Accom Thailand

July 19, 2008

กัมพูชา ร้องสหประชาชาติ ไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา ตามแผนที่ ในสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศสใน ค.ศ.1904

ผู้แทนกัมพูชาประจำยูเอ็น ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา
ตามแผนที่ในสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศสใน ค.ศ.1904
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


เอเอฟพี/ผู้จัดการออนไลน์ – กัมพูชารุกทีละคืบ ร้องสหประชาชาติ

ทหารไทยเสริมกำลังเข้าไปยังบริเวณเขาพระวิหารในวันนี้ 19 ก.ค. (ภาพจากรภ??เตภ??์)

ทหารไทยเสริมกำลังเข้าไปยังบริเวณเขาพระวิหารในวันนี้ 19 ก.ค. (ภาพจากรอยเตอร์)

ระบุไทยส่งทหารเข้าพื้นที่เขาพระวิหาร เพราะเขมรขึ้นปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ยกแผนที่ในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1904 อ้าง แถมเชิญ จนท.ทูต มะกัน-จีน-ฝรั่งเศส-เวียดนาม ดูพื้นที่ให้ ช่วยกดดันให้ไทย ยอมถอนกำลังออกจากบริเวณเขาพระวิหาร “วิเชียรโชติ” โยนบาปพันธมิตรฯ ทำให้เกิดปัญหา

กองทัพทหารไทยกว่า 600 นาย และ กองทัพทหารกัมพูชามากกว่า 1,000 นายประจำการณ์อยู่รอบๆ วัดพุทธเชิงเขาพระวิหาร อันเป็นจุดที่ มีข้อพิพาททางดินแดน ระหว่างเพื่อนบ้านทั้งสอง โดยความตึงเครียดนั้นเกิดขึ้นเป็นวันที่ 5 แล้ว


ในวันนี้ พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์กได้รายงานต่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีว่า
รัฐบาลกัมพูชาได้ร้องเรียนต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กรณีข้อพิพาททางดินแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาแล้ว ทั้งนี้กัมพูชาต้องการให้ยูเอ็นเข้ามาจัดการกรณีนี้

ทหารไทย (ยืน) กับทหารกัมพูชา (นั่ง) บริเวณเขตแดนที่มีข้ภ??ิพาท (ภาพจากรภ??เตภ??์)

ทหารไทย (ยืน) กับทหารกัมพูชา (นั่ง) บริเวณเขตแดนที่มีข้อพิพาท (ภาพจากรอยเตอร์)



ขณะที่ทางรัฐบาลไทยต้องการศึกษา คำร้องของกัมพูชา ก่อนที่จะทำหนังสือแจ้ง ไปยังสหประชาชาติ


นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวโทษ กลุ่มพันะมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ด้วยว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา


“เรื่องปัญหาพื้นที่ทับซ้อนนั้น เป็นหน้าที่ของทหาร และ กระทรวงการต่างประเทศ จะเจรจา ซึ่งมีการตอบรับ จากฝ่ายกัมพูชาแล้ว แต่การกดดันของ กลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสั่นคลอน จนทำให้ กัมพูชา ไปขอความช่วยเหลือ จากองค์การสหประชาชาติในครั้งนี้


ซึ่งเมื่อกลายเป็นความบาดหมางระหว่างประเทศเช่นนี้ ทำให้ภาพพจน์ของประเทศไทยเสียหายอย่างหนัก ในสายตานานาชาติ จึงขอให้กลุ่มพันธมิตรฯ และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หยุดความพยายามเคลื่อนไหว นอกกระบวนการ ที่ทำให้เกิดความเสียหาย แก่ประเทศ”


ทั้งนี้ การส่งหนังสือถึงสหประชาชาติ ดังกล่าวของกัมพูชา เกิดขึ้น ก่อนการนัดเจรจากัน ระหว่างตัวแทนของทั้งสองฝ่าย ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในวันจันทร์ (21 ก.ค.) จะถึงนี้


ซึ่งทางฝ่ายกัมพูชา จะส่ง พล.อ.เตีย บัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา มาเจรจา ส่วนฝ่ายไทยนั้น นายสมัครได้มอบหมายให้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นตัวแทน


นอกจากนี้ ทางรัฐบาลกัมพูชา ยังได้เชิญตัวแทนจาก สถานทูตสหรัฐฯ จีน ฝรั่งเศส และ เวียดนาม เพื่อมาดูบริเวณเขตแดน ที่เกิดข้อพิพาทระหว่าง ไทย กับ กัมพูชาด้วย อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของ ทั้งสี่ชาติ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าว


“พวกเขามาที่นี่ เพราะว่า พวกเขาไม่ต้องการจะเห็น การเผชิญหน้าระหว่าง กองทัพของ ทั้งสองประเทศ การต่อสู้กัน ของทั้งสองประเทศ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร” พ.อ.เสา โสกา ผู้บังคับการสารวัตรทหารกัมพูชากล่าว


