Accom Thailand

July 13, 2008

นักท่องเที่ยวชาวไทย ได้ยกเลิกการเดินทางไปเที่ยวนครวัด ประเทศกัมพูชา

Filed under: กัมพูชา, ข่าวการเมือง, ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสังคม, ข่าวเมืองไทย, ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation, ความขัดแย้ง, ความมั่นคง, คำพิพากษา, คำสั่งศาล, คุณภาพชีวิต, ชุมนุมประท้วง, ตรวจสอบ, ท่องเที่ยว, ธรรมาภิบาล, ประวัติศาสตร์ไทย, ปราสาทพระวิหาร, มรดกโลก, วัฒนธรรมขอมโบราณ, องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 23:16
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


ปัญหาพระวิหาร ทำให้คนไทย เลิกไปเที่ยว นครวัด


ผู้จัดการออนไลน์
นักท่องเที่ยวชาวไทยราว 1,000 คน ได้ยกเลิกการเดินทางไปเที่ยว ประเทศกัมพูชา กับบริษัทนำเที่ยว เนื่องจาก เกรงจะไม่ปลอดภัย หลังจาก เกิดกรณีไม่ลงรอย เรื่องการขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหาร เป็น มรดกโลก
AFP)

ภาพถ่ายวันที่ 25 พ.ค.2551 ชาวไทยกลุ่มนี้กำลังเที่ยวชมปราสาทนครวัดในเสียมราฐ การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้มากอันดับ 2 ของกัมพูชารองจากอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออก ความไม่ลงรอยกรณีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ได้ทำให้ ชาวไทยนับพันคน ยกเลิกการเดินทางไปเที่ยวชม ปราสาทนครวัดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย คนไทยยังไม่ลืมเหตุการณ์ ที่สถานทูตถูกเผา ในต้นปี 2546 (ภาพ: AFP)


การยกเลิกทัวร์ดังกล่าว เริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจาก ชาวไทยได้ประท้วง การขึ้นทะเบียนปราสาท สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11 และ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้ว่ามติคณะรัฐมนตรี ตลอดจน แถลงการณ์ร่วมที่รัฐบาลไทยลงนามกับรัฐบาลกัมพูชา เพื่อสนับสนุน การขึ้นทะเบียนนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย


นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จะเดินทางไปเที่ยวชมปราสาทนครวัดซึ่งอยู่ ห่างชายแดนภาคตะวันออกเพียง 120 กม. แต่ส่วนใหญ่ได้ยกเลิกไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อีกส่วนหนึ่งขอเลื่อนไปเป็นช่วงปลายปี


“ผู้จัดนำเที่ยวของพวกเรา 12 รายบอกกับว่าสัปดาห์ที่แล้วมีอย่างน้อย 1,000 คนได้ขอยกการเดินทาง เหตุผลหลักๆ คือปัญหาความปลอดภัย นักท่องเที่ยวไทยไม่ชอบเสี่ยง” เจ้าหน้าที่สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี


“หลายคนต้องการเลื่อนออกไปเป็นปลายปีนี้ ซึ่งสร้างปัญหาให้แก่ผู้นำเที่ยวของเรา” เจ้าหน้าที่คนเดียวกันกล่าว


ตามตัวเลขสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ปีที่แล้วมีคนไทยเข้าไปเที่ยวกัมพูชาเกือบ 36,000 คน ปีเดียวกันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศนี้ราว 2 ล้านคน


ต้นปี 2546 ได้เกิดความรู้สึกชาตินิยมคล้ายๆ กันนี้ ในกัมพูชา อันมีต้นเหตุ จากข่าวเล่าลือ การกล่าวอ้างเป็นเจ้าของนครวัด โดยนักแสดงหญิง คนหนึ่งของไทย ทำให้เกิดการประท้วง ซึ่งขยายวงกลายเป็นจลาจลใหญ่


ชาวเขมรนับพันบุกเข้าเผาสถานทูตทูตไทย ในกรุงพนมเปญ และเผาทำลาย ปล้นสะดม สถานประกอบการของ คนไทยในเมืองหลวง เสียหายเป็นมูลค่านับร้อยล้านดอลลาร์

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2551 20:53 น.
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082449
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าว ให้ใครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและ ทำให้อาณาเขตดินแดนเราเสียไม่ได้

Filed under: กัมพูชา, ข่าวการเมือง, ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสังคม, ข่าวเมืองไทย, ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation, ความขัดแย้ง, ความมั่นคง, คุณธรรม, คุณภาพชีวิต, จริยธรรม, ชุมนุมประท้วง, ตรวจสอบ, ธรรมาภิบาล, ประวัติศาสตร์ไทย, ปราสาทพระวิหาร, วัฒนธรรมขอมโบราณ, สิทธิมนุษยชน, หมิ่นเบื้องสูง, องค์การยูเนสโก, เกียรติคุณ — accomthailand @ 18:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

“บิ๊กแป๊ะ”ขึ้นเวทีท้าให้ปลด -
ยันไม่คิดเล่นการเมือง

ขึ้นเวทีท้าให้ปลด

ขึ้นเวทีท้าให้ปลด


“พล.อ.ปฐมพงษ์”ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ วันหยุด ยันไม่ได้ทำผิด จะปลดออกหรือจับขังคุกก็เชิญ ย้ำขอเป็นนักโทษที่มีอุดมการณ์ในคุกดีกว่าเป็นนายพลที่เดินตามก้นนักการเมือง เผยขึ้นเวทีเพื่อให้ความรู้ว่าอะไรคือการหมิ่นสถาบัน อะไรคือการรักษาเขตแดน พร้อมเรียกร้องนายทหาร-พลทหารออกมา ยันไม่มีกฎหมายห้ามทหารร่วมชุมนุม อย่าเอากฎหมายล้าสมัยมาเล่นงานเด็ดขาด เตรียมฟ้องคนพาดพิงในทางเสียหาย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ปราศรัย


เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 13 ก.ค. พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เชิงสะพานมัฆวานฯ อีกครั้ง หลังจากที่แต่งเครื่องแบบขึ้นเวทีครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ก.ค. และขึ้นอีกครั้งตอนเช้ามืดวันที่ 11 ก.ค.และแต่งเครื่องแบบขึ้นเวทีอีกในตอนเย็นวันเดียวกัน ซึ่งในวันดังกล่าวนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสอบสวนเอาผิดทางวินัยต่อ พล.อ.ปฐมพงษ์

สำหรับการขึ้นเวทีวันนี้ พล.อ.ปฐมพงษ์ได้แต่งชุดลำลอง เนื่องจากเป็นวันหยุด โดยประเด็นหลักที่กล่าวปราศรัย ได้กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ที่มีต่อการขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ซึ่ง พล.อ.ปฐมพงษ์ บอกว่าพร้อมที่จะรับฟัง แต่จะต้องส่งมาเป็นลายลักษณ์อักษร และยืนยันว่า ที่มายืนบนเวทีพันธมิตรฯไม่ผิดวินัย

“ผมทำตามผู้บังคับบัญชา ทำตามรัฐธรรมนูญ ขอให้น้องๆ นายทหาร พลทหาร ออกมาได้แล้ว มาชุมนุมได้ สิ่งที่ผมพูดนี้ ถูกต้อง อยากให้คิดว่า เมื่อถึงคราวต้องทำสงครามกันแล้ว และเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง มันถึงคราวต้องแลกกันด้วยชีวิต ก็ต้องแลก
เวทีพันธมิตรฯ

เวทีพันธมิตรฯ



“อย่าคิดว่าผมกลัว เรื่องถูกปลด งดบำเหน็จบำนาญ หรือขังคุก 5 ปีก็ตาม เรื่องพวกนี้เล็กน้อยมาก ถ้าแน่จริงขอให้ทำให้ได้ ให้สำเร็จ มาถึงวันนี้แล้ว ชีวิตก็ถือว่าสละได้ ถ้าเผื่อเอาชนะพวกมันให้ได้


“ผมยินดีจะเป็นนายปฐมพงษ์ที่มีเกียรติ หรือนักโทษที่มีอุดมการณ์มีเกียรติอยู่ในคุกดีกว่า เป็นนายพลนายทหารที่เดินตามก้นนักการเมือง มา มาสู้กัน”


พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวต่อว่า โดยเนื้อแท้แล้ว ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส. – พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์) เป็นคนดี สุภาพ และตนเห็นใจท่าน แต่ว่า ผู้ซึ่งอยู่กับนักการเมือง คนพวกนี้ใช้ไม่ได้ ไม่เคยศึกษากฎหมายให้ถ่องแท้ สักแต่ว่าออกมาพูดจาบจ้วง ผบ.สส. สิ่งที่ท่านพูดว่าท่านได้แค่ตักเตือนนั้นถูกต้อง แต่ตักเตือนนั้น ขึ้นกับว่าตักเตือนด้วยความปรารถนาดีหรือไม่ ถ้าบอกว่าตนผิด แล้วมาตักเตือนจะไม่ยอมรับ เพราะตนไม่ผิด และได้ทำหนังสือชี้แจงต่อ ผบ.สส.ไปแล้ว ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง ว่าทำไมจึงมาตรงนี้ เพราะอะไร


“ร่ายไปตั้งแต่เหตุการณ์เป็นยังไง ใครทำอะไรบ้าง และได้พูดถึงว่า รอเวลาว่าจะมีใครสักคนออกมาพูดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือว่า ผู้บัญชาการหน่วยอื่นๆ หรือปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ก็เงียบ


“อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ย่อท้อ ได้ทำหนังสือไปถึงประธานวุฒิสภา และประธานองคมนตรี ก็มีหนังสือตอบกลับจาก ประธานองคมนตรีว่า ขอขอบคุณแล้วก็เป็นการตอบแทนคุณแผ่นดินอย่างหนึ่ง แต่ขอให้ทุกคนได้ทราบว่า ท่านไม่เคยสั่งให้ผมออกมาพูดที่นี่เลย เป็นความตั้งใจของผมอย่างแท้จริงที่ เมื่อสิ่งที่ผมรู้ ผมทราบ ผมเตือนมาตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. นั้น มันต้องเกิดปัญหาปัญหาแน่นอนกับเขาพระวิหาร และมันก็เป็นจริงในทุกวันนี้ เราเสียดายเวลาว่า ถ้าเราดำเนินการเสียก่อนตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. มันจะไม่เลวร้ายแล้วก็เกิดปัญหาขนาดนี้”


พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็เริ่มมีข่าวที่ทำให้ตนสมเพศคนเหล่านั้น ตนไม่เคยคิดลงสนามการเมือง ตนบริสุทธิ์สะอาดเสมอและภาคภูมิใจในการทหารเป็นทหาร และถือว่าชีวิตนี้เกิดมาได้ตอบแทนบุญคุณอย่างสมค่าแล้วว่าเราเป็นทหารของชาติ เราเป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


“เพราฉะนั้นผู้ที่คิดต่ำๆ ชั่วๆ หาว่าผมหวังผลทางการเมือง คนแบบนั้นจิตใจชั่วร้ายและขี้ขลาด หลายๆ คนที่พูดออกมานั่น ผมยังจำภาพเขาได้ วันที่ผมเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการแล้วต้องทำหน้าที่ประสานงานในส่วนหนึ่งของคณะทำงานของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งท่านก็เป็นคนที่มีบทบาทอย่างมาก


“คนพวกนี้ รอไหว้ผม ขอโอกาสว่าจะให้พาไปพบพี่จิ๋ว มันน่าสมเพศหรือไม่ วันนั้นเรายังเป็นแค่ พ.อ.เอง เขาก็ยังเที่ยวคลานเข้ามาเพื่อขอให้ได้พบกับ พล.อ.ชวลิต


“ผมคิดว่าการเมืองใหม่ คนแบบนี้ไม่มีคุณค่าพอที่จะอยู่ในการเมืองใหม่ตามที่พันธมิตรคิด ชีวิตพวกเขาอาจจะอยู่ได้ในเมืองไทย ในฐานะที่ยังคนไทย ไม่ชั่วร้ายเกินไปที่จะขับไล่ออกไป แต่ก็คงอยู่ในสังคมอย่างคนไร้เกียรติ”


พล.อ.ปฐมพงษ์ ย้ำว่า ที่ตนเคยพูดเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้นเชื่อมโยงกับการเอาผลประโยชน์ชาติไปขายอย่างแน่นอน เพราะ ณ วันที่ 9 มิ.ย.2549 นั่นคือวันที่ดับความหวังเขา ประชาชนทั่วทั้งโลกทั้งประเทศไทย ใส่เสื้อเหลืองมาถวายพระพร เขาชะงักทันที หลายๆ ฝ่ายชะงักทันที เพราะไม่คิดว่าจะมีพลังแห่งความจงรักภักดีขนาดนี้ แต่เขาเตรียมการมาตลอดตั้งแต่ปี 2547 พวกเขาหวังอย่างยิ่งว่าจะทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์และจะสร้างประโยชน์อันเนื่องมาจากการที่คิดว่าประเทศไทยคือบริษัทอันหนึ่งซึ่งจะเอาไปทำอะไรก็ได้


“ขอให้ท่านภาคภูมิใจว่า ทั้ง 2 ประเด็น เรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และกรณีเขาพระวิหาร ดินแดนของไทย เกี่ยวโยงกัน ท่านได้ร่วมกันต่อสู้มาอย่างถูกต้องแล้ว”


พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องปราสาทพระวิหาร ไม่ต้องสับสนอีกต่อไป กรณีของอาณาจักรขอม อารยธรรมขอม เขาได้วางโครงการไว้แล้วว่า จากปราสาทพระวิหาร เขาจะลงไปที่โดนกรวน กาบเชิง เชื่อมโยงไปตามแนวชายแดน วกเข้าไปที่ประเทศลาว เข้าไปสู่ปราสาทวัดภู ตรงนี้ที่จะยิ่งสร้างปัญหาให้หนัก บนแผ่นดินไทย เพราะว่า กรรมการ 7 ชาติ ที่จะมาดูแลอันนี้ ที่มีประเทศไทยอยู่ประเทศเดียว จะชนะตลอดวันยังค่ำ แต่ว่าดินแดนของเราจะถูกครอบครองโดยพวกนี้ แล้วก็จะแสวงหาประโยชน์อันเนื่องมาจากธุรกิจบนแผ่นดินไทย


“ท่านทำมาถูกต้องแล้ว อย่าหวั่นไหว อย่าคลอนแคลน สิ่งที่ท่านจะต้องเอาใจใส่ และได้พูดกับน้องๆ ว่า มาถึงวันนี้ เมื่อมีการเมืองใหม่ นำไปสู่การขจัดคนไม่ดีไม่ให้เข้ามาสู่วงจรการเมือง ทางการทหารเราก็ต้องดูว่า เราจะมีกิจการทหารใหม่ๆ อย่างไร ที่สอดคล้องกับการเมืองใหม่ เพราะว่าทหารกับการเมือง เมื่อก่อนนี้อาจจะดูว่าไปได้ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ปัจจุบันนี้ เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจะต้องเข้ามาค้ำจุนให้การเมืองเป็นการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อชาติต่อแผ่นดิน ไม่ใช่การเมืองที่ว่าให้ประโยชน์ต่อบุคคล กลุ่มบุคคลที่เอาประเทศชาติเราไปขาย”


พล.อ.ปฐมพงษ์ ย้ำว่า ทหารจะต้องเป็นทหารที่ภาคภูมิใจเมื่อทำหน้าที่สำเร็จ ไม่ใช่ว่าเป็นทหารที่ตะเกียกตะกายหายศหาตำแหน่งใส่ตัวเองตลอดเวลา ไม่เคยเอาใจใส่หน้าที่ เอาใจใส่ผู้บังคับบัญชา


“ชีวิตผมทั้งชีวิตภาคภูมิใจเสมอ ที่ได้รับความสำเร็จจากงานที่ทำนั้น แต่เราต้องยอมรับว่างานที่ทำนั้น ไม่ใช่มีเราคนเดียว มีทีมงานด้วย มีผู้บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นเราต้องถือว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ


“แต่อย่างไรก็ตาม ในกิจการทหารใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหัวใจ ใจต้องรักความเป็นทหาร ใจต้องสู้ ไม่ใช่ตะเกียกตะกายร้องหาแต่อาวุธดี ๆ ร้องหาแต่อุปกรณ์ดีๆ แต่ว่าใจไม่สู้ แพ้ทุกราย


“ใจคุณจะสู้ ร่างกายคุณต้องดี ใจคุณจะสู้ คุณต้องไม่โลภ ใจคุณจะสู้คุณต้องตั้งอยู่บนหลักหลักเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเผื่อว่า คุณคิดว่าเป็นทหารแล้วต้องรวย อย่ามาเป็น เป็นทหารแล้วอย่าไปแข่งกับทางด้านวัตถุนิยม เป็นทหารแล้ว เราต้องยืดอกได้ว่าแต่งตัวอย่างไรเขาก็รู้ว่าเรามีเกียรติ ไม่ใช่ว่าต้องไปแสวงหาของดีๆ แพงๆ มา ผมคิดว่าคนแบบนั้นไม่สมควรจะเป็นทหาร ที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อใจสู้แล้ว ต้องมีความรู้ด้วย”


พล.อ.ปฐมพงษ์ ย้ำอีกครั้งว่า ได้ปฏิบัติตามตามกฎระเบียบกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในพระราชบัญญัติที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 หลายๆ ฉบับกฎหมาย เมื่อล้าสมัยเพราะเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 แล้ว ต้องทบทวน ไม่ใช่ว่าเอาพระราชบัญญัติ 2499 ห้าสิบปีที่แล้วมาปัดฝุ่นใช้และเลือกปฏิบัติ ตนคิดว่ารับไม่ได้


“ขอยืนยันว่า ผมจะสู้ต่อไป สู้แบบชนิดที่ว่าถูกต้อง สู้แบบเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้รับทราบและเป็นตัวอย่างว่า ที่ท่านทำนี่ ท่านทำถูก แล้วก็ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นก็จะต้องเอาใจใส่ให้กำลังใจท่าน ให้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ผมยืนยันว่าผมจะไม่หนีไปไหน และจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความตั้งใจของผมได้ว่า ผมถอยแล้ว ไม่มีถอย ณ วันนี้ ขอให้ความมั่นใจได้ว่า สิ่งที่พวกท่านมาชุมนุมอยู่นี่ เป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับชาติ และชนะแน่นอน”


พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ยืนยันอีกครั้งถึงกำลังพลทั้งหลายที่ยังลังเลว่า พล.อ.ปฐมพงษ์ถอยแล้ว ขวัญหนีแล้ว ไม่มี


“เพราะฉะนั้นไม่มีคำสั่งใดๆ ที่ไม่ให้ท่านมาร่วมชุมนุม ท่านมา จะแต่งเครื่องแบบ หรือไม่แต่ง ท่านมาได้ ที่เขาบอกว่าไม่ให้แต่งเครื่องแบบ มันมีตั้งแต่สมัยจอมพล ป. เพราะในครั้งนั้น จะต้องมีการสังกัดพรรคการเมือง เขากลัวว่าทหารสังกัดพรรคนี้ แต่งเครื่องแบบขึ้นไป ไปทะเลาะกับอีกพรรคหนึ่ง ก็แต่งเครื่องแบบเหมือนกันเขากลัวความแตกแยกตรงนี้


“แต่วันนี้ ผมไม่มีจิตปรารถนาที่จะเข้ามาทำงานการเมือง เข้ามาสังกัดพรรคการเมือง ผมมาให้ความรู้ว่าอะไรคือการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อะไรคือการรักษาอาณาเขตดินแดน อะไรคือการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นกฎหมายแบบนี้ล้าสมัย ใช้กับผมไม่ได้


“และจากการปฏิบัติงาน การดำเนินงาน ตามที่ผมรายงาน ผบ.สส.ได้ทราบ ผมได้มีข้อพิจารณาเสนอแนะว่า ผมจะต้องรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศของผม และครอบครัวให้มั่นคง ใครก็ตามที่ให้สัมภาษณ์ไปถึงผม ที่ทำให้ผมถูกดูหมิ่น ผมเสียหาย ผมได้ให้คณะทนาย ซึ่งประกอบด้วย ผู้พิพากษา ทนาย อัยการ เข้ามามากมายจนไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยบอกว่าท่านไปช่วยคิดกันมาก็แล้วกัน แต่ว่า ผมฟ้องแน่นอน


“และยืนยันด้วยว่า การฟ้องครั้งนี้ เป็นการฟ้องเพื่อให้เกิดความถูกต้อง ให้กับผู้ที่มีอุดมการณ์ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร พลเรือน ให้ออกมา เรามาครั้งนี้ไม่ใช่ว่า เรามาเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง เรามาอยู่ด้วย 2 ประเด็น คือ


ใครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่ได้ และใครทำให้อาณาเขตดินแดนเราเสียไม่ได้” พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2551 23:04 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082474
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พล.ร.ท.อรุณ เสริมสำราญ ” อดีตสายลับ ขึ้นเวทีพันธมิตร

Filed under: กัมพูชา, ข่าวการเมือง, ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสังคม, ข่าวเมืองไทย, ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation, ความขัดแย้ง, ความมั่นคง, คุณธรรม, คุณภาพชีวิต, จริยธรรม, ชุมนุมประท้วง, ตรวจสอบ, ธรรมาภิบาล, ประวัติศาสตร์ไทย, ปราสาทพระวิหาร, วัฒนธรรมขอมโบราณ, สิทธิมนุษยชน, หมิ่นเบื้องสูง, องค์การยูเนสโก, เกียรติคุณ — accomthailand @ 17:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

พล.ร.ท �รุณ เสริมสำราญ พล.ร.ท.ประทีป ชื่น�ารมณ์

พล.ร.ท อรุณ เสริมสำราญ พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์

อดีต”สายลับ”ในเขมร ขึ้นเวที เผยประสบกาณ์เพื่อชาติ


“พล.ร.ท.อรุณ เสริมสำราญ ” อดีตสายลับ ขึ้นเวทีพันธมิตร เผยประสบการณ์เพื่อชาติ เข้าทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเขมร ด้าน “พล.ร.ท ประทีป” เผย สถานการณ์ไทยเขมรเปลี่ยนไป พร้อมเรียกร้องให้ทหารเป็นหนึ่งเดียว


คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ “รู้ทันทหารไทย”


วันนี้ (13ก.ค.) เมื่อเวลา 17.30น. พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ดำเนินรายการรู้ทันทหารไทย โดยในรายการได้เชิญ พล.ร.ท อรุณ เสริมสำราญ อดีตรองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเคยปฎิบัติหน้าเป็นสายลับในประเทศกัมพูชาในสมัยจอมพลสฤษส์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี


โดยในรายการ พล.ร.ท อรุณ ได้เล่าประสบการณ์ในช่วงที่ตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่ว่า ตนเองนั้นเป็นเหมือนดาบเล่มหนึ่งของ จอมพลสฤษส์ ในการปฏิบัติการในประเทศกัมพูชา เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศกัมพูชา ซึ่งต้องใช้ความกล้าและความสามารถอย่างมาก รวมถึงต้องลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคนที่จะเป็นสายลับนั้นต้องมีความรักชาติ แม้รู้ว่าตนเองจะต้องตายก็ตาม


ทั้งนี้ พล.ร.ท อรุณ ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่ตนเองเข้าไปปฏิบัติหน้าที่นั้นตนเองนั้นประเทศกัมพูชาครั้งหนึ่ง ตนเองถูกจับได้และถูกส่งตัวไปที่ อำเภอ พระตะบองเพื่อออกข่าว ซึ่งในช่วงเวลานั้นทั้ง 2 ประเทศต่างรู้ถึงความเคลื่อนไหวของของกันและกันว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายไทยต้องอย่าให้เค้ารู้ว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ และเมื่อครั้งหนึ่งทหารฝ่ายกัมพูชาได้พูดล่วงเกินถึงสถาบันสูงสุด ตนเองจึงได้ถุยนํ้าลายใส่หน้าคนผู้นั้น


พล.ร.ท อรุณ ยังเล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อครั้งที่ถูกจับขังอยู่กับลูกน้อง 2 คน โดยคนหนึ่งบอกว่าให้ พล.ร.ท อรุณ หนีเอาตัวรอดไปก่อน ตนเองจะอยุ่ที่นี่เอง แต่พล.ร.ท อรุณ บอกกับลูกน้องคนนั้นว่า เราจะไปตายเอาดาบหน้าด้วยกัน แต่ในขณะนั้นทหารไทยได้ยึดศูนย์สือสารของกัมพูชาได้แล้ว


นอกจากนี้ พล.ร.ท อรุณ ยังได้กล่าวถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยว่า ตนเองนั้นเสียใจมากที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ไม่ได้มีใจเป็นทหารแต่อย่างใด


ขณะที่ พล.ร.ท ประทีป กล่าวถึงพล.ร.ท อรุณ ว่าการปฏิบัติหน้าที่ ของ พล.ร.ท อรุณ นั้นเป็นการกระทำที่มีความเสียสละอย่างมาก ต่อประเทศชาติและเป็นการทำหน้าที่ที่แตกต่างจากทหารในสมัยนี้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าทหารในอดีต ที่ผ่านมามีความเก่งกล้ามาก


รวมทั้งยังเป็นการบอกให้ทหารในปัจจุบันรู้ว่า สงครามที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ทหารควรจะกระทำอย่างไรบ้าง


และประการสุดท้ายนั้น สถานการณ์ของประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาในขณะนี้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นเรืองของดินแดน กลับกลายเป็นเรื่องของ อธิปไตยของชาติ ดังนั้นจึงฝากไปถึง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทั้งหลายว่า ขณะนี้ ทหารนั้นไม่มีฝักมีฝ่ายแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2551 22:39 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082455
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ประชาชน กว่าร้อยละ 90 เรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยอมรับคำพิพากษา

Filed under: กัมพูชา, ข่าวการเมือง, ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสังคม, ข่าวเมืองไทย, ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation, ความขัดแย้ง, ความมั่นคง, คำพิพากษา, คำสั่งศาล, คุณธรรม, คุณภาพชีวิต, จริยธรรม, ชุมนุมประท้วง, ตรวจสอบ, ธรรมาภิบาล, ประวัติศาสตร์ไทย, ปราสาทพระวิหาร, มรดกโลก, วัฒนธรรมขอมโบราณ, องค์การยูเนสโก, เอแบคโพลล์ — accomthailand @ 16:00
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

โพลชี้ ปชช.เสื่อมนิยม “ลูกกรอก” ติดกับดักพระวิหาร


เอแบคโพลล์ เผยสำรวจประชาชนกว่าร้อยละ 90 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับคำพิพากษา แม้จะมีการยุบพรรคการเมือง ดีกว่าเกิดยึดอำนาจรัฐประหาร เกือบร้อยละ 80 เสื่อมความนิยมลูกกรอกกรณียกปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลก


วันนี้ (13 ก.ค.) สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “คำถามคาใจของสาธารณชน และ ความคิดเห็น ต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน” จำนวนทั้งสิ้น 3,358 ตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือประมาณร้อยละ 90 ยังคงติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำทุกสัปดาห์ และพบว่า


เกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 31.7 ติดตามข่าวการเมืองมากขึ้น นับตั้งแต่มีการยึดอำนาจในปี 2549 จนถึงปัจจุบัน


เมื่อสอบถามถึงคำถามที่คาใจของสาธารณชน พบว่า อันดับแรก คือ


ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.6 ของผู้ที่ถูกศึกษาทั้งหมด มีคำถามคาใจว่า เมื่อไหร่ความวุ่นวายทางการเมืองจะได้ข้อยุติ จบลงเสียที


รองลงมาคือ ร้อยละ 62.1 มีคำถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะหลุดพ้น ข้อกล่าวหาในคดีต่างๆ จากการตัดสินของศาลหรือไม่ และ


ร้อยละ 61.0 มีคำถามว่า รัฐบาลจะยุบสภา เลือกตั้งใหม่ในปีนี้หรือไม่


ในขณะที่ร้อยละ 60.9 มีคำถามว่า พรรคพลังประชาชน จะถูกยุบหรือไม่


ร้อยละ 59.3 มีคำถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ และ


ร้อยละ 55.3 มีคำถามว่า จะมีการปฏิวัติรัฐประหารอีกหรือไม


เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ ทางการเมืองขณะนี้ พบว่า


ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.2 ที่เห็นว่า ศาลต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม คือ สถาบันหลักของประเทศ ทุกๆ ฝ่าย ต้องยอมรับผลการวินิจฉัยตัดสิน และ


ร้อยละ 91.6 เห็นว่า ถ้ามีการตัดสิน ยุบพรรคการเมือง ก็ให้ทุกฝ่ายใช้ชีวิตไปตามปกติ ไม่ต้องก่อเหตุวุ่นวายอะไร และ


ร้อยละ 91.6 เช่นกัน เห็นว่า ยอมรับผลการตัดสินของศาลต่างๆ ดีกว่ายอมให้มีการยึดอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย


ที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.5 มองคดีความทางการเมืองต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมขณะนี้แล้ว ทำให้เชื่อเรื่อง บาปบุญ คุณโทษ และ กฎแห่งกรรม มากขึ้น


ในขณะที่ส่วนใหญ่เช่นกันหรือร้อยละ 82.0 คิดว่า ควรปล่อยให้ปัญหาการเมือง แก้ไขด้วยวิธีการทางการเมือง


อย่างไรก็ตาม กรณีปัญหาเขาพระวิหารนั้น ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 78.8 เห็นว่า ทำให้พรรคพลังประชาชนนั้น เสียคะแนนนิยมไป


แต่เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชน ต่อรัฐบาล ในการตัดสินใจยุบสภา ในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.5 เห็นว่าควรรอให้ ผลการตัดสิน ของกระบวนการยุติธรรม ถึงที่สุดก่อน


ในขณะที่ร้อยละ 20.5 เห็นว่า ควรยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ในตอนนี้ทันที

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2551 16:08 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082342
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ผบ.สส. ยันคนไทยไม่ยอมเสียพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.แน่นอน

Filed under: กัมพูชา, ข่าวการเมือง, ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวสังคม, ข่าวเมืองไทย, ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation, ความขัดแย้ง, ความมั่นคง, คำพิพากษา, คำสั่งศาล, คุณธรรม, คุณภาพชีวิต, จริยธรรม, ชุมนุมประท้วง, ตรวจสอบ, ธรรมาภิบาล, ประวัติศาสตร์ไทย, ปราสาทพระวิหาร, มรดกโลก, วัฒนธรรมขอมโบราณ, องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 15:49
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ขับไล่เขมรพ้นแผ่นดินไทย

ขับไล่เขมรพ้นแผ่นดินไทย

“บุญสร้าง” พร้อมขับไล่เขมร
พ้นแผ่นดินไทยแล้ว


ผบ.สส.เตรียมเสนอล้อมรั้วรอบตัวประสาทพระวิหาร ยันคนไทยไม่ยอมเสียพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.แน่นอน พร้อมผลักดันชาวกัมพูชาออกนอกพื้นที่โดยด่วน แต่กระทรวงต่างประเทศ ต้องให้ความร่วมมือ


จี้ “บัวแก้ว” เร่งแจ้งยกเลิกแถลงการณ์ไปยังประเทศและองค์กรต่างๆ เพราะขณะนี้เพียงแจ้งระงับเท่านั้น


วันนี้ (13 ก.ค.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน การประชุมเพื่อระดมความคิด ในการกำหนดยุทธศาสตร์ การดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อน กรณีปราสาทพระวิหาร ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)


ซึ่งมีนักวิชาการ ข้าราชการ และ ทหารร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ยาวนานเกือบ 7 ชั่วโมง ว่า มีข้อเสนอให้ กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมข้อมูล ข้อคิดเห็น ของฝ่ายไทยให้พร้อม


ก่อนที่กัมพูชาจะส่งข้อมูลให้ คณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 รวมถึงให้หารือกับ ฝ่ายกัมพูชา ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ หากจะมีการล้อมรั้วบริเวณปราสาทพระวิหาร


สำหรับพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า คนไทยคงจะไม่ยอมสูญเสีย พื้นที่ในส่วนนี้แน่นอน ส่วนที่มีชาวกัมพูชามาตั้งรกรากนั้น ฝ่ายทหารจะเร่งดำเนินการผลักดันออกไปจากพื้นที่ ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจาก กระทรวงการต่างประเทศ


ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปว่า ไทยควรจะเข้าเป็นคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศ หรือ ICC เพื่อร่วมบริหารจัดการ ปราสาทพระวิหารหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีความรู้เพียงพอ


ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวอีกว่า การทำเอกสารเกี่ยวกับพื้นที่ ทับซ้อนทางบก และ ทางทะเล ระหว่างไทย-กัมพูชา การจัดสัมมนาทางวิชาการให้ ประชาชนรับรู้ จะสามารถคลายข้อห่วงกังวล และเกิดเอกภาพทางความคิดได้


พล.อ.บุญสร้าง ย้ำว่า การดำเนินการใดๆ ต้องโปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนรับรู้ ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศ ควรทำเอกสาร ที่เข้าใจง่าย ชี้แจงในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทั้งแจ้งยกเลิกแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา ไปยังประเทศ และองค์กรต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันเป็นเพียง แจ้งระงับเท่านั้น

ผบ.สส.กล่าวอีกว่า การสัมมนาในวันนี้ ทำให้ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น และลดความขัดแย้ง ทางความคิดได้ในระดับหนึ่ง ในส่วนของกองทัพ ยืนยันมีหน้าที่ดูแลอธิปไตย แต่การดำเนินการในพื้นที่พิพาท เป็นหน้าที่ของ กระทรวงการต่างประเทศ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2551 19:39 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082428
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

SMS-อีเมล์ ว่อนเขมร “อาหารปนยาพิษ” จากฝั่งไทย

Filed under: 1 — accomthailand @ 14:46

SMS-อีเมลว่อนเขมร อาหาร-ผลไม้ไทย ใส่ยาพิษ!!


ผู้จัดการออนไลน์ — ได้มีมือดีส่งข้อความสั้นเข้าโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งส่งข้อความทางอีเมล์ เตือนให้ชาวเขมร เลิกซื้อสินค้าที่ผลิตจาก ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกบะหมี่สำเร็จรูป อาหาร และผลไม้

ภาพจากแฟ้มเเฟพี-- คนงานชาวกัมพูชาบนเขาพระวิหารกำลังลำเลียงข้าวสารและาหารที่ซื้ไปจากฝั่ง ไทย ชาวกัมพูชานับพันๆ คนที่ยู่ตามหมู่บ้านชายแดนแถบนี้ต้งพึ่งพาขงกินขงใช้จากประเทศไทย แต่เกิดข่าวลืสะพัดในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสินค้าไทยมีสารพิษเจืปน

ภาพจากแฟ้มเอเอฟพี-- คนงานชาวกัมพูชา บนเขาพระวิหาร กำลังลำเลียงข้าวสาร และอาหาร ที่ซื้อไปจากฝั่ง ไทย ชาวกัมพูชานับพันๆ คน ที่อยู่ตามหมู่บ้านชายแดนแถบนี้ ต้องพึ่งพา ของกิน ของใช้ จากประเทศไทย แต่เกิดข่าวลือสะพัด ในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สินค้าไทยมีสารพิษเจือปน



ซึ่งข้อความระบุว่า สัปดาห์ก่อนมีผู้เสียชีวิตไป 1 คน กับอีกหลายคนล้มป่วยใน จ.พระวิหาร หลังจากบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อจากประเทศไทย


เรื่องดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากวงการต่างๆ ในประเทศไทย


ตามรายงานของสื่อ ในกัมพูชา SMS ที่เป็นภาษาอังกฤษ เริ่มปรากฏตามโทรศัพท์มือถือ อีกรอบหนึ่งในเช้าวันศุกร์ (11 ก.ค.) ที่ผ่านมา เพื่อ “แจ้งข่าวร้าย” ดังกล่าว


SMS รอบใหม่นี้ใช้ข้อความทั้งหมดว่า
“News: Please avoid eating all kinds of Thai fruits, 4 persons were discovered dead after eating Thai fruits. Please send this SMS to all your loved ones.”

หรือ “ข่าว: โปรด หลีกเลี่ยง ที่จะรับประทานผลไม้ไทย ทุกชนิด, มีการพบ ผู้เสียชีวิต 4 คน หลังจากรับประทาน ผลไม้ไทย โปรดส่งข้อความนี้ต่อไปยังคนที่คุณรัก”


หนังสือพิมพ์ภาษาเขมรบางฉบับ ตีพิมพ์ข่าวที่คลุมเครือในฉบับวันที่ 10 ก.ค.ระบุว่า มีเด็ก 4 คน ตกเป็นเหยื่อของอาหารที่เป็นพิษในนั้น 1 คนเสียชีวิต ทั้งหมดกินขนมที่ซื้อจากร้านค้าแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน


อีกฉบับหนึ่งกล่าวว่า เด็กๆ กลุ่มนั้น รับประทานบะหมี่จากประเทศไทย ที่ร้านแห่งนั้น ก่อนจะ ซื้อขนมกินกันต่อ เจ้าของร้านค้าแห่งนั้น บอกกับเจ้าหน้าที่ ว่า ได้ซื้อขนมไปจาก หมู่บ้านหนึ่งอีกที


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากจังหวัด กำลังจะเดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ศพของเด็กที่เสียชีวิต


ข่าวเรื่อง “อาหารปนยาพิษ” จากฝั่งไทยนี้ แพร่สะพัดปากต่อปากหลายวัน ก่อนหน้านั้น ในเขต อ.จอมกระสาน ที่มีชายแดน ติดกับประเทศไทย


แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เป็นไปได้ยาก เนื่องจากไม่มีการนำเข้าสินค้าใดๆ จากไทย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.เป็นต้นมา ซึ่งทางการได ้ปิดทางขึ้นสู่ ปราสาทพระวิหาร หลังจากมี ชาวไทยประมาณ 100 คนเศษ ชุมนุมประท้วง ที่บริเวณทางขึ้น


นายเมืองสน (Mooing Son) ประธานมูลนิธิอารยธรรมเขมร (Khmer Civilization Foundation) ซึ่งเป็นหัวหอก ในการรณรงค์สนับสนุน การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก กล่าวว่า เรื่องนี้อาจจะเกิดจากความบกพร่องของ องค์การ Cam Control ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่อง ความปลอดภัยของอาหาร


นายสน กล่าวอีกว่า บางทีข่าวร้ายนี้อาจจะเกิดจาก “ต่างชาติ” ที่ต้องการให้ชาวกัมพูชาหันไปซื้อสินค้า จากประเทศของพวกเขาแทน แต่ก็ปฏิเสธที่ จะระบุชื่อ “ต่างชาติ” นั้นอย่างตรงไปตรงมา


กัมพูชานำเข้าผลไม้ตามฤดูกาลจากจังหวัดภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงาะ ทุเรียน มังคุด อีกส่วนหนึ่งนำเข้าจากภาคใต้เวียดนาม แต่คุณภาพสู้ผลไม้ไทยไม่ได้


ในพื้นที่ชายแดน ติดกับไทย หลายแห่งที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ชาวกัมพูชา ต้องพึ่งพาสินค้า แม้กระทั่งน้ำดื่ม จากประเทศไทย รวมทั้งชายแดนด้าน เขาพระวิหารด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2551 12:56 น.
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082265
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สนธิ” ฝัน ครม.ติดคุกชั่วชีวิต

สนธิ ลิ้มท�งกุล

สนธิ ลิ้มทองกุล

“สนธิ” ฝัน ครม.ติดคุกชั่วชีวิต-
ทัพไทยตรึงชายแดน
บีบเขมรเจรจา


“สนธิ” เผยเรื่องควรรู้เกี่ยวกับในหลวง พร้อมขอเดินตามรอยพระบาท ต่อสู้โดยไม่ท้อ เพราะเดิมพันสูง คือบ้านเมือง เผยความฝันอยากเห็นไทยถอนตัวจากยูเนสโก ส่งทหารบกตรึงเขาพระวิหาร ตั้งฐานทัพเรือที่เกาะกูด บีบบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังฮุนเซนให้มาเจรจา พร้อมอยากเห็น ครม.ติดคุกตลอดชีวิตทั้งคณะ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 13 ก.ค. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวทีสะพานมัฆวานฯ โดยได้นำเรื่องน่ารักๆ ที่ควรรู้และน่าปลื้มใจเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 77 เรื่อง มาอ่านให้ผู้ร่วมชุมนุมได้ฟัง เช่น เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ได้ค่าขนมจากสมเด็จย่าอาทิตย์ละครั้ง แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้มาขาย เมื่อได้เงินก็ทรงนำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูก ทรงโปรดการเลี้ยงสัตว์นานาชนิดรวมถึงงู สุนัขทรงเลี้ยงตัวแรกเป็นสุนัขไทย แต่ตั้งชื่อบ๊อบบี้


ระหว่างการประทับที่สวิตเซอร์แลนด์ระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษา ฝรั่งเศส แต่ใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่า ทรงได้รับการอบรมจากสมเด็จย่าให้รู้จักการออม โดยการหักเงินเก็บเข้ากระป๋องที่เรียกว่ากระป๋องคนจนทุกเดือน ทรงเก็บเงินเพื่อซื้อจักรยานคันแรกในชีวิต กล้องตัวแรกที่ซื้อทรงเก็บเงินซื้อเองได้ตอนพระชนมายุ 8 พรรษา ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปเรียนแทนการนั่งรถพระที่นั่ง ทรงได้รับการอบรมจากสมเด็จย่าให้รู้จักแผนที่ประเทศไทย


พระอัจฉริยภาพของในหลวงมาจากการเล่นและประดิษฐ์คิดค้นตั้งแต่สมัยยัง ทรงพระเยาว์ เคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐาซื้อชิ้นส่วนวิทยุมาทีละชิ้น มาประกอบเองแล้วแบ่งกันฟัง พระองค์ทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด แต่ชิ้นแรกที่เล่นคือหีบเพลง หรือแอคคอร์เดียน เมื่อพระชนมายุได้ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองมาหัดเล่นด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ และสมเด็จย่าทรงออกให้ครึ่งหนึ่ง


ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรกเมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา คือ เพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” จนปัจจุบันมีเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งสิ้น 48 เพลง บางครั้งทรงเอาซองจดหมายมาตีเส้น 5 เส้น แล้วเขียนเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น คือ เพลงเราสู้ ทรงโปรดการถ่ายภาพเช่นเดียวกับสมเด็จย่าและสมเด็จปู่ ทรงโปรดการถ่ายภาพยนตร์ ทรงถ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายเพื่อหาเงินสร้างโรงพยาบาล


ทรงเล่นกีฬาหลายชนิด ที่โปรดเป็นพิเศษ คือ แข่งเรือใบ ครั้งหนึ่งทรงเรือใบออกไปไม่นานก็วกกลับมา เพราะเรือของพระองค์โดนทุ่น ซึ่งผิดกติกา ทั้งที่ไม่มีใครเห็น แต่พระองค์ท่านรู้ว่าผิดกติกาจึงนำเรือกลับ


“ทำไมข้าราชการการเมืองเลวๆ ในไทยไม่ศึกษาพระองค์ท่านในเรื่องความยุติธรรม” นายสนธิกล่าว


นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงจากวัสดุการเกษตรตั้งแต่ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2549 องค์การสหประชาชาติได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ โดยนายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติขณะนั้นเดินทางมาถวายด้วยตนเอง


พระองค์ทรงจัดพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป และทรงไปฮันนีมูนที่หัวหิน ในประเทศไทย ของใช้ส่วนพระองค์ไม่จำเป็นต้องแพงและมีแบรนด์เนม เครื่องประดับของพระองค์ไม่มีอะไรเลย นอกจากนาฬิกา ยาสีพระทนต์พระองค์ทรงใช้จนไม่เหลือ


