Accom Thailand

June 20, 2008

กองทัพกดดัน”นพดล”บี้เขมรปรับแผนที่กินแดนไทย

เผยเบื้องลึกปมเปิดเผยแผนที่เขาพระวิหาร หลังกองทัพไม่สบายใจแผนที่ของกัมพูชารุกล้ำเขตพื้นที่ทับซ้อน 10 เมตร หวั่นเสียดินแดน แต่ต้อง “เจรจาลับ” หลายรอบจน “นพดล” ยอมบินไปคุยกัมพูชา โดยยึดแผนที่ปี 2505 ตามคำพิพากษาศาลโลก
map preah viharn
ความพยายามของประเทศกัมพูชา ในการยื่นขอขึ้นทะเบียนต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ “เขาพระวิหาร” เป็น “มรดกโลก” กระทบกระเทือนอย่างรุนแรงต่อความรู้สึกของคนไทย เพราะถึงแม้ตัวปราสาทจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชาตามคำพิพากษาศาลโลก ทว่า พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีโบราณวัตถุต่างๆ เช่น สระตราว สถูปนูนต่ำ บันไดทางขึ้นเขาพระวิหาร ฯลฯ ก็ยังเป็นข้อพิพาทที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้เกิดกระแสชาตินิยม เพราะเกรงว่าไทยจะ “เสียดินแดน” ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง

ดังนั้น จึงช่วยไม่ได้ที่ นายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ จะถูกโจมตีอย่างรุนแรง หลังจากพยายามสานต่อความพยายามของรัฐบาลกัมพูชา ที่จะขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกอย่างขมีขมันจนผิดสังเกต

ท่าม กลางข้อครหาว่า อาการรีบเร่งของนายนพดลเกี่ยวพันอะไรกับข่าวการลงทุนเช่าเกาะกงไปทำเอน เตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่

แถม ยังมีข่าวเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งมีพื้นที่กว่า 3 หมื่นตารางกิโลเมตร และคาดว่าจะมีขุมทรัพย์ทางพลังงาน ทั้งก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมัน ซุกอยู่ใต้ผืนทะเลอย่างมหาศาล

ด้วยเหตุนี้ การเจรจาเรื่องเขาพระวิหารของนายนพดล จึงถูกจับตามองทุกฝีก้าวว่ามี “วาระซ่อนเร้น” อะไรอีกหรือไม่

ยิ่ง นายนพดลมีท่าทีเกรี้ยวกราดต่อคนศรีสะเกษ ที่ออกมาเรียกร้องให้เปิดเผยผลการเจรจาและแผนที่ฉบับที่ไปตกลงกับรัฐบาล กัมพูชา และการไม่ยอมเปิดเผยแผนที่ฉบับดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยิ่งทำให้เป็นที่สงสัยทวีคูณ

นั่นจึงทำให้นักวิชาการด้านต่างๆ ออกมาตั้งข้อสงสัยถึงท่าทีของนายนพดล และรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่ในแผนที่ปริศนากันอย่างกว้างขวาง

ส่วน พรรคฝ่ายค้านก็จี้ให้เปิดเผยแผนที่ฉบับนี้เสียที ขณะที่กลุ่มพันธมิตรก็เคลื่อนพลไปกดดันหน้ากระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว โดยตั้งข้อหาฉกรรจ์แก่นายนพดล ถึงขั้น “ขายชาติ” เลยทีเดียว

ฝ่าย ทหารก็มีท่าทีไม่พอใจอย่างมาก ที่นายนพดลไม่ยอมให้ดูแผนที่ แถมยังมาชี้แจงรายละเอียดสั้นๆ และกำชับให้กรมแผนที่ทหารห้ามเผยแพร่แผนอย่างเด็ดขาดอีกด้วย

เมื่อ แรงกดดันถาโถมเข้าใส่จากทุกสารทิศ จึงทำให้นายนพดลตัดสินใจนำรายละเอียดของแผนที่ฉบับที่ไปตกลงกับกัมพูชามาเผย แพร่ เพื่อลดแรงกดดัน แต่กว่าจะเอาแผนที่ออกมาโชว์ได้ก็ต้องผ่านการงัดข้อประลองกำลังกับฝ่ายทหาร มาชนิดเหงื่อตกเลยทีเดียว

มีรายงานว่า แผนที่ที่นายนพดลถือมาจากฝ่ายกัมพูชา มีพื้นที่ “รุกล้ำ” เข้ามาในเขตพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา 10 เมตร คือ มีการขีดเส้นออกมาจากบันไดหินขั้นที่ 162 วัดได้ระยะ 30 เมตร ซึ่งโฆษกรัฐบาลกัมพูชาระบุว่า เป็นกฎหมายภายในของกัมพูชาที่ใช้กับโบราณสถานทุกแห่ง

ปมปัญหา คือ ตามข้อตกลงเมื่อปี 2505 อาณาเขตกัมพูชาจะสามารถขีดออกมาจากบันไดหินขั้นที่ 162 ได้เพียง 20 เมตรเท่านั้น ฉะนั้นพื้นที่ที่เกินมาอีก 10 เมตร จึงทำให้ฝ่ายทหารไม่สบายใจ

เพราะนี่มันเสียดินแดนชัดๆ

ด้วย เหตุนี้ ฝ่ายทหารจึงพยายามชี้แจงให้นายนพดลเข้าใจว่า หากยึดถือแผนที่ฉบับที่กัมพูชาส่งมาอาจจะมีการรุกล้ำพื้นที่ทับซ้อนที่เป็น ปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชา ประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร จึงขอให้นายนพดลไปเจรจาให้รัฐบาลกัมพูชายึดแผนที่ฉบับเดิมที่ตกลงกันไว้

การ เจรจาหารือเรื่องนี้มีขึ้นระหว่างตัวแทนสามฝ่าย ได้แก่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ กระทรวงการต่างประเทศ และ พล.ท.แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

