“จำลอง” ชี้มูลเหตุเขมรข่มขู่ไทย เกิดจากพวกขี้ขลาดตาขาว
ผู้จัดการออนไลน์
28 มิถุนายน 2551 23:13 น.
“จำลอง” ชี้มูลเหตุที่เขมรมาขู่ เรื่องตัดสัมพันธไมตรี ต้นตอเกิดจากพวก “ขี้ขลาดตาขาว” พร้อมย้ำประชาชนให้อดทน ชัยชนะใกล้มาถึงแล้ว ก่อนขอบคุณคณะทำงานสถาบันไทยคดี เรื่องข้อมูล ผลวิจัยเขาพระวิหาร สดุดี “ตำรวจหนุ่ม” ผู้เสียสละปกป้อง 3 สถาบัน ในพื้นที่ชายแดนใต้ จวกครูโรงเรียน ใกล้ที่ชุมนุมอย่าจ้องเล่นงาน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ วอนแม่ทัพภาค 3 ปล่อยอิสระ ให้กับเหล่าทหารผู้รักชาติ ออกมาแสดง จุดยืนตามสิทธิหน้าที่ของประชาชน
คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย
วันนี้ (28 มิ.ย.) เวลาประมาณ 21.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นปราศรัยบนเวที บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้า กรณีเขาพระวิหารว่า
เมื่อวานก่อนนี้คณะทำงานของสถาบันคดีไทยศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มาพบกับพวกเรา โดยได้นำดอกไม้ และพวงมาลัยมามอบให้แกนนำพันธมิตร พร้อมทั้งขอบคุณที่เราเป็นเกราะกำบังให้ นอกจากนี้ ยังนำผลการวิจัยผลการศึกษา ที่ทำมานานเกี่ยวกับเรื่องประสาทพระวิหาร มาให้ พร้อมระบุว่า ถ้าพันธมิตรฯ ไม่นำไปใช้ ผลการศึกษาวิจัยที่ทำขึ้นมาก็จะไม่มีประโยชน์อะไร
“ผมบอกคณะทำงานนี้ไปว่า พวกเราต่างหากที่จะต้องขอบคุณ เพราะได้อาศัยข้อมูลมายืนยันเพื่อให้เห็นเด่นชัดว่า คณะที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มีความเห็นว่ารัฐบาลทำผิดพลาด ถ้าไปลงนามรับรองของเขมรแล้ว เราจะเสียดินแดนทันที และ มีแนวโน้มว่า การที่นักการเมืองของคนไทยมาทำเรื่องนี้ น่าจะมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ แค่นี้ก็พอใจแล้ว ต้องขอขอบคุณ คณะทำงานสถาบันคดีไทยศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” พล.ต.จำลอง กล่าว
พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า มีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายของตำรวจหนุ่มผู้หนึ่ง อายุ 24 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งเกิดวันเดียวกับ แม่ ของเขาด้วย โดยได้เขียนลงบันทึกไว้ว่า ถ้าหากรอดชีวิต จะกลับไปฉลองวันเกิดกับแม่ที่บ้าน และได้เขียนบันทึกไว้ด้วยว่า
ชีวิตของคนเรา แท้จริงแล้วไม่ต้องการอะไรมากเลย และไม่ได้ต้องการอะไรอีกแล้ว สุดท้าย เขาผู้นี้ ก็ไม่ได้มีโอกาสกลับไปหาแม่อีกชั่วชีวิตในวันเกิดวันนั้นเอง
“ขอสดุดีตำรวจผู้หาญกล้า ผู้ปกป้อง 3 สถาบันด้วยชีวิต พวกเราก็ได้เสียสละเช่นกัน แต่เสียสละเท่านายตำรวจผู้นี้ไม่ได้ เพียงแต่มาลำบากเพียง 35 วัน กินกลางถนนนอนกลางถนน เราก็ว่าเราลำบากแล้ว แต่ไม่เท่านายตำรวจผู้นี้” พล.ต.จำลอง กล่าว
พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า หันมาดูครูที่โรงเรียนนี้บ้าง ให้มาเทียบกับพวกเรา อย่าไปเทียบกับตำรวจผู้นั้น แค่เดินไกลหน่อยก็ฟ้อง เสียงดังหน่อยก็ฟ้อง แล้วหาว่าพวกเราปัสสาวะ และอุจาระเรี่ยราดไปหมด ซึ่งตนขอปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น กลัวว่าศาลจะไม่เห็นด้วยหรืออย่างไร ซึ่งเป็นการดูถูกมาก ตนเป็นผู้ว่าราชการมา 6 ปี และเป็นถึงผู้ว่าที่ได้รับรางวัลแมกไซไซคนเดียวในประเทศไทย และ กรุงเทพฯ ของเราได้รับว่าเป็นเมือง 1 ใน10 เมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก จากที่ตอนแรกเป็นเมืองที่สกปรกที่สุดติด 1 ใน 6 ของโลก ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กทม.
