Accom Thailand

July 21, 2008

หาก กกต.มาโดยไม่ชอบ แล้ว ส.ส.ที่อยู่ในสภามาโดยชอบด้วยหรือไม่

กกต.เมิน ถูกถอด ย้อนเกล็ด
ส.ส. เข้ามาโดยชอบ ด้วย กม.หรือไม่
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“สมชัย” ไม่หวั่นโดนถอดถอน ย้อนถามหาก กกต.มาโดยไม่ชอบ แล้ว ส.ส.ที่อยู่ในสภามาโดยชอบด้วยหรือไม่ แจงเหตุส่ง “ชิมไปบ่นไป” ให้ ศาล รธน.วินิจฉัย เหตุเพราะกฎหมายหาข้อข้อยุติไม่ได้กรณี “หมัก” เป็นพิธีกร เข้าข่ายตำแหน่งต้องห้ามหรือไม่


วานนี้ (21 ก.ค.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่ พรรคพลังประชาชน มีมติจะยื่นถอดถอน คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน และ กกต.


เนื่องจากเข้ารับตำแหน่งโดยไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ว่า ไม่เป็นไร
สมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนส�บสวน และวินิจฉัย

สมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย

เพราะมาด้วยกัน ก็ไปด้วยกัน และ กกต. ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไร แต่ กกต. เคยหารือกัน ในเรื่องดังกล่าว ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งแล้ว ว่าจะต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ ก่อนหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ เขียนระบุไว้ว่า ให้รับเงินเดือน หลังจากที่รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว กกต.จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับเงินเดือน เพราะเข้ารับตำแหน่งอย่างไม่สมบูรณ์


“แต่ผมได้รับทราบคำตอบจากที่ประชุม กกต.ว่า ได้มีการสอบถามไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว และก็ได้รับการยืนยันว่า การเข้ารับตำแหน่งนั้น มีผลตามกฎหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องรับการโปรดเกล้าฯ


เนื่องจากขณะนั้นได้มีการปฏิวัติ จึงอยู่ในช่วงอำนาจของคณะปฏิวัติ ที่จะจัดตั้งอะไรก็ได้ จึงถือว่า การทำหน้าที่ของ กกต. ทำโดยชอบแล้ว ถ้าการทำงาน ของ กกต.ไม่ชอบ แล้วจะมีรัฐบาลได้อย่างไร” นายสมชัย กล่าว


นายสมชัย กล่าวอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ที่มาของ คณะกรรมการตรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ว่า คตส.มีอำนาจตรวจสอบ เนื่องจากมี กฎหมายรองรับ ซึ่งตนก็เห็นว่า เมื่อที่มาเหมือนกัน ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่หากจะมี การยื่นถอดถอน ก็คงไปห้ามอะไรไม่ได้ กกต.จะอยู่หรือไปไม่สำคัญ


แต่สำคัญที่ว่า ขณะนี้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งให้สมบูรณ์ หากจะมีองค์กรอื่น มาทำหน้าที่ ที่ดีกว่าก็คงไม่ว่าอะไร


เมื่อถามว่า หาก กกต.เข้ามาโดยมิชอบ จะกระทบต่อผลการเลือกตั้ง และมติที่ กกต.ดำเนินการไปแล้วหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า คงไม่มีปัญหา เพราะมีกฎหมาย เขียนไว้ชัดเจนแล้ว แต่ตน ถามว่า หากบอกว่า กกต. มาโดยมิชอบ แล้ว


ส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งมาทั้งหมดนั้น เข้ามาโดยชอบด้วยหรือไม่ เมื่อถามอีกว่า หากมีการถอดถอนจริง จะทำให้เกิดปัญหาตามมาหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า กกต. ไม่เป็นปัญหา แต่คนอื่นจะเป็นปัญหาหรือไม่นั้นไม่ทราบ เพราะไม่สามารถรู้ใจคนอื่นได้


รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึง การที่ กกต. ไม่ชี้มูลความผิด กรณีการจัดรายการชิมไปบ่นไป แต่กลับส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถือว่าผิด เพราะหากจะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กกต.จะต้องชี้มูลความผิด ไปด้วยนั้น


กรณีดังกล่าว ในที่ประชุม กกต.พิจารณาสำนวน ชิมไปบ่นไป และ มีมติเช่นนั้น เนื่องจาก คณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้แยกพิจารณา ใน 2 ประเด็น คือ เรื่องการเป็นลูกจ้าง โดยรับจ้างจากบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด หรือไม่ และ กรณีที่เป็นพิธีกร จะถือว่ามีตำแหน่ง ใน บริษัท ดังกล่าว ด้วยหรือไม่


โดยคณะอนุกรรมการฯ ไม่ติดใจสงสัยในเรื่องความเป็นลูกจ้าง เนื่องจากไม่มีเอกสารชัดเจน ส่วนในประเด็น การเป็นพิธีกรนั้น ไม่สามารถสรุปได้ว่า จะเรียกได้ว่า มีตำแหน่งในบริษัทดังกล่าวหรือไม่


เพราะในทางกฎหมายแล้ว การห้าม ดำรงตำแหน่งใดๆ ในบริษัท ไม่ได้ระบุถึง ตำแหน่งพิธีกร ดังนั้นจึงไม่ได้สรุปว่า การจัดรายการชิมไปบ่นไปของ นายกฯ มีความผิด ทำให้ขาดคุณสมบัติหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อสำนวนเข้าสู่ที่ประชุม กกต.เสียงส่วนมาก จึงมีความเห็นตามที่อนุกรรมการฯ เสนอมา เพราะไม่อาจ ก้าวล่วงอำนาจ ในการตีความ เรื่องของขอบเขต เกี่ยวกับการมีตำแหน่งในบริษัทได้


อย่างไรก็ตาม กรณีที่นายสมัคร เห็นว่า กกต. จะต้องชี้มูลความผิด ก่อนจะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้น เนื่องจาก พ.ร.บ.กกต.มาตรา 10 (11) ระบุว่า กรณีที่ กกต.เห็นว่า สมาชิกภาพของ ส.ส. หรือ ส.ว. คนใดสิ้นสุดลง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ


แต่ กกต.เห็นว่ามีปัญหาข้อกฎหมายอยู่ และคณะอนุกรรมการ ก็ได้สรุปมาอย่างนี้ จึงเห็นควรที่จะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา และ วินิจฉัย เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2551 03:36 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000085906
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ผล “ถกเขมร” เหลว เพราะถือแผนที่ คนละฉบับ

“บุญสร้าง”เผย ผล “ถกเขมร”
เหลว เพราะถือแผนที่ คนละฉบับ
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“บุญ สร้าง” แจงถกกัมพูชากรณีพื้นที่ทับซ้อน “เขาพระวิหาร” เหลว เหตุเพราะยึดแผนที่คนละฉบับ ลั่นยอมไม่ได้ไม่หากให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่ ชี้เป็นเรื่องของรัฐบาลว่าจะนำข้อพิพาทเข้าประชุม ครม.หรือไม่ ขณะที่ “นิพัทธ์” คาดการประชุมครั้งหน้าอาจมีขึ้นหลัง “วันเลือกตั้งกัมพูชา”
พล.�.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชากรทหารสูงสุด ขณะแถลงข่าวร่วมกับ พล.�.เตีย บันห์ รมว.กลาโหม กัมพูชา

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชากรทหารสูงสุด ขณะแถลงข่าวร่วมกับ พล.อ.เตีย บันห์ รมว.กลาโหม กัมพูชา



รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมส่วนตัวระหว่าง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย กับ พล.อ.เตีย บัญ รมว.กลาโหมของกัมพูชา ที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในช่วงบ่ายวานนี้ (21 ก.ค.) ได้หารือโดยเสนอในที่ประชุม 4 ประเด็น คือ 1. ห้ามยิง 2.ห้ามเพิ่มกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย 3.ห้ามนำผลการประชุมไปเป็นประเด็นการเมือง 4.ให้ถอนกำลังทั้ง 2 ฝ่าย


จากนั้นในเวลา 18.30 น.การประชุมส่วนตัวของทั้ง 2 ฝ่ายจึงได้ยุติลง โดยใช้เวลาหารือร่วมกันตั้งแต่ 10.30 น. – 18.30 น. รวมเวลา 8 ชั่วโมง ทำให้การประชุมใหญ่ร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย ที่เตรียมไว้ต้องยกเลิกไปเนื่องจากเวลาไม่พอ เพราะการประชุมจะต้องยุติก่อน เวลา 20.00 น. ที่จุดผ่านแดน จะปิด ทั้งนี้สำหรับการแถลงข่าวร่วมกันของ ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ใช้ผลการประชุมส่วนตัวมาแถลงข่าวร่วมกัน


พล.อ.บุญสร้าง แถลงข่าวถึงผลการประชุมว่า พวกเราทุกคน ขอโทษทุกคนที่ทำให้รอนาน เพราะการประชุมวันนี้ เป็นเรื่องไม่ง่าย ดังนั้น การประชุมจริง ยังไม่เกิด มีแต่การประชุมวงเล็ก ด้วยบรรยายกาศที่ดี ตลอด 8 ชั่วโมง


แต่ทั้งนี้ยังติดขัดในข้อกฎหมายที่มีปัญหา จึงต้องให้หน่วยเหนือขึ้นไป ตัดสินใจ เราจะนำข้อเสนอแนะที่เหมาะสมให้ รัฐบาลนำไปแก้ปัญหา เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม


โดยทั้ง 2 ฝ่าย ต้องนำผลไปรายงานรัฐบาล ในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ที่เราทำได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมายคือทั้ง 2 ฝ่าย จะไปสั่งการทหาร ที่เผชิญหน้า ให้อยู่ในความสงบ ไม่ให้มีเหตุรุนแรง


