Accom Thailand

July 30, 2008

ศาลอนุญาต บ.ไทรอัมพ์ เลิกจ้าง จิตรา คชเดช ปธ.สหภาพฯ เหตุใส่เสื้อ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม”


ปธ.สหภาพไทรอัมพ์ ถูกเลิกจ้าง บ.ร้องศาล
ระบุใส่เสื้อ “ไม่ยืนฯ” ออก NBT ทำเสียชื่อ
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ผู้จัดการออนไลน์ – ศาลอนุญาต บ.ไทรอัมพ์ เลิกจ้าง จิตรา คชเดช ปธ.สหภาพฯ เหตุใส่เสื้อ “
น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรัมพ์ในวันที่สวมเสื้สีดำรณรงค์สกรีนข้ความ “ไม่ยืนไม่ใช่าชญากร คิดต่างไม่ใช่าชญากรรม” กรายการ “กรงสถานการณ์” ช่งเ็นบีที 24 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยล่าสุด ถูกนายจ้างเลิกจ้างเหตุทำให้บริษัทเสียชื่เสียง

น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ในวันที่สวมเสื้อสีดำรณรงค์สกรีนข้อความ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ออกรายการ “กรองสถานการณ์” ช่องเอ็นบีที 24 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยล่าสุด ถูกนายจ้างเลิกจ้างเหตุทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง


ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ออกอากาศทาง NBT เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ทำบริษัทเสียชื่อเสียง เจ้าตัวโวยข้ออ้างบริษัทหวังล้มล้างสหภาพฯ


วานนี้ (29 ก.ค.) เว็บไซต์ประชาไท เผยแพร่รายงานข่าว กรณี น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ซึ่งสวมเสื้อสีดำรณรงค์สกรีนข้อความ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ออกรายการ “กรองสถานการณ์” ช่องเอ็นบีที ในหัวข้อ “ทำท้อง…ทำแท้ง” เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด ถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยให้เหตุผลว่า ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง


น.ส.จิตรา ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า หลังจากออกรายการดังกล่าว และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามหน้าสื่อ เธอได้ถูกนายจ้างเรียกไปพบให้ชี้แจง ซึ่งเธอได้ชี้แจงว่า ขณะที่ใส่เสื้อนั้น เป็นตอนกลางคืนที่ไม่ใช่เวลางาน และไม่ได้บอกชื่อบริษัท บอกเพียงว่า เป็นประธานสหภาพฯ เนื่องจากประธานสหภาพฯ มีสถานะเป็นนิติบุคคลอยู่แล้ว


ส่วนเหตุผลที่ใส่นั้น น.ส.จิตรา ได้ชี้แจงต่อนายจ้างว่า เสื้อสกรีนคำว่า “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” เป็นเสื้อช่วยสนับสนุน นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ เพื่อหาเงินมาต่อสู้คดี และการใส่เสื้อเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ รวมทั้งเห็นว่าไม่ได้เกี่ยวกับบริษัทเลย โดยต่อมานายจ้างก็เงียบไป ประกอบกับช่วงนั้น เป็นช่วงที่สหภาพแรงงานเตรียมยื่นข้อเรียกร้องพอดีค่อนข้างรุนแรง จนอาจถึงขั้นขอมตินัดหยุดงาน อย่างไรก็ตาม ก็ผ่านไปด้วยดี โดยนายจ้างยอมรับเรียกร้องระดับหนึ่ง


น.ส.จิตรา กล่าวต่อว่า ต่อมานายจ้างได้นำเรื่องฟ้องศาลแรงงาน เพื่อขออำนาจศาลเลิกจ้างตนเอง ในความผิดฐานจงใจทำให้บริษัทได้รับความเสียหายจากการใส่เสื้อดังกล่าว โดยบริษัทอ้างว่า เธอสนับสนุน นายโชติศักดิ์ ในการกระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ทำให้คนมองว่านายจ้างสนับสนุนไปด้วย ทั้งนี้ การฟ้องศาลเพื่อแสดงตัวว่าบริษัทไม่ได้สนับสนุน


ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้นายจ้างได้เรียกไปพบ และแจ้งเรื่องการเลิกจ้าง ซึ่งศาลได้อนุญาตให้เลิกจ้าง โดยมีผลตั้งแต่ 8 ก.ค.แต่นายจ้างเลือกแจ้งในวันนี้และให้มีผลพรุ่งนี้ (30 ก.ค.) โดยนายจ้าง บอกอีกว่า มีการออกหมายเรียกถึงสองครั้ง แต่ น.ส.จิตรา ปฏิเสธว่า เธอไม่เคยได้รับหมายเรียกเลย และจะไปวิจารณ์อำนาจศาลก็คงไม่ได้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ได้รับ อย่างไรก็ตาม น.ส.จิตรา ตั้งข้อสังเกตกับประชาไท ว่า การเลิกจ้างครั้งนี้น่าจะเป็นความพยายามล้มล้างสหภาพแรงงานของทางบริษัท โดยเอาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเป็นเครื่องมือ


สำหรับเสื้อสกรีนวลีและวลี “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” และ “Not Standing is no crime. Different thinking is no crime.” ถูกพบเห็นโดยสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายน 2551 ที่ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ จากการไม่ยืนตรงแสดงความเคารพในโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2550


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาผู้ดำเนินการเว็บไซต์ประชาไท ได้สนับสนุน นายโชติศักดิ์ และพวกใช้กระแส “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” เพื่อต่อสู้และประชาสัมพันธ์ไปยังสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้มีการล้มเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”


อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง


เผยโฉม “โชติศักดิ์” ไม่ยืนตรงเพลงสรรเสริญ-โทษถึงคุก!
“โชติแสบ” โผล่เรียกสื่อต่างชาติไปทำข่าว “ไม่ยืน” หน้าโรงพัก
โผล่อีกไม่ยืนถวายความเคารพในโรงหนัง แถมยกเท้าพาดเก้าอี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 20:50 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089860
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลออกกฎเหล็กคุมเข้ม 31 ก.ค. วัน ชี้ชะตา “หญิงอ้อ”


ศาลออกกฎเหล็กคุมเข้มวันชี้ชะตา “หญิงอ้อ”
ทีวีวงจรปิดถ่ายสด ห้ามม็อบต้าน-เชียร์ป่วน
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


รายงาน…อวสานหญิงอ้อเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอมพิวเตอร์
เส้นทางความเป็นมาเป็นไปของ
การหลีกเลี่ยงภาษี หุ้นชินวัตรคอมพิวเตอร์ ก่อนที่ศาล จะมีคำพิพากษา


