พันธมิตรฯ ออกประกาศประเมินการทำงาน กกต. ให้กำลังใจ ‘อภิชาติ-ประพันธ์-สุเมธ’ ทำหน้าที่โดยสุจริต จี้ ‘สมชัย’ ลาออก ฐานมีพฤติกรรมเข้าข้างพปช. เรียกร้องปธ.กกต.ตั้งกก.อิสระสอบคำร้องทุจริตเลือกตั้งที่ถูกยกกว่า 700 คดี และให้ตรวจคำแถลงปิดคดีใบแดง ‘ยงยุทธ’ ด้วยตัวเอง
หลังจาก พันธมิตรฯ ได้เคลื่อนขบวนมาชุมนุมที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลาประมาณ 11.28 น. วันที่ 16 มิถุนายน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้อ่านคำประกาศของพันธมิตรฯ เพื่อประเมินการทำงานของ กกต.ดังนี้
คำประกาศพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง ประเมินผลการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

วันนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพี่น้องประชาชนผู้รักชาติ ได้มา ชุมนุมที่ หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อมาประกาศว่า คณะกรรมการ กกต. เป็นองค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่เพื่อทำให้การเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม
ถ้าหากคณะกรรมการ กกต.จัดการเลือกตั้งให้ไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมแล้ว ก็จะเป็นการทำให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ
ในทางตรงกันข้าม ถ้าหาก กกต. จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความทุจริต ก็จะทำให้คนโกงการเลือกตั้งสามารถเข้ามาสู่รัฐสภา และเป็นผลทำให้ได้รัฐบาลไม่ดีมาปกครองบ้านเมืองจนเกิดวิกฤติทางการเมืองขั้น ร้ายแรงในที่สุด

ก่อนหน้านี้ ได้ปรากฏเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพรรคไทยรักไทยที่ตุลาการรัฐธรรมนูญได้มีคำ วินิจฉัยให้ยุบพรรคด้วยเหตุผลว่ามีพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาตินั้น ได้แปลงสภาพสืบทอดเจตนารมณ์มาเป็นพรรคพลังประชาชน โดยมีนายสมัคร สุนทรเวชที่ประพฤติปฏิบัติตนเสมือนเป็นหุ่นเชิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า มีการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตตลอดจนมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งขยายตัวเป็น วงกว้าง โดยที่กรรมการ กกต. บางคนไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะนำผู้กระทำความผิดและพรรคการเมืองที่กระทำ ความผิดมาลงโทษได้ทันท่วงที และหนำซ้ำกรรมการ กกต. บางคนถึงขั้นมีพฤติกรรมแอบแฝงด้วยวาระซ่อนเร้น ในการปกป้องระบอบทักษิณอย่างชัดเจน เป็นผลทำให้มีการยกคำร้องการทุจริตการเลือกตั้งกว่า 700 กรณีภายในระยะเวลาเพียงแค่ 10 วัน
จากการปกป้องระบอบทักษิณดังกล่าวได้เป็นผลทำให้เกิดวิกฤติของบ้านเมืองขึ้น มาอีกครั้ง จนเกิดปรากฏการณ์ที่มีนักการเมืองที่เข้าสู่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร จำนวนมากที่ ไร้ความสามารถ ไร้จริยธรรม มีประวัติด่างพร้อย มีพฤติกรรมเป็นอันธพาล มีพฤติกรรมฉ้อฉล แทรกซึม แทรกแซง และแทรกซื้อกระบวนการยุติธรรม จนถึงขั้นคิดจะล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อตัดตอนกระบวนการยุติธรรมให้ตัวเองและ พวกพ้องไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองในการพิจารณาในชั้นศาล
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงถือว่าวิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ เกิดขึ้นมาเพราะกรรมการ กกต. บางคนได้มีอคติ สมคบกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนการทุจริตเลือกตั้งของสำนักงาน กกต. เพื่อส่งเสริมและปกป้องระบอบทักษิณที่อย่างชัดเจน

