Accom Thailand

June 16, 2008

พันธมิตรฯ บุกศรีจุลทรัพย์ ประกาศหนุน 3 กกต. จี้ขับ ‘สมชัย’ พ้นเก้าอี้

พันธมิตรฯ ออกประกาศประเมินการทำงาน กกต. ให้กำลังใจ ‘อภิชาติ-ประพันธ์-สุเมธ’ ทำหน้าที่โดยสุจริต จี้ ‘สมชัย’ ลาออก ฐานมีพฤติกรรมเข้าข้างพปช. เรียกร้องปธ.กกต.ตั้งกก.อิสระสอบคำร้องทุจริตเลือกตั้งที่ถูกยกกว่า 700 คดี และให้ตรวจคำแถลงปิดคดีใบแดง ‘ยงยุทธ’ ด้วยตัวเองdemo_16jun08
หลังจาก พันธมิตรฯ ได้เคลื่อนขบวนมาชุมนุมที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลาประมาณ 11.28 น. วันที่ 16 มิถุนายน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้อ่านคำประกาศของพันธมิตรฯ เพื่อประเมินการทำงานของ กกต.ดังนี้

คำประกาศพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง ประเมินผลการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

demo_16jun08-sonthi
วันนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพี่น้องประชาชนผู้รักชาติ ได้มา ชุมนุมที่ หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อมาประกาศว่า คณะกรรมการ กกต. เป็นองค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่เพื่อทำให้การเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม

ถ้าหากคณะกรรมการ กกต.จัดการเลือกตั้งให้ไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมแล้ว ก็จะเป็นการทำให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าหาก กกต. จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความทุจริต ก็จะทำให้คนโกงการเลือกตั้งสามารถเข้ามาสู่รัฐสภา และเป็นผลทำให้ได้รัฐบาลไม่ดีมาปกครองบ้านเมืองจนเกิดวิกฤติทางการเมืองขั้น ร้ายแรงในที่สุด
demo_16jun08-4
ก่อนหน้านี้ ได้ปรากฏเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพรรคไทยรักไทยที่ตุลาการรัฐธรรมนูญได้มีคำ วินิจฉัยให้ยุบพรรคด้วยเหตุผลว่ามีพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาตินั้น ได้แปลงสภาพสืบทอดเจตนารมณ์มาเป็นพรรคพลังประชาชน โดยมีนายสมัคร สุนทรเวชที่ประพฤติปฏิบัติตนเสมือนเป็นหุ่นเชิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า มีการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตตลอดจนมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งขยายตัวเป็น วงกว้าง โดยที่กรรมการ กกต. บางคนไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะนำผู้กระทำความผิดและพรรคการเมืองที่กระทำ ความผิดมาลงโทษได้ทันท่วงที และหนำซ้ำกรรมการ กกต. บางคนถึงขั้นมีพฤติกรรมแอบแฝงด้วยวาระซ่อนเร้น ในการปกป้องระบอบทักษิณอย่างชัดเจน เป็นผลทำให้มีการยกคำร้องการทุจริตการเลือกตั้งกว่า 700 กรณีภายในระยะเวลาเพียงแค่ 10 วัน

จากการปกป้องระบอบทักษิณดังกล่าวได้เป็นผลทำให้เกิดวิกฤติของบ้านเมืองขึ้น มาอีกครั้ง จนเกิดปรากฏการณ์ที่มีนักการเมืองที่เข้าสู่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร จำนวนมากที่ ไร้ความสามารถ ไร้จริยธรรม มีประวัติด่างพร้อย มีพฤติกรรมเป็นอันธพาล มีพฤติกรรมฉ้อฉล แทรกซึม แทรกแซง และแทรกซื้อกระบวนการยุติธรรม จนถึงขั้นคิดจะล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อตัดตอนกระบวนการยุติธรรมให้ตัวเองและ พวกพ้องไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองในการพิจารณาในชั้นศาล

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงถือว่าวิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ เกิดขึ้นมาเพราะกรรมการ กกต. บางคนได้มีอคติ สมคบกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนการทุจริตเลือกตั้งของสำนักงาน กกต. เพื่อส่งเสริมและปกป้องระบอบทักษิณที่อย่างชัดเจน
demo_16jun08-3
ต่อมาได้ปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ กกต. ได้บังอาจส่งเอกสารและข้อมูลอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อช่วยเหลือในคดีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยส่งข้อมูลอันเป็นเท็จว่านายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ ซึ่งเป็นพยานสำคัญนั้น เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวตั้งแต่ปี 2547 ทั้งๆที่ในความเป็นจริงได้ปรากฏหลักฐานต่อมาว่านายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยตั้งแต่ปี 2548 อีกด้วย

การกระทำดังกล่าวที่เหิมเกริม อุกอาจเช่นนี้ ย่อมเป็นการพิสูจน์แสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งหมดไม่สามารถเป็นที่ไว้วางใจในความสุจริตเที่ยง ธรรมได้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประกาศจุดยืนต่อ กกต.ดังนี้

1.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอให้กำลังใจและยกย่อง กรรมการการเลือกตั้ง 3 ท่าน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ยอมสยบต่ออำนาจอธรรม ไม่ยอมถูกซื้อด้วยอามิสสินจ้างใดๆดังมีรายชื่อต่อไปนี้

-นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

-นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง
-นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง

2.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องให้นายสมชัย จึงประเสริฐ ในฐานะเป็นกรรมการ กกต. ผู้มีพฤติกรรมเป็นอคติ แสดงออกเข้าข้างพรรคพลังประชาชนในทุกกรณี ตลอดจนอยู่ในฐานะที่กำกับดูแลเรื่องฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่บังอาจนำเสนอหลักฐาน อันเป็นเท็จต่อศาลฎีกานั้น ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยทันที

3.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยของเรียกร้องต่อนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการเลือกตั้ง ชำระสะสางปัญหาในฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. ที่ได้นำเสนอหลักฐานและเอกสารอันเป็นเท็จ ได้สร้างมลทินให้กับ กกต.จนประชาชนไม่สามารถไว้วางใจการยกคำร้องกว่า 700 กรณีก่อนหน้านี้ได้

พันธมิตรขอให้ กกต. ได้แต่งตั้งบุคคลภายนอกที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและมิได้มีส่วนได้เสีย ใดๆ ให้มาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบอิสระในการยกคำร้องการทุจริตการเลือกตั้งกว่า 700 กรณีโดยเร็ว

4.เนื่องจากผู้แทนของ กกต.ที่ฟ้องร้องต่อศาลฎีกาในคดีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ไม่ได้แสดงออกในการต่อสู้คดีดังกล่าวอย่างสุดความสามารถจนทำให้เกิดความ สงสัยว่าจะเป็นการสมยอมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคพลังประชาชนหรือไม่

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องต่อประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้โปรดตรวจสอบคำแถลงปิดคดีด้วยตัวเองอย่างละเอียด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการบิดเบือนต่อคดีความต่อไป

ด้วยความรักชาติ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000070364
สำนักข่าวมติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=36178


กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุก กกต. เปิดเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของ กกต.และรัฐบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังกว่า 400 นายรักษาความปลอดภัยโดยรอบอาคารศรีจุลทรัพย์

กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กว่า 2,000 คน นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,นายพิภพ ธงไชย ,และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินขบวนมารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ ซึ่งเป็นสถานที่ทำการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

พร้อมกับนำดอกกุหลาบมามอบให้กับ กกต. 3 คน คือ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ,
นายประพันธ์ นัยโกวิท ,และ
นายสุเมธ อุปนิสากร

ขณะเดียวกันได้ขับไล่ นายสมชัย จึงประเสริฐ และ
นางสดศรี สัตยธรรม
โดยอ้างว่าวางตัวไม่เป็นกลางในการทำงานโดยเฉพาะการพิจารณาใบเหลือง ใบแดงที่ผ่านมาทำให้พรรคพลังประชาชนได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ทั้งที่ทุจริตเลือกตั้ง พร้อมกับเปิดเวทีปราศรัยย่อยด้านหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ โจมตีการทำงานของ กกต.และรัฐบาลด้วยถ้อยคำที่รุนแรง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 400 นายคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งโดยรอบ อาคารศรีจุลทรัพย์

เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจะ พังแผงเหล็กกั้นที่ ปิดถนนพระราม 6 ด้านข้างอาคารศรีจุลทรัพย์ เพื่อต้องการล้อมอาคารสำนักงาน กกต.ไว้ แต่ไม่มีการปะทะกัน และ การชุมนุมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตามขณะนี้ กกต. ทั้ง 5 คนไม่ได้อยู่ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ เนื่องจากวันนี้ไม่มีการประชุม กกต. โดย นายประพันธ์ นัยโกวิท และ นายสุเมธ อุปนิสากร มีกำหนดเดินทางมายัง กกต.ในช่วงบ่ายวันนี้

ขณะที่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.เดินทางไปจังหวัดนครสวรรค์ ,

นางสดศรี สัตยธรรม เดินทางไปจังหวัดชลบุรี และ
นายสมชัย จึงประเสริฐ เดินทางไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

2 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประณามการขว้างระเบิดใส่ สนง. ผู้จัดการ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ร่วมประณาม การขว้างระเบิดใส่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ย้ำคุกคามสื่อคือ การคุกคามประชาชน

วันนี้ (16 มิ.ย.51) องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 2 องค์กร คือสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

ได้ออกแถลงการณ์ร่วมองค์กรวิชาชีพ เรื่อง ประณามการขว้างระเบิดใส่สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

จากกรณีที่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ถูกขว้างระเบิดปิงปองเข้าใส่ สำนักงานซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านพระอาทิตย์ เลขที่ 98/2-10 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จำนวน 2 ครั้ง เมื่อเวลา 22.15 น.ของวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็น การกระทำที่อุกอาจ มุ่งหวังข่มขู่การทำหน้าที่ของสื่อมวลชน นับเป็นการท้าทายต่ออำนาจหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการที่จะให้ความคุ้มครองและ พิทักษ์สันติสุขของประชาชน

จึงขอเรียกร้องต่อ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามจับกุมคนร้าย มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ เพื่อมิให้ เป็นเยี่ยงอย่าง ในการข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน ต่อไป

รวมทั้งให้มีการแถลงผลความคืบหน้าของ คดีต่อสาธารณชนโดยเร็ว ซึ่งนอกจาก เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ ในสิทธิเสรีภาพให้กับสื่อมวลชนที่ถูกคุกคาม ดังกล่าว แล้วยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและสังคมไทยอีกด้วย เพราะการคุกคามสื่อคือการคุกคามประชาชน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.