Accom Thailand

July 10, 2008

เฉลิม ยกตัวเองเป็นประธานาธิบดี

Filed under: 1 — accomthailand @ 16:59

เฉลิม ยกตัวเองเป็นประธานาธิบดี

พันธมิตรขอนแก่น กว่า 300 คนปิดล้อมประตูทางออก ม.ราชมงคลวิทยาเขตอีสาน ไม่ให้ “เฉลิม” ออก พร้อมปล่อยเป็ดเย้ย เจ้าตัวเผย จังหวัดไหนไม่ประท้วงถือว่าผิดปกติ ยิ้มยกตัวเองเป็นประธานาธิบดี แต่การประท้วงทำให้เสียภาพพจน์จังหวัด

ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางไปตรวจราชการ และมอบนโยบายให้กับข้าราชการปกครอง ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลวิทยาเขตอีสาน โดยได้มีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กว่า 300 คน ได้ปิดล้อมประตูทางเข้า มหาวิทยาลัยราชมงคล เพื่อไม่ให้ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมา นอกจากนั้นยังได้มีการนำเป็ดมาปล่อยบริเวณหน้าประตูทางออกอีกด้วย ทำให้ได้รับเสียงโห่ร้องและปรบมือ ด้วยความดีใจของบรรดาผู้ร่วมชุมนุม

ร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินเข้าไปที่อาคารวิทยบริการซึ่งอยู่ใกล้ผู้ชุมนุม โดยผุ้ชุมนุมได้กล่าวปราศัยโจมตีการทำงานรัฐบาล และ ร.ต.อ.เฉลิม มีนายรัฐสภา นามเหลา แกนนำประชาชน กล่าวโจมตีพร้อมๆ กับประชาชนส่งเสียงร้องตะโกนขับไล่ ร.ต.อ.เฉลิมให้ออกไปจากจ.ขอนแก่น

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวก่อนเป็นประธานอบรมโครงการแก้ไขปัญหายากจน ว่า กลุ่มพันธมิตรที่ชุมนุมมีสิทธิที่จะออกมาชุมนุมได้ แต่อย่าลืมว่ามีคนที่สนับสนุนรัฐบาล ตนไม่ต้องการให้มีการปะทะกันเกิดขึ้น ส่วนประชาชนที่ออกมาขับไล่ที่จ.ชัยภูมิ แค่ 100 กว่าคน แต่สื่อเสนอข่าวว่ามีมาก ทั้งนี้จังหวัดไหนที่ไม่มีคนมาต่อต้านตน ถือว่าจังหวัดนั้นผิดปกติ ส่วนคนขอนแก่นที่ออกมาประท้วงก็ไม่ถือสา ดีด้วยซ้ำเพราะเหมือนได้ยกระดับเป็นประธานาธิบดี แต่การประท้วงแบบนี้เหมือนข่มขู่มากกว่า เสียภาพพจน์จังหวัดแต่ตนไม่ถือสา เพราะมาจากเลือกตั้ง
แหล่งที่มา
คมชัดลึก
http://www.talkystory.com/site/article.php?id=3008

“ทักษิณ-ฮุนเซน” จับมือยึดบ่อน้ำมันเขมร!?

“ทักษิณ-ฮุนเซน” จับมือยึดบ่อน้ำมันเขมร!?

AFP)

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ผู้ใกล้ชิดถ่ายภาพร่วมกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซนที่อังกอร์กอล์ฟรีสอร์ต (Angkor Golf Resort) เมืองเสียมราฐ วันที่ 6 เม.ย.ปีนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีคมนาคมและเลขาธิการพรรคไทยรักไทยที่อ้างว่าป่วย ทุกครั้งที่ จะต้องไปให้ปากคำกรณีทุจริตเครื่องซีทีเอ็กซ์อื้อฉาวก็ปรากฎตัว ร่วมอยู่ในก๊วนด้วย สวมเสื้อสีแดงสวมหมวกแก๊ปคือ พล.อ.เตียบัญ รัฐมนตรีกลาโหม (ภาพ: AFP)


ผู้จัดการรายสัปดาห์ – การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ไม่ใช่แค่เปิดให้ประชาชนไปใช้สิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้งใ นคูหาธรรมดาๆ แต่ความหมายสำคัญของมันก็คือ ในเวลาเพียง 4 วินาที ที่ทุกคนตัดสินใจนั้น พวกเขากำลังเลือกองค์คณะ ที่จะเป็นเจ้าของครอบครอง ขุมพลังงานมหึมาในอ่าวไทย ตลอด 5 ปีข้างหน้าหรือกว่านั้น


