Accom Thailand

May 2, 2008

เทศกาลอาหารฮาลาล เขตหนองจอก

เทศกาลอาหารฮาลาล เขตหนองจอก
มีประชาชนไทยพุทธ และ ไทยมุสลิม ให้ความสนใจ
ร่วมจับจ่าย สินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก


วันนี้ (2 พ.ค.51) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารฮาลาล และศูนย์บริการเงินออมเขตหนองจอก โดยมีประชาชน ไทยพุทธและไทยมุสลิม ให้ความสนใจร่วมจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค จำนวนมาก


ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีเศวตชัย ทรัพย์บุญมี ผู้อำนวยการเขตหนองจอก เปิดเผยว่า ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ทางเขต ได้เปิดให้บริการร้านขายอาหารจานด่วนราคาถูก ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นอาหารฮาลาลที่ถูกตามหลักศาสนา เพื่อพี่น้องชาวไทยมุสลิม กว่าร้อยละ 70 ในพื้นที่


ผู้อำนวยการเขตหนองจอก กล่าวอีกว่า การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม กับหน่วยงานภาครัฐ และ สะท้อนไปถึงการบริหารจัดการในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่จะต้องมีความสมานฉันท์ เอื้ออาทรต่อกัน ทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม โดยงานเทศกาลอาหารฮาลาล จะมีไปจนถึงวันที่ 4 พฤษภาคมนี้


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

เกษตรตาก แนะใช้เมล็ดสะเดา กำจัดแมลงศัตรูพืช

เกษตรจังหวัดตาก แนะใช้เมล็ดสะเดากำจัดแมลงศัตรูพืช


นายสุภัทร สุปรียธิติกุล เกษตรจังหวัดตาก กล่าวว่า จังหวัดตาก มีต้นสะเดาเป็นจำนวนมาก สะเดา เป็นไม้โตเร็ว ทนแล้ง เจริญเติบโตได้ดีในลักษณะภูมิอากาศร้อน ติดผลสุกและร่วงหล่นช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายน


เกษตรกรสามารถเก็บผลสุกร่วงหล่น นำไปใช้ใน การป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผึ้งและแมลง ศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะเมล็ด ในผลสะเดา มีสารพิษมากกว่า ส่วนอื่นๆ แมลงที่เป็นเป้าหมาย ได้แก่ ด้วงหมัดผักเพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ผีเสื้อหนอนแก้วส้ม ผีเสื้อมวนหวาน หนอนกอ หนอนซอนในส้ม หนอนใยผัก ตั๊กแตนและเมลงในโรงเก็บ


เกษตรจังหวัดตาก กล่าวว่า การสกัดสารสะเดาออกมาใช้มีอยู่หลายวิธี โดยวิธีหนึ่ง คือ การสกัดด้วยน้ำ เพราะสามารถทำได้ง่าย แต่มีข้อเสีย คือ เตรียมแล้วต้องใช้ให้หมด เก็บไว้นานไม่ได้ เพราะประสิทธิภาพจะลดลง วิธีการคือ


นำเมล็ดสะเดาที่ตากให้แห้งในที่ร่มมาบดให้ละเอียด ในอัตราครึ่งกิโลกรัมถึง 1 กิโลกรัม ห่อด้วยผ้าขาวบางแช่ในน้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้ 1 คืน กรองเอาแต่น้ำ นำไปฉีดพ่นกำจัดแมลงศัตรูพืช ใช้แทนสารเคมี ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชได้ผลดี และไม่มีสารพิษตกค้าง ในพืช หรือ ใช้ในการผลิตพืชปลอดภัยจากสารพิษ


หากเกษตรกรมีปัญหา ปรึกษาขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตาก สำนักงาน เกษตรอำเภอ และ ศูนย์บริการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ราคาผลปาล์มน้ำมัน 2 พ.ค.51 ลดลงต่อเนื่อง

ราคาผลปาล์มน้ำมันวันนี้(2 พ.ค.51) ร่วงต่อเนื่องจากวานนี้ เหตุเพราะผลผลิตออกสู่ตลาดมาก..


