Accom Thailand

May 16, 2008

คณะแพทย์พระราชทานฯพร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติที่พม่า

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:59

คณะแพทย์พระราชทานพร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสที่สหภาพพม่า อย่างเต็มที่
นายแพทย์ปราชญ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากสหภาพพม่า ว่า ได้หารือกับนายเมียว อู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการสาธารณสุขสหภาพพม่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการทำงานของคณะแพทย์พระราชทานของไทยซึ่งทางการพม่าได้มอบหมายให้คณะ แพทย์ไทยลงพื้นที่ในเมืองกงเชียงกอน และเมืองจ้าวตาน ซึ่งทั้ง 2 เมือง อยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้ง ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วน คือ การรักษาพยาบาล การรักษาโรคระบาดและการฟื้นฟูสุขภาพจิต
ปลัด กระทรวงสาธารณสุข ยังกล่าวด้วยว่า โรคที่ห่วงกังวลว่าจะเกิดขึ้นตามมาคือ โรคฉี่หนู ส่วนโรคที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้คือโรคทางเดินอาหารที่มาจากน้ำไม่สะอาด ส่วนสิ่งของที่ทางการพม่ายังขาดเเคลนอยู่ คือ ยารักษาโรค วัสดุการแพทย์ รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคติดต่อที่มาจากอหิวาตกโรค ไทฟอยด์ และวัคซีนป้องกันโรคไวรัสอักเสบ เครื่องสูบน้ำ ผงคลอรีน โถส้วม และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 50 กิโลวัตต์ เพื่อใช้ในโรงพยาบาล

คมนาคม เตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:59

กระทรวงคมนาคม เตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เห็นด้วยหากจะมีการปรับขึ้นอีก 1.50 บาท
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมองค์การขนส่งมวลกรุงเทพ หรือ ขสมก. พร้อมทั้งมอบนโยบายการทำงานให้กับขสมก.ว่า ได้สั่งการให้ผู้บริหาร ขสมก.ทำรายได้เข้าสู่องค์กรให้มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก. ประสบปัญหาภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้จัดทำแผนฟื้นฟูฉบับใหม่มานำเสนอ และดูรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดหารถใหม่ ซึ่งรถที่ให้บริการอยู่ในขณะนี้ ถึงเวลาปรับเปลี่ยนเพราะมีอายุใช้งาน 8-10 ปีแล้ว ส่วนการปรับขึ้นค่าโดยสารของ ขสมก. ต้องให้เป็นไปตามกลไกของตลาด โดยจะไม่เข้าไปกำหนดราคาให้บิดเบือนจากความเป็นจริง เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง เป็นผู้พิจารณาถึงความเหมาะสม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่า จากภาวะราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้น เบื้องต้นเห็นใจและเข้าใจว่าราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจึงเห็น ด้วยที่จะให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยจะให้ ขสมก. รวมถึงรถร่วมบริการปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 1.50 บาท ส่งผลให้ค่าโดยสารรถร้อนขสมก.จาก 7 บาท เป็น 8.50 บาท รถร้อนร่วมบริการของ ขสมก.จาก 8.50 บาทเป็น 10 บาท รถมินิบัส 7 บาทเป็น 8.50 บาท รถปรับอากาศเพิ่มขึ้น 1 บาทตามระยะทาง จากเดิม 12-24 บาทเป็น 13-25 บาท อย่างไรก็ตามการพิจารณาปรับราคาค่าโดยสารต้องให้ คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ที่จะมีการประชุมในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้พิจารณาและมีมติอย่างเป็นทางการออกมาก่อน

โทรแล้วขับอันตราย เลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้อุปกรณ์เสริม กทม. แจกฟรี

