Accom Thailand

July 23, 2008

“การุณ” เลือดอาบบนเวทีพันธมิตรสารคาม – นปก.ถ่อยยิงหนังสติ๊กแสกหน้าขณะปราศรัย

“การุณ” เลือดอาบบนเวทีพันธมิตรสารคาม – นปก.ถ่อยยิงหนังสติ๊กแสกหน้าขณะปราศรัย
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


มหาสารคาม – เวทีปราศรัยใหญ่พันธมิตรมหาสารคามเดือด “การุณ ใสงาม” เลือดอาบบนเวที ถูกกลุ่ม นปก.สุดถ่อย ใช้หนังสติ๊กยิงเข้าแสกหน้า ทั้งมีผู้ชุมนุมบาดเจ็บกว่า 10 ราย ล่าสุดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ด้านแกนนำยืนยันเจตนารมณ์เดิม ไม่ล้มเลิกเวทียันจัดให้ถึงเที่ยงคืนนี้

บรรยากาศการชุมนุมรับฟังปราศรัยใหญ่ข�งพันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไตยจังหวัดมหาสารคาม

บรรยากาศการชุมนุมรับฟังปราศรัยใหญ่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดมหาสารคาม


หลังจากที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดมหาสารคาม สามารถตั้งเวทีได้เมื่อเวลา 18.30 น. กลุ่ม นปก. ที่ปักหลักก่อกวนอยู่บริเวณฝั่งด้านโรงเรียนสารคามพิทยาคมได้นำเครื่องเสียงมาเปิดเพลงหมอลำรบกวน โดยหันลำโพงมาทางกลุ่มพันธมิตรฯ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม นปก.อีกกลุ่มด้านโรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของเวทีพันธมิตรฯ คอยส่งเสียงก่อกวนการปราศรัยอยู่ตลอดเวลา

นายการุณ ใสงาม ดีต ส.ว.บุรีรัมย์ ขึ้นเวทีปราศรัย

นายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว.บุรีรัมย์ ขึ้นเวทีปราศรัย


กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่นายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว.บุรีรัมย์ ขึ้นเวทีปราศรัย ท่ามกลางพันธมิตรประชาชนชาวมหาสารคาม กำลังฟังการปราศรัยอยู่นั้น กลุ่ม นปก.ได้ใช้หนังสติ๊ก ใช้ลูกหินยิงเข้ามาบริเวณหน้าเวที ถูกบริเวณกลางแสกหน้าของนายการุณ ใสงาม เลือดอาบคาเวทีได้รับบาดเจ็บสาหัส


โดยมีแกนนำพันธมิตรฯ มหาสารคามอีก 1 คน ถูกก้อนหินเข้าที่บริเวณท้ายทอย และที่หลังได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ทั้งยังมีกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ร่วมชุมนุมภายในเวทีได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 10 ราย โดยแกนนำและการ์ดได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลมหาสารคามแล้ว


อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกกลุ่ม นปก.ทำร้ายอย่างหนัก แต่แกนนำพันธมิตรฯ ยืนยันว่าจะไม่ล้มเลิกการจัดเวที พร้อมจะจัดเวทีปราศรัยไปจนถึงเวลาเที่ยงคืนนี้ โดยแกนนำได้หารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยดูแลความเรียบร้อย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามาร่วมดูแลรักษาความปลอดภัยอีกส่วนหนึ่ง


ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่ม นปก.ที่มาป่วนการชุมนุมเวทีพันธมิตรฯมหาสารคามนั้น กลุ่มผู้ก่อก่อนที่รับจ้าง ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนภายใน จ.มหาสารคาม แต่เป็นการว่าจ้างมาโดยนักการเมืองในพื้นที่ที่พยายามขัดขวางการจัดเวทีพันธมิตรฯมหาสารคามให้ถึงที่สุด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2551 21:46 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000086900
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ปรากฏการณ์ “สนธิ” เริ่มต้นเตือน ไม่ยุติธรรมนับถอยหลังได้เลย


คลิกที่นี่ เพื่อชม คลิป “รู้ทันประเทศไทย”