นายอรุณ ไม้ทิพย์ การค้าภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานราคา สินค้าปาล์มน้ำมัน ประจำวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2551 ดังนี้


ผลปาล์มทะลายคละ ราคากิโลกรัมละ 3.90-4.40 บาท ราคาลดลงจากเมื่อวานนี้ กก.ละ 0.10-0.30 บาท
ราคาผลปาล์มร่วง กิโลกรัมละ 4.50-5.00 บาท ราคาลดลงจากเมื่อวานนี้ กก.ละ 0.20-0.30 บาท
ด้านราคาน้ำมันปาล์มดิบ เกรด เอ ราคากิโลกรัมละ 31.00 – 34.00 บาท และราคาน้ำมันปาล์มดิบ เกรด บี ราคากิโลกรัมละ 32.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ราคาผลปาล์มน้ำมัน ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ทำให้รถบรรทุกที่นำปาล์มมาจำหน่ายที่โรงงานติดคิว ประมาณ 1-2 วัน ประกอบกับเกิดฝนตก ติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้ ผลปาล์มเกิดการเน่าเสีย


ซึ่งน้ำมันที่ผลิตได้มี คุณภาพต่ำและเกิดกรดสูง ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ เริ่มอ่อนตัวลง และส่งผลให้ ผลปาล์ม มีแนวโน้มจะลดลง อีกระดับหนึ่ง


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ความคืบหน้า โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ที่กำลังก่อสร้าง ในพื้นที่ จ.นราธิวาส

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตรวจโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

ที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อรองรับการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่


วันนี้ ( 2 พ.ค. 51 ) นายประดิษฐ์ สุคนธสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสพร้อมด้วยคณะกรรมการก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ได้เดินทางตรวจการก่อสร้างโรงงาน ซึ่งจัดตั้งขึ้นในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อที่จะรองรับการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่


โดยการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เร่งรัดกลุ่มผู้รับเหมา ให้รีบดำเนินการ ให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้เนื่องจาก ปัจจุบันเกษตรกรที่ปลูกน้ำมันในพื้นที่ จะต้องรับภาระหนัก ในการขนส่ง ผลผลิตปาล์มเพื่อเข้าโรงงาน ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งถือว่าต้นทุนสูงมาก อีกทั้งยังได้ราคาที่ต่ำ


สำหรับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มนี้นั้น สามารถรองรับการผลิตได้ถึง 45 พันทลาย ต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีกำลังผลิตที่สูง โดยในพื้นที่เอง ปัจจุบันนี้เกษตรกรสามารถผลิตได้ 36 -45 พันทลายต่อวัน


ทางจังหวัดนราธิวาส จึงได้เร่งสนับสนุนให้ เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมัน กันมากขึ้น ส่วนการดำเนินการก่อสร้าง โรงงานสกัดปาล์มน้ำมันนั้นในภาพรวม ขณะนี้มีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 80 ซึ่งต้องรอ การเก็บรายละเอียด และเครื่องมือ ในการผลิตเฉพาะด้าน บางประเภทเท่านั้น


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

คาดปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่ จ.เชียงใหม่จะลดลงจากปีที่แล้ว

พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ คาดการณ์ปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่จังหวัดเชียงใหม่จะออกสู่ท้องตลาดประมาณ 21,000 ตัน ลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากประสบปัญหาพายุลูกเห็บ และคาดว่าจะไม่มีปัญหาด้านราคา

นายวัยรักษ์ วลัยรักษ์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคา ลิ้นจี่ ว่า เบื้องต้นหน่วยงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ผลผลิตลิ้นจี่ในจังหวัด เชียงใหม่ ไว้ว่า จะมีถึง 28,000 ตัน

แต่ปรากฏว่าช่วงต้นฤดูกาลได้เกิดพายุลูกเห็บตก ในพื้นที่ ส่งผลให้ผลผลิตเสียหาย และ คาดว่าจะเหลือผลผลิตลิ้นจี่ออกสู่ท้องตลาดประมาณ 21,000 ตัน ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาด้านตลาด


ขณะเดียวกัน พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานไปยังบริษัท Thai Cargo Airline เพื่อจะขนผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ ไปขายลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงของ จังหวัดภูเก็ต สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเมืองใหญ่ๆ ที่เครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไปถึง


ซึ่งเกษตรกรต้องเตรียมผลผลิตให้มีคุณภาพ และสวนต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเชื่อว่าจะได้ผลดี