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:59

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐและเอกชน ร่วมกันรณรงค์ลดอุบัติเหตุโครงการโทรไม่ถือ ภายใต้สโลแกนโทรแล้วขับอันตราย เลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้อุปกรณ์เสริมแจกฟรี
จากกฏหมายที่ออกมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม บังคับห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ยกเว้นกรณีการใช้อุปกรณ์เสริม ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 400 -1,000 บาท แต่ที่ผ่านมาแค่มีการตักเตือนเท่านั้น ซึ่งหลังจาก 20 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป จะเริ่มบังคับใช้จริง ทางกรุงเทพมหานครได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ขับรถ โดยเฉพาะรถแท๊กซี่ซึ่งต้องรับคนตลอดเวลา อีกทั้งอาจไม่สะดวกในการซื้ออุปกรณ์เสริม จึงร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐและเอกชน ร่วมกันรณรงค์ลดอุบัติเหตุโครงการโทรไม่ถือ ภายใต้สโลแกนโทรแล้วขับอันตราย เลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้อุปกรณ์เสริมแจกฟรี ซึ่งได้รับความสนใจจากสมาชิกผู้ขับแท๊กซี่มาขอรับอุปกรณ์เสริมเป็นจำนวนมาก

กรอ. ปล่อยกู้ร่วม 100 สาขาแนะ นศ.ดูที่เวปไซต์ของ กยศ.

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:58

ปีการศึกษา 2551 กองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต กำหนดปล่อยกู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา ในสาขาที่ตลาดแรงงานขาดแคลนกว่า 100 สาขา โดยนักศึกษาสามารถดูสาขาปล่อยกู้ได้ที่เวปไซต์ของ กยศ.
นายแพทย์ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษาได้ประกาศ กำหนดสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักและมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคน สำหรับผู้ขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน กองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ. แล้ว ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) ซึ่งมีกว่า 100 สาขา ซึ่งการจำกัดการปล่อยกู้เฉพาะสาขาที่ตลาดแรงงานขาดแคลน น่าจะเป็นส่วนกระตุ้นให้สถาบันการศึกษา เปิดวิชาเรียนที่ตรงกับความต้องการแรงงานของประเทศอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ นิสิต-นักศึกษา ที่ต้องการกู้ กรอ. สามารถดูรายละเอียดการกู้ยืม และสาขาวิชาที่ให้กู้ รวมถึงจบแล้วสามารถทำงานอะไรได้บ้าง ผ่านทางเว็บไซต์ กยศ. http://www.studentloan.or.th ซึ่งสาขาที่ปล่อยกู้ในปีนี้มี อาทิ คณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ได้ทุกสาขา เพราะประเทศไทยยังขาดบุคลากรด้านนี้อีกจำนวนมาก รวมถึงสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมต่อเรือ ปิโตรเลียมขุดเจาะน้ำมัน การบินพลเรือน และสายสังคมศาสตร์บางสาขา อาทิ อุตสาหกรรมบริการ การท่องเที่ยวและลอจิสติก

ปตท. ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีกลิตรละ 50 สตางค์ มีผลในเช้าวันพรุ่งนี้

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:58

บริษัท ปตท. จำกัด ( มหาชน) ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีกลิตรละ 50 สตางค์ มีผลในเช้าวันพรุ่งนี้ หลังราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ค่าการตลาดยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หลังราคาน้ำมันดิบดิบดูไบในตลาดโลกวันนี้ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 119.17 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันสำเร็จรูปเบนซินขึ้นอยู่ที่ระดับ 130.25เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดีเซลขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 160.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ค่าการตลาดของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ติดลบลงถึงกว่า 2.40 บาทต่อลิตร ปตท. จึงตัดสินใจประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศทุกชนิดอีกลิตรละ 50 สตางค์ มีผลวันพรุ่งนี้ เวลา 05.00 น. ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลของ ปตท.ในวันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 38.59 บาท, เบนซิน 91 อยู่ที่ลิตรละ 37.49 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 34.59 บาท, แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 33.79 บาท และดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท
อย่างไรก็ตาม แม้ ปตท.จะประกาศปรับราคาขึ้นแล้วแต่ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลยังต่ำกว่าผู้ค้าน้ำ มันเชลล์และเอสโซ่ซึ่งอยู่ที่ลิตรละ 35.74 บาท ถึงลิตรละ 80 สตางค์ ขณะที่ราคาขายปลีกเบนซินสูงกว่าเชลล์ลิตรละ 20 สตางค์

กรุงเทพมหานคร เร่งตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารสูงทั่วกรุง