ชี้ปรากฏการณ์ “สนธิ” เริ่มต้นเตือน ไม่ยุติธรรมนับถอยหลังได้เลย
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“รู้ทันประเทศไทย” นักวิชาการ ชี้ปรากฏการณ์ “สนธิ” กำลังเริ่มต้น เรียกร้อง พลังศรัทธาทั้งหลายต้องออกมา ในวันพรุ่งนี้ “เจิมศักดิ์” ย้ำทุกอย่าง อยู่ที่เจตนา และ คดีจะไปจบที่ ศาลตัดสิน โดยที่ตำรวจ ไม่มีสิทธิ์ที่จะหน่วงเหนี่ยวผู้ต้องหา เตือนถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ให้นับถอยหลัง ได้เลย


วันนี้ (23 ก.ค.) ที่เวทีสะพานมัฆวาน ในช่วง รู้ทันประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และ นายสันติสุข มะโรงศรี และมี นักวิชการเข้าร่วม เช่น นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว อาจารย์จากมหาวิทยาลัยรังสิต และ นายวรรณธรรม จากมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช


นายเจิมศักดิ์ ได้กล่าวถึงกรณี ที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกตำรวจดำเนินคดี ในข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า ต้องดูที่เจตนา ว่า


คุณสนธิ มีเจตนา ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ร้องแรกแหกกะเฌอ ว่า ให้จับคนๆ นี้ ที่มีเจตนา หมิ่นพระมหากษัตริย์ และเชื่อว่า ตำรวจ คงไม่หน้าด้านพอ ที่จะไม่รู้ว่าเจตนาของ คุณสนธิ คืออะไร และแม้ ตร.จะมีอำนาจ ในการหน่วงเหนี่ยว ผู้ต้องหาได้จำนวน 48 ชั่วโมง อีกทั้ง คุณสนธิ ก็จะไปมอบตัวอยู่แล้ว และในที่สุด คดีนี้ ก็จะไปตัดสินกันในศาล


นายเจิมศักดิ์ ได้เปรียบเทียบ กรณีที่ตำรวจดำเนินคด ีกับ นายจักรภพ เพ็ญแข ว่า นั้น ตำรวจกลับดูเหมือนเลือกปฏิบัติ


ด้าน นายวรรณธรรม กล่าวว่า เชื่อในเจตนาของ นายสนธิ ที่ทั้งชีวิตต่อสู้ เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และว่า ปรากฏการณ์สนธิ จะทำให้ พี่น้องประชาชน เกิดความร่วมมือร่วมใจ เหมือนชื่อ สนธิ


“ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ออกมาร่วม สนธิกัน เยอะๆ เพื่อพิสูจน์ว่าเขา (ตำรวจ) จะต้อนรับแบบไหน และ อยากเตือนว่า ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะเกิด ปรากฏการณ์สนธ ิแน่นอน” นายวรรณธรรม ระบุ พร้อมทั้งเตือนให้ระวัง ใช้ยุทธวิธี เบี้ยแลกขุน เพื่อทำลายแม่ทัพ


นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ถ้าในวันพรุ่งนี้ มีการหน่วงเหนี่ยว กลั่นแกล้งก็ให้นับถอยหลังได้เลย ว่าถนนทุกสาย จะมาที่ มัฆวาน แน่นอน แต่เชื่อว่า ตำรวจส่วนใหญ่เป็นคน ยกเว้น ส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็น ควาย พร้อมชี้ให้เห็นว่า เป็นไปได้อย่างไรที่ อาชญากรของแผ่นดิน กลับมาจูบแผ่นดิน ตำรวจทั้งกรม กลับไปต้อนรับ


จากนั้นได้มีการหยิบยก กรณีมีขบวนการป่วน ป.ป.ช.โดย นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการต่อสู้ แบบหมาจนตรอก ของ รัฐบาล เพราะกำลัง ถูกดำเนินคดีมากมาย แต่แทนที่ จะดูตัวเอง กลับไปโทษคนอื่น หรือไปโทษ รัฐธรรมนูญ โดยใช้วิธีเดียวกับ กรณีคดีซุกหุ้น อาจใช้เงินใช้ทองอีก และว่า หมาจนตรอก ที่แว้งกัดทุกเมื่อ