ต่อมาได้ปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ กกต. ได้บังอาจส่งเอกสารและข้อมูลอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อช่วยเหลือในคดีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยส่งข้อมูลอันเป็นเท็จว่านายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ ซึ่งเป็นพยานสำคัญนั้น เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวตั้งแต่ปี 2547 ทั้งๆที่ในความเป็นจริงได้ปรากฏหลักฐานต่อมาว่านายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยตั้งแต่ปี 2548 อีกด้วย
การกระทำดังกล่าวที่เหิมเกริม อุกอาจเช่นนี้ ย่อมเป็นการพิสูจน์แสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งหมดไม่สามารถเป็นที่ไว้วางใจในความสุจริตเที่ยง ธรรมได้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประกาศจุดยืนต่อ กกต.ดังนี้
1.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอให้กำลังใจและยกย่อง กรรมการการเลือกตั้ง 3 ท่าน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ยอมสยบต่ออำนาจอธรรม ไม่ยอมถูกซื้อด้วยอามิสสินจ้างใดๆดังมีรายชื่อต่อไปนี้
-นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
-นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง
-นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง
2.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องให้นายสมชัย จึงประเสริฐ ในฐานะเป็นกรรมการ กกต. ผู้มีพฤติกรรมเป็นอคติ แสดงออกเข้าข้างพรรคพลังประชาชนในทุกกรณี ตลอดจนอยู่ในฐานะที่กำกับดูแลเรื่องฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่บังอาจนำเสนอหลักฐาน อันเป็นเท็จต่อศาลฎีกานั้น ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยทันที
3.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยของเรียกร้องต่อนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการเลือกตั้ง ชำระสะสางปัญหาในฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. ที่ได้นำเสนอหลักฐานและเอกสารอันเป็นเท็จ ได้สร้างมลทินให้กับ กกต.จนประชาชนไม่สามารถไว้วางใจการยกคำร้องกว่า 700 กรณีก่อนหน้านี้ได้
พันธมิตรขอให้ กกต. ได้แต่งตั้งบุคคลภายนอกที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและมิได้มีส่วนได้เสีย ใดๆ ให้มาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบอิสระในการยกคำร้องการทุจริตการเลือกตั้งกว่า 700 กรณีโดยเร็ว
4.เนื่องจากผู้แทนของ กกต.ที่ฟ้องร้องต่อศาลฎีกาในคดีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ไม่ได้แสดงออกในการต่อสู้คดีดังกล่าวอย่างสุดความสามารถจนทำให้เกิดความ สงสัยว่าจะเป็นการสมยอมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคพลังประชาชนหรือไม่
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องต่อประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้โปรดตรวจสอบคำแถลงปิดคดีด้วยตัวเองอย่างละเอียด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการบิดเบือนต่อคดีความต่อไป
ด้วยความรักชาติ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551
ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000070364
สำนักข่าวมติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=36178
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุก กกต. เปิดเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของ กกต.และรัฐบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังกว่า 400 นายรักษาความปลอดภัยโดยรอบอาคารศรีจุลทรัพย์
กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กว่า 2,000 คน นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,นายพิภพ ธงไชย ,และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินขบวนมารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ ซึ่งเป็นสถานที่ทำการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.
พร้อมกับนำดอกกุหลาบมามอบให้กับ กกต. 3 คน คือ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ,
นายประพันธ์ นัยโกวิท ,และ
นายสุเมธ อุปนิสากร
ขณะเดียวกันได้ขับไล่ นายสมชัย จึงประเสริฐ และ
นางสดศรี สัตยธรรม
โดยอ้างว่าวางตัวไม่เป็นกลางในการทำงานโดยเฉพาะการพิจารณาใบเหลือง ใบแดงที่ผ่านมาทำให้พรรคพลังประชาชนได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ทั้งที่ทุจริตเลือกตั้ง พร้อมกับเปิดเวทีปราศรัยย่อยด้านหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ โจมตีการทำงานของ กกต.และรัฐบาลด้วยถ้อยคำที่รุนแรง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 400 นายคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งโดยรอบ อาคารศรีจุลทรัพย์
เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจะ พังแผงเหล็กกั้นที่ ปิดถนนพระราม 6 ด้านข้างอาคารศรีจุลทรัพย์ เพื่อต้องการล้อมอาคารสำนักงาน กกต.ไว้ แต่ไม่มีการปะทะกัน และ การชุมนุมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อย่างไรก็ตามขณะนี้ กกต. ทั้ง 5 คนไม่ได้อยู่ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ เนื่องจากวันนี้ไม่มีการประชุม กกต. โดย นายประพันธ์ นัยโกวิท และ นายสุเมธ อุปนิสากร มีกำหนดเดินทางมายัง กกต.ในช่วงบ่ายวันนี้
ขณะที่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.เดินทางไปจังหวัดนครสวรรค์ ,
นางสดศรี สัตยธรรม เดินทางไปจังหวัดชลบุรี และ
นายสมชัย จึงประเสริฐ เดินทางไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below