พล.อ.เตีย บัญ แถลงว่า ตนขอบคุณสื่อมวลชน การประชุมครั้งนี้เราพยายามทำเต็มที่ ขอย้ำว่า ที่ พล.อ.บุญสร้าง เรียนมาเป็นสิ่งที่เราทำมา ทุกอย่างถือว่าเป็นสิ่งที่ก้าวหน้าอย่างดี แต่มาขัดต่อกฎหมายบางอย่าง จึงทำให้การปฏิบัติเป็นรูปธรรมต้องเอาไว้ก่อน เพราะเรายังปฏิบัติไม่ได้ ตอนนี้ จึงได้มาแค่นี้ สิ่งที่เราเข้าใจกันลึกซึ้ง คือหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ไม่ให้เกิดความรุนแรง


แต่สิ่งที่ลดอุณหภูมิแห่งความตึงเครียด ขอเรียนว่ายังไม่มีการลดลง เพราะว่าอย่างที่ทราบคือ ที่ผ่านมามีอุณหภูมิขึ้นมา ทำให้เราเป็นห่วง เราจึงอยากลดอุณหภูมิ คือการเผชิญหน้ากัน แต่ถึงติดอยู่ที่ข้อกฎหมายทำให้ผลงานที่หารือกัน ก่อนที่ประชุมเป็นทางการ ก็เลยยังเปิดไม่ได้ จึงหารือนอกรอบนี้ก่อน และ จะนำเรื่องนี้ไปอีกสู่ระดับหนึ่ง เป็นสิ่งที่ได้ปฏิบัติมาในวันนี้


ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อกฎหมายที่ติดขัด คืออะไรและ จะมีการถอนทหาร หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ตอนนี้ไม่ทำอะไร เพราะติดข้อกฎหมาย ซึ่งซับซ้อนมาก เราจึงนำนักกฎหมาย ของแต่ละคณะมา


ส่วนข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคคงต้องไปถามนักกฎหมาย ส่วนทหารจะถอนหรือไม่นั้น ตอนนี้จะให้ตรึงกับที่ไว้ก่อน แต่อยู่ในความสงบไม่ให้เกิด ความรุนแรง การจะไม่ยิงกัน และไม่มีการเสริมกำลัง ทั้งให้อยู่กับที่ไม่ให้ใช้ความรุนแรง และ ไม่มีการเสริมกำลังของทั้ง 2 ฝ่าย


การหารือไม่ถือว่าล้มเหลวเพราะประชุมมา 8 ชั่วโมง ได้อะไรมาเยอะ แต่อาจจะ ไม่มีข้อสรุปให้รัฐบาล แต่ตอนนี้ต่างคนต่างทราบว่า จุดยืนแต่ละฝ่ายมีอย่างไร และสิ่งที่เป็นรูปธรรม ในการเจรจาครั้งนื้ คือให้ทุกคนอยู่ในความสงบ


และในที่ประชุมไม่ได้นำการที่สมเด็จฮุนเซ็น ส่งจดหมายไปที่ยูเอ็น มาหารือกัน เพราะตอนนี้พยายาม จะลดปัญหาการเผชิญหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรายังพูดอะไรไม่ได้ ตั้งใจว่าจะประชุมอีกครั้งหลังจากแต่ละฝ่ายนำประเด็นไปสู่ระดับสูง ซึ่งอาจจะประชุมหลังเลือกตั้ง


พล.อ.เตีย บัญ กล่าวต่อว่า ในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณเขาพระวิหาร ที่เราเป็นห่วงและ ต้องใช้คำว่า ทำให้อุณหภูมิมันเพิ่มขึ้น เราอยากจะหาวิธีทำให้ทุกอย่าง จบลงด้วยความราบรื่น และเข้าใจอย่างดี


สิ่งนี้เป็นงานที่เราต้องทำ จึงหารือใช้เวลามาก ซึ่งเราได้ผลเป็นสิ่งที่พอใจแต่ผลยังใช้ปฏิบัติเป็นรูปธรรมไม่ได้ เพราะจะไปขัดต่อข้อกฎหมาย ก็ต้องนำไปหารือต่อ ซึ่งเราเข้าใจตรงกัน สิ่งที่จะทำต่อไปก็คือ ต้องไปในสิ่งที่ควรจะต้องทำ ตอนนี้ถือว่าสุดวิสัยที่เราจะหาทางออกได้ เราก็ต้องไปตามทางที่เราจะไปได้ การประชุมนี้เป็น การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป


ส่วนปัญหาพื้นที่เรามีหน่วยงานที่ดูแล และต้องทำกันทั้งสองฝ่ายว่า เป็นอย่างไรที่ทับซ้อนและ ไม่ทับซ้อนอย่างไร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการแถลงข่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ตัดบทผู้สื่อ ข่าวที่จะซักถามต่อ โดยอ้างว่าพล.อ.เตีย บัญ จะต้องรีบเดินทางกลับ ก่อนที่ด่าน จะปิด


พล.อ.บุญสร้าง ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงปัญหาการติดขัดข้อกฎหมาย ว่า เราถือแผนที่ คนละฉบับ เรื่องพื้นฐานก็มีแค่นั้น ส่วนจะเกี่ยวกับข้อกฎหมาย อย่างไร ต้องไปถาม นายวีระชัย และการประชุมครั้งต่อไป จะเป็นเมื่อไหร่ยังไม่รู้ คงอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งคณะกฎหมายคงประสานงานกัน ส่วนจะสามารถลงเอยกันได้หรือไม่ ถ้าลงเอยกันได้ก็มาประชุม แต่ถ้าลงเอยไม่ได้ มาประชุมก็เสียเงินเปล่า


เมื่อถามว่าจะนำไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบอย่างไร พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้ทำ เพราะเขาเชี่ยวชาญ เรื่องกฎหมาย และเขาจะรู้รายละเอียดเยอะ อย่าไปคิดว่าการประชุมล้มเหลว


เมื่อถามว่าจะต้องนำเข้า ครม.หรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า จะเข้าหรือไม่เข้าอยู่ที่รัฐบาลจะนำไปดำเนินการส่วนที่ติดเรื่องข้อกฎหมาย นั้น ตนยังไม่ขอพูด พอพูดไปจะสับสน ต้องถามนายวีระชัย


เมื่อถามว่าถือแผนที่คนละฉบับจะเกิดจุดร่วมอย่างไร พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ต้องอยู่ที่ว่าต่างคนต้องเห็นใจอีกฝ่าย ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่อย่างนั้น ตอนนี้ต่างคนต่างถือแผนที่


เมื่อถามว่าที่ประชุมมีการเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาถอนตัวออกจาก พื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ พล.อ.บุสร้างกล่าวว่า ถ้าการประชุมไม่ลงเอย สิ่งเหล่านี้ ก็ออกมาไม่ได้


เมื่อถามว่าชาวกัมพูชาสามารถอยู่ต่อไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า การประชุมวันนี้เราจะทำเฉพาะในข้อเสนอแนะเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เสนอแนะ จะนำไปสู่รัฐบาล แต่เมื่อกฎหมายไม่ลงตัวก็ยังทำอะไรต่อไม่ได้


ผู้สื่อข่าวถามว่าเครียดหรือไม่ในการประชุมวันนี้ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ก็ประมาณหนึ่ง


พล.อ.บุญสร้าง กล่าวถึงแนวโน้นการถอนทหาร ออกจากพื้นที่ว่า เราคงยอมไม่ได้เพราะ เกี่ยวกับ อธิปไตย และ ดินแดนของประเทศ ขณะนี้ทหารเหนื่อยอย่ และวางกำลังอยู่ มานั่งเจรจาให้ถอนกำลังคงทำไม่ได้


หลังจากนี้จะร่างข้อเจรจาทั้งหมดให้ นายกรัฐมนตรี และทีมงาน ได้พิจารณา และจะมีการนัดหารือในระดับใด เมื่อไหร่ ก็ดูว่าจะเป็นระดับกองทัพ รัฐบาล หรือ จีบีซี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างการหารือเมื่อเวลา 17.00 น.นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถาม ผลการหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. โดย ผบ.ทบ.ได้รายงานผลแก่นายกฯ ประมาณ 15 นาที


จากนั้น ผบ.ทบ.ได้เรียกแม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 1 มาสั่งการถึงกรณีการตรึงกำลังทหารบริเวณแนวชายแดนที่มีปัญหา โดยได้ย้ำถึง มาตรการ ให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ ทั้งนี้ ผบ.ทบ.มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ พล.อ.เตีย บัญ ได้โทรศัพท์ไปหาสมเด็จฮุนเซนด้วย


พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดน เปิดเผยว่า ในการเจรจาได้เริ่มตั้งแต่จุดแรก แต่พอถึงข้อสุดท้ายปรากฎว่าไม่สามารถไปต่อได้ เพราะติดขัดข้อกฎหมาย ทั้ง พล.อ.บุญสร้าง และ พล.อ.เตีย บัญ จึงโทรศัพท์ไปหา นายกฯ ของแต่ละฝ่าย และ ก็ให้รอการประชุมครั้งหน้า ที่น่าจะมีขึ้น หลังวันเลือกตั้งกัมพูชา


อย่างไรก็ตามไม่สามารถบอกได้ว่า ข้อกฎหมายที่ติดขัดคืออะไร เอาเป็นว่าถ้าพูดกฎหมายนี้จะไปเกี่ยวถึงกฎหมายโน่น มีผลต่อข้อนี้ ซึ่งมันก็เริ่มมาตั้งแต่เรื่อง เอ็มโอยู


เมื่อถามว่าเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของเราหรือไม่ พล.ท.นิพัทธ์ กล่าวว่า ไม่ขอบอก


