“หม่อมเต่า” ให้การมัด “เมียแม้ว” ซื้อที่ดินไม่เหมาะสม
การไต่สวนพยานโจทก์ครั้งที่สอง คดี “แม้ว-อ้อ” ทุจริตซื้อที่ดินรัชดา อัยการนำพยาน 4 ปากเข้าเบิกความ “หม่อมเต่า” เผยเคยคิด เข้าร่วมประมูลที่ดิน แต่มีปัญหาก่อนรู้ว่า “อ้อ” ประมูลด้วย ขณะที่ อดีตผู้จัดการกองทุน รู้ข่าววงนอกสะพัด “อ้อ” ร่วมประมูล
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันที่ 15 ก.ค.2551 เวลา 09.30 น. นายทองหล่อ โฉมงาม ผู้พิพากษาอาวุโส เจ้าของสำนวนพร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ ไต่สวนพยานโจทก์ครั้งที่สอง ในคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550
ที่ อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ตาม ประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ว่าด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยในวันนี้อัยการนำ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ อดีตประธาน คณะกรรมการจัดการ กองทุนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน เข้าเบิกความ สรุปว่า
กองทุนมีสภาพเป็นนิติบุคคล บริหารงานในรูปแบบของ คณะกรรมการกองทุน ซึ่งจะมี ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็น คณะกรรมการกองทุน ด้วย โดย กองทุน จะอยู่ภายใต้กำกับดูแลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ซึ่งการจำหน่ายที่ดินของ กองทุน ไม่ต้องขออนุมัติจาก รมว.คลัง หรือ นายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการ มีอำนาจ ที่จะมีมติให้จำหน่ายที่ดินได้ ส่วนในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน ในการจำหน่ายที่ดิน จะพิจารณาจาก สภาพเศรษฐกิจ ด้วย ซึ่งหากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ก็คงจะต้องรอ ให้เศรษฐกิจฟื้นตัวก่อน อย่างไรก็ดี ในสมัยที่ตนเป็นประธานกองทุน นายกรัฐมนตรีไม่ได้ เข้ามาบทบาทกำกับดูแลกองทุน
ม.ร.ว.จัตุมงคล เบิกความด้วยว่า ในเรื่องของการซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นข้อพิพาทคดีนี้ ในส่วนของพยาน เมื่อพ้นจากตำแหน่งต่างๆ แล้ว พยานได้ไปมีส่วนร่วมใน ธุรกิจที่ดิน ซึ่งได้ทราบข้อมูลว่า จะมี การเปิดประมูลซื้อที่ดินพิพาทคดีนี้ ในราคา ตารางวา ละ 70,000 บาท โดยพยาน ได้ทำการติดต่อ กับเจ้าหน้าที่กองทุน เพื่อเข้าร่วมการประมูลด้วย
แต่ภายหลัง พยานและ หุ้นส่วนทางธุรกิจ มีปัญหา จึงไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ จึงได้ติดต่อกลับไปยัง เจ้าหน้าที่ เพื่อแจ้งยกเลิกการประมูล และได้ทราบข่าวว่า คุณหญิงอ้อ (คุณหญิงพจมาน ชินวัตร) จะเข้าร่วมการประมูลด้วย ซึ่งเรื่องนี้พยานเคยให้การไว้ในชั้นไต่สวน ของ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แล้ว ว่า

พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร
เป็นการไม่เหมาะสม ถ้าจะมีภรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ การทำ สัญญา โดยส่วนตัว รับราชการมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ในระหว่าง ปฏิบัติหน้าที่ ไม่อยากเข้าไปทำธุรกิจเกี่ยวกับ การทำสัญญา กับ ทาง ราชการ เพราะอาจจะทำให้เกิดความสงสัย และเกิดความเสียหาย ในภายหลังได้
ต่อมาอัยการนำ นายอำนวย ธันธรา อดีต คตส.เข้าเบิกความ สรุปว่า พยานไม่ได้เป็น คณะอนุฯ ตรวจสอบ และไต่สวนคดีนี้ โดยเมื่อคณะอนุฯ ตรวจสอบ และไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ได้สรุปสำนวน และ เสนอความเห็นต่อ ที่ประชุม คตส. ซึ่ง คตส. มีความเห็นส่งให้ อัยการยื่นฟ้องคดีนี้ และ ขอให้ริบทรัพย์
แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า นิติกรรมการทำสัญญาซื้อขายที่ดินรัชดา เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย นิติกรรม จึงต้องตกเป็นโมฆะ โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ต้องกลับไปอยู่ในสถานะเดิม หมายความว่า ไม่มีการโอนขายที่ดิน ดังนั้น เงินที่ซื้อขายที่ดิน พยานเห็นว่า น่าจะริบไม่ได้
จากนั้นอัยการนำ นายเกริก วณิกกุล เจ้าหน้าที่ ธปท.อดีตผู้จัดการกองทุน ปี 2545 เข้าเบิกความสรุปว่า ที่ดินรัชดา เดิมเป็นของ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอราวัณ ทรัสต์ เมื่อปี 2538 ที่ดิน ดังกล่าวมี มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาทเศษ แต่เมื่อโอนมาเป็นของกองทุน แล้ว มีมูลค่าสูงขึ้นเป็น 2 พันล้านบาทเศษ เนื่องจากกองทุนได้นำเงินเข้าไปช่วยเหลือการสภาพคล่องของ เอราวัณทรัสต์ ให้ดำรงอยู่ได้
ซึ่งถ้าหากเอราวัณทรัสต์ล้ม กองทุนก็จะเป็น เจ้าหนี้ด้วย ส่วนที่ มูลค่าที่ดิน ลดลงจาก 2 พันล้าน ในปี 2544 เหลือเพียง 700 ล้านบาทเศษ นายเกริก เบิกความว่า โดยหลักการทางบัญชี เมื่อกองทุนได้สนับสนุนสภาพคล่อง เอราวัณทรัสต์ แต่กองทุนมีสองสถานะ ซึ่งนอกจากจะเป็นนิติบุคคลแล้ว อีกสถานะหนึ่ง ขึ้นตรงกับ ธปท.ซึ่ง ธปท.จะต้องถูกตรวจสอบบัญชี โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่จะต้องแสดงตัวเลขหนี้สินทรัพย์ ให้ชัดเจน
เพื่อความสะดวกในการทวงถามติดตาม หนี้สินที่เกิดขึ้นที่แท้จริง ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีหนี้สินอยู่กับกองทุนฯ 100 ล้านบาท แต่ราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 50 ล้านบาท ก็จะเท่ากับว่า มูลค่าหนี้ ที่แท้จริงเหลืออยู่ 50 ล้านบาท
นายเกริก เบิกความต่อว่า ส่วนการขายที่ดินครั้งที่สอง ที่กองทุนฯได้ทำการรวมโฉนดแปลงย่อย 13 แปลง เป็นโฉนดใหญ่ 4 แปลง
เนื่องจากในการขายที่ดินครั้งแรก กองทุนพยายามขายแล้ว แต่ไม่มีผู้ซื้อ จึงกลับมาคิดหาสาเหตุ ซึ่งคณะกรรมกองทุนฯ ส่วนหนึ่งเห็นว่า ตั้งราคา ขายที่ดินสูงเกินไป และ อีกส่วนหนึ่งเห็นว่า น่าจะทำการรวมโฉนดที่ดิน เพื่อความสะดวกของผู้ซื้อ ดังนั้นคณะกรรมการจึงมีมติให้รวมโฉนด ซึ่งพยานเห็นว่าไม่ทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เหมือนการรวมแบงก์ 100 บาท 5 ใบ เป็นแบงก์ 500 บาท 1 ใบ
ส่วนเรื่องการวางเงินมัดจำซองประมูลที่ครั้งแรกกำหนดไว้เพียง 10 ล้านบาท แต่ครั้งที่ 2 เพิ่มวงเงินเป็น 100 ล้านบาทนั้น รายละเอียดพยานจำไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องของมติกรรมการกองทุน ซึ่งการซื้อขายที่ดินทุกครั้ง จะต้องมีการกำหนดราคากลางเสมอ
อย่างไรก็ดีพยานจำไม่ได้ว่าหลังจากที่ กองทุนขายที่ดินข้อพิพาทคดีนี้แล้ว ในการขายที่ดินของ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เอราวัณฯ อีกแปลง ที่ขายให้ อ.ส.ม.ท.จำนวน 50 ไร่ และ ที่ดินแปลงอื่นอีก 8 ครั้ง จะกำหนดการวางเงินมัดจำเท่ากับ การขายที่ดินคดีนี้หรือไม่
รวมทั้งจำไม่ได้ว่าในส่วนของ คณะกรรมการเปิดซองประมูลซื้อที่ดินคดีนี้ จะมี นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นคณะกรรมการ หรือไม่
นายเกริก เบิกความด้วยว่า ในการลงชื่อซื้อซองประมูลราคา พบว่า มีนิติบุคคล 2 ราย และบุคคลธรรมดา 1 ราย โดยไม่มีการระบุว่า กระทำในนาม แทน ของบุคคลใด หรือมีชื่อของ คุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 2 ซึ่งไม่ได้มี กฎหรือระเบียบใดระบุไว้ว่า
ผู้ลงชื่อซื้อซองกับผู้ยื่นซองประมูล ราคาจะต้องเป็นบุคคลเดียวกัน หรือ กระทำแทนกันได้หรือไม่ ซึ่งก่อนการประมูล พยานเคยได้ยินข่าว จาก วงนอกแว่วๆ ว่า ภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้าร่วมประมูลที่ดินด้วย โดยเรื่องนี้พยานได้ให้การต่อ คตส.แล้ว
