Accom Thailand

May 14, 2008

ทางการพม่าขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ให้การช่วยเหลือพม่าเป็นประเทศแรก

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:59

ทางการพม่าขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ให้การช่วยเหลือพม่าเป็นประเทศแรก โดยเฉพาะสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์
วันนี้ (14 พ.ค.51) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีสหภาพพม่า ที่โรงแรมเซโดนา โดย พลเอกเต็ง เส่ง กล่าวขอบคุณในฐานะรัฐบาล และตัวแทนประชาชนชาวพม่า ที่ไทยให้การช่วยเหลือเป็นประเทศแรกหลังเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีส โดยเฉพาะสิ่งของพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ทำให้ทางการพม่ามีกำลังใจต่อสู้และให้การช่วยเหลือประชาชนพม่าต่อไป
ทั้งนี้ สิ่งแรกที่รัฐบาลพม่าดำเนินการคือ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ และให้การช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ในที่ปลอดภัยด้วยกองกำลังทหาร 4,000 นาย และประชาชน เพราะหากรอความช่วยเหลือจากต่างประเทศจะสายเกินไป จึงต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน และจากนี้ไปจะเร่งฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้กลับไปสู่ ถิ่นฐานตัวเองต่อไป สำหรับความช่วยเหลือที่พม่าต้องการขณะนี้ คือ ทีมแพทย์ พยาบาล รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็น อย่างไรก็ตามรัฐบาลพม่ารู้สึกเสียใจที่บางประเทศเข้าใจว่าสิ่งของที่ส่งมา ช่วยเหลือไปไม่ถึงมือประชาชน โดยยืนยันว่าสิ่งของที่ได้รับบริจาค ทางการพม่าได้ส่งมอบให้ประชาชนและขอบคุณนายกรัฐมนตรีไทย ที่จะถ่ายทอดในสิ่งที่พบและเห็นในวันนี้ไปยังประชาคมโลกด้วย
ขณะที่นายกรัฐมนตรี จะไปแจ้งให้คณะทูตได้เข้าใจถึงขั้นตอนและการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวพม่า โดยเฉพาะเลขาธิการสหประชาชาติ และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ว่าพม่าช่วยเหลือตัวเองได้ และไทยจะสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาล 20 ทีม และทีมป้องกันรักษาโรคอีก 20 ทีม รวมทั้งเครื่องไถนา เครื่องสูบน้ำ เรือไฟเบอร์กลาสขนาดเล็กตามที่พม่าต้องการ โดยจะดำเนินการภายใน 3 – 4 วัน ส่งผ่านไปทางจังหวัดตาก รวมทั้งโทรศัพท์ที่ใช้ระบบดาวเทียม 100 เครื่อง และในโอกาสนี้ พลเอกเต็ง เส่ง ได้พานายกรัฐมนตรี ไปเยี่ยมศูนย์นอร์ทตะกง เพื่อให้เห็นว่าประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างไร รวมทั้งของพระราชทานที่ส่งมาถึงมือประชาชนพม่าทั้งหมด ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีสอบถามประชาชนพม่าด้วยความห่วงใย ถึงความเป็นอยู่ และได้บอกว่ารัฐบาลจะส่งความช่วยเหลือมาให้อีก

Advertisements

นายกฯ ชี้แจงผลการเยือนสหภาพพม่าเพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:58

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงผลการเยือนสหภาพพม่าเพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส โดยยืนยันพม่าสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขณะที่เตรียมส่งทีมแพทย์ 40 ทีมไปช่วยเหลือเร็วๆ นี้
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ชี้แจงผลการเดินทางเยือนสหภาพพม่าผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที ว่า การเดินทางไปครั้งนี้ได้พบกับ พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีสหภาพพม่า และได้มีการหารือถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส โดยใช้เวลาพูดคุยกันกว่า 2 ชั่วโมง รวมทั้งได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนบ้านเรือนของพม่า และได้เห็นร่องรอยของพายุที่ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้พม่าสามารถจัดการพื้นที่เมืองหลวงให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนมีน้ำ และไฟฟ้าใช้แล้ว ยังเหลือเพียงต้นไม้ และถนนที่ยังมีร่องรอยของความเสียหายอยู่บ้างเท่านั้น แม้พม่าจะไม่มีประสบการณ์กับเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้มากนัก แต่จากความร่วมมือของประชากรของพม่าที่มีอยู่จำนวนมากทำให้ช่วยกันฟื้นฟู บ้านเมืองได้ด้วยตัวเอง
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลพม่ายินดีที่จะรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย ซึ่งรัฐบาลไทยเตรียมส่งทีมแพทย์และพยาบาล 20 ทีมไปให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ และอีก 20 ทีมไปดูแลป้องกันโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้น