การเลือกตั้งกัมพูชา ในปีนี้ จึงเป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดของ กลุ่มปกครองคณะเดิม ที่อยู่ในอำนาจมานานกว่า 20 ปี เพื่อให้ได้ครอบครองทรัพยากรอันล้ำค่าของประเทศ ท่ามกลางเสียงเล่าลือเกี่ยวกับเงินดัดฉีดมหาศาลที่อยู่เบื้องหลัง


และภาพการเดินทางเข้าเมืองเสียมราฐ ของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เดินทางไปตีกอล์ฟกับ สมเด็จฯ ฮุนเซน และ ผู้นำอีกหลายคน ได้ถูกนำมาปะติดปะต่อกันอีกครั้ง เพื่อฉายภาพการเมืองในประเทศนี้กับผลประโยชน์ข้ามพรมแดน


การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้กำลังจะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรก นับตั้งแต่กลุ่มเชฟรอนคอร์ป (Chevron Corp) ของสหรัฐฯ ได้ประกาศ การค้นพบน้ำมันดิบ ในบ่อเจาะทดสอบ นอกชายฝั่งเมืองสีหนุวิลล์ ในเดือน ก.พ. 2548


นั่นก็คือเกือบ 2 ปี หลังการเลือกตั้ง ครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP (Cambodian People’ Party) ของกลุ่ม สมเด็จเจียซิม-ฮุนเซน-เฮงสัมริน ได้รับเสียงข้างมากไม่เด็ดขาด และต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรค ฟุนซินเปค ซึ่งเป็นพรรคแนวราชนิยม ของกรมพระนโรดมรณฤทธิ์ เชษฐาต่างพระมารดา กับสมเด็จนโรดมสีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา


แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปหน้ามือเป็นหลังมือ สมเด็จฯ ฮุนเซน ที่ผู้สื่อข่าวตะวันตกบางคนยกย่องให้เป็น “อัจฉริยะทางการเมือง” ได้ใช้ทุกวิธีการ ในการกำจัดคู่ต่อสู้ สำคัญที่สุดรายนี้ ให้ตกเวทีการเมืองไป ปัจจุบัน กรมพระรณฤทธิ์ ยังทรงพำนักในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อ “ลี้ภัย” การเมือง
Reuters)

หลังถูกโค่นลงจากอำนาจวันที่ 19 ก.ย.2549 สมเด็จฯ ฮุนเซนเคยกล่าวว่า ยังติดต่อถามทุกข์สุขอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยอยู่เสมอๆ ในฐานะเพื่อนเก่า อำนาจการเมืองในกัมพูชา กับพลังการเงินจาก อีกฟากหนึ่งของพรมแดน ผสมผสานกัน อย่างลงตัว? (ภาพ: Reuters)



แม้ว่าผู้ที่ ยังจงรักภักดีในกัมพูชา จะได้พยายามฟื้นฟู พรรคฟุนซินเปกขึ้นมา ให้ได้รับความนิยมอีกครั้ง ในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ก็ดูเหมือนว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก


ทั้งนักวิเคราะห์ ทั้งประชาชนคนเดินถนนทั่วไป ต่างก็เชื่อว่า พรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party) พรรครัฐบาลจะได้ ครองเสียงข้างมาก ในรัฐสภาอย่างแน่นอน


ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ จำนวนนับหมื่นๆ คนได้ลงสู่ท้องถนน กรุงพนมเปญปลายสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อเสียงนกหวีดเป่า เริ่มฤดูกาลหาเสียงดังขึ้น อย่างเป็นทางการ ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ ลงสู่ถนน โบกธงทิว บ้างก็จัดบวนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ตบแต่ง ด้วยสีสันประดับธงทิวและ แผ่นป้ายโฆษณา เคลื่อนที่ไปตามท้องถนน กรุงพนมเปญ


การเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองเข้าร่วม 11 พรรค เพื่อชิง 123 ที่นั่งในสภา มีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 8.1 ล้านคน มีการจัดคูหาเลือกตั้ง 15,000 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้การงเกตการณ์ขององค์กรต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศรวมกว่า 1,000 องค์กร