กรมแผนที่ทหารที่ไปสำรวจ พื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ได้แจ้งกระทรวงการต่างประเทศว่า ต้องมีการเจรจาให้ดี มิเช่นนั้นฝ่ายไทยอาจจะต้องเสียดินแดน

แต่ กว่าจะได้ข้อสรุปก็ต้องมีการ “เจรจาลับ” อยู่หลายรอบ โดยนายนพดลรับเป็นผู้เจรจากับประเทศกัมพูชา และถือแผนที่กัมพูชามาเปรียบเทียบกับแผนที่ไทย เพราะแผนที่ที่แต่ละฝ่ายถือไว้เป็นแผนที่ “คนละฉบับ” มาตั้งแต่ก่อนมีคำพิพากษาศาลโลกเมื่อปี 2505 แล้ว

โดยกัมพูชาต้องการให้ใช้แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 ที่ทำขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศส ในช่วงที่มีการล่าอาณานิคม

ส่วนฝ่ายไทยใช้แผ่นที่อัตราส่วน 1:50,000 ตามมติ ครม.ปี 2505 ในสมัยรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ฝ่าย ทหารมองว่า หากยึดตามแผนที่ฉบับของกัมพูชาจะทำให้พื้นที่ของตัวปราสาทรุกล้ำเข้ามาใน พื้นที่ทับซ้อน จึงขอให้นายนพดลไปเจรจาขอให้รัฐบาลกัมพูชาทำแผนที่ฉบับใหม่ขึ้นมา โดยยึดตามข้อตกลงปี 2505

นายนพดลยินยอมตามข้อเสนอของฝ่ายทหาร จึงเดินทางไปเจรจากับตัวแทนรัฐบาลกัมพูชา ทั้งที่เกาะกง และกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 22-23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ในที่สุดแผนที่ กัมพูชาเสนอมาให้ใหม่ ก็ให้ความยินยอมตามที่ไทยร้องขอไป โดยใช้เขตแดนนับจากตัวปราสาทเขาพระวิหารไปทางตะวันตก 100 เมตร และขึ้นไปทางเหนือ 20 เมตร ตามแผนที่ แอล 7017

ที่ประชุมสภาความ มั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จึงมีมติยอมรับ และเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ซึ่งมีมติเห็นพ้องตาม สมช. เพราะเห็นว่าแผนที่ฉบับที่กัมพูชาส่งมาให้พิจารณาไม่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ ทับซ้อนที่เป็นปัญหามานาน

ครม.จึงมอบหมายให้นายนพดลเป็นผู้ลงนาม ตามข้อเสนอกัมพูชา ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยมาร่วมเป็นสักขีพยาน

หลัง จากนั้นฝ่ายกัมพูชาจะส่งให้ยูเนสโกพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในการประชุมดับเบิลยูเอชซี ครั้งที่ 32 ณ เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ในกลางเดือนกรกฎาคมนี้

แต่ข้อตกลงครั้งนี้จะ “แฮปปี้เอ็นดิ้ง” ไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ก็ต้องรอดูต่อไป เพราะยังมีนักวิชาการบางส่วนท้วงติงว่า ไทยยัง “มีสิทธิ์” ในการเรียกร้องกรรมสิทธิ์เขาพระวิหารคืนได้ทุกเมื่อ เพราะรัฐบาลไทยเคยร้องขอที่จะ “สงวนสิทธิ์” ในการทวงคืนเอาไว้ตั้งแต่ปี 2505

การยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ก็เท่ากับ “ตัดสิทธิ์” ในการทวงคืนเขาพระวิหารไปโดยปริยาย

นั่น คือข้อท้วงติงที่แหลมคม และต้องพิสูจน์กันต่อไป แต่การแถลงข่าวเพื่อชี้แจงของนายนพดลครั้งล่าสุด ก็ช่วยลดกระแสโจมตีรัฐบาลไปได้พอสมควร

ขืนแบกข้อหาขายชาติ โดยไม่ยอมชี้แจง ย่อมถูกฝ่ายตรงข้าม “ล่อเป้า” และ “ขยายผล” จนมีสิทธิ์หล่นเก้าอี้ได้ไม่ยาก !!!

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ทีมข่าวความมั่นคง คมชัดลึก
www.komchadluek.net/2008/06/20/x_scoo_p001_207715.php?news_id=207715


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“วัชระ” ปลุกพี่น้อง “รามฯ” แสดงพลังลูกพ่อขุนฯ โค่นล้ม รบ.โจร!

“วัชระ” ปลุกพี่น้อง “รามฯ” แสดงพลังลูกพ่อขุนฯ โค่นล้ม รบ.โจร!
20 มิถุนายน 2551 02:28 น.
watchara petthong
“วัชระ” ปลุกจิตวิญญาณพี่น้องสายเลือด “รามฯ” ร่วมแสดงพลัง “ลูกพ่อขุนฯ” สนองคุณชาติด้วยการขับไล่รัฐบาลเผด็จการ อัดยับ “เป็ดเหลิม” ตระบัดสัตย์ หวนคืนสู่การเมือง ชี้ชัดป้ายสี “พันธมิตรฯ” ซ่องสุมอาวุธสงคราม หวังเดินเกมจัดการขั้นเด็ดขาด

คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายวัชระ เพชรทอง ปราศรัย

วันนี้ (20 มิ.ย.) นายวัชระ เพชรทอง อดีตบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในเวลา 13.00 น.ว่า นักศึกษาลูกพ่อขุนรามคำแหง และศิษย์เก่าทุกท่าน ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันลุกขึ้นสู้ดังคำขวัญที่ว่า “รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุนฯ สนองคุณชาติ ซึ่งบัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องสนองคุณชาติแล้ว เพราะนายจักรภพ เพ็ญแข พูดดูถูกองค์พ่อขุนรามคำแหงฯ ดังนั้นบ่ายโมงวันนี้ ขอให้มาเจอกัน อย่าไปเชื่ออาจารย์ที่ไม่ให้มาร่วมชุมนุม พี่น้องที่เคารพ ท่านต้องมาดูจิตใจที่กล้าหาญของคนหนุ่มสาว และคนชรา ที่ร่วมกันเสียสละเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