ลุ้นระทึก วันชี้ชะตา “หญิงอ้อ” กับพวกเลี่ยงภาษีหุ้นชินฯ คอม 546 ล้านบาท อธิบดีศาลอาญาออกกฎเหล็กห้ามม็อบเชียร์-ม็อบต้านป่วน ระดมตำรวจ-คอมมานโด-รปภ.ศาล กว่า 300 นายคุมเข้ม รปภ.ศาล พร้อมจัดโทรทัศน์วงจรปิดถ่ายทอดหน้าศาล ขณะที่ตำรวจพร้อมดูแลความเรียบร้อย
เจ้าหน้าที่รปภ.ขภ??ศาล เริ่มนำแผงเหล็กมาตั้งกั้นบริเวณรภ??ภ??คารศาลภ??ญาแล้ว

เจ้าหน้าที่รปภ.ของศาล เริ่มนำแผงเหล็กมาตั้งกั้นบริเวณรอบอาคารศาลอาญาแล้ว




วันนี้ (30 ก.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายณรัช อิ่มสุขศรี เลขานุการศาลอาญา เปิดเผยถึง ความพร้อม และ มาตรการของศาล ที่นัดฟังคำพิพากษาคดี “เลี่ยงภาษีหุ้นชินวัตรคอมพิวเตอร์” ที่มี คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก เป็นจำเลย ในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.) เวลา 09.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 704 ว่า


ขณะนี้ทางศาลได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช ผกก.สน.พหลโยธิน เพื่อขอกำลัง เจ้าหน้าที่ มาควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัย บริเวณห้องพิจารณาคดี และ โดยรอบบริเวณศาล ทั้งยังได้ประสาน ขอกำลัง


เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด กองปราบปราม ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ร่วมกับกำลัง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของศาล รวมกว่า 300 นาย


“เราไม่อยากให้เกิด เหตุการณ์อะไรรุนแรงขึ้น แต่ต้องเตรียมการไว้ เพราะคาดว่า ทั้งพวกสนับสนุน และ พวกต่อต้านจะเดินทางมา ร่วมฟังคำพิพากษา อาจกระทบกระทั่งกัน จนเกิดความ ไม่เรียบร้อยขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ จะเพิ่มความเข้มงวด ตรวจหาอาวุธ และ วัตถุระเบิด ที่อาจถูกซุกซ่อน เข้ามาในบริเวณศาล ส่วน ลานจอดรถ หน้าศาล ก็จะนำรั้วกั้นไม่ให้บุคคลภายนอก นำรถยนต์เข้ามาจอด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน”


เลขานุการศาลอาญากล่าว และ ว่า นายวิธูร คลองมีคุณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ออกข้อกำหนดศาลอาญา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และเพื่อให้ กระบวนพิจารณา ดำเนินไป โดยเที่ยงธรรม และ รวดเร็ว อาศัยอำนาจ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 30 ประกอบ ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 25 ศาลอาญาจำเป็น ต้องออกข้อกำหนด เพื่อใช้บังคับ ในวันที่ 31 ก.ค.ดังนี้


“ห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติตนในทางที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือก่อความรำคาญ หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการส่งเสริม ยั่วยุ สนับสนุนการกระทำดังกล่าวในอาคาร และอาณาบริเวณของศาล มิฉะนั้น อาจถูกดำเนินการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้”


นอกจากนี้ ศาลจะถ่ายทอดโทรทัศน์วงจรปิด จากห้องพิจารณา ทั้งเสียง และภาพ บริเวณหน้าศาล เพื่อให้ประชาชน ที่คาดว่า จะเดินทางมา จำนวนมาก และ ไม่สามารถเข้าฟังใน ห้องพิจารณา ที่รองรับประชาชนได้ ประมาณ 100 คนเศษ เท่านั้น


ด้าน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. กล่าวว่า ได้สั่งการไปยัง กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เจ้าของพื้นที่ ให้จัดกำลัง เจ้าหน้าท ดูแลรอบพื้นที่ พร้อมประสาน กับทางศาล ขอแผงกั้น เพื่อกันให้ทั้ง ฝ่ายเชียร์ และ ฝ่ายต้าน แยกกันอยู่ ไม่ให้เผชิญหน้าใกล้ๆ กัน คงมีปัญหาอะไร


ผบช.น.กล่าวต่อว่า ส่วนนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการบันทึกภาพวีดีโอ ตลอดเวลา เนื่องจากเกรงว่า อาจจะเกิดเหตุ ที่ไม่คาดคิด แต่ เชื่อว่า จะไม่มีเหตุ ซึ่งส่วนนี้ ได้เตรียมความพร้อมไว้ และ จะมีบางส่วน ที่จะเข้าไปภายในบริเวณรั้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้ขออนุญาตทางศาลไว้แล้ว


แต่ถ้าอยู่ในรั้ว จะต้องไม่กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ปกติสุข ของศาล อย่างเช่น ตะโกนโห่ ฮาป่า หรือ พูดจาที่ใช้ถ้อยคำ ที่ไม่สมควร รวมถึงแสดงกิริยาอาการ ที่ไม่สมควร ซึ่งพรุ่งนี้ ต้องชี้แจงก่อนว่า การกระทำอย่างไร ที่อาจจะเป็นการล่วงละเมิดอำนาจศาล คิดว่า เขาคงเข้าใจกัน คงไม่มีอะไร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 50 อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ อ.1149/2550 โดยมี


นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหารชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พี่ชายต่างมารดาคุณหญิงพจมาน, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัว คุณหญิงพจมาน เป็นจำเลยที่ 1-3 ต่อ ศาลอาญา ในความผิด


ฐาน ร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากร หุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 546 ล้านบาท จากหุ้นจำนวน 4.5 ล้านหุ้น ซึ่งมีหุ้นมูลค่า 738 ล้านบาท โดย ความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยใช้กลอุบาย อันเป็นความผิด ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) (2) และ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91


โดยฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าสืบกว่า 30 ปาก ทั้งในส่วนของ คตส. อาทิ


นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวน การชำระภาษีอากรหุ้น บริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน), เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร, นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร อดีตปลัดกระทรวงการคลัง, น.ส.ปนัดดา พ่วงพลับ คณะกรรมการพิจารณาวินัย กระทรวงคลัง และ เจ้าหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์