โครงการพระราชดำริของพระองค์ถึงปัจจุบันมีมากว่า 3 พันโครงการ ครั้งหนึ่งเมื่อพระองค์เสด็จเยี่ยมโครงการห้วยสักใหญ่ เมื่อ ฮ.พระนี่นั่งมาถึง ฝนตกอย่างหนัก ข้าราชการที่มารอรับเสด็จฯ ยืนเปียกฝน จึงรับสั่งให้ราชองครักษ์เก็บร่ม และเสด็จเยี่ยมข้าราชการและประชาชนท่ามกลางสายฝนเปียกไปพร้อมกับประชาราษฎร์ ของพระองค์ท่าน


ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช (อดีตนายกรัฐมนตรี) เคยกราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างไหม ในหลวงทรงตอบว่า ความจริงมันน่าท้ออยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ


ห้องทรงงานของพระองค์กว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร สุนัขทรงเลี้ยงนอกจากคุณทองแดงแล้วยังมีอีก 33 ตัว ทรงเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน ทรงลงพระนามในอาชีพของพระองค์ว่า ‘ทำราชการ’ ทรงใช้ดินสอปีละ 12 แท่ง หรือเดือนละแท่งใช้จนหมดค่อยเบิกใหม่ ทรงเป็นผู้ประดิษฐ์แบบตัวอักษร(ฟอนต์) จิตรลดา และ ภูพิงค์


พระองค์เริ่มพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อปี 2493 จน 29 ปีต่อมา มีผู้คำนวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรรวมทั้งหมด 141 ตัน ดอกไม้ประจำพระองค์คือ ดอกดาวเรือง สีประจำพระองค์เหลือง สีที่เป็นกาลกิณี คือ สีแดง


นายสนธิ กล่าวว่า นี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องเล็กน้อยๆ ที่เกี่ยวกับพ่อหลวงเราที่เราควรรู้ และเมื่อรู้แล้วภูมิใจ มากกว่าเก่า ที่เรามีพระมหากษัตริย์แบบนี้


นายสนธิ กล่าวต่อว่า ที่อ่านแล้วซาบซึ้งอย่างมากน้ำตาคลอ ตอนที่พระองค์ท่านทรงตอบ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ว่า บางครั้งเราก็ท้อ แต่ท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันมันสูงเหลือเกิน เดิมพันคือชาติบ้านเมือง ตนไม่เสียใจเลย และภูมิใจที่ได้เดินตามรอยพระบาทพระองค์ท่าน ที่ตนไม่ท้อ เพราะว่าเดิมพันคือบ้านเมือง พ่อแม่พี่น้องก็ปรบมือให้ตัวเองที่ไม่ท้อ เพราะเดิมพันของพวกเราคือชาติบ้านเมือง


ก่อนจบ นายสนธิกล่าวถึงความฝันว่า ในวันพรุ่งนี้รัฐบาลจะประกาศยกเลิกมติ ครม.และดำเนินคดีอาญาให้พวกที่ทำเรื่องเขาพระวิหาร ติดคุกตลอดชีวิตทั้ง ครม. เสร็จแล้วมีคำสั่งให้ประเทศไทยลาออกจากยูเนสโก และทำหนังสือแจ้งองค์การสหประชาชาติว่า สิทธิที่เราเคยสงวนไว้ในปี 2505 ที่จะทวงปราสาทพระวิหารยังเป็นสิทธิที่เราจะใช้อยู่ และแจ้งไปยังคณะกรรมการมรดกโลก ที่ปองพลเซ็นให้ 7 ประเทศมาร่วมฟื้นฟูปราสาทพระวิหารเป็นโมฆะ เพราะเราลาออกจากยูเนสโกแล้ว


หลังจากนั้น สั่งกองทัพภาคที่ 2 และ กองทัพภาคที่ 1 ปิดพรมแดน 40 จุดตามแนวชายแดนไทย-เขมร รวมสระเแก้ว-ปอยเปต คลองเล็ก ตราด แล้วให้กองทัพภาคที่ 2 เดินไปล้อมรั้วที่ปราสาทพระวิหาร แล้วผลักดันคนเขมรออกนอกพื้นที่ให้หมด แล้วตั้งทหารบกพร้อมอาวุธหนัก รถถัง 4-5 คัน ทหาร 2 กองพันอยู่ที่ปราสาทพระวิหาร


ขณะเดียวกัน สั่งกองทัพเรือให้ตั้งฐานทัพเรือย่อยที่เกาะกูด ของบฯ จากส่วนกลางสร้างลานบิน ที่เอฟ 16 และเครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศสามารถขึ้นลงได้ทั้งกลางวันกลางคืน ให้เรือรบหลวงจอดที่เกาะกูด 2 ลำ เรือตรวจการอีก 10 ลำ ใครรุกล้ำน่านน้ำเกาะกูด ยิงทันที

นอกจากนั้นจะไล่เปลี่ยนตัวคณะกรรมการปักปันเขตแดนในทะเลที่ตั้งมาส มัย พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ ไล่ออกให้หมด การเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารเรือต้องเปลี่ยนทันทีที่มีรัฐบาลใหม่ ต้องเปลี่ยนทันที เปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดตราด ผกก.ทุกโรงพัก ไม่ให้จังหวัดตราดให้ความร่วมมือกับคนไทยที่ไปลงทุนในเกาะกง นั่นคือ ความฝัน

นายสนธิ กล่าวว่า ทำไมต้องพูดเช่นนี้ ก็เพราะคนที่อยู่เบื้อหลังเขมรนั้น พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือบริษัทน้ำมันทั้งจากอเมริกา ยุโรป และจีนที่อยู่เบื้องหลังฮุนเซน ชาติเหล่านี้จึงเข้ามาเกี่ยวพันกับการฟื้นฟูพระวิหาร เพราะทุกคนต้องการมีเอี่ยวกับหลุมน้ำมันกลางทะเล


“ถ้าเราแข็งกร้าวไม่ยึดแผนที่ของเขา ต่อรองยังไงเราก็ไม่ยอม มันจะเกิดอะไรขึ้น 6-7 ประเทศ ที่อยากได้น้ำมันจนตัวสั่นมันก็จะมาถามว่า ทำยังไง เราถึงจะมานั่งโต๊ะเจรจากันได้ ง่ายนิดเดียว ไล่ฮุนเซนออกไป ไล่ทักษิณออกไป ถึงวันนั้นฮุนเซน ทักษิณ ไม่มีความหมาย หลักในการทะเลาะวิวาท คือ ใครชกก่อนคนนั้นได้เปรียบ เราต้องชกก่อน


ที่สำคัญ รัฐบาลใหม่ต้องสร้างปรากฏการณ์ขึ้นมา จึงขอวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ พระบูรพมหากษัตริย์ ถ้ามีรัฐบาลใหม่ ผมอยากเห็น ครม. ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย ผู้เฒ่า ผู้แก่ ติดคุกให้หมดตลอดชีวิต รวมจนถึงนายพลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ที่ไปรับรองนายนพดล และนายสมัคร ต้องติดคุกด้วย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศถ้าเกี่ยวข้องก็ต้องติดคุก เราต้องทำให้เป็นตัวอย่าง ให้ลูกหลานเห็นว่าใครขายชาติ ต้องติดคุก”


“พี่น้อง ระหว่างผม แกนนำพันธมิตรฯ พ่อแม่พี่น้องที่นั่งอยู่ที่นี ่และดูเอเอสทีวีอยู่ เวลาเราตาย เราตายหนักอย่างขุนเขา เพราะว่าเราตาย ด้วยความรักชาติรักแผ่นดิน


ไอ้พวกที่ผมเอ่ยชื่อ มันตายเบาอย่างขนนก เพราะมันตายอย่างคนขายชาติ” นายสนธิกล่าวทิ้งท้าย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2551 01:01 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082487
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รายการ “สนทนาประสาสมัคร” วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2551

Filed under: 1 — accomthailand @ 02:57

รายการ “สนทนาประสาสมัคร” วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2551

รายการ “สนทนาประสาสมัคร”
วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2551
ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)
และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์


สวัสดีครับท่านผู้ชมที่เคารพ 08.30 น. เช้าวันอาทิตย์หลังพระเทศน์ สนทนาประสาสมัครกลับมาเหมือนเคย อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่มีวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา อยู่ติดกัน 2 วัน หยุดราชการ บอกดี หยุดราชการวันพฤหัสบดี วันศุกร์ ต่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ เรียกภาษาฝรั่ง Long weekend แปลว่าอย่างไร แปลว่าต้องไปเที่ยวไหนกันใหญ่


ผมก็คงมีหน้าที่จะต้องพูดให้ฟังนิดหนึ่งครับ คือวันสำคัญทางศาสนาของเรา จริง ๆ เราใช้ 5 วันเท่านั้น เราเรียกว่าวันพระพุทธ ๆ ก็พุทธเจ้า คือวันวิสาขบูชา ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน วันพระพุทธ วันเพ็ญกลางเดือน 6 และพอถึงวันเพ็ญกลางเดือน 8 วันอาสาฬหบูชา อ่านว่า วันอาสานหะบูชา วันพระธรรมครับ วันนี้ก็เป็นวันปฐมเทศนา วันพระสงฆ์ก็วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่เขาเรียกว่า ปฐมเทศนา คือเทศนาครั้งแรกเลยครับ เทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เทศนาเรื่องธรรมจักรกัปวัตนสูตร การเวียนว่าย ฉะนั้น เมื่อเวลาที่เขาคนโบราณตอนยังไม่มีพระพุทธรูป ก็เอาหินมาสลักเป็นกงล้อธรรมจักร แปลว่าปฐมเทศนาคือธรรมจักรกัปวัตนสูตร ก็ทำเป็นกงจักร 8 แฉก แล้วเอากวางมาวางหน้าธรรมจักร แปลว่าปฐมเทศนาก็เกิดขึ้นที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เท่านั้นละครับ จนกระทั่งพวกกรีซ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์เข้ามายึดครองอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย แคว้นคันธาราช จึงได้มาแนะนำให้สร้างพระพุทธรูป เมื่อสร้างพระพุทธรูปแล้ว ฝรั่งก็ไม่เชื่อ เพราะสร้างเป็นแบบฝรั่งคิด ออกมาหน้าตา พระรุ่นแรกหน้าตามีกล้ามเนื้อ และห่มผ้า แบบชนิดเหมือนกับเขาเรียกว่า ผ้าทอก้า เหมือนเอาผ้าปูที่นอนมาห่ม คือเขาอธิบายกันไม่ได้ หน้าตาต่าง ๆ บอกผมอย่างนี้ต้องขมวดเป็นอย่างนั้น ฝรั่งก็ไม่เชื่อ เส้นพระเกษาก็เป็นเส้นธรรมดา พระโอษฐ์จะกว้างอย่างไร ตามประสาคนมีบุญ เขาเรียกว่าพูดจากคัมภีร์มหาปุริสลักษณะ มหาลักษณะของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เขาทำไว้แล้ว


วันนี้รายการก็ไม่ใช่จะรายการเรื่องพระพุทธรูปสมัยนาตา อะไรอย่างนั้น เลยเล่าให้ฟังหน่อยว่าในที่สุดเราก็หล่อพระพุทธรูปของเราเอง เพราะฉะนั้น วันนี้เป็นวันเทศนาก็ตอบหลายข้อ รูปก็เป็นสัญลักษณ์ เข้าไปที่พุทธมณฑลก็จะเจออย่างนี้ ประสูติ เขาก็เอาดอกบัวแกะสลักหินอ่อนมาแกะเป็นดอกบัว ตรัสรู้ เขาก็ทำของเขาอย่างนี้ คือประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน เขาก็แกะ วันธรรมเทศนา เขาก็เอาธรรมจักรเอากวางมาตั้ง ธรรมจักรใหญ่นะครับ กว้าง 5 เมตร หินก้อนมหึมา ตอนจำลองมายังอยู่ที่โน่น อาทิตย์นี้ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ 2 วันไม่ไปเที่ยวไหนก็ไปวัด ไปฟังเทศน์ ฟังธรรม หน่อย ว่าท่านว่าอย่างไร วันศุกร์ก็เข้าพรรษา พอถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ก็ออกพรรษา นี่เรื่องของพระพุทธศาสนา


ถัดไปอยากจะบอกนิดหนึ่งคือกำลังเตรียมการทำ ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 100 ปีพระบรมราชอนุสาวรีย์ เราเรียกพระบรมรูปทรงม้า สร้างเสร็จ 2 ปี เปิด 2 ปี สวรรคต สวรรคตปี 2453 เพราะฉะนั้น ตอนเปิดอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า 2451 ปีนี้ 2551 ไม่ได้ตรงกับวันสวรรคตนะครับ เดือนพฤศจิกายน แต่เราจะนับวันฉลอง วันที่ 23 ตุลาคมปีนี้ถือว่าเป็นสำคัญ จะมีฉลองกัน 9 วัน คงจะไม่เอิกเกริกมหรสพ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นการฉลองแบบนิทรรศการ เพราะว่าในสมัยพระองค์ท่านทรงครองราชย์ 42 ปี รัชกาลที่ 4 ทรงเปิดประเทศ รัชกาลที่ 5 เรียกว่าท่านทรงแก้ปัญหาต่าง ๆ เลย ทรงแก้ปัญหาอย่างไร เพราะมันล่าอาณานิคม ล่ากันหมด ไปดูสิครับมีประเทศไทยประเทศเดียวที่ไม่ตกเป็นเมืองขึ้น เขาพูดกันง่าย ๆ อย่างนี้ เรียนกันมาตั้งแต่โน่น ไม่ต้องไกลนะครับ เอาแค่อัฟกานิสถาน ปากีสถาน ซึ่งแยกมาจากอินเดีย บังคลาเทศเพิ่งแยกไปทีหลัง มาถึงพม่าลงไปถึงมลายู ต่อไปเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และขึ้นมาเกาะฟิลิปปินส์ มาถึงลาว เขมร เวียดนาม พวกนี้ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกหมด เหลือประเทศไทยนี่ละครับ ที่เขาจ้องกันอยู่ ประเทศหนึ่งก็จ้องว่าทางฝั่งซ้าย ตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยาทางนี้จะเอา ตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยาทางนี้จะเอา ก็จะผ่าประเทศไทยเป็นสองครึ่ง แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นี่ละครับที่ทรงมีวิเทโศบาย สายพระเนตรไกล รับสั่งว่าเราจะไม่เอาดาบไปสู้กับปืน แบบมหาราชาแห่งอินเดีย ประเทศใหญ่เป็นอนุทวีป ยังโดนเขายึดเอาไปได้ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้น ทรงรับบอกว่าวิธีแก้ปัญหาคือยอมรับความเจริญของโลกตะวันตก และก็เสด็จพระราชดำเนินไป ผมเคยพูดหลายครั้งแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยุโรป ไปแบบที่ฝรั่งมาไทยอย่างไร เราไปอย่างนั้นเลย ซื้อเรือนั่งเรือไปเลย แล้วก็ 10 ปีไปหน 2440 เสด็จพระราชดำเนินหนแรก เอาพระเจ้าลูกยาเธอ คือลูกชาย เอาไปถึงฝากไว้ทุกราชสำนักเลย อีก 10 ปีต่อมา 2450 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับชุดเก่ากลับมาช่วยบริหารบ้านเมือง เอาชุดใหม่ไป เพราะฉะนั้น เจ้านายของเรานั้นรับการศึกษาจากต่างประเทศทั้งนั้น


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเรียนมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด รัชกาลที่ 7 เป็นนักเรียนนายร้อยแซนเฮิร์สต์ เวลาท่านจบท่านเป็นพลตรี กองทัพของอังกฤษ เพราะฉะนั้น เจ้านายของเรา อย่างรัชกาลที่ 4 เปิดประเทศ ท่านก็คุ้ยเคยกับฝรั่ง รัชกาลที่ 5 ท่านเรียนหนังสือภาษาฝรั่งของท่าน ท่านก็ให้ลูกท่านไปเรียนยุโรป เรียนอะไร เอากลับมา รัชกาลที่ 6 เป็นผลิตผลที่ท่านได้มองสายพระเนตรไกล จนถึงรัชกาลที่ 8 รัชกาลปัจจุบัน เรื่องพรรค์อย่างนี้จะเห็นได้เลยว่าเราแก้ปัญหาไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร ด้วยวิธีการที่ว่ายอมรับความเจริญ ยอมรับอะไรบ้าง ของที่เอากลับมาที่มองเห็น กิจการประปา ยุโรปมี 3 ปีเรามี อะไรที่ยุโรปมี 3 ปี เรามีเลยครับ ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ รถไฟ รถราง รถยนต์ กิจการเรื่องศาล แม้กระทั่งเรื่องเครื่องแต่งตัว ระบบเหรียญตราที่ทำกันอย่างไร ระบบที่เขาทำสายสะพาย แต่ก่อนเราไม่มีสายสะพาย มีแต่ดวงตราคล้องคออย่างนั้นนะครับ มีหมดครับ แต่ก่อนเสนาบดีกลาโหมนุ่งโจงกระเบน เสื้อไม่ใส่ ตามที่เขาค้นพบและไปทำหนัง ตอนนั้น ลี เจคอบส์ เล่นเป็นรัฐมนตรีกลาโหม เจ้าพระยากลาโหม นุ่งโจงกระเบนเสื้อไม่ใส่ มีเหรียญคล้องคออันหนึ่ง นั่นละเพราะฝรั่ง เขาค้นว่า เราแต่งตัวกันอย่างนั้น รัชกาลที่ 5 นี่ละครับที่ทรงเปลี่ยนแปลงให้มีเครื่องแต่งตัวมีกางเกงมีเสื้อ เสื้อคอปิด ปกติขาว ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี่ละครับ ก็เอามาจากต่างประเทศ ท่านเป็นคนทรงทับศัพท์ คือท่านทรงกำหนดข้อความนี้เอง ฝรั่งเขาไม่มีละครับ แปลว่าท่านบอกว่าอันนี้ถือว่าทางราชการจดทะเบียน เรียกว่า Royal Patent เป็นภาษาของรัชกาลที่ 5 ท่านเองนะครับ และเราก็เรียก Royal Patent ว่า ราชปะแตน เหมือนที่เรียกว่า Telegraph แต่ก่อนนี้ก็ว่าตะแลบแก๊บ ส่งโทรเลข ชาวบ้านเรียกตะแลบแก๊บ Royal Patent ก็เรียกกันว่าราชปะแตน


ตรงนี้ละครับทุกอย่างที่มา ๆ หมด แล้วทำอย่างไรถึงบอกว่าเหมือนพลิกฝ่ามือ ก็ไปดูเถอะ เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง ตัวอาคารที่เรียกว่าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก็เป็นเรื่องเก่า ผนังเก่า แบบเก่า ยอดปราสาทเก่า แต่พอย้ายมาหน่อย พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่เป็นแบบคิวดอร์ 3 ชั้นฝรั่งเต็มที่ ใช้หินอ่อน หินทรายประดับทุกอย่างหมดเลยครับ แต่ข้างบนหลังคานั้นเป็นยอดปราสาทราชมณเฑียรแบบไทย ของฝรั่งมีสิงโตหมอบ ของเราเอาช้างมายืน คือทำทุกอย่างหมดครับ ขึ้นไป แปลว่าท้องพระโรงที่พระที่นั่งจักรี ทูตขรตรีเศียรเข้ามาเฝ้าถวายพระราชสาส์น จะได้แลเห็นทุกอย่างมีความเปลี่ยนแปลง แปลว่าเขามาดูถูกประเทศนี้ไม่ได้ ตรงนั้นเป็นความจริง


พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เล่ากันมาไว้ว่าเจ้านายตอนสร้างเสร็จก็ยืนทอดพระเนตรกันว่า สมเด็จกรมพระยานริศฯ รับสั่งว่า ดูพระที่นั่งจักรีแล้วเหมือนฝรั่งใส่ชฎา แล้วก็ทรงพระสรวลกันในระหว่างเจ้านาย แต่ปรากฏว่าฝรั่งใส่ชฎานี่แหละครับ ถูกถ่ายรูปซะไม่รู้เท่าไร ๆ เลย เป็นศิลปะกลมกลืน ซึ่งคนที่มาดู นักท่องเที่ยวที่ไหลมาอย่างกับหนอน ต้องพูดอย่างนี้ เข้าไปดูเถอะครับจะได้เห็นของไทยแท้ ๆ ในพระที่นั่งอัมริมทรวินิจฉัย ขวามือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มณฑลเชิงเทิน พระที่นั่ง ที่ไปออกงานต่างประเทศ ที่ลงเปลี่ยนเครื่องอะไรต่าง ๆ เวลาขึ้นไปประทับ เวลาที่ประทับเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารค ก็เป็นไทยแท้ ทุกอัน ฝรั่งเต็มที่ หันหน้าเข้าหาพระที่นั่งอัมรินทร์ ซ้ายมือเข้าไป พระที่นั่งบรมพิมาน ฝรั่งเต็มตัวเลยครับ ทำไม ฝรั่งมาประทับ แขกเมืองมาประทับพระที่นั่งบรมพิมาน เพราะฉะนั้น ของเราประหลาดใจ เขาเรียกว่า ที่ท่องเที่ยว กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าสนใจท่องเที่ยวที่สุดในโลก อย่างนี้ละครับ พระบรมมหาราชวัง และข้างในปรับปรุงทันสมัย แต่ก่อนการเข้ามาฝรั่งจะเข้าห้องน้ำ ฮู้ย…เดี๋ยวนี้ห้องน้ำไม่กระจอก อย่างกับโรงแรมเลยครับ ทันสมัย ท่านที่ดูแลต่าง ๆพวกนี้แม้จะคนโบราณ แต่ท่านก็ทำทุกอย่างทันสมัย ออกมากินน้ำตรงไหน ดูตรงไหน ซื้อหนังสือตรงไหน ให้ไปดูประวัติเหรียญตราตรงไหน นี่ละครับก็พูดจากันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง พระราชวงศ์เมจิของญี่ปุ่น ทำไมพระองค์ท่าน 42 ปีได้รับสมัญญานามว่าพระปิยมหาราช แปลว่าพระเจ้าแผ่นดินมหาราชที่เป็นที่รักของปวงชน