สำหรับลิ้นจี่ในจังหวัดเชียงใหม่ นิยมปลูกในอำเภอตอนเหนือ คือ อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ ขณะที่ลิ้นจี่ปลูกในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา โดยจะนิยมปลูกพันธุ์ พันธุ์ฮงฮวย โอวเฮียะ กิมเจ็ง จักรพรรดิ์ และภาคตะวันตกแถบจังหวัดสมุทรสงครามจะปลูกพันธุ์ค่อม


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ไทย ส่งออกไปตุรกีเกินดุลอยู่ 910 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

กรมการค้าต่างประเทศ เผย
ปีที่ผ่านมาไทยส่งออกไปตุรกีได้เกินดุลอยู่ 910 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โดยสิทธิพิเศษทางการค้าหรือ GSP มีการขยายตัวมากขึ้นจากปี 2549 ร้อยละ 43.8


นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ปี 2550 ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกไปยังตุรกีได้ 1,035 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 124 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ไทยได้เปรียบดุลการค้ากับตุรกีถึง 910 ล้านเหรียญสหรัฐฯ


ทั้งนี้ สินค้าส่งออกหลักไปยังตุรกี ได้แก่ รถบรรทุกชนิดแวน/ปิกอัพ เม็ดพลาสติก ยางแผ่นรมควัน เส้นใยประดิษฐ์ และอัญมณี/เครื่องประดับ เป็นต้น


โดยการส่งออกของไทย ไปตุรกี ภายใต้การใช้สิทธิพิเศษทางการค้า หรือ GSP ในปี 2550 นั้น กรมการค้าต่างประเทศ ได้ออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Form A) ไปตุรกี เป็นจำนวน 4,528 ฉบับ มีมูลค่า 454.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43.87 ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมด ซึ่งจะเห็นได้ว่าการใช้สิทธิ GSP เพื่อการส่งออกดังกล่าวมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2549 อยู่ถึงร้อยละ 43.8


อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวด้วยว่า นับแต่ปี 2549 ซึ่งเริ่ม มีการใช้สิทธิ GSP เป็นต้นมา สินค้าไทยมีการพัฒนาคุณภาพ ให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สินค้าบางรายการที่มีการใช้สิทธิ GSP น้อย เช่น เครื่องปรับอากาศ ด้ายสังเคราะห์ อาหารปรุงแต่ง และสิ่งของที่ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ นั้น กรมการค้าต่างประเทศ จะเร่งผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ส่งออกใช้สิทธิ มากขึ้น


ข้อมูลเพิ่มเติม สาธารณรัฐตุรกี Republic of Turkey

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

จ.ตราด ส่งผลไม้ไปยัง ประเทศกัมพูชา แล้วแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

ผลไม้ชุดแรกของจังหวัดตราด ได้ส่งไปยัง
ประเทศกัมพูชาแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ


นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดตราด ร่วมกันส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และหอการค้าจังหวัดตราด วางแผนการระบายผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ เงาะ มังคุด ทุเรียน และลองกอง ไปยัง ประเทศกัมพูชา ในช่วงที่มี ปริมาณผลผลิตออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันราคาผลผลิตตกต่ำ


โดยขณะนี้ผลไม้ชุดแรกของจังหวัดตราด ได้ถูกส่งไปยังประเทศกัมพูชาแล้ว โดยใช้การขนส่งทางบกผ่านแดน ที่ด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด


ทั้งนี้ผลไม้ชุดแรกมีมูลค่าการค้ากว่า 220,000 บาท ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางหนึ่ง ในแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำของ จังหวัดตราด


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ก.คลัง สั่งกรมบัญชีกลาง ร่าง กม.รองรับ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551

กระทรวงการคลัง สั่งกรมบัญชีกลาง ร่างกฎหมายรองรับ
กฎระเบียบพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เพื่อให้สอดคล้อง
กับการจำแนกตำแหน่งและ ค่าตอบแทน
แบบใหม่ของข้าราชการ หลังเตรียมยกเลิกระบบซีปลายปีนี้


ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงนโยบายของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่จะให้ข้าราชการทุกคน ปรับเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ ประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจาก พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ว่า


การปรับเปลี่ยนระบบดังกล่าว ทำให้กระทบต่อการ กำหนดกฎระเบียบใน เรื่องสิทธิและวิธีปฏิบัติการเบิกจ่ายเงิน เดือน ค่าตอบแทนและสวัสดิการ และระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบ ” ซี ” เป็นเกณฑ์ จึงได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลาง เตรียมการและเร่งดำเนินร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้อง กับการจำแนกตำแหน่งและ ค่าตอบแทนแบบใหม่ของข้าราชการ โดยเน้นว่าการแก้ไขดังกล่าว ต้องไม่เพิ่ม ภาระงบประมาณและ ไม่ลิดรอนสิทธิ์เดิมที่ข้าราชการ เคยได้รับ


