หน้าที่สำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. คือการจัดการเลือกตั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น รวมทั้งการจัดการลงประชามติให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม เพื่อให้ได้คนดีเข้าไปบริหารประเทศ แต่การทำงานของ กกต. ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 236 (8) กำหนดให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ให้การศึกษาแก่ประชาชน เกี่ยวกับการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และส่งเสริมการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน
นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมา กกต. ได้เน้นหนัก ในการสร้างความรู้ความเข้าใจ แก่ประชาชนเกี่ยวกับ การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย และ การเข้ามามีส่วนร่วม เลือกคนดี เข้ามาบริหารบ้านเมือง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ถึงระดับชาติ
เช่นการจัดทำคู่มือ คนดีในวิถีประชาธิปไตย เป็นหลักการเลือกคนดีเข้ามาบริหารประเทศ กิจกรรม ประกวดสุนทรพจน์ กิจกรรมแต่งเพลงท้องถิ่น รณรงค์เลือกตั้ง การเปิดโอกาสให้ องค์กรเอกชน ร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง ทุกระดับ เพื่อเป็นหูเป็นตา แทน กกต.
นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายผู้ขับรถแท็กซี่ การจัดให้มีลูกเสืออาสาประชาธิปไตย ประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้คำแนะนำแก่ ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในทุกระดับ
การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ นับเป็นอีกโครงการ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ ริเริ่ม ด้วยการสร้างความรู้ สร้างจิตสำนึก แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หัวคะแนน และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยการจัดให้มีพิธีสาบานตน หรือ ให้คำปฏิญาณของผู้สมัคร เน้นสร้างความมีน้ำใจ ความเป็นพี่น้อง ความเป็นมิตรต่อกัน และการแข่งขันตามกรอบกติกา เพื่อลดความแตกแยก
จะเห็นได้ชัดดังตัวเลขในปี 2546 ซึ่งมีการเลือกตั้งท้องถิ่น จำนวน 1,006 แห่ง มีเรื่อง ร้องเรียนคัดค้านระดับ อบต. 1,074 สำนวน แต่จากการดำเนิน โครงการเลือกตั้ง เชิงสมานฉันท์ สามารถลดเรื่องของการคัดค้าน การเลือกตั้งได้
โดยการเลือกตั้งท้องถิ่น 1,888 แห่ง ในปี 2550 มีเรื่องร้องเรียนคัดค้านระดับ อบต.เพียง 656 สำนวน
ในวันที่ 9 มิถุนายน 2551 จะครบรอบ 10 วันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายสุเมธกล่าวว่า การทำงานของ กกต. เพื่อสร้างความมีสวนร่วมของประชาชน ในก้าวต่อไป กกต. จะเร่ง จัดทำห้องสมุดเผยแพร่ความรู้ประชาธิปไตยแก่ประชาชนให้ครบทุกจังหวัด
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการปลูกฝังจิตสำนึกประชาธิปไตย แก่คนไทย ซึ่งต้องทำตั้งแต่วัยเด็ก
“การมีส่วนร่วมของประชาชนที่ผ่านมา มีพัฒนาการ เฉพาะ กกต. ได้น้อยมาก น่าจะเป็นกระทรวงที่รับผิดชอบไปทำ เพราะการที่ประชาชนจะเข้าใจแท้จริง ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก อาจได้ผลบ้าง แต่อย่างน้อย การปลูกฝังให้มีนิสัยเกิดขึ้น รัฐบาลควรจะมีส่วนปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้มากกว่านี้”
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน จึงนับว่าเป็นหัวใจสำคัญ ของการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข การเลือกตั้ง ที่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้น ก็ถือว่าเป็นหัวใจ เพราะอำนาจอธิปไตย ที่แท้จริงเป็นของประชาชน
ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below