Accom Thailand

May 11, 2008

ผู้ประสบภัยพายุไซโคลนในพม่า จะเผชิญกับหายนะภัยครั้งใหญ่ หากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

หน่วยงานบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศหลาย แห่งเตือนวันนี้ว่า


บรรดาผู้ประสบภัยพายุไซโคลนในพม่า จะต้องเผชิญกับหายนะภัยครั้งใหญ่ หากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยสำนักงานของ อ๊อกซ์แฟม ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศประจำ ภูมิภาคเอเชียตะวันออก คาดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงถึง 1 ล้าน 5 แสนคน


หากไม่มีการจัดหาน้ำสะอาด และการจัดการด้านสุขาภิบาลฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือ ผู้รอดชีวิต และในบางพื้นที่ความช่วยเหลือเริ่มถึงผู้ประสบภัยแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ


นอกจากนี้เรือประมงบริเวณชายฝั่ง ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการอพยพผู้ประสบภัย ไปยังพื้นที่ปลอดภัย ใกล้มีปัญหาขาดแคลนน้ำมันแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ที่ยังติดอยู่ในหมู่บ้าน ห่างไกลในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีได้ทันเวลา


สำหรับสถานการณ์ ในนครย่างกุ้งนั้น เจ้าหน้าที่สหประชาชาติในพม่า รายงานว่า มีการเก็บกวาดซากปรักหักพัง และซากต้นไม้ ตามท้องถนนหลายสายแล้ว และ ยังสามารถจัดส่งน้ำประปาได้ในพื้นที่บางแห่งของนครย่างกุ้งด้วย และ


ในคืนวันนี้ เครื่องบินของสำนักงานประสานความช่วยเหลือ กิจการมนุษยธรรมของ สหประชาชาติ พร้อมสิ่งของบรรเทาทุกข์ และอุปกรณ์ทำน้ำบริสุทธิ์ จะเดินทางถึงพม่าในเวลา 18.55 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 19.25 น.ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติในพม่า จะคอยรับสิ่งของเหล่านี้ ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินภัยพิบัติ ของสหประชาชาติ 3 คน ยังรอการอนุมัติวีซ่าเข้าประเทศพม่า อยู่ในกรุงเทพ


ทางด้านความคืบหน้าของ การลงประชามติหยั่งเสียงประชาชน เกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้นั้น สื่อมวลชนของทางการพม่ารายงานวันนี้ว่า มีประชาชนไปใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก และ ในบางหน่วย ต้องขยายเวลาการปิดหีบออกไปด้วย การลงประชามติดังกล่าวจัดขึ้นประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นในประเทศ ที่ไม่ได้ประสบภัยพิบัติ


แต่ในพื้นที่ ที่ประสบภัยพายุหนักที่สุด ต้องเลื่อนการลงประชามติออกไป 2 สัปดาห์ ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึงนครย่างกุ้ง และในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

ผู้บัญชาการทหารอากาศ อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน ส่งมอบรัฐบาลพม่า

ผู้บัญชาการทหารอากาศ อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน ส่งมอบรัฐบาลพม่า


พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ กรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้อัญเชิญ สิ่งของพระราชทาน น้ำหนักรวม 10 ตัน ส่งมอบให้ รัฐบาลสหภาพพม่า ทันทีที่คณะซึ่งเดินทางด้วยเครื่องบิน ซี-130 ของกองทัพอากาศ ถึงท่าอากาศยานมิงกาลาดอน กรุงย่างกุ้ง โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลสหภาพพม่าให้การต้อนรับ


นำโดย พลอากาศโทเนียบเฮง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลจัตวาส่อ มิ้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคมและการย้ายถิ่นฐาน สหภาพพม่า


โดยพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวในพิธีส่งมอบว่า สิ่งของเหล่านี้ อาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชนชาวพม่าได้ในระดับหนึ่ง แต่ความห่วงใยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีต่อสหภาพพม่านั้นยิ่งใหญ่นัก


ด้านผู้บัญชาการทหารอากาศของพม่า กล่าวว่า ในนามรัฐบาลสหภาพพม่า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเป็นล้นพ้น ที่ทรงมีพระเมตตาต่อราษฎรผู้เดือดร้อน สำหรับสิ่งของพระราชทาน จะนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในนครย่างกุ้ง พะโค อิรวดี รัฐมอญ และรัฐกะเหรี่ยง โดยขนส่งทั้งทางรถยนต์ เรือ และเครื่องบิน