การบินไทย ทำการบินเส้นทาง กรุงเทพฯ – เฉิงตู ได้ตามปกติแล้ว

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:55

การบินไทย ทำการบินเส้นทางไป – กลับ กรุงเทพฯ – เฉิงตู ได้ตามปกติแล้ว พร้อมทั้งขนส่งสิ่งของเครื่องใช้ และเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในจีน
เรืออากาศเอก ประวิตร ชินวัตร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันนี้ (14 พ.ค.51) เที่ยวบินของสายการบินไทย สามารถทำการบินสู่เมืองเฉิงตูได้ตามปกติแล้ว โดยเที่ยวบินแรก คือ เที่ยวบินที่ ทีจี 618 มีผู้โดยสารจำนวน 224 คน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 10.45 น. ถึงเฉิงตูเวลา 14.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเที่ยวบินที่ ทีจี 619 มีผู้โดยสาร จำนวน 243 คน ออกเดินทางจากเฉิงตู เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.05 น.
เรืออากาศเอก ประวิตร กล่าวอีกว่า สำหรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในจีน นับจากวันนี้เป็นต้นไป การบินไทยได้ทยอยนำสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับให้บริการผู้ โดยสารบนเครื่องบิน ซึ่งไม่ได้ใช้หลังจากเปลี่ยนแปลงเอกลักษณ์ใหม่ รวมทั้งอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม ยารักษาโรค เครื่องอุปโภคบริโภค ที่พนักงานร่วมบริจาค โดยจะจัดส่งไปกับเที่ยวบินของการบินไทย กรุงเทพฯ – เฉิงตู อย่างต่อเนื่อง

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ศาลให้ประกันตัวอดีต 3 กกต.

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:53

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกอดีต 3 กกต. คนละ 2 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี กรณีไม่ดำเนินการกับพรรคไทยรักไทย จ้างผู้สมัครพรรคเล็กลงเลือกตั้ง
ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุก พลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีรชัย แนวบุญเนียร คณะกรรมการการเลือกตั้ง คนละ 2 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี ในคดีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่า จำเลยทั้ง 3 ไม่ดำเนินการกับพรรคไทยรักไทย จ้างผู้สมัครพรรคเล็กลงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 2549 โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 3 คน จงใจประวิงเวลาในการดำเนินคดีกับพรรคไทยรักไทย ในการจ้างวานผู้สมัครพรรคการเมืองเล็กลงเลือกตั้งหลายเขต หลายจังหวัด ทั้งที่ผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งมีผลสรุปแล้ว จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปี 2541 และรัฐธรรมนูญปี 2540 ส่วนกรณีที่จำเลยอุทธรณ์ว่า เคยประกอบคุณงามความดี และมีโรคประจำตัวในการขอลดหย่อนโทษ หาเป็นข้ออ้างในการขอลดโทษได้ ศาลจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ศาลให้ประกันตัวอดีตกรรมการการเลือก ตั้ง(กกต.) ทั้ง 3 คน ด้วยหลักทรัพย์คนละ 120,000 บาท หลังศาลอุธรณ์พิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี กรณีไม่ดำเนินการกับพรรคไทยรักไทย จ้างผู้สมัครพรรคเล็กลงเลือกตั้ง
ภายหลัง ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกพลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร คณะกรรมการการเลือกตั้ง คนละ 2 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี ในคดีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่า จำเลยทั้ง 3 ไม่ดำเนินการกับพรรคไทยรักไทย กรณีจ้างผู้สมัครพรรคเล็กลงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ทั้ง 3 คนได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวต่อศาลเป็นเงินสด คนละ 120,000 บาท ซึ่งศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ระหว่างอยู่ในการพิจารณาชั้นฎีกา