นายวรรณธรรม ชี้ให้เห็นว่า การใช้อำนาจรัฐ ต้องดูที่เจตนา และว่า การที่มุ่งเป้าไปที่ ป.ป.ช. กกต. ภัยกำลังมาถึงตัว มีแต่หน่วยงานอื่น ที่มีที่มา ในลักษณะเดียวกัน กลับไม่โดน แต่ลืมไปว่า ถ้า กกต. มิชอบ รัฐบาลนี้ ที่ผ่านการรับรองจาก กกต. ก็จะวุ่นไปหมด


นายอนุสรณ์ กล่าวถึงการครอบงำสื่อ ว่า เพื่อต้องการบิดเบือนความจริง โดยใช้ช่อง 11 หรือ เอ็นบีที เป็นหลัก พร้อมตั้งข้อสังเกต ปลุกกระแส แก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วนำไปสู่ความวุ่นวายแล้วมีการรัฐประหารตัวเอง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2551 21:20 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000086901
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ใช้รถ 6 ล้อฝ่าตำรวจปิดกั้นหัวท้าย ขวาง พันธมิตรฯ มหาสารคาม ตั้งเวทีี


นปก.สุดถ่อย ขวาง พันธมิตรฯ มหาสารคาม ตั้งเวที -
ใช้รถ 6 ล้อ ฝ่าตำรวจ ปิดกั้นหัวท้ายเวที
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

กลุ่มนปก.รื้�เวทีพันธมิตรมหาสารคาม ไม่สามารถจัดตั้งได้บริเวณตลาดไนท์บาร์ซา

กลุ่มนปก.รื้อเวทีพันธมิตรมหาสารคาม ไม่สามารถจัดตั้งได้บริเวณตลาดไนท์บาร์ซา


มหาสารคาม – ม็อบ นปก.สุดถ่อย เกณฑ์คนเมา ผูกผ้าแดงบนศีรษะ กว่า 400 คน ป่วน การจัดตั้ง เวที พันธมิตรมหาสารคาม ขว้างขวดน้ำ ใส่ฝูงชน กลุ่มพันธมิตรฯ อย่างหนัก ทั้งใช้รถ 6 ล้อ ฝ่าแนวต้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปิดล้อม เวทีพันธมิตรฯ มหาสารคาม ในลักษณะ ปิดหัวปิดท้าย กันไม่ให้ฝูงชน เข้าไปร่วม เวทีได้


จากการที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จังหวัดมหาสารคาม จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ให้ความรู้กับ ชาวมหาสารคาม และ จังหวัด ใกล้เคียง


เรื่อง “ขบวนการฟอกมาร เขาพระวิหาร และการแก้รัฐธรรมนูญ” ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ มหาสารคาม ยังไม่สามารถ ตั้งเวทีได้ เนื่องจาก ถูกกลุ่มม็อบ นปก.ที่ถูกจัดตั้งจาก กลุ่ม ส.ส. ในจังหวัดมหาสารคาม กว่า 400 คน มาป่วน ขัดขวางการจัดตั้งเวที ของกลุ่มพันธมิตรฯ มหาสารคาม

จากการสังเกตกลุ่มนปก.จะมีการ�าการเมาสุรา ผูกผ้าแดงบนศีรษะ บางรายสวมผ้าปิดหน้า ป่วนการจัดเวทีพันธมิตรมหาสารคาม

จากการสังเกตกลุ่มนปก.จะมีการอาการเมาสุรา ผูกผ้าแดงบนศีรษะ บางรายสวมผ้าปิดหน้า ป่วนการจัดเวทีพันธมิตรมหาสารคาม


โดยก่อนหน้านั้น กลุ่ม นปก.ได้มารวมตัวกันที่ ศูนย์เยาวชน จังหวัดมหาสารคาม ก่อนเคลื่อนขบวน ด้วยรถปิกอัพ มาขัดขวาง การตั้งเวทีของ กลุ่มพันธมิตรฯ ที่บริเวณตลาดไนท์บาร์ซา หน้าโรงเรียนอนุบาล มหาสารคาม ก่อนมีการปะทะ กันเล็กน้อย


เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งมีการปะทะคารมกัน ไปมา ระหว่างกลุ่ม นปก.และ กลุ่มพันธมิตรฯ โดย ฝ่ายนปก. ได้ขว้างก้อนหิน และขวดน้ำ เข้าใส่ กลุ่มพันธมิตรฯ อย่างหนัก


ม็อบ นปก.ที่มาป่วนเวทีพันธมิตรฯมหาสารคาม เป็นชาวบ้านมาจาก อ.กันทรวิชัย อ.ยางสีสุราช อ.พยัฆภูมิพิสัย อ.กุดรัง และอำเภอเมือง โดยชาวบ้านเหล่านี้จะได้ค่าหัวๆ ละ 300-500 บาท ซึ่งมีแกนนำ ที่เป็นหัวคะแนน ของนักการเมือง ในจังหวัดเป็น คนคุมม็อบ


ทั้งมี ดีเจชื่อดัง “ขวัญชัย ไพรพนา” จาก จ.อุดรธานี เข้ามาป่วนเวทีที่ จ.มหาสารคาม ด้วย และ จากการสังเกต พบว่า ม็อบ นปก. จะมีอาการ เมาสุรา ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทราบข่าว เริ่มทยอยเดินทาง มาร่วมชุนนุมกันมากขึ้น ท่ามกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มารักษาความปลอดภัย กว่า 300 นาย


รายงานข่าวล่าสุด แจ้งว่า ขณะนี้ม็อบ นปก.ได้นำรถบรรทุก 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียง ฝ่าแนวต้าน ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ เข้ามาปิดล้อม กลุ่มพันธมิตรฯ มหาสารคาม ในลักษณะ ปิดหัวปิดท้าย ไม่ให้ ประชาชน เข้าไป ในพื้นที่ จัดเวทีชุมนุมได้


ทำให้ขณะนี้ พันธมิตรฯ ถูกล้อมจากกลุ่ม นปก. ห่างกันเพียงแค่ ประมาณ 100 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำรถตำรวจ เข้ามาขวาง กลุ่ม นปก.จำนวน 2 คัน ไม่ให้กลุ่ม นปก. เข้าใกล้ กลุ่มพันธมิตรฯ มากกว่านี้ และ ได้มีการกล่าวปราศรัย ผ่านเครื่องขยายเสียง ตอบโต้กันทั้ง 2 ฝ่าย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2551 18:29 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000086834
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พันธมิตรฯไม่ทิ้ง “สนธิ” หลังจากที่ ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ “สนธิ ลิ้มทองกุล” แกนนำพันธมิตรฐาน หมิ่นเบื้องสูง


23 กรกฎาคม 2551
13:26 น. “อัศวิน” เหวี่ยงแหเตรียมจับ “สนธิ” ฐานปราศรัยคำพูด “ดา ตอร์ปิโด”
15:32 น. ศาลอนุมัติหมายจับ “สนธิ” อ้างหมิ่นเบื้องสูง
18:56 น. ตร.รอ”สนธิ”มอบตัว ยันไม่บุกจับถึงบ้าน!
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

พันธมิตรฯไม่ทิ้ง “สนธิ” รอให้กำลังใจหน้า สน.ดุสิต

พันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไตยบางส่วน ได้ไปปักหลักร�ที่สน.ดุสิต เพื่�ให้กำลังใจนายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ หลังศาล�าญา�นุมัติหมายจับในข้�หา ผู้ต้�งหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้�งสูง ตามประมวลกฎหมาย�าญา มาตรา 112

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บางส่วน ได้ไปปักหลักรอ ที่สน.ดุสิต เพื่อให้กำลังใจ นายสนธิ ลิ้มทองกุล หลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ในข้อหา หมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112


วันนี้ (23 ก.ค.) พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบางส่วน ได้ไปปักหลักรอที่ สน.ดุสิต ให้กำลังใจ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ หลังจากกรณีศาลอาญาอนุมัติหมายจับในข้อหา ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112