ดูเหมือนว่าจะเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น วันพุธ (25 มิ.ย.) สมเด็จฯ ฮุนเซน ได้เรียกร้องให้พรรคการเมืองต่างๆ ให้แข่งขันกันอย่างสุจริต ยุติธรรมและต้องยอมรับผลคะแนนที่ออกโดยดุษณี


พรรค CPP ได้ใช้นโยบายประชานิยมครองใจประชาชนในชนบทมาตลอด 2-3 ปีให้หลังมีการแจกวัวควายสำหรับไถนา แจกเครื่องสูบน้ำให้แก่ นิคมการเกษตรที่อยู่จังหวัดห่างไกล และสื่อในกัมพูชารายงานในช่วงต้นเดือน มิ.ย. ว่า พรรครัฐบาลได้นำ ผ้าถุงออกแจกจ่าย ให้แก่แม่บ้าน ในหมู่บ้านยากจนแห่ง ต่างๆ หลายหมื่นหรือนับแสนๆ ผืน

Reuters)

หลังการออกรอบครั้งนี้ เพียงข้ามเดือนต่อมา พล.อ.เตียบัญ ได้เป็นผู้เปิดเผย แผนการลงทุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่า จะเป็นการเช่า เกาะกง เป็นเวลา 99 ปี เพื่อพัฒนาให้ เป็นศูนย์กลางบันเทิง การท่องเที่ยวและ การเงิน หรือ แผนลงทุน สำรวจก๊าซและน้ำมันดิบ ในกัมพูชา (ภาพ: Reuters)



แต่ รัฐบาลสมเด็จฯ ฮุนเซน บริหารประเทศในยุคใหม่แบบเต็มๆ มือติดต่อกันมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี และมีจุดบกพร่องอยู่เพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น


ที่อยู่ในระดับคอขาดบาดตายมากที่สุด เห็นจะเป็นการทำสัญญา แก้ไขเขตแดน พิพาท กับเวียดนามในปี 2549 ซึ่งพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า ทำให้กัมพูชา เสียเขตแดนทางตะวันออกไปแถบหนึ่ง


แต่เรื่องเช่นนี้ชาวกัมพูชา โดยทั่วไปมักจะไม่มีเวลาพูดกัน ในขณะที่ทุกคนต้องต่อสู้ เพื่อปากท้องและความอยู่รอด ขณะที่รัฐบาลฮุนเซน ได้ชื่อว่าอ่อนด้อยในการบริหารจัดการเศรษฐกิจที่สุด ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในมือของ ทุนสัมปทานผูกขาด


ประเทศนี้ผลิตข้าวได้มากจนเหลือพอส่งออกปีละ 1-2 ล้านตันติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว แต่ผู้ร่ำรวยก็ยังเป็นผู้ส่งออกจากซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ชาวกัมพูชาหลายล้านก็ยังดำรงชีวิตอยู่ในความสภาพหิวโหย


เศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยปีละ 11% ในช่วง 2-3 ปีมานี้ แต่เกือบครึ่งหนึ่งของประชากร 14 ล้านคนก็ยังมีรายได้วันละไม่ถึง 1 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าครองชีพพุ่งขึ้นสูง นักวิชาการ เชื่อว่าเงินเฟ้อในเดือน มิ.ย.นี้ พุ่งทะลุ 30%


ประการที่สามก็คือ รัฐบาลได้เพิกเฉย ปล่อยให้นายทุน กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวนไม่น้อยเข้าขับไล่ ราษฎรออกจากที่อยู่อาศัยหรือทำกินมาเป็นเวลาหลายสิบปี เพื่อยึดที่ดินไปขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของ ในยุคที่ผืนดินราคาแพง เป็นที่ต้องการของทุนจากต่างชาต

Reuters)

พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พบหารือ กับ สมเด็จฯ ฮุนเซน อีกรอบหนึ่ง ในเวลาเย็น วันที่ 6 เม.ย. โดยได้รับการต้อนรับ เสมือนเป็นผู้นำของไทย (ภาพ: Reuters)



กัมพูชา ยังไม่มีกฎหมายที่ดินคุ้มครอง ราษฎรที่ถือครองที่ดิน โดยปรปักษ์มาหลายชั่วอายุคน จึงตกเป็นเหยื่อของอำนาจและทุนยุคใหม่อย่างง่ายดาย โดยมีการใช้คนของรัฐเป็นเครื่องมือ