“ส่วนอดีตตำรวจเลวที่เคยประกาศเลิกเล่นการเมืองที่ประเทศเดนมาร์ก แต่วันนี้เขากลับมาเล่นการเมือง ซึ่งก็คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โดยวันนี้มานั่งในตำแหน่ง รมว.มหาดไทย แถมยังให้ร้ายกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า หลังเวทีพันธมิตรฯ มีการขนอาวุธสงครามมาเก็บไว้ และในฐานะที่ผมเป็นลูกศิษย์ของท่านพุทธทาส ภิกขุ ขอยืนยันว่าไม่มีอาวุธสงครามใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมากล่าวหาเช่นนี้นั้น เพราะต้องการสร้างข่าวให้เกิดความหวาดกลัว และเพื่อให้เป็นเงื่อนไขในการที่รัฐตำรวจจะเข้ามาจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ” นายวัชระ กล่าว

นายวัชระ กล่าวอีกว่า ในช่วงเช้าของวันนี้จะมีประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลชุด นี้ จะเดินทางไปหน้าบ้านของทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งนี้เขาไปกันเอง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแบ่งกำลังไปรักษาความปลอดภัยเอาไว้ให้ดี

“ที่สำคัญ ร.ต.อ.เฉลิม คงต้องสั่งการให้ตำรวจไปดูแลเป็นพิเศษก็คือ บ้านของ พ.ต.หญิงสุวาณี เลิศวิลัยพล ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ แต่เป็นอะไรกันนั้นผมไม่รู้ เพราะเท่าที่รู้มา ร.ต.อ.เฉลิม ชอบไปตอนดึกๆ ที่หมู่บ้านศรีเพชร ถี่ยิบ ฉะนั้นต้องขออภัยคุณลำเนา อยู่บำรุง ด้วย ดังนั้นวันนี้ขอให้พี่น้องเชื่อใจแกนนำพันธมิตรฯ ในการเดินทางไปทำเนียบฯ เพราะนายสมัครหมดเวลาแล้ว เนื่องจากไม่น่าเคารพ และคบไม่ได้ พูดสิบครั้ง โกหกสิบครั้ง” นายวัชระ ระบุ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072428


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“นพเหล่” อ้างไทยสุ่มเสี่ยงเสียดินแดน ต้องยอมเขมรขึ้นทะเบียน “พระวิหาร”

“นพเหล่” อ้างไทยสุ่มเสี่ยงเสียดินแดน ต้องยอมเขมรขึ้นทะเบียน “พระวิหาร”
20 มิถุนายน 2551 13:40 น.
noppadon
ส. ว.กระทู้ถาม “เขาพระวิหาร” แผลเป็นของคนไทย จี้ 4 ข้อกังขาเหตุเสียค่าโง่เขมร ด้าน “นพดล” อ้างต้องรีบทำก่อนเขมรฮุบพื้นที่ทับซ้อน งัดชื่อเสียงวงศ์ตระกูลการันตีความโปร่งใสไม่แฝงผลประโยชน์

วันนี้ (20 ม.ย.) ในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 20 มิถุนายน มีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามของ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต กรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ถามต่อนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ โดย ม.ร.ว.ปรียนันทนา กล่าวว่า เขาพระวิหารเป็นแผลเป็นของคนไทย 46 ปีแล้ว รัฐบาลดำเนินการต้องรอบคอบไม่กระทบอธิปไตยของประเทศ ประชาชนต้องรับทราบ ไม่ใช่เรื่องความลับของรัฐบาลไทยและกัมพูชาเท่านั้น แม้รัฐมนตรีของไทยจะประกาศรับผิดชอบหากเสียหาย แต่ความเสียหายก็เกิดไปแล้วเรียกคืนไม่ได้ จึงถามว่าการที่รัฐมนตรีจะไปประชุม วันที่ 2-10 กรกฎาคม 1.ทำไมประเทศไทยจึงให้การสนับสนุนตัวปราสาท เป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียวของกัมพูชา 2.ทำไมไม่เสนอให้ร่วมกันอย่างเสมอภาค 3.ทำไม รมว.ต่างประเทศ จึงเร่งรีบเซ็นและไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะทั้งที่มีการคัดค้านอย่างต่อ เนื่อง และ 4.ทำไมไม่เปิดเผยข้อมูลแผนที่จริงก่อนลงนาม ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่ไม่มีการชี้แจงต่อสภา เกรงว่า จะทำให้ประเทศไทยเสียสิทธิ์การบริหารจัดการพื้นที่เขตแดนและอธิปไตยของไทยใน อนาคต

ด้าน นายนพดล ชี้แจงว่า กรรมสิทธิ์ในตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชาตามคำตัดสินของศาลโลกเมื่อ ปี 2505 และเมื่อประมาณปี 2549 ทางกัมพูชาได้ขอขึ้นทะเบียนตัวปราสาทเป็นมรดกโลก ซึ่งไทยก็เคยขอขึ้นทะเบียนร่วม แต่ได้รับคำปฏิเสธจากกัมพูชา ที่สำคัญการขอขึ้นทะเบียนดังกล่าว ในช่วงแรกกัมพูชาได้รวมพื้นที่ทับซ้อนไปด้วย แต่ไทยได้คัดค้านมาตลอด เมื่อตนเข้ามารับตำแหน่งก็เห็นว่าไทยสุ่มเสี่ยงที่จะเสียดินแดนจึงได้เจรจา มาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กัมพูชาตัดพื้นที่ทับซ้อนออกไปท้ายที่สุด ในการเจรจาที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสกัมพูชาจึงยอมไทยที่จะขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทและยอมให้ไทย ตรวจสอบแผนที่ ซึ่งฝ่ายทหารก็ยืนยันแล้วว่าแผนที่กัมพูชาไม่ได้รุกล้ำดินแดนไทย

