Accom Thailand

May 22, 2008

การเจรจาสันติภาพระหว่างซีเรียกับอิสราเอลได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

นายอาลี บาบากัน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีกล่าวที่กรุงอังการ่า นครหลวงของตุรกีในวันนี้ว่า การเจรจาสันติภาพโดยอ้อมนาน 3 วัน ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงเมื่อวานนี้ ที่นครอีสตันบูลระหว่างผู้แทนของอิสราเอลกับซีเรียซึ่งมีตุรกีเป็นผู้ไกล่ เกลี่ยได้สร้างความพอใจให้กับทั้งสองฝ่ายและจะมีการจัดการประชุมขึ้นเป็น ระยะๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ อิสราเอลแถลงว่า ซีเรียจะต้องเอาตัวออกห่างจากอิหร่านและตัดความสัมพันธ์กับกลุ่มต่างๆที่รวม ถึงกลุ่มเฮซบอล่าห์และกลุ่มฮามาสหากต้องการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิสราเอล

Advertisements

ตร.เรียกสอบพยาน 20 ปาก ขณะที่ อุทยานเร่งบูรณะซ่อมแซม ส่วนที่เสียหาย

ตำรวจเรียกสอบพยานแล้ว 20 ปาก ทั้งยาม เจ้าหน้าที่อุทยาน และชาวบ้าน ขณะอุทยานเตรียมจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เร่งบูรณะซ่อมแซมโบราณวัตถุที่เสียหาย
นายดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งจ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุ ถึงความคืบหน้า หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกทุบทำลายเทวรูป โบราณวัตถุบนปราสาทพนมรุ้งว่า ขณะนี้ได้เคลียร์พื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมบูรณะซ่อมแซม โดยนายช่างศิลปกร และนักโบราณคดี กำลังจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ พร้อมลงมือเร่งบูรณะซ่อมแซมในวันพรุ่งนี้ โดยจะเริ่มซ่อมจากจุดที่เสียหายมาก คือ แขนทวารบาล ปากโคนนทิก่อน คาดใช้เวลา 1 เดือนแล้วเสร็จทั้ง 17 จุด ในส่วนการทำพิธีบวงสรวง ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้งนั้น อยู่ระหว่างหารือกับทางจังหวัดและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตามได้มีประชาชนที่เคารพศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ได้นำพวงมาลัยมากราบสักการะเทพบริวารที่ถูกทุบทำลายอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ระบุว่า ขณะนี้ได้เรียกสอบพยานแวดล้อมแล้วกว่า 20 ปาก ทั้งยาม เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าบนเขาพนมรุ้ง และจะมีการเรียกสอบพยานเพิ่มเติ่มอีกหลายปาก พร้อมทั้งได้จัดกำลังตำรวจแบ่งเป็นหลายชุด ออกติดตามจับกุมคนร้าย อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ต้องสงสัยแต่ อย่างใด

กรมวิชาการเกษตร ระบุ พืช ผัก ผลไม้ พันธ์พื้นเมืองหลายชนิดของไทยกำลังเสี่ยงต่อภาวการณ์สูญพันธุ์