ขณะที่ฝ่ายจำเลย นำพยานสืบ หักล้าง ร่วม 20 ปาก โดยมี นายบรรณพจน์ คุณหญิงพจมาน และ นางกาญจนาภา จำเลยทั้งสาม ขึ้นเบิกความ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และ อดีตเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ซึ่งจำเลยทั้งสาม ต่างยืนกราน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 15:05 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089653
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลแพ่ง รับฟังพันธมิตรฯ ส่งศาล รธน. ตีความ สิทธิการชุมนุม


ศาลแพ่ง รับฟังพันธมิตรฯ ส่งศาล รธน. ตีความ สิทธิการชุมนุม
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศาลแพ่ง สั่งรอการไต่สวนฉุกเฉิน คดีลูกน้องสมชาย ฟ้องไล่ที่ พันธมิตรฯ ส่งคำร้องจำเลยให้ ศาลรัฐธรรมนูญ – ศาลปกครอง วินิจฉัย เรื่อง อำนาจศาล
คำสั่งเรื่ภ??การไต่สวนฉุกเฉิน

คำสั่งเรื่องการไต่สวนฉุกเฉิน




วันนี้(30 ก.ค.)เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 711 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำสั่ง เรื่องการไต่สวนฉุกเฉิน ในคดีที่ นายสุรินทร์ หิรัญ ,นายอนุวัฒน์ รัตนกุล , นายเปี่ยม ไชยมูล , นายวรวิทย์ สุระโครต , นายดำรงค์ มั่นการ และ นายวุฒิ เกตุสิน ซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการ และ ลูกจ้างประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1 – 6 ยื่นฟ้อง


พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายพิภพ ธงไชย , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์และ นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 เรื่องละเมิด ขับไล่รื้อถอนเวทีปราศรัย เปิดถนน และ ให้ กลุ่มพันธมิตรฯ งดใช้เครื่องขยายเสียงตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 16.30 น. ของทุกวันทำการ


โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องว่า หาก ศาลมี คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยเหตุฉุกเฉิน จะเป็นการจำกัดสิทธิ ของจำเลย ทั้งหก ตามรัฐธรรมนูญ คำร้องดังกล่าว จึงจำต้องส่งความเห็น ของจำเลยทั้งหก เพื่อให้ ้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัย


ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว จะเป็นที่ยุติว่า ศาลนี้มีอำนาจ พิจารณาคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ด้วยเหตุฉุกเฉิน ของโจทก์ทั้งหก หรือไม่ จึงเห็นควรให้ส่งคำร้อง ของจำเลยทั้งหก ลงวันที่ 29 ก.ค.51 ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และด้วยเหตุดังกล่าว จึงเห็นควรรอฟังคำวินิจฉัย ของ ศาลรัฐธรรมนูญ


ส่วนในเรื่องคำร้องว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลปกครอง ของ จำเลย ก็มีเหตุให้ต้องส่งความเห็นของโจทก์ และของศาลนี้ไปยัง ศาลปกครองกลาง ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเห็นควรรอ การไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวโดยเหตุฉุกเฉิน ไว้ก่อน เพื่อรอฟังคำวินิจฉัย ของ ศาลปกครอง และ ศาลรัฐธรรมนูญ เสียก่อน จึงค่อยไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป


ให้มีหนังสือแจ้งสำนักงานศาลยุติธรรมว่า คดีนี้มีคำร้องว่า กฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ และ ให้โจทก์ทำความเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณา ของ ศาลนี้ เพื่อส่งความเห็นไปยังศาลปกครองกลาง ภายใน 15 วัน


ทนายโจทก์ทั้งหก แถลงว่า เมื่อศาล มีคำสั่งให้รอการไต่สวนไว้ก่อน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 211 ได้บัญญัติไว้แล้วว่า ให้ศาลรอ การพิพากษา ศาลจึงมีอำนาจพิจารณา โดยการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวด้วยเหตุฉุกเฉินไปได้ และ ขอโต้แย้งว่า หากมี คู่ความคัดค้านว่า ศาลไม่มีอำนาจพิจารณา ค่อยให้ศาลแพ่งตรวจสอบคำร้องก่อน ส่วนคำร้องที่ว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครองนั้น คำฟ้องโจทก์ มิได้กล่าวอ้างถึง ข้อโต้แย้งที่จำอยู่ในอำนาจศาลปกครองกลางแต่อย่างใด จึงขอแถลงโต้แย้ง ด้วยวาจาไว้ และ จะทำคำแถลง เป็นหนังสือ มายื่นต่อศาลในภายหลัง

นายสุวัตร ภ??ัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ

ภายหลัง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ ของพันธมิตรฯ กล่าวว่า การที่ศาลมีคำสั่งให้ส่งคำร้อง ของจำเลย ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ และ ศาลปกครองกลาง วินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาลในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานต่อไป สำหรับคดีฟ้องร้อง อันเนื่องมาจากสิ่ทธิการชุมนุม

ด้านนายคารม พลทะกลาง ทนายโจทก์ กล่าวว่า เมื่อศาล มีคำสั่งเช่นนี้ พวกตนซึ่งเป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิ ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ แต่ก็พร้อมจะยอมรับ ส่วนแนวทางต่อสู้คดีนั้น ตนได้เตรียมทำ คำแถลงการณ์ ยื่นต่อศาลอีกครั้ง เพราะเห็นว่าคดีนี้ โจทก์ฟ้องฐานละเมิด ซึ่งใช้สิทธิตาม ประมวล กฎหมายแพ่ง และ พาณิชย์ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่ง ไม่จำเป็น ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความแต่อย่างใด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 14:57 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089490
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เลื่อนพิพากษา “เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์” อดีต กก.ผจก.ใหญ่บีบีซี กับพวก

เลื่อนพิพากษา “เกริกเกียรติ” คดียักยอกบีบีซี
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ ภ??ีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรืภบีบีซี

นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี

เลื่อนพิพากษา “เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์” อดีต กก.ผจก.ใหญ่บีบีซี กับพวก ยักยอกทรัพย์บีบีซีกว่า 2,000 ล้าน ศาลรอวินิจฉัยข้อกฎหมาย หลังคดีมีทั้งสำนวนที่ศาลตัดสินจำคุกและยกฟ้องมาแล้ว นัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง 3 ก.ย.นี้ เก้าโมงเช้า

วันนี้ (30 ก.ค.) 10.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ด.7251/2543 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจ 2 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี, นายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี, บริษัท ซัพพอร์ต ซิสเต็มส์ จำกัด โดยนายจิตตสร ปราโมช ณ อยุธยา ซึ่งเป็นอดีตรอง ผอ.สำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี และ นายรังสรรค์ หรือประสาร ปิยะวงศ์ภิญโญ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ กรณีที่ร่วมกันอนุมัติสินเชื่อให้กับบุคคล และนิติบุคคลโดยไม่ชอบ ทำให้บีบีซีเสียหายมูลค่า 2,468 ล้านบาท


ศาลมีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจากที่ผ่านมา ศาลมีคำพิพากษาคดีของจำเลย ที่มีลักษณะความผิดใกล้เคียงกันมาแล้ว หลายคดี ซึ่งมีทั้งคดีที่ พิพากษาลงโทษจำคุก และ พิพากษาให้ยกฟ้อง


ดังนั้นศาลเห็นควรที่จะ วินิจฉัยในข้อกฎหมาย ก่อนจะเขียนคำพิพากษาที่มีเหตุผลต่อไป จึงนัดฟังพิพากษาอีกครั้ง ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 14:56 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089650
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

นพ. แวมาฮาดี แวดาโอะ ย้ำถอนตัวไม่เห็นด้วยกับ รบ.หุ่นเชิด โดยเฉพาะปัญหา 3 จชต.


“หมอแว” สวด “หุ่นเชิด” แก้ไฟใต้เหลว ขอถอนตัวเป็นฝ่ายตรวจสอบ

SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“หมอแว” มอง พรรคแตก เป็นธรรมชาติ ของพรรคการเมือง เชื่อทุกพรรค มีมุ้งและ ปัญหาภายใน ย้ำถอนตัว ไม่เห็นด้วยกับ รบ.หุ่นเชิด ที่ไม่มีความชัดเจน หลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหา 3 จชต. พร้อมตำหนิ “สุวิทย์” ประกาศถอนตัวไม่ปรึกษาลูกพรรค
นพ.แวมาฮาดี แวดาโภ?? ส.ส.พรรคเพื่ภ??ผ่นดิน จ.นราธิวาส

นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน จ.นราธิวาส




วันนี้ (30 ก.ค.) นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน จ.นราธิวาส กล่าวว่า ตนยืนยันที่จะ ถอนตัวมาเป็น ฝ่ายตรวจสอบ รวมถึง นายมานพ ปัตนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดินด้วย เพราะในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้มองถึง การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ว่า


ตนไม่เห็นด้วย กับ ความไม่ชัดเจน ของรัฐบาล ซึ่งในบางครั้งที่มี การประชุม ของ รัฐบาล ตนได้หยิบเอาปัญหาเหล่านี้มาพูด แต่รัฐบาลก็บอกว่า ไม่ให้ตำหนิ การทำงานของรัฐบาล


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อแผ่นดินจะแตกกัน นพ.แวมาฮาดี กล่าวว่า เป็นธรรมชาติ ของกลุ่มพรรคการเมือง ทุกกลุ่ม ก็จะมีปัญหาเช่นนี้ ที่มี กลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ภายในพรรค นอกจากนี้ นพ.แวมาฮาดี ยังตำหนิ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ออกมาแถลง ถอนตัวออกจาก พรรคร่วม ซึ่งก็เป็นสิทธิของ หัวหน้าพรรค แต่ตนไม่เห็นด้วย เพราะควรจะหารือกันในพรรค ก่อนที่จะตัดสินใจอะไร ทั้งนี้ นายสุวิทย์ ก็ได้โทร.มา ขอโทษตน ที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า อ้างเป็นสิทธิ ของหัวหน้าพรรค ที่จะทำเช่นนี้ได้


ผู้สื่อข่าวถามว่าต่อว่า จะมีการประชุมพรรค ในวันที่ 5 จะเข้าร่วมประชุม ด้วยหรือไม่ นายแพทย์แวมาฮาดี กล่าวว่า ตนไม่ได้เข่าร่วมประชุม กับพรรค มานานแล้ว เพราะ พรรคไม่ค่อยได้มี มติแก้ปัญหาใต้ ยืนยันว่าไม่น้อยใจ ที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าเป็น ก็คง แก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่ได้ ซึ่งปัญหาชายแดนใต้ จะแก้เฉพาะ กระทรวงจุดเล็กๆ ไม่ได้ จะต้องดูภาพรวม


ด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เดินทางกลับจาก จ.ขอนแก่น ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ล่าสุดให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า หลังการประกาศถอนตัว ได้เกิดปัญหาขึ้นในพรรค เพราะมี ส.ส. และ สมาชิกหลายคนไม่เห็นด้วย แต่ขอดูสถานการณ์สักระยะก่อนว่า


จะดำเนินการอย่างไร และ อยากให้ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว คำนึงถึงมารยาททางการเมือง ด้วย นายสุวิทย์ ยืนยันว่า จะไม่มีการประชุมพรรค ในวันนี้ (30 ก.ค.) แต่จะมีการประชุม คณะกรรมการ และ ส.ส.ของพรรค ในวันที่ 5 ส.ค. ตามปกติ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 14:31 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089636
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“โสภณ เพชรสว่าง” ร้อง ผบ.ตร.ให้ดำเนินคดีต่อ แกนนำม็อบบุรีรัมย์ ต้านพันธมิตรฯ

“โสภณ เพชรสว่าง” ร้อง ตร.จับแกนนำ ม็อบ ต้านพันธมิตรฯ
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“โสภณ เพชรสว่าง” อดีต ส.ส.ไทยรักไทย จ.บุรีรัมย์ หอบหลักฐานร้อง ตร.ดำเนินคดี แกนนำม็อบต้านพันธมิตรฯ ตีตำรวจบาดเจ็บ เกรงตำรวจพื้นที่ไม่กล้าดำเนินคดีผู้มีอิทธิพล
นายโสภณ เพชรสว่าง ประธานกลุ่มพิทักษ์เมืภ??บุรีรัมย์ ภ??ีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.บุรีรัมย์ มภ??หลักฐาน ให้พล.ต.ต.เรืภ??ศักดิ์ จริตเภ?? รภ?? ผบช.ประจำ ตร.

นายโสภณ เพชรสว่าง ประธานกลุ่มพิทักษ์เมืองบุรีรัมย์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.บุรีรัมย์ มอบหลักฐาน ให้พล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบช.ประจำ ตร.