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พยากรณ์อากาศ เวลา 19.00 น. ประจำวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:56

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทุกภาคของประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานครมีฝนชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร น่าน นครสวรรค์ ปราจีนบุรี ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา และภูเก็ต ระมัดระวังอันตรายภัยจากฝนตกหนักในระยะนี้
สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 11-15 พ.ค.51 นี้ไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศตั้งแต่เย็นวันนี้ (11 พ.ค.51) จนถึงเย็นวันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ สุโขทัย กำแพงเพชร และน่าน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และสระบุรี
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ใกล้ฝั่งทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
วันพรุ่งนี้ น้ำขึ้นเต็มที่ เวลา 01.31 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 1 เมตร 5 เซนติเมตร
น้ำลงเต็มที่ เวลา 18.22 น. ต่ำกว่าระดับทะเลปานกลาง 88 เซนติเมตร
วันพรุ่งนี้ ที่ผาชนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.29 น.
กรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.52 น.

เชิญชวน นมัสการพระเจ้าตนหลวง และ เทศกาลลิ้นจี่ จังหวัดพะเยา

ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาเชิญชวนชาว พะเยาและ นักท่องเที่ยว


เที่ยวงานเทศกาลลิ้นจี่จังหวัดพะเยา ประจำปี 2551 พร้อมกันนี้ขอเชิญเที่ยวงานแปดเป็งพระเจ้าตนหลวง


นางสาวเรืองวรรณ บัวนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยถึงงานสำคัญ ของจังหวัดพะเยา ในช่วงเดือน พฤษภาคมของทุกปี ว่า จังหวัดพะเยามีการจัดงานใหญ่ ๆ 2 งาน


ได้แก่ งานเทศกาลลิ้นจี่จังหวัดพะเยา และ งานประเพณีนมัสการพระเจ้าตนหลวง หรืองานแปดเป็นพระเจ้าตนหลวง สำหรับงานเทศกาลลิ้นจี่จังหวัดพะเยา ประจำปี 2551 กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15-19 พ.ค.นี้ โดยจะมีพิธีเปิดงานในเวลา 17.30 น.


ภายในงานมีการจำหน่ายลิ้นจี่ การจัดขบวนแห่ลิ้นจี่ การประกวดธิดาลิ้นจี่ พร้อมทั้ง การจัดประกวดลิ้นจี่ การจำหน่ายสินค้าโอท็อป ในโอกาสนี้ขอเชิญชาวพะเยาและนักท่องเที่ยว เที่ยวงานเทศกาลลิ้นจี่ จังหวัดพะเยา ประจำปี 2551 พร้อมเชิญชวนชาวพะเยาและนักท่องเที่ยว เที่ยวงานแปดเป็ง พระเจ้าตนหลวง งานประจำปีของวัดศรีโคมคำหรือ วัดพระเจ้าตนหลวง ในระหว่างวันที่ 10-19 พ.ค.นี้


สำหรับขบวนแห่ลิ้นจี่ในปีนี้ ทุกขบวนจะรวมกันที่ บริเวณถนนรอบศาลหลักเมือง และขบวนจะเคลื่อนไปยังบริเวณสถานที่จัดงานในเวลา 16.00 น. ผ่านตลาดสดพะเยาอาเขต ผ่านสี่แยกประตูเหล็ก ไปตามถนนชายกว๊านจนถึงบริเวณจัดงาน สวนสุขภาพหลังเทศบาลเมืองพะเยา

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เตือนนายจ้างรับนักเรียน นักศึกษาเข้าทำงาน ระวังอุบัติเหตุจากการทำงาน

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:55

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนนายจ้างรับนักเรียน นักศึกษาเข้าทำงาน ระวังอุบัติเหตุจากการทำงาน
นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า ในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมเข้าทำงานกับสถานประกอบการต่าง ๆ นอกจากนี้เป็นช่วงที่มีนักศึกษาเข้ารับการฝึกงาน ปรากฎว่าที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ปฏิบัติงานหลายครั้ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ พิการและบางรายถึงกับเสียชีวิต ดังนั้นจึงขอเตือนมายังนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยและขอให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้ม ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน เช่น การทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานไม่ปลอดภัย และมีความเสี่ยงอันตรายสูง ต้องไม่อนุญาติให้นักเรียน นักศึกษา ปฏิบัติงานอย่างเด็ดขาด หากมีความจำเป็นต้องเข้าไปปฏิบัติงานต้องมีการควบคุม ดูแล และเฝ้าระวังจากหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด

เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่วัดพระเจ้าตนหลวง กว๊านพะเยา