กกต. พิจารณายก 2 คำร้องกรณีการขาดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:51

คณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณายก 2 คำร้องกรณีการขาดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณากรณีการจัดรายการชิมไปบ่นไป
นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ยกคำร้องการขาดคุณสมบัติของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ใน 2 กรณี คือ การดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาปี 2549 มาก่อน เนื่องจากในรัฐธรรมนูญมีบทเฉพาะกาลยกเว้นเรื่องนี้ไว้ ส่วนกรณีที่ นายสมัคร กล่าวหมิ่นประมาท นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ประชุมเห็นว่ากรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการรอลงอาญา ไม่ได้มีการสั่งจำคุกจริง รวมทั้งคดียังไม่ถึงที่สุดจึงมีมติให้ยกคำร้อง
สำหรับกรณีที่มีผู้มาร้องเรียนเพิ่มเติมในเรื่องที่นายสมัคร จัดรายการชิมไปบ่นไป โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวอยู่ในสถานะลูกจ้างไม่อยู่ในสถานะที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีได้นั้น ขณะนี้ที่ประชุม กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาแล้ว โดยกำหนดระยะเวลาการพิจารณา 15 วัน

ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 และ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการต่ออายุ คตส.

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:51

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 และ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการต่ออายุ คตส.
องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้ง 9 ท่าน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัวและ 3 ตัวของ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมพวก 47 คน ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ได้ยื่นไว้นั้น โดยศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 2 ประเด็นคือ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ที่แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ขึ้นมานั้น ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หรือไม่ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 30 เรื่องการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ที่มีการต่ออายุการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่รัฐ ออกไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หรือไม่
ทั้งนี้เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว องค์คณะผู้พิพากษาจะได้วินิจฉัยเกี่ยวกับคำฟ้องคดีทุจริตโครงการออกสลาก พิเศษเลขท้าย 2 ตัวและ 3 ตัวของอดีตคณะรัฐมนตรี พร้อมพวกต่อไป

คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่รัฐ ระบุ เคารพความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจหน้าที่ พร้อมยืนยัน ไม่กระทบกับการทำงานและจะเดินหน้าต่อไป
นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่งเรื่องให้ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่และคุณสมบัติของ คตส. ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า เป็นอำนาจโดยอิสระของศาล ซึ่ง คตส. ต้องเคารพความเห็นของศาล และต้องรอฟังคำวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการทำหน้าที่คงต้องดำเนินต่อไป เพราะไม่สามารถรอได้ และยืนยันไม่หวั่นไหวใดๆ ทั้งสิ้น
ด้าน นายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่ไม่มั่นใจว่า อีกหลายคดีที่ คตส.จะสั่งฟ้องต่อศาลจะมีลักษณะเดียวกันนี้อีกหรือไม่
ขณะที่ นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส. แสดงความข้องใจในกรณีดังกล่าว พร้อมเห็นว่า ตามหลักกฎหมาย การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ต้องเกิดเป็นคดีในศาล หากคู่ความโต้แย้งหรือศาลเห็นเองว่า กฎหมายที่จะใช้ในคดีขัดรัฐธรรมนูญก็ให้คู่ความยื่นคำร้อง หรือศาลสรุปความเห็นแล้วจึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ทนายความ “ยงยุทธ” ร้องขอศาลเบิก “พ.อ.ธนัต” เป็นพยาน