ส่วนสาเหตุที่ต้องดำเนินการในช่วงนี้ เพราะกรอบเวลาบังคับอยู่ เนื่องจากยูเนสโกจะมีการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนในเดือนกรกฎาคมนี้ หากเราไม่ดำเนินการเจรจาจะสุ่มเสี่ยงที่กัมพูชาจะนำพื้นที่ทับซ้อนไปขึ้น ทะเบียนด้วยซึ่งจะส่งผลให้ไทยสูญเสียดินแดน และเรื่องนี้ไม่ได้บิดบัง เพราะได้แจกเอกสารให้สื่อมวลชนทุกชิ้น

ส่วนที่ไม่นำเข้าชี้แจงต่อรัฐสภาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ เพราะคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ไม่มีสถานะเป็นสนธิสัญญา และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต จึงไม่ต้องนำเข้ารัฐสภาส่วนปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่มีชาวกัมพูชาเข้าไปสร้าง สิ่งปลูกสร้างต่างๆ นั้นจะมีการเจรจาหาทางออกร่วมกันต่อไป

“การดำเนินการครั้งนี้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนผมสำนึกในภารกิจของผมที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ถ้าผมยอมให้ประเทศไทยเสียดินแดน ผมจะอยู่ในประเทศไทยได้อย่างไร ผมไม่เอาอนาคตทางการเมือง ไม่เอาผลประโยชน์ทางการเมือง ผมไม่เอาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลผม มาผูกกับการเจรจาระหว่างประเทศเพียงแค่จะไปเอาใจกัมพูชา เพราะผมไม่ได้เป็นญาติ ผมเป็นเพื่อนบ้านเขาเท่านั้นเอง” นายนพดลกล่าว

พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072617

ทัพแรกถึงนางเลิ้ง ปชช.เรือนหมื่น โห่ไล่รัฐบาลลูกกรอก

ทัพแรกถึงนางเลิ้ง ปชช.เรือนหมื่น โห่ไล่รัฐบาลลูกกรอก
20 มิถุนายน 2551 13:21 น.

เคลื่อน พลสองทัพแรก ลุล่วง ล่าสุด “จำลอง-สนธิ-สมเกียรติ” นำประชาชนไปได้ถึงแยกนางเลิ้งแล้ว พร้อมตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราว รอทัพแกนนำจากฟากอื่นมาสมทบ โดยประชาชนยังเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ขณะที่ประชาชนบางส่วนที่เคลื่อนผ่านทางด้านวัดเบญจมบพิตรได้ฝ่ามาถึงรั้ว ทำเนียบฯแล้ว

วันนี้ (20 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และน.ส.อัญชลี ไพรีรัก ได้นำผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเดินเท้าจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ มาสมทบกับกลุ่มของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ปักหลักรออยู่บริเวณแยกนางเลิ้งได้สำเร็จ และได้ตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวบนรถบรรทุก 6 ล้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ประชาชนยังหลั่งไหลเข้ามาร่วมชุมนุมที่บริเวณแยกนางเลิ้งอย่างไม่ขาดสาย โดยล่าสุดมีจำนวนนับหมื่นคนแล้ว

ทั้งนี้แกนนำพันธมิตรฯ ได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยชั่วคราว โดยนายสนธิได้กล่าวบนเวทีปราศรัยเรียกร้องอย่าไปโกรธตำรวจเพราะต้องทำ หน้าที่ตามคำสั่งของนักการเมืองสถุน พร้อมให้คำมั่นกลุ่มผู้ชุมนุมว่าไม่เกินเที่ยงคืนวันนี้ ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ดร.กำมะลอ ต้องลี้ภัยแน่นอน และเชื่อว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 5 แสนคน

“สมศักดิ์-พิภพ” นำทีมพันธมิตรฯ เคลื่อนผ่านแยกประชาเกษมแล้ว
เมื่อเวลา 13.30น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่นำโดย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายพิภพ ธงไชย ได้เคลื่อนขบวนออกมาทางวัดมกุฏกษัตริยาราม ผ่านแนวกั้นของตำรวจออกมาได้ด้วยความเรียบร้อยโดยไม่มีการปะทะกัน และเดินเท้าผ่านแยกประชาเกษม มุ่งหน้าไปทางตลาดเทเวศร์ เพื่อไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรั้วเหล็กมากั้น และตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ในชุดปราบจลาจล รวมถึงมีการนำรถห้องขังมาจอดตามแนวเส้นทางที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบฯ ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เดินขบวนฝ่านด่านแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณ วัดเบญจมบพิตร และเข้าประชิดรั้วทำเนียบรัฐบาลแล้ว โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถต้านทานได้

ขณะที่บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลได้มีการปิดล้อมทั้งหมด และตรึงกำลังบริเวณประตูทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวดแม้ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะขยับประชิดประตูประตูทำเนียบรัฐบาลก็ตาม นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาช่วยรับแรงปะทะกับกลุ่ม พันธมิตรฯ ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072590


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พันธมิตรฯ” แถลงเคลื่อนขบวนด้วยความสงบ-อหิงสา-ปราศจากอาวุธ

“พันธมิตรฯ” แถลงเคลื่อนขบวนด้วยความสงบ-อหิงสา-ปราศจากอาวุธ
20 มิถุนายน 2551 10:30 น.

พันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 14/2551 ธำรงความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ ย้ำทำหน้าที่ตาม ม.70 โค่นล้มระบอบทักษิณ และไล่รัฐบาลหุ่นเชิด หากการเคลื่อนขบวนถูกขวางจะแสดงไมตรีด้วยรอยยิ้ม ไม่ด่าทอ ไม่ยั่วยุ และปราศจากอาวุธทุกประเภท ย้ำผู้ฝ่าฝืนแนวทางนี้คือ “นรกป่วนกรุง”

คลิกที่นี่ เพื่อฟังแถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 14/2551

แถลงการณ์ ฉบับที่ 14/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง
ธำรงความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ

ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลให้หยุดการล้มล้างรัฐธรรมนูญ หันมาแก้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาปากท้องของประชาชน ครั้นเวลาผ่านไปนาน รัฐบาลหุ่นเชิดกลับทำสิ่งที่ตรงกันข้าม เดินหน้าล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาของตัวเองและพวกพ้อง ไม่ให้พิสูจน์ตัวเองในการพิจารณาของชั้นศาล ไม่แก้ปัญหาของประเทศชาติ และประชาชน ทำให้ประชาชนได้เกิดความไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเดือดร้อนจากปัญหาข้าวยากหมากแพง

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 11/2551 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2551 เพื่อเรียกร้องให้หยุดล้มล้างรัฐธรรมนูญ พร้อมๆ กับการประกาศขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด เพราะรัฐบาลได้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติแล้ว

การเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น ได้ใช้วิถีทางบริหารจัดการที่เป็นประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากการประชุมในระดับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแล้ว แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังได้มีการสอบถามความเห็นต่อหน้ามวล มหาประชาชนที่เข้ามาร่วมชุมนุมโดยตลอด

การชุมนุมโดยสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ และไล่รัฐบาลหุ่นเชิดนั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถือเป็นภารกิจศักดิ์สิทธิ์ของพี่น้อง ประชาชนด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. ปฏิบัติภารกิจศักดิ์สิทธิ์เพราะถือว่าเป็นการ “ทำหน้าที่”
2. ปฏิบัติภารกิจศักดิ์สิทธิ์เพราะถือว่าเป็นการ “ใช้หนี้แผ่นดิน”
3. ปฏิบัติภารกิจศักดิ์สิทธิ์เพราะถือว่าเป็นการ “ทำบุญ”

การปฏิบัติภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการ “ทำหน้าที่” เพราะตามมาตรา 70 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 บัญญัติเอาไว้ว่าปวงชนชาวไทยมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญนี้

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงอาศัยบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา 69 และใช้เสรีภาพตามมาตรา 63 ในการชุมนุมโดยสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ ในการปฏิบัติตาม “หน้าที่” นี้

การปฏิบัติภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการ “ใช้หนี้แผ่นดิน” เพราะเมื่อเกิดมาเป็นคนไทยแล้วทุกคนย่อมเป็นหนี้ต่อแผ่นดินกันทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาวิกฤตร้ายแรงดังเช่นปัจจุบัน ประชาชนจึงต้องมาร่วมกันใช้หนี้ต่อแผ่นดิน

การปฏิบัติภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ ถือเป็นการ “ทำบุญ” ดังกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานไว้เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2530 เนื่องในปีมหามงคลในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษาว่า “การสร้างประโยชน์ ก็คือการทำบุญ” โดยให้ช่วยกันพัฒนาบึงมักกะสันเพื่อเป็นการทำบุญเนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระ ชนมายุ 60 พรรษา

บัดนี้ พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ได้ชุมนุมถึง 27 วัน 27 คืนแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้ดำเนินการหยุดล้มล้างรัฐธรรมนูญและลาออกไปแต่อย่างใด เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนจึงต้องแสดงพลังประชาชนครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการเคลื่อนการชุมนุมไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนยันในเจตนารมณ์อย่างแรงกล้าของประชาชนในวันนี้

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอย้ำในแนวทางที่ยึดมั่นอีกครั้งหนึ่งว่า การเคลื่อนการชุมนุมไปยังทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะไม่เข้าไม่บุกรุก ไม่เข้ายึด ไม่เข้าไปในทำเนียบรัฐบาล แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูทำเนียบรัฐบาล พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็จะไม่มีเป้าประสงค์เพื่อเข้าไปในทำเนียบ รัฐบาลแต่ประการใด

การเคลื่อนการชุมนุมในครั้งนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอประกาศให้ทราบว่า จะเป็นไปด้วยความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ เช่นเดิมซึ่งเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เสมือนรูปแบบการเดินเพื่อการกุศล

ดังนั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอประกาศจุดยืนให้ทราบโดยทั่วกันเป็นการล่วงหน้าว่า หากการเคลื่อนขบวนนั้นได้ติดอุปสรรคกีดขวางโดยเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มผู้ชุมนุมก็จะแสดงไมตรีด้วยรอยยิ้ม ไม่ด่าทอ ไม่ยั่วยุ และปราศจากอาวุธทุกประเภท ไม่ใช้ก้อนหิน ไม่พกด้ามเหล็ก ไม่พกไม้เบสบอล และไม่ใช้อุปกรณ์หนังสติ๊ก

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเดินขบวนครั้งนี้ ได้มีผู้ไม่หวังดีและอันธพาลในฝ่ายรัฐบาลต้องการสร้างความวุ่นวายและใส่ร้าย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วยการปะปนเข้ามาในการชุมนุม แม้จะไม่มีเครื่องแบบเพื่อแบ่งแยกผู้ชุมนุมได้ แต่ระยะเวลาตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าการชุมนุม ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นมีแต่ความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ โดยที่ไม่เคยเกิดเหตุวุ่นวายแม้แต่ครั้งเดียว พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงถือว่าใครก็ตามที่ไม่ทำตามจุดยืนของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตามที่ได้แถลงการณ์มาข้างต้น ถือเป็นกลุ่มอันธพาลนรกป่วนกรุงในฝ่ายรัฐบาลที่ต้องการจะก่อความวุ่นวายบ้าน เมืองด้วยการ พกพาอาวุธ ด่าว่ายั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสร้างเงื่อนไขให้เกิดการทะเลาะวิวาท ให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการอย่างเด็ดขาด

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้วางแแผนในการปฏิบัติครั้งนี้ด้วยความอหิงสาและเรียบร้อย ดังนั้น ไม่ว่าจะเคลื่อนย้ายไปทางใดหรือไม่ และไปได้ใกล้ไกลแค่ไหนอย่างไร ก็ถือเป็นชัยชนะสำหรับการชุมนุมในวันนี้ที่ได้แสดงเจตนารมณ์ของประชาชนอย่าง หาญกล้าแล้ว