วันนี้ (30 ก.ค.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายโสภณ เพชรสว่าง ประธานกลุ่มพิทักษ์เมืองบุรีรัมย์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน พร้อมหลักฐานภาพถ่าย ซีดี และ รายชื่อแกนนำ ที่จัดจ้างประชาชน ถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ให้ดำเนินคดีต่อ แกนนำกลุ่มต่อต้าน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


ที่นำคนประมาณ 500 คน พร้อมอาวุธ บุกทำลายเวทีปราศรัยของพันธมิตรฯ ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ ตำรวจ ได้รับ บาดเจ็บหลายนาย โดยมี พล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบช.ประจำ ตร. เป็นผู้รับเรื่อง


นายโสภณ กล่าวว่า ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีอิทธิพลทางการเมืองสูง ทำให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่ ไม่สามารถดำเนินคดี ต่อกลุ่มคนเหล่านี้ ได้อย่างอิสระ รวมทั้ง เกรงใจไม่ยอมจับกุมดำเนินคดี กับคนบางกลุ่ม โดยตนมีหลักฐานเป็น ภาพถ่าย ซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


โดยพบว่าผู้มีอิทธิพล อย่างเช่น นายภูษิต เล็กอุณากร ส.จ.บุรีรัมย์ นายวินัย จันทร์ครบ กำนันตำบลสะเดา เป็นผู้ที่พาคน มาตี ตำรวจ ทั้งที่ ยังแต่งเครื่องแบบ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เกรงว่าคนเหล่านี้ จะไม่ถูกดำเนินคดี


จึงมาร้องเรียนเพื่อให้ตำรวจส่วนกลาง ลงไปสอบสวน ดูแล เรื่องนี้ “ยืนยันว่า มีประชาชนหลายคน ที่เห็นเหตุการณ์ และพร้อม จะเป็นพยาน รวมทั้งผม ที่พร้อมจะเข้าให้ปากคำตำรวจ เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี กับกลุ่มคนเหล่านี้ ผมยืนยันว่า ไม่ได้เป็นกลุ่มพันธมิตร ฯ แต่ในฐานะคนในพื้นที่ ก็ต้องการให้ จ.บุรีรัมย์ สงบสุข” นายโสภณ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 12:16 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089516
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“โกวิท”(ไม่มีอะไร) มาอีกแล้วครับ ท่าน !


“โกวิท” (ไม่มีอะไร) มาอีกแล้ว ครับท่าน !
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ช่วงนี้ชื่อของ “บิ๊กโก” พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. เนื้อหอม สุดๆ หลังมีเสียงกระซิบ กระซาบในทำเนียบ ว่า“ ออหมัก” เตรียมประเคนเก้าอี้ มท.1 ให้หย่อนก้นลงนั่ง แทน”เป็ดเหลิม บางบอน” ที่เต็งจ๋า จะถูกเขี่ยพ้นกระทรวงคลองหลอด นัยว่าเอาบุคคลภาพพจน์ดี ไร้มณทิน มาแต่งหน้าทาตา “ครม.ขี้เหร่”
พล.ต.ฮโกวิท วัฒนะ ภ??ีต ผบ.ตร.

พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร.


หลังจากลาก นายเตช บุนนาค มา ลดภาพยี้ ก่อนหน้านี้แล้ว


แต่อยากกระซิบ”บิ๊กโก”ว่าระวังจะมามัวหมองเอาปั้นปลายได้นะครับ เดี๊ยวหาว่าไม่เตือน?หรือ ท่านจะบอกว่า ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร อีก หรือ ครับ !


ใกล้ฤดูกาลโยกย้ายทีไร ชุด ฉก. (เฉาก๊วย) ยกก๊วน ออกอาละวาดหนัก ทั้ง ภูธร-นครบาล ทำเอาเ จ้าของพื้นที่ ที่ยังมี บ่อน-ซ่อง สถานบริการ ผิดกฏหมาย หรือ ตู้ม้ง-ตู้ม้า ขยาดหวาดกลัว สั่งกวาดล้าง เป็นทิวแถว โดยเฉพาะ 6 เสือโรงพัก หากถูกชุด ฉก.โจมตีเมื่อไหร่ ถูกเด้งออกนอก พื้นที่ระเนระนาดแน่ เอ้า! พรรคพวกเพื่อนฝูงคนไหน ชอบใจพื้นที่ทำเลทองใด สะกิดบอกได้ เลยน่ะคร้าบ! เดี๊ยวจัดให้


จับตา 2 เก้าอี้หลัก คนในไม่อยากออก แต่คนนอกอยากเข้า ลือหึ่ง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นรต. 31 เตรียมวิ่งขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดทางให้เด็กนายใหญ่ นั่งแทน ส่วน” บิ๊กวิน” พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง นรต.30 ขอเสวยสุขนั่งเก้าอี้เดิม ต่ออีก 1 ปี ด้าน รอง แม่ทัพ ที่น่าจับตา “บิ๊กปั้น” พล.ต.ต.จรัมพร สุระมณี นรต.28 รอง ผบช.ก. และ “บิ๊กเบื๊อก” พล.ต.ต. สุชาติ เหมือนแก้ว นรต.26 รอง ผบช.น. รอแรง บุญหนุน ส่งจากเพื่อน ขึ้นแม่ทัพ สมใจนึกบางลำพู เสียที ฮาๆๆ


หน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บ หลังคนร้ายบุกฉก โคตรเพชรมูลค่า 315 ล้าน ของ นายจักพันธ์ ประมวลสุข ขณะนำไปให้ นางรินทร์ลภัส ปุณยจิรพัฒน์ นายหน้าค้าเพชรดู ตำรวจ สน.ดอนเมืองชิง ออกหมายจับ นายพรหมมา จันทร์มะลิ เสี่ยจิวเวอรี่เมืองเจียงฮาย แต่เมื่อนำพยานไปดูตัว กลับกลาย เป็นคดีโอละพ่อ คราวหน้าคราวหลัง ทำงานให้มันรอบคอบ กว่านี้หน่อยน่ะ!


รวบแล้ว “กั้ง หาดใหญ่” หรือ นายสถิตย์ สุขแดง วัย 30 ปี มือปืนดาวรุ่ง ชื่อดังภาคใต้ หลังก่อเหตุสังหาร นายสมพงศ์ บุญฉาย กำนัน ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และ นายศิริพร แซ่เตี้ย เสียชีวิต พ.ต.อ.สมชาย อ่วมถนอม รอง ผู้การเมืองคอน ควงแขน พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ สว. กลุ่มงานสืบสวน บก.ภ.จ.นครศรีฯ พาพวกบุกจับกุมตัว ขณะกบดานละแวกบ้านเกิด เตรียมขยายลากคนชักใย เบื้องหลัง มาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ฮพัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.

พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.

