ตลอดระยะเวลา 5 วัน 5 คืน ที่ผ่านมา ประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ถูกข่มขู่ ถูกคุกคาม และถูกทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด โดยแก๊งอันธพาลที่ได้รับอามิสสินจ้างมาจากนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไร้อารยะ
แผนการที่นักการเมืองและเจ้า หน้าที่รัฐบางคนได้ใช้แก๊งอันธพาล ข่มขู่ คุกคาม และการทำร้ายร่างกายพี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีและผู้สูงวัยซึ่งไม่มีหนทางในการต่อสู้กับแก๊งอันธพาล เหล่านี้ ก็เพราะต้องการให้เกิดความหวาดกลัวในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอย่างต่อ เนื่อง แต่ประชาชนผู้รักชาติก็หาได้ยอมจำนนพ่ายแพ้ต่อความเลวทราม หยาบช้า ดังกล่าวไม่
ในทางตรงกันข้าม ประชาชนจำนวนมหาศาลได้เข้าร่วมในการชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และยังได้เกิดอาสาสมัครที่มาจากพี่น้องประชาชนผู้รักความเป็นธรรมจำนวนมาก เข้าทำหน้าที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมชุมนุมอย่างกล้าหาญ ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่รัฐส่วนใหญ่ยังคงเพิกเฉยไม่ยอมให้ความคุ้มครองใน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่มาใช้สิทธิของตนเองในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด
แม้ในคืนวันพุธที่ 28 และคืนวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2551 จะได้เกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างรุนแรงและหนักหน่วง แต่พี่น้องประชาชนผู้รักชาติก็ได้ยืนหยัดเข้าร่วมชุมนุมอย่างไม่ท้อถอย เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพี่น้องประชาชนทั้งหลายมีความ มุ่งมั่นในการทำลายล้างระบอบทักษิณด้วยอุดมการณ์อันแน่วแน่อย่างแท้จริง
พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย จึงขอประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์เอาไว้ว่า ค่ำคืนนี้ คืนวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2551 ได้เกิดปรากฏการณ์ที่มีประชาชนมาชุมนุมร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ และถนนราชดำเนินนอก เป็นจำนวนนับแสนคน
พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย จึงมีมติให้ประกาศผลสำเร็จในการชุมนุมตลอด 5 วัน 5 คืนที่ผ่านมา และขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงต่อจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องประชาชนที่เข้า ร่วมการต่อสู้ ร่วมกันสร้างภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าวข้างต้น
บัดนี้ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เพื่อขอฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนเรือนแสน ที่เข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ในค่ำคืนนี้ ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการโค่นล้มระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด อันธพาลให้สิ้นซาก ด้วยเหตุผลดังนี้
1. รัฐบาลภายใต้การนำของ นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งมีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำสำคัญ เป็นพรรคการเมืองหุ่นเชิดของพรรคไทยรักไทยภายใต้การชี้นำและบงการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวกตลอดเวลา
โดยตุลาการรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำ วินิจฉัยเอาไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ว่า พรรคไทยรักไทยเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนสมควรจะต้องร่วมมือกันต่อต้านในทุกวิถีทาง