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอประกาศแจ้งให้ทราบว่า ตลอดระยะเวลาการชุมนุมที่ สะพานมัฆวานฯ ถนนราชดำเนินนอกนั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำเป็นต้องสะสมไม้เบสบอล ท่อนเหล็ก ท่อนไม้ ที่ประชาชนบริจาคเอาไว้ให้ ก็เพื่อไว้ป้องกันชีวิตของผู้ชุมนุม เนื่องจากกลุ่มอันธพาลในฝ่ายรัฐบาลได้พยายามเข้ามาทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุม ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เลย ดังที่ได้เคยเกิดเหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ และเคลื่อนการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 ที่ประชาชนของผู้ชุมนุมฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ถูกทำร้าย ร่างกายอย่างโหดเหี้ยมโดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเพิกเฉยเสมือนสมรู้ร่วมคิด กับกลุ่มอันธพาลดังกล่าวอีกด้วย

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะมุ่งมั่นธำรงความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ ต่อไป

ด้วยจิตคารวะและสันติ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
20 มิถุนายน 2551

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072482


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พันธมิตรฯ เตรียมเรือพายข้ามคลองผดุงฯ สู่ทำเนียบ

พันธมิตรฯ เตรียมเรือพายข้ามคลองผดุงฯ สู่ทำเนียบ
20 มิถุนายน 2551 11:46 น.

พันธมิตรฯ งัดยุทธศาสตร์สงครามเก้าทัพ ตระเตรียมเรือพาย 10 ลำข้ามคลองผดุงเกษมปิดล้อมทำเนียบ ด้านม็อบเติมเงินยังคงปราศรัยท้าทายต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
boat demo
วันนี้ (20 มิ.ย.) บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ก่อนดีเดย์บุกล้อมทำเนียบรัฐบาลในเวลา 13.00 น.ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บนเวทีแกนนำยังคงปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาร่วมเคลื่อนขบวนปิดล้อม ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ชุดรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เตรียมพร้อมซักซ้อมความเข้าใจในการดูแลเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม โดยได้เตรียมเรือพายจำนวน 10 ลำไว้ คาดว่าจะใช้เพื่อข้ามคลองผดุงกรุงเกษม มายังฝั่งทำเนียบฯ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมไว้เช่นกัน

ส่วนที่บริเวณแยก จปร.ได้มีกลุ่ม นปก.(แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ) ซึ่งย้ายมาปักหลักชุมนุมตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีการปราศรัยโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072530


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ตร.ตรึงกำลังอารักขาทำเนียบเข้ม รับมือพันธมิตรฯ

ตร.ตรึงกำลังอารักขาทำเนียบเข้ม รับมือพันธมิตรฯ
20 มิถุนายน 2551 10:48 น.
demo 20 jun 08
“สมัคร” ยังคงปฎิบัติภารกิจตามปกติ โดยไม่มีการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย ขณะที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่จะผ่านเข้าออกจะต้องตรวจดูบัตรอย่างเข้มงวด

วันนี้ (20 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าบ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในซอยนวมินทร์ 81 ช่วงเช้าวันนี้ (20 มิ.ย.) ซึ่งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนการชุมนุมมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาลว่ายังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยดูแลความเรียบร้อยตามปกติ ไม่มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่มาเสริมแต่อย่างใด เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีที่เดินทางออกจากบ้านพักในเวลา 08.40 น.เพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ถ.ศรีอยุธยา โดยไม่ใช้รถนำ และไม่เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ด้านบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ข้าราชการที่จะเข้าทำงานต้องเดินและถูกตรวจบัตรเข้ม ตั้งแต่แยกนางเลิ้ง แยกสวนมิสกวัน ก่อนเดินเข้าที่ทำงาน ขณะที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบฯ ได้รับคำสั่งให้ตรวจเข้มบุคคลแปลกหน้า โดยข้าราชการบางรายบอกว่าจะขอดูสถานการณ์ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเดินทางกลับ บ้านหลังเที่ยงวันหรือไม่ ส่วนร้านอาหารหลายร้านจะขายเพียงครึ่งวัน ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นก็จะเปิดบริการถึง 21.00 น.เท่านั้น

ทางด้านกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนตัวมาถึงแยกนางเลิ้งนั้น ขณะนี้ตำรวจตั้งจุดสกัดไว้ที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ ส่วนบริเวณทำเนียบฯ ด้านหลัง ตำรวจเริ่มทยอยตั้งแถวบริเวณริมรั้วแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072492


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

นาทีต่อนาที! พันธมิตรฯ เคลื่อนพลดาวกระจายล้อมทำเนียบไล่รัฐบาลหุ่นเชิด

นาทีต่อนาที! พันธมิตรฯ เคลื่อนพลดาวกระจายล้อมทำเนียบไล่รัฐบาลหุ่นเชิด
20 มิถุนายน 2551 10:57 น.

ติดตาม การเคลื่อนไหวนาทีต่อนาที กับการเคลื่อนขบวนครั้งใหญ่ หลังพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตัดสินใจเป่านกหวีดเคลื่อนพลไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ และขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดให้ออกไปในวันนี้ (20 มิ.ย.)

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศชุมนุมใหญ่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อระบอบทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งต่อต้านการครอบงำโดยระบอบทักษิณที่มีรัฐบาลหุ่นเชิดเป็นตัวแทน โดยได้เคลื่อนการชุมนุมมาปักหลักที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนิน เนื่องจากถูกสกัดกั้นโดยอำนาจของรัฐตำรวจ ซึ่งจนถึงขณะนี้การชุมนุมยืดเยื้อได้ล่วงเข้าวันที่ 27 แล้ว

06.00 น.
– ประชาชนเริ่มทยอยรวมตัวที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนิน ซึ่งเป็นจุดตั้งเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขณะที่บางส่วนได้ทยอยไปรอที่ทำเนียบรัฐบาลบ้างแล้ว

07.30 น.
-พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีสะพานมัฆวานฯ ชี้แจงแนวทางการเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบฯ โดยยึดหลักอหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พกอาวุธ เด็ดขาด พร้อมระบุว่ามีคนจาก นปก.พยายามจะแทรกซึมเข้ามาเพื่อก่อความวุ่นวาย ขอให้สังเกตว่าใครที่มีพฤติกรรมต่างจากที่กล่าวมาแม้จะแต่งตัวคล้าย พันธมิตรฯ ก็ให้ถือว่าเป็นพวก นปก.