เห็นกลุ่มพันธมิตรฯ อุดร ถูกกลุ่มอันธพาลจัดตั้งโดย ลิ้วล้อนักการเมือง ปิดล้อมรุมทำร้าย เหมือนหมาป่าขย้ำลูกแกะ แล้วเศร้าสลดใจ เสมือน บ้านเมือง ไร้ขื่อแป เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบดูแลทุกข์สุขประชาชน กลับนิ่งเฉย ไม่มีมาตรการป้องปรามใดๆ ทั้งๆ ที่ทราบก่อนล่วงหน้า หลายวันว่า 2 เดนนรก ปลุกระดมมวลชน จัดการพันะมิตรฯ แน่ พล.ต.ท.วุฒิ วิฑิตานนท์ แม่ทัพภาค 4 นรต.26 เพื่อนร่วมรุ่นคนหน้าเหลี่ยม และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ นบ.รบ.รุ่น 7 ผู้การอุดรฯ มือไม้ นายใหญ่-คุณหญิง ส่องกระจกถามเงาตัวเองว่า ทำงานคุ้มกับเงินภาษีประชาชน หรือไม่?

แต่ที่คลางแคลงใจ มากกว่าเห็นจะเป็นกรณีที่ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ แม่ทัพใหญ่สีกากี แทนที่จะยืดอกแสดง ความรับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในฐานะกำลังหลัก ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ในบ้านเมือง กล้าตัดสินใจ เลิกเกรงใจ นักเลือกตั้ง สั่งดำเนินการ อย่างหนึ่งอย่างใด กับ นายตำรวจ ที่รับผิดชอบพื้นที่ กลับขู่เบาๆว่า “อย่าให้เหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นอีกน่ะ” ต้องรอให้มี นองเลือด ตายเกลื่อนกลาด ก่อนหรือครับ ผบ.ตร. !


แต่ยังพอให้อภัยได้นิดๆ หน่อยๆ เมื่อ เห็นคำสั่งส่ง “บิ๊กปาน” พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ.10) ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง และกิจการพิเศษ ลงไปควบคุมคดี “ม็อบถ่อยถุนสกุลสัตว์” ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดแล้ว ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย มาช้า ดีกว่าไม่มา ใช่มั๊ยฮ่ะ !

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 12:12 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089511
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลรับฟ้อง คดีที่ 3 “ทักษิณ ” ทุจริต สั่งเอ็กซิมแบงค์ ปล่อยกู้พม่าเอื้อชินฯ “แม้ว” รอวันเข้าคุก !


“แม้ว” รอวันเข้าคุก ! ศาลรับฟ้องปล่อยกู้พม่าเอื้อชินฯ
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศาลฎีการับฟ้อง คดีที่ 3 “ทักษิณ ” ทุจริต สั่งเอ็กซิมแบงค์ ปล่อยกู้รัฐบาลพม่า 4 พันล้าน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย ครั้งเดินทางไปเยืภ??พม่า

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย ครั้งเดินทางไปเยือนพม่า


อนุญาต ป.ป.ช. เป็นโจทก์ แทน คตส. ที่หมดอายุ สั่งส่งหมายเรียกให้จำเลย ภายใน 15 วัน นัดพิจารณาคดีครั้งแรก 16 ก.ย.นี้ 10.00 น.


“ทนาย คตส.” ระบุ เป็นปัญหาจริยธรรมของ นักกฎหมาย หาก อัยการต้องเป็นทนาย แก้ต่างคดีให้จำเลยคดีหวย เผย สัปดาห์หน้า นัดเจ้าน้าที่ศาล ส่งหมายให้จำเลย คดีหวย – เอ็กซิมแบงค์


วันนี้ (30 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายปัญญา สุทธิบดี ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีดำ หมายเลข อม.3/2551 ทุจริต เอ็กซิมแบงก์ ที่คณะกรรมการตรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้ เกิดความเสียหาย แก่รัฐ (คตส.) ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย


ในความผิดฐาน ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการดูแล กิจการ เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่น และ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด และ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 157


กรณีที่มีการอนุมัติเงินกู้ของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย ให้แก่รัฐบาลพม่า จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ จัดซื้ออุปกรณ์กิจการโทรคมนาคม จากบริษัทในเครือ ชิน คอร์ปอเรชั่น จจำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นทุจริตของครอบครัว


องค์คณะพิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่า คำฟ้องที่เสนอต่อศาลเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิพากษา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง มาตรา 9 (1) พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 และ คำฟ้องถูกต้องตามข้อกำหนด เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2543 ข้อ 8 จึงมีคำสั่งให ้ประทับรับคำฟ้อง


สำหรับคำร้องของจำเลยลงวันที่ 23 ก.ค.2551 ที่โต้แย้งอำนาจ คตส. ในการตรวจสอบไต่สวนและยื่นฟ้องคดีนี้ ศาลเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหา ดังกล่าว ในคำพิพากษาและไม่จำต้องมีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวอีก


ส่วนคำร้องที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ลงวันที่ 25 ก.ค.51 ขอเข้าเป็นโจทก์ แทน คตส. ศาลเห็นว่า ป.ป.ช. มีอำนาจ เป็นโจทก์แทน คตส. ซึ่งสิ้นสุดหน้าที่ไป หลังจากวันที่ 30 มิ.ย.51


ตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 30 เรื่อง การตรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ลงวันที่ 30 ก.ย.49 จึงอนุญาตให้ ป.ป.ช. เข้าเป็นโจทก์แทน คตส.


โดยให้โจทก์ นำเจ้าหน้าที่ศาล นำส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง สำเนาคำร้อง ขอเป็นโจทก์แทนที่ คตส. ให้จำเลยภายใน 15 วัน หากการส่งหมาย ไม่พบตัวจำเลย หรือผู้แทนรับหมายศาล ให้ปิดหมาย โดยศาลนัดพิจารณาคดี ครั้งแรกในวันที่ 16 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น.