ระหว่างวันที่ 10-19 พ.ค. ขอเชิญพุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา วันที่ 19 พ.ค. ร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา พร้อมฟังการแสดงพระธรรมเทศนาและสวดเบิกตลอดทั้งคืน


ในช่วงระหว่างวันที่ 10-19 พ.ค.นี้ วัดศรีโคมคำหรือวัดพระเจ้าตนหลวง พร้อมด้วย คณะศรัทธา จัดงานประเพณี นมัสการ พระเจ้าตนหลวง หรืองาน แปดเป็งพระเจ้าตนหลวง ในโอกาสนี้ขอเชิญพุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธาร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา พร้อมร่วมปฏิบัติธรรม และ


เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทรที่ 19 พ.ค. ขอเชิญชวนร่วมเวียนเทียน พร้อมรับฟังพระธรรมเทศนา นอกจากนี้จะมีการสวดเบิกตลอดทั้งคืน


นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค สินค้าพื้นเมือง พร้อมทั้งมหรสพต่าง ๆ มากมาย


สำหรับพุทธศาสนิกชน ที่เดินทางมา ร่วมงานประเพณีแปดเป็งพระเจ้าตนหลวง ขอให้ระวัง การใช้รถใช้ถนนบริเวณ เส้นทางพหลโยธินสายใน ซึ่งเป็น เส้นทางผ่านวัดพระเจ้าตนหลวง โดยเฉพาะบริเวณ หน้าวัดพระเจ้าตนหลวง ขอให้ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้จะมีประชาชนเดินทาง มาร่วมกิจกรรมทั้ง กลางวัน และกลางคืน เป็นจำนวนมาก


นอกจากนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ต้องระมัดระวังการโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถ ด้วย ไม่ควรจอดรถในที่มืดและที่เปลี่ยว ไม่ควรนำสิ่งของมีค่าเก็บไว้ในรถ ก่อนออกจากรถควรตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่า ประตูรถทุกบานได้ปิดล็อคเรียบร้อยแล้ว และได้นำกุญแจรถออกมาแล้ว

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ผู้ว่าฯ จันทบุรี ดูตลาดส่งออกผลไม้ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:50

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีดูตลาดส่งออกผลไม้ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม – บ้านผักกาดอ.โป่งน้ำร้อน
นาย ประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พ้อมด้วยนายพจน์ รักความสุข นายอำเภอโป่งน้ำร้อน นายอิสิวุฒิ ตั้งเกียรติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี และ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มาดูตลาดบ้านแหลมและตลาดบ้านผักกาด ที่เป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดและสามารถระบายสินค้าผลิตผลทางการ เกษตร จำพวกเกรดไม่สูงนัก เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ลำไย และ อื่น ๆ อีกหลายชนิดไปสู่ตลาดปลายทางที่พนมเปญ โฮจิมิน เวียดนาม และจีน
นาย ประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ช่องทางการค้าชายแดนเป็นช่องทางที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ส่วนใหญ่เป็นสินค้าของไทยส่งไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันจันทบุรีมีผลผลิต ผลไม้ต่าง ๆ ออกมามาก การค้าชายแดนเป็นช่องทางหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ของจันทบุรีไม่ให้ตก ต่ำ จะเห็นได้ว่าจุดผ่านแดนถาวรแห่งนี้มีประโยชน์มาก และก็เริ่มเจริญเติบโตพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ สินค้าแต่ก่อนอาจจะมีการวางขายเป็นกอง ๆ แต่ขณะนี้เริ่มมีการแพ็คกล่องแล้ว ทำให้สินค้ามีเกรดมีราคาดีขึ้น ถึงแม้จะมีกฎระเบียบในการผ่านเข้า – ออก แต่ พ่อค้าแม่ค้าทั้งสองฝ่ายก็ได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี การค้าขายเกิดความคล่องตัวดีมาก มีการส่งออกมากขึ้นเพราะเศรษฐกิจของกัมพูชาและเวียดนามดีขึ้น
นาย อิสิวุฒิ ตั้งเกียรติ ในฐานะนายกสมาคมการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา (บ้านแหลม) กล่าวว่าปีนี้ทุเรียนชายแดนน่าจะส่งออกได้ประมาณ 101,000 กว่าตัน ส่วนเงาะ มังคุด ลองกอง และผลไม้ชนิดอื่น ๆ ก็จะส่งเพิ่มมากขึ้นประมาณ 20 -22 % ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำวิจัยมาทุกปี ปีนี้ที่การส่งออกดีขึ้นนั้น เพราะเวียดนามเศรษฐกิจดีขึ้นโดยเฉพาะที่โฮจิมิน และแม้แต่กัมพูชาเองเศรษฐกิจก็โตขึ้นประมาณ 22 -25 % โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง มีกำลังซื้อมาก ผลไม้ตั้งแต่เกรด 1 -4 เขาซื้อได้ทุกเกรด.