นายสม รังสี (Sam Rainsy) หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทราบปัญหาต่างๆ เหล่านี้ดี จึงได้ชูนโยบายแก้ปัญหาเงินเฟ้อเป็นหลัก ตามด้วยโยบาย คืนที่ดินที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐและพ่อค้าอิทธิพล ยึดเอาไปในช่วง ปีใกล้ๆ นี้ให้แก่ประชาชน หลายพันคนทั่วประเทศ


“ที่ดินที่เคยถูกยึดจะถูกแจกจ่ายกลับคืนสู่ประชาชน…ลงคะแนนเสียง ให้พรรคสมรังรีเพื่อเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขึ้นเงินเดือนให้แก่ราชการด้วย” ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวปราศรัย ขณะขบวนรถเคลื่อนไปตามถนนสายหลักรอบๆ เมืองหลวง


แม้ฝ่ายพรรคฝ่ายค้านนี้ จะได้รับการสนับสนุนจาก ผู้คนเป็นจำนวนมากขึ้น แต่บรรดานักวิเคราะห์ต่างกล่าวว่า มีโอกาสน้อยมากที่ นายสมกับพรรคของเขา จะมีคะแนนเสียงชนะพรรครัฐบาลของสมเด็จฯ ฮุนเซน ซึ่งอยู่ในอำนาจมาเป็นนาน 23 ปี


นักวิเคราะห์กล่าวว่า พรรคสม รังสี จะได้รับชัยชนะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในบริเวณรอบนอกกรุงพนมเปญ กับ ในอีกบางจังหวัดที่ห่างไกล นอกจากนี้ยังมีโอกาส ที่จะถูกพรรคแนวพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของ นายแกม สุขา (Kem Sokha) แย่งคะแนนอีกด้วย


ในปัจจุบันพรรคประชาชนกัมพูชา ซึ่งกลายพันธุ์ไปจากพรรคประชาชนชนปฏิวัติกัมพูชา (Kampuchean People’s Revolutionary Party) พรรคคอมมิวนิสต์สายโซเวียต ที่เวียดนามจัดตั้งขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 นั้น ยังคงระบบเดิมๆ เอาไว้ครบถ้วน


ผู้นำในส่วนกลางยังควบคุมการจัดตั้งในทุกระดับจากหมู่บ้านถึงระดับ ตำบล อำเภอ นิคมและตัวเมือง คณะผู้นำก็ยังเป็นชุดเดิม ซึ่งยังคงคุมฝูงชน ที่จงรักภักดี ด้วยอำนาจอิทธิพล และนโยบายประชานิยม ที่เริ่มเข้าไปมี บทบาทสำคัญในช่วงปีใกล้ๆ นี้

14 พ.ค.2551 เดื�นเศษหลังการรวมกลุ่มก๊วนก�ล์ฟที่เสียมราฐ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ร�งนายกฯ น้�งเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ที่ปรึกษากฎหมายข�ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไปร่วมกับสมเด็จฯ ฮุนเซน ทำพิธีเปิดใช้ทางหลวงเลข 48 สายเกาะกง-สีหนุวิลล์-พนมเปญ ที่สร้างด้วยความช่วยเหลื�จากไทยเป็นวงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท งบประมาณได้รับ�นุมัติสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ภาพนี้เป็นหนึ่งในหลายๆ ภาพประก�บเ�กสารข�ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารข�งรัฐบาลกัมพูชา

14 พ.ค.2551 เดือนเศษ หลังการรวมกลุ่มก๊วนกอล์ฟ ที่เสียมราฐ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ที่ปรึกษากฎหมาย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไปร่วมกับ สมเด็จฯ ฮุนเซน ทำพิธีเปิดใช้ ทางหลวงเลข 48 สายเกาะกง-สีหนุวิลล์-พนมเปญ ที่สร้างด้วยความช่วยเหลือ จากไทยเป็นวงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท งบประมาณ ได้รับอนุมัติสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ภาพนี้เป็นหนึ่ง ในหลายๆ ภาพ ประกอบเอกสาร ขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ของรัฐบาลกัมพูชา



