Accom Thailand

February 28, 2008

พักรร.เพนนินซูล่าฯไม่นอนบ้าน “ทักษิณ”ผวา! หึ่งปืนยิงไกลทบ.หาย3กระบอก


http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0103280251&day=2008/02/28
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10946


ตร.เผยปืนยิงไกล3กระบอกหายจากทบ.

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ปรุงรายงานถึงข้อกังวลว่า หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบคลังอาวุธของทหาร ตำรวจตามแผนรักษาความปลอดภัยการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ พบว่ามีปืนซุ่มยิงระยะไกล อานุภาพสูง หายไปจากคลังอาวุธของหน่วยทหารบกหน่วยหนึ่ง จำนวน 3 กระบอก โดยปืนดังกล่าวเป็นปืนซุ่มยิงระยะไกล ยี่ห้อ SIG 3000 ขนาด 7.62 มม. ระยะหวังผล 600 เมตร แต่ยิงได้ไกล 2,000 เมตร ซึ่งมีครอบครองและจัดหาได้เฉพาะแค่หน่วยทหาร ตำรวจเท่านั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้วว่าหายไปไหน ใครเป็นผู้เบิกออกจากคลัง แต่ยังไม่มีรายงานผลเข้ามารายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของแผนรักษาความปลอดภัยที่ดีเอสไอ จะมีกำลังของตํารวจนครบาล หน่วยปราบจราจร รวม 2 กองร้อย และหน่วยปฏิบัติการพิเศษดีเอสไอ ประมาณ 70 นาย ช่วยสนับสนุน นอกจากนี้ ยังเตรียมชุดต่อต้านการซุ่มยิงไว้ด้วย รวมทั้งติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณมือถือ

ด้านนายสุนัย มโนมัยอุดม รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวยอมรับว่า ดีเอสไอมีปืนซุ่มยิงระยะไกล (สไนเปอร์) จริง โดยมีมานานแล้ว ก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่ง เท่าที่ทราบมีประมาณ 15 กระบอก แต่จนถึงขณะนี้มีจำนวนเท่าใดไม่ทราบ


พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมคณะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบว่าปืนระยะไกลของกองทัพ 3 กระบอก หายไปตามข่าวหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ส่วนจะเป็นการสร้างข่าวขึ้นมาหรือไม่ ไม่ขอแสดงความเห็น

นอกจากนี้ ยังไม่มีกำหนดนัดหมายพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และไม่มีกำหนดไปร่วมงานนัดพบเพื่อนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 ด้วย

Advertisements

FTA ไทย-นิวซีแลนด์ปี 50 ไทยได้ดุล

FTA ไทย-นิวซีแลนด์ปี 50 ฉลุยส่งไทยได้ดุล

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยการค้าไทย-นิวซีแลนด์ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจปี 2550 ไทยได้ดุลการค้ากว่า 6,900 ล้านบาท และนิวซีแลนด์อนุญาตนำเข้าสินค้าจากไทยอีก 5 รายการ

นางสาวชุติมา บุญยประภัศร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลสรุปความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ไทย-นิวซีแลนด์ (NZCEP) ในรอบปี 2550 ที่ผ่านมาว่า การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 35,536.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.37% โดยไทยส่งออก คิดเป็นมูลค่า 21,219.29 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6.38% และนำเข้ามูลค่า 14,317.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.86% ไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 6,901.91 ล้านบาท ส่วนความร่วมมือต่างๆ เช่นโครงการร่วมมือด้านปศุสัตว์ อุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมโคเนื้อที่ไทยเสนอ 6 โครงการ ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้ม ีการแต่งตั้งคณะทำงาน และหน่วยงานประสานแล้ว

โดยฝ่ายไทยมีกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และฝ่ายนิวซีแลนด์มี กระทรวงเกษตรและป่าไม้ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก


ล่าสุดอยู่ระหว่างประสานนิวซีแลนด์เพื่อปรับรายละเอียดข้อเสนอโครงการให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น.


สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เลขาฯ ก.ล.ต. เสนอยกเลิกมาตรการสำรอง 30 %

เลขาฯ ก.ล.ต. เสนอยกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30

เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เสนอให้ยกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 แล้วปรับเปลี่ยนการดูแล ระบบอัตราแลกเปลี่ยน มาใช้ระบบคงที่ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันใช้อัตราแลกเปลี่ยน แบบลอยตัว

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กล่าวแสดงความคิดเห็น ในงานสัมมนาตลาดทุนไทย ใครผ่าตัด ว่า การเคลื่อนไหวค่าเงินบาท โดยเฉพาะค่าเงินของตลาดในประเทศที่อ่อนค่า กว่าตลาดต่างประเทศ ทำให้แนวโน้มค่าเงินบาทในประเทศและต่างประเทศแตกต่างกัน

จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 โดยมีมาตรการรองรับทั้งการบริหารจัดการ อัตราแลกเปลี่ยน ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยกำหนดทิศทางของค่าเงินบาทให้ชัดเจนในช่วง 1-2 ปี ว่าต้องการเห็นค่าเงินบาทที่ระดับเท่าใด ส่วนเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาด ตราสารหนี้ ควรให้มีการทำประกันความเสี่ยง เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงเปิดให้ภาคเอกชน นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น และควรปรับเปลี่ยนแนวนโยบายในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนชั่วคราว

ด้าน นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นแค่ข้อเสนอเบื้องต้น ซึ่งตนเองพร้อมรับมาพิจารณา แต่ต้องหาข้อมูลหรือดูแลอย่างรอบคอบ คงไม่สามารถตัดสินใจได้ทันที ทั้งนี้มองว่าสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ คือการเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนเป็นอันดับแรก


สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ผลักดันลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพร้อมผลักดันลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ
ให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคม
พร้อมย้ำต้องไม่ปฏิเสธการให้สิทธิประโยชน์แก่คนงานเหมาช่วง

นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในการตรวจเยี่ยมสำนักงานประกันสังคม ว่าขอให้ข้าราชการมีความสามัคคี และร่วมกันทำงานเพื่อองค์กร ซึ่งต้องดูแลผู้ประกันตนกว่า 9 ล้านคนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ พร้อมบริหารกองทุนอย่างโปร่งใส โดยอยากให้ศึกษาแนวทางการลงทุนของ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ทั้งนี้เห็นว่าไม่ยุติธรรมที่ลูกจ้างชั่วคราว ส่วนราชการ ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนหากประสบอันตรายจากการทำงาน เพราะปัญหาการตีความว่าเป็นลูกจ้างทำของ จึงต้องหารือข้อกฎหมายกับ กระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางเอื้อประโยชน์ลูกจ้างชั่วคราวตามหลักมนุษยธรรม เพราะรัฐควรเป็นแม่แบบแก่เอกชนในการดูแล สวัสดิการลูกจ้าง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวด้วยว่าต้องดูแลคนงานเหมาช่วงให้ได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนเช่น คนงานโดยตรง ของสถานประกอบการ จึงต้องไม่ปฏิเสธการให้สิทธิประโยชน์ที่คนงานเหมาช่วงสมควรได้รับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาโครงการสารสนเทศแรงงาน 2,800 ล้านบาท ต้องให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ที่สุดต่อผู้ประกันตน เช่นเดียวกับต้องเดินหน้าการก่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน จังหวัดเชียงใหม่


สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

อินเดียประสบความสำเร็จ ทดลองยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ


อินเดียประสบความสำเร็จในการทดลองยิงขีปนาวุธจากเรือนดำน้ำวันนี้

ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถ ในการป้องกันประเทศให้เท่าเทียมกับชาติมหาอำนาจอีกหลายประเทศ


โฆษกกระทรวงกลาโหมอินเดียแถลงว่า การทดลองขีปนาวุธ เค – 15 มีขึ้นที่ อ่าวเบงกอล โดยขีปนาวุธที่ทดลองมีพิสัยยิงไกล 700 กิโลเมตร และสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้


ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญที่จะทำให้อินเดียสามารถพัฒนาขีปนาวุธที่ยิงได้จากใต้น้ำได้ และยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ทางด้าน นิวเคลียร์ ให้ใกล้เคียงกับสหรัฐ รัสเซีย ฝรั่งเศส และจีน


นอกจากนั้น อินเดียยังมีแผนที่จะติดตั้งขีปนาวุธนี้บนเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ที่สร้างโดยอินเดียด้วย


สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เชียงราย ถูกพายุลูกเห็บถล่ม


ช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักและพายุลูกเห็บถล่มในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย กว่า 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะที่หมู่บ้านโป่งฮึ้ง หมู่ 1 ทุ่งป่ายาง หมู่ 3 หมู่บ้านใหม่นาวา หมู่ 10 ต.ห้วยสัก บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ สำรวจพบว่ามีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่ 14 หมู่บ้าน รวมทั้งหมดประมาณ 300 หลังคาเรือน โดยส่วนใหญ่หลังคากระเบื้องเป็นรูเสียหายเพราะถูกแรงลูกเห็บและมีบ้างที่บ้านหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นพังลงมา