ซึ่งชาวบ้านบางส่วน ที่ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรฯ ได้ออกมาชูป้ายขับไล่ที่บริเวณสะพานข้ามคลอง ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกัน แต่กลุ่มพันธมิตรฯก็ไม่หวั่น ยังคงเดินหน้าตามความถูกต้องปักหลักรอหน้า สน.ดุสิต อย่างไรก็ดี สำหรับบรรยากาศที่เวทีปราศรัย บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ได้มีการตื่นตัวและเตรียมเดินทางมาให้กำลังใจ นายสนธิ ที่ สน.ดุสิต เช่นกัน



พล.ต.ท.�ัศวิน ขวัญเมื�ง ผบช.น

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น

“อัศวิน” เหวี่ยงแหเตรียมจับ “สนธิ” ฐานปราศรัยคำพูด “ดา ตอร์ปิโด”
23 กรกฎาคม 2551 13:26 น.


ผบช.น.มาแปลก เตรียมขอหมายจับ “สนธิ” ข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีนำคำพูด “ดา ตอร์ปิโด” เผยแพร่ บนเวทีปราศรัยพันธมิตรฯ อ้างดำเนินคดีเฉียบไม่ละเว้น ทั้ง ” เว็บไซต์-เคเบิลทีวี เร่งเดินเครื่องสรุปสำนวน “ดา ตอร์ปิโด” ส่งอัยการสั่งฟ้องภายใน 15 วัน


วันนี้ (23 ก.ค.) พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น กล่าวถึง การดำเนินคดีต่อ ผู้กระทำความผิด ข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า นอกจากกรณี ของ น.ส.ดารณี เชิงชาญศิลปกุล แล้ว พนักงานสอบสวน กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมการ ออกหมายจับผู้ต้องหา รายอื่นๆ ต่อไป


ทั้งผู้ต้องหา ที่เป็นบุคคล ที่มีการปราศรัยบนเวที รวมถึงการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ และ ทางสถานีเคเบิลทีวีด้วย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด และให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย


“ด้วยเกียรติของตำรวจนครบาล แม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พูดพาดพิงในสภาก็ตาม เราก็ออก หมายจับ ทั้งนั้น ขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุกกรณี ทุกคน


เราดำเนินการหมด ตามขั้นตอนกฎหมาย โดยไม่ต้องมีการออก หมายเรียก ก่อน เนื่องจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้นเป็นคดี ที่มีโทษเกิน 3 ปีขึ้นไป


ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีการออก หมายเรียก สามารถออก หมายจับ ได้ทันที เพราะเป็นคดี ที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีใครมาแจ้งความ เพราะ สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบัน ที่คนไทยทุกคนเคารพบูชา” ผบช.น.กล่าว


“คดีหมิ่นเบื้องสูงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ นครบาล มีทั้งคดี ที่มีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ และคดี ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น อยู่ ระหว่าง การสอบสวนรวบรวม พยานหลักฐาน ตามระเบียบขั้นตอน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรูปแบบ ของคณะทำงาน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมอบหมายให้


นายตำรวจระดับ รอง ผบช.น. แต่ละนาย กำกับดูแลสำนวนการสอบสวน แต่ละคดี อย่างใกล้ชิด รวมถึง คดีของ น.ส.ดารณีด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง การ ผลัดฟ้อง ฝากขัง และ คัดค้านการประกันตัว


ซึ่งพนักงานสอบสวน จะใช้เวลา ในการดำเนินการ สรุปสำนวน ส่งฟ้องอัยการได้ ภายใน 15 วัน เนื่องจากเป็นคดีที่ละเอียดอ่อน ต้องประชุมพิจารณาร่วมกันอย่างใกล้ชิด ของคณะกรรมการบอร์ด บช.น. พร้อมเรียกสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 5-6 ปาก” ผบช.น.กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสอบสวน คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ บช.น.อยู่ระหว่าง การรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมการออกหมายจับ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพิ่มเติม อีกหลายคน รวมถึง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และ ผู้เกี่ยวข้องด้วย ที่นำพูดของ น.ส.ดารณี ไปปราศรัย บนเวทีพันธมิตรฯ


