Accom Thailand

March 18, 2008

สุโขทัย ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม จังหวัด กับ อปท.

จังหวัดสุโขทัยจัดประชุมสร้างความร่วมมือการดำเนินงานวัฒนธรรมระหว่างสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างเครือข่ายในการร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
นายเสรี คำภีรธัมโม ปลัดจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสร้างความร่วมมือการดำเนินงานวัฒนธรรม ระหว่างสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และคณะกรรมการบริหารสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย จำนวนทั้งสิ้น 143 คน ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือการดำเนินงานวัฒนธรรม ในการสร้างความรู้ความเข้าใจที่จะส่งเสริม สนับสนุนงานในชุมชนและท้องถิ่น ในการศึกษาแนวทาง ค่านิยม และทัศนคติที่ดีของชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเป็นเจ้าของวัฒนธรรม เกิดความหวงแหนในวัฒนธรรมท้องถิ่น และวัฒนธรรมไทย ตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่ายในการร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล

ศูนย์พัฒนา เขาหินซ้อน อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ฯ

ศูนย์พัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูดิน สามารถคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ป่าไม้ได้ร้อยละ 50
นางสาวสุดา สวัสดิ์ธนาคุณ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวถึง การแก้ปัญหาสภาพเสื่อมโทรมและดินขาดความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในพื้นที่ 1,895 ไร่ ว่า จากเดิมดินบริเวณดังกล่าวเป็นดินทรายเนื้อหยาบ หลังจากมีคนอพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ก็มีการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อที่ใช้ที่ดินทำการเกษตร โดยปลูกพืชที่ไม่มีการบำรุงดิน เช่น ปลูกถั่ว มันสำปะหลัง จนทำให้ดินเกิดความเสื่อมโทรม โดยศูนย์พัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าได้ดำเนินการฟื้นฟูสร้างอ่างเก็บน้ำทั้งในและนอกศูนย์จำนวน 9 อ่าง เพื่อกักเก็บน้ำในหน้าแล้ง พร้อมจัดสรรการใช้พื้นดิน หากเป็นดินพื้นที่สูงจะทำการปลูกป่าไม้ผลยืนต้น ลงมาเป็นพืชไร่ และนาข้าว ผลที่ได้รับในปัจจุบัน มีป่าไม้เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 มีปริมาณสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพันธุ์นกมากกว่า 71 ชนิด
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าศูนย์จะเดินหน้าปรับปรุงดินอย่างต่อเนื่อง เน้นการบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุอย่างในรูปปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปลูกหญ้าแฝก พร้อมสร้างความเข้าใจเกษตรกรให้ทำการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชทฤษฎีใหม

ประกวดคำขวัญ วันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2551


กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดประกวดคำขวัญ วันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2551 เน้นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใช้ชีวิต หรือกิจกรรมช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ชิงเงินรางวัล 10,000 บาทพร้อมของที่ระลึก ส่งคำขวัญเข้าประกวดที่ ส่วนรณรงค์ กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทร. 02-298-5630 หรือ http://www.depq.go.th ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2551


This Year 2008 Slogan “CO2, Kick the Habit! Towards a Low Carbon Economy.”

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จาก ลิ้งค์ สีแดง ข้างล่าง
WORLD ENVIRONMENT DAY 5 JUNE 2008 The host for World Environment Day 2008 will be New Zealand


ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

การผลิตผักคุณภาพมาตรฐานสากล ครั้งที่ 1

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงจัดโครงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผักคุณภาพมาตรฐานสากล (EUREPGAP) ครั้งที่ 1 มุ่งหวังให้เกษตรกรไทยมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล ให้สินค้าเกษตรไทยเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
นางสาวเรืองวรรณ บัวนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง จัดโครงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผักคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานสากล (EUREPGAP) ครั้งที่ 1 ขึ้น ณ ห้องประชุมดอยคำ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ โดยเชิญเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 60 คนเข้าร่วมโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรของไทยให้สูงขึ้น และเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
ทั้งนี้ “EUREPGAP” เป็นมาตรฐาน “อาหารปลอดภัย” ที่ประเทศในกลุ่มยุโรป ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอาหารรายใหญ่ กำหนดขึ้น โดยให้มีการประเมินความเสี่ยงในด้านต่างๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยของอาหารครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอน การจัดหาวัตถุดิบ การแปรรูป การขนส่ง การจัดการ ไปจนถึงการส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค โดยให้ถือปฏิบัติเป็นกติกามาตรฐานสากลด้านคุณภาพความปลอดภัยและไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัจจุบันตลาดการค้าโลกมีการแข่งขันด้านคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าภาคการเกษตร

เร่งสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง การเกิดมลพิษ จากโรงงานใน 3 จังหวัดภาคเหนือ

กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรอื่นๆ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดมลพิษจากสถานประกอบการ โรงงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน
นางธารทิพย์ ทองงามขำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน มีการจัดตั้งโรงงาน สถานประกอบการมากถึงกว่า 3 พันแห่ง โดยไม่สามารถรวบรวมจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมได้ทั้งหมด เนื่องจากมีการจัดตั้งกระจัดกระจายกันหลายพื้นที่ จึงยากแก่การควบคุมป้องกันมลพิษ ดังนั้นในวันนี้ (18 มี.ค.51) กระทรวงอุตสาหกรรมโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และ แม่ฮ่องสอน ได้จัดการสัมมนาแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันผลกระทบด้านมลพิษจากสถานประกอบการขึ้น โดยบูรณาการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน ชุมชน โรงงานและสถานประกอบการ ในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าว ให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงปัญหามลพิษ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการ สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการหรือมาตรการอย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมด้านมวลชนสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างผู้ประกอบการกับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะสามารถลดปัญหาข้อขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้

ขอความชัดเจนจาก รัฐบาล การปรับขึ้นค่าโดยสาร ก่อนสิ้นเดือน เม.ย.นี้

ผู้ประกอบการรถโดยสาร ขอความชัดเจนจากรัฐบาล ในการกำหนดเวลาการปรับขึ้นค่าโดยสารก่อนสิ้นเดือนเมษายนนี้ ด้านรถร่วมเอกชน เตรียมเสนอรัฐบาลช่วยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการจัดซื้อรถใหม่กว่า 3,000 คัน
นายรณยุทธ ตั้งรวมทรัพย์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายพิเณศน์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ข.ส.ม.ก.) พร้อมด้วยผู้ประกอบการรถโดยสารประเภทต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดกว่า 40 คน ร่วมหารือเรื่องการปรับอัตราค่าโดยสาร หลังราคาน้ำมันดีเซลทะลุ 30 บาทต่อลิตร ที่กรมการขนส่งทางบก โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ อยากเห็นความชัดเจนของรัฐบาลว่าจะกำหนดเวลาให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารได้วันใด ก่อนสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพราะขณะนี้แบกรับภาวะราคาต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหว โดยจะให้ปรับขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ได้ แบ่งการปรับราคาออกเป็นกลุ่มรถโดยสารตามประเภท อย่างผู้ประกอบการรถโดยสารโหมด 4 เอกชน (รถ 2 แถวในซอย) เรียกร้องให้ปรับขึ้นราคาช่วงเวลา 19.00 น. 1 บาท เพราะราคาน้ำมันต้นทุนสูงขึ้นประมาณ 800-1,000 บาท
ทั้งนี้ นายฉัตรชัย ชัยวิเศษ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน เรียกร้องให้รัฐบาลหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมาช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคเอกชน ในการจัดซื้อรถใหม่ 3,500 คัน ที่ใช้เอ็นจีวีทั้งหมด ทั้งรถร้อนและรถแอร์ ซึ่งใช้งบประมาณ 8,500 ล้านบาท จึงขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสารอีกครั้งเดียวในขณะนี้ เมื่อเอกชนผ่อนหมด 5 ปี และมีการคืนทุน ก็จะปรับลดราคาลงเหลือ 10 บาทตลอดสาย ซึ่งจะเสนอเข้าคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาในสัปดาห์หน้า
ด้านนายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วม ข.ส.ม.ก. กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากจากราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าโดยสารให้เหมาะสมกับต้นทุนที่แบกรับ ส่วนรถที่เปลี่ยนไปใช้เอ็นจีวี ก็ประสบปัญหาก๊าซเอ็นจีวีไม่เพียงพอ ส่งผลให้รถตกค้าง อยากให้เร่งแก้ปัญหาสถานีก๊าซให้เพียงพอกับความต้องการ