ผล การศึกษาขององค์การสิทธิมนุษยชนได้พบว่า พรรค CPP ได้แผ่กิ่งก้านสาขาเข้าครอบงำธุรกิจและบริการต่างๆ ของประเทศ ผ่านทางบริษัทตัวแทน และกลุ่มบุคคลผู้ใกล้ชิด


คนในรัฐบาลมีผลประโยชน์ในธุรกิจน้ำมันผ่านทางบริษัท โสคิเมกซ์ (Sokimex) ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และผ่านกลุ่มโรงแรมสุขา (Sokha Hotel Group) ในธุรกิจการท่องเที่ยว


บริษัทหลังนี้เป็นผู้ได้รับสัมปทานดูแลผลประโยชน์การท่องเที่ยวเขต ปราสาทนครวัด ซึ่งว่ากันว่าในแต่ละปีมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมกว่า 100 ล้านดอลลาร์ แต่ในช่วงปีใกล้ๆ นี้มีการส่งเข้ารัฐปีละประมาณ 30 ล้านดอลลาร์เท่านั้น


ไกลออกไปในอ่าวไทย จนถึงบัดนี้ ชาวกัมพูชาโดยทั่วไป แม้กระทั่งนักการเมืองฝ่ายค้าน เองมีข้อมูลน้อยมาก เกี่ยวกับการพบ ก๊าซ และ น้ำมัน ของกลุ่มเชฟรอน


หลังจากออกมาเปิดเผย เกี่ยวกับการค้นพบในต้นปี 2548 ตลอด 3 ปีต่อมา เชฟรอน ยังไม่เคยเปิดเผยตัวเลขข้อมูล อะไรอีก ขณะท ี่เจ้าหน้าที่ขององค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติราว 13 แห่ง กำลังสำรวจหาก๊าซ และน้ำมัน ในประเทศ


รัฐบาลกัมพูชา ไม่ได้นำโครงการสัมปทานเหล่านี้ เข้าขออนุมัติจากรัฐสภา และยังไม่เคยมีการเปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับสัญญา หรือข้อตกลง ที่ทำกับ บริษัทต่างชาติ


ตามรายงานของสื่อในประเทศนี้ บริษัทน้ำมันรายล่าสุด ที่จะเซ็นความตกลงกับกัมพูชาในเร็วๆ นี้ เพื่อเข้าสำรวจหาก๊าซและน้ำมันดิบ ในแหล่งบนบกรอบๆ ทะเลสาบใหญ่ (Tonle Sap) เป็นกลุ่มโทเทิ่ลออยล์ (TOTAL Oil) ฝรั่งเศสกับ CNOOC ยักษ์ใหญ่น้ำมันของรัฐบาลจีน

รัฐบาลกัมพูชา)

เหมือนถูกสาป.. สถิตย์อยู่บนหน้าผาสูงมานานกว่า 900 ปี อยู่ในเขตแดนของประเทศไทยในยุคใหม่ตามสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นจริงและกฎหมาย ระหว่างประเทศรองรับ แต่ถูกตัดสินให้ตกไปเป็นของกัมพูชา ดินแดนอาณาบริเวณโดยรอบกลายเป็นดินแดนพิพาทไทย-กัมพูชาตลอด 46 ปีที่ผ่านมา (ภาพ: รัฐบาลกัมพูชา)



แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด


หลายฝ่ายได้พุ่งความสนใจไปที่ อดีตนายกรัฐมนตรี ของไทย ที่ประกาศจะเข้าไปลงทุนพัฒนาเกาะกงที่อยู่ติดกับเขต น่านน้ำและแดนดิน จ.ตราดของไทย ให้เป็นแหล่งบันเทิงและศูนย์กลางการเงินชั้นระดับภูมิภาค


ปัจจุบันรัฐบาลกัมพูชา ให้บริษัทต่างชาติ เช่าเกาะหลายแห่ง ในอ่าวไทย ได้ยาวนานถึง 99 ปี ในรูปแบบการสัมปทาน


สมเด็จฯ ฮุนเซนได้เคยกล่าวถึงความเป็นเพื่อนเก่าแก่ และการติดต่อไถ่ถามทุกข์สุขกันทางโทรศัพท์อยู่เป็นระยะๆ หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกรัฐประหารโค่นลงจากอำนาจในเดือน ก.ย.2549