ด้านนายมนัส แจ่มเวหา รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการรองรับ พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว โดยคาดว่าจะเพิ่มภาระงบประมาณในปีหน้าเพิ่มขึ้น 70 ล้านบาท และรองรับการปรับระบบการจ่าย ตรงเงินเดือนและ ค่าจ้างประจำอีก 46 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติงบกลางจากสำนักงบประมาณ

ข้อมูลเพิ่มเติม


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ก.คลัง เชื่อเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ร้อยละ 5 – 6


ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง มั่นใจเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 5 – 6 หลังไตรมาสที่ 2 รัฐบาลสามารถอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 67,200 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีเงินกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว 156,800 ล้านบาท


นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงฐานะการคลังเบื้องต้นตามระบบเศรษฐกิจการคลัง ว่า


ในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2551 รัฐบาลได้อัดฉีดเม็ดเงิน เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้แล้วจำนวน 67,248 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2551


มีเม็ดเงินจากภาคการคลัง ถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 156,800 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ในการดำเนินนโยบาย การคลังแบบขาดดุล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้สามารถขยายตัวได้ในระดับร้อยละ 5 – 6


สำหรับการจัดเก็บรายได้รัฐบาลช่วงไตรมาส 2 ของปี 2551 รัฐบาลมีรายได้กว่า 328,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 6.8 จากการจัดเก็บรายได้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีสุรา และภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่จัดเก็บได้ในอัตราสูง


ขณะที่การใช้จ่ายงบประมาณมีประมาณ 424,740 ล้านบาท ลดลง 7,592 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่มีรายจ่ายทั้งสิ้น กว่า 432,300 ล้านบาท เนื่องจากในปีที่ผ่านมา พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีมีผลบังคับใช้ล่าช้า

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

กรมการขนส่งทางบก หนุนเจ้าของรถยนต์เปลี่ยนมาใช้ NGV

กรมการขนส่งทางบก สนับสนุนให้เจ้าของรถยนต์เปลี่ยนมาใช้ NGV
เผยประหยัดกว่าน้ำมัน ปีเดียวคุ้มทุน และ
ได้ส่วนลดค่าภาษีรถประจำปีถึงร้อยละ 25-50


นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า นับตั้งแต่กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการจูงใจ ผู้ใช้รถให้หันมาใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า NGV เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมัน เพื่อลดค่าใช้จ่าย และช่วยประหยัดพลังงานของประเทศ


โดยการลดอัตราภาษีประจำปี สำหรับรถที่ใช้ก๊าซ CNG ลงร้อยละ 25-50 เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีเจ้าของรถที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิง มาจดทะเบียนใหม่ หรือแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงแล้ว จำนวน 42,681 คัน


เป็นรถที่ใช้ก๊าซ CNG เพียงอย่างเดียว จำนวน 4,434 คัน และใช้ร่วมกับน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซล จำนวน 38,247 คัน


นายชัยรัตน์ กล่าวว่า การใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมัน สามารถช่วยเจ้าของรถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้มาก โดยหากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการใช้น้ำมันเบนซิน 91 กับก๊าซ CNG


พบว่า ค่าเชื้อเพลิงต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร รถที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3.50 บาท ขณะที่รถใช้ก๊าซ CNG จะเสียค่าใช้จ่ายเพียง 0.85 บาทเท่านั้น


ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิง ราคาประมาณ 40,000 – 60,000 บาท เจ้ารถสามารถคุ้มทุนได้ในระยะเวลา 8 – 12 เดือน


นอกจากนี้ รถที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงยังได้รับสิทธิ์เสียภาษีรถประจำปีในอัตราที่ถูกลง โดยกรมการขนส่งทางบก กำหนดให้จัดเก็บ
ภาษีรถที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราภาษีปัจจุบัน และ จัดเก็บภาษี รถที่ใช้ก๊าซ CNG ร่วม หรือสลับกับน้ำมันในอัตราร้อยละ 75ของอัตราภาษีปัจจุบัน


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Blog at WordPress.com.