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:58

กรุงเทพมหานคร เร่งตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารสูงทั่วกรุง หลังรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่จีน พร้อมเตรียมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางที่ถูกต้องเกี่ยวกับการ ปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมตึกสูง ย่านถนนสาทร และ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า ส่วนใหญ่มีการเตรียมความพร้อมเรื่องของสัญญาณฉุกเฉิน อุปกรณ์ดับเพลิง และการซักซ้อมเรื่องการหนีไฟและแผนอพยพเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเป็นอย่างดี ส่วนอาคารเก่าที่สร้างก่อนปี 2548 ได้มีการส่งเจ้าหน้าเข้าตรวจสอบ ความมั่นคงแข็งแรงของตัวอาคาร โดยหากพบจุดอันตรายที่เสี่ยงต่อการถล่มจะสั่งให้มีการรื้อถอนทันที ขณะที่ตึกสูงตั้งแต่ 7 ชั้นขึ้นไป ที่สร้างหลังปี 2548 ถูกบังคับให้มีการคำนวณเรื่องของโครงสร้างต้องสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือน ได้ที่ 5 ริกเตอร์
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ กรุงเทพมหานครจะเรียกประชุมผู้ประกอบการอาคารสูง เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว นอกจากนี้จะจัดทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เรื่องการรับมือกับแผ่นดินไหว และแนวทางการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว แจกจ่ายให้กับประชาชนที่อยู่ในอาคารสูง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกหากต้องเจอกับสถานการณ์จริง

อธิบดีกรมอุตุฯ ของพม่า ขอบคุณไทยที่ให้ความช่วยเหลือด้านการสื่อสารโทรคมนาคม

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:58

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาสหภาพพม่า ขอบคุณไทยที่ให้ความช่วยเหลือด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ขณะที่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เร่งหน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือพม่าเพิ่มเติมในด้านระบบเตือนภัย
นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลังการเข้าพบของ นายตุ่น วิน อธิบดีกรมอุตุนิยมสหภาพพม่า ว่า เป็นการเข้าพบเพื่อขอบคุณประเทศไทย ที่ได้ให้การช่วยเหลือด้านการสื่อสารโทรคมนาคมแก่พม่า เนื่องจากระบบการสื่อสารต่างๆ ของสหภาพพม่าในขณะนี้ขัดข้องและไม่สามารถติดต่อประสานงานด้านการช่วยเหลือ ชาวพม่าได้อย่างเต็มที่มากนัก นอกจากนี้ตนเองยังได้มอบให้กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือทางการพม่าเพิ่มเติมในด้านการเตือนภัยต่างๆ โดยเฉพาะการติดตั้งระบบเตือนภัย เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยและสหภาพพม่ายังอยู่ในสภาวะที่ได้รับอิทธิพลพายุฝน ซึ่งเครื่องมืออุปกรณ์การเตือนภัยและการพยากรณ์อากาศของสหภาพพม่าได้รับความ เสียหาย และไม่สามารถประกาศเตือนภัยให้ชาวพม่าทราบล่วงหน้าได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวอีกว่า ตนเองยังได้มอบหมายให้ ทั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาและประธานอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ร่วมหารือกันว่าจะเดินทางไปช่วยเหลือสหภาพพม่าได้อย่างไร ซึ่งคาดว่าน่าจะเดินทางไปสัปดาห์หน้า อีกทั้งจะหาหนทางในการให้ความรู้แก่ชาวพม่าเกี่ยวกับการเรียนรู้เรื่องการ เตือนภัย และจัดหานักวิชาการด้านภัยธรรมชาติไปให้ความรู้แก่ชาวพม่าด้วย
ทั้งนี้ภายหลังการเข้าพบ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อาทิ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) , บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) , บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ ซิป้า ได้มอบเงินช่วยเหลือรัฐบาลสหภาพพม่าจำนวน 1.2 ล้านบาท