โดยพนักงานสอบสวน ได้บันทึกคำปราศรัยของ นายสนธิ ไว้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง สอบสวนรวบรวม หลักฐาน ยืนยัน การกระทำความผิดเพิ่มเติมบางส่วน เท่านั้น พร้อมดำเนินคดี ต่อผู้ที่นำคำพูดของ น.ส.ดารณี ไปเผยแพร่ ผ่านทางสื่อเคเบิลทีวี และ เว็บไซต์ต่างๆ ด้วย คาดว่าจะสามารถออกหมายจับ นายสนธิได้ภายในสัปดาห์นี้


ศาลได้มีคำสั่ง�นุมัติหมายจับกุม สนธิ ลิ้มท�งกุล หมิ่นเบื้�งสูง นำคำพูด “ดา ต�ร์ปิโด” ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ

ศาลอนุมัติ หมายจับกุม สนธิ ลิ้มทองกุล หมิ่นเบื้องสูง ที่นำคำพูดของ “ดา ตอร์ปิโด” ขึ้นปราศรัย บนเวทีพันธมิตรฯ


ศาลอนุมัติหมายจับ “สนธิ” อ้างหมิ่นเบื้องสูง
23 กรกฎาคม 2551 15:32 น.


ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ “สนธิ ลิ้มทองกุล” แกนนำพันธมิตรฐาน หมิ่นเบื้องสูง นำคำพูด “ดา ตอร์ปิโด” ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ

วันนี้ (23 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคำร้องของ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิงห์ไกร รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เรื่องขออนุมัติหมายจับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดย พ.ต.ท.ณัฐนิติ หลุ๊ดหล๊ะ สว.สส.สน.ดุสิต ขึ้นเบิกความว่าตนเองได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดูแลการบันทึกภาพและเสียงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ พบว่าเมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค.51 เวลา 21.45-22.15 น. นายสนธิ แกนนำพันธมิตรได้ขึ้นปราศรัย โดยมีการกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ที่ น.ส.ดารณี เชิงชาญศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” สมาชิก นปก. กล่าวข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการบันทึกภาพและเสียงไว้ ก่อนจะถอดเทปเสนอผู้บังคับบัญชาและส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.ท.สุรศักดิ์ เบิกความว่า ตนซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าตำรวจผู้ทำการบันทึกภาพ และผู้ถอดเทปคำปราศรัยของนายสนธิ ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชา ซึ่งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้นเห็นว่าคำพูดของนายสนธิเข้าข่ายกระทำผิดตาม ป.อาญา ม.112 และคดีมีอัตราโทษสูงเกินกว่า 3 ปี ตาม ป.วิอาญา ม.66 (1) จึงเห็นสมควรขอให้ศาลอนุมัติหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนได้ยื่นแผ่นวีซีดีบันทึกภาพการปราศรัย และบันทึกการถอดเทปคำปราศรัยของนายสนธิส่งศาลประกอบการพิจารณาด้วย

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีพยานขึ้นเบิกความ 2 ปาก และส่งมอบแผ่นวีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์ กรณีมีหลักฐานตามสมควรน่าเชื่อได้ว่านายสนธิกระทำผิด หรืออาจกระทำผิดกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงกว่า 3 ปี จึงมีคำสั่งให้อนุมัติหมายจับตามคำร้อง และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งผลการดำเนินการตามหมายจับมาให้ศาลภายใน 7 วัน


พล.ต.�.จงรัก จุฑานนท์ ร�งผบ.ตร. ร่วมแถลงข่าว กรณีศาล�าญา�นุมัติหมายจับนายสนธิ ลิ้มท�งกุล

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ร่วมแถลงข่าว กรณีศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายสนธิ ลิ้มทองกุล


ตร.รอ”สนธิ”มอบตัว ยันไม่บุกจับถึงบ้าน!
23 กรกฎาคม 2551 18:56 น.