ด้าน พ.อ.เสรย ดิค ผู้บังคับการกองกำลังกัมพูชา ซึ่งรับผิดชอบภารกิจระบุว่า เขาได้รับคำสั่งว่า ให้ทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน โดย พ.อ.เสรย กล่าวว่า ตนเองได้พูดคุยกับ พ.อ.ชยันต์ หวยสูงเนิน รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี แล้วว่า


กองกำลังที่อยู่แนวหน้าควรเก็บอาวุธ ขณะที่ทหารกัมพูชา ยังถูกสั่งห้ามไม่ให้ดื่มของมึนเมา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะใดๆ บริเวณวัด อย่างไรก็ตามเขายืนยันว่าเขตแดน ที่มีข้อพิพาทนั้น เป็นของกัมพูชา รวมถึงตัวปราสาทพระวิหาร โดยอ้างถึง สนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904


กัมพูชา อ้างการขึ้นทะเบียน “มรดกโลก” กระตุ้น ไทย ยึดเขาพระวิหาร


ขณะเดียวกัน รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า กัมพูชาได้นำเรื่อง ปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดน บริเวณเขาพระวิหาร แจ้งต่อ คณะมนตรีความมั่นคง แห่ง สหประชาชาติ แล้ว


โดยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นในนครนิวยอร์ก ผู้แทนกัมพูชาประจำยูเอ็นได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา ตามแผนที่ในสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศสใน ค.ศ.1904 ที่เก็บไว้ ณ ศาลโลก


พร้อมกับระบุว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นในสังคมไทย ทำให้ทหารไทย บุกขึ้นไปยึดพื้นที่ของกัมพูชา ในเวลาต่อมา


อย่างไรก็ตาม การแจ้งเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการส่งหนังสือแจ้งเพื่อทราบ โดยไม่ได้ร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นดำเนินการใดๆ


วานนี้ (18 ก.ค.) กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า กระทรวงการต่างประเทศได้มอบหนังสือที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามถึงสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อตอบหนังสือที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชามีมาถึงฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2551 ให้แก่นายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย


โดยหนังสือดังกล่าวยืนยันว่า พื้นที่บริเวณวัดแก้วศิขเรศวรที่กล่าวถึงในหนังสือของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา อยู่ในดินแดนของไทย การที่ได้มี ชาวกัมพูชา ขึ้นไปสร้างวัด สิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมทั้งที่อยู่อาศัย กับทั้งมีทหารอยู่ในพื้นที่นั้น ถือว่าได้ละเมิดอธิปไตย และ ดินแดนของไทย ซึ่งเรื่องนี้ รัฐบาลไทยได้ทำการประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรมาแล้ว


4 ครั้งตั้งแต่ปี 2547 2548 2550 และครั้งหลังสุดเมื่อเดือนเมษายน 2551

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 22:21 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084985
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ภรรยา พล.อ.ท.รังสฤษดิ์ ถนอมสิงห์ แจ้งความม็อบถ่อย ล้อมสนามบินเชียงราย

ภรรยาทหารอากาศ แจ้งความ ม็อบถ่อยล้อมสนามบินเชียงราย
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


เชียงราย – ภรรยาทหารอากาศยศ พล.อ.ท.เข้าแจ้งความตำรวจ หลังถูกม็อบถ่อยต้านพันธมิตรฯ สั่งหยุดตรวจค้นรถยนต์ขณะขับออกจากสนามบินเชียงราย ชี้การกระทำป่าเถื่อนละเมิดสิทธิผู้อื่นและทำให้ประชาชนเดือดร้อน



วันนี้(19 ก.ค.51) เวลา 11.00 น. ร.ต.ท.ประสิทธิ์ คำวังษา ร้อยเวร สภ.(ย่อย) บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจากนางวรพรรณ ถนอมสิงห์ อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 202 หมู่ที่ 3 ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ว่า

ขณะขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ทะเบียน งย 7759 กรุงเทพฯ พาสามี คือ พล.อ.ท.รังสฤษดิ์ ถนอมสิงห์ จะเดินทางไปยังกรุงเทพฯ โดยขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเชียงราย ซึ่งเมื่อขับผ่านประตูเข้าสนามบินเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

ปรากฎว่าได้มีกลุ่มต่อต้านพันธมิตร ทั้งชาย- หญิง ไม่ทราบชื่อ รวมตัวกันประมาณ 200 คน ยืนถืออาวุธประเภทไม้ขนาดต่างๆ ปิดล้อมประตูทางออกจากสนามบิน พร้อมตั้งด่านสกัดกั้นตรวจรถรถยนต์ทุกคัน เพื่อตรวจค้นว่ามีกลุ่มพันธมิตรเดินทางมาเชียงรายหรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าจะไปเปิดอภิปรายเรื่องการเมืองที่ จ.เชียงราย


ทั้งนี้เมื่อส่งสามีเสร็จขับรถออกมาจากสนามบินเชียงราย ปรากฏว่าได้มีกลุ่มชายที่ชุมนุมกันอยู่เข้ารุมล้อมปิดทางรถออก พร้อมกับมีคนมาทุบรถ ขอทำการตรวจค้น และเมื่อเปิดกระจกรถถามว่าต้องการอะไร