“ปลัดกลาโหม”เผยปัญหาเกิดแน่เหตุถือแผนที่คนละฉบับ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 ซึ่งเป็นการ พิจาณางบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยภายหลังจากที่กรรมาธิการได้สอบถามในประเด็นต่างๆ


พล.อ.วินัย ภัทธิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงถึงการแก้ไขปัญหาเขตแดนของไทยภายหลังกัมพูชาขึ้นปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกว่า ขณะนี้ พล.อ.บุญสร้างได้เดินทางไปร่วมประชุมกับกัมพูชาแล้ว ส่วนพื้นที่ทับซ้อนทางกัมพูชาก็ยังยืนว่าเป็นพื้นที่ของเขา


ซึ่งทางเราได้ใช้แผนที่ L7017 มายืนยัน ทั้งนี้ยอมรับว่าเรื่องนี้ก็ต้องมีปัญหาต่อไป เพราะถือแผนที่คนละฉบับกับประเทศกัมพูชา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ได้เห็นชอบให้ผ่านงบประมาณในสัดส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมที่ ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ 6,336,822,400 บาท เพิ่มขึ้นจากงบปี 2551 กว่า 1 พันล้านบาท


ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้มีการตั้งงบไว้สำหรับแผนงานสร้างเสริมระบบป้องกัน ประเทศสูงถึง 6,290,829,500 บาท อีกทั้งมีแผนงาน สำหรับสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟู ประชาธิปไตยสูงถึง 26,754,500 บาท แต่ กมธ.ไม่มีการปรับลดแต่อย่างใด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2551 02:25 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000085899
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สำเนาเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ ราชเลขาฯ ยันตั้ง ป.ป.ช.มีผลสมบูรณ์

เปิดหลักฐานตอกหน้า “หมัก”
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


เปิด หนังสือ 2 ฉบับ ตอกหน้า “หมัก” สำนักราชเลขาธิการ ระบุชัด ป.ป.ช.ได้รับการแต่งตั้ง มาถูกต้องทุกประการ “มาร์ค” แนะ “หมัก” การเป็นนักการเมือง ต้องหนักแน่น ยอมรับกติกา อย่าลนลาน พาล คิดว่าทุกคนจ้องล้มรัฐบาล ระบุ ถ้ามีหลักฐานแผนการจ้องล้มรัฐบาล ให้นำออกมาแสดง และ จัดการตามกฎหมาย


กรณีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวหาในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า
สมัคร สุนทรเวช ใช้รายการ\"สนทนาประสาสมัคร\"กล่าวหา ป.ป.ช.ถึง 2 สัปดาห์ซ้�น

สมัคร สุนทรเวช ใช้รายการ สนทนาประสาสมัคร กล่าวหา ป.ป.ช.ถึง 2 สัปดาห์ซ้อน


การแต่งคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดนี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มี การนำความขึ้นกราบบังคมทูล ให้โปรดเกล้าฯ แม้มีการส่งไป กราบบังคมทูล ก็ไม่โปรดเกล้าฯ


และได้มีกลุ่ม นปก.นำโดยนางประทีป อึ้งทรงธรรม ไปแสดงตนต่อประธานวุฒิสภา เพื่อเข้าชื่อถอดถอน ป.ป.ช.ออกจากตำแหน่งนั้น


นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีที่ นางประทีป เตรียมล่าชื่อประชาชน ยื่นถอดถอน ป.ป.ช.และจะมีการนัดชุมนุมเพื่อกดดันให้ ป.ป.ช.ลาออกจากตำแหน่ง ว่า


หากจะมาชุมนุมที่ ป.ป.ช. ก็ดี จะได้ชัดเจนไปเลยว่า ขบวนการของท่านที่มามุ่งประสงค์อะไร หากต้องการไม่ให้เราทำงาน ก็จะได้เห็นภาพชัดแจ้ง เหมือนไฟสปอตไลต์ ประชาชนจะได้ใช้วิจารณญาณได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ทำเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งกรรมการ ป.ป.ช.ไม่หวั่นไหวอยู่แล้ว ทุกคนยืนยันจะทำหน้าที่ต่อไป แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวุฒิสภา ที่เป็นตัวแทนในกระบวนการถอดถอน จะดำเนินการอย่างไร


นายวิชา กล่าวว่า ที่เรียกร้องให้เราลาออก เราคงลาออกไม่ได้หรอก เพราะเรามาโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญที่รองรับไว้หลังมีการปฏิวัติ ซึ่งหากเราไม่ทำ ก็ถือว่าเราละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน


“มีคนในกลุ่มนี้หลายคนที่ผมรู้จัก และเคารพนับถือ และช่วยเหลือกันมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องให้ช่วยเรื่องมูลนิธิ รวมทั้งเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับสัญชาติสามีตัวเอง” นายวิชา กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มที่มายื่นถอดถอน ระบุว่า ป.ป.ช.ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีพฤติการณ์เสื่อมเสีย ต่อเกียรติศักดิ์ของ การดำรงตำแหน่งอย่างร้ายแรง


นายวิชา กล่าวว่า ทำไมพึ่งมาคิดกันได้ในตอนนี้ พวกตนทำงานกันมา 2 ปีแล้ว ทำไมไม่เห็นออกมาเรียกร้อง คปค. ก็ตั้งมา ทำไมไม่ดำเนินการตรวจสอบ ตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ศาล ก็ยอมรับ เราก็พอใจในการทำงาน ถ้าองค์กรเราเสื่อม แล้วคดีที่ ป.ป.ช.ส่งไปให้ศาลตัดสิน ก็มีตั้งหลายเรื่อง ท่านเองอาจจะไม่รู้ว่าเราทำคดีใดไปบ้าง เพราะท่านมัวแต่ชุมนุม เลยไม่รู้อะไร


**เปิดหลักฐานตั้ง ป.ป.ช.ถูกต้อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้น มีหลักฐานความเห็นจาก “สำนักราชเลขาธิการ” ระบุ การแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยมีหนังสือ ยืนยัน 2 ฉบับ


ฉบับ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 ของ นายศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการ ป.ป.ช. ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้การนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน และกรรมการ ป.ป.ช.


ส่วนฉบับ ลงวันที่ 20 ธ.ค.49 ของ นายรองพล เจริญพันธุ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ถึงเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่แจ้งความเห็นของสำนักราชเลขาธิการ แจ้งความเห็นว่า


คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ได้มีประกาศ ฉบับที่ 19 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้วนั้น ย่อมถือได้ว่า มีผลสมบูรณ์ที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้น คณะปฏิรูปการปกครองฯ มีฐานะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว

——————————————————————————————————————————-


หนังสือ ฉบับ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549

เรื่อง การนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานกรรมการและ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

สิ่งที่ส่งมาด้วย
1.สำเนาหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช.ที่ ปช 0012.02/098 ลงวันที่ 26 กันยายน 2549
2.สำเนาหนังสือสำนักเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด่วนที่สุด ที่ คปค.0002/87 ลงวันที่ 30 กันยายน 2549
3.สำเนา ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็น ประมุข ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 22 กันยายน 2549

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้มีหนังสือตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

1.สอบถามประเด็นปัญหาประการหนึ่งไปยัง สำนักเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่า เมื่อประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็น ประมุข ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 22 กันยายน 2549 ได้ดำเนินการตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แล้วก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ จะต้องมีการดำเนินการนำความกราบบังคับทูล เพื่อ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือไม่ และมีผลให้เป็นการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันใด ซึ่งสำนักเลขาธิการ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ได้มีหนังสือตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

2.ชี้แจงว่า การดำเนินการ นำความกราบบังคับทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง และ การมีผลให้เป็นการดำรงตำแหน่งนั้น เมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว ควรให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อบุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต พ.ศ.2542 ต่อไป ทั้งนี้ ได้แจ้งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบด้วยแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอเรียนว่า บุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งเป็น ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ ตามประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 19 ดังกล่าวได้ดำเนินการตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แล้ว กล่าวคือ

ได้ลาออกจากการเป็นข้าราชการพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือกรรมการ หรือที่ปรึกษาของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ หรือตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือลูกจ้างของบุคคลใด รวมทั้งเลิกประกอบวิชาชีพอิสระอื่นใดตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2549

จึงเรียนมาเพื่อโปรดนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

1.นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
2.นายกล้านรงค์ จันทิก เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
3.นายใจเด็ด พรไชยา เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
4.นายประสาท พงษ์ศิวาภัย เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
5.ศาสตราจารย์ ภักดี โพธิศิริ เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
6.ศาสตราจารย์ เมธี ครองแก้ว เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
7.นายวิชา มหาคุณ เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
8.นายวิชัย วิวิตเสวี เป็นกรรมการป้องกันแลปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
9.นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไปด้วยจักขอบคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ
นายศราวุธ เมนะเศวต
เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ


หนังสือ ฉบับที่ ลงวันที่ 20 ธ.ค.49

เรื่อง ขอส่งเรื่องการขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติคืน

เรียน เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

อ้างถึง หนังสือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ด่วนมากที่ ปช 0016/221 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549

สิ่งที่ส่งมาด้วย หนังสือตามอ้างถึง

ตามที่ได้ขอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไป ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ขอให้สำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไปแล้ว บัดนี้ ได้รับแจ้งความเห็นว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ คณะปฏิรูปการปกครอง ใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้มีประกาศฉบับที่ 19 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้วนั้น ย่อมถือได้ว่ามีผลสมบูรณ์ ที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้น คณะปฏิรูปการปกครองฯ มีฐานะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” มีอำนาจเด็ดขาด แต่เพียงผู้เดียว ประกาศ หรือคำสั่งของ คณะปฏิรูปการปกครอง ต่างๆ ย่อมมีผลบังคับใช้ได้โดยชอบมาตั้งแต่ต้น จึงส่งเรื่องคืนสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นชอบ ให้ส่งเรื่องคืน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และได้ส่งเรื่องคืนมาพร้อมนี้ด้วยแล้ว

ขอแสดงความนับถือ

นายรองพล เจริญพันธุ์
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

หนังสื�จากเลขาธิการ ครม.แจ้งเรื่�งความเห็นจากสำนักราชเลขาธิการ กรณีการโปรดดกล้าฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช.