ตราด เตรียมนำผลไม้ส่งออก ประเทศกัมพูชา เวียดนาม และจีน แก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

หอการค้าจังหวัดตราด เตรียมนำผลไม้ส่งออก
จำหน่ายประเทศ กัมพูชา เวียดนาม และ จีน
เพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ


นายเรืองศักดิ์ เลี้ยงถนอม กรรมการหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำว่า ในปีนี้หอการค้า จังหวัดตราด มีนโยบายกระจายผลไม้ออกไปยังประเทศ กัมพูชา และ เวียดนาม เหมือนเดิม โดยมีเป้าหมายส่งออกจำนวน 3,000 ตัน ทั้งทุเรียน เงาะ และ ลองกอง ซึ่งจะทำให้ราคาผลไม้ของจังหวัดตราด มีราคาสูงขึ้น เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้อีกทางหนึ่ง


อย่างไรก็ตามหอการค้าจังหวัดตราด จะมีการประชุม ร่วมกับเกษตรกร ชาวสวนผลไม้เพื่อเจรจา วางแผนจัดส่งผลไม้ไปยัง 2 ประเทศดังกล่าว


กรรมการหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวอีกว่า ยังมีแนวทางที่จะนำผลไม้โดยเฉพาะ ทุเรียน และ มังคุด ที่คัดคุณภาพสูง ส่งไปจำหน่ายใน ประเทศจีน โดยจะขนส่งทางอากาศไปสู่ประเทศจีนโดยตรง ซึ่งจังหวัดตราดมีสนามบินพาณิชย์อยู่แล้ว จึงสามารถดำเนินการได้สะดวก และชาวจีน ก็นิยมบริโภคผลไม้จากประเทศไทยโดยเฉพาะ ทุเรียน และ มังคุด


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ซ้อม แผนอพยพ ผู้ประสบภัยฯ ที่ จ.ชัยภูมิ

จังหวัดชัยภูมิ ซ้อมแผนอพยพผู้ประสบภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม เตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในพื้นที่เสี่ยง 5 แห่ง
โดยนายชนะ นพสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานเปิดการซ้อมแผนปฏิบัติการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม จังหวัดชัยภูมิ ปี 2551 ในวันนี้ (18 มี.ค.51) ภายในบริเวณน้ำตกตาดโตน ต.นาฝาย อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยอีก 1 แห่ง ที่อาจจะก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมเฉียบพลัน และดินถล่มได้ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของโลกในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอาจเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติได้ตลอดเวลา และมีแนวโน้มความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยได้ร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา มีการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน โรงพยาบาลต่างๆ ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร และมูลนิธิ ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จัดฝึกซ้อมแผนอพยพราษฎรในพื้นที่เสี่ยงภัยออกจากพื้นที่ โดยได้จำลองเมื่อเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ที่บริเวณพื้นที่รับน้ำฝนเหนือเขื่อนลำปะทาว ซึ่งปริมาณน้ำได้ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำปะทาว และไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้อีก จนเกิดอ่างเก็บน้ำแตก จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออก และเกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมในบริเวณน้ำตกตาดโตน มีนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำอยู่บริเวณน้ำตกตาดโตนจำนวนมาก ถูกกระแสน้ำพัดไปติดตามโขนหินต่างๆ มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งเล็กน้อยจนถึงสาหัส และมีผู้สูญหายจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้น น้ำยังได้เอ่อท่วมในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ด้านท้ายน้ำตกตาดโตน ในพื้นที่ อบต.นาฝาย อบต.นาเสียว อบต.บ้านเล่า และเทศบาลเมืองชัยภูมิ ต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย
สำหรับวัตถุประสงค์ของการซ้อมแผนฯ ครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ได้มีความรู้ความเข้าใจในภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น มีประสบการณ์เกิดการเรียนรู้ และตื่นตัวที่จะเตรียมรับสถานการณ์จริงที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ และให้ประชาชนในพื้นที่ที่อาจประสบภัย ไม่เกิดการเสียขวัญ ตื่นตระหนกตกใจ สามารถตั้งสติช่วยเหลือตนเองได้ในเบื้องต้น ก่อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าช่วยเหลือ ซึ่งในการซ้อมแผนครั้งนี้ มีผู้สูงอายุหลายคน ได้หมดสติ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน ต้องมีการปฐมพยาบาลกันหลายคน