นักวิชาการ กรมวิชาการเกษตร ระบุ พืช ผัก ผลไม้ พันธุ์พื้นเมืองหลายชนิดของไทยกำลังเสี่ยงต่อภาวการณ์สูญพันธุ์
ดร.ทรงพล สมศรี นักวิชาการ กรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่อพันธุ์พืชสวน ที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พันธุ์ผลไม้ หรือ พืชสวนพื้นเมือง ซึ่งขณะนี้น่าเป็นห่วงว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากโลกหลายชนิด ทั้งผัก ผลไม้ และ พันธุ์ไม้ดอกต่างๆ อาทิ มะดัน มังคุดบางสายพันธุ์ รางสาด ลูกคุย ลูกพรวด ผลไม้ตระกูลเงาะ เช่น เงาะคอแลน หรือเงาะไม่มีขน ลูกสีละมัน ลักษณะคล้ายลิ้นจี่ ส้มจุก ส้มแก้ว ส้มแขก ส้มมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของทุเรียนพันธุ์นิยมในปัจจุบัน เช่น พันธุ์ทองสุกแม่พันธุ์ ของทุเรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์กำปั่น แม่พันธุ์ของ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง นกหยิบ การะเกด อีลวง ที่กำลังจะสูญพันธุ์หายไปจากประเทศไทย นอกจากนี้พันธุ์ไม้ดอก เช่น หมอกมิวาย ที่ขณะนี้พบอยู่แห่งเดียวที่ จ.หนองคาย หรือ ชะมวง ผักพื้นเมืองของ ชาวจังหวัดจันทบุรี ที่นิยมนำมาทำเป็นแกงหมูชะมวง ก็อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทั้งนี้สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้พันธุ์พืชสวนเหล่านี้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจาก ประชาชนเห็นว่า ไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ถ้าปลูกเพื่อขายก็ไม่ได้ราคา ทำให้เจ้าของสวนที่มีพันธุ์ไม้เหล่านี้ไม่ให้ความสำคัญและโค่นทิ้ง เพื่อใช้พื้นที่ปลูกพืชพันธุ์อื่นที่มีราคาแทน ทำให้พันธุ์ไม้ดั้งเดิมของไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นมีที่เดียวในโลกกำลังจะสูญพันธุ์ไปหลายชนิดด้วยกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้พยายามแก้ไขปัญหา โดยพยายามที่จะสร้างคุณค่าให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนหันกลับมานิยมปลูก หรือรักษาพันธุ์ไว้ เช่น ส่งเสริมให้นำพืช เหล่านี้มาแปรรูปทำเป็นสินค้าโอทอป ของท้องถิ่น เช่น ทำเป็นยาแผนโบราณ อาทิ แคปซูลส้มแขกเม็ด หรือ แกงหมูชะมวงกระป๋อง ซึ่งหากประชาชนสามารถนำพืชสวนเหล่านี้มาพัฒนาเป็นสินค้าขายได้แล้ว ก็จะทำให้มีการเพิ่มการขยายพันธุ์ หรือ ปลูกเพิ่มเติมขึ้นแทนการโค่นทิ้ง
ทั้ง นี้ ดร.ทรงพล กล่าวว่าพันธุ์ไม้พื้นเมืองมีความสำคัญในแง่การรักษาความหลากหลายทางพันธุ กรรมพืชเอาไว้ เพื่อการศึกษาวิจัยและคัดเลือกพันธุ์มาปรับปรุงพัฒนา หรือ ผสมพันธุ์ใหม่เพื่อให้เกิดสายพันธุ์ที่แข็งแรง ทนทาน หรือ ให้ผลผลิตที่ดีขึ้น ซึ่งหากสายพันธุ์มีความหลากหลายน้อยลง ก็จะทำให้เราไม่มีตัวเลือกในการนำพันธุ์มาผสมเพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ตาม ต้องการ นอกจากนี้การอนุรักษ์พันธุ์พืชเหล่านี้ไว้ ยังเป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤติอาหารโลกที่อาจจะเกิดขึ้นใน อนาคตได้ โดยประชาชนที่มีพันธุ์พืชหายากในพื้นที่อยากให้อนุรักษ์ไว้ หรือไม่ต้องการดูแล สามารถติดต่อกรมวิชาการเกษตรได้ เพื่อจะได้นำพันธุ์มาขยายและเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไปได้

ผู้นำติมอร์เลสเต้มีความมั่นใจในอนาคตของประเทศ

ประธานาธิบดีโจเซ่ รามอส ฮอร์ต้า ของติมอร์เลสเตมีความมั่นใจในอนาคตของประเทศ แม้ว่าติมอร์เลสเต้จะต้องเผชิญหน้ากับความยากจนและความไม่ไว้วางใจต่อกันและ กัน หลังจากเกิดการโจมตีของฝ่ายกบฏเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีรามอส ฮอร์ต้า เกือบจะต้องเสียชีวิต การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และทำให้เกิดความเกรงกลัวกันว่าติมอร์เลสเต้อาจจะกลับไปสู่สภาวะการของการ ก่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2549 ได้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการแล้ว ยืนยันไม่มีเรื่องความขัดแย้งกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างแน่นอน
นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวเรื่องการยื่นใบลาออก จากตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายอภิรักษ์ โกษะโยธินผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อนุมัติเรียบร้อยแล้วนั้นว่า ตลอดระยะเวลา 45 เดือนที่ผ่านมา ได้ร่วมงานกับนายอภิรักษ์ ด้วยความราบรื่นและไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่ที่ต้องลาออกจากตำแหน่งฯทั้งที่จะครบวาระในวันที่ 28 สิงหาคม นั้น เพราะจะต้องออกไปประสานงานกับทางพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของการเลือกตั้งทั้งระดับภูมิภาค และท้องถิ่น อีกทั้งส่วนหนึ่งมาจากกรณีที่มีกระแสการเปรียบเทียบระหว่างตนกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจทำให้นายอภิรักษ์ไม่สบายใจ จึงคิดว่าการลาออกในช่วงนี้ถือว่ามีความเหมาะสมดีแล้ว
นอกจากนี้กรณีที่มีผู้ตั้งข้อซักถามว่าการลาออกของนายพนิช อาจเป็นการลบภาพของการเป็นรองผู้ว่าฯเพื่อเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น นายพนิช กล่าวว่า ในความเห็นของตน นายอภิรักษ์ มีความเหมาะสมที่สุดที่จะลงสมัครในสมัยหน้า แต่หากนายอภิรักษ์ติดขัดในปัญหาบางประการ ตนก็พร้อมจะลงสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากมีความเหมาะสมรองลงมา

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการต้อนรับ อย่างอบอุ่นจาก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

นายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เพื่อหารือความร่วมมือ เรื่องการค้าการลงทุน และด้านการทหาร ขณะที่ฟิลิปปินส์ เตรียมหารือเรื่องข้าวกับประเทศไทย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ และสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้นำ โดยมีกำหนดการสำคัญในการเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เบื้องต้น ได้แก่