หนังสือจากเลขาธิการ ครม.แจ้งเรื่องความเห็นจากสำนักราชเลขาธิการ กรณีการโปรดเกล้าฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช.


ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2551 22:02 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000085856
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พ.ต.ท.ทักษิณ” ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

Filed under: 1 — accomthailand @ 14:18

“พ.ต.ท.ทักษิณ” ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
กรณีแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวคำปราศรัยหมิ่นประมาท พร้อมขอศาลไต่สวนฉุกเฉิน
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


วันนี้ (21 ก.ค.51) ที่ศาลอาญารัชดา นายวินิจ ปิณฑวนิช ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ายื่นเรื่องฟ้องร้องต่อ ศาลในข้อหาหมิ่นประมาท กรณี


ที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้ง 6 จัด แถลงการณ์และ กล่าวคำปราศรัยโจมตีให้ร้าย โจทก์ ว่า
แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ล่วงละเมิดอำนาจพระมหากษัตริย์ ฉ้อโกงคดี และ อยู่เบื้องหลังรัฐบาลโยกย้ายข้าราชการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
และ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ในวันที่ 25 , 26 และ 31 พ.ค. 51


ซึ่งเป็นการหมิ่นประมาททำให้โจทก์ ได้รับความเดือดร้อน ต่อการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ และ โจทก์ยังเป็นถึงประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในประเทศอังกฤษ


จึงได้เข้าร้องเรียนต่อศาลขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้จำเลยหยุดกล่าวให้ร้าย สร้างความเสียหายแก่ โจทก์ ซึ่งถ้าปล่อยให้ จำเลยกล่าวคำปราศรัยต่อไป อาจทำให้โจทก์เกิดความเสียหายต่อธุรกิจได้


อย่างไรก็ตาม การไต่สวนพิจารณาคดี ของศาลยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนครั้งหน้าในวันที่ 23 ก.ค. นี้ เวลา 13.30 น.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ข่าว 21 กรกฎาคม 2551
เลขที่ข่าว 255107210320 ผู้สื่อข่าว : ชินวัฒน์ แพทยานนท์ Rewriter : ธนวัต วงศ์วิริยะวณิช
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255107210320&tb=NEWS&position=2&pn=Hotnews-255107210320.jpg
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

คณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ได้ข้อสรุป จนถึงขณะนี้ ยังไม่เข้าสู่ขั้นตอน การประชุมอย่างเป็นทางการ

ประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา มีแนวโน้มเป็นไปในทางสร้างสรรค์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


การประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์
หลังร่วมรับประทาน อาหารกลางวัน เมื่อเวลา 13.30 น. และใช้เวลาเพียงสั้น ๆ 30 นาที


พลเอกเตียบัน รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และ พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ได้กลับเข้าร่วมประชุมอีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอน ของการประชุมนอกรอบ ที่ต่อเนื่องมาเป็นชั่วโมงที่ 5 แล้ว


ในประเด็นการหาข้อยุต ิของสถานการณ์ความตึงเครียด บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะการตรึงกำลังทหาร ในพื้นที่พิพาทปราสาทพระวิหาร ของทั้ง 2 ฝ่าย และ


จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป และ ยังไม่เข้าสู่ขั้นตอน การประชุมอย่างเป็นทางการ ตามกำหนดการเดิม คือ เวลา 10.30 น. ทั้งนี้ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว ก่อนเข้าร่วมการประชุมในรอบบ่ายสั้น ๆ ว่า


ทั้ง 2 ฝ่ายยังต้องมีการหารือ ในรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมเป็นอย่างไร และถึงขั้นตอนใดแล้ว ขณะที่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ไม่ได้ให้ข้อมูล จากการหารือในช่วงต้นต่อสื่อมวลชน เพียงแต่ทักทาย สื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดีเล็กน้อยเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูง ยืนยันว่า การหารือในครั้งนี้เป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ และผลสรุปที่ออกมาจะเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ข่าว 21 กรกฎาคม 2551 เลขที่ข่าว 255107210197 ผู้สื่อข่าว : อังคณา ประเสริฐสังข์ Rewriter : พรภัสสร ปิ่นสกุล
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255107210197&tb=NEWS&position=1&pn=Hotnews-255107210197.jpg
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

แกนนำกลุ่มธรรมยาตรา บุกยื่นหนังสือ ผบ.สส. ให้ยึดถืออนุสัญญาโตเกียว 1941

คก.ปท.บุกยื่นหนังสือ ผบ.สส.
ร้องยึดถืออนุสัญญาโตเกียว 1941
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศูนย์ข่าวศรีราชา – คก.ปท.บุกยื่นหนังสือ ผบ.สส.ก่อนเริ่มประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ เพื่อเรียกร้องให้ตัวแทนรัฐบาลไทยยึดถืออนุสัญญาโตเกียว 1941 ขณะที่ฝ่ายไทยส่ง ผบ.กองกำลังบูรพา รับเรื่องอ้างเป็นเจ้าของพื้นที่
คก.ปท. ยื่นหนังสื�

คก.ปท. ยื่นหนังสือ

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยงาน ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว คาดผลการประชุมจะ ลุล่วงภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน ที่จะพบกันคนละครึ่งทาง ส่วนการถอนทหารตามแนวชายแดน จะเกิดขึ้นในลักษณะรักษาท่าที ซึ่งกันและกัน ย้ำทุกฝ่ายไม่ต้องการ ให้เกิดปัญหาการสู้รบ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อทั้ง 2 ประเทศ


บรรยากาศล่าสุดก่อนการประชุมร่วมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (กชท.) สมัยวิสามัญ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมอินโดจีน จังหวัดสระแก้ว เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธาน กชท.ฝ่ายกัมพูชา ได้เดินทางมาถึงยังโรงแรมที่จัดการประชุม โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ให้การต้อนรับหลังจากนั้นได้เข้าพักยังห้องรับรอง


ในเวลาประมาณ 10.15 น. นายสมาน ศรีงาม เลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ
พล.�.เตีย บัญ พร้�มคณะถึงโรงแรม

พล.อ.เตีย บัญ พร้อมคณะถึงโรงแรม

กอบกู้รักษาอธิปไตยของชาติ ด้วยอำนาจอธิปไตย ของปวงชนชาวไทย หรือ คก.ปท.พร้อมด้วย 2 คนไทย ที่ถูกทหารกัมพูชา จับกุมหลังเข้าไปนั่งวิปัสสนา ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ได้เข้ายื่นหนังสือ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ยึดถืออนุสัญญาโตเกียว 1941 ที่มีใจความสำคัญระบุว่า


การที่ 3 คนไทยเข้าไปนั่งสมาธิ บริเวณหน้าปราสาทพระวิหาร และการที่ทหารไทยเข้าไปรักษาอธิปไตยของไทย ถือเป็นการกระทำที่ถูกต้อง


ฉะนั้น การที่รัฐบาลกัมพูชา ได้ร้องเรียนต่อ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ทหารไทยรุกรานกัมพูชา ถือเป็นการบิดเบือนหลอกลวง ต่อชาวโลก จึงขอเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดในการเจรจาในนามรัฐบาลไทย ได้มอบหมายให้ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา เป็นผู้รับเรื่อง ในฐานะเจ้าของพื้นที่


ทำให้นายสมาน ศรีงาม ต้องอ่านแถลงการณ์ดังกล่าว ต่อหน้าสื่อมวลชน ก่อนมอบหนังสือที่เตรียมมา ให้กับตัวแทน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ยื่นหนังสื ให้ผบ.กงกำลังบูรพา

ยื่นหนังสือ ให้ผบ.กองกำลังบูรพา



หน่วยงานด้านความมั่นคง คาดว่าการประชุม จะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ในการถอนทหาร ออกจากแนวชายแดน


ขณะที่แหล่งข่าวจากกองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระแก้ว ให้ความเห็นกรณีการจัดประชุมร่วมกัน ซึ่งการประชุมในลักษณะนี้ จะมีขึ้นปีละหนึ่งครั้งว่า หน่วยงานด้านความมั่นคง คาดหมายว่าการประชุมร่วมกันจะประสบความสำเร็จ ในแง่ของการยอมถอนทหาร ออกจากพื้นที่ชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ และ การประชุมร่วมกัน จะจบลงในลักษณะของการพบกัน คนละครึ่งทาง เพื่อลดกระแสที่เกิดขึ้น


เนื่องจากประเทศกัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งดังนั้นหากผู้นำประเทศยอมอ่อนข้อให้กับไทย ก็อาจจะถูกประชาชนในประเทศโจมตี ขณะที่หากรัฐบาลไทย ยอมอ่อนข้อให้กับ ผู้นำกัมพูชา ก็จะถูกโจมตี จากประชาชน และสื่อมวลชนไทย อย่างแน่นอน


“ก่อนหน้าที่จะมีการประชุม ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการส่งหัวข้อ ที่จะหารือร่วมกัน เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุมแล้ว และ ก็คิดว่าทั้งทางฝ่ายเขา และ เราก็น่าจะเตรียมคำตอบ สำหรับสื่อมวลชนไว้แล้วเช่นกัน