กลุ่มคนดังกล่าวก็ได้ พูดว่า “มีการนำกลุ่มผู้โดยสารจากพันธมิตรมาด้วยหรือไม่” แต่เมื่อเห็นว่า ตนเองมาตามลำพังคนเดียว จึงโบกให้รถออกไปได้ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความตกใจมาก เพราะกลุ่มคนดังกล่าวถืออาวุธเป็นไม้ท่อนขนาดต่าง ๆ หน้าตาน่ากลัวมาปิดล้อมทางไว้ ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง


ซึ่งเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และจะได้รับอันตราย รวมทั้งเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนทั่วไป จึงมาแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน


ร.ต.ท.ประสิทธิ์ ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ส่วนรถยนต์ของนางวรพรรณ ตรวจสอบแล้ว ไม่พบความเสียหาย จึงแจ้งให้นางวรพรรณว่าหากประสงค์จะให้ดำเนินคดีในเรื่องอื่นใดก็สามารถกลับไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพิ่มเติมได้ต่อไป.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 16:13 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000084944
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. กล่าวต้องชื่นชม พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร แต่การแถลงครั้งนี้ไม่น่าช่วยได้ ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน

“พัลลภ” แฉบิ๊กสีเขียวไอ้โม่ง
จัดฉากหางแถวปูดข่าวหยุดยิง
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


อดีตรองผอ.กอ.รมน. แฉ มีนายทหารระดับบิ๊ก หวังผลการเมือง อยู่เบื้องหลัง จัดฉาก แถลงข่าวหยุดยิง เผยแพร่ มั่นใจ เป็นไปไม่ได้ สงบศึก โดยไม่มีเงื่อนไข ชี้ตัว ผู้แถลง ไม่ใช่ของจริง แค่แนวร่วมหางแถว
พล.ฮพัลลภ ปิ่นมณี

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี



วันนี้ (19 ก.ค.) พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ของประเทศไทย ออกแถลง ยุติการหยุดยิง ว่าเท่าที่ดู ไม่น่าเป็นไปได้ ที่การหยุดยิง จะไม่มีเงื่อนไข ตนมองว่าเป็น การสร้างค่าให้ตัวเอง เพราะจากการตรวจสอบ กลุ่มดังกล่าว ทั้งชื่อบุคคล และชื่อกลุ่ม ไม่มีใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้


“นายอารีเฟน คาน เช็กจากฐานข่าวพบว่า เป็น 1 ใน 132 คนไทยที่อพยพไปอยู่ที่มาเลเซีย ก่อนหน้านี้ และยอมรับว่ารู้สึกงงอยู่ ถ้าขบวนการนี้บริสุทธิ์ใจจริง ต้องเปิดเผยชื่อและฐานะ แต่กลับปิดบังหมด ผมตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาภาคใต้เกิดมาเกือบ 100 ปี แต่อยู่ ๆ ประกาศยุติโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นไปไม่ได้ แน่ๆ “ พล.อ.พัลลภ กล่าว และว่า กลุ่มคนพวกนี้ไม่มีบทบาทอะไร เป็นเพียงแนวร่วมเล็ก ๆ ถ้าอยากยุติบทบาทจริง ต้องมีระดับแกนนำ เช่น ดร.วัน ฟาเดย์ ที่เป็นอาจารย์สอนในประเทศเพื่อนบ้าน หรือตัวแทน ออกมาร่วมแถลงด้วย


อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. กล่าวว่า ต้องชื่นชม พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่ต้องการแก้ปัญหาใต้ แต่การแถลงครั้งนี้ไม่น่าช่วยได้ ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน เพราะวันนี้ ทั้งพูโล บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนท ออกมามาปฏิเสธชัดแล้วว่า ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน และไม่ยอมรับแถลงการณ์ดังกล่าว


ต่อข้อถามว่า การแถลงของกลุ่มดังกล่าว เกี่ยวกับ เรื่องการเมือง การปรับ คณะรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนไม่อยาก ก้าวล่วง เรื่องการเมือง แต่ทราบว่า มีนายทหารระดับบิ๊ก คนหนึ่ง อยู่เบื้องหลัง นายทหารคนนี้ หวังผล ทางการเมือง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 14:53 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000084943
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ผบ.สส. ระบุจะหารือด้านทหารเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ปราสาทพระวิหารเป็นหน้าที่ บัวแก้ว

“บุญสร้าง” อุบเจรจาพระวิหาร เน้นถกการทหารไม่ใช้ความรุนแรง
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ผบ.สส. ระบุได้รับมอบหมายเป็นตัวแทนประชุมจีบีซี จะหารือด้านทหารเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหารเป็นหน้าที่บัวแก้ว ย้ำจุดยืนกองทัพไม่เน้นการใช้ความรุนแรง

พล.ฮบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส.

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส.