กรมอนามัย วอนพ่อค้า-แม่ค้าใส่ใจความสะอาดก่อนขาย

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:57

กรมอนามัย แนะพ่อค้าแม่ค้าใส่ใจความสะอาดก่อนขาย หลังประชาชนหันมานิยมบริโภคอาหารถุง
นายแพทย์ประเสริฐ หลุยเจริญ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมไทยเปลี่ยนไปทำให้ต้องดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเร่งรีบ ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากที่เคยทำอาหารรับประทานเองก็เปลี่ยนมาซื้ออาหารถุงสำเร็จรูปแทน ดังนั้นผู้จำหน่ายอาหารจึงต้องให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนของการประกอบอาหาร โดยห้ามใส่สารกันบูดเพื่อชะลอการเน่าเสียของอาหาร และอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว ควรมีภาชนะปิดให้มิดชิด เพราะจากการสำรวจอาหารถุงที่จำหน่ายในตลาดเมื่อปี 2550 พบว่า มีความไม่สะอาดปนเปื้อนกลุ่มโคลิฟอร์มถึงร้อยละ 57.14 ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อผู้บริโภคควรสังเกตอย่างรอบคอบ ตั้งแต่สีสัน กลิ่น รส ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ
ทั้งนี้ จากข้อมูลโรงพยาบาลสงฆ์ พบว่า เมื่อปี 2548 มีพระภิกษุสงฆ์เข้ารับบริการจำนวน 15,567 รูป ในจำนวนนี้ร้อยละ 22.5 ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตาง ร้อยละ 15 ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มโรคนี้ มีสาเหตุจากปัญหาโภชนาการเกิน ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างสุขภาพดีให้แก่พระภิกษุสงฆ์ กรมอนามัยจึงสนับสนุนให้ประชาชนร่วมกันตักบาตรด้วยเมนูชูสุขภาพ ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย

พม่าจะพานักการทูตต่างชาติไปชมพื้นที่ประสบภัยไซโคลนนาร์กีสบริเวณลุ่มน้ำอิระวดี

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:57

รัฐบาลทหารพม่าจะพานักการทูตชาวต่างชาติไป ชมพื้นที่ประสบภัยไซโคลน นาร์กีสบริเวณลุ่มน้ำอิระวดีในวันพรุ่งนี้ (17 พ.ค. 2551) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวได้ หลังถูกไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา โฆษกสถานทูตอังกฤษประจำเมืองย่างกุ้งยืนยันว่าการเดินทางจะมีขึ้นอย่างแน่ นอนแต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ ทั้งนี้ บรรดานักการทูตชาติตะวันตกประจำพม่ากล่าวว่า เอกอัครราชทูตทุกประเทศได้รับเชิญให้เข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้ โดยเฮลิคอปเตอร์จะออกจากนครย่างกุ้งในเวลา 06.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 07.45 น.ตามเวลาในไทย ขณะที่หน่วยบรรเทาทุกข์ในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีระบุว่า ยังมีศพผู้เคราะห์ร้ายเกลื่อนกราดนาข้าว ขณะที่ผู้รอดชีวิตต้องอยู่อย่างแออัดในที่พักชั่วคราวที่ไม่มีห้องสุขาอย่าง เพียงพอ

ผู้ว่าฯ ปัตตานี ลงพื้นที่ชุมชนปาการอ รับฟังปัญหาของประชาชน ตามโครงการ “ ร้านน้ำชาผู้ว่าฯ สัญจร’’

Filed under: 1 — accomthailand @ 23:57

ผู้ว่าฯ ปัตตานี ลงพื้นที่ชุมชนปาการอ รับฟังปัญหาของประชาชน ตามโครงการ “ ร้านน้ำชาผู้ว่าฯ สัญจร’’
วันนี้ (16 พ.ค.) ที่ชุมชนปาการอ ต.รูสะมิแล อ. เมือง จ.ปัตตานี นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนารวมถึงประชาชนในชุมชนปาการอ เพื่อพบปะพูดคุยและรับฟังปัญหา ตามโครงการ “ร้านน้ำชาผู้ว่าฯ สัญจร โดยความร่วมของทางจังหวัดปัตตานีกับเทศบาลเมืองปัตตานี
ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า โครงการ “ร้านน้ำชาผู้ว่าฯ สัญจร” เป็นโครงการที่เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐกับประชาชนในชุมชนเขต เทศบาลเมืองปัตตานี ให้สามารถพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมทั้งร่วมรับฟังปัญหาของประชาชน เพื่อนำไปสู่ในการร่วมมือ ในการป้องกัน แก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเวียนไปจัดยังชุมชนอื่นๆ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี
สำหรับชุมชนปาการอ ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัญหาที่พบคือชาวบ้านมีความต้องการให้ทางจังหวัดช่วยเหลือในการสร้างหอกระจา ยเสียงเพื่อรับเสียงตามสายจากหน่วยงานต่างๆ การสร้างอาคารอเนกประสงค์ และช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเช่าที่มีเยาวชนมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านยาเสพติดตามมาได้

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.