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:51

ทนายความ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ร้องขอต่อศาลเบิก พันเอกธนัต ปัญญา เป็นพยาน มั่นใจจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ขออนุมัติต่อศาลให้นำ พันเอกธนัต ปัญญา อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ฝ่ายความมั่นคง มาเบิกความเป็นพยาน เพื่อชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ที่ กกต. เป็นโจทก์ ฟ้อง นายยงยุทธ ว่าทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังจะมีพยานอีก 2-3 ปาก ที่เป็นความลับที่จะชี้ให้เห็นว่าประเด็นการสอบสวนของคณะอนุกรรมการที่ กกต. ตั้งขึ้นนั้นมิชอบ โดยเฉพาะการสอบสวน นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนันตำบลจันจว้า ในวันที่ 26-28 มีนาคม 2550 ทั้งนี้ นายพิชิต กล่าวว่า การเบิกความพยานในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ส่วนใหญ่เป็นพยานที่เป็นปฏิปักษ์กับนายยงยุทธทั้งสิ้น

อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นเบิกความเป็นพยานต่อศาลฎีกา พร้อมยืนยัน มีกระบวนการพยายามสร้างหลักฐาน เพื่อให้ได้ใบแดงในการเลือกตั้งจริง
นายชูชาติ จันทวาร อดีตที่ปรึกษานายยงยุทธ ติยะไพรัช ขึ้นเบิกความเป็นพยานปากแรกของวันนี้ ในคดีทุจริตการเลือกตั้งของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ได้ยืมเงินกำนันอำเภอแม่จันจริง จำนวน 1,900,000 บาท รวมทั้งได้ยืมเงินนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ จำนวน 250,000 บาท ซึ่งกำนันอำเภอแม่จัน ได้พยายามติดต่อ นายยงยุทธ เพื่อให้ทวงเงินกับตนเอง แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกลับมา พร้อมปฏิเสธว่า ไม่เคยติดต่อนายชัยวัฒน์ เพื่อกลับคำให้การ แต่เป็นการติดต่อเพื่อที่จะคืนเงินเท่านั้น
ด้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร พยานปากที่ 2 ยืนยันว่า ในการแจ้งข้อกล่าวหาของ กกต.ว่า ตนเองทุจริตในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม และได้ไปสอบปากคำเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2550 เป็นการเร่งรัดเกินไป โดยไม่ให้เวลาเตรียมตัว อีกทั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ไม่มีอำนาจในการดำเนินการ แต่ กกต. ได้ออกระเบียบย้อนหลังให้คณะกรรมการสอบสวนชุดดังกล่าวมีอำนาจโดยชอบด้วย กฎหมาย พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า มีขบวนการที่พยายามสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อให้ตนเองได้รับใบแดงในการเลือกตั้ง ตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการสืบพยานของวันนี้ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด เพราะยังเหลือพยานอีกหลายปากที่จะต้องสอบเพิ่มเติม

คตส. สรุปคดีจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์แล้ว เตรียมส่งอัยการสูงสุด สั่งฟ้องผู้กระทำผิดหลายราย

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:50

คตส. สรุปสำนวนคดีจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์แล้ว โดยเตรียมส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุดสั่งฟ้องผู้กระทำผิดหลายราย หลังมีหลักฐานชัดว่า ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมเสนอให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ทรัพย์สินเกือบ 7 พันล้านบาทคืนต่อรัฐ
นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. กล่าวว่า ที่ประชุม คตส. นัดพิเศษค่ำวานนี้ มีมติเห็นชอบส่งสรุปสำนวนการไต่สวนการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีที เอ็กซ์ ต่ออัยการสูงสุด เพื่อสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ทั้งนี้ รายชื่อผู้กระทำผิด ประกอบด้วย นักการเมือง คณะกรรมการและพนักงานบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา แยกเป็น 2 กระทง โดยกระทงแรก เป็นการร่วมกันกำหนดคุณสมบัติของเครื่องซีทีเอ็กซ์ให้สามารถตรวจสอบระเบิด และยาเสพติดได้พร้อมกัน ในการจ้างปรับเปลี่ยนระบบ โดยมุ่งมิให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกิดความเสียหายแก่ บทม. อีกทั้งเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยมิชอบ ทั้งหมดนี้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. … มาตรา 5, 11 , 12 , 13 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 , 86 , 90 , 149 , 157 , 341 , และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. … มาตรา 3 , 11 ส่วนกระทงที่ 2 เป็นความผิดที่ บทม. นำตัวเองเข้าทำสัญญากับ บริษัท จีอีอินวิชั่น โดยในจำนวนผู้ถูกกล่าวทั้งหมด จะมีบางรายที่ถูกกล่าวหาทั้ง 2 กระทง หรือบางรายถูกกล่าวหาเพียงกระทงที่ 1 หรือ 2 เท่านั้น ทั้งนี้ คตส.ยังเสนอขอให้ผู้กระทำความผิดคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์สินประมาณ 6,936 ล้านบาทด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนของ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา , นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ หลุดข้อกล่าวหาในกระทงที่ 2 เนื่องจากบริษัท ควอโตเทค สิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคลไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2548 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 39 (1)
นายสัก กล่าวด้วยว่า ในส่วนของนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด หนึ่งในผู้กระทำผิด คตส.จะสั่งฟ้องต่อศาลเอง ไม่ส่งอัยการสูงสุดพิจารณา เพราะตามกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่สามารถส่งให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีพิจารณาสั่งฟ้องตนเองได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา คตส. ได้สรุปรายชื่อผู้กระทำผิดในคดีนี้ โดยมีรายชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้นร่วมอยู่ด้วย