ต่อมาอัยการนำ นายไพโรจน์ เฮงสกุล อดีตผู้จัดการกองทุน ช่วงปี 2549-2550 เข้าเบิกความสรุปว่า พยานเคยให้การต่อ คตส.ว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีอำนาจกำกับดูแลกองทุน โดยตรง
แต่เหตุที่ พยานทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษคดีนี้ เนื่องจาก คตส.ได้มีหนังสือถึง กระทรวงการคลัง ส่งเรื่องให้กองทุน และ ที่ประชุมกรรมการกองทุนฯ ให้พิจารณาร้องทุกข์ เพราะ คตส. เห็นว่า การเข้าประมูลซื้อขายที่ดิน ไม่ชอบด้วย กฎหมาย ม.100 (พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.) ตนในฐานะผู้จัดการกองทุน จึงเป็นผู้แทน เข้าร้องทุกข์
นายไพโรจน์ เบิกความว่า กองทุนอยู่ภายใน ธปท.ในส่วนของการดำเนินการจึงเป็นไปตามคำสั่ง ธปท. แต่ถ้าส่วนใดที่เกี่ยวข้อง กับรัฐวิสาหกิจ ก็จะปฏิบัติตามระเบียบของรัฐวิสาหกิจนั้น
ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์การวางซองมัดจำซื้อขายที่ดินพิพาทคดีนี้ ซึ่งต้องโอนเงินสดจำนวน 100 ล้านบาทเข้าบัญชี กองทุนฯ ส่วนที่ดินที่ขายให้ อ.ส.ม.ท.จำนวน 50 ไร่ ที่ให้วางเป็นแคชเชียร์เช็ค นั้น พยานเห็นว่าไม่มีปัญหาความแตกต่าง เพราะถึงจะวางเป็นแคชเชียร์เช็ค ก็จะต้องนำเข้า บัญชีเงินฝากกองทุนเช่นเดียว กัน ส่วนที่กองทุนจะได้ดอกเบี้ยหรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับธนาคาร
นายไพโรจน์ เบิกความต่อว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจกำกับดูแล ซึ่งขณะที่พยานเป็นผู้จัดการกองทุน ในสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้เข้ามากำกับดูแลหรือสั่งการพยาน
ภายหลังศาลไต่สวนพยานโจทก์เสร็จสิ้นครบจำนวน 4 ปาก ตามบัญชีของ อัยการโจกท์ แล้ว ศาลนัดไต่สวน พยานโจทก์ครั้งต่อไป วันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 09.30 น.
โดย นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ หัวหน้าคณะอัยการรับผิดชอบว่าความคดีนี้ กล่าวว่า ได้เชิญ นายนาม ยิ้มแย้ม อดีต ประธาน คตส.นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง นายสว่างจิต จายวัฒน์ ผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯ ขณะเกิดเหตุ และ นายรุ่งเรือง โคกขุนทด เจ้าหน้าที่กองทุนขณะเกิดเหตุ เข้าเบิกความ
ภายหลัง ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า หลังพ้นตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.ได้เข้าไปร่วมประมูลที่ดินรัชดาฯ ครั้งที่ 1 แต่ขอถอนตัว เนื่องจากเห็นว่าการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะส่งผลให้มี การได้เปรียบเสียเปรียบ เกิดขึ้น อีกทั้งมีหุ้นส่วนหลายคนจึงจำเป็นต้องถอนตัว
จึงทำให้เกิด การประมูลครั้งที่ 2 ตามมา ซึ่งตนรู้จากเจ้าหน้าที่ว่าคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม ประมูล ด้วย
“ผมก็ตกใจเหมือนกันที่รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาร่วมประมูลด้วย ผมไม่ได้ถอนตัว เพราะรู้ว่าคุณหญิงพจมานร่วมประมูลด้วย แต่ถอนตัว ออกมาก่อนแล้ว ถึงมาทราบภายหลัง ซึ่งตามหลักการ ที่รู้กันว่า
ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็ควรทำหน้าที่ไป หากเอาเรื่องธุรกิจเข้ามาปะปนด้วย มันก็ไม่เหมาะสม และ ผมก็ไม่ทราบความในใจ ของผู้ซื้อที่ดิน ว่าจะเอาไปทำอะไร ที่ดินมีตั้งมากมายในโลก จะก่อให้มันยุ่งทำไม หากจะทำหน้าที่รัฐ ก็ทำ อย่าเข้ามายุ่งตรงนี้” ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว
ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2551 16:11 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000083275
พิมพ์ ข่าวนี้
ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below