ภายหลัง นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความ คตส. กล่าวถึงกรณีที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้สำนักงานอัยการสูงสุด แต่งตั้งอัยการแก้ต่าง ให้กับรัฐมนตรี และ ข้าราชการ จำเลย คดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้ายพิเศษ 2 และ 3 ตัว ( หวยบนดิน ) ว่า


ถือเป็นเรื่องของอัยการ ซึ่งตนไม่สามารถพูดเรื่องนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอัยการได้ เพราะไม่ทราบว่า อัยการมีระเบียบปฏิบัติอย่างไรบ้าง แต่ส่วนตัวเห็นว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหา เกี่ยวกับจริยธรรม ของนักกฎหมาย ซึ่งจะเป็นการไม่เหมาะสม


หากอัยการที่เคยทำคดีนี้ ต้องไปทำหน้าที่แก้ต่างให้จำเลย โดยตนคิดว่าหาก อัยการจะต้องดำเนินการเรื่องนี้จริง สำนักงานอัยการสูงสุด จะเลือก อัยการ ที่ไม่เคยทำ และ ไม่เคยอ่านสำนวนคดีนี้ ในชั้นไต่สวน ของ คตส. มาก่อน มาแก้ต่างให้กับจำเลยคดีนี้


“เรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาจริยธรรมของนักกฎหมาย ว่าควร หรือไม่ควร ในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย ซึ่งผมตอบแทนอัยการไม่ได้ แต่หากเรื่องนี้เกิดขึ้น กับ ทนายความ ว่าเคยอ่านสำนวนแล้ว เข้าไปเป็นทนายความฝ่ายตรงข้าม ก็จะทำไม่ได้ ” นายสิทธิโชค กล่าว และ ว่า ส่วนความเป็นห่วง เรื่องที่อัยการ จะเข้ามาแก้ต่างให้จำเลย ก็มีอยู่บ้าง ว่า


คตส. จะต้องสู้คดีกันเองกับอัยการ แต่ทั้งนี้ตนในฐานะ ทนายความโจทก์ ก็ยังมีความมั่นใจในการฟ้องคดี อย่างไรก็ดี ที่ อัยการ อาจจะต้องเข้ามา แก้ต่างคดีให้จำเลย ตนคง จะไม่ต้องนำเรื่องเข้าหารือกับ ป.ป.ช. ที่จะเป็นโจทก์ แทน คตส.


ทั้งนี้นายสิทธิโชค ทนายความ ยังกล่าวถึงการส่งหมายเรียกให้ จำเลยคดีหวยบนดิน และ เอ็กซิมแบงค์ ว่า ขณะนี้ได้นัดหมาย กับเจ้าหน้าที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาล พร้อมจะเดินทางไปส่งหมาย ภายในสัปดาห์หน้า ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป โดยจะมีการแบ่งสาย ส่งหมายให้ จำเลย ทั้งที่มี ภูมิลำเนา ใน กทม. และ ต่างจังหวัดพร้อมกัน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 10:57 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089447
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

อาวุธเต็มอัตราศึก ซิ่งรถ ชนรั้วพันธมิตร ฯ

คลิกดูภาพเหตุการณ์

หนุ่มใหญ่ พกอาวุธเต็มอัตราศึก ซิ่งรถ ชนรั้วพันธมิตร ฯ
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


หนุ่มใหญ่เจ้าของร้านอาหาร เมาปลิ้น ขับรถชนรั้วทางเข้า – ออก ด้านหลังเวทีปราศรัย ของกลุ่มพันธมิตรฯ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลภ??ภัย ขภ??กลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่ภ??ระชาธิปไตย เข้าตรวจค้นตัว นายสโรชคริษฐ์ พรหมภ??กษร ภ??ยุ 56 ปี

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าตรวจค้นตัว นายสโรชคริษฐ์ พรหมอักษร อายุ 56 ปี


บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ล้มระเนระนาด แถมพกอาวุธปืน ใส่เสื้อเกราะกันกระสุน พร้อมรบ สารภาพ อ้างดื่มหนัก อยากขับรถมา สักการะพระบรมรูปทรงม้า ปัดไม่เห็นสัญญาณไฟ หรือป้ายบอกทาง จึงได้ขับรถพุ่งชน ด้าน ตร.แจ้งพกพาอาวุธ – ขับรถโดยประมาทขณะมึนเมา


วันนี้ (30 ก.ค.) เมื่อเวลา 03.10 น. พ.ต.ท.เฉลิมชัย วงศ์เจียม พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.นางเลิ้ง ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของ กลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า มีชายขับรถพุ่งชน แผงเหล็กกั้น ทางเข้า-ออก ด้านหลัง เวทีปราศรัย ของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณ เชิงสะพาน มัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน แขวง แล ะเขตดุสิต กทม. จึงรุดไป ตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทางเข้าด้านหลัง เวทีพันธมิตรฯ พบรถยนต์ยี่ห้อ แลนด์โรเวอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน พว 2243 กทม. จอดอยู่สภาพ ด้านหน้า มีรอยถลอกเล็กน้อย สปอร์ตไลท์ด้านหน้า ถ่างออกเล็กน้อย


ขณะเดียวกันมีแผงเหล็กกั้น ทางเข้าล้มระเนระนาด ขณะเดียวกัน พบว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของกลุ่มพันธมิตรฯ กำลังควบคุมตัว คนขับรถคันดังกล่าวไว้ ทราบชื่อคือ นายสโรชคริษฐ์ พรหมอักษร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 8 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. อยู่ในสภาพมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง

จากการตรวจค้นภายในรถพบภ??วุธปืนซุกซ่ภ??ภ??ู่ด้วยกัน 4 กระบภ?? ประกภ??ด้วย ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ขนาด.32 มม. .380 และปืนลูกซภ??ยาว ภ??่างละ 1 กระบภ?? และยังพบเครื่ภ??กระสุนจำนวนมาก ขณะเดียวกันในรถยังพบเสื้ภ??จ็กเก็ตขภ??พรรคชาติไทย

จากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ด้วยกัน 4 กระบอก ประกอบด้วย ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ขนาด.32 มม. .380 และปืนลูกซองยาว อย่างละ 1 กระบอก และยังพบเครื่องกระสุนจำนวนมาก ขณะเดียวกันในรถยังพบเสื้อแจ็กเก็ตของพรรคชาติไทย


นอกจากนี้จากการค้นในตัว นายสโรชคริษฐ์ สวมใส่เสื้อเกราะ พกอาวุธปืนขนาด .357 และ ขนาด 11 มม.อยู่ 2 กระบอก ขณะเดียวกัน จากการตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ด้วยกันอีก 4 กระบอก ประกอบด้วย


ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ขนาด .32 11มม. .380 และ ปืนลูกซองยาว อย่างละ 1 กระบอก และ ยังพบเครื่องกระสุน จำนวนมาก


ขณะเดียวกันในรถยังพบเสื้อแจ็กเก็ต ของ พรรคชาติไทย นามบัตรระบุชื่อ นายสโรชคริษฐ์ อาชีพทนายความ และ เป็นเจ้าของร้านอาหาร เรือนคำหยาด บัตรสมาชิกพรรคชาติไทย บัตรประจำตัวชุดปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหน้ารถ พบสติ๊กเกอร์ ผ่านเข้าออก กองทัพเรือ ติดอยู่ด้วย


ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายสโรชคริษฐ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กลุ่มพันธมิตรฯ ไปทำการสอบปากคำ ที่ สน.นางเลิ้ง โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผบก.น.1 พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.นางเลิ้ง ร่วมสอบปากคำ


จากการสอบสวน นายธนา แสงรังสรรค์ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่รปภ.ของกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตน และ เพื่อนปฏิบัติหน้าที่ ดูแลความเรียบร้อย การชุมนุม อยู่บริเวณ ด้านหลังเวทีปราศรัย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์


ได้เห็นรถคันดังกล่าววิ่งมา ด้วยความเร็วสูง บนถนนราชดำเนิน ผ่านแยก จ.ป.ร. มุ่งหน้ามายัง แยกมัฆวาน โดยรถขับมาด้วยความเร็วสูง ไม่มีการ เหยีบเบรก หรือ ชะลอความเร็ว แต่อย่างใด ก่อนพุ่งชนแผงเหล็ก ซึ่งกั้นเป็นสองชั้น มี รปภ.ได้รับบาดเจ็บ 3 คน พวกตนจึงได้ทำการ ปิดล้อมรถ และเชิญ คนขับลงมาจากรถ ปรากฏว่า คนขับ อยู่ในอาการเมาสุรา พูดจาไม่รู้เรื่อง ขณะเดียวกัน พบว่า นายสโรชคริษฐ์ พกอาวุธปืนในตัว จำนวนมาก จึงได้แจ้ง ตำรวจมาตรวจสอบ


ด้าน นายสโรชคริษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านอาหาร เรือนคำหยาด ย่านบางแค และ เคยเป็นครู สอนยิงปืน ตำรวจ ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มสุรา ที่ร้าน ซึ่งตน ก็ดื่มเป็นกิจวัตร อยู่แล้ว หลังจากเมาได้ที่ ได้นึกครึ้มใจ อยากมา สักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 จึงได้ขับรถมา


เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นที่มืดมองไม่เห็น ประกอบ กับไม่มีสัญญาณไฟ หรือ ป้ายบอกทางใดๆ จึงได้พุ่งชนแผงเหล็ก ดังกล่าว ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตนไม่ได้ตั้งใจ เพราะหากตั้งใจ จะชนมากกว่านี้อีก


ส่วนที่พกปืน จำนวนมากนั้น นายสโรชคริษฐ์ กล่าวว่า เป็นคนชอบเล่นปืน ซึ่งที่บ้าน ยังมีอาวุธปืนเก็บอยู่อีกกว่า 50 กระบอก ส่วนที่มีอาวุธปืน อยู่ในรถ จำนวนหลายกระบอกนั้น เพราะชอบสะสม ไม่ได้ตั้งใจ จะไปยิงใคร แต่มีติดรถไว้เท่านั้น ซึ่งปืนทุกกระบอก มีทะเบียนถูกต้อง


ตนเป็นประชาชน จะพกปืนไม่ได้หรืออย่างไร ขนาดโจร ยังพกปืนได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เกลียดกลุ่มพันธมิตร ฯ แต่ไม่ชอบ ที่มาชุมนุม กีดขวางทางจราจร ซึ่งโดยส่วนตัว ตนเป็นคนที่เบื่อ และไม่สนใจเรื่องการเมือง อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะมาทำร้ายใคร


พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายังอยู่ในอาการมึนเมา ซึ่งจากการตรวจวัด ปริมาณแฮลกอฮอล์ในเลือด พบว่า มีแอลกอฮอล์ ในเลือดสูงถึง 120 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าอัตรา ที่กฎหมายกำหนด

พล.ต.จำลภ?? ดูเสื้ภ??จ็กเก็ตขภ??พรรคชาติไทย ซึ่งพบในรถผู้ต้ภ??หา

พล.ต.จำลอง ดูเสื้อแจ็กเก็ตของพรรคชาติไทย ซึ่งพบในรถผู้ต้องหา

เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถ ขณะมึนเมาสุรา ยุทธภัณฑ์ทางทหาร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืน ไปในที่ สาธารณะ ในเมือง โดยไม่มีเหตุอันควร และ ขับรถโดยประมาท

ต่อมา เมื่อเวลา 05.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้เดินทางมาที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อติดตามผลการสอบสวน โดย พล.ต.จำลอง ได้ตรวจดูสภาพรถ ของผู้ต้องหา ก่อนกล่าวว่า ไม่ได้มาร่วมสอบปากคำ ปล่อยให้เป็น หน้าที่ของตำรวจ


ซึ่งกรณีนี้ ผู้ต้องหาจงใจ มาสร้างวุ่นวาย กลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องรอการสอบสวนของ ตำรวจ แต่เรามาดูว่า ทุกอย่างมันเป็นไป ตามที่เราคาด ว่าฝ่ายตรงข้าม ภายใต้การสนับสนุน ของรัฐบาล หรือ พรรคร่วมรัฐบาล กำลังทำร้ายพวกเรา โดยใช้ควมารุนแรงเพิ่มมากขึ้น


ซึ่งยืนยันว่าตนไม่กลัว กลุ่มผู้ชุมนุมเองหลังเกิดเหตุ ตนได้ขึ้นชี้แจงบนเวที ทุกคนก็ไม่กลัว และ มั่นใจ ในมาตรการรักษาความปลอดภัยของกลุ่ม พันธมิตรฯ


พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ในฐานะประธาน คณะกรรมการพลังแผ่นดิน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ติดต่อ กับผู้ใหญ่ กับกองทัพ ไว้เรียบร้อยแล้ว


เนื่องจากสถานการณ์ กลุ่มพันธมิตรฯ อาจจะ ได้รับความรุนแรง มากขึ้น มีการใช้อันธพาล มารุมทำร้าย กลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งผู้ใหญ่ในกองทัพได้ ตกลงด้วยวาจาเรียบร้อยแล้ว


ว่าจะส่งทหารมาช่วยดูแล ซึ่งวันนี้ จะได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร โดยขอให้มีสารวัตรทหาร ในเครื่องแบบ มายืนดูแล กลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ซึ่งอาจจะมี จำนวนไม่มากนัก ก็ได้


อย่างไรก็ตาม กำลังหลักในการดูแล กลุ่มผู้ชุมนุม ยังเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เหมือนเดิม ซึ่งได้มีความพร้อม รับมือสถานการณ์ต่างๆได้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 07:50 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089400
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.