อย่างไรก็ดี หากผู้บริโภคข่าวสาร ไม่หลงกระแสทางการเมือง และ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ก็คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะต่างฝ่ายต่าง ก็ไม่อยากรบ และยังคาดว่า หลังประชุมคราวนี้เสร็จสิ้น จะไม่มีการปิดพรมแดน อย่างแน่นอน โดยเฉพาะพรมแดน ด้านจังหวัดสระแก้ว


ซึ่งสาเหตุ ที่กัมพูชาปิดพรมแดนด้านจังหวัดศรีสะเกษ เพราะเขามองว่า รัฐบาลไทย ไม่สามารถควบคุม การชุมนุม ของ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ ”


สำหรับการดูแลและป้องกันการเดินทางมาชุมนุม บริเวณด้านหน้าโรงแรม ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดการประชุม ทั้งในส่วนประชาชนทั่วไป และกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น


แหล่งข่าวเผยว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ หน่วยงานทหารในพื้นที่ โดยเฉพาะกองกำลังบูรพา ซึ่งคลุกคลี อยู่กับประชาชนมานาน และรู้จักประชาชน และแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ในพื้นที่เป็นอย่างดี ได้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและ ขอร้องไม่ให้มีการชุมนุมด้วยถ้อยคำรุนแรงบริเวณด้านหน้าโรงแรม แต่ขอให้มีเฉพาะการชูป้ายประท้วง ตามแบบสากลเท่านั้น โดยอ้างว่าหากปล่อยให้มีเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ จะส่งผล ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และ จังหวัดสระแก้ว


ทั้งนี้จากการสังเกตการณ์บริเวณด้านหน้าโรงแรมในช่วงเช้าจนถึงระหว่างการประชุม พบว่าไม่มีการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่อย่างใด แต่มีเพียงกลุ่มชาวบ้านตำบลบ้านไร่ อำเภออรัญประเทศ จำนวนกว่า 15 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อขอให้หน่วยงานทหารของไทย เข้าดูแลปัญหาที่ดินทับซ้อนดังกล่าว


สำหรับการประชุมร่วมฯ ได้เริ่มขึ้นในเวลา 10.20 น. โดยคณะกรรมการ กชท.และ ผู้เข้าร่วมประชุมฝ่ายไทย ประกอบด้วย ผบ.สส. ผบ.ทบ.ผบ.ตร.ปลัดกระทรวงมหาดไทย เสธ.ทหาร ฯลฯ จำนวน 19 คน


ขณะที่กัมพูชา ประกอบด้วย พล.อ.เตีย บันห์ พล.อ.เนียง พาด รมช.กลาโหม นายลอง วิสาโล รมช.ตปท.ฯลฯ จำนวน 11 คน และคาดว่าการประชุมจะสิ้นสุดในเวลาประมาณ 12.00 น.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2551 11:45 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000085473
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ทหาร 2 ฝ่าย เสริมกำลัง ตรึง “เขาพระวิหาร” พร้อมรับสถานการณ์ผลเจรจา 2 ประเทศ

ทหารไทยเสริมกำลัง-ปืนใหญ่
ตรึง “เขาพระวิหาร” พร้อมรับ สถานการณ์
ผลการเจรจา 2 ประเทศ
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศรีสะเกษ – ทหารไทยเสริมกำลังพร้อมปืนใหญ่ เข้าตรึงเขาพระวิหารเพิ่มอีก ขณะที่ฝ่ายเขมรก็มีความเคลื่อนไหว เสริมกำลัง และนำรถถังประชิด ชายแดนไทยเช่นกัน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ผลการเจรจาของคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สระแก้ววันนี้


วันนี้ (21 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมาที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เส้นทางเข้าสู่เขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา


ได้มีรถทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 23 พัน 4 บรรทุกกำลังทหารชุดลายพราง เต็มคันรถกว่า 12 คัน พร้อมลากปืนใหญ่อีกราว 3 กระบอกขึ้นไป ยังบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นการเข้าเสริมกำลังเพิ่มเติมที่ เชิงเขาพระวิหาร ร่วมกับ ทหารจากกองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) จ.ร้อยเอ็ด, กองกำลังทหารพรานของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 จ.บุรีรัมย์
ทหารไทยตรึงกำลังเขาพระวิหาร ฮกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เตรียมรับสถานการณ์จากผลเจรจาขภ??คณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จ.สระแก้ว วันนี้ (21 ก.ค.)

ทหารไทยตรึงกำลังเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เตรียมรับสถานการณ์จากผลเจรจาของคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จ.สระแก้ว วันนี้ (21 ก.ค.)



ที่ได้ทยอยมาตรึงกำลังอยู่ก่อนหน้านี้ เต็มบริเวณพื้นที่เชิงเขาพระวิหาร ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุการณ์ฝ่ายกัมพูชาจับกุม 3 คนไทยไปและปล่อยตัวมา


ขณะที่ฝ่ายทหารกัมพูชาก็ได้มีการเคลื่อนไหวเสริมกำลัง และนำเอาอาวุธหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปืนอาร์พีจี เข้ามาตรึงกำลัง บริเวณชายแดน เขาพระวิหาร เพิ่มเป็นจำนวนมากเช่นกัน


ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งว่าได้มีการนำรถถังจำนวน 8 คันมาเตรียมพร้อมอยู่ที่บ้านโกมุย และบ้านสวายจรุม หมู่บ้านชายแดน ด้านหลัง เขาพระวิหาร ฝั่งประเทศกัมพูชา โดยหันปลายกระบอกปืนรถถังเข้ามายังผามออีแดง และบริเวณเชิงเขาพระวิหาร จุดที่ทหารไทยตรึงกำลังอยู่


ทั้งนี้ คาดว่าเป็นการเสริมกำลังของทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์จากผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


ที่จะได้ข้อสรุปของการแก้ปัญหากรณีปราสาทพระวิหารร่วมกันในทางใดทางหนึ่งในวันนี้ (21 ก.ค.)

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2551 11:50 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000085495
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ร่วมกู้ชาติ สมัครเป็นพยาบาลอาสา ดูแลผู้ชุมนุมที่เจ็บป่วย บอกเป็นความสุข ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต

กานต์ชนิต ซำมะกุล

กานต์ชนิต ซำมะกุล


เปลือยใจ “พริก กานต์ชนิต” เซ็กซี่รักชาติ
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


” พริก กานต์ชนิต” สลัดภาพเซ็กซี่ โผล่ร่วมกู้ชาติ สมัครเป็นพยาบาลอาสา ดูแลผู้ชุมนุมที่เจ็บป่วย บอกเป็นความสุข ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต เจ้าตัวยันไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ พร้อมเผย ควักกระเป๋าทุ่มเงินหลักหมื่นทำ เข็มกลัดกู้ชาติขาย เพื่อนำเงินไปซื้อ จานเอเอสทีวี บริจาคชุมชน ที่ขาดแคลน หวังเปิดหูเปิดตาชาวบ้านให้ได้รับข้อมูลข่าวสาร


เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่เข้าร่วมกู้ชาติกับผู้ชุมนุมพันธมิตรอย่างเปิดเผย สำหรับ “พริก กานต์ชนิต ซำมะกุล” นักแสดงสาว ภาพลักษณ์เซ็กซี่ จาก ภาพยนตร์เรื่อง จ.เจี๊ยวจ๊าว แถมล่าสุดเจ้าตัวได้ไปเป็น พยาบาลอาสา ช่วยแจกยาและดูแลผู้ชุมนุมที่เจ็บไข้ได้ป่วย อยู่ที่หน่วยพยาบาล ของ พันธมิตร โดยสาวพริกเปิดเผยว่า ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตั้งแต่มีการชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ครั้ง แรก บอกทนไม่ได้ที่ รัฐบาล ทำลายชาติ แล้วยังหมิ่นเบื้องสูง เป็นเหตุให้อยากเป็นส่วนหนึ่ง ในการปกป้องชาติ ร่วมกับ พี่น้องคนไทย


พร้อมถือโอกาสชี้แจงข้อครหาที่ว่า ใช้เวทีนี้สร้างภาพว่าไม่เป็นความจริง ยันอยากมีส่วนช่วยบ้านเมืองด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก่อนเผยถึงความรู้สึก ส่วนลึก ให้ฟังว่า การต้องมาทำความดีครั้งนี้ อาจจะเป็นการชดใช้ที่ อดีตเคยเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ของเยาวชนก็เป็นได้


“ตอนแรกหนูดูทีวี เปลี่ยนช่องมาเจอเอเอสทีวี เพราะที่บ้านติดจานเอเอสทีวีอยู่แล้ว ตอนนั้น คุณยายอารมณ์ มีชัย กำลังขึ้นพูด บนเวทีพอดี แล้วภาพที่เห็นคือ เป็นคนแก่คนหนึ่งที่โพกผ้าเขียนว่า กู้ชาติ พูดเกี่ยวกับประเทศไทย และชักชวนคนให้มาเยอะๆ ความรู้สึกนั้นคือ อยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทย และทำไมคนแก่ขนาดนี้ต้องออกมากู้ชาติ ฟังมาเรื่อยๆ จากที่ไม่เคยรับรู้เรื่องการเมือง ไม่เคยสนใจ เรื่องอะไรเลย คือมันเหมือนจะซึมไปเอง ว่าเป็นเสมือนหน้าที่ เป็นเรื่องที่ ทุกคนต้องรู้”