“คนที่เคยเป็นถึงผู้ว่าฯ จะมาปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ผมได้เดินไปดูรถสุขา กทม. โดยเฉพาะห้องน้ำหญิงจะมีคิวที่ยาวมาก เนื่องจากห้องไม่พอ ผมจึงเดินไปตัดแถวให้เข้าห้องน้ำผู้ชาย เพราะห้องน้ำชายมีมาก โดยผมเป็นคนยืนเฝ้าห้องน้ำเอง ลองคิดดู อดีตรองนายกฯ อดีตผู้ว่าฯ แมกไซไซเฝ้าห้องน้ำให้ด้วยตัวเอง แล้วจะมาหาได้ไงว่า อุจจาระ ปัสสาวะเรี่ยราด” พล.ต.จำลอง กล่าว
พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า มีจดหมายอีกฉบับเป็นเรื่องของทหาร เป็นทหารชั้นผู้น้อย ที่เขียนถึง แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นน้องของตน โดยเนื้อหาบอกว่าขอความกรุณาให้โอกาสบรรดากำลังพล และครอบครัว ได้ออกมา แสดงจุดยืนทางการเมือง อย่างสันติร่วมกับบรรดากลุ่มพันธมิตรฯ
ซึ่งในห้วงที่ผ่านมานั้น มีความอึดใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้กำลังพลและครอบครัว ของกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืน แต่พวกเราที่มีควาเป็นทหารอยู่ในสายเลือด จึงไม่อาจขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาได้ แต่ที่เขียนมาในครั้งนี้เนื่องจากเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง
พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า ทหารก็เหมือนกับประชาชนทั้งหลาย บางครั้งก็มีความอัดอั้นตันใจ เพราะผู้บังคับบัญชาสั่งไปอีกอย่างหนึ่ง และตอนนี้มีข่าวว่าเราถูกเขมรขู่อีกแล้ว คนที่ขู่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา โดยขู่ว่าระวังให้ดีนะคนไทย อย่านำเรื่องประสาทเขาพระวิหารมาปลุกระดมความเป็นชาตินิยม เดี๋ยวจะกระทบความสัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเขมร
“ที่เขากล้าข่มขู่กับเรา เพราะว่ารัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศของเรา และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหงอกับเค้า เป็นลูกไล่ กลัวจนรนรานไปหมด ถ้าขี้ขลาดก็ควรออกไป คนขี้ขลาดตาขาวลาออกจากความเป็นไทยไปซะเถอะ ให้คนที่มีความกล้าหาญมาทำงานดีกว่า” พล.ต.จำลอง กล่าว
พล.ต.จำลอง กล่าวในตอนท้ายว่า เรามาวันนี้เป็นวันที่ 35 ชัยชนะได้เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ รัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่เป็นภัยต่อสถาบันสูงสุดต้องออกไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเรา
แม้แต่เรื่องขนมที่แพงที่สุดในโลก ราคา 2 ล้านบาท ก็เป็นส่วนหนึ่ง จากแรงกดดันของพวกเรา ทำให้ กระบวนการยุติธรรม ได้ใช้ความเข้มแข็งอย่างเต็มที่ เนื่องจากเราเป็นเกราะกำบังให้ท่าน และ เรื่องศาลที่ได้คุ้มครอง คือ ไม่อนุญาตให้ รมว.ต่างประเทศไปลงนามกับเขมร ถ้าเราไม่มาทำแบบนี้ สิ่งต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นขอให้ภาคภูมิใจ และให้ใช้ความอดทนต่อไป ชัยชนะใกล้มาถึงแล้ว
ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076175
ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below