ดังนั้นทาง อบต.จึงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการจัดเตรียมแผ่นกระเบื้องเอาไว้รองรับจำนวน 1,000 แผ่น เพื่อแจกจ่ายให้กับราษฎรที่หลังคาพังเสียหายบริเวณห้องนอนก่อน เพื่อไม่ให้ประสบความเดือดร้อนหากมีฝนตกลงมาอีก ส่วนที่เหลือจะได้กระจายการช่วยเหลือให้ครบถ้วนต่อไป


Nation Channel : http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=T&newsid=308103

“สุนัย” เตรียมงาน ป.ป.ท.!


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แจงย้ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็น คำขอของ นายสุนัย มโนมัยอุดม (updated 7 Mar 08)
“สุนัย” ดึง DSI เพิ่มอีก 32 คน ช่วยสางงาน ป.ป.ท. (updated 26 Mar 08)


“สุนัย” เตรียมดึงคนสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาแต่คะแนนไม่ถึง 150 คน ร่วมงาน ป.ป.ท.
ยืนยันรู้สึกสนุกกับการสร้างองค์กรใหม่ด้วยตนเอง ที่จะไม่ปวดหัวอย่างดีเอสไอ


วันนี้ (28 ก.พ.) ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ช่วยราชการรักษาการ เลขาธิการสำนักงานป้องและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ารายงานตัวกับ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ภายหลังถูกคำสั่งย้ายให้มาช่วยราชการในตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท. โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

นายสุนัย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังเข้าพบ นายสมพงษ์ ว่า นายสมพงษ์ ได้กำชับให้เร่งบรรจุอัตรากำลังจำนวน 500 นาย เพื่อรองรับโครงสร้างที่กำลังจะเกิดขึ้น และ ตั้งแต่มีคำสั่งให้มาทำงานในตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้เรียกประชุม ผู้เกี่ยวข้องจาก สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อกำหนดแนวทางและช่วงเวลาทำงานอย่างชัดเจน โดย

Sunai

1 เดือนแรก จะเร่งวางระบบโครงสร้างและรายละเอียดการทำงาน
ช่วงเดือนที่ 2 จะดำเนินการสรรหาคณะกรรมการป.ป.ท. และ
ช่วงเดือนที่ 3 ต้องเร่งรับจัดหาบุคลากรใหม่

คาดว่า ช่วงแรกจะรับสมัครบุคลากรจำนวน 150 คน ที่จบเนติบัณฑิต และนิติศาสตร์ เบื้องต้นจะประสานไปยังคณะกรรมการข้าราชพลเรือน (ก.พ.) เพื่อขอรับ ผู้สมัครผู้ช่วยผู้พิพากษา ที่คะแนนไม่ถึงมาเป็นข้าราชการ ป.ป.ท. เพราะมีคุณสมบัติตามที่ต้องการ จากนั้นจะนำมาฝึกอบรมเรื่องการสอบสวนการทำสำนวน

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกจะขอตัว ข้าราชการ จาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งหน่วยงานอื่นมาช่วยราชการในสำนักงาน ป.ป.ท.ไปก่อน เพื่อรอการอนุมัติอัตรากำลังจาก ก.พ.อีกครั้ง

นายสุนัย กล่าวว่า ส่วนสถานที่ตั้งหน่วยงานช่วงนี้จะเช่าพื้นที่ ชั้น 25 ของ อาคารสุขประพฤติ ไปก่อน และเมื่อทุกอย่างเข้าสู่ระบบ จะมี สำนวนการทุจริตของข้าราชการระดับ 7 ลงมา กว่า 300-400 เรื่อง ทยอยส่งมายัง ป.ป.ท.จากนั้นจะต้องจัดกลุ่มคดี และนำเรื่องที่กำลังจะขาดอายุความ มาดำเนินการเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ยังวางแผนให้บุคลากรไปศึกษาระเบียบวินัยข้าราช ทหาร ตำรวจ และรัฐวิสาหกิจ อย่างละเอียดเพราะแต่ละหน่วยงาน มีข้อบังคับและระเบียบแตกต่างกัน และยังมีแนวคิดนำวิธีการสมานฉันท์มาใช้ใน ป.ป.ท.ในความผิดเล็กน้อย เพื่อลดโทษ
“ผมรู้สึกสนุกและสบายใจที่ได้ทำงานการบริหารอย่างแท้จริง ไม่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาที่คนอื่นสร้างขึ้น อีกทั้ง ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานใหม่ ที่กำลังจะขึ้นมา ด้วยตนเอง ตั้งแต่รับคนและวางระบบ ซึ่งต่างจาก ดีเอสไอ ที่เข้าไปทำงาน ตามโครงสร้าง ที่ถูกวางไว้แล้ว ความยากจึงแตกต่างกัน ไม่ต้องปวดหัว” นายสุนัย กล่าว