“หนูฟังเอเอสทีวีอยู่ที่บ้านประมาณหนึ่งอาทิตย์ ฟังทุกวัน ฟังจนติดไปเลย ขนาดนอนเราก็ยังเปิดฟังตื่นมาก็ฟัง ให้มันเข้าหัว พอเริ่มเข้าใจเรื่องนั้นเรื่องนี้เราก็เริ่มติดตาม แล้วคุณยายอารมณ์บอกว่า ถ้าเค้ายังไม่ตายเค้าจะกลับมาใหม่เพราะเค้าต้องทำคีโม แล้วเวลาก็ผ่านไปคุณยายก็กลับมา ทีนี้มันต้องมาแล้วล่ะ เพราะคุณยายยังมาเลย ก็เลยมาที่นี่มาฟังด้วยตัวเอง หนูมาตั้งแต่ม็อบมัฆวานฯครั้งแรก ตอนบุกไปทำเนียบเราก็ไปลุยกับเค้า แล้วก็ไปนางเลิ้ง วันที่ไปนางเลิ้งก็ไปนอนกลางถนนมาด้วย ก็อยากลองดู คุณลุงจำลองก็บอกว่าให้ลองดูที่นอนบนพื้นถนนเป็นเตียงขนาดใหญ่ มีผ้าห่มเป็นท้องฟ้าเป็นยังไง เราก็เลยลองดูได้บรรยากาศดี ก็สนุกดีนะคะ หลังจากนั้นก็มาฟังเรื่อยๆ จนมาอยู่ที่นี่คะ (หน่วยพยาบาล)”


” บอกเลยว่าตอนแรกที่ฟังแกนนำฯพูด หนูก็ไม่เชื่อ คือเราคิดว่าตอนนี้สื่อมันเปิดกว้าง ทุกคนเค้ามีความคิด ตัดสินใจได้ ไม่ใช่แบบแกนนำพูดปุ๊ป เราต้องเชื่อเลย ไม่จริงนะ พอฟังแกนนำพูดแล้วเราต้องพิจารณาว่า เกิดไรขึ้น ดูช่องฟรีทีวีด้วยแล้วเปรียบเทียบ อันไหนที่ถูกต้องเราก็เลือกอันนั้นล่ะค่ะ อย่างหนูดูข่าวเป็นอาทิตย์กว่าจะออกมา จริงๆ ก็ไม่อยากยุ่ง แต่เราอยากรู้ว่าอะไรคือความจริง ฟังแล้วมีความรู้สึกอยากรู้ว่า…มันเรื่องจริงเหรอ ในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนไทยเรามีหน้าที่อะไรบ้าง แล้วจะช่วยอะไรได้บ้าง พอพิจารณาแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนจะต้องทำ เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ต้องช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือพระมหากษัตริย์ของเราด้วย”


” บอกเลยว่าตอนแรกที่ฟังแกนนำฯพูด หนูก็ไม่เชื่อ คือเราคิดว่าตอนนี้สื่อมันเปิดกว้าง ทุกคนเค้ามีความคิด ตัดสินใจได้ ไม่ใช่แบบแกนนำพูดปุ๊ป เราต้องเชื่อเลย ไม่จริงนะ พอฟังแกนนำพูดแล้วเราต้องพิจารณาว่า เกิดไรขึ้น ดูช่องฟรีทีวีด้วยแล้วเปรียบเทียบ อันไหนที่ถูกต้องเราก็เลือกอันนั้นล่ะค่ะ อย่างหนูดูข่าวเป็นอาทิตย์กว่าจะออกมา จริงๆ ก็ไม่อยากยุ่ง แต่เราอยากรู้ว่าอะไรคือความจริง ฟังแล้วมีความรู้สึกอยากรู้ว่า…มันเรื่องจริงเหรอ ในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนไทยเรามีหน้าที่อะไรบ้าง แล้วจะช่วยอะไรได้บ้าง พอพิจารณาแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนจะต้องทำ เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ต้องช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือพระมหากษัตริย์ของเราด้วย”


” ความรู้สึกที่ต้องออกมามันรวมไปถึงทุกเรื่อง คือทุกสิ่งทุกอย่างที่รัฐบาลทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสีย ทำให้พระมหากษัตริย์หม่นหมองคือสิ่งที่ผิด เพราะในหลวงของเราเปรียบเสมือนเทพ ท่านทำเพื่อประชาชนเพื่อประเทศชาติ ท่านไม่ใช่คนที่ไม่ดี ถ้าใครทำร้ายท่าน คนนั้นคือคนที่ผิด”


” ความรู้สึกที่ต้องออกมามันรวมไปถึงทุกเรื่อง คือทุกสิ่งทุกอย่างที่รัฐบาลทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสีย ทำให้พระมหากษัตริย์หม่นหมองคือสิ่งที่ผิด เพราะในหลวงของเราเปรียบเสมือนเทพ ท่านทำเพื่อประชาชนเพื่อประเทศชาติ ท่านไม่ใช่คนที่ไม่ดี ถ้าใครทำร้ายท่าน คนนั้นคือคนที่ผิด”


“คนที่พูดว่าเราคลั่งชาติ หนูว่ามันก็ดีกว่าขายชาตินะ คลั่งชาติมันไม่ดีตรงไหน อยากจะบอกว่าประเทศไทยขาดการคลั่งชาติมานานมากแล้ว คนไทยอะไรก็กระแสต่างชาติ อะไรก็ต่างชาติ อยากจะบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือคนไทย ทรัพยากรไทย และก็ ประเทศไทย คืออยากจะให้เริ่มจาก ของ ของเรามากกว่า ดูอย่างญี่ปุ่นทุกวันนี้ที่เค้าเจริญได้ เพราะเค้าคลั่งชาติ คลั่งชาติ มันแยกได้ว่า คลั่งชาติไปใน ทางที่ดี หรือ ไม่ดี แต่ถามว่าเราคลั่งชาติแบบมีอารยะ ถามว่าไม่ดีหรือคะ”


” คำพูดที่บอกว่า รถติด หรือทำให้การเมืองวุ่นวาย จริงๆ ไม่ใช่ปัญหาแต่เป็นคำพูด ที่ต้องการให้เกิดปัญหามากกว่า มนุษย์ต้องมีสิทธิ แสดงความคิดเห็น ประชาชนที่มีความเป็นประชาธิปไตยต้องมีสิทธิแสดงความคิดเห็น ต้องมีสิทธิแสดงออก


เราชุมนุมโดยสงบ เป็นการชุมนุม โดยอารยะ แกนนำบอกว่าจะไม่เข้าไปเหยียบแม้แต่ต้นหญ้าของทำเนียบฯ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง เราจะมีวินัย และ ผู้ชุมนุมก็ยึดหลักนั้นมาตลอด หนูไม่เห็นด้วยกับคำพูดพวกนี้ เราเชื่อว่าหลายๆ คน และ ไม่จำเป็นจะต้องเรียนสูง


ทุกคนมีวิจารณญาณพอว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควร อะไรที่ไม่ควร อะไรที่ถูกต้องไม่ถูกต้อง คนที่มาไม่ใช่คนขี้เมา โอเค อาจจะไม่สามารถวัดได้ว่า มีการศึกษาหรือเป็นเจ้าของกิจการ แต่ดูสีหน้า ที่มุ่งมั่น หรือ ที่แกนนำพยายามให้ความรู้ดีกว่า นั่นคือความจริง ที่เวทีนี้ มีนะคะ”


ยัน ไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ บอกรู้ตัวดีว่า ภาพลักษณ์ในอดีตไม่สวยงาม เพราะมีเรื่องคลิปภาพแนวเซ็กซี่ หลุด แพร่กระจายตามอินเตอร์เน็ต จนกลายเป็นตราบาปติดตัว เจ้าตัวเชื่อ การต้องมาเป็นอาสาสมัครที่หน่วยพยาบาล อาจจะเป็นการทำความดี เพื่อชดใช้ ที่ในอดีตเคยเป็นตัวอย่าง ที่ไม่ดีก็เป็นได


“อยากจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย หนูอยู่เต้นท์พยาบาล ช่วยงานเบื้องหลัง ส่วนเวทีอยู่โน่นไม่เคยไม่เฉียดใกล้เวทีเลย แล้วการอยู่เต้นท์พยาบาล หนูก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไปเดินแจกยา หนูก็ไม่รู้ว่าประชาชน ที่มาเป็นใครบ้าง

อย่างเมื่อกี้มี ราชนิกุล มาซื้อเข็มกลัดไป 10 อัน พี่ๆ เค้าก็มาสะกิดบอกว่า เธอรู้รึเปล่าว่า คนนั้นเป็นถึง ราชนิกุล เลยนะ เค้าเห็นเธอร้องเพลงบนเวที เค้าเลยอยากช่วย หนูก็เหรอ…หนูไม่รู้ คือมันเป็นเรื่องยากนะถ้าจะมาทำๆ เพื่อให้ทุกคนเห็น มันอยู่คนละส่วน ตัวหนูเอง ก็มานั่งฟังแกนนำฯ ตั้งแต่ เวทีมัฆวานฯครั้งแรก กระทั่งอาสามาช่วยแจกยา เพราะคนขาด ฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมาหวังผลประโยชน์ตรงนี้”


” ไม่ได้คิดว่าหนูจะต้องมาเปิดตัวหรือขึ้นไปยืนบนเวที คิดแค่ว่าหนูต้องมาเป็นส่วนหนึ่งต้องมาช่วย อะไรก็ได้ที่เราทำได้เราก็จะช่วยให้เยอะที่สุด จุดมุ่งหมายคือไม่ได้มาเพื่อขึ้นเวทีหรือประกาศว่าฉันมานะ มันไม่ใช่ค่ะ จริงๆ แล้วอยากจะบอกว่า


สิทธิความเป็นมนุษย์ มันย่อมมีความเป็นอิสระทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ จริงๆ เราแคร์คนอื่นมาก จนลืมแคร์ความต้องการของตัวเอง และ ในตอนนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ประเทศชาติ ของเรา ใครรักชาติก็จงออกมา มันเกิดจากความรู้สึก