2. รัฐบาลหุ่นเชิดภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช ยังคงสานต่อพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบต่อจากรัฐบาลในระบอบทักษิณ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับพวกพ้องของตนเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซ้ำเติม ปัญหาเศรษฐกิจในภาวะข้าวยากหมากแพงอยู่ในขณะนี้ ด้วยการสมยอมให้กลุ่มธุรกิจผูกขาดน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติสามารถกอบโกยผลกำไรจำนวนมหาศาลด้วยวิธีการฉ้อฉลผู้บริโภคทุก รูปแบบ หลังจากที่รัฐบาลทักษิณได้แปรรูป บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และขายหุ้นส่วนหนึ่งในราคาถูกให้กับพวกพ้องของตัวเองไปแล้ว
รวมทั้งการขึ้นราคาน้ำตาลด้วย วิธีการทุจริตอย่างอำมหิต โดยไม่แยแสต่อความทุกข์ยากของประชาชน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับโรงงานน้ำตาลและนักการเมือง ตลอดจนบริหารให้ราคาข้าวสารของพ่อค้าส่งออกและโรงสีข้าวกำไรเฉพาะกลุ่ม
จากความฉ้อฉลดังกล่าวเป็นผลทำ ให้ผู้ใช้แรงงาน กลุ่มชาวประมง กลุ่มผู้ประกอบการรถร่วมบริการขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไปเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส
3. รัฐบาลบริหารล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขปัญหาความยากจน ปล่อยให้มีการกดราคาพืชผลของเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา อย่างไม่เป็นธรรม จนเกิดการชุมนุมประท้วงไปทั่วประเทศ และกดค่าแรงงานขั้นต่ำที่ไม่สอดคล้องกับภาวะข้าวยากหมากแพงในปัจจุบัน
4. มีพฤติกรรมขัดขวางการใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา แทรกแซงการทำงานขององค์การเภสัชกรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทยา ทำร้ายผู้ป่วยในประเทศไทยอย่างไร้มนุษยธรรม
5.แทรกแซงและตัดตอนกระบวนการ ยุติธรรม ด้วยการโยกย้ายอธิบดีและข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษและข้าราชการตำรวจจำนวน มาก เพื่อขัดขวางมิให้คดีความของตัวเองและพวกพ้องเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาล
ในขณะเดียวกัน ก็ได้ใช้กลไกอำนาจสืบสวนสอบสวนทางราชการที่เป็นพวกพ้องของตัวเอง คุกคาม กลั่นแกล้ง และกดดันองค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญเพื่อบั่นทอนกระบวนการยุติธรรม
6. แทรกแซงการทำงานของสื่อสารมวลชน และให้พวกพ้องของตัวเองที่สนับสนุนรัฐบาลเข้าจัดรายการในสื่อของรัฐอย่าง ฉ้อฉล เพื่อยัดเยียดนำเสนอข้อมูลข่าวสารของตัวเองฝ่ายเดียวให้กับประชาชน ตลอดจนใช้อันธพาล ข่มขู่ คุกคาม การทำงานของสื่อสารมวลชน
7.ล้มเหลวในการบริหารจัดการ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ล้มเหลวในการแก้ไขความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนบริเวณรอบเขาพระวิหารและ น่านน้ำบริเวณอ่าวไทยตกเป็นของชาติอื่น เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองในระบอบทักษิณ
8. ปล่อยปละละเลยให้คนที่มีมลทินและกระทำผิดกฎหมาย ไร้ซึ่งจริยธรรมให้มาบริหารบ้านเมืองทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ประพฤติปฏิบัติตนเป็นอันธพาล ยั่วยุทำให้ประชาชนเกิดความแตกแยก ปกป้องผู้กระทำความผิดทั้งในทางกฎหมายและในทางจริยธรรมมาปกครองบริหารบ้าน เมือง หาได้ปฏิบัติตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเองไม่
9. รัฐบาลและตำรวจรู้เห็นเป็นใจอยู่เบื้องหลังกระบวนการจัดกลุ่มคนอันธพาลเพื่อ ก่อความวุ่นวาย ยั่วยุ ข่มขู่ คุกคาม และทำร้ายร่างกายประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาชุมนุมอย่างโหดเหี้ยม
10. เครือข่ายระบอบทักษิณได้อยู่เบื้องหลังขบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีเจตนาปล่อยให้คนที่มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เข้า ร่วมบริหารบ้านเมืองมาเป็นเวลานาน ใช้วิธีตัดตอนนักการเมืองบางคนเมื่อถูกประชาชนจับได้ไล่ทัน เพียงเพื่อปกป้องมิให้สาวถึงต้นตอผู้นำความคิดและขบวนการบ่อนทำลายการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