อันนี้ละครับต้องเล่าให้ฟังว่าครบรอบ 100 ปีพระบรมราชอนุสาวรีย์ ที่เราเรียกพระบรมรูปทรงม้า รัฐบาลจะทำงานใหญ่ถวาย จะมีงานแสดงหมด ทุกหน่วยงานเขาแสดงหมด แสตมป์ประเทศอื่น สหภาพไปรษณีย์สากล คนนั้นเพิ่งเข้าคนนี้เพิ่งเข้า คนนั้นสำคัญจะทำเก่ง แต่ประเทศไทยนั้นอยู่ห่างจากสถาปนาเพียง 9 ปีเท่านั้นละครับ เขาเวลานี้เขาฉลอง 125 ปีของไทยนะครับ 125 ปีบวกไปอีก 9 ปี แปลว่าสหภาพไปรษณีย์สากล 134 ปี เราฉลอง 125 ปี เห็นไหมครับ หมวดแสตมป์ดวงแรกของเราอะไรต่างๆ มีหมดครับ คือฝรั่งมีอย่างไร ไทยมีอย่างนั้นได้ แต่ว่าเป็นแบบไทยเอามาดัดแปลง ฝรั่งกินข้าววางช้อนเป็นตับเลย อันนั้นใช้ปลา อันนี้ใช้นี่หยิบนี่ ๆ ๆ ๆ ต้องเรียงกัน พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงบอกว่าส้อมอันหนึ่ง ช้อนใหญ่อันหนึ่ง เอาส้อมกับช้อน เรียกว่าช้อนส้อม ทั้ง 2 เอาคู่เดียวครับ มีดบอกไม่ใช้ เอาไปไว้ในครัว มีดไปหั่นในครัว เราหั่นของเราเสร็จ แต่ก่อนเรากินมือ และต่อมาเรากินช้อนคันเดียวแบบจีน ต่อมาเรามีช้อนส้อม ตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ แต่ว่าช้อนส้อม และเอาไปสอนฝรั่งด้วย เพราะฝรั่งให้นั่งกินข้าวผัด 1 จานวางช้อนส้อมคู่กัน ดันเอาส้อมนั่นเล็ม ๆ ๆ ๆ กิน กวาดจนหมดจาน กินข้าวผัดใช้ส้อม ลองคิดดูคนไทยต้องหัวเราะไหม ถ้าลองบอกว่านี่ถ้าไม่ใช้ 2 คัน ช้อนกับส้อม แล้วกิน บอกเออดีเหมือนกัน ดีไม่ดี ประเทศไทยใช้อย่างนี้ เราหยิบมาส้อมกับช้อนเท่านั้นละครับ เห็นไหมครับ


เพราะฉะนั้น เรื่องทุกอย่างของเรา ราชวงศ์เมจิ เปิดประเทศพร้อมกับประเทศไทย ลองดูถ้อยคำต่าง ๆ ภาษาต่าง ๆ ของเราออกเสียงภาษาฝรั่ง เราแปลได้ทันทีและก็ใช้ อันนี้เรียกว่า match เราบอกเราไม่เคยเห็น ทำด้วยไม้ และเอาไปขีด แล้วก็เกิดไฟ match เขาเรียกว่าไม้ขีดไฟ อย่างนี้ทำอย่างไร ถือเป็นด้ามอย่างนี้ เรียกว่า ส้อม fork แล้วนี่ละ ช้อนตักอะไร ก็ช้อน spoon แปลเสร็จเลย ที่ไปนอนกลางคืน hotel แปลว่าที่ไปนอนพัก เป็นโรงที่ไปนอน แปลว่าไปค้างแรม โรงที่ไปค้างแรกเขาเรียกว่าโรงแรม ของเรา ๆ ใส่หมดเลย ดูเพื่อนบ้านเรา ญี่ปุ่นเปิดประตูพร้อมกันเลยบอกว่า ไม้ขีดไฟ ทำอย่างไร ญี่ปุ่นคิดไม่ทันเรียกไม้ขีดไฟว่า แมทชุ ส้อม เรียกว่า ฟ็อกกุ ช้อน สปูนนุ โต๊ะ เทบารุ โรงแรม โฮเทรุ ยกตัวอย่างให้ฟัง ของเรา ๆ ใส่หมดครับ เราใส่หมดทุกคำ แปลหมดเลยครับ คำนี้แปลว่าอะไร 60 ปีที่แล้ว United Nations United แปลว่า สมัครสมานสามัคคี Nation แปลว่าชาติ แต่เสด็จในกรมบอกต้องใช้คำว่า สหประชาชาติ เห็นไหมครับ สหประชาชาติ United Nation เรียกย่อว่า UN เรามีคำหมดเลยครับ แม้แต่คำอะไรต่าง ๆ แต่ไม่แปลมีครับ Technology ไม่รู้จะแปลอย่างไรให้แปลว่า เทคโนโลยี ถ้ายี่น่ะฝรั่ง ถ้ายีละก็ไทย gas ก็เหมือนกัน ฝรั่งเรียกแก๊ส ไทยเรียก ก๊าซ เรียกกันกลับไปกลับมาอย่างนี้ ใครจะทำไม ก็เป็นภาษาของเรา


และเวลาที่ลากเข้าบาลี โอ้โฮลากเข้าน่าตื่นเต้น ถูกต้องนะครับ แต่น่าตื่นเต้น บางคำทางโน้นก็บอกว่า อย่า software hardware ละมุนภัณฑ์ กระด้างภัณฑ์ ทางนั้นบอกว่าไม่ใช่ ไปตั้งล้อกันเอง ว่าอย่างนั้นนะครับ แต่ว่าคำที่เขียนให้คนอ่านได้ที่เรียกว่า ลากเข้าบาลี คำว่า Sanctuary อย่างที่ว่าเป็นที่ไปพักผ่อน นกปากห่างมาอยู่ที่วัดไผ่ล้อม มันปลอดภัย ไม่มีใครไปยุ่ง เหมือนเขตอภัยทาน เหมือนพวกว่าหลบไปบวชอยู่แล้ว ของฝรั่งเข้าไปข้างในเข้าไม่ได้เลย เป็นที่เหมือนกับลี้ภัยหลบภัย เป็น Sanctuary เขาจะแปลนกที่เมืองปทุมธานี Bird Sanctuary บอกว่าที่อยู่ของนก ที่ปลอดภัยของนก ที่นกมารวมกันอยู่ อย่าง Bird Sanctuary ยังมีคนแปลเลยครับ แปลเล่าให้เราฟังว่าเออเขาเก่ง Bird Sanctuary Bird แปลว่า วิหค Sanctuary แปลว่า สันติจารี สันติแปลว่าเงียบ ๆ จารี คือ จาริก ที่จาริกไปอยู่เงียบ ๆ วิหค กับ สันติจารี มาจากภาษาฝรั่งว่า Bird Sanctuary นี่เป็นเรื่องอย่างนี้นะครับ


เพราะฉะนั้น ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ท่านเอามาทุกอย่าง ท่านจัดการเสร็จ ถ้าใครสนใจว่าอย่างไร อ่านพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน คนไม่เคยอ่านก็ไปเสีย จะได้รู้ว่าพระเจ้าอยู่หัว ของเราพระองค์นี้เป็นอย่างไร แต่ว่ารัฐบาลจะทำ คือจะมีหนังสือเล่มสำคัญกำลังลงมือ ที่มาบอกไว้ก่อนจะให้รู้ว่าทำงานกันอย่างชนิดว่า กรกฎาคม ก็จะหมดแล้ว สิงหาคม กันยายน 23 ตุลาคม ประมาณ 2 เดือนครึ่ง หนังสือเล่มนี้จะเป็นหนังสือเล่มสำคัญ เรียกว่า 100 ปีพระราชอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าหลวง อะไรทำนองนี้ กำลังเลือกชื่อกันอยู่ แต่เป็นหนังสือดีที่ว่าคนไทยทุกคนจะมีคงไม่ไหวละครับ แต่ว่าคนไทยที่ใฝ่หาสนใจก็จะพยายามเก็บรูปเก็บภาพอะไรต่าง ๆ จะได้เห็น อย่างภาพหนังสือพิมพ์เขามาลงอย่างนี้ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประทับข้างหน้า มีเด็กชายหนุ่มยืนข้างหลัง ก็คือเป็นพระราชโอรส ข้างหลังนะครับ กรมขุนสงขลานครินทร์ แต่ก่อนทรงเป็นกรมขุน ต่อมามีสถาปนาเป็นกรมหลวงสงขลานครินทร์ เห็นไหมครับ เจ้านายแต่ละพระองค์ทรงเขียนจดหมายถึงองค์ไหน อะไรต่าง ๆ พระรูปที่ฉายต่าง ๆ นั้น ไปดูเถอะครับเรียกว่าเป็นความมหัศจรรย์ ที่พระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ได้ทรงทำไว้ การเก็บรูปภาพ มีการบันทึกทุกอย่างเรียบร้อยดี


เพราะฉะนั้น พระเกียรติคุณกว้างไกลครับ ไปดูสารคดีครับ ขึ้นไปที่นอร์ธสเคปเก็บที่นอร์เวย์ ขึ้นไปที่ซุนสวอลผมไปที่สวีเดน เขาทำให้เลยครับเป็นอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 เหมือนกับเป็นมณฑป ฝรั่งร่วมกับคนไทยทำ แต่ฝรั่งเป็นเจ้าของสถานที่ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่เมืองนี้ และไปที่เมืองนี้ เป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ใกล้ ๆ ซุนสวอล อีกทีหนึ่ง เขาก็มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยอย่างแน่นแฟ้น ไปประเทศนี้ไปเมืองนี้ มีอนุสรณ์สถานซึ่งรำลึกถึงพระองค์ท่าน ยิ่งก้าวหน้าต่าง ๆ เห็นฝรั่งมังค่า คนแก่ ๆ มาทำ เขาเกิดไม่ทันสมัยพระองค์ท่าน แต่การบอกเล่าและการที่เขามาทำธุรกิจกับบ้านเรา ได้มามีความสัมพันธ์กับคนไทยต่างๆ เขาย้อนออกไปเลย และไปทำ คนไทยนึกถึงพระเจ้าอยู่หัวว่าอย่างไร เขาก็นึกถึง ไม่ถึงกับเท่ากับคนไทย แต่เขาทำให้ เขาสร้าง เขาระลึกถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ไม่ต้องดูอื่นไกลหรอกครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันของเรา เมื่อปี 2503 48 ปีมาแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปเวียนนา และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรี ไม่ได้ทรงดนตรีครับไปฟังดนตรีคลาสสิก แต่ว่าตอนจบเขาเล่นถวาย เขาเอาพระราชนิพนธ์เพลงมาร์ชราชวัลลภเล่นถวาย ฝรั่งตื่นเต้น ฟังกันแล้วบอกนักศึกษาอายุ 22 มาเล่าตอนอายุ 50 มาเล่าให้ฟังว่าตอนเรียนหนังสืออยู่เป็นอย่างไร ๆ และเล่าให้ฟังบอกคนไทยน้ำหูน้ำตาไหล เพราะว่าเขาถวายพระเกียรติยศพระเจ้าอยู่หัวของเรา รัชกาลปัจจุบันนี่ละครับ เรื่องเพลงเขาเล่นกันอย่างกระหึ่มกรุงเวียนนาเลย ต้องพูดว่าอย่างนั้น มาร์ชราชวัลลภก็ยังใช้จนทุกวันนี้ ไม่ต้องอื่นไกล ผมไปเยี่ยมประเทศจีน ประธานาธิบดีเลี้ยง นายกรัฐมนตรีเลี้ยงข้าว ลงไปที่นั่น เล่นเพลง ทหารมาเล่นเลย เล่นเพลงสายฝน เล่นเพลงใกล้รุ่ง ตอนจะจบเล่นเพลงรำวงวันลอยกระทง สำหรับคนไทย แต่งสองอันเราก็คุยประกอบได้เลย ต้องประกาศเอาไมค์โครโฟนมาเลยว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งเพลงนี้เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น เรื่องอย่างนี้ก็เป็นเรื่องของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน อนุสาวรีย์สำคัญใคร ๆ ก็รู้จักพระบรมรูปทรงม้า จะฉลองครบ 100 ปี ปีนี้นะครับ


ถัดไปจะพูดถึงเรื่องว่าเมื่อเวลาที่เราพูด รัฐบาลนี้ไม่เห็นทำอะไร เอาอะไรกันแน่ เรื่องน้ำมันขึ้นราคา เอาอย่างไรกันแน่ วันนี้ก็จะแถลง แต่ว่าแถลงดักหน้าหน่อย เพราะวันอังคารถึงจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกทีเพื่อจัดการแก้ไข คือน้ำมันเบนซินแพง ดีเซลก็แพง น้ำมันเบนซินแพง ทำอย่างไร เขาก็แก้ไข เราก็ดู ถูกต้องครับ แต่ก่อนเขาให้ใช้เบนซินลิตรหนึ่งไปได้ 9 กิโลฯ 10 กิโลฯ เขาก็ไปทำ Ecocar Economy Car นี่ละครับให้ลิตรหนึ่งไปได้ 40 กิโลฯ น่าตื่นเต้นไหม ก็ตื่นเต้น ลดการใช้ไปเศษ 3 ส่วน 4 เลย อย่างนี้ก็โอเค Ecocar ก็ทำ ญี่ปุ่นก็ทำ Ecocar ต่อไปเขาบอกว่าตัวเอทานอลใช้ได้ เอาน้ำมัน 100 เอาออกสัก 20 ก็เป็น E 20 รถเมอร์ซิเดสรุ่นใหม่มี 2 รูจะใส่น้ำมันเบนซินธรรมดา จะใส่น้ำมัน E 20 มีเลยครับ แล้วตกลงเอาอย่างไรกันแน่ รัฐมนตรีก็ต้องไปดู ผมก็ต้องรอรัฐมนตรีไปดู รัฐมนตรีไปไหน ไปบราซิล เขาทำอย่างไร เขา E 100 ของเขา E 100 เมื่อ E 100 แล้วทำอย่างไร E 100 เราก็บอกว่าเราเอา E 85 ผมเองเข้าใจผิดคิดว่าไป 20 แล้วทำไมกลับมา 25 ไม่ใช่ ไป 20 แล้วก็ให้กลับมาที่ 25 ไม่ใช่ ปรากฏว่า E 85 คือใช้เอทานอล 85 เติมเบนซินเพียง 15 ดีไหมครับ ดีแน่ และทำอย่างไร พอจะเอาเข้าครม.เขาก็มีคนทักท้วงบอกไม่ได้ อย่างนี้ Ecocar เขาก็แย่สิ อย่างนี่ E 20 ทำอย่างไร ผมบอกแล้วรัฐบาลไม่ตัดสินใจได้อย่างไร ก็ทำไมประเทศบราซิลเขาใช้รถที่ใช้น้ำมันเอทานอล 100 เปอร์เซ็นต์ เขาใช้ได้อย่างไร เขาใช้ครับ เพราะอเมริกา ยุโรป ติดรถพวกนี้หมดแล้ว เขามีตัวย่ออะไร PVV อะไรของเขา ใช้น้ำมันได้พวกนี้ เขาใช้ได้ครับ เขาใช้แล้ว และมีรถเขาผลิตแล้ว แต่คนทักท้วงก็เป็นทำนองเหมือนญี่ปุ่นผลิตไม่ทัน จะให้เวลาญี่ปุ่น เขาก็บอกไม่ได้


ผมก็ต้องให้โอกาสคือให้ปีครึ่ง ลดราคาหมดเลยครับ ทางโน้น E 20 ได้ไป 25 เปอร์เซ็นต์ เราให้ 20 เปอร์เซ็นต์สำหรับ E 85 เขานำเข้ามาก่อน เอารถมาใช้กันเลย ใครจะซื้อใหม่ รออันนี้เลย ใช้อันนี้เลย แล้วประมาณเท่าไร ก็น้ำมันเบนซิน 41-42 บาท นี่ก็ประมาณ 27-28 บาท ประมาณนะครับ เสียภาษีกันครบถ้วนหมดเรียบร้อย 27-28 บาท อย่างนี้สิครับ เอาแน่ไหมครับ แน่ครับ แต่ทำไมต้องยืดยาด ต้องยืดยาดครับเพราะเอทานอลแต่ก่อนเป็นผลพลอยได้ เอามาจากโรงน้ำตาล เอากากน้ำตาลมาทำ ก็เป็นผลิตผล ก็ไปผูกพันกับโรงน้ำตาล โรงน้ำตาลอุตสาหกรรมดูแล บัดนี้เรามีคนยื่นขอทำเอทานอลล้วน ๆ 42 บริษัท ลงมือแล้ว 12 บริษัท ใช้อะไรครับ ใช้อ้อย มันสำปะหลังเพียว ๆ ไม่ต้องเกี่ยวกับโรงน้ำตาลเลย เข้าไปเป็น process ออกมาเลย ต้องดูนะครับ สนับสนุน ถูกต้อง เป็นวาระแห่งชาติไหมอ้อย มันสำปะหลัง ต้องเรียกว่าตัวเอทานอลเป็นวาระแห่งชาติ เพราะต่อไปนี้อ้อยเคยปลูกได้ไร่ละ 6 ตัน 10 ตัน เรามาร์คไว้ที่ 15 ตัน แปลว่าอยู่ได้ แต่จริง ๆ เขาทำได้ 20, 25 มีคนคุยว่า 30 ตันก็มี แปลว่าอ้อย 6 เท่า 5 เท่าของที่เคยแต่ก่อน เรามาร์คไว้ที่ 15 ก็ใช้ได้แล้ว บริเวณปลูกตรงไหนอย่างไร มันปลูกที่ไหนอย่างไร มันที่มาทำมากมายกว่าเก่า ระยอง 9


เพราะฉะนั้น ทุกอย่างลงมือหมด แต่ในขณะเดียวกัน โรงงานน้ำตาลบอกจะเอาราคาเอทานอลไปผูกไว้กับน้ำมัน คือน้ำมันขึ้นจะต้องลากขึ้นไปด้วย ผมบอกไม่ได้อย่างนี้ไม่ยุติธรรม ชาวไร่ชาวนาตกลงส่งเสริมปลูกกันใหญ่เพื่อเข้าโรงงาน เราจะใช้กัน คือกำลังนี้มาแล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ 100 มา 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้เป็น 20 30 ขยับขึ้น แปลว่าการปลูกต้องมากขึ้น เขาต้องเข้าโรงงาน แต่เราต้องมีระบบ ต้องปลูกไว้ไหมครับ ตกลงดำเนินไปแล้ว ชาวไร่อ้อยบอกไม่เอา ถ้าใช้ปีนี้ไม่ปลูก อย่างนี้แย่ไหมครับ ปลูกพืช Energy บนแผ่นดินบนผืนดิน ก็ต้องตกลงว่าคุณไม่ปลูก มันมีความผูกพันเราให้ราคาคุณอย่างไร ราคาแค่นี้ทุกคนอยู่ได้ ก็ต้องให้คนที่เขาบริโภคเขาอยู่ได้ด้วย โรงงานเขาจะต้องอยู่ได้ด้วย เห็นไหมครับ ไม่ใช่ง่าย ๆ และทำหลับหูหลับตาทำ ไม่หลับหูหลับตาครับ ลืมตาทำ และวันนี้มาบอกได้เลย


ผมยืนยันได้เลยว่าเมื่อที่แล้วมา เขาขัดคอกันไว้ไม่ยอม ผมบอกไม่ได้ 25 ก็ E 20 พออันนี้เอทานอล E 85 ต้องเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ ค่าภาษีต้องลดลงมา ก็จะเหลือ 50 สตางค์ เอทานอลจะเหลือ 0 ด้วย นี่แปลว่าต้องส่งเสริมเต็มที่ และเลือกหนทาง เสี่ยงไหมครับ ไม่เสี่ยง ก็ตัวอย่างบริษัทประเทศบราซิล เขาทำกันทั้งประเทศ จะดูอะไร ต้องมีมาเคลือบมาหุ้ม ทำได้ครับ จะป้องกันอะไรต่าง ๆ ไม่เป็นปัญหาละครับ เรื่องนี้มาบอกให้ฟังว่าเราก็คิดได้ครับ เราก็คิดเป็น แต่ไม่คิดพรวดพราด และไม่รีบร้อน วันก่อนบอกจะไม่สนับสนุน Bio รัฐมนตรีตามแก้กันแทบตาย ตามชี้แจงไปช่อง 3 ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วจริง ๆ เป็นอย่างไรครับ จริง ๆ ผมก็เดินของผมอีกทาง คือเขาบอกที่จะปลูกปาล์มจำนวนปาล์มจะทำ ส่งเสริมกันจนสุดฤทธิ์แล้ว ไม่รู้จะส่งเสริมอย่างไรแล้ว ก็ต้องบอกอย่างนั้น แล้วดีเซลปล่อยหรือ ผมก็บอกว่าทางโน้นจะปล่อยหรือ ไม่ปล่อยครับ ผมพูดหลายหนในรายการนี้อย่างน้อย 2 หน เรื่องเจรจาซื้อน้ำมันดีเซลจากประเทศรัสเซีย เป็นไปได้แค่ไหน มันจริงแค่ไหนก็จริงสิครับ พูดจากันเจรจาความกัน สุดท้ายวันนี้จะออกโทรทัศน์เช้าวันนี้ เมื่อคืนต้องส่งแฟ็กซ์ส่งอะไรต่ออะไรต่าง ๆ เขาต้องให้เจ้าหน้าที่ stand by นั่งรออยู่ที่นั่น ก็จะต้องวินิจฉัยให้ผม นายกรัฐมนตรี ส่งไปนี่ครับเล่มนี้ครับ ข้อเสนอเขามาเสร็จเรียบร้อยต่าง ๆ เขาทำหมด เขาเป็นบริษัท อย่างไรเขาส่งออกไป คณะฝรั่งมังค่าเขาทำอย่างไร เขาต้องส่งรายละเอียดเขาบอกหมดเลยครับ แม้กระทั่งประวัติเขาเป็นอย่างไร เขากลั่นที่ไหน เขาส่งมาจากอย่างไร เสร็จแล้วเขาเข้า lab อย่างไร น้ำมันเขาอย่างไร เขาทำกัน อย่างนี้เอกสารเขามาหมด กระทั่งสุดท้ายข้างหลังเขามี specification ส่งสเป็กมาให้ตรวจ เราก็อยากจะได้มาบอกประชาชน ว่าได้อย่างไร นี่คือสเป็ก ก็จะต้องดำเนินการกันว่าให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เขาเกี่ยวข้องเขารอ แล้วผมก็ต้องได้นี่มา ก็ส่งไป เมื่อส่งไปแล้วผมก็ต้องนั่งรอดู