วันนี้ (19 ก.ค.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี ไปประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ร่วมกับ พล.อ.เตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กัมพูชา ที่โรงแรมอินโดจีน จังหวัดสระแก้ว วันที่ 21 กรกฎาคม ว่ายังไม่สามารถเปิดเผยได้


ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีส่งจดหมายไปยังรัฐบาลกัมพูชา ยืนยันยังไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทับซ้อน โดยรอบปราสาทพระวิหาร บริเวณเขตรอยต่อสองประเทศ ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า การส่งจดหมายเป็นเรื่องที่ดี ส่วนจุดยืนของกองทัพไม่สามารถเปิดเผยได้ รอให้มีการเจรจาก่อน แต่ความเห็นของกองทัพ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในการประชุมจีบีซีจะพูดเรื่องการทหารเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ทับซ้อนให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้เจรจา เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว


สำหรับกรณีทหารจะไม่ถอนกำลังจนกว่ากัมพูชาจะถอนทหารหรือไม่นั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ไม่ขอตอบ ขอเจรจาก่อน ให้รอฟังผลการประชุม ซึ่งจะทำให้ดีที่สุด ขอให้ประชาชนสบายใจ ทหารจะไม่ใช้ความรุนแรง เราจะใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา บ้านเมืองตอนนี้ต้องการความสามัคคีมากที่สุด และ


ล่าสุดได้พูดคุยในเบื้องต้นกับพล.อ.เตีย บันห์ได้ขอให้ต่างคนต่างดูแลคนของฝ่ายตัวเองให้ดี เชื่อว่าจะคุยกันได้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 14:32 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000084940
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“บิ๊กเหวียง” ปัด ไม่ได้สร้างภาพเพื่อหวังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่น

“บิ๊กเหวียง” ปัดเบื้องหลังนำเทปหยุดยิงเผยแพร่ แลกเก้าอี้
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


อดีตผบ.ทบ. ปฏิเสธจับมือนายทหารระดับสูง เผยแพร่เทปแถลงการณ์หยุดยิงออกอากาศ มีเบื้องหลัง หวังสร้างภาพเรียกร้องตำแหน่งในรัฐบาล
พล..เชษฐา ฐานะจาโร

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร


วันนี้ (19 ก.ค.) พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ยืนยัน ไม่มีนายทหารระดับสูงอยู่เบื้องหลัง ในการนำเทปแถลงการณ์หยุดยิงของกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้


เผยแพร่ออกอากาศ ตามที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกมาระบุ เพราะตนดำเนินการเพียงลำพังกับทีมงาน ไม่เกี่ยวข้องกับราชการหรือกองทัพ และยืนยันด้วยว่า ไม่หนักใจ


แม้จะมีการมองว่าเทปที่นำมานั้นอาจเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากตนมั่นใจในข้อมูล แม้จะไม่มั่นใจเต็มร้อยก็ตาม ซึ่งคงจะต้องติดตามสถานการณ์ไปอีกสักระยะ


อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวของตนนั้นไม่ได้สร้างภาพเพื่อหวังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่น


นอกจากนี้ พล.อ.เชษฐา ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ทีมงานของตนก็จะเดินหน้าต่อไปในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยจะดำเนินการด้วยความรอบคอบและหนักแน่นในข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 13:57 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000084939
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สกัด 3 ธรรมยาตราฯ แจ้งจับเขมรห้ามขึ้น“เขาวิหาร”- ชายแดนตึงเครียดคนงาน“ช.การช่าง”หนีตายเข้าไทย

สกัด 3 ธรรมยาตราฯ แจ้งจับเขมรห้ามขึ้น“เขาวิหาร”-
ชายแดนตึงเครียดคนงาน“ช.การช่าง”หนีตายเข้าไทย
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

ทหารไทยระดมกำลังพร้ภ??ภ??วุธหนักเข้าตรึงกำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเชิงเขาพระวิหาร ฮกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ภ??่างต่ภ??นื่ภ??

ทหารไทยระดมกำลังพร้อมอาวุธหนักเข้าตรึงกำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเชิงเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อย่างต่อเนื่อง


ศรีสะเกษ – 3 คนไทยแจ้งจับทหารเขมรถูกสกัดไม่ให้ขึ้นไปร่วมปฏิบัติธรรมกับกลุ่มธรรมยาตราฯ ที่อุทยานฯ เขาพระวิหาร ทหาร- ตร.ตั้งด่านสกัด อ้างคำสั่ง ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษสั่งปิดอุทยานฯแล้ว


ขณะที่กลุ่มแม่ค้าชาวบ้านภูมิซรอลกว่า 20 คนมายืนร้องตะโกนด่าหาว่าสร้างเดือดร้อนทำให้ต้องถูกสั่งปิดอุทยานฯ เผยทหารไทย-กัมพูชา ระดมกำลังตรึงชายแดนต่อเนื่องจำนวนมาก ทางด้านคนงานและวิศวกรก่อสร้างถนนกัมพูชาของ “ ช.การช่าง” หนีตายเข้าไทยด้านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ กล่าว 200-300 คน



วันนี้ ( 19 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ 19.30 น. เป็นต้นมาเมื่อคืนนี้ ( 18 ก.ค.) ที่ถนนบริเวณ ด่านเก็บค่าธรรมเนียม ประตูทางเข้า อุทยานแห่งชาติ เขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ


ปรากฏว่ากลุ่มธรรมยาตรา กอบกู้รักษาแผ่นดินไทย กรณีเขาพระวิหาร-มณฑลบูรพา จำนวน 8 คน นำโดย นาวาอากาศตรี ถนิต พรหมสถิต ประธานสมัชชา กรรมกรแห่งชาติ และ นายวิชาญ ทับซ้อน ที่เดินทาง กลับจาก สภ.บึงมะลู หลังเข้าแจ้งความ ดำเนินคดี ทหารกัมพูชา


กรณี 3 คนไทยถูกฝ่ายกัมพูชาจับตัวไปเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ได้ถูกทหาร -ตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติ เขาพระวิหาร ตั้งด่านสกัด ไม่ยอมให้ขึ้นไป ร่วมปฏิบัติธรรม กับ กลุ่มธรรมยาตราฯ ที่บริเวณหน้าผามออีแดง อุทยานฯเขาพระวิหาร เช่นเดิม


โดยเจ้าหน้าที่อ้างเหตุผล ว่า นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแล้ว เพื่อความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้เกิดเหตุความไม่สงบบริเวณเชิงเขาพระวิหารและมีการตรึงกำลังระหว่างทหารไทยและกัมพูชาจำนวนมาก


ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านภูมิซรอล ประมาณ 20 คน พากันมายืนตะโกนด่ากลุ่มธรรมยาตราฯ ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียม ดังกล่าว โดยกล่าวหาว่า มาสร้างความวุ่นวายบนเขาพระวิหาร จนทำให้ชาวบ้านไม่สามารถไปค้าขายสินค้าที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้


ขณะที่กลุ่มธรรมยาตราฯ ไม่ได้ตอบโต้ แต่ได้พากันนั่งสมาธิกลางถนนหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมฯ ที่มีการนำเอาลวดหนามมาขึงขวางถนนเอาไว้ โดยมีกำลังทหาร ตำรวจมาสถานการณ์ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่จำนวนหนึ่ง


นาวาอากาศตรี ถนิต พรหมสถิต ประธานสมัชชากรรมกรแห่งชาติ หนึ่งในแกนนำกลุ่มธรรมยาตราฯ กล่าวว่า การที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต ให้พวกตน ขึ้นไปบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพื่อร่วมปฏิบัติธรรม ทวงคืนปราสาทพระวิหารจากกัมพูชา เช่นเดิมนั้น ไม่ได้แจ้งเหตุผล ที่ชัดเจนว่า


เพราะเหตุใดจึงไม่ยอมให้พวกตนขึ้นไปบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร แจ้งเพียงว่า ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษสั่งปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแล้วเท่านั้น และไม่ยอมให้ผู้ใดยกเว้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้นที่สามารถผ่านขึ้นไปบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้


“แต่ถึงอย่างไรก็ตามพวกเราจะยังคงนั่งปฏิบัติธรรมอยู่กลางถนน แห่งนี้ เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงศรัทธาที่แรงกล้า และหัวใจที่เข้มแข็งดุจเพชร ในการทวงคืนปราสาทพระวิหารและผลักดันชาวกัมพูชาให้ออกไปจากเขตแดนไทยที่บริเวณเชิงเขาพระวิหารให้จงได้ต่อไป” นาวาอากาศ ตรีถนิต กล่าว


ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.) ที่บริเวณ อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ได้มีกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 500 – 1,000 นาย เดินทางโดยรถยีเอ็มซี จำนวนประมาณ 20 คัน พร้อมด้วยอาวุธหนักมุ่งหน้ามายังเขาพระวิหาร โดยกำลังทหารเหล่านี้จะไปเสริมกำลัง กับทหารกัมพูชาที่อยู่บริเวณเชิงเขาพระวิหาร ซึ่งกำลังตรึงกำลังอยู่กับทหารไทยเป็นจำนวนมากอยู่ในขณะนี้


รวมทั้งจากเหตุเหตการณ์ความไม่สงบที่บริเวณปราสาทพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ในขณะนี้ ได้ทำให้คนงานและวิศวกรก่อสร้างของบริษัท ช.การช่าง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย ร่วมกับบริษัทในเครืออีกหลายบริษัท ที่กำลังทำการสร้างถนนหมายเลข 67 อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย – เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา



ได้ใช้รถปิกอัพกว่า 20 คัน ทำการขนย้ายคนงานชาวไทยและทีมวิศวกรควบคุมการก่อสร้างถนน ประมาณ 200-300 คน ออกจากแคมป์ที่พัก เข้ามาใน เขตแดนไทยที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชาช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ


จากนั้นได้ใช้รถตู้และรถบัสมาขนถ่ายวิศวกรคุมงานและคนงานก่อสร้างกลับคืนสู่บ้านเกิดตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัท ช.การช่าง คนหนึ่ง กล่าวว่า การที่ได้นำเอาคนไทยอพยพออกมา นั้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