08.00น.
– ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ นักรัฐศาสตร์อาวุโส ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ให้กำลังใจต่อผู้ชุมนุม

09.00 น.
– รายงานสภาท่าพระอาทิตย์ จัดรายการเสวนาสดบนเวที

09.30 น.
– นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อ่านประกาศแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 14/ 2551 เรื่อง “ธำรงความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ”

10.00น.
– บรรยากาศบนเวทีพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ยังคงดำเนินไปตามปกติ

10.15น.
– นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พร้อมด้วยผู้ชุมนุมบางส่วน ได้หลุดแนวปิดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถเข้าไปถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าแล้ว แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นไม่ให้เดินหน้าต่อไป และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาให้ถอยขบวนออกนอกพื้นที่

11.30น.
– พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ นำผู้ชุมนุมประมาณ 100คน ฝ่าด่านตำรวจบริเวณวัดโสมนัสไปได้บางส่วนแล้ว

– ครูอารมณ์ มีชัย แม่ดีเด่นแห่งชาติ และข้าราชการครูบำนาญ ขึ้นเวทีปราศรัยให้กำลังใจผู้ชุมนุม

11.50น.
– นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สงขลา อดีตอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แนะนำวิธีป้องกันตัวกรณีถูกสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา

11.56น.
– นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย

12.00น.
– ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวปราศรัยบนเวที

12.20น.
– นายวีระ สมความคิด ขึ้นเวทีปราศรัยให้กำลังใจผู้ชุมนุม

12.30น.
– กลุ่มผู้ชุมนุม ชุดที่มี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ เป็นผู้นำขบวน ได้เคลื่อนพลไปถึงบริเวณแยกนางเลิ้งก่อนตัดเข้าถนนนครสวรรค์ และเลี้ยวซ้ายด้านข้างประตูทำเนียบ

12.40น.
– นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ นำชุดผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเคลื่อนมาสมทบกับชุดของพล.ต.จำลอง ได้แล้ว ซึ่งล่าสุดมีผู้ชุมนุมตรงจุดดังกล่าวแล้วนับหมื่นคน

12.45น.
– พันธมิตรฯ ตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวบนรถบรรทุก บริเวณแยกนางเลิ้ง

13.20น.
– นายศรัณยู วงศ์กระจ่าย ซึ่งเดินขบวนมาพร้อมผู้ชุมนุม ขึ้นเวทีพันธมิตรฯชั่วคราวแยกนางเลิ้ง ร้องเพลงให้กำลังใจประชาชน

13.30น.
– นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายพิภพ ธงไชย นำพันธมิตรฯอีกกลุ่ม เคลื่อนขบวนออกมาทางวัดมกุฏกษัตริยาราม ผ่านแนวกั้นของตำรวจออกมาได้ด้วยความเรียบร้อย

13.45น.
– กลุ่มผู้ชุมนุม1,000 คน ฝ่าด่านตำรวจถึงหน้าทำเนียบฯแล้ว
– นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายพิภพ ธงไชย นำพันธมิตรฯ นำพันธมิตรฯกลุ่มหนึ่งถึงแยกมิสกวัน

14.25น.
-นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และ นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ ได้นำผู้ชุมนุมฝ่าด้านแยกมิสกวันมายังหน้าทำเนียบฯได้แล้ว

15.00น.
– นายสมศักดิ์ ได้นำหัวขบวนพันธมิตรฯ ที่สามารถผ่านเข้าหน้าทำเนียบฯได้แล้ว เดินมุ่งผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตพาณิชย์พระนคร มาสมทบกับกลุ่มที่แยกนางเลิ้ง โดยให้ท้ายขบวนยาวพาดไปหน้าทำเนียบฯ

15.07น.
– เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคลื่อนย้ายรถบรรทุกขนผู้ต้องหาออกจากแยกนางเลิ้ง ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯทั้งหมดบรรจบกันได้

15.27น.
– พล.ต.จำลอง อ่านแถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 14/2551 บนเวทีพันธมิตรฯที่แยกนางเลิ้งอีกครั้ง

15.30น.
– พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก.และรองโฆษก ตร. แถลงยอมรับว่า การที่พันธมิตรฯเคลื่อนพลยึดทำเนียบได้ ถือเป็นชัยชนะของสังคม ที่ตำรวจและประชาชน ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง

– นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เรียกพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 และนายธีรพล นภรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หารือด่วนที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต

– พันธมิตรฯ เริ่มตั้งเวทีถาวร บริเวณแยกนางเลิ้ง ขณะเดียวกันก็ตั้งเวทีคู่ขนานที่แยกมิสกวันอีกแห่ง

15.40 น.
– นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ได้นำกลุ่มประชาชนที่ติดด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจฝั่งสะพานมัฆวานรังสรรค์ กว่าพันคน เดินทางไปตามถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม และข้ามสะพานตรงข้ามคุรุสภา เพื่อที่จะเลี้ยวขวาออกมุ่งหน้าสู่ทำเนียบฯ

17.30น.
– พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ประชุมประเมินภาพรวมการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เบื้องต้นพอใจผลการทำงานของตำรวจ

17.50น.
– พันธมิตรฯ ได้ยุบเวทีชั่วคราวบริเวณแยกมิสกวัน เพื่อไปรวมเป็นเวทีใหญ่แห่งเดียวที่แยกนางเลิ้ง โดยได้ทยอยขนอุปกรณ์ และประชาชนที่ตกค้างจากสะพานมัฆวานฯมาสมทบด้วย

18.00น.
– เริ่มมีการปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯชั่วคราวที่บริเวณแยกนางเลิ้ง