บิ๊กตำรวจพรึบ แถลงข่าวศาลอนุมัติหมายจับ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ระบุเปิดโอกาสให้เข้ามอบตัว ยันไม่มีการบุกไปค้น และจับกุมถึงบ้าน ส่วนจะคัดค้าน การประกันตัวหรือไม่ ยังไม่บอก ขณะที่ ผบช.น.ลั่น “อัศวิน มีมาตรฐานเดียว” พร้อมจัดเตรียมบริเวณหน้าห้องทำงานไว้ รอมอบตัว


วันนี้ (23 ก.ค.) เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผบช.น. และพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 ร่วมกันแถลงข่าว


กรณี ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ในข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความ อาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ และ พระราชินี ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112


ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าว พล.ต.อ.จงรัก ได้อ่านหมายจับ ของศาล เลขที่ 2245/2551 ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิด ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี เพราะฉะนั้นให้ท่านจับกุม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไปส่งที่ สน.ดุสิต ภายในอายุความ 15 ปี


ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมา นายสนธิ ได้ขึ้นเวที และ พูดจา ที่มิบังควร ซึ่งศาลเห็นว่า มีมูล ความผิด ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ และ พระราชินี ซึ่งศาลได้ออก หมายจับ มาให้ตำรวจดำเนินการ เนื่องจากคดีนี้ เป็นคดีที่มี ผู้เสียหาย มาร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอต่อศาล


พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า ภายหลังที่ ศาลอนุมัติออก หมายจับ แล้ว ตำรวจจะยังไม่ไปจับ นายสนธิ แต่พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ นายสนธิ เข้ามอบตัวกับ พนักงานสอบสวน โดยตำรวจพร้อม ให้ความเป็นธรรม ไปตามรูปคดีทุกประการ


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสนธิ ได้มีการประกาศ ขอเข้ามอบตัว หรือไม่ พล.ต.อ.จงรักกล่าวว่า ขณะนี้ ทาง พล.ต.ท.อัศวิน กำลังอยู่ระหว่าง การประสานงานกันอยู่ ส่วนจะเป็นเวลา 09.00 น. ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.) หรือไม่ ต้องดูอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม เมื่อหมายจับออกมาแล้ว ตำรวจต้องปฏิบัติตามหมาย หากพบตัวที่ไหน ต้องควบคุมตัวมาดำเนินคดี แต่อยากให้ นายสนธิเข้ามอบตัวเอง เพราะ นายสนธิเอง ก็มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง


ขณะเดียวกัน การเข้ามอบตัว ก็สามารถ ที่จะแสดง พยานหลักฐานต่างๆ ว่าตนเอง เป็นผู้บริสุทธิ์ได้ ตำรวจพร้อมจะให้ความเป็นธรรมตามรูปคดี


ส่วนเรื่องการประกันตัว เป็นอำนาจของผบช.น. ซึ่งจะต้องพิจารณาไปตามหลักเกณฑ์ ตามกฏหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 108 ซึ่งระบุว่า การให้ปล่อยตัวชั่วคราว ต้องพิจารณาถึงความหนักเบา ของข้อกล่าวหา หากให้ประกันไปแล้ว จะหลบหนีหรือไม่ พยานหลักฐาน ได้พิจารณาไปแล้ว มากน้อย เพียงใด และ หากประกันไปแล้ว จะก่อให้เกิด อันตรายหรือไม่ ซึ่งเหล่านี้ ก็ล้วนเป็นดุลยพินิจ ของ บช.น.


เมื่อถามว่า พนักงานสอบสวน จะมี การคัดค้าน การประกันตัว เหมือนกรณี น.ส. ดารณี เชิงชาญศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” หรือไม่ รองผบ.ตร. เลี่ยงตอบว่า ขณะนี้ ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ต้องรอให้ นายสนธิ เข้ามอบตัว เสียก่อน


ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กรณีที่นายสนธิ มีการเปิดเผยทางสื่อ จะเข้ามอบตัวใน วันพรุ่งนี้ ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ต.อ.จงรักกล่าวว่า หลังมี หมายจับมาแล้ว ตำรวจต้องดำเนินการ ไปตามหมาย หากพบเห็นตัว นายสนธิ ที่ไหน ก็ต้องดำเนินการ มิฉะนั้นก็จะมีความผิด