ผมพูดไปว่าราคานั้นเขากำลังคำนวณอยู่ ประมาณ ๆ อย่างน้อยที่สุดที่จะทำน้ำมันรัสเซียอันนี้คือว่า เวลานี้โรงงานโรงกลั่นเขาลดให้ 3 บาท ให้เฉพาะตรงนั้น ๆ ยังไม่ทั่วถึง รถบรรทุกก็อยากได้ ตรงนี้ก็อยากได้ ก็ให้ไม่ได้ มีจำนวนจำกัดให้ 122 ล้านลิตรต่อเดือน เขาให้เวลาแค่ 6 เดือน ผมก็บอกว่าผมจะแก้ไขปัญหานี้ ก็เจรจา เจรจาความเสร็จครับ สำเร็จไหม ทุกอย่างข้อเสนอมีอะไรหมด อยู่ที่ว่าตรวจสเป็ก เมื่อตรวจเสป็กแล้วเป็นอย่างไรครับ เมื่อตรวจสเป็กแล้วมีข้อติงมานิดหน่อยเท่านั้น ตรงนี้ของรัสเซีย 0.5 ของประเทศไทยเรา 0.035 นิดหนึ่ง ถ้าไม่เกิดตรงนี้ นี่ต่าง ๆ เขาบอก 360 องศา ตรงนี้ 357 ผิดกัน 3 ดีกรี จะทำให้ติดกันตรงนี้ ตัวตรงนี้มี ตรงนี้นิดหน่อย แต่ลงท้ายบอกว่าสเป็กน้ำมันที่รัสเซียส่งมานี้เหมือนกับน้ำมันดีเซลที่ ประเทศไทยใช้เมื่อ 5 ปีก่อน แปลว่าอย่างไร แปลว่าคุณภาพด้อยกว่าปัจจุบัน ผมมาวันนี้ผมได้ราคามาด้วย เพราะตอนโน้นท่านรัฐมนตรีท่านนึกว่า ผมจะลดราคา 3 บาท แต่โรงกลั่นเขาบอกทางนี้จะรับให้ แต่หลักการคือว่าเราเสนอว่าให้เฉพาะสหกรณ์ สหกรณ์ประมง สหกรณ์ลำเล็ก สหกรณ์ลำใหญ่ ทั่วประเทศถูกต้องครับ แต่ต้องสหกรณ์เท่านั้น เพราะเขาเอาเงินสหกรณ์ไปซื้อน้ำมันราคาถูกมาขายถูก คนอื่นใช้ไม่ได้หรอกครับ ต้องสหกรณ์ …เขาก็เขียนติงมา เดี๋ยวมาจัดการกันใหม่ ผมบอกไม่ใช่ ผมต้องอธิบายความไป เฉพาะสหกรณ์ทั่วประเทศมีที่จำหน่าย 200 แห่ง คนจะซื้อต้องสมาชิก แล้วถูกว่ากี่บาทไหนบอกสิ ถูกกว่าลิตรละ 8 บาท เราจะเสนอขายถูกกว่าลิตรละ 8 บาท เดี๋ยวผมไปยุ่งกับเขาเข้า เขาทำเป็นเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของผม ถูกกว่าน้ำมัน แล้วก็ขึ้นลงตามนี้ละครับ เวลานี้ 40 เท่าไร ถ้า 44 ก็ลดลงมา 8 บาท 42 ก็ลดลงมา 8 บาท 40 ก็ลดลงมา 8 บาท ถูกกว่า 8 บาท


นี่ละครับคนเจรจาความชื่อนายสมัคร สุนทรเวช แล้วก็กำลังทดลอง ก็ใช้เวลาทั้งหมดน้ำมันล็อตแรกที่จะนำเข้า ภายใน 60 วัน เพราะจะต้องได้รับอนุญาต คือเสียหมด เสียภาษีสรรพสามิต เสียให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่าง ๆ แม้กระทั่งที่จอด ไม่มีแท็งค์จะทำอย่างไร พวกเขาเอาเรือมาจอด เขาเอาเรือคอนเทนเนอร์ 100,000 ตันมาจอด แล้วก็จะส่งเข้ามา เขาก็ส่งมา ทางนี้เอาเข้ามา ผ่องถ่ายเข้ามาใส่ ทั่วประเทศ 200 จุด ราคาน้ำมันดีเซลถูกกว่าปัจจุบันลิตรละ 8 บาท แล้วก็ขายไป เซ็นสัญญาทีละปี ๆ ที่เขาลดราคา 3 บาทให้เขาให้ 6 เดือน แปลว่าจะมาทำลายล้างธุรกิจไหม ไม่ครับ สหกรณ์ต่าง ๆ ประมงน้ำมันเขียว น้ำมันม่วง เราจะเข้าไปช่วยดูแลหมด เห็นไหมครับ แล้วทำไมไม่ให้รัฐบาลทำ รัฐบาลทำต้องเอาไปผสมแล้วยุ่งยาก เอกชนเขาทำครับ เขาต้องรับผิดชอบ แล้วตรวจสอบคุณภาพ อย่างว่าเสป็กผิดกว่ากันนิดหน่อย


สรุปเขาบอกว่าเหมือนน้ำมันดีเซลของประเทศไทยเมื่อ 5 ปีก่อน บอกอย่างนี้โอเคไม่มีปัญหา แต่บัดนี้น้ำมันแพงเข้าไป ถูกกว่า 8 บาท ถูกกว่าลิตรละ 8 บาท เห็นไหมครับ ถ้าดำเนินการต่อไปไม่ช้าก็จะต้องเข้ามา แล้วก็ทำเสร็จ เขาเอาเงินสหกรณ์เป็นคนไปซื้อน้ำมัน เขาขายสหกรณ์เท่านั้น แล้วขายรถบรรทุกต่าง ๆ ได้ไหม ได้ครับคุณจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ สหกรณ์รถบรรทุก คุณก็เติมน้ำมันดีเซลถูกกว่าลิตรละ 8 บาท นี่ก็ไม่ทราบละครับ ง่อก ๆ แง่ก ๆ นายกรัฐมนตรีมือใหม่หัดขับ แต่ว่าเจรจาความสำเร็จเรียบร้อย และใครจะมาตรวจสอบมาอะไรอย่างไรก็เชิญ เพราะว่าหน่วยงานที่เขาไม่ยอมกับใครต่าง ๆ เขาชื่อกรมพลังงาน เขาตรวจสอบมาแล้ว เอามาเล่าให้ฟังสด ๆ เลยว่าอย่างนี้ละครับ เขาบอกสเป็กตัวนี้ตรงนี้ 360 เราทำ 357 ถ้าทำให้มีควันดำนิดหน่อย ทำตรงนั้น ๆ นิดหน่อย 0.5 เป็น 0.035 ตรงนี้ คือ 3 ข้อ เป็น specification หรือเป็นคุณสมบัติเหมือนกับน้ำมันดีเซลในประเทศไทยเมื่อ 5 ปีก่อน ท่านที่ใช้น้ำมันท่านจำได้ไหม 5 ปีก่อนเป็นอย่างไร ไม่หรอกครับ เขาก็ติงไปอย่างนั้นเอง เพราะเขากลัวว่าจะเอาเข้ามามากไป ไม่มากหรอกครับ เขาจะขอเอาเข้ามาเดือนละ 300,000 ตัน กำลังนี้เขาบอกว่า 300,000 ตันของเขา 25 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ในประเทศ กลัวจะมารุกล้ำทำให้เสียราคา บอกว่ามันไม่ได้ขายทั่วไป มันไม่ได้อยู่ตามปั๊มทั่วไป เขาต้องมีปั๊มสหกรณ์ทั่วประเทศ 200 ก็ดำเนินการแล้ว ผมเป็นคนที่รับเรื่องนี้มาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีส่วนได้เสีย เพราะทุกอย่างเขาจะเป็นเรื่องของบริษัทเอกชนเขาทำ ทุกอย่างถ้าเป็นไปอย่างนั้นจริงถ้าใช้ได้จริง เอาละครับผมทำให้น้ำมันดีเซลลดกว่าธรรมดาลิตรละ 8 บาท เป็นอย่างไรครับอย่างนี้ คนที่คิดอ่านอย่างนี้สมควรที่จะต้องให้พ้นจากตำแหน่งไปโดยเร็วไหม หรือจัดการจะทำโน่นทำนี่เอาละไปยื่นไปอะไรมันจะได้หลุดพ้นไปสักทีคนพรรค์ อย่างนี้ ไม่ได้เอาเรื่องนี้มาขายแต่จังหวะบังเอิญมาเข้าเรื่องนี้


เมื่อถัดไปเรื่องนี้แล้วผมจะต้องพูดถึงเรื่องว่า เวลาที่ผมมีเรื่องเอิกเกริกใหญ่โตข่าวคราวต่าง ๆ คุณเทพไท เสนพงศ์ เรียกให้ซ้ำคุณตู่ เสนพงศ์ ที่คุณออกข่าวเมื่อเช้า รายการของคุณอยู่สุดท้าย ก่อนจะสุดท้ายจะอธิบายเรื่องท่อ กทม. เขาว่าพูดไม่ได้เหมือนน้ำในท่อที่ทำมันท่วมปากหรือท่อมันทับหน้าอกอยู่ รอหน่อยเถอะครับ ใหม่ ๆ ของคุณเพิ่งโผล่เข้ามานั้นปากเก่ง เดี๋ยวฟังคนที่เขาอยู่มานาน อธิบายให้ฟังว่าเป็นอย่างไร ตื่นเต้น ใช้คำว่ากระเหี้ยนกระหือรือ สมัครตายแน่เที่ยวนี้ เดี๋ยวรอตอนจบจะฟังตายหรือไม่ตาย แต่ที่จะตายหรือไม่ตายที่จะพูดวันนี้ก็คือปัญหาเรื่องสถานการณ์ของบ้านเมือง ทำไมเขาจะเป็นจะตายกันทั้งอาทิตย์ ยังใจเย็นทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ทักไม่พูด ถูกต้องครับ ผมเลือกหนทางถูกต้องแล้วที่ผมไม่พูดไม่ตอบไม่โต้ไม่อธิบายความ เพราะอะไรครับ จดหมายบอกว่าอย่าไปร้ายกับทางฝ่ายข่าวเขาเลย กับสื่อกับอะไรต่ออะไรเขา อย่าไปแสดงอาการอะไรกับเขาเลย อย่าไปนั่นอย่าเอาสื่อมาตำหนิ อย่าเอามาทำอะไร เขาเขียนอย่างนี้เขาลงอย่างนี้ วันดีคืนดีลงรูปนายกรัฐมนตรียืนอย่างนี้ พาดหัวว่าไร้ยางอาย หนังสือพิมพ์ประเทศไหนครับที่เขาทำอย่างนี้ เอานายกรัฐมนตรีมาขึ้นแล้วใส่ว่าไร้ยางอาย เห็นไหมครับ เพราะอย่างนี้ เพราะทำกันแบบไม่มีหูรูดอย่างนี้ ทำกันเหมือนว่าคณะรัฐมนตรีเป็นสัตว์นรกมาจากภาคไหนอย่างไรต่าง ๆ จะทำอะไรอย่างไร จะเหยียบย่ำซ้ำเติม


เพราะว่าพฤติกรรมของสื่อในบ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้ แล้วผมไม่ได้ทำอะไรอื่น ผมก็จะไม่ตำหนิติเตียน แต่ผมขออนุญาตว่าผมไม่ไว้วางใจสื่อได้หรือไม่ ผมตรวจรัฐธรรมนูญแล้วครับ ไม่มีรัฐธรรมนูญไหนห้าม ที่ผมขอไม่ไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจผมทำอย่างไร ผมก็ไม่ให้สัมภาษณ์ แต่ผมก็ห้ามใจรอ 7 วันพูดที ก็ไม่มากเกินไม่ให้สาย ผมต้องขอพูดครับ แต่ว่าที่ผมขอพูดวันนี้เพราะต้องการให้คนทั้งประเทศได้มานั่งฟังนายก รัฐมนตรีของเขา ได้พูดจาจากปากนายกฯ เข้าหูท่านผู้ฟังที่ฟังอยู่ ท่านเป็นเจ้าของประเทศ นี่คนพวกนี้นี่ไม่ใช่เจ้าของประเทศหรือ ท่านพูดไป 10 จะออกถูกอยู่ 1 หรือ 2 แล้ว 8 ละครับ นี่ผมเป็นคนหน้าตาไร้ยางอายอย่างนี้สิผิด เวลาเขียนกันมาทีบอกว่าผมหน้าตาเหมือนหมูเหมือนหมา จะเขียนการ์ตูนว่ากล่าวอะไรต่ออะไรทำกันตามใจชอบสิทธิเสรีภาพของคุณ แต่ผมจะใช้เสรีภาพของผม เพียงแต่ว่าผมขอไม่ไว้วางใจ ก็เลยจะพูดเอง ต้องรอมา 08.30 น.วันอาทิตย์ ถูกต้องครับ มันยังไม่ถึงกับล่มสลายอะไรลงไป วันนี้ผมก็ค่อย ๆ อธิบายไม่รีบร้อน ผมคุยเรื่องที่ผมคิดว่าตามรายการของผม ๆ จะพูดอย่างนี้ผมพูดก่อน แล้วเรื่องนี้ก็เป็นคำอธิบาย ซึ่งจำเป็นนะครับเป็นความจำเป็นที่ผมต้องพูดให้เข้าใจเลย เขาว่าอย่างไรครับ เหตุทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น อย่างโน้นก็มา นพดลฯ (นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) โดนศาลตัดสินไปอย่างนี้แล้ว ไชยาฯ (นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) โดนออกไปอย่างนั้นแล้ว ยงยุทธฯ (นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา) โดนไปอย่างนั้นแล้ว ตัดไป นายสมัครฯ เองก็จะต้องโดน ไอ้นั่นต้องโดน ไม่กี่วันนายสมัครฯ ต้องตายแน่ เพราะอะไร เพราะว่าคนอย่างนี้คนนั้น วุฒิสมาชิก 77 คนยื่นได้ แต่ท่านทราบไหมว่าทำไมเขาถอน เขาจะเอาไปยื่น ป.ป.ช. ไปยื่นครับ แล้วทำไมเขาถอน เขาถอนเพราะว่า 150 คนจะวินิจฉัยต้องการ 90 ต้องการ 90 คนครับที่จะเอามาเอาผมออก เห็นไหมครับ ถ้าเอาไปยื่นถ้าเขารับปั๊บ พอ ป.ป.ช. สั่งพัวะ นายสมัครฯ ต้องหยุดทำงานทันที ถ้าเล่นทั้งคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทั้งคณะหยุดทันที แล้วมันอย่างไรละครับ ก็มันอย่างนี้ที่เกิดขึ้นอย่างนี้


คณะผมมาจากไหนครับนี่ คณะผมมาจากเลือกตั้ง ถูกต้องตามกฎหมาย เข้าตามตรอกออกตามประตู ได้เสียงข้างมาก 233 บวกอีก 5 พรรคเป็น 316 ทางฝ่ายค้าน 164 ก็อยู่บริหารบ้านเมืองถูกต้อง แล้วทำหน้าที่เข้าไปยื่นเข้าไปเป็นอย่างไร ผมไม่ได้ว่าอะไร ขออภัย ป.ป.ช. ด้วย คณะของคุณนี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะคุณเป็นองค์กรอิสระ คุณต้องถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนทำหน้าที่ คณะคุณไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ คุณไปตรวจดูสิครับ คณะคุณไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณคุณยังทำหน้าที่ ทางผมคณะผมถวายสัตย์ปฏิญาณ ผมทำถูกต้องตามกฎหมาย แล้ววันนี้ละครับมีกฎหมายเปิดช่อง แต่จะเอาคณะทั้งผมเอาไปยื่นให้ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. ก็จะลงมติบอกว่ารับปั๊บละก็ต้องหยุดปฏิบัติงาน เห็นไหมครับ คนที่ทำถูกกฎหมายเข้าตรวจสอบออกตามประตูถวายสัตย์ปฏิญาณทำเรียบร้อย กำลังจะถูกคณะซึ่งไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ทำกันมานั้นตั้งกันมาสมัย คมช. แล้วอย่างไรครับ คณะนี้จะเป็นคนสั่งให้คณะนี้หยุด ยุติธรรมไหมครับบ้านเมืองนี้ ผมขึ้นต้นตรงนี้เหมือนกับฉายตัวอย่างให้ดู แต่จริง ๆ ผมจะต้องเริ่มต้นด้วยว่า ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงผมต้องค่อย ๆ อธิบายให้ฟังว่าอะไรเป็นอะไร ทำไมนพดลฯ ถึงเป็นอย่างนั้น ไม่ได้ครับเพราะศาลท่านวินิจฉัยมาแล้ว ขอย้ำไว้เลยครับผมไม่มีวันไปรุกล้ำกล้ำเกินศาล ท่านอยู่เหนือกว่าแน่นอน ผมเป็นนักกฎหมาย ผมเรียนกฎหมาย ผมรู้ แต่ว่าทั้งหมดทั้งปวงที่เกิดมาก็เกิดจากคำตัดสินของท่าน ก็ต้องยอมรับทุกอย่างหมด แต่ในขณะเดียวกันในระบอบประชาธิปไตย เราต้องมีสิทธิอธิบายให้คนที่เป็นเจ้าของประเทศฟัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น


ท่านทั้งหลายครับ ร้อยละ 95 เราเป็นชาวพุทธ ร้อยละ 95 นะครับ ท่านต้องนึกถึงว่าตอนท่านหนุ่ม ๆ เด็ก ๆ ท่านเรียนหนังสือชั้น ม.4 มีหนังสือเล่มเล็ก ๆ ชื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 คืออะไรครับ ท่านตรัสรู้เรื่องทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ภาษาบาลีทั้งนั้นเลย ทุกข์นี่ก็พอฟังได้ว่าทุกข์ พระพุทธเจ้าท่านเป็นพระนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านตรัสรู้นั้น ทุกข์ของท่านคืออะไร ท่านเห็นว่าการเกิดเป็นทุกข์ การแก่เป็นทุกข์ การเจ็บเป็นทุกข์ การตายเป็นทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ ท่านทรงค้นพบว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราไม่ต้องการจะให้มีทุกข์ เราต้องดับทุกข์ ที่ดับทุกข์ของพระองค์ท่านคือว่าให้ไปถึงปรินิพพาน คนทั้งหลายทั้งปวงเป็นพระหมดทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่ใช่ เพราะขอบเขตเวลานี้ประเทศไทยมีพระอยู่ 300,000 แล้วพระไปแสวงปรินิพพานหมดไหม ก็ไม่ใช่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่าน…แล้วท่านก็สำเร็จ แล้วท่านก็ปรินิพพาน แล้วท่านก็ไม่กลับมาอีก แต่ว่าสิ่งที่ท่านสอนไว้สิครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ แล้วเดี๋ยวนี้อะไรเป็นทุกข์ มาโรงเรียนสายก็เป็นทุกข์ มีเงินน้อยก็เป็นทุกข์ เงินเดือนน้อยเป็นทุกข์ มีเงินมากเป็นทุกข์ไม่รู้ไปฝากตรงไหน เดี๋ยวเขาไปตรวจ แล้วอย่างไรอีก แล้วก็พลัดพรากเป็นทุกข์ สอบได้แล้วไม่ได้คะแนนดีเป็นทุกข์ เคยได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ไปได้อันดับ 3 เป็นทุกข์ ทุกข์ทั้งนั้นละครับ และว่าพรรคการเมืองเขาจะยุบพรรคการเมืองก็เป็นทุกข์ เวลาที่เขาบอกว่าจะต้องเอาไปยื่น ป.ป.ช. ป.ป.ช. สั่งปั๊บก็จะต้องไม่ได้บริหาร ก็เป็นทุกข์ คือเป็นทุกข์ว่าจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง


ที่พูดมาตั้งแต่ต้นทำไม่ได้หรอกครับ เพราะว่า ป.ป.ช.บอกว่าคุณต้องหยุด เพราะอะไร เขาชี้ว่ามีมูล ที่นี่จะทำอย่างไรครับ พุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าให้รู้ว่าทุกข์ แต่ว่าจริงๆ แล้ว ต้องไปหาสมุทัย สมุทัยคือเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ให้ไปดูที่เหตุ ธรรมะใดเกิดขึ้นจากเหตุ พระพุทธเจ้าแสดงเหตุแห่งธรรมะนั้น แปลว่าถ้ามันเป็นอย่างงี้ เราก็ต้องไปดูที่เหตุ ไปดับที่เหตุ ถ้ามันดับได้แล้วก็จะเป็นความสุข ความสุขคือนิโรธ ต้องมีมรรคก่อน ขอโทษ ต้องมีมรรคเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์ มรรค 8 มีหนทาง 8 ทาง แต่เดี๋ยวนี้มีสารพัดทาง ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ ดูตัวอย่างง่ายๆ ว่าถ้าหากสมมุติว่าบ้านเมืองเราใหญ่โตมโหฬาร มีสนามหญ้าสวยงาม แต่บังเอิญตอนทำเขาขี้เหนียว วางท่อประปาไม่อยากจะวางอ้อม วางตัดฐานกลางสนามเลย แล้วเข้าบ้าน วันหนึ่งท่อประปาตรงกลางสนามแตกเป็นน้ำพุเลยครับ น้ำพุแตกกลางสนามนองเลย วิ่งกันทั้งบ้านเลย เอาผ้ามาผูก เอากระลามังมาครอบ เอาเชือกมาผูกไม่ให้น้ำไหล นั้นแหละครับ คิดไม่ถึง ถ้าหากว่าคิดหน่อยว่าน้ำประปามันมาจากหน้าบ้าน ที่หน้าบ้านมีมิเตอร์ มีมิเตอร์นอก มีมิเตอร์ใน มันมีวาล์ว 2 ตัว ก็จัดการไปปิดวาล์วข้างหน้าซะ น้ำก็หยุด แล้วก็มีเวลาแก้ ไปตามช่าง มาจัดการแก้ไขอะไรต่างๆ นี้แหละครับ สมุทัยก็คือเหตุให้เกิดทุกข์ ข้อมันหลุด ไอ้นี่มันหลุด เมื่อรู้เหตุแล้ว เราก็ต้องไปดับด้วยเหตุ ไปจัดการปิดตรงนั้นซะ แล้วก็จัดการซ่อมเสีย ไม่อยากให้มันเกิดกลางสนาม ก็วางท่อใหม่ วางมันตรงริมๆ นี้คือพุทธศาสนาที่สอนเรา เพราะฉะนั้นในวาระที่มันเกิดเหตุอย่างนี้ ผมก็ต้องค่อยๆ คิด แล้วนั้นเป็นทุกข์ ทุกข์ทั้งนั้นแหละครับ ทุกข์ครับ จะยุบพรรคก็เป็นทุกข์