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มปี 2551

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:49

กระทรวงมหาดไทย เตรียมแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม และพายุหมุนเขตร้อน ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังเต็มที่
นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัย วาตภัยและดินถล่มปี 2551 แถลงแนวทางและมาตรการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม รวมถึงเตรียมรับมือสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อน ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2551 โดยได้เตรียมการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย และการฟื้นฟูบูรณะสาธารณประโยชน์ให้กลับสู่สภาพเดิม รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพ ทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ แนวทางป้องกันได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ จัดวางระบบเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และแผนการอพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัย ซึ่งแต่ละจังหวัดมีเงินทดรองราชการ ในการแก้ปัญหาแล้วจังหวัดละ 50 ล้านบาท หากไม่เพียงพอสามารถขออนุมัติเพิ่มเติมได้ตามลำดับขั้นตอน พร้อมขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเก็บงบประมาณไว้รับมือสถานการณ์ ดังกล่าว และพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมสิ่งของอุปโภค บริโภคไว้ใช้ยามจำเป็น
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศพม่า และจีน ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังให้มากขึ้น จึงขอความร่วมมือประชาชน และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากการสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม พบว่ามีจำนวน 2,870 จุด ใน 51 จังหวัดแบ่งเป็นภาคเหนือ 25จังหวัด ภาคใต้ 14 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคกลาง 7 จังหวัดและภาคตะวันออก 6 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขา และเกิดเป็นประจำทุกปี อาทิ จังหวัดเชียงราย แพร่ นครศรีธรรมราช

มท.1 เผย เตรียมยึดที่ดินของรัฐที่ถูกบุกรุกคืนนับแสนไร่

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:49

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผย เตรียมยึดที่ดินของรัฐที่ถูกบุกรุกคืนนับแสนไร่ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดร่วมตรวจสอบ
ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในที่ประชุมเรื่องการบูรณาการเพื่อการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ และการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้จะไม่สามารถกระทำได้ ถ้าข้าราชการไม่รู้เห็น และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศเอาใจใส่ ดูแล การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ตรวจสอบพื้นที่ป่าไม้ที่เหลืออยู่ เนื่องจากได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ป่าไม้ในแต่ละจังหวัดแล้ว หากตัวเลขที่ปรากฏพบว่าจังหวัดใดมีพื้นที่ป่าลดลง จะปรับย้ายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปอยู่ในตำแหน่งผู้ตรวจการป่าไม้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า กระทรวงมหาดไทย เตรียมดำเนินการยึดที่ดินที่ถูกบุกรุกคืนอย่างน้อยแสนไร่ อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันคัดค้านการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และดำเนินการยึดพื้นที่ถูกบุกรุกคืน ทั้งนี้ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายปลูกต้นไม้ 76 ล้านต้นอีกด้วย

Next Page »

Blog at WordPress.com.