การค้าชายแดนไทย- กัมพูชา (บ้านแหลม) เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องข้ามแดนไม่มี

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:49

น้ำมันแพงส่งผลกระทบต่อการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจันทบุรีไปยังเวียดนาม
นาย อิสิวุฒิ ตั้งเกียรติ นายกสมาคมการค้าชายแดนไทย- กัมพูชา (บ้านแหลม) เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องข้ามแดนไม่มี เพราะทางกัมพูชาอำนวยความสะดวกให้ดีมาก ไม่เคยมีกักกันเลย แต่ในส่วนของน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นนั้นมีผลกระทบต่อค่าขนส่ง แต่ว่าเศรษฐกิจของ กัมพูชา และเวียดนามโตขึ้นมาก จึงไม่เป็นประเด็นปัญหา เพราะส่งอะไรเข้าไปก็ขายได้หมด สินค้าจากตลาดบ้านแหลม ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ มังคุด ปลายทางคือเมืองโฮจิมินซิตี้ ประเทศเวียดนาม จากนั้นก็จะกระจายออกไปตามตลาดต่าง ๆ แต่สินค้าบางตัว เช่น มังคุดถ้าซื้อดิบไปถึงโฮจิมิน ก็จะมีพ่อค้า แม่ค้าจากจีนมารับช่วงต่อไป
นายก สมาคมการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา กล่าวว่า ที่บริเวณตลาดบ้านแหลม และ ตลาดบ้านผักกาด ที่ยังขาดอยู่ก็คือธนาคาร ในเรื่องความปลอดภัยนั้นขอรับรองว่ามีถึง 100 % เพราะเขาซื้อขายกันด้วยเงินบาทไทย ที่เรียกว่า ไปจนถึงเวียดนามแล้ว ที่ตลาดบ้านแหลมซื้อของขนขึ้นเสร็จ ก็จ่ายเงินสดเลย ถ้ามีปัญหาก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ต.ม.และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ รปภ.ของตลาดไกล่เกลี่ยให้ก็ไม่มีปัญหา

โครงการ “ ราชวิถี 150 ใจ ผู้ใช้ประสาทหูเทียม ”

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:47

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมการแพทย์ โดยศูนย์ประสาทหูเทียม โรงพยาบาลราชวิถี ทำโครงการ “ ราชวิถี 150 ใจ ผู้ใช้ประสาทหูเทียม ” เพื่อพัฒนาศักยภาพทางการได้ยินและพูดหลังผ่าตัดประสาทหูเทียม
นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน “ ราชวิถี 150 ใจ ผู้ใช้ประสาทหูเทียม ” ที่โรงพยาบาลราชวิถี เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการพื้นฐานในการผ่าตัดฝังประสาทหู เทียมในเด็กฟรี ถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาจำนวน 80 ราย ซึ่งงานวันนี้เป็นการพบปะของผู้ใช้ประสาทหูเทียมจากทั่วประเทศ 150 ราย มาแลกเปลี่ยนความรู้ ดูพัฒนาการของผู้รับการฝังประสาทหูเทียม และให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับประสาทหูเทียมมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่า มีผู้พิการทางการได้ยินประมาณ 240,000 คนที่ยังไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากอุปกรณ์ประสาทหูเทียมมีราคาแพง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและฟื้นฟูการฟังการพูดก็มีราคาแพงเช่นกันเฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อราย โดยกระทรวงสาธารณสุข เร่งดึงความก้าวหน้าทางการแพทย์แบะเทคโนโลยีใหม่ๆเกี่ยวกับประสาทหูเทียมมา แก้ปัญหาโดยเร็ว เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพผู้ที่ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมให้ได้ยินและพูดได้เหมือนคน ปกตินั้น ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยบุคคลในครอบครัวต้องให้กำลังใจอย่างมาก ซึ่งหากได้รับการผ่าตัดตั้งแต่เด็กๆจะช่วยการพัฒนาการฟังและพูดได้ดีกว่า