ซึ่งเมื่อสถานการณ์สงบแล้วก็จะเข้าไปทำการก่อสร้างถนนให้แล้วเสร็จต่อไป เพื่อจะได้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวระหว่าง จ.ศรีสะเกษ กับ จ.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา


ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างดังกล่าว เป็นการก่อสร้างเส้นทางสายช่องสะงำ-อัลลองเวง-เสียมเรียบ ระยะทาง 167 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ประเทศไทย 16 กม. กัมพูชา 151 กม. คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของไทยมีมติ 10 มิ.ย. 2547 อนุมัติงบประมาณแบบให้เปล่าแก่กัมพูชา วงเงิน 229 ล้านบาท โดยทั้งโครงการสร้างแล้วเสร็จต้นปี 2552 โดยมี บริษัท ช.การช่าง เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง


ซึ่งเส้นทางนี้เป็นโครงการเชื่อมการท่องเที่ยวเส้นทางอารยธรรมขอมโบราณระหว่างไทย-กัมพูชา ทางด้านอีสานใต้ และเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด ในการเดินทางเข้าถึง ปราสาทนครวัด-นครทม และ เชื่อมเส้นทางเลียบชายแดนกัมพูชา ที่ตัดตรงเข้าด้านหลังเขาพระวิหาร

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 12:02 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084889
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ใบสั่ง “ทักษิณ” 3 เดือนเบ็ดเสร็จ! 4 ภารกิจ หากบรรลุเป้า ยุบสภา ทันที

ใบสั่ง “ทักษิณ” 3 เดือนเบ็ดเสร็จ! 4 ภารกิจ
หากบรรลุเป้า-ยุบสภาทันที
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ถอดรหัส 3 เดือนอันตราย “ทักษิณ”สั่ง “นายกฯนอมินี-พปช.” ดันภารกิจหลักลุล่วง แก้รธน.หลุดบ่วงคดีฉาว-เปิดทาง “แม้ว” คืนสังเวียน เร่งคุมกองทัพ –เขี่ยองค์กรอิสระ สร้างความได้เปรียบก่อนยุบสภา วงในกองทัพชี้ “หมัก-ทักษิณ” งัดข้อชิงจัดโผทหาร เปิดเกมต่อรองกันเอง เด็กพปช.เตรียมงัดกฎหมายอาญาสกัดฝ่ายต้านแก้รธน.


ความเคลื่อนไหวจากนี้ต่อไปอีก 3 เดือนของรัฐบาลจะมีความสำคัญ และ ส่งผลต่อการต่อสู้ทางการเมือง ระหว่างรัฐบาล กับฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณ จนกระตุ้นให้สังคมต้องช่วยกันเฝ้าจับตามองทุกย่างก้าวของคน ในรัฐบาลและพรรคพลังประชาชน


ตามที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เตือนเอาไว้หรือไม่ ว่าเป็นช่วง
“3 เดือนอันตราย”เป็นจังหวะที่คนในรัฐบาลจ้องผลักดัน 4 ภารกิจใหญ่ หลังจากต่อวีซ่าให้กับครม. ด้วยการเลือกใช้วิธี ปรับครม. แทนการลาออกหรือยุบสภา/font>

สำหรับ 4 ภารกิจหลักที่แกนนำพันธมิตรฯ ระบุถึงนั้นประกอบด้วย


1.การเข้าไปแทรกแซงบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ที่จะมีขึ้นในเดือนก.ย.นี้เพื่อรองรับการทำรัฐประหารตัวเอง


2. เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังเปิดประชุมสภาผู้แทนฯในเดือนส.ค.นี้


3. ตั้งเป้าถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยการดิสเครดิต และ


4. สุดท้ายคือการขยายมวลชนขัดขวางการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ


ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นท่าทีที่ปราศจากความวิตกของนายกฯสมัคร ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งที่เกิดแรงกดดันทั้งตัวนายกฯและรัฐมนตรีรอบด้าน ขณะเดียวกัน ยังแสดงท่าทีพร้อมเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามด้วยการไฟเขียวให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ


ทันทีที่เปิดสมัยประชุมขึ้นในเดือนหน้า ทั้งที่รู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่ประเด็นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถูกหยิบยกขึ้นมาครั้งใด การเผชิญหน้า และเสียงขับไล่รัฐบาลจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่า กลุ่มคนในฝ่ายอำนาจเก่า กลับไม่ได้สนใจผลพวงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่า “ผลลัพท์”ที่จะเกิดขึ้นนั้นคุ้มค่ามากแค่ไหน


ชี้“สมัคร”แก้รธน. หวังประโยชน์ส่วนตัว


“ การเปิดประเด็นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ การดิสเครดิต องค์กรอิสระทั้ง ป.ป.ช. และ กกต.ของ นายกฯสมัคร นั้นน่าจะเป็นการโยนหินถามทาง วัดกระแสสังคม ว่าหากรัฐบาลเดินกลับไปที่เป้าหมายเดิม คือ การแก้รัฐธรรมนูญแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น”


อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว และระบุว่าเป้าหมายเดิม ของพรรคพลังประชาชน นั้นอยู่ที่ การได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยปลดล็อค ทั้งในทางการเมืองและทางคดี ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