แต่ระหว่างที่ไม่พบตัว หากเข้ามอบตัวกับ ตำรวจเอง ตำรวจ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ โดยจะเตรียมจัดสถานที่ และ ให้ความเป็นธรรม ในการต่อสู้คดีต่อไป


เมื่อซักว่า หากมีการต่อรอง เรื่องการประกันตัว ตำรว จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.จงรัก ตอบว่า ต่อรองไม่ได้ การมามอบตัว ก็ถือเป็นการมอบตัว ตามหมายจับ ไม่มีการต่อรอง ซึ่งเชื่อว่า ผบช.น.จะใช้ดุลยพินิจ ไปในทาง ที่ถูกต้อง ส่วนกรณีที่มีหมายเก่า ก็ต้องแล้วแต่ศาล ว่าจะดำเนินการอย่างไร หลังจากที่ทางตำรวจได้ส่งตัวนายสนธิไปให้


ขณะที่พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ล่าสุด ได้รับการประสาน ทางโทรศัพท์ จาก นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรฯว่า นายสนธิ จะเข้ามามอบตัว ในเวลา 09.00 น.พรุ่งนี้


อย่างไรก็ตาม หากตำรวจเจอตัว ก็จะต้องจับกุม แต่คงไม่ถึงขนาดนำกำลัง ไปค้นบ้าน เรื่องแบบนี้ คงไม่มี ซึ่งในการเข้ามอบตัวของ นายสนธิ ทางตำรวจได้เตรียมสถานที่ หน้าห้องทำงานของตน และ จัดเตรียมพนักงานสอบสวน ไว้รอพร้อมแล้ว


“ต้องรอดูพรุ่งนี้ แต่ว่า คนอย่างอัศวิน มีมาตรฐานเดียว” พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวปนเสียงหัวเราะ เมื่อถูกถามว่า จะมีการคัดค้าน การประกันตัว เหมือนกรณีดา ตอร์ปิโด หรือไม่


วันเดียวกัน ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก. ในฐานะ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า


กรณีนี้ดำเนินการเหมือนกับ กรณี ของ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ และ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” สมาชิก กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ที่ไม่ได้ออกหมายเรียกก่อน เพราะหากพนักงานสอบสวน ออกหมายเรียกก่อน ก็จะเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมขั้นต้น คือการสอบสวน โดยดุลพินิจของ พนักงานสอบสวน เพียงอย่างเดียว


ซึ่งตามกฎหมาย คดีนี้มีโทษจำคุก เกิน 3 ปี พนักงานสอบสวน สามารถใช้ อำนาจของศาล ซึ่งเป็น องค์กรที่เป็นกลาง พิจารณา ผู้ถูกกล่าวหา เพื่อนำเข้าสู่ ขบวนการสอบสวนได้ ซึ่งการออกหมายจับ และหมายเรียก ถือเป็น ขั้นตอนเดียวกัน เพียงแต่การออกหมายจับ ศาลจะเป็นผู้พิจารณา จากหลักฐาน ที่ตำรวจรวบรวมส่งให้เท่านั้น


“กรณีนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั้นตำรวจสามารถใช้ดุลพินิจ ในการออกหมายเรียก มาด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าสู่ กระบวนการสอบสวนได้ทันที โดยไม่ต้องเกรงกลัวว่า ตำรวจจะใส่ร้าย กลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะสังคม ไม่มีความคลางแคลงใจ ในการดำเนินคดีนี้


แต่กรณีของ นายสนธิ นายสมเกียรติ และ น.ส.ดารณี นั้น ถ้าตำรวจออกหมายเรียก โดยใช้ดุลพินิจ ของพนักงานสอบสวน เพียงอย่างเดียว ก็อาจถูกกล่าวหาว่า กลั่นแกล้งผู้ถูกกล่าวหา จึงเลือกวิธี ออกหมายจับโดยให้ ศาลใช้ดุลพินิจ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนนำเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม เพื่อไม่ให้สังคม คลางแคลงใจ ในการดำเนินคดี ของตำรวจ” พล.ต.ต.สุรพล กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2551
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000086635
พิมพ์ ข่าวนี้
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000086718
พิมพ์ ข่าวนี้
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000086850
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.