11. รัฐบาลหุ่นเชิดได้สมคบกับผู้นำแห่งระบอบทักษิณร่วมมือกับนายทุนต่างชาติ เข้ายึดครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประเทศชาติและสิทธิสัมปทานต่างๆ ในอนาคต จนอาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติอย่างมีเงื่อนงำ เช่น กรณีการเปิดโอกาสให้ชาวตะวันออกกลางเข้ามาศึกษาและลงทุนผูกขาดในการทำการขน ส่งทางบกเชื่อมต่อระหว่างบริเวณจากชายฝั่งทะเลตะวันออกไปยังชายฝั่งทะเล ตะวันตก หรือที่เรียกว่า แลนด์บริดจ์ ตลอดจนการเปิดช่องทางให้ทุนขนาดใหญ่จากประเทศตะวันออกกลางให้เข้ามาทำนาซึ่ง เป็นอาชีพสงวนของคนไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ตลอดจนทำธุรกิจข้าวแบบครบวงจรเพื่อครอบงำและเอาเปรียบชาวนาผู้ยากไร้ให้ไม่ มีวันได้ลืมตาอ้าปากอีกต่อไป
12.ใช้อำนาจเผด็จการทางรัฐสภา มุ่งแต่จะดำเนินการล้มล้างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชามติของคนส่วนใหญ่ในประเทศ จนถูกจับได้เป็นหลักฐานจากร่างรัฐธรรมนูญแล้วว่า มีเจตนาที่จะทำไปเพื่อลบล้างความผิดของตัวเองและพวกพ้อง อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อตัดตอนอำนาจตุลาการ ทำลายหลักคุณธรรม หลักจริยธรรม และหลักนิติธรรมของชาติ
ต่อมาเมื่อประชาชนจับได้ไล่ทัน แล้ว นักการเมืองในระบอบทักษิณก็ได้ใช้เล่ห์เพทุบายด้วยการให้สมาชิกรัฐสภาถอนราย ชื่อออกจากการล้มล้างรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อลดกระแสความไม่พอใจของประชาชน โดยมุ่งหวังที่จะทำลายสงครามครั้งสุดท้ายของพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย หลอกลวงให้ประชาชนตกหลุมพรางหลงประเด็นและยุติการโค่นล้มระบอบทักษิณในที่ สุด
แต่ทว่าเนื้อหาของการเตรียมร่าง ล้มล้างรัฐธรรมนูญนั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงซึ่งเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอัน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างชัดเจนแล้ว จนไม่สามารถรับประกันการใช้เล่ห์เพทุบายในวันข้างหน้าเพื่อทำให้ระบอบทักษิณ กลับฟื้นคืนมาได้
พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายจึงมีบทสรุปร่วมกันว่า ปัญหาของแผ่นดินยังคงดำรงอยู่ต่อไปทั้ง 12 ประการ โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพลพรรคผู้ใกล้ชิดบงการอยู่เบื้องหลังนายสมัคร สุนทรเวชและพรรคพลังประชาชนซึ่งมีพฤติกรรมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นหุ่น เชิดของระบอบทักษิณอย่างแท้จริง
ระบอบทักษิณได้ใช้พรรคการเมือง หุ่นเชิด นักการเมืองหุ่นเชิด เข้าสู่อำนาจรัฐบาลทุนนิยมสามานย์และเผด็จการรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ขยายอำนาจทุนเพื่อดำรงการสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจเงินเข้ายึดอำนาจทหารและตำรวจ ตลอดจนแทรกแซงอำนาจในกระบวนการยุติธรรมอย่างไร้จริยธรรม
ดังนั้น ภารกิจการโค่นล้มระบอบทักษิณจึงยังไม่เสร็จสิ้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอฉันทามติจากพี่น้องประชาชนทั้งใน ประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ยกระดับของการต่อสู้ไปสู่การขับไล่รัฐบาลทุนนิยมสามานย์ ขับไล่เผด็จการรัฐสภา ตลอดจนล้มล้างระบอบทักษิณ ณ บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงที่สุด
หากพี่น้องเห็นพ้องต้องกันว่า การแก้วิกฤติการณ์ในครั้งนี้จะบรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อจะ ต้องโค่นล้มระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาลอันธพาลหุ่นเชิดแล้ว
ขอเชิญชวนพี่น้องมวลมหาประชาชน ณ ที่แห่งนี้ รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศไทยและทั่วโลกได้โปรดลุกขึ้นยืนแสดง ฉันทมติเห็นชอบเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญเพื่อโค่นล้มรัฐบาลและขับไล่รัฐบาล อันธพาล อย่างพร้อมเพรียงกัน