แต่ว่านั้นทำให้เกิดทุกข์ มันคืออะไร เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ที่มองเห็นง่ายๆ ก็คือว่าแต่ก่อนนี้มาตรา 237 แต่ก่อนมีไหมครับ มีครับ แต่ว่ามันยุบพรรคไหมครับ ไม่ยุบหรอกครับ ให้ใบแดง คือถ้ากรรมการพรรค หรืออะไรก็ตามแต่ ถ้าไปทำอะไร ไปซื้อเสียงอะไร เขาจับได้ เขาให้ใบแดงคุณก็ออกไป คุณก็พ้นไป คุณเสียสิทธิ์ไป ให้ใบเหลืองคุณก็กลับมาเลือกใหม่อีกหน แต่ก่อนมีอย่างนี้ครับ แล้วเดี๋ยวนี้ทำอย่างไร เดี๋ยวนี้ความเกลียดชังก็เอาวรรค 2 ใส่ลงไป แปลว่าใครก็ตามแต่ในพรรค ถ้าเป็นกรรมการบริหารพรรคถ้าโดนก็ยุบทั้งพรรค ถามสิครับ บ้านมีพ่อแม่พี่น้องอยู่ด้วยกัน 20 คน ถ้ามีคนหนึ่งไปทำคดีความอะไรเข้า โดนคดีอันนี้ไปโดนทั้งบ้าน โดนประหารชีวิตก็ฆ่ามันทั้งบ้านเลย อย่างนี้ไหวไหมครับ บริษัทลงทุนกันมาเรียบร้อย ดำเนินกิจการมา หุ้นส่วนคนหนึ่งดันไปทำอะไรเสียหายต้องยุบบริษัท แล้วคิดถึงหัวอกพนักงานบริษัท ธุรกิจต่างๆ มันต้องเอาออกไปเฉพาะคน แต่เขียนกฎหมายอย่างนี้เอาไว้ ถ้าเพื่อกรรมการบริหารไปทำผิดยุบพรรค เขียนไว้อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นมีเหตุไหมครับ ก็มีเหตุถ้าไม่มีวรรค 2 มีเรื่องไหมครับ ไม่มีครับ 190 เนี่ยตอนที่กำลังร่างฯ เนี่ย 186 ตอนนั้นจัดลำดับใหม่เป็น 190 มีไหมครับ วรรคแรก มีครับ ต้องเอาไปใส่ ต้องมาไปยื่นสภาฯ มีครับ แต่เดี๋ยวนี้ใส่วรรค 2 วรรค 2 เป็นไง ครอบจักรวาลเลยครับ เห็นเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ผมจะบอกให้ฟังไหม รัฐบาลที่แล้ว เขาเรียกรัฐบาลคณะปฏิวัติ นายกรัฐมนตรีชื่อ นายกฯ พลเอก สุรยุทธ์ แล้วเป็นไงครับ ผมก็อ่านที่ท่านทำไว้ตอนเขาร่างฯ เขาถามรัฐบาลว่าอันนี้เป็นไง รัฐบาลคุณสุรยุทธ์ ไม่เห็นด้วยเลย วรรค 2 เนี่ย

ทีนี้แจงอธิบายความเขาถามมาขอแก้บอกอันนี้ไม่ถูกต้อง ต้องทำอย่างนี้ นั่นใครเป็นคนคิด ไม่ได้คิดเองหรอกครับ แต่กระทรวงการต่างประเทศเขาอ่านแล้วบอกอย่างนี้ไม่ได้ เขาก็ท้วงไปให้จัดการแก้ไข แล้วทำอย่างไรคนร่างเสร็จเขาทำอย่างไร สนุกกันใหญ่จะเอาอย่างนั้นจะเอาอย่างนี้ คือจะเอาว่าต่อไปอย่างนี้ คือทั้งหมดนี้เขียนเตรียมการเอาไว้เพื่อจะให้ใครเข้ามาใหม่มันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่โดนเข้ายังไม่เป็นอะไร ทีนี้พอพรรคไปเป็นที่พรรคการเมืองอื่นเขาไม่โดนสิครับ เพราะเขาถูกกันไว้ยังไม่โดนครับ แล้วถ้าโดนเข้าถึงจะรู้สึกว่าเป็นอย่างไร อย่างกำลังนี้กรณีเรื่องเขาพระวิหาร ผมจะพูดให้ฟังง่าย ๆ แบบสากลธรรมดา ๆ เข้าใจ กัมพูชาเขาได้รับการ และให้ยกให้เขาไป ตัวปราสาทถูกต้องตัวปราสาทให้เขาไป เขาก็ครอบครองปราสาทของเขา ใครเกิดไม่ทันรู้นะครับว่าเราแพ้คดีศาลโลก แล้วต้องยกปราสาทให้เขาไป พื้นที่ไม่เกี่ยวยกเฉพาะตัวปราสาท ให้เขาไปเป็นของเขา ที่เกิดไม่ทัน 45 ปีแล้วมาแหกปากเรียกร้องบอกต้องเอาคืน ๆ นั้น ต้องพูดกัน ไปพูดกันนั้นไปพูดกับพรรคการเมืองที่เขาเก่งกฎหมายเขาจะไปเอาคืน พูดอย่างนั้น แต่ว่าธรรมดาบ้านเมืองอยู่กันมาอย่างนี้เรียบร้อยก็ต้องเข้าใจสิครับว่าให้ เขาไป เรียบร้อยอยู่ขอบเขตตัวปราสาทเป็นของเขา วันหนึ่งเขาอยากจะบอกเขาจะเอาปราสาทไปขึ้นทะเบียน ตรงปราสาทมีบริเวณที่เขาเรียกพื้นที่พิพาทกันอยู่ พิพาทกันอยู่ประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบ ๆ นั้นไทยก็บอกของไทย เขมรเขาบอกเขมร เขาเรียกว่าพื้นที่พิพาท ตัวปราสาทเป็นของเขา นี่เป็นข้อเท็จจริง เขาจะเอาไปขึ้นทะเบียนเขาก็เสนอ


คนในรัฐบาลต้องรับรู้ รู้ครับ รัฐบาลไหน รัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชื่อคุณนิตย์ พิบูลย์สงคราม ทำหน้าที่ไหม ไปทำหน้าที่ เขาประชุมหลายครั้ง ที่ 31 ประชุมที่ไครส์เชิร์ชเมื่อปีกลายนี้ กลางปีเขาประชุมที เขาประชุมที่ไครส์เชิร์ช เขมรยื่น ทางเราก็ไปค้านบอกต้องยื่นด้วยกัน เขมรบอกไม่เอาจะยื่นคนเดียว เขาบอกถ้าอย่างนั้นอย่าเพิ่ง ยังไม่ตกลง ไปตกลงกันวันที่ 2 กรกฎาคม ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา แปลว่าเลื่อนประชุม 1 ปี ก็เลื่อนไปสิครับ เลื่อนไป ผมไปเยี่ยมนายกรัฐมนตรีฮุนเซ็น เขาก็ยกเรื่องนี้เข้ามาประชุม ทางกระทรวงมหาดไทยเขาบอกว่าไม่ได้ ถ้าขึ้นต้องขึ้นด้วยกัน ไม่ได้ จะให้คืบหน้าก็มาเจรจากัน ต้องขึ้นด้วยกัน ผมก็ทำอย่างนี้ตกลงอย่างนี้ ไปประชุมเวียงจันทน์ก็เจอท่านนายกฯ ฮุนเซ็น ท่านก็บอกว่าท่านคิดออกแล้ว ท่านจะขึ้นเฉพาะปราสาท ยังหัวเราะกันอยู่ในใจขึ้นเฉพาะปราสาท มรดกโลกไม่มีวันยอมขึ้นเฉพาะปราสาท


จึงต้องตกลงว่าแล้วต้องไปเจรจาความกัน ก็ไปสิครับ คุณซกอันไป นพดลฯ ไป มรดกโลกไป เขาไปประชุมกันที่ปารีส งานนี้เป็นงานที่จะบอกให้ใครกำลังจะสืบจะเสาะคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องหรอกครับ อธิบายให้ฟังเสียเลย เป็นปฏิบัตาการของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่ไม่รับผิดชอบนะครับ แต่เส้นทางเดินนี้กระทรวงการต่างประเทศเขาทำ คุณนิตย์ฯ ไปทำที่ทางโน้น ทางนี้คุณนพดลฯ ก็ไปทำ ก็เมื่อเขาบอกเขาจะขึ้นเฉพาะตัวปราสาทซึ่งเป็นของเขา เขาบอกต้องไปเลย เขาไปขีดเส้นกันแค่ไหน รอบปราสาท เขาไปทำบริเวณรอบปราสาท ก็ตกลงเรียบร้อยยูเนสโกเป็นพยาน เขาบอกแถลงเขาบอกโอเคนะเขาจะขึ้นเฉพาะปราสาท แล้วเขาก็เอาไปขึ้น ทำไมถึงรีบร้อน ก็วันที่ 2 กรกฎาคม เขาจะขึ้น เขาจะไปพิจารณากันอยู่แล้ว แล้วไม่รีบทำหรือครับ ก็ทำ 18 -19,22 มิถุนายนพอเดือนกรกฎาคมเขาต้องเอาให้ทันวันที่ 2 เพื่อจะต้องไป กรรมการมรดกโลกก็ไป รัฐมนตรีต้องไป พอดำเนินการกันเสร็จก็เกิดเอาเรื่องนี้เข้าไปในสภา กล่าวกันเป็นเรื่องใหญ่เป็นทำนองว่ารัฐมนตรีทำขัดมาตรา 190 พิสูจน์กันกลางสภาเลย บอกใครสองคนไปเขียนตกลงกันนี้คือสนธิสัญญา ก็ว่าไปสิครับ เป็นสนธิสัญญา จะพิสูจน์ก็พิสูจน์ไปสิครับ แต่ในกฎหมายเขาบอกว่า สนธิสัญญานี้ถ้าหากไปทำแล้วก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ มันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ มันเกิดตรงนั้นต้องไปแก้ไปไขไปทำอะไร จึงจะต้องเอาเข้าให้สภา


ในทางตรงกันข้ามถ้ามันไม่เกิดอะไรพรรค์อย่างนั้นเลยก็ไม่ ต้องเอาเข้า แล้วคนที่เอาเข้าเขาบอกอย่างไร กรมสนธิสัญญาเขาบอกมันไม่ต้อง เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มันของเขา เขาว่าเขาขึ้นไป เขาขึ้นก็ขึ้นของเขาไป ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ต้องเข้า เมื่อจะถามกฤษฎีกา คุณมีชัย ฤชุพันธ์ ท่านก็บอกว่าไม่ได้ตอบอย่างนั้น ใช่ครับ นี่ละตอบเลย ภาษาฝรั่งเศสเขาเรียก กอมซี-กอมซ่า คือตอบไปตอบมาแขวะไปแขวะมา คนที่เก่งคืออัยการ อัยการเขาตอบเขาชัดเจนเลยครับ เพราะฉะนั้นไม่ตอบก็ไม่ได้ว่า แต่กรมสนธิสัญญาเขาดูเขาบอกไม่ต้อง ท่านทั้งหลายโปรดดูนะครับ โปรดดูคำวินิจฉัยที่ 8 ต่อ 1 8 นั้นคนอื่น ๆ นะครับ แต่ 1 ผู้พิพากษานั้นท่านเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศเก่า กรมสนธิสัญญาเก่า ท่านไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านถึงลงคะแนนว่า 1 ต่อ 8 นั่นก็เป็นข้อพิสูจน์ครับ ว่าถ้าคิดอย่างคนธรรมดา กระทรวงการต่างประเทศเขาบอกไม่ต้อง ก็กฎหมายเขาเขียนไว้ ถ้ามันเปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ ถึงเอามาเข้า ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นี่เขาเห็นว่าไม่เปลี่ยนแปลง มันเอาปราสาทเขาขึ้นไปก็ขึ้น ไม่เปลี่ยนแปลงเขาก็ไม่เข้า กลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดจะเป็นจะตาย จะเสียดินแดนจะทำอะไรทุกอย่างครับ และนี่ทำคนเดียวไหม กระทรวงการต่างประเทศคนเดียวไหม เปล่าครับ ทหาร ถูกต้อง เขาดู เจ้ากรมแผนที่ทหาร ดูครับ ความมั่นคง ดูครับ แม่ทัพนายกองดู เข้าประชุมสภาความมั่นคงอะไรต่าง ๆ ทำครบถ้วนหมดเรียบร้อย


แต่ถึงกระนั้นก็ยังเอาไปสับ ไปโขกกันในสภา ผมผ่านสภามาได้ผมก็แทบจะตายแล้ว ไปพูดจาในสภาผมต้องตำหนิอย่างแรงในสภา ผมตำหนิอย่างแรงเลยครับ ว่าคุณทำอย่างนี้กระทบกระเทือนสัมพันธไมตรี คุณจะมาเล่นกันอย่างนี้ คนนั้นบอกเกิดไม่ทันคนนี้ก็ไม่ทัน แต่เรียกร้องจะเอาคืน ผมบอกว่าต้องระมัดระวังหน่อย แล้วผมนี่คลายปมนะ คืนที่จบวันสุดท้าย อภิปราย 3 วัน วันสุดท้าย 2 ยามใครจะดูไม่ดูไม่รู้ แต่ผมออกมาผมแถลงเลย มีโทรทัศน์อยู่ช่องเดียว ผมก็แถลงเคราะห์ดีเขาออกข่าวให้ ผมบอกนี่นะอย่าให้มันเกินเหตุเลย ใครจะเอาอะไรจะทำอย่างไรจะทักท้วงอะไร ได้ทั้งสิ้น ผมแถลงชัดเจนเลย จะทำอย่างไร ดำเนินอย่างไรได้ทั้งสิ้น มันยังไม่ถึงกับจบสิ้นอะไรไป 24 ชั่วโมงหลังจากนั้นนะครับที่ศาลปกครองได้มีคำสั่ง ที่ให้คุ้มครองและให้ถอนหมด ก็ถอนหมด เราก็บอกคณะรัฐมนตรีปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง ถอนหมด ไม่มีเอกสารอะไรเข้าไปเกี่ยวข้องในการพิจารณานี้เลย ไม่มีเลยครับ ไม่มีเอกสารอะไรเข้าไปเกี่ยวข้อง คำวินิจฉัยที่เขายกให้ เขาบอกเขาไม่ได้ใช้เรื่องนี้เลย ไม่เกี่ยวข้องเลย ก็พยายามพูดอย่างโน้นอย่างนี้ จะเอาเข้าไปพัวพันเอากันให้ได้ เขาก็บอกมันไม่เกี่ยวข้อง เขาไม่ทำไม่มีอะไรเลย พอเสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นอย่างไร จนป่านนี้ยังไม่จบยังไม่สิ้น


เสร็จเรียบร้อยแล้ว นั่นคุณนพดลฯ กลับมา แสดงสปิริตลาออก ช่วงชิงกัน คุณลาออกเวลานี้คุณต้องยื่นเวลานี้ จะต้องยื่นถอดถอน ยื่นถอดถอนเพราะอะไร เพื่อให้เป็นคดีอาญา แล้วสุดท้ายคดีอาญาที่ยื่นมาต้องการอะไร ถ้าทำผิด ติดคุกตลอดชีวิตถึงประหารชีวิต เรื่องอย่างนี้ละครับ นพดลฯ จะติดคุกตลอดชีวิต นายสมัครฯ ด้วยเพราะเป็นนายกรัฐมนตรี สมคบกันรับรู้ต่าง ๆ ผมนี่ละครับจะต้องโดนมาตราที่พรรคประชาธิปัตย์เขายื่นมานี้ จะต้องจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต แล้วเรื่องพรรค์อย่างนี้สาธุชนทั้งหลายที่มีความคิด มันขนาดนี้มันอะไรกันนักหนา ผมจะบอกให้ฟังนะครับ ถ้าการปฏิวัติยาว 2 ปี คือ 1 ปีไม่จบ ยาว 2 ปี แปลว่ารัฐธรรมนูญจะออกวันที่ 24 สิงหาคม 2551 ตอนนี้รัฐธรรมนูญยังไม่ออก ถ้าวันปฏิวัติประกาศอย่างนั้น วันที่ 2 กรกฎาคม คุณนิตย์ พิบูลย์สงครามก็ต้องไปค้านกัมพูชาบอกว่าไม่ให้ขึ้น เพราะว่าไม่เห็นด้วย ทางโน้นเขาบอกเขาจะขึ้นซีกเดียว คุณนิตย์ฯ จะไปทำอย่างนพดลฯ ทำหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ถ้าไม่ทำก็ยิ่งแล้วใหญ่ คือไม่บังคับให้เขาเอาเฉพาะของเขาไปขึ้น เขาบอกเขาขึ้นทับซ้อน กรรมการมรดกโลกบ้าบอคอแตกขึ้นไปมีทับซ้อนด้วยนี้ ถามสิครับอะไรจะเกิดขึ้น คุณนิตย์ พิบูลย์สงครามอยู่ รัฐมนตรีต่างประเทศ กัมพูชาก็ได้ขึ้นทะเบียน เอ้ากลับใหม่ พรรคพลังประชาชนได้ 164 พรรคประชาธิปัตย์ได้ 233 เป็นรัฐบาล รัฐมนตรีต่างประเทศชื่อ มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มรว. สุขุมพันธุ์ฯ ก็ค้านตัวเป็นเหนี่ยวบอกไม่ได้เลย ผืนนี้จะต้องขึ้นต้องขึ้นด้วยกัน กรรมการเขาก็บอกว่าเขมรขึ้นข้างเดียวได้ แล้วมันก็ต้องขึ้นทะเบียนได้ ไม่ว่าจะเป็นนิตย์ พิบูลย์สงคราม นพดล ปัทมะ หรือมรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เขมรก็ขึ้นไปตามนี้ หวยเขาออกอย่างนี้ทั้งนั้น แต่ว่าถ้า 2 คนนั้นไม่เป็นไร ถ้าคุณนิตย์ พิบูลย์สงคราม ไม่เป็นไรครับ ถ้าหากว่ามรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าคนอย่างพรรคประชากรไทยไม่คิดอย่างพรรคประชาธิปัตย์คิด ไม่คิดหรอกครับ มันคิดไม่ได้ด้วย แต่พรรคประชาธิปัตย์คิดได้ครับ คือคิดจะต้องเอานพดลฯ เขาลาออกไปแล้วยังไม่พอเพียงครับ จะต้องถอดถอนเพื่อจะได้เกิดคดีอาญา แล้วจะดำเนินคดีอาญาด้วย คือจะต้องให้นพดลฯ ติดตาราง หรืออย่างน้อยก็อาจจะถูกประหารชีวิต


ยังไม่พออีก จะให้นายสมัครกับอาจารย์ชูศักดิ์ นักกฎหมายนายสมัคร นายกฯ เอาด้วย 2 คน เห็นไหมครับ ผมต้องพูดวันนี้ไหม ผมต้องพูดครับ พรรคประชาธิปัตย์จะคิดยังไง ได้ครับไม่มีปัญหา แต่ผมต้องมีสิทธิ์พูดเท่ากับพรรคประชาธิปัตย์ จะจ้องเล่นงานรัฐบาลจะเอาให้ได้ จะเอาให้ตาย คุณคิดกับเราอย่างนั้นได้ ผมก็คิดได้ พรรคประชาธิปัตย์ โอ๊ย…ทำไมถึงคิดได้แค่นี้ นี่ฟังภาษาไทยกันออกไหมครับ ฟังกันชัดเจนไหมครับ มันมีอะไรมากกว่านี้ไหมครับ มันมีอะไรเสียไหมครับ ของของเขาน่ะ ปลุกระดมจนกระทั่งเหมือน จะแห่ปราสาทกัน จะทำ จะนั่นกัน อะ ถ้าทางโน่นเขาแห่บ้างจะทำยังไง ถ้ามันเกิดปะทะกันแล้วจะเป็นอย่างไร เรื่องพรรณอย่างนี้ผมถึงบอกว่า ต้องอธิบายความให้ฟังครับทั้งหมดเนี่ย ที่บอกเลยว่าก็ต้องแก้ที่สมุทัย ก็คือรัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญ 237 ถ้าไม่มีวรรค 2 ก็ไม่มีเรื่องที่จะต้องมาตามล่าตามล้างยุบพรรคกัน นี่ยุบใครบ้างครับเนี่ย ยุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคชาติไทย ยุบพรรคมัชฌิมาฯ ยุบพรรคพลังแผ่นดิน แล้วขณะนี้จ่ออยู่เนี่ย จ่อที่อุบลฯ ละครับ ส.ส.คนหนึ่งของพรรคการเมืองใหญ่โตเนี่ย เข้าแล้วเข้าอีกสรุปสุดท้ายเขาเสนอมาแล้วครับ เสนอให้ใบแดงครับ ส.ส.จังหวัดอุบลฯ ส่งเข้ามาทางนี้แล้ว กกต.กำลังดู ดูสิครับ กกต.ท่านก็อันตรายนะครับ เพราะว่า 1,300 … 13,000 บาท รายนั้น 3 คนเลยครับ ถอนหมดเลย ใบแดง 3 ใบเลย 13,000 แต่ว่า 1,300,000 ที่อยู่ที่เพชรบูรณ์ ได้ใบเหลือง เห็นไหมครับ ได้ใบเหลืองครับ เลือกตั้งใหม่ ได้กลับมาไหม ไม่ได้กลับครับ เห็นไหมครับ เรื่องอย่างนี้