ด้วยการยืนยันขอแก้ไข มาตรา237 และ 309 เพียงแต่ที่ผ่านมานายกฯสมัคร จำเป็นต้องพูดกลับไปกลับมาถึง4 ครั้งเพื่อหลบกระแสต้าน


รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเชื่อว่า การประกาศปรับครม. แทนการเลือกยุบสภา หรือ ลาออกของ นายกฯสมัคร ยิ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า พรรคพลังประชาชน และ รัฐบาล กำลังมีวาระที่สั้นลง


จึงไม่จำเป็นต้องสนใจ กับ กระแสต่อต้านใดๆ แต่ขณะเดียวกัน หากภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้ สามารถผลักดัน ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ บรรลุผลได้จริง


จะไม่เพียงแต่พรรคพลังประชาชน จะรอดจากการยุบพรรค หรือ อดีตนายกฯทักษิณ จะรอดพ้นจากคดีทุจริตต่างๆ เท่านั้น แต่ตัวนายกฯ สมัคร เองยังได้รับอานิสงส์ ให้พ้นจากคดีทางการเมือง และคดีทุจริต ที่ตัวเองมีส่วนพัวพัน อีกด้วย


“ ต้องไม่ลืมว่านายกฯสมัคร นั้นเป็น หนึ่งใน 31 กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เพราะฉะนั้น หากปลดล็อค เรื่องคดียุบพรรคไปได้จริง นายกฯ สมัคร ก็ต้องรอดด้วย จึงจะเห็นว่า ที่ผ่านมานายกฯสมัคร ให้น้ำหนักกับ ม.237 อย่างมาก ขณะที่ ม.309 นั้นคาดว่าหากถึงเวลาจวนตัว หรือมีแรงกดดันรุนแรง นายกฯสมัคร อาจเลือกตัด ม.309 ทิ้งก็ได้ เพราะฉะนั้นจุดนี้ นี่เองที่น่าจะเป็นการตอบ ข้อสงสัยได้ว่า ทำไมคุณสมัคร จึงบอกว่า ตัวเขาเป็นฝ่าย ที่มีบุญคุณกับคุณทักษิณ”


นอกจากนี้สิ่งที่ยังต้องจับตาคือ ความเคลื่อนไหวของ นายกฯ สมัคร นั้นจะเป็นไปเพื่อตอบสนองประโยชน์ ของตัวเอง เพื่อหวังสร้างอนาคต ทางการเมือง ขึ้นมาใหม่ ด้วยการอิง กับกองทัพ ผ่านการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี


“ คนมักคิดว่าคุณสมัคร คงวางมือทางการเมืองไปแล้ว หลังหมดวาระผู้ว่าฯกทม. แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณสมัคร ยัง ลงสมัคร สว. และมีข่าวว่าวิ่งเต้น กับคุณทักษิณ เพื่อหวังเข้ามาเป็น ประธานวุฒิสภา ต่อมาก็ลงมารับหน้าที่ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ดังนั้นจากนี้ไป จึงไม่มีใครบอกได้ว่าคุณสมัคร จะวางมือ หลังจากพ้นเก้าอี้นายกฯ คนที่ 25 ไปแล้วหรือไม่”


ซึ่งหาก นายกฯ สมัคร ยังต้องการที่จะเล่นการเมืองต่อไป ก็จำเป็นต้องอาศัย ฐานเสียงจากกองทัพ ดังนั้นในการต่ออายุรัฐบาล ด้วยการปรับครม.นั้น ยังเป็นการหาช่องทางเพื่อสร้างความได้เปรียบ ในทางส่วนตัว ของนายกฯสมัคร เอง ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมตัดสินใจ วางตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น ผบ.เหล่าทัพ คนใหม่ ไม่ต่างไป จากสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการ


รอรื้อโผกองทัพ-ก่อนยุบสภา


แหล่งข่าวระดับสูงจากกองทัพบก กล่าวกับผู้จัดการรายสัปดาห์ถึงทิศทางการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในกองทัพ ขณะนี้ คือบรรยากาศการวิ่งเต้นของทั้ง นายทหารที่ต้องการตำแหน่ง


บวกกับฝ่ายการเมือง ที่จ้องล้วงลูก ทั้งจากตัวอดีตนายกฯทักษิณ และนายกฯสมัคร เอง โดยที่ต่างฝ่ายต่างชิงไหวชิงพริบ ครั้งนี้อย่างมาก เนื่องจากในเดือนก.ย.นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ในระดับผบ.เหล่าทัพ ทั้งหมด จะเหลือเพียงตำแหน่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง


“ หากฝ่ายการเมืองสามารถส่งคน ของตัวเองเข้ามานั่งได้ทั้งหมด ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ สำหรับกองทัพแน่นอน เนื่องจากข้าราชการประจำ ทั้ง ตำรวจ และ ทหาร นั้นล้วนแล้ว แต่มีผลต่อการเลือกตั้งของพรรคการเมืองทั้งสิ้น”