ผลการสำรวจเอแบคโพลล์หัวหน้าครัวเรือน

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:45

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยผลสำรวจเรื่อง ผลงานรัฐบาลและอนาคตประเทศไทยในสายตาหัวหน้าครัวเรือน พบว่า หัวหน้าครัวเรือนในต่างจังหวัดให้คะแนนรัฐบาลเฉลี่ยโดยรวมสูงกว่า กลุ่มหัวหน้าครัวเรือนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครในทุกนโยบายเร่งด่วน
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า สำนักวิจัยฯ ได้คัดเลือกประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนโนบายรัฐบาลที่เคยแถลงต่อรัฐสภา ก่อนการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศมาเป็นกรณีศึกษาวิจัยผลงานรัฐบาลในช่วง 3 เดือนผ่านมาทางความคิดเห็นของหัวหน้าครัวเรือนภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี นครพนม อุดรธานี ชลบุรี อยุธยา นนทบุรี นครปฐม ลพบุรี สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต จำนวนทั้งสิ้น 3,404 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา พบว่า
เมื่อถามถึงความคิดเห็นของหัวหน้า ครัวเรือนต่อผลงานรัฐบาลรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาตามนโยบายเร่งด่วนที่เคยแถลงต่อรัฐสภา โดยคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า หัวหน้าครัวเรือนในต่างจังหวัดให้คะแนนเฉลี่ยโดยรวม สูงกว่า กลุ่มหัวหน้าครัวเรือนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครในทุกนโยบายเร่งด่วน เรียงลำดับดังนี้ อันดับแรก การจัดสรรงบประมาณตามขนาดประชากร (SML) ให้ครบทุกหมู่บ้านและชุมชน คนต่างจังหวัดให้ 4.65 คะแนน คนกรุงเทพฯ ให้ 3.83 คะแนน รอง ๆ ลงไปได้แก่ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ คนต่างจังหวัดให้ 4.54 คนกรุงเทพฯ ให้ 3.97 มาตรการลดปัญหาโลกร้อน ตจว.ให้ 4.42 คน กทม. ให้ 3.91 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้ 4.43 ต่อ 3.82 ด้านการท่องเที่ยวได้ 4.41 ต่อ 3.95 ด้านการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและยากจนได้ 4.40 ต่อ 4.03 ตามลำดับ
นอกจากนี้ หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.8 ระบุถึงอนาคตประเทศไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้าว่า จะเกิดสภาวะข้าวยาก หมากแพง (สินค้าราคาสูงขึ้นแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต) รองลงมาคือร้อยละ 80.1 ระบุจะเกิดปัญหาอาชญากรรมรุนแรงมากขึ้น ร้อยละ 56.6 ระบุอาจเกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร ร้อยละ 54.9 ระบุยังจะรู้สึกอบอุ่นใจที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ร้อยละ 54.6 ระบุจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงไม่คาดฝันในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 53.6 ระบุจะยังมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช ร้อยละ 44.1 ระบุคนไทยส่วนใหญ่จะยังคงรักสามัคคีกัน และเพียงร้อยละ 21.3 ระบุบ้านเมืองสงบสุขแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อถามถึงทางเลือกของหัวหน้าครัวเรือนว่าเลือกที่จะหวังและก้าวต่อไปข้าง หน้า หรือเลือกที่จะกลัวและกังวลต่อเหตุการณ์ข้างหน้าของประเทศไทย ผลสำรวจพบว่า หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.8 ยังคงกังวลและกลัวต่อเหตุการณ์ข้างหน้าของประเทศไทย ขณะที่ร้อยละ 41.2 เลือกที่จะหวังและก้าวต่อไปข้างหน้า ผู้ที่ระบุว่า เลือกที่หวัง ก้าวต่อไปข้างหน้า ขณะที่ผู้ที่ระบุว่ากังวลและกลัวต่อเหตุการณ์ข้างหน้า
ดร.นพดล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า หัวหน้าครัวเรือนที่ถูกศึกษาครั้งนี้ให้คะแนนการทำงานของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนแรกตามนโยบายเร่งด่วนต่ำกว่าครึ่งหนึ่งในทุกนโยบาย รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งทำงานหนักในแต่ละนโนบายให้เป็นรูปธรรม ตอบสนองความคาดหวังของประชาชนที่เคยสำรวจในช่วงหลังการเลือกตั้งใหม่ ๆ โดยนโยบายที่รัฐบาลควรเน้นควบคู่ไปกับเรื่องใกล้ตัวของประชาชนคือ การสร้างบรรยากาศทางสังคมและการเมืองให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่ ประชาชน

Next Page »

Blog at WordPress.com.