ผมจะบอกให้ฟังครับ ถ้าจะดูตัวอย่างกัน ขอนิดเถอะครับ พรรคประชาธิปัตย์โปรดฟังให้ดีนะ นพดล ปัทมะ ได้ดำเนินการไปแล้ว ทางกระทรวง ดำเนินการตอบสาส์น อะไรต่างๆ เสร็จเรียบร้อย บอกว่าต้องเอาเข้า ไม่เอาเข้าต้องโดนอย่างนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินมาแล้วว่า นพดล ผิดว่า ต้องเอาเข้าแล้วไม่เอาเข้า มีเปลี่ยนมีแปลง ไม่มีหรอกครับ แต่ว่าผิดก็แล้วกัน โปรดดูนะครับ เมื่อสมัยที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ คุณชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2540 ที่เกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งจะเป็นจะตาย รัฐบาลไทยต้องไปขอให้ IMF ช่วย คุณชวลิต (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) ก็เขียนจดหมายฉบับหนึ่งที่เรียกว่า LOI Letter of Intent ขอกู้เงินเข้ามากู้สถานการณ์ ฉบับที่ 1 ถัดไปคุณชวนก็ฉบับที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 17 ฉบับ เขียน Letter of Intent ไปถึงใครครับ IMF เป็นประเทศนะครับ ยิ่งกว่าประเทศอีกครับ 100 กว่าประเทศร่วมมือกันตอน IMF มีเงินเอามาให้กู้แก้สถานการณ์ แล้วทำอย่างไรครับพูดเป็นสำนวนชาวบ้านหน่อยเถอะครับ เอาประเทศไปจำนำเขา เอาไปจำนำ IMF แล้วให้เงินมาทีละท่อน ๆ มีข้อแม้ไหมครับ มีข้อแม้ครับ บอกว่าถ้าคุณทำอย่างนี้กับผม คุณต้องไปแก้กฎหมาย 15 ฉบับ แก้ไหมครับ แก้ครับ แก้ไปกี่ฉบับ 11 ฉบับแล้วครับ และที่คุณอัมรินทร์ คอมันตร์ ที่คุณณรงค์ โชควัฒนา เรียกกฎหมายขายชาติ แก้กฎหมาย 11 ฉบับ กฎหมายอะไรบ้างครับ แก้กฎหมายล้มละลาย แก้กฎหมายรัฐวิสาหกิจที่บังคับให้แปรรูป ต้องไปแก้กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งความอาญา เพื่อจะให้รวดเร็ว แก้กฎหมายทั้งหมด 11 ฉบับครับ เอาประเทศไปจำนำเขา ข้อแม้คือว่าเขาบังคับให้แก้กฎหมาย 15 ฉบับ แก้ไปแล้ว 11 ฉบับ คุณชวนท่านก็ดีนะครับ ท่านเอาไปถามศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่างนี้จะต้องเอาเข้าไหม ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่ต้อง เอาไปตรวจสอบเลยครับว่าเป็นอย่างไร


พรรคประชาธิปัตย์คุณโชคดี คุณชวนโชคดี คุณธารินทร์ นิมมานเหมินท์ โชคดีครับ แต่นายสมัครนี่โชคร้าย คุณนพดล ปัทมะ โชคร้ายครับ ไม่มีอะไรอย่างไรเลยครับ แต่ว่าถูกตัดสินว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเอาประเทศไปจำนำเขานี่ละครับ เอาเงินเขามา เขาบอกข้อแม้คุณต้องแก้กฎหมาย 15 ฉบับ แก้ไปแล้ว 11 ฉบับ ถามศาลรัฐธรรมนูญ ๆ บอกไม่ต้องเอาเข้าสภา เห็นไหมครับว่าอย่างนี้เป็นอย่างไร เห็นไหมครับว่าอะไรอยู่ตรงไหน ก็สุดแท้เถอะครับ และเวรกรรมอะไรละครับที่ผมจะต้องมานั่งกันอยู่ตรงนี้ ผมก็ต้องเป็นคนรับกรรมอย่างนี้ แล้วบ้านเมืองที่จะบรรลัยวายวอด ไม่ละครับ คุณยงยุทธ ติยะไพรัช โดนใบแดงตอนนั้น ก็เพียงแต่ศาลฎีกาท่านก็เห็นด้วยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กกต. บอกให้ใบแดง เขาบอกให้ช้าไปหน่อย ต้องให้ศาลฎีกา ศาลฎีกาก็บอกโอเคเห็นด้วย ๆ แล้วไปไหน เห็นด้วยก็กลับมา เสร็จตั้งอัยการ ๆ ก็ส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็จะดูเลยว่าตกลง คือที่ศาลท่านทำ และผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ท่าน และผมไม่คิดจะวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเราเขียนกฎหมายใส่พานท่านไว้ ท่านก็ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่คนที่คิดเขียนกฎหมายอย่างนี้ที่สร้างกระบวนการอย่างนี้ เพื่อจะปลิดไอ้พวกนี้ทิ้ง มีใครคิดไหมละครับ นี่ไม่ใช่แค่มาตรา 237 วรรค 2 ซึ่งไม่ควรจะมี ไม่ใช่มาตรา 190 วรรค 2 ซึ่งไม่ควรจะมี เรื่องวุฒิสมาชิก แต่ก่อนมี 200 คน วุฒิสมาชิก 200 คนมาจากเลือกตั้ง ถ้าจะแก้ไขจริง ๆ ก็ว่าสังกัดพรรค ไม่สังกัดพรรคเท่านั้นละครับ แต่ประชาชนเป็นคนเลือก อย่างนี้ก็โอเค ถ้าประชาชนเป็นคนเลือกไม่เป็นปัญหา นี่ทำอย่างไร คณะปฏิวัติยึดอำนาจเสร็จเรียบร้อยก่อนจะไป ลดมาเหลือ 150 เลือกตั้งจังหวัดละคน 76 คน แต่งตั้งเข้ามา 74 คณะปฏิวัติอยู่ข้างหลังการแต่งตั้งเข้ามา 74 แล้วเป็นอย่างไรเวลานี้ ก็มาเขยกกันอยู่อย่างนี้ และที่ผมต้องบอกเลย ผมถูกวุฒิสภาจะเอาอย่างนั้นจะเอาอย่างนี้ จะใช้คำว่า มาเร่งขู่รัฐบาลเล่น ก็ได้ครับ ท่านวุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เขาก็เป็นกลางอยู่ตรงนั้น เขาไม่มาขู่เข็ญอะไรอย่างนั้นละครับ เขาต้องรักษาหน้ารักษาสถานะ นี่ไม่ละครับ 74 คนที่เข้ามา เข้ามาจากไหนช่องไหน แต่งตั้งกันเข้ามา ใครแต่งตั้ง ก็คณะที่ยึดอำนาจกันไว้แต่งตั้งเข้ามา และเป็นอย่างไร เวลานี้มีพฤติการณ์อย่างไร ก็ดูเลยหัวโจกทั้งหลายทั้งปวง ดูสิพวกนั้นเป็นอย่างไร ก็ทำอย่างนี้ ก็นี่กำลังจะเอารวมกันมา 74 คน ได้ 77 จะเอาผมไปยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่คิดขึ้นมาได้บอกถ้ายื่นแล้วหายไป 70 เดี๋ยวเวลานั่นโหวตไปถึง 90 จะเอาผมออกต้อง 90 แล้วไปยื่น ป.ป.ช. คิดไหม ป.ป.ช. เป็นอย่างไร ป.ป.ช.ก็มาจากคณะปฏิวัติตั้ง ป.ป.ช.เป็นองค์อิสระ ถูกต้องครับ ต้องเข้าเฝ้าฯ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไหม ต้องครับ และได้เข้าเฝ้าฯ ไหม ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ครับ และถูกต้องไหม โน่นนิดนี่หน่อย มีใครแคะไค้ ป.ป.ช.ไหม มีใครพูดไหมครับเรื่องนี้ ว่า ป.ป.ช.ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่จะต้องตัดสินชีวิตคนต่าง ๆ จะเป็นจะตาย


กำลังนี้ รถดับเพลิงไป ป.ป.ช. เขาดำเนินผม ไม่ขัดข้อง แต่ผมจะถามสิ คดีทุจริต รถดับเพลิงจะเอาเป็นเอาตาย และก่อนรถดับเพลิงละครับ 2 ปีเกือบจะ 3 ปีแล้ว ที่ฮั้วกัน 20,000 ล้าน 10 โครงการ ดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย กำหนดเสร็จ คนที่นั่นถูกย้าย ต้องย้ายตำแหน่งไปเสร็จแล้ว เอาไปหมกไว้ที่ ป.ป.ช. 20,000 ล้าน คนพรรคไหนเป็นผู้ว่าอยู่ มีใครแตะต้อง มีใครแคะไค้ถึงไหมครับ เรื่องรถดับเพลิง รัฐบาลอนุเคราะห์มา เราออก 40 เขาออก 60 ผมก็ดำเนินการทำ นายสมัครทำนี่ผิด แต่ผู้ว่าอีกคนทำ ไม่เป็นไร บอกถ้าไม่ทำเดี๋ยวรัฐมนตรีเล่นงาน ผู้ว่าเหมือนกัน แต่บอกรถดับเพลิงนายสมัครผิด แต่ถ้าเผื่อคนนี้ทำบอกไม่ผิด เพราะถ้าไม่ทำเดี๋ยวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเล่นงาน แล้วทำไมคนนี้ได้ แต่นายสมัครไม่ได้สิทธิเหมือนกัน อย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรครับ เพราะฉะนั้น ผมบอกดำเนินการไป ยังไม่พูดกันสักคำว่าทุจริตตรงไหน ยังไม่เรียกฝรั่งมังค่ามาถามขายราคานี้ ราคาเท่าไร ทั่วโลกขายราคานี้ไหม ขายราคานี้ ยี่ห้อไหน ใหม่เอี่ยมมาเลย เปล่าครับ ยี่ห้อสไตล์เออร์ จอดอยู่ทุกคันทั้งหมด ร้อยละ 90 จอดอยู่ในอู่ที่ใช้อยู่ สไตล์เออร์ทั้งนั้น จอดอยู่ทำเนียบก็สไตล์เออร์ และเวลานี้ซื้ออะไรซื้อสไตล์เออร์ ซื้อสิ่งที่จะซื้อมาแล้ว จะเอาเป็นเอาตายเหมือนกับว่าผมทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ก็ต้องสอบถามดูว่าเป็นอย่างไร แต่ว่าที่ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง เขากล่าวหาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งอะไรเสร็จแล้ว ก็เอาไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ช. ไม่ขยับเขยื้อนไม่เคลื่อนที่เลย


ผมมายุ่งกับทางการเมืองเข้าปั๊บ ไปขุดคุ้ยเรื่องขยะ 3 ปี เอาขยะไปถม 9,000 กว่าล้าน แล้วเป็นอย่างไรไหมครับ เจอไหมครับ ผิดตรงไหนไหมครับ เที่ยวนี้คุณเทพไท เสนพงศ์ คุณฟังให้ดี กรณีนี้ผมบอกว่าผมไม่ไว้ใจสื่อ ผมจึงไม่อธิบายความทันที เพราะตอบไปอย่าง แปลไปอย่าง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะขุดคุ้ยกัน ไม่เป็นปัญหาครับ ได้ครับ เกิดเหตุจากว่าญี่ปุ่นคนหนึ่งไปถูกจับทางโน้น ว่าเอาเงินออกไปต่างประเทศ 400 ล้านเยน และไปชี้แจงเขาไม่ได้เอาไปไหน ก็ไปบอกเขาว่าเอามาให้สินบนทางโครงการในกทม. ผมบอกเริ่มต้นก็ตลกแล้ว คุณจะคุ้นกันอย่างไร คุณจะเอาเงินไปไหนสุดแท้แต่ ถ้าเป็นญี่ปุ่นที่ไม่โง่จริง ๆ ก็บอกว่าเอามาทำธุรกิจในประเทศไทย ทำไมต้องเน้นว่าเอามาให้สินบนครับ ให้สินบนบริษัทนี้ ทำงานกับโครงการนี้ ก็เอาครับ ตกลง คุณจะเอามา โครงการนี้ใช้เงินเยน เปล่าครับ ใช้เงินไทย แต่ต้องให้สินบนกันเป็นเงินเยน ตลกตั้งแต่แรกแล้วครับ เอาข่าวมา ตีข่าวใหญ่โตครับ จนญี่ปุ่นบอกมาเสร็จเลยครับ คนรับมี 3 คน “ส” 2 คน “ธ” 1 คน ส คือ สมัคร กับ สหัส (นายสหัส บัณฑิตกุล) ไงครับ ธ คือ ธีรพล (นายธีรพล นพรัมภา) และอยู่ในครม.เวลานี้ คนหนึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี อีกคนเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องเล่นกันแบบนี้ ต้องเผากันอย่างนี้ ผมก็ปล่อยให้เผากันไป เอาไว้ก่อน


แต่ผมอธิบายความให้ฟัง คุณต้องสอบเรื่องนี้และเอามาดู ถ้ายังไม่มีเวลาสอบ ผมจะอธิบายให้ฟังก่อนก็ได้ ผมถูกกล่าวหา เอกสารผมต้องมาวางครบเรื่องนี้ แต่ที่ผมพูดไปประธานกรรมาธิการ บอกว่าอะไรเซ็น แน่นอนครับผมพูดตามความจริง ผมยังไม่รู้ว่าชื่อบริษัทนี้ ผมเซ็นหนังสือตรงนั้นไม่มีหน้าที่จะจำหรอกครับใครบริษัทไหนอย่างไร เพราะชื่อไม่คุ้นเคย ชื่อคุ้นเคยมี ถ้าคุ้นเคยจะบอกคุ้นเคย บอกชื่อนี้ไม่คุ้นเคย รับทำงานโครงการนี้ 2,000 กว่าล้าน เงิน 2,000 กว่าล้าน โครงการนี้ทำอะไรครับ ทำท่อ 14 กิโลเมตร ที่น้ำท่วมแถวลาดพร้าวทั้งหมด วางท่อเพื่อจะว่าฝนตกน้ำจะได้ไหลและไปปั๊มออกทางปลายแม่น้ำเจ้าพระยา จะเสร็จไหมครับ ก็จะเสร็จครับ ที่น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ เวลาฝนตกหนัก เพราะโครงการอย่างนี้ และก่อนหน้าโครงการนี้ไปคุ้ยอีกหน่อยสิครับ ทางเหนือที่ออกทางด้านเหนือ โครงการอย่างเดียวกัน เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีไอ้บ้าที่ไหนมาพูดจากัน ก็เป็นประโยชน์เพราะน้ำไม่ท่วมตรงนั้น นี่ทำงานให้กรุงเทพฯ แก้ไขปัญหานะครับ น้ำในท่อจุกปากพูดไม่ได้ ท่อทับหน้าอก คิดอย่างนักการเมืองหน้าใหม่อย่างคุณคิดได้ครับ แต่นักการเมืองที่ทำงานการเมืองมาชั่วชีวิตอย่างผม ทั้งงานท้องถิ่น ผมก็ลงไปทำ เวลาที่ผมเป็น ส.ส. มาแล้ว เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว ผมเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 5 หนเป็นรองนายกรัฐมนตรี 3 หน แล้วกลับไปเป็นผู้ว่ากทม. ไปทำงานนี้ครับ ผมนั่งทำงานนี้ และทุกอย่างก็เป็นไป ถ้าไม่รู้รายละเอียดจะพูดให้ฟังง่าย ๆ โครงการนี้ 2,000 กว่าล้าน ทำเพื่อจะผ่องถ่ายน้ำ เวลาน้ำท่วม ท่วมออกแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านท่อที่ทำ งานจะเสร็จอยู่แล้ว กำลังจะเปิดเครื่องใช้อยู่แล้ว แล้วมามีการบอกว่าอื้อฉาว ให้สินบาทคาดสินบน ไปตรวจสอบสิครับ งานนี้ละครับ เมื่อเริ่มต้นโครงการ บริษัท สี่แสงโยธา ยื่นฟ้อง กทม.ว่าฮั้ว กทม.ฮั้วโครงการนี้ ไปยื่นศาลปกครองชั้นต้น เสร็จแล้วไปถึงศาลปกครองเขาบอกไม่รับ ขึ้นไปศาลกลาง เขายืนให้รับ เมื่อรับเสร็จก็สอบ สอบเสร็จหมด กทม.ชนะคดีนี้ เขาชนะคดีนี้ เขาถูกต้องเรียบร้อย แล้วตัวเลขเป็นอย่างไรครับ ตัวเลขที่เขาประมูลมีคนเข้ามาแข่งขัน 3 บริษัท งบประมาณตั้งไว้ 2,178 ล้านบาท ประมูลแข่งกัน 3 บริษัท ถูกต้อง ประมูลได้ราคา 2,155 ล้านบาท ราคากลาง 2,178 ล้านบาท ประมูลได้ 2,155 ล้านบาท เซ็นสัญญาได้เลยนะครับ คนที่เป็นประธานจัดการประมูล เขาไม่เซ็นครับ เขาต่อรองตามสิทธิ เขาต่อรองลงไปเหลือ 2,095 ล้านบาท เป็นอันว่าต่ำกว่าราคากลาง 83 ล้านบาท ถามว่าถ้าอันนี้โกง ไปนั่งต่อรองอีกทำไม 83 ล้านบาท ในเมื่อราคากลาง 2,178 ล้านบาท ประมูลได้ 2,155 ล้านบาท เซ็นสัญญาพัวะ จะได้เงินตั้ง 70 กว่าล้าน สบาย ๆ ไปต่อทำไมครับ เอาเงินลดราคาให้รัฐบาลอีก 83 ล้านบาท เขาดำเนินการอย่างนี้ถูกต้อง


เพราะฉะนั้น เรื่องพรรณอย่างนี้ต้องสอบตลอดหมด แล้วจะทำอย่างไร ญี่ปุ่นบอกเหรอครับ คนที่ให้มานี่ คนชื่อสมัครน่ะ หัวหน้า แล้วให้ ดร.สหัส รองผู้ว่ากทม. แล้วให้ธีรพล เลขา ดร.สหัส เขาบอกมาอย่างนั้นชัดเจนเหรอครับ ญี่ปุ่นเก่งนะครับ ย่อเป็นตัว ส และ ธ เรื่องพรรณอย่างนี้มันไทยครับ ที่แจกแจงกันอย่างนี้ โทรทัศน์ช่อง 6 นั่นละทีวีเพื่อสาธารณะ เอามาทำยกย่องสรรเสริญญี่ปุ่นเลยครับ ออกข่าวให้ดูเลยบอกว่านายทานะกะนี่ละ สมัยก่อนนี้จัดการ 30 ปีมาแล้วนะครับ ไปรับสินบน 3 ล้านบาทกรณีล็อคฮีด ต้องติดตาราง 4 ปี แต่ปรากฏว่าตายไปเสียก่อน จะเอาอย่างนั้นก็ลองสิครับ เชิญดูสิครับ ถ้าทางนี้บ้านเมืองไม่บรรลัยวายวอด ถ้าไอ้บ้าที่ไหนคนอื่นจะเที่ยวมาพูดจาไม่มีหูรูดแบบนี้ ก็พิสูจน์กันให้บ้านนี้ดูสิครับว่าเป็นอย่างไร ดูรูปการณ์ โดนฟ้องคดีก่อน ฟ้องเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงดำเนินการ เขาเปิดการประมูล ทุกอย่างเขาตรวจสอบเรียบร้อยหมด เขาฟ้องคดีนะครับ แล้วที่มาด่ากันนี่ ศาลตรวจสอบแล้ว แจงทีละข้อ ๆ ยื่นอะไรอย่างไร ๆ กทม.เขาชนะคดีนะครับ และจะโปร่งใสไม่โปร่งใส ไม่รู้ ใครจะมีไปรับอะไรข้างล่าง ผมไม่มีทางรู้ เพราะฉะนั้น ผมบอกชื่อบริษัทยังไม่คุ้นเคยเลย ผมก็เซ็นตลอด ผมอยู่ 4 ปี ใครบริษัทไหนประมูลไปบ้าง ผมไม่มีวันมาจำได้หรอกครับ ไม่มีวันละครับ แล้วใครจะมาพูดกระทบกระแทกแดกดัน ไม่มีละ เพราะฉะนั้น ผมอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะผมเป็นอย่างนี้ครับ ขยะ 9,000 กว่าล้านก็คุ้ยสิครับ คุ้ยกันดูสิครับ ผมเป็นมาแล้ว 3 ปีไม่มีปัญหาอื่น พอมายุ่งกับทางเดียวทางนี้เข้าเท่านั้น ทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดนี้ มีจากเหตุ เขาเกลียดชังอดีตนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) และจะเอาให้ตาย ปรากฏว่าการเมืองเปิดเข้ามา เขาก็ไม่ตาย กลับเข้ามาสู้คดีได้ กำลังนี้จะเอาให้ตายอีกครับ และเวลานี้จะลากนายสมัคร จะลากคณะรัฐมนตรีส่วนที่เป็นพรรพลังประชาชน จะลากทั้งพรรคพลังประชาชนเอาให้มันตายหมดทั้งพรรค แล้วอย่างนี้ยุติธรรมไหม จะจัดการดำเนินการเขาขึ้นศาลอยู่แล้วคดีความทั้งหมดนั้น นอนหายใจแขม่ว ๆ จะรอดไหมรอด ยังไม่รู้จะนั่นเลยครับ ไม่รู้จะอะไรเป็นอะไรเลยครับ แต่เห็นธงชัยกำลังจะมาอย่างนี้แล้ว ปักธงกันมาอย่างนี้แล้ว เขาก็ต้องนอนแขม่ว ๆ แล้วครับ


