดับ 5 ลงมา หรือเทียบเท่า ที่มีอัตราเงินเดือนไม่ถึง 11,000 บาท จะได้รับเงินช่วยเหลือการครองชีพในอัตราเดือนละ 1,000 บาท โดยเมื่อนำเงิน ช่วยการครองชีพ รวมกับเงินเดือนแล้ว จะต้องมีรายได้รวมไม่เกิน 11,000 บาท
และหากข้าราชการได้รับเงินช่วยเหลือ การครองชีพ ในอัตราเดือนละ 1,000 บาท รวมกับเงินเดือนแล้ว ยังมีรายได้ไม่ถึง 7,700 บาท ให้ได้รับเงินช่วยเหลือการครองชีพเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีรายได้รวม ต่อเดือนเท่ากับ 7,700 บาท
นอกจากนี้ ให้มีการปรับขยายเพดาน เงินเดือนของข้าราชการ ที่ได้รับเงินค่าครองชีพ รวมเงินเดือน จากอัตราขั้นต่ำ 7,700 บาท เป็น 8,200 บาท และ
ขั้นสูงจาก 11,000 บาท เป็น 11,700 บาท พร้อมกับให้กระทรวงการคลัง แก้ไข ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อการครองชีพชั่วคราว ของ ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ของส่วนราชการ
รวมทั้งให้ ปรับเงินช่วยเหลือ การครองชีพ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น ที่ได้รับในลักษณะเดียว กับ เงินค่าครองชีพ ของ ข้าราชการ
สำหรับมาตรการดังกล่าว เป็นการบรรเทาความเดือนร้อน เฉพาะหน้าของ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ตั้งแต่ระดับ 5 ลงมา หรือเทียบเท่า ไม่ใช่ การปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ ข้าราชการชั้นผู้น้อย
โดยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเดือน ระหว่าง 500 บาท ถึง 700 บาท ซึ่งจะมีข้าราชการ ทุกประเภท ได้รับประโยชน์ ประมาณ 300,000 คน เป็น
ข้าราชการพลเรือนประมาณ 84,000 คน
ทหาร 64,000 คน ตำรวจ 61,000 คน
ลูกจ้างประจำ ราว 60,000 คน
ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา 700 คน
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คณะรัฐมนตรี จะมีมติเห็นชอบ ให้มีการช่วยเหลือ การครองชีพของข้าราชการ ชั้นผู้น้อย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551
คงจะได้รับเงินช่วยเหลือ ดังกล่าว เป็นการตกเบิกย้อนหลัง ในเดือน กรกฎาคม 2551 เนื่องจากระทรวงการคลังจะต้องร่างระเบียบ ว่าด้วยการเบิกจ่าย เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ของ ข้าราชการ และ ลูกจ้าง
พร้อมจัดทำบัญชี เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และ ลูกจ้างประจำ เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณา ก่อนการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป
คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เห็นด้วยกับการปรับเพิ่มค่าครองชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจระดับล่าง ระหว่าง 500 – 700 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ ครส. ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ให้มีการปรับเพิ่มค่าครองชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มี เงินเดือนน้อยตั้งแต่เงินเดือน 7,700-11,000 บาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่ม ค่าครองชีพให้พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับล่าง ส่วนจะเพิ่มระดับละเท่าไรนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ ระหว่างยกร่าง ระเบียบการจ่ายเงินอยู่ แต่ไม่ต่ำกว่า 500-700 บาท ซึ่งคาดว่าภายใน 1 สัปดาห์คงเสร็จสิ้น และจะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามในส่วนของ ครส.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยพนักงาน ผู้บริหารและข้าราชการ เพื่อพิจารณา อัตราการจ่ายเงินค่าครองชีพ ให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจครั้งนี้ ควบคู่ไปกับกระทรวงการคลัง เนื่องจาก ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ระบุว่า
หากมีการปรับสภาพการจ้างเกี่ยวกับ เงิน ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ด้วย
นอกจากนี้นางอุไรวรรณ ยังเปิดเผยถึงการเข้าร่วมประชุม รัฐมนตรีแรงงานของกลุ่มจี 8 ระหว่างวันที่ 11 – 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่าที่ประชุมได้ให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการปรับตัว และรักษาสมดุลยภาพ ในการใช้ชีวิตส่วนตัว และชีวิตการทำงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม รายได้ และ การเตรียมคนภายใต้การผันแปรทางเศรษฐกิจ ที่มีผลกระทบต่อคนทำงาน
โดยต้องเตรียมคนที่มีความสามารถ และมีศักยภาพในการปรับตัว เพื่อรับรองการเปลี่ยนแปลง ที่จะตามมาเมื่อประชากรมีอายุสูงขึ้น
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมก็ได้ไปเยี่ยมผู้ฝึกงานไทยในญี่ปุ่น ซึ่งพบว่าต่างมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี เป็นที่น่าพอใจยิ่ง จึงอยากฝาก บอกคนงานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งด้าน ภาษา และฝีมือในการทำงานด้วย
อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ปรับปรุงจากบทความที่เรียบเรียงโดย โอภาส เสวิกุล สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below