19.10น.
– นายประพันธ์ คูนมี อดีตสนช. กล่าวปราศรัยบนเวที

19.28น.
– นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัยบนเวที

20.00น.
– การ์ดพันธมิตรฯ ได้นำประชาชนชุดสุดท้ายที่อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ประมาณ 100 คน ขอผ่านด่านสกัดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาได้อย่างสงบ โดยเจ้าหน้าที่ยอมเปิดทางเล็กๆให้ผ่านแต่โดยดี

– ขณะที่บริเวณแยกนางเลิ้ง อาสาสมัครพันธมิตรฯฯ เริ่มก่อสร้างเวทีถาวรขึ้น

21.00น.
– นายเทิดภูมิ ใจดี อดีตผู้นำแรงงาน ขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวพันธมิตรฯ

21.20น.
– นายสุริยัน ทองหนูเอียด แกนนำพันธมิตรภาคเหนือ และอดีตผู้นำนักศึกษา ขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวพันธมิตรฯ

21.45น.
– อาจารย์ประยูร อัครบวร อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวพันธมิตรฯ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072494


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“จำลอง” พร้อมผู้ชุมนุมนับหมื่นถึงแยกนางเลิ้งแล้ว

“จำลอง” พร้อมผู้ชุมนุมนับหมื่นถึงแยกนางเลิ้งแล้ว
20 มิถุนายน 2551 11:56 น.

พันธมิตรฯ เริ่มขยับ “จำลอง” นำผู้ชุมนุมประมาณ 100 คน ฝ่าด่านตำรวจตรงวัดโสมนัส เกิดการปะทะเล็กน้อยแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยล่าสุดสามารถนำผู้ชุมนุมฝ่าด่านไปได้ทั้งหมดแล้ว และกำลังเคลื่อนอย่างช้าๆสู่หน้าทำเนียบฯ

วันนี้ (20 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 คน ได้เคลื่อนพลเพื่อฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปักหลักอยู่ที่วัดโสมนัส จนทำให้เกิดมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่ในชุดควบคุมจลาจลเล็กน้อย โดยมีประชาชนบางส่วนสามารถด่านไปได้ ขณะที่ พล.ต.จำลอง ได้ถอยกลับมาและขึ้นยืนบนรถบรรทุก และใช้โทรโข่งเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบและห้ามทำร้ายเจ้า หน้าที่

11.55 น.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มพันธมิตรฯ สามารถฝ่าด่าน ตร.ด้านประตูโสมนัสไปได้แล้วและกำลังเคลื่อนขบวนไปบริเวณรั้วทำเนียบ โดย พล.ต.จำลองสามารถนำรถบรรทุกเคลื่อนขบวนนำหน้าไปได้อย่างช้าๆ

จากนั้นเมื่อเวลา 12.00 น.หลังฝ่าด่าน ตร.ตรงด่านโสมนัสได้แล้ว พล.ต.จำลอง ได้เดินเท้านำขบวนเดินเท้าผ่านแยกนางเลิ้งก่อนตัดเข้าถนนนครสวรรค์ และเลี้ยวซ้ายไปด้านข้างประตูทำเนียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนพลผ่านหน้ามูลนิธิ 111 ได้มีการส่งเสียงโห่ไล่

ล่าสุด พล.ต.จำลอง สั่งให้ผู้ชุมนุมนั่งเพื่อรอกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่ง ก่อนมีจัดรูปขบวนใหม่ ซึ่งมีจำนวนประมาณหมื่นคนและมีการตั้งเวทีชั่วคราวปราศรัยขับไล่รัฐบาล

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ์จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072539


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สนธิ” เคลื่อนพลสมทบ “จำลอง” เฉดหัว ดร.กำมะลอลี้ภัยแน่คืนนี้

“สนธิ” เคลื่อนพลสมทบ “จำลอง” เฉดหัว ดร.กำมะลอลี้ภัยแน่คืนนี้
20 มิถุนายน 2551 12:15 น.
sonthi_20jun08
“สนธิ” ปลุกจิตสำนึกผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เรือนแสน เรียกร้องปกป้องราชวงศ์จักรีขับไล่รัฐบาลขายชาติ ก่อนเคลื่อนขบวนล้อมทำเนียบ

วันนี้ (20 มิ.ย.) เมื่อเวลา 12.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีพร้อมเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักต่อสู้มาแล้ว 27 วัน 27 คืน ให้ต่อสู้เพื่อราชวงศ์จักรี ต่อต้านพวกคิดล้มล้างสถาบันกษัตริย์และคิดสถาปนาสาธารณรัฐ พร้อมระบุว่า ตลอดเวลาที่พระเจ้าอยู่หัวครองราชย์มายาวนานถึง 62 ปี ประเทศไทยไม่เคยเสียดินแดนให้ใคร แต่รัฐบาลนี้ได้ขายสมบัติชาติปราสาทเขาพระวิหารให้ประเทศเขมรไปแล้ว เราทุกคนเป็นหนี้แผ่นดินดังนั้นต้องยึดประเทศกลับคืนมา

12.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิ พร้อมด้วยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้นำขบวนเดินเท้าจากเวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคนได้เดินทางตามเป็นรูปขบวนเพื่อไปสมทบกับกลุ่ม ของ พล.ต.จำลอง ที่ปักหลักปราศรัยรอบบริเวณแยกนางเลิ้ง โดยมี ตร.ตั้งด่านเสริมกำลังสกัดอย่างเข้มงวด

12.40 น. นายสนธิ ได้เดินทางมาถึงแยกนางเลิ้ง เพื่อสมทบกัลกลุ่มผู้ชุมนุมของ พล.ต.จำลอง พร้อมขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัย เรียกร้องอย่าไปโกรธตำรวจเพราะต้องทำหน้าที่ตามคำสั่งของนักการเมืองสถุน พร้อมให้คำมั่นกลุ่มผู้ชุมนุมว่าไม่เกินเที่ยงคืนวันนี้ ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ดร.กำมะลอ ต้องลี้ภัยแน่นอน และเชื่อว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 5 แสนคน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000072554


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Blog at WordPress.com.