เสียใจที่คนคนนึง จะขายชาติ คนคนนึง จะทำร้ายในหลวง พูดถึงเราก็อยากจะร้องไห้ เพราะเราก็ไม่มีอำนาจพอ หรือมีพาวเวอร์พอที่จะช่วยได้ สิ่งที่ช่วยได้คือ การออกมารวมตัวกันเป็นอารยะ ว่าเราไม่เห็นด้วย มันเป็นวิธีเดียวที่จะปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เราได้”


” หนูบอกเลยว่าหนูประวัติไม่ดี เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดพลาดในชีวิต หนูรู้ตัวว่า ตัวเองประวัติไม่ดีมาก วันแรกที่มาเหยียบที่นี่ หนูไม่ได้ทำตัวเป็นดารา มาฟังปราศรัยกับคนอื่นๆ ตอนเดินแจกยาก็ไม่ได้ไป อะไรกับใคร


แล้ววันนึงมีพี่ที่เอเอสทีวีมาขอยา เพราะไม่สบาย เค้าก็เอ๊ะ..คุ้นๆ หน้าเรานะ แต่ตอนนั้นหนูก็ไม่ได้บอกอะไร แต่คิดว่าคงพูดกัน ปากต่อปาก มั้งคะ หลังจากนั้น พี่เค้าก็มาดึงหนูไปขึ้นเวที แต่หนูก็บอกไปว่าไม่ดีกว่า เพราะหนูมีปัญหาเรื่องคลิปไม่อยากให้พันธมิตรมัวหมอง เพราะหนูก็รู้ว่า ตัวเองระดับไหน แต่แค่อยากช่วย เท่าที่หนูจะช่วยได้ดีกว่า แต่หลังๆ มันไปของมันเอง เพราะตอนแรกยาบางตัวขาด พี่ๆ เค้าก็เลยให้หนูไปขอรับ บริจาคบนเวทีให้หน่อย ไหนๆ ก็ช่วยแล้วก็เลยโอเคๆ”


“หลายๆ คนมองว่าการที่หนูออกมาครั้งนี้เพราะต้องการสร้างกระแส หรือสร้างภาพให้ตัวเองหรือเปล่า เพราะตัวเองก็มีภาพที่เซ็กซี่มาตลอดเลย จริงๆ มันเป็นรูปแบบงาน เป็นเรื่องการทำงานมากกว่า เป็นช่วงเวลานึงที่เราสามารถทำได้ และเราก็เลือกที่จะเป็น แต่ถ้าเรามีทางเลือกที่ดีกว่า บอกได้เลยว่า ไม่อยากเป็น แต่ถ้ามีโอกาสมา ณ ตรงนี้ เค้าบอกว่าเราต้องเป็นแบบนี้ๆ เราก็ไม่อยากทิ้ง แต่ถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่าก็อาจจะไม่ทำ คือต่อจากนี้ก็จะไม่ถ่ายบิกินี จะไม่ถ่ายชุดว่ายน้ำแล้ว คือถ่ายเซ็กซี่ได้ แต่ไม่บิกินี ไม่ชุดว่ายน้ำ หนูเต็มที่กับมันไปแล้ว เราได้ลองทำและก็รู้แล้วว่า มันเป็นยังไง ก็คือพอ (สีหน้าจริงจัง)”


“ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ หนูได้ไปแจ้งความที่ สน.มีนบุรี และ กระจายข่าวในอินเตอร์เน็ต เพื่อขอให้ใครที่มีคลิป หรือภาพที่มาจากคลิปนั้น ช่วยเอาออก หรือลบทิ้งให้หน่อย ที่ผ่านมาหนูได้รับผลกระทบที่แย่ๆ มากพอแล้ว หนูอยากให้เรื่องนี้จบสักที คิดซะว่าหนูได้ชดใช้กรรมในสิ่งที่หนูผิดพลาดแล้ว หนูไม่อยากเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอีกต่อไปแล้ว การมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ หนูก็ไม่ได้คิดว่ามันช่วยลบภาพที่ผ่านมาของหนูได้

เพราะคนเรามักจะจำอะไรที่เป็นภาพแรก และเป็นเรื่องเป็นราว ตัวหนูก็ไม่ได้หวังว่าใครจะมาเข้าใจ”


” มีคำนึงที่หนูได้ยินคุณลุงจำลองพูดบนเวที คือเรามาทำหน้าที่ มาใช้หนี้แผ่นดิน และมาทำบุญ ตอนนั้นหนูก็ยังไม่เข้าใจคำนี้ลึกซึ้งนักหรอก จนหนูมาแจกยาก็ได้เห็นคนที่เค้าเจ็บคนที่เค้าป่วย ก็เกิดคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราต้องมาเหนื่อยตรงนี้ แต่แล้วเราก็ยังมา พอตื่นนอนเฮ้ย…วันนี้เราจะไปไหน ไปชุมนุมไปแจกยาพี่ๆ เค้าขาดคน เป็นชีวิตประจำวันไปเลย คือปกติอยู่บ้านก็ดูเอเอสทีวีอยู่แล้ว แต่มันเหมือนมีสิ่งจูงใจให้เราได้มา ทำให้เกิดความคิดว่า สงสัยหนูคงต้องมาใช้หนี้อะไรสักอย่างแน่เลย เรื่องคลิปทำให้หนูไม่กล้าขึ้นเวทีตั้งแต่แรก เพราะไม่อยากทำให้เวทีต้องเสื่อมเสียไปด้วย มันก็เกิดความคิดที่ว่า นี่ล่ะมั้งที่หนูต้องมาใช้หนี้ที่ตัวเองเคยเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีมาก่อน”


“ส่วนผลกระทบตอนนี้ยังไม่มีอะไร แต่หนูเชื่อว่าการออกมาปกป้องประเทศชาติไม่ใช่สิ่งที่ผิด หนู เชื่อว่าคนในวงการทั้งหมดนะ อาจจะเห็นด้วยกับหนู เห็นด้วยกับพันธมิตร แต่เค้าอาจจะไม่มีความพร้อมที่จะมาตรงนี้ บางทีอาจจะมาแต่แค่เราไม่เห็นเขา สื่ออาจจะไม่เห็น แต่หนูเห็นเยอะนะ ดาราที่มาที่นี่ ต้องเข้าใจเพราะมันเป็นระบบทุนนิยม ซึ่งมีอำนาจแฝงอยู่ ก็ไม่ได้โทษอะไรใคร แต่หนูเชื่อว่าคนในวงการบันเทิงมีสติปัญญาพอ มีวุฒิภาวะพอที่จะแยกแยะได้ ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ”


“ตอนนี้หนูกำลัง เปลี่ยนความคิดให้เป็นนายตัวเองอยู่ คือการรับจ้าง ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ ณ จุดนึงเราก็ควรเป็นนายตัวเองมากกว่า ณ ตอนนี้ เราก็ยังอยู่ในอาชีพดารานักแสดง ก็ต้องรอให้ผู้ใหญ่ให้โอกาสอยู่ หนูเชื่อว่าทำดีมันต้องได้ดี หนูเชื่ออย่างนั้น แต่ทีนี้หนูว่านะ ถึงแม้ว่าหนูจะมาหรือไม่มา เวลาเราทำอะไรก็แล้วแต่มันก็จะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเราอยู่แล้ว


แต่เมื่อเราเลือกที่จะออกมาเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องประเทศชาติ ก็อย่าหวังผลเลยดีกว่า รอให้ผลมันออกมาจากการกระทำเองดีกว่า”


ควักกระเป๋าทำเข็มกลัดกู้ชาติ แถมยังออกแบบด้วยตัวเอง เพื่อนำมาขาย เอาเงินมาซื้อจานเอเอสทีวี แจกจ่ายให้กับชุมชน ที่ขาดแคลน จะได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง


“เงินที่ได้จากการขายเข็มกลัด เราจะนำไปซื้อจานดาวเทียม แต่จะไม่มีการนำเงินไปถวาย แล้วนำไปมอบให้กับท่านจันทร์ (ผู้บริหารมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน ในเครือของสันติอโศก) เพื่อให้ท่านจันทร์ ช่วยสกรีน คนที่จะมีสิทธิ์ได้รับจานดาวเทียม อยากให้ติดในชุมชน ประชนชนจะได้รับข้อมูลข่าวสารให้มากที่สุด เรามีหน้าที่หาเงินให้ได้มากที่สุด ชุดแรกเราสั่งทำหนึ่งพันห้าร้อยอัน ตอนนี้ขายไปได้แล้ว ประมาณหนึ่งแสนต้นๆ ดีใจมากๆ”


“ต้นทุนหนูออกเอง เพราะมันเป็นความตั้งใจของหนู ออกแบบเข็มกลัดเอง พอคิดว่าจะทำก็ไปสั่งร้านทำไว้แล้วถึงเอามาบอกกับพี่ๆ ที่พันธมิตรว่าหนูจะทำนะ ก็ไปเรียนท่านจันทร์แล้วก็ไป ขออนุญาต คุณสนธิว่าจะขอเอาเข็มกลัดมาขาย เพื่อ เอาเงิน มาทำตรงนี้นะคะ


หนูจะเอาแค่ทุนคืนเพื่อจะเอาไปสั่งทำเข็มกลัดมาเพิ่ม ถ้ายังขายได้อยู่ เพราะหนู อยากมีเงินไปซื้อ จานฯ ให้ได้มากที่สุด แต่ก็รู้ว่าขาย อันละหนึ่งร้อยบาท ค่อนข้างแพง แต่เราจำเป็นต้องขายราคานี้ เพราะจานฯ ราคาสูง