เมื่อฝ่ายการเมืองสามารถควบคุมกลไกข้าราชการประจำได้ทั้งหมดแล้ว ย่อมจะสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้งอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม คาดว่าแม้ ฝ่ายการเมือง จะเข้าไปจัดสรรตำแหน่งในบัญชีแต่งตั้งนายทหารปลายปีนีได้แล้วก็ตาม แต่ยังไม่มีความจำเป็น ที่ต้องรีบร้อน ตัดสินใจยุบสภา


“ ตามหลักการแล้ว ผบ. เหล่าทัพ จะเสนอรายชื่อนายทหารขึ้นไป ให้คณะกรรมการได้พิจารณา โดยในคณะกรรมการนั้น จะมีรมว.กลาโหม ร่วมด้วย จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะส่งบัญชีแต่งตั้ง ไปให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ


ซึ่งในกรณีที่นายกฯสมัคร เป็นรมว.กลาโหมด้วย จึงทำให้มีส่วนต่อการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย ขณะที่ฝ่ายคุณทักษิณ เอง ก็ต้องพยายามวิ่งเต้นเจรจา กับนายกฯสมัคร เพื่อให้ลงตัวมากที่สุด เชื่อว่านายกฯสมัคร เองคงไม่ยอม คุณทักษิณ ไปทั้งหมด รวมทั้งพล.อ.อนุพงษ์ คงไม่คิด ยกกองทัพให้ ทั้งคู่เช่นกัน”


เช็คบิลป.ป.ช.-กกต. สกัดคดีฉาว


ในการโยนหินถามทางของ นายกฯสมัคร และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ต่อกรณีที่มาของคณะกรรมการป.ป.ช.และ กกต.นั้น แหล่งข่าวระดับสูง จากกองทัพบก เชื่อว่า เป็นเกมดิสเครดิต ที่กลุ่มอำนาจเก่า เคยทำมาแล้วกับ คตส. เพราะทั้ง ป.ป.ช. และ กกต.นั้นได้รับการแต่งตั้งในยุคเดียวกับ คณะกรรมการคตส. เกิดขึ้นจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)


ในส่วนของป.ป.ช.และ กกต.นั้น คมช.ได้แต่งตั้งจาก บุคคลที่ได้ผ่านการสรรหา ตามขั้นตอนเดิมมาแล้วทั้งหมด ต่างไปจาก คตส. ซึ่งมาจาก การสรรหา ของ คมช.โดยตรง


“ หากสามารถกำจัด หรือ ทำให้ องค์กรตรวจสอบทั้ง ป.ป.ช. และ กกต. ต้องเสียเวลาได้มากเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นการดีสำหรับ พรรคพลังประชาชน เพราะ ป.ป.ช. คือองค์กรที่กำลังเดินหน้า ตรวจสอบคดีทุจริต ของคนในรัฐบาลนี้ ขณะที่ กกต. คือด่านที่คอยสกัด ส.ส. ของพรรค หากมี การเลือกตั้งครั้งใหม่”


สำหรับวาระการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. นั้นมีเวลา 9 ปี ขณะที่ กกต. อยู่ในวาระได้ 7 ปี


ใช้กฎหมายอาญาสกัดฝ่ายต้านแก้รธน.


ทางด้าน วรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน กล่าว พร้อมทั้งชี้ว่า หากทุกฝ่ายต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ต้องยอม ถอยคนละก้าว และยืนยันว่า ถ้าเป็นไปตามกำหนดเวลาที่ได้วางเอาไว้


หลังจากเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติ ในเดือนส.ค.นี้ น่าจะได้เห็นความชัดเจน ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในราวปลายเดือน ก.ย. หรือต้นเดือน ต.ค. จากนั้นการตัดสินใจยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ น่าจะเกิดขึ้น


“การแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับ2550 นั้นหากทุกฝ่ายไม่มองด้วยอคติ จะเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องเดินหน้าต่อ และยืนยันว่าหากใครก็ตามที่จะเข้ามาขัดขวางเรื่องนี้ ก็จะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือดำเนินการ คือมาตรา 113 ของกฎหมายอาญา ที่ว่าด้วยการกระทำผิดล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ”


ภายหลังการเลือกใช้แผนปรับครม. ของนายกฯสมัคร เพื่อต่ออายุให้ รัฐบาลยืดยาวออกไป จนกว่าเกมการต่อสู้ระหว่าง รัฐบาล กับ ฝ่ายพันธมิตรฯ จะเดินไปถึงจุดสิ้นสุดนั้น ยังไม่สามารถบอกได้บอกว่า


ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การควบคุมกองทัพ หรือแม้แต่การขจัดเสี้ยนหนาม องค์กรอิสระต่างๆ ที่มีอยู่นั้น เพื่อเปิดทางให้ อดีตนายกฯทักษิณ กลับคืนสู่อำนาจได้เหมือนเดิม จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่


เพราะจากบทเรียนตลอด 4 เดือน ที่ผ่านมานั้น กลไกของพ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่สามารถพิสูจน์ ผลงานได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันกลับต้องสูญเสีย “มือดี” ไปหลายคน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 11:57 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000084484
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.