ก่อนจะมีการเลือกตั้งในประเทศไทยเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เคยมีข่าวเล่าลือถึงขนาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แอบเข้าไปตีกอล์ฟ กับสมเด็จฯ ฮุนเซน ในกรุงพนมเปญ มาแล้ว


ในที่สุดเดือน เม.ย.ปีนี้ ความสัมพันธ์เก่าๆ ก็เริ่มปะติดปะต่อ เป็นภาพที่ชัดเจน แสดงให้เห็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิด ระหว่างบุคคลที่เคยเป็นผู้นำ ของประเทศเพื่อนบ้าน กับอีกคนหนึ่ง ที่มีอำนาจมากที่สุด ในกัมพูชาปัจจุบัน


ภาพยังแสดงให้เห็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทุนกับอำนาจท่ามกลางความระแวง สงสัยของชาวไทยจำนวนไม่น้อย หลังจากรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้ร่วมลงนาม ในแถลงการณ์ร่วม สนับสนุน ให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็น มรดกโลก


พล.อ.เตีย บัญ (Tea Banh) รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทยฉบับ หนึ่งในช่วงเดียวกันยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความสนใจที่จะเข้าลงทุนพัฒนาแหล่งพลังงานในอ่าวไทยด้วย

Reuters)

ในวันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการต้อนรับจาก สมเด็จฯ เจีย ซิม ประธานพรรคประชาชนปฏิวัติกัมพูชา ซึ่งเป็นประธานวุฒิสภาอันเป็นตำแหน่งรองประมุขแห่งรัฐ ถัดจากกษัตรินย์นโรดมสีหมุนีเท่านั้น (ภาพ: Reuters)



ก่อนหน้า นั้น 1 เดือน หลังพิธีเปิดใช้ทางหลวงเลข 48 ของกัมพูชา พล.อ.เตีย บัญ ได้เป็นผู้ที่ออกยืนยันข่าวที่ว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ของไทย มีความสนใจจะเข้าลงทุนพัฒนาเกาะกง


ถนนสายดังกล่าวความยาวกว่า 100 กม.เชื่อม จ.ตราด ของไทยเข้ากับ จ.เกาะกง-สีหนุวิลล์และกรุงพนมเปญ สร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือ จากรัฐบาลไทย เป็นเงินให้เปล่าและเงินกู้กว่า 1,000 ล้านบาท งบประมาณอนุมัติ ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ


ไม่ว่านายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถลบล้างการกล่าวหาที่ว่า “รีบร้อน” และ “ลุกลี้ลุกลน” จนเกินเหตุลงได้ ในความพยายาม ช่วยให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาท เก่าแก่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว


นายนพดลนั้นเป็นปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด ก็ยิ่งทำให้สาธารณชน เกิดความสงสัยว่า อาจจะมีข้อแลกเปลี่ยนอะไร อยู่เบื้อง หลังหรือไม่ ในกรณีปราสาทพระวิหาร กับขุมพลังงาน ในเขมร


ในช่วงเดียวกันนี้สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงผลการศึกษาชี้ให้เห็นความพยายามเปลี่ยนแปลง เส้นเขตแดน น่านน้ำอ่าวไทย เพื่อให้พื้นที่ส่วนหนึ่ง ตกเข้าไปอยู่ใน เขตของ กัมพูชา


ดินแดนส่วนนั้นเชื่อว่าจะมีก๊าซและน้ำมันดิบมากที่สุดในอ่าว


แต่นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่า อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นอีกแล้ว เพียงแต่ช่วยสนับสนุนให้ พรรค CPP ชนะการเลือกตั้ง อย่างท่วมท้น และกุมเสียงข้างมาก อย่างเด็ดขาดเท่านั้น ก็มากจนเกินพอ สำหรับการเข้าควบคุม ขุมบ่อก๊าซ และน้ำมันดิบ จากอีกฟากหนึ่ง


ภาพจากสนามอังกอร์กอล์ฟ รีสอร์ต (Angkor Golf Resort) แห่งเสียมราฐ ได้ฉายให้เห็นความมุ่งมาดปรารถนาร่วมกัน ในอนาคต กับชัยชนะของรัฐบาลฮุนเซน ใน การเลือกตั้ง เดือนนี้


(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ฉบับวันที่ 7-13 ก.ค.2551)

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 10 กรกฎาคม 2551 00:04 น.
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080996
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.