ก็มีคนบอกเหมือนกันว่าแพงจัง หนูก็ต้องอธิบายจุดประสงค์ไป แต่ทุกคนน่ารักมากพอเข้าใจก็ช่วยซื้อ บางคนซื้ออันเดียวแต่ให้ ห้าร้อย บางคนเหมาไป 20 อัน ซึ่งพี่ๆ ที่เต้นท์พยาบาล ก็ช่วยเหลือดีมาก มาช่วยขายช่วยทำป้ายโฆษณามาให้ ใครมีไอเดียอะไรก็ช่วยๆ กัน”


” เท่าที่พูดคุยทุกคนช่วยซื้อเพราะความศรัทธา และอยากให้จานฯเอเอสทีวีกระจายไปได้เยอะๆ อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ต้องถูกปิดหูปิดตา มีป้าคนนึงบอกกับหนูว่าป้าไม่ได้อยากได้เข็มกลัดหรอกนะ แต่อยากให้หนูได้จานฯเยอะๆ เราฟังแล้วก็รู้สึกดีใจมาก ต่างคนต่างอยากจะช่วยกัน ลุงป้าน้าอาช่วยกันซื้อ ส่วนพี่ๆ ที่พันธมิตรก็มาช่วยกันขาย มันเป็นแรงหนุนซึ่งกันและกัน เห็นแล้วชื่นใจค่ะ ถึงแม้เราจะเหนื่อยที่ต้องพูด ต้องอธิบายว่าจะเอาไปทำอะไร เป้าหมายคืออะไร แต่พอเค้าควักเงินซื้อมันก็คือการทำบุญ ชุดแรกหนูคิดว่าน่าจะได้ 30 จานฯขึ้นนะ เราอยากแจกจ่ายไปทั่วประเทศเลย”


เผยเกิดความศรัทธาถึงขั้นอยากร่วมงานกับเอเอสทีวี โดยไม่สนใจเรื่องเงินค่าตอบแทน


“หนูได้รู้จักกับพี่คนนึงที่นี่ (ชุมนุมพันธมิตร) ตอนมาช่วยงานที่เต้นท์พยาบาล แต่ตอนแรกที่คุยกันพี่เค้าก็ไม่รู้ว่าหนูเป็นดารา หนูก็ไม่รู้ว่าพี่เค้าทำงานที่เอเอสทีวี พอเจอหน้ากันบ่อยๆ ได้พูดคุยกันก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น หมายถึงคนอื่นๆ ด้วยนะคะ แล้วพี่คนนี้เค้าก็ถามว่าอยากทำงานที่เอเอสทีวีมั้ย ส่วนตัวหนูก็ชอบงานพิธีกรอยู่แล้ว เราไม่อยากทิ้งโอกาส ก็เลยส่งโพรไฟลไปให้พี่เค้า มารู้ว่าใครเป็นใครตอนหลังนี้เอง เพราะพี่ๆ ที่เป็นอาสาสมัครต่างก็มีงานประจำ และมาจากหลากหลายอาชีพ แต่ทุกคนมาช่วยด้วยใจ คือถ้าไม่ได้พูดคุยกันจริงๆ เราก็จะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร”


” พอถึงจุดๆ นึงเราอยากทำงานที่มีคุณภาพมากกว่าเรื่องเงิน อีกอย่าง หนูเป็นนักแสดงอิสระมันไม่มีความมั่นคง แต่ถ้ามาอยู่ตรงนี้ก็จะมีผู้ใหญ่คอยเช็คความประพฤติ (หัวเราะ) คอยสกรีนงานก็น่าจะดีกว่า แล้วยังได้ทำงานที่ถูกต้อง แล้วเป็นงานที่ได้ช่วยเหลือบ้านเมืองด้วย ตรงนี้มันมีค่ามากกว่าเงินค่ะ หนูเคยอ่านบทความนึงที่บอกว่า อย่าให้อัตรามาบดบังความสามารถของตัวเอง หนูไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นดารา แต่หนูทำงานแลกเงิน ใช้ความสามารถที่มีอยู่ทำงาน ส่วนผลตอบรับจะเป็นยังไง ก็ให้ว่าไปตามความสามารถที่หนูมี”


“ส่วนหนึ่งคือรู้สึกศรัทธาองค์กรนี้ เพราะบอกเลยว่าหนูดูข่าวสารทั้งจากฟรีทีวีและเอเอสทีวี เพื่ออยากรู้ว่าใครโกหก เราจำเป็นต้องดูหลายๆ สื่อเพื่อตัดสินใจ แต่สุดท้ายก็ดูเอเอสทีวีอยู่นั่นแหละ เราได้รู้ในเรื่องที่ไม่เคยรู้จากการนำเสนอข่าวของที่นี่ และเป็นเรื่องจริงที่เปิดหูเปิดตาประชาชน ยิ่งทำให้เราเกิดความเชื่อแล้วก็ศรัทธา ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่ง คือเรื่องเงินหนูก็รู้ว่าเงินเดือนออกไม่ตรง แล้วคุณสนธิก็ยังประกาศบนเวทีว่าเป็นหนี้เป็นสิน แต่มันไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ (ยิ้ม)”


พร้อมกับให้กำลังใจผู้ชุมนุมทุกคนว่าจงสู้ต่อไป จงศรัทธาในความดีแล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นเอง


“หนูจะบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต หรือในประวัติศาสตร์ ที่กลายมาเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังได้ระลึกถึง และยึดเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากศรัทธาทั้งสิ้น เมื่อเรามีศรัทธาแล้วมันจะมีปาฏิหาริย์ตามมาเอง ที่พระพุทธเจ้าสอนว่าทำดีแล้วได้ดีเป็นเรื่องจริงที่สุด แต่หลายคนจะบอกว่าทำดีมันทำยากนะ หนูอยากจะบอกว่ามันยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้นะคะ”


” ได้มาที่นี่หนูมีความสุขมาก เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ ได้เห็นคนที่เค้าอยากให้ประเทศชาติดีขึ้น ช่วยกันทุกวิถีทาง บางคนบริจาคเงิน บางคนช่วยเก็บขยะ ช่วยกันแจกข้าว เวลารับของก็ต่อคิวเป็นระเบียบ เวลาเราขอว่าอย่าไปทะเลาะกับเค้าอย่าใช้ความรุนแรง ทุกคนก็ทำตาม อย่างที่หน่วยพยาบาลยาหมด เราก็ช่วยกันหาเงินมาซื้อยาหรือไม่ก็ขอรับบริจาค ก็จะมีคนช่วยเหลือเราทันที หนูคิดนะว่าคงเป็นอย่างที่คุณสนธิบอก ว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็คิดดูสิว่าทุกคนที่มาอยู่กันคนละจังหวัด ต่างอาชีพต่างเพศต่างวัย บางคนไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เรามาอยู่ที่นี่ มากันด้วยใจเพื่อทำความดีมาทำบุญเพื่อประเทศชาติ”


“คนที่ยังคิดว่าการชุมนุมทำให้รถติด ก่อความเดือดร้อน ทำให้เศรษฐกิจแย่ ทำให้ภาพรวมประเทศดูไม่สวยงาม หนูจะบอกว่าก่อนหน้านี้เศรษฐกิจมันก็แย่อยู่แล้ว รถก็ติดอยู่แล้วเป็นปกติ ไม่รู้สิการรบมันเป็นธรรมดาที่ต้องมีการสูญเสีย ถ้าไม่มีเวทีนี้หลายๆ เรื่องเราก็จะไม่มีทางได้รู้ อย่างเรื่องเขาพระวิหารที่เราสูญเสียดินแดน อย่างเรื่องนายกฯไปรับจ้างเป็นพิธีกร เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันทำไม่ได้ เรื่องที่รัฐใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้อง เราก็ได้รู้จากเวทีนี้ มันเป็นเวทีแห่งความจริง”


” จริงๆ หนูก็ไม่ได้เข้าข้างพันธมิตร และไม่ได้เข้าข้างอีกฝ่ายนึง แต่อะไรที่มันเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ อะไรที่มันเป็นผลดี ต่อประเทศชาติเราควรจะช่วยกันทำก่อน ที่ผ่านมาคนอาจจะบอกว่าแบ่งพรรคแบ่งพวก มันเป็นเรื่องของคนสองคนทะเลาะกัน ในอดีตแกนนำคนนั้นคนนี้มีปัญหาอย่างโน้นอย่างนี้ แต่หนูอยากจะบอกว่าอยู่กับปัจจุบันดีกว่า อะไรที่ทำแล้วเกิดผลดีกับประเทศชาติ อะไรที่ทำแล้วเกิดผลดีกับประชาชนนั่นก็คือตัวเรา อยู่ฝ่ายนั้นค่ะ เพราะพวกเราประชาชนนี่แหละจะได้ประโยชน์”


” ส่วนจุดจบจะเป็นยังไง อันนี้คงต้องขึ้นอยู่กับอำนาจศาล ณ วันนี้ คงต้องวิงวอนให้ ระบบศาล ระบบความถูกต้องในบ้านเมือง เป็นคนตัดสิน อย่างประชาชน เรารู้ว่าอันไหนคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่เราไม่มีอำนาจอะไรไปตัดสินได้ สิ่งที่จะลบล้าง ความชั่ว หรือความไม่ดีได ้ก็คือความดี ฉะนั้นคงต้องพึ่งอำนาจศาลตัดสิน เพื่อแสดงให้ประชาชนได้รู้ว่าอะไร คือความไม่ถูกต้อง เพราะบางที ฟังจากที่เราพูด เค้าอาจจะไม่เชื่อก็ได้ จะหาว่าเราไปยุอีก แต่หนูเชื่อว่า


ถ้าเป็น คำตัดสินของศาล คงไม่มีใครปฏิเสธ คำตัดสินของศาลค่ะ”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2551 00:49 น.
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000085308
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.