ผู้จัดการออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2551 13:59 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000024748

DSI สรุปคดีแชร์ข้าวสาร คดีรุกป่าสงวนสบกก และคดีแชร์ยางพารา มีความคืบหน้า

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สรุป
คดีแชร์ข้าวสาร คดีรุกป่าสงวนสบกก และคดีแชร์ยางพารา มีความคืบหน้า

พันเอกปิยะวัฒน์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันผลการสอบสวนคดีพิเศษในความรับผิดชอบว่า ทุกคดีมีความคืบหน้า อาทิ

คดีแชร์ข้าวสารสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้เกือบครบ และสามารถสรุปคดีส่งอัยการได้เร็วๆ นี้

ขณะที่ คดีรุกป่าสงวนแห่งชาติ ส.บ.ก.ก. จังหวัดเชียงราย จะส่งอัยการได้ในเดือนกุมภาพันธ์ และ

คดีแชร์ยางพาราได้ทำสำนวนส่ง อัยการจังหวัดขอนแก่น เรียบร้อยแล้ว

พันเอกปิยะวัฒน์ กิ่งเกตุ ยังยืนยันด้วยว่า ในการทำคดีไม่มีปัญหาความล่าช้า หรือถูกแทรกแซงแต่อย่างใด

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

“จำลอง” ระบุ กลุ่มพันธมิตรฯ จะเคลื่อนไหวหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมือง

พลตรี จำลอง ศรีเมือง ระบุ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเคลื่อนไหวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองหลัง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับเข้าประเทศไทย พลตรี จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่ม พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการเดินทางกลับเข้าประเทศไทยของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า การคัดค้านของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการแทรกแซงกระบวนยุติธรรม ไม่ใช่คัดค้านการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย

ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯ จะออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่นั้น พลตรีจำลอง กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งกำลังเฝ้าจับตาอยู่ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนว่าจะเคลื่อนไหวในรูปแบบใด

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

นายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลจะเร่งสร้างศักยภาพด้านต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ และพร้อมสร้างความร่วมมือในทุกด้านกับต่างชาติ


นายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลจะเร่งสร้างศักยภาพด้านต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ และพร้อมสร้างความร่วมมือในทุกด้านกับต่างชาติ


นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเข้าเยี่ยมคารวะที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้พบปะกับเอกอัครราชทูตต่างประเทศ ประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์กรระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงาน อยู่ในประเทศไทย รวม 87 คน ซึ่งเข้าแสดงความยินดี ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่งใหม่ และเป็นการแนะนำตัว ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวต้อนรับ

พร้อมชี้แจงถึงภารกิจหลัก 3 ประการของรัฐบาล ในการบริหารประเทศด้วย หลักนิติธรรม ตามระบอบประชาธิปไตย โดยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ดังกล่าว รวมทั้ง จะมุ่งมั่นฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน และป้องกันความเสี่ยงจากภายนอก


ขณะเดียวกันจะดำเนินนโยบายด้านการลงทุน การค้าเสรีที่เอื้อต่อการตลาด ฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางธุรกิจ และต้อนรับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย และมุ่งมั่นที่จะทำงานใกล้ชิดประเทศต่างๆ และองค์การระหว่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย โดยอาศัยความร่วมมือทั้งจาก ภาครัฐบาลและเอกชนของประเทศต่างๆ


สำหรับเป้าหมายหลักของรัฐบาล คือ การทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า และเดินหน้าต่อไป เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ผาสุก และความใกล้ชิดกับประเทศแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเตรียมเข้าร่วมประชุมในเวทีต่างประเทศ เพื่อร่วมทำงานกับผู้นำภูมิภาคอื่น อย่างใกล้ชิด นำมาซึ่งสันติภาพและความผาสุกในที่สุด

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
Next Page »

Blog at WordPress.com.