รอง มทภ.1 แลกเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจ 4 เรื่องเร่งด่วน

รองแม่ทัพภาคที่ 1 แลกเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข่าวสาร 4 เรื่องเร่งด่วน
พลตรีดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เข้าพบ พลตำรวจตรีภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข่าวสาร 4 เรื่องเร่งด่วน ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหายาเสพติด, การพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, การจัดตั้งสหกรณ์จักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อป้องกันปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพล และปัญหาแรงงานต่างด้าว เนื่องจากแต่ละปีมีแรงงานต่างด้าว ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และบางครั้งอาจเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมและปัญหาต่างๆขึ้น
ส่วนกรณีตำรวจสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ยิงทหารเสียชีวิต ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมา โดยผู้บังคับบัญชาของทั้งสองฝ่าย ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว และเชื่อว่า จะไม่เกิดปัญหาระหว่างกัน โดยย้ำให้ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งทหารก็พอใจกับกระบวนการสอบสวนของตำรวจ

พงส.สน.ดุสิต ส่งสำนวน พร้อมผู้ต้องหาม็อบบุกสภาต่อพนักงานอัยการ ซึ่งนัดฟังคำสั่งคดีวันที่ 5 มิ.ย

พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดุสิต ส่งสำนวน พร้อมผู้ต้องหากลุ่มผู้ชุมนุมบุกสภาต่อพนักงานอัยการ ซึ่งนัดฟังคำสั่งคดีวันที่ 5 มิถุนายน เวลา 10.00 น.
พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดุสิต นำสำนวนการสอบสวนคดีที่กลุ่มผู้คัดค้านการพิจารณากฎหมายของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บุกรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้ สนช. ยุติบทบาทในการพิจารณาออกกฎหมายต่างๆ มาส่งต่ออัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เพื่อพิจารณาสั่งคดีต่อไป โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้อง นายจอน อึ๊งภากรณ์ อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กับพวกรวม 10 คน ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ ใช้กำลังประทุษร้ายให้ผู้อื่นกระทำการ หรือไม่กระทำการใด และความผิดอื่น รวม 5 ข้อหา ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 10 คน พร้อมทนายความได้เดินทางมารายงานตัวด้วยตนเองที่สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งอัยการได้นัดฟังคำสั่งคดีวันที่ 5 มิถุนายน เวลา 10.00 น.
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการ โดยยืนยันว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบและเปิดเผย อีกทั้งเห็นว่า การพิจารณากฎหมายของ สนช. อาจเป็นไปโดยมิชอบ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า สำนวนการสอบสวนของตำรวจไม่เป็นธรรม ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมเข้าให้ปากคำและนำพยานมาให้อัยการเพิ่มเติม ภายใน 15 วัน

« Previous PageNext Page »

The Rubric Theme. Create a free website or blog at WordPress.com.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.