การร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่มาลาคันยัง หรือ ทำเนียบประธานาธิบดี หารือข้อราชการ กับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ วางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ริซาล ซึ่งเป็นที่รำลึกถึง นายโฮเซ ริซาล วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์ ที่ปลดปล่อยฟิลิปปินส์จากอาณานิคมสเปน และ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และคณะ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะถือโอกาสนี้ ในการพบกับ ทีมประเทศไทย และชุมชนไทย ในฟิลิปปินส์

โดยการหารือข้อราชการกับ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ฝ่ายไทย จะให้ความสำคัญในการหารือเรื่องการจัดกิจกรรม เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาส ครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2552 การส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งด้านพลังงาน และความร่วมมือด้านการทหาร

ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งไทยจะได้รับตำแหน่งประธานอาเซียนในเดือนกรกฎาคม 2551 และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคม

นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ 8 ในกลุ่มอาเซียน พร้อมเตรียมหารือกับ ผู้นำฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ และตามกรอบอาเซียน ขณะที่ฟิลิปปินส์ยังคงต้องการเดินหน้าซื้อข้าวจากประเทศไทย

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเดินทาง เยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ว่า เพื่อเป็นการแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ การสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้นำ และกระชับความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนาน ซึ่งจะครบรอบ 60 ปี ในปี 2552 นี้

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะหารือกับนางกอเรีย มากาปาเกา อาโรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หัวข้อสำคัญ คือ การเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 60 ปี ภายใต้แผนปฏิบัติการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ในปี 2551-2553 นอกจากนั้นจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านความมั่นคง กรณีเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ และปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย, นอกจากนี้คือเรื่องการค้าการลงทุน, ความร่วมมือด้านพลังงาน, การที่ฟิลิปปินส์สนใจจะเจรจาซื้อข้าวจากไทย รวมทั้งความร่วมมืออื่นๆ ตามกรอบของอาเซียน

“ไทยกับฟิลิปปินส์ ในปี 2550 มีการลงทุนการค้าประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบการค้ากว่า 750 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ต้องการที่จะให้ประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนการลงทุน และอยากให้ฟิลิปปินส์มาลงทุนในไทยมากขึ้น ที่สำคัญคือ ความร่วมมือกันในเรื่องพลังงาน

โดยจะเชิญหน่วยงานในฟิลิปปินส์มาดูงานที่ ปตท. และ ปตท.สผ. และจะมีการลงนาม เอ็มโอยู ระหว่าง 2 ประเทศ ในเรื่องโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 3 สาย

และสุดท้ายคือ เรื่องข้าว ที่ฟิลิปปินส์ สนใจที่จะซื้อข้าวจากประเทศไทย เคยมีการเจรจากันแล้ว โดยฟิลิปปินส์ ต้องการซื้อแบบ จีทูจี แต่กฎหมายไทยทำไม่ได้

ดังนั้นจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเป็นฝ่ายประสานงานกับผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อข้าวจากไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกในขณะนี้” พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าว

ด้านนายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ริซาล ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงนายโฮเซ ริซาล วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์ ที่ปลดปล่อยฟิลิปปินส์จากอาณานิคมสเปน และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ รวมทั้งการพบกับทีมประเทศไทยและชุมชนไทยในฟิลิปปินส์ด้วย

นายกรัฐมนตรีขอบคุณในการต้อนรับ อย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ขณะที่ ไทยและฟิลิปปินส์ได้ข้อสรุปจะร่วมมือกันประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการลงทุน ระหว่างสองประเทศ

การเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการของเมื่อวานนี้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้พบปะหารือข้อราชการกับนางกอเรีย มาคาร์ปากัล อาโรโย่ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในการนี้นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ควรมีการปรับเพิ่มเที่ยวบิน ระหว่างทั้งสองประเทศให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความ ต้องการผู้โดยสาร อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมให้เกิด มูลค่าทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวด้วย

ขณะที่ ฟิลิปปินส์ ยืนยันจะซื้อข้าวจากไทย และจะร่วมกันประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางการค้า และการลงทุนระว่หางกัน

หลังจากนั้น ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้เลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้ กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น พร้อมเชิญชวนฟิลิปปินส์ร่วมกลุ่มประชุมอาเซียน ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ และตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน ซึ่งไทยจะเฝ้ารอการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 60 ปี ในปี 2552

สำหรับภารกิจนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายจะพบปะกับผู้แทนสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ หรือไออาร์อาร์ไอ ที่โรงแรมดุสิตธานีมนิลา วึ่งเป็นที่พักและเดินทางไปยังทาเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงมนิลา เพื่อพบปะกับเอกอัครราชทูตและคณะเจ้าหน้าที่สถานทูต

กำลังปรับปรุง08052251

Filed under: 1 — accomthailand @ 22:17

กำลังปรับปรุง080522

กำลังปรับปรุง08052249

Filed under: 1 — accomthailand @ 22:17

กำลังปรับปรุง080522

กำลังปรับปรุง08052226

Filed under: 1 — accomthailand @ 22:17

กำลังปรับปรุง080522

กำลังปรับปรุง08052250

Filed under: 1 — accomthailand @ 22:16

กำลังปรับปรุง080522

Next Page »

Blog at WordPress.com.