และผมต้องไปแขม่วด้วยไหมครับ ผมเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองมาถูกต้องตามกฎหมาย กำลังบริหารบ้านเมืองอยู่ กำลังแก้ปัญหาอยู่ วันอังคารที่ 15 กรกฎาคมจะแถลงเรื่องสำคัญ เพราะใช้เวลา 5 เดือนกว่าจะดำเนินการให้สำเร็จว่าจะเอาอย่างไร จะช่วยความทุกข์ประชาชนได้อย่างไร นี่จะทำอย่างไร จะแถลงครับ บ่ายโมงครึ่งวันอังคารหลังครม.จะมีแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่ง ประเทศไทย เพราะทำสำเร็จเรียบร้อย ก็จะบอกประชาชนว่าคุณจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง การที่จะลดค่าใช้จ่าย จะทำอย่างไรบ้าง วันอังคารจะบอก ไม่รู้ว่าวันจันทร์จะถูกเขาสั่งยุติการดำเนินการหรือเปล่า เพราะทำกันทุกวิถีทาง เรื่องความไม่ไว้วางใจหมดแล้วครับ กอบกู้กันมาจะตาย เดินทางไป 10 ประเทศ พูดจาต่าง ๆ เขาก็นั่งหัวเราะเยาะดูแล้วว่ารัฐบาลนี้จะไปได้แค่ไหนอย่างไร ก็ถูกขย้ำถูกขยี้ทุกวิถีทางนี่ครับ มาหมดเลย ในถนนก็มีคนขโยกกันอยู่ ยกย่องสรรเสริญกัน ยกย่องไหมครับ ยกย่องสรรเสริญ ๆ มีคนใหญ่คนโตที่ยังคิดอ่านจะกอบกู้ชาติยังมีครับ ยังมีคนเคยอยู่ตำแหน่งนั้น มาเจอคนตำแหน่งนั้น จัดงานวันเกิดเลี้ยงกันใหญ่โต ไม่มีใครไปเท่าไร ของที่กินกองไว้เหลือ เหลือขออย่างไรครับ ขอขนเอาไปเลี้ยงพันธมิตรฯ ทำไมถึงต้องรู้ ต้องรู้สิครับ ต้องบอกให้รู้ว่าคนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องรู้ครับ และจะคลายให้รู้กัน เขายังคิดยังทำกันอยู่ แต่ว่าส่วนใหญ่ที่เป็นส่วนใหญ่ เขาถือว่าบ้านเมืองออกเดินมาแล้ว ถูกต้องตามกฎบัตรกฎหมาย เพราะฉะนั้น จะ 44-45 วันอย่างต่ำ


ผมประชุมคณะกรรมการตำรวจ ตำรวจก็ตำรวจว่าตำหนิกันในที่ประชุม เป็นทำนองว่าตำรวจที่บริหารไม่มีน้ำยา ปล่อยปละละเลยให้เกิดพรรค์อย่างนี้ ไม่ทำเรื่องกฎหมาย ผมให้เขาพูดเขาด่ากันเสร็จ และผมก็บอกว่าผมเองเป็นคนดึงมือไว้ ทำไมละครับ ก็มองเห็นชัดเจน ก็บอกเขาต้องการที่ให้ตำรวจคนหนึ่งฟาดหัวพันธมิตรฯ ไปเสียคน ต้องการเสียปืนที่ตำรวจลั่นมาปังหรือใครไปยิงตรงนั้น เขาต้องการให้มันเลือดตกยางออก ต้องการให้นองเลือด เขาจะได้มีเหตุผล จะได้เอาทหารมาปฏิวัติยึดอำนาจกันอีก แต่เขาทำได้ไหมละครับทหาร บ้านเมืองจะเป็นอย่างนั้น ก็รู้แล้วก็คำนี้มันด้าน ตำรวจกับตำรวจด่ากันกลางที่ประชุม ด่าเสร็จผมบอกผมเป็นคนดึงไว้เอง และผมต้องขอบคุณเขาด้วยที่ช่วยรักษาทางนี้ไม่ให้เลือดหยด ให้กระบองไปตีใคร ไม่ให้เสียงปืนลั่น เพราะเขาบอกว่าเสียงปืนลั่นมาบอกเราชนะแล้ว และกำลังนี้ทำอะไรกัน ที่ทำกันนี่ เวลานี้เอาสิครับต้องอาศัยเด็ก ผมก็ขอบคุณเด็ก เพราะเด็กก็เลือกศาล ศาลเพิ่งจะจัดการให้ ตอนนี้อาศัยกระทรวงศึกษาธิการ ๆ ก็ต้องร้องทุกข์ เป็นอย่างไรครับ ย้ายตรงนี้ไปอยู่ตรงนั้น ก็ดูสิครับว่าบ้านเมืองนี้เป็นอย่างไร แต่ผมต้องกลั้นไหมครับ ผมต้องกลั้น ผมไม่ต้องการให้เลือดตกยางออก ต้องกล้ำกลืนผืนทด ต้องอับอาย


คนเขียนจดหมายมานี่ ผมเอาจดหมายมาให้ดู ดูสิครับนี่ เวลารับจดหมายแล้วผมอ่านให้ฟัง ท่านลองดูนะว่าอย่างไร ไอ้สมัครบ้ากิน ตะกละ ไปไหนก็เร่ไปทำกับข้าว ที่สำคัญที่สุดทำเสร็จทั้งหมดแทนที่จะให้นักข่าวหรือคนในพื้นที่กิน เรียกว่าแจกเขาน่ะ เพราะวัตถุดิบตัวเองก็ไม่ได้ซื้อเงินมา พอทำเสร็จแล้ว ขนกลับบ้านหมด โอ้โฮ แน่จริงเขาบอกไอ้อุบาทว์ ทำอะไรต่าง ๆ บริหารบ้านเมืองก็ทำไม่เป็น ไม่มีความสามารถจะสะเออะอยากจะมาเป็นนายกฯ เพื่อจะได้บันทึกประวัติศาสตร์ตัวเอง แม้จะได้มาเป็นเพราะว่ามีใครเป็นคนจัดการมาให้ต่าง ๆ ไม่มีศักดิ์ศรี อำนาจ พลเมืองจำนวนมากเขาทุเรศพฤติกรรมของแกจะแย่อยู่แล้ว นอกจากหน้าตาบุคลิกจะอุบาทว์แล้ว นิสัยยังถ่อย ฉะนั้น ที่เกิดมาไม่เคยพบเห็นนายกรัฐมนตรีที่จะมีความเลว ความถ่อยสกุลตั้งแต่พับผ่า สิ วันหนึ่งไม่เห็นจะบริหารอะไร ดีแต่ปาก ปากเห่าไปวัน ๆ ให้สัมภาษณ์ไปวัน ๆ เสร็จแล้วว่าอย่างไร ขอแช่งให้มันตายปุบปับ แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น


ผมบอกอ่านทำไม ต้องอ่านครับ คนชมไม่ต้องอ่าน แต่คนด่าต้องอ่าน แล้วเรื่องพรรค์อย่างนี้ ที่ด่าทอว่ากล่าวกันทั่วไป ผมก็บอกว่าผมไม่ใช่คนหน้าด้านหน้าทนอะไรมาจากไหน แต่ผมได้อาสาเข้ามา ตั้งแต่ผมลงสมัครรับเลือกตั้ง ผมไปหาเสียงเลือกตั้ง ผมได้รับเลือกตั้ง ผมเข้าตามตรอก ออกตามประตู เพราะฉะนั้น สิทธิเสรีภาพยังทำอยู่ แต่ว่าขบวนการที่จะทำนั้น เรื่องของรัฐธรรมนูญที่ผมบอกว่าเป็นเหตุ พระพุทธเจ้าท่านบอกเลยให้ดับที่เหตุ เพราะฉะนั้น เหตุคือรัฐธรรมนูญต้องแก้ แก้ครับ และต่อไปนี้จะแก้รัฐธรรมนูญ จะต้องแก้รัฐธรรมนูญครับ จะต้องเห็นพ้องต้องกัน จะต้องแก้เรื่องที่จะต้องยุบพรรค คนเดียวไปทำแล้วต้องยุบทั้งพรรค อันนี้ต้องแก้ครับ ที่ว่าจะไปครอบจักรวาลแล้วก็ลากเอารัฐมนตรีไปโดนอย่างนี้เข้า ก็ต้องแก้ครับ วุฒิสมาชิกจะแก้ไหม ต้องดูสิว่าเขาเป็นอย่างไร เพราะวุฒิสมาชิกเขาก็อยากให้มาช่วยแก้รัฐธรรมนูญ และเราเลือกตั้งแก้ไหมครับ แต่ก่อนคนเดียวเลือกได้ 15 ที่นั่ง ต่อมาทันสมัยเลือก 3 เลือก2 เลือก 1 ต่อมาทันสมัยที่สุดคือเลือกเขตละคน คนละเขต เหมือนกับในโลกเขา ร่วมกัน ให้มันยุ่งยาก เขียนรัฐธรรมนูญมาบอกให้ไปเลือกใหม่ 157 เขต เลือก 3 เลือก 2 เลือก 1 อย่างนี้ควรจะแก้ไหมครับ มีอะไรหลายอย่างจะแก้ 1-2-3-4 ไม่มากละครับ แต่ต้องแก้


และผมจะบอกไว้นะครับว่า ต่อไปนี้พอเปิดสภามาจะแก้รัฐธรรมนูญ ลองดูสิครับ ไปดูพฤติการณ์ของคนพวกไม่มีเหตุผลที่จะมาทำลาย เรามีเหตุผลที่จะแก้ ผมพูดวันนี้เพื่อจะบอกว่าเราจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ จะมาสร้างวิกฤตการณ์แก้อะไรไม่ได้ ก็เอาเถอะครับ พรรคประชาธิปัตย์ที่บอกไม่อยากให้แก้ รออีกหน่อยสิครับ ไม่กี่วัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัย ว่าทางคุณได้ใบแดงเหมือนกัน เป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย ยุบพรรคเหมือนกัน แล้วบ้านเมืองจะเหลืออะไรละครับ เวลานี้ท่านก็พูดได้ เพราะยังไม่โดนกับตัวเอง บัดนี้ก็ลามไปถึงโดนแล้วครับ เพราะฉะนั้น ก็บอกไว้ว่าต้องแก้ไขเพื่อจะดับชนวนเรื่องนี้ ศาลท่านวินิจฉัยตามที่กำหนดไว้ให้ท่าน เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่เอาขึ้นไปให้ท่าน ก็จะไม่มีเรื่องขึ้นไป บ้านเมืองแก้ปัญหาได้ครับ ผมบอกว่าผมรับผิดชอบ รับผิดชอบทุกสิ่งที่ผมพูด รับผิดชอบทุกอย่างที่ผมทำ แต่วันนี้ผมต้องร้องทุกข์กับท่านพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของ ประเทศ ทั้ง ประเทศ


ขออภัยช่อง NBT ที่วันนี้ต้องล้ำเวลาเพราะเหตุว่ารายการถัดไปเขาใส่เทปมา เขาไม่ได้แต่งตัวนั่งรอ เขาจะมีรายการ ที่ผมขอร้องเขานี่นะ ให้เอาอะไรต่ออะไรของศิลปวัฒนธรรม ศิลปากร มาแสดงบ้าง เขาจัดให้ แต่บังเอิญเขาทำมาเป็นเทป พอผมรู้ว่าเป็นเทป ผมก็บอกวันนี้ขอพูดล้ำนิดหนึ่ง คงจะต้องให้อภัย จำเป็นครับ จำเป็นต้องทำความเข้าใจกันเสียวันนี้ บ้านเมืองจะมีวิกฤตการณ์อะไร ถ้ามันจำเป็นต้องเป็น แต่ว่าการที่ไปหยิบโน่นหยิบนี่ฉวย แล้วก็ดัน สื่อสารมวลชนนั้นไม่ชอบรัฐบาล เมื่อไม่ชอบรัฐบาลแล้วทำอย่างไร ก็ขย่มก็นั่น อ่านข่าวสิครับ เวลานี้ท่านถ้าเผื่อจะมีสุขภาพจิตที่ดี ท่านต้องเลิกอ่าน ถ้าไม่อ่านเสียแล้ว สุขภาพจิตดีครับ ภรรยาผมแต่ก่อนอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน อ่านเช้าอ่านเย็น เดี๋ยวนี้สุขภาพจิตดีขึ้น เพราะไม่อ่าน โทรทัศน์ก็เลือกดู ใครจะว่าอย่างไรก็เอาเถอะครับ ต้องรักษาสุขภาพจิต ถ้าไม่อย่างนั้นปรอทขึ้นลงปรูดปร้าด ผมอ่านไหมครับ ผมอ่าน แต่ว่าผมนั้น ผมทำตามสุภาษิตพุทธศาสนา จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้ ผมไม่มีความทุกข์หรอกครับ ความทุกข์ของผมกำลังนี้อยู่ที่ว่ากำลังจะทำเรื่องสำคัญให้บ้านเมือง ทุกข์ในใจว่าแล้วถ้าเขาจับเราให้แขวนเสียก่อน เลยไม่ได้ทำ เช่น จะทำน้ำมันที่จะเข้ามาช่วยในสหกรณ์ทั้งหลาย ให้ซื้อได้ถูกกว่าราคาปัจจุบัน 8 บาท ลงมาเท่าไรก็ 8 บาท ลงตาม ขึ้นเท่าไรก็ 8 บาท ขึ้นตาม ถูกกว่า 8 บาทละครับ ใครจะทำได้อย่างผมหรือไม่ ผมกำลังดำเนินการ เจ้าหน้าที่ทั้งหลายทั้งปวง ใครจะขัดจะข้อง ผมบอกผมเดินตามให้ถูก ผมทำให้ถูกต้องหมด แล้วผมก็ทำอย่างมีหลักเกณฑ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผมก็ช่วยบ้านเมืองของผม


วันที่ 15 กรกฎาคม คุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผม คณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง จะนั่งและอธิบายให้ฟังว่าเรากำลังจะทำอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลน่ะครับเป็นคน มีความคิดเหมือนกัน แต่ช้าหน่อย เพราะว่ามือไม่เจ๋งเหมือนคนอื่น ผมก็บ่นไว้ในสภาแล้ว คนเก่ง ๆ อย่างคุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี เราก็อยากได้มา จะเอาฝ่ายค้านมาผสมรัฐบาล ฝ่ายค้านเขาไม่มาหรอกครับ ถ้าฝ่ายรัฐบาลเขาก็คงไม่อยากให้นั่น จะกรอกแกรกอย่างไรก็พยายามครับ สุดท้ายแล้วเดี๋ยวจะบอก แล้วสมัครจะปรับครม.ไหม ปรับปรุงแน่นอนครับ ปรับแน่นอนปรับใหญ่ด้วย และจะปรับให้ดีด้วย ปรับให้แข็งแรงด้วย ปรับให้เอาคนมีฝีมือมาช่วยบริหารบ้านเมืองด้วย ผมจะทำละครับ แต่คงจะต้องรอ เพราะวันที่ 18 กรกฎาคม เขาต้องวินิจฉัยกันก่อนว่า 1-2-3 คนนี้เป็นอย่างไร มันมีอะไรรุงรังพันเต แต่เขาเตรียมกันภายใน ผมเตรียมหมดแล้วครับ เตรียมว่าจับใครใส่ใคร ๆ อย่างไร ผมกำลังทำของผมอยู่ ถูกต้อง เขาบอกนายกรัฐมนตรีทำ ผมทำ แต่ผมมีที่ปรึกษาของผม คนนั้นเป็นอย่างไร คนนี้เป็นอย่างไร สำคัญที่สุดว่าคนเก่ง คนดีนั้น เขาไม่อยากมาลงเรือลำนี้ เขากลัวมันล่ม คือกำลังนี้มันอันตราย คนแต่ก่อนนี้บอกเป็นรัฐมนตรี มีชื่อเสียง เกียรติยศ ยืดคอ แต่เดี๋ยวนี้เป็นรัฐมนตรี ขาข้างหนึ่งยื่นไปในตารางไว้ก่อน จะถูกขับเข้าไปอีกข้างเมื่อไรยังไม่รู้ แต่ก็ทำครับ อันตรายไหมครับ อันตรายครับ


จดหมายอีกฉบับไม่อยากเอามาอ่านเดี๋ยวซ้ำซาก จดหมายฉบับนี้ถ้านายไม่อ่าน เราจะไปยืนอ่านในฟังหน้าคุก เพราะเขาเตรียมกันเสร็จแล้ว เขาล้างคุกรอนายอยู่แล้ว ท่านพี่น้องประชาชนทั้งหลายครับ นักการเมืองนี่ละครับ ทำตรงไปตรงมาจะทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ถ้าจะติดให้มันติดไป เพราะมันทำทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ถ้าทำงานการเมือง แก้ไขปัญหาบ้านเมือง แล้วเรื่องไม่มีอะไรแล้วลากเข้าไปให้มันรุมกัน เมื่อคืนอาจารย์คนหนึ่ง ผมบอกภรรยาผมบอกว่าคนนี้เป็น ผศ. บอกอาจารย์ธรรมดายังไม่น่าจะเป็น คือพูดจาพัวพันจะให้มีเรื่องให้ได้กับมาตรา 190 พูดจาทบไปทบมา มันประหลาด ไม่มีเรื่องอะไรเลย แต่พูดให้มีเรื่อง คนที่เป็นคนสนทนาก็นั่งอ้าปากรอจะพูด ผมบอกถ้าบ้านเมืองมีอย่างนี้เมื่อไร ก็บรรลัยวายวอดเท่านั้น ไม่มีเรื่องอะไรเลยครับ แต่ก็ทำให้มีกัน แต่ถ้ามีตัวบทกฎหมายเขียนไว้ และศาลท่านต้องวินิจฉัย ต้องให้ท่านวินิจฉัย แต่ลองช่วยหน่อยสิครับว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะยื่นกฎหมายว่าถ้าวินิจฉัย ว่าผิดละครับ ติดตารางตลอดชีวิต ถึงประหารชีวิต นพดล (นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) คนเดียวยังไม่สะใจ ต้องเอาสมัคร สุนทรเวช ด้วย เอาอาจารย์ชูศักดิ์ด้วย (นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) แล้วเป็นอย่างไรไหมละครับ คนคนนี้ละครับยังจะต้องนั่งถือหางเสืออยู่


คุณเสนาะ เทียนทอง ท่านออกโทรทัศน์ ท่านบอกเลยว่าคุณสมัครเขาเป็นกัปตันถือหางเสืออยู่ ๆ จะให้เขากระโดดน้ำหนีไป ยุบสภา เขาไม่ทำหรอก เขาถือหางเสืออยู่ มันต้องช่วยกันประคับประคองให้ถึงฝั่ง ผมพูดกับสมาชิกพรรคพลังประชาชน 230 คน ผมบอกแต่ละคนเหมือนไม้ไผ่คนละท่อน สุภาษิตเรียก..ไม้ไผ่ท่อนเดียว ไม้ไผ่หักได้ครับ แต่ว่าถ้ามัดกันเป็นทั้งฟ่อน 236 เป็นฟ่อนเดียวกัน พอลงไปแล้วน้ำจะเชี่ยวกรากอย่างไร มันข้ามฟากได้ครับ มันถึงฝั่งได้ แต่ต้องมัดเป็นท่อนเดียวกัน ผมบอกผมก็จะมัดครม.ไว้ท่อนเดียวกัน พรรคการเมืองอีก 5 พรรค ผมก็ต้องผูกไว้ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ถ้าเขาจะแยกไป ก็ต้องสุดแท้แต่ แต่ระหว่างนี้ผมถือว่า ผมทำงานให้คนทั้ง 5 พรรคทำงานร่วมกับผม ไม่เอาเปรียบ ไม่ไปหาความผิดพลาดไปป้ายอะไรเขา แต่ต้องทำงานอยู่ร่วมกันเป็นทีม และก็ทำกันมาดี 5 เดือนเท่านั้นละครับ มือใหม่หัดขับด้วย แต่บังเอิญเป็นนักการเมืองเก่า ค่อนชีวิตงานการเมือง เพราะฉะนั้น ผมจะทำหน้าที่ของผมต่อไป ใช้เวลาวันนี้มากเป็นพิเศษ แต่เอาเถอะครับ ไม่ได้พูดบ่อยละครับ 7 วันพูดที


ขออภัยบรรดาสื่อสารมวลชนทั้งหลายที่ผมไม่ได้พูดอธิบาย ความอย่างนี้กับท่าน เพราะพูดลงไป 10 ท่านลงดี 2 ท่านลงร้าย 8 มันพลิกผัน ขออนุญาตนะครับ ผมใช้สิทธิของผมที่ไม่ไว้วางใจในการเสนอข่าวของพวกท่าน ท่านก็ดูแล้วกัน ถ้าท่านดี ผมก็ต้องเปลี่ยนท่าทีของผมเหมือนกัน แต่ถ้าท่านยังเป็นกันอย่างนี้ นี่ไงครับ พาดหัวหนังสือพิมพ์ปกติตอนเช้า ๆ รูปนายกรัฐมนตรียืนแล้วเขียนว่า “ไร้ยางอาย” ผมแน่ใจว่าผมอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วโลกฉบับไหนที่ไหนก็อ่าน ในโลกนี้อ่านทั้งนั้น แต่ขณะนี้ไม่มีครับ มีอีกหลายอัน แต่ผมไม่ได้เอามา พอเจออันนี้ก็พับอันนี้มา ขออภัยท่านผู้ชมนะครับ อันนี้ต้องสัปดาห์หน้า เกินเวลามากเกินไป แล้วเขาจะว่าเอา แต่วันนี้ต้องเกินครับ บังเอิญเขาเป็นเทปรออยู่ ขอขอบพระคุณโทรทัศน์ NBT ที่อนุญาตให้ได้ใช้เวลาวันนี้ ขออภัยพวกศิลปากรที่เทปของท่านอาจจะสั้นไปหน่อย ที่เขาจะแสดง แต่ต่อไปนี้จะมีละครับ ท่านทั้งหลายที่รอ ต่อไปพอ 09.30 น. ปั๊บก็ได้ดูกันเลย ศิลปวัฒนธรรม วันนี้เวลาหมดนะครับ ต้องขอลาไปก่อนครับ วันอาทิตย์หน้า 08.30 น. พบกันใหม่นะครับ สวัสดีครับ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ข่าว 13 กรกฎาคม 2551 เลขที่ข่าว 255107130129
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255107130129&tb=N255107
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.