Accom Thailand

May 30, 2008

นายกรัฐมนตรี เตรียมชี้แจง สถานการณ์ทางการเมือง พรุ่งนี้ ผ่าน สวท.และ NBT

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย 22 รัฐมนตรีพรรคพลังประชาชน ร่วมรับประทานอาหารค่ำที่พรรคพลังประชาชน คาดอาจมีการหารือถึงการทำงานของรัฐบาล และการปรับคณะรัฐมนตรี

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เดินทาง มาร่วมรับประทานอาหารค่ำ กับ 22 รัฐมนตรีของพรรคพลังประชาชน ณ ที่ทำการพรรค โดยคาดว่า จะเป็นการหารือถึงการทำงานของรัฐบาล ทั้งนี้เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึง ได้หลบเลี่ยง ที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว และเดินเข้าไปทางด้านหลังของที่ ทำการพรรคพลังประชาชน

ขณะที่ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การร่วมรับประทาน อาหารค่ำวันนี้ (30 พ.ค.51) จะเป็นการประเมินสถานการณ์ การแก้ไขปัญหาการทำงาน ของรัฐบาล ทั้งในส่วนของการชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และการลาออก ของ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายนพดล ยังประเมินด้วยว่า การหารือถึงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี ยังไม่ทราบว่าจะมีการ ปรับเล็กหรือ ปรับใหญ่ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า ควรที่จะเป็นการปรับเล็กเท่านั้น

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เตรียมชี้แจงประชาชน เกี่ยวกับสถานการณ์ การชุมนุมทางการเมือง ในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551 ตั้งแต่ 09.00 – 10.00 น.ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แหงประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

Advertisements

7 ส.ว.ประกาศถอนชื่อ เพื่อยุติ เงื่อนไขการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ

สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 7 คน ขอถอนชื่อจากญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อต้องการยุติ เงื่อนไขการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

สมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี นายบวรศักดิ์ คณาเสน ส.ว.อำนาจเจริญ นายรักษ์พงษ์ ณ อุบล ส.ว.หนองบัวลำภู นายมงคล ศรีคำแหง ส.ว.จันทบุรี และนายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร ได้แถลงข่าว ขอถอนรายชื่อจาก ญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยยืนยันว่า ไม่ได้รับการร้องขอจากฝ่ายใด แต่ต้องการ ยุติเงื่อนไขการชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมเพื่อ คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น เมื่อกลุ่มตนเองถอนชื่อ ญัตติก็จะตกไป แต่หากพันธมิตรฯ ยังเดินหน้าชุมนุม ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนจะพิจารณา

อย่างไรก็ตาม นายประสิทธิ์ ยืนยันพร้อม ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นคนแรก หากมี การทำประชามติและ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุน ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ด้าน ส.ส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มอีสานพัฒนา นำโดยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้เรียกประชุม ส.ส.ในกลุ่ม อาทินายไพจิตร ศรีวรขานและนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ทั้งนี้ หลังการประชุม ในช่วงการแถลงข่าวได้เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากทาง กลุ่ม ส.ส. คิดว่า ญัตติยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตกไปแล้ว หลังจากที่ ส.ว. 7 คน ถอนรายชื่อ จึงมีมติว่า ไม่จำเป็นต้องถอนรายชื่ออีก แต่เมื่อทราบว่าญัตติดังกล่าว ยังไม่ตกไป ส.ส.กลุ่มอีสานพัฒนา จึงขอกลับไปประชุมอีกครั้ง แต่เนื่องจากเป็นเวลาเดียวกับการประชุมพรรคพลังประชาชน จึงทำให้กลุ่มยังไม่มีมติอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ระบุว่า การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้มี ส.ส.และ ส.ว. รวม 620 คน แบ่งเป็น ส.ส.470 คน ส.ว. 150 คน ดังนั้น หนึ่งในห้า คือ 124 คน และหากจะให้ญัตติตกไปต้องมีสมาชิกรัฐสภาถอนรายชื่ออีก 1 คน

“บรรณพจน์” ขึ้นศาลเบิกความเลี่ยงภาษีโอนหุ้นชินแล้ว พร้อมขอให้ศาลอาญา รอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

Filed under: 1 — accomthailand @ 22:51

นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำเลยในคดีเลี่ยงภาษีโอนหุ้นบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ฯ ขึ้นศาลเบิกความแล้ว โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมขอให้ศาลอาญา รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีอำนาจหน้าที่ของ คตส. เพราะจะมีผลผูกพันมาถึงคดีนี้ด้วย
วันนี้ (30 พ.ค.51) เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 901 ศาลอาญารัชดา ศาลออกนั่งบัลลังก์สืบพยานจำเลยในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน จำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้น บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่าหุ้น 738 ล้านบาท และภาษีที่หลีกเลี่ยงจำนวน 546 ล้านบาท โดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยใช้กลอุบายอันเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91
โดยวันนี้ ทนายจำเลยได้พาตัว นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำเลยที่ 1 ขึ้นเบิกความต่อศาล โดยไม่ได้มีการขอพิจารณาคดีลับ และเบิกความโดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และการรับโอนหุ้นดังกล่าวจาก คุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นไปโดยสเน่หา กระทั่งเบิกความเสร็จสิ้นในเวลา 15.00 น. จำเลยให้แถลงหมดพยาน แต่ขอให้ศาลอาญารอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายของคณะ กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ซึ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว จะมีผลผูกพันมาถึงคดีนี้ด้วย ทั้งนี้ศาลอาญาได้นัดพร้อมคู่ความ อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 เวลา 09.00 น.

ที่ประชุม พปช. มีมติ ยื่นแก้ไข รัฐธรรมนูญเข้าสู่ สภาผู้แทนฯ อีกครั้ง

ที่ประชุมพรรคพลังประชาชน มีมติ ยื่น แก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง โดยจะใช้เสียง ส.ส. 1 ใน 5 ของพรรคเป็นผู้ยื่น

หลังการประชุม ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน นายศุภชัย โพธิสุ และ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ได้แถลงข่าวว่า ที่ประชุมมีมติ เสนอให้ ส.ส.ของพรรค ร่วมกันลงชื่อ เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร ใหม่อีกครั้ง โดยให้ทัน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้

โดยให้เหตุผลว่าเป็นเอกสิทธิของ ส.ส.ในการเสนอแก้ไข และมีการตั้ง คณะกรรมการที่ปรึกษา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาจากตัวแทนของ ส.ส. จำนวน 12 คนเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบ เนื้อหาของ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพลังประชาชน

รวมทั้งได้กำหนดเงื่อนเวลา ที่จะเสนอแก้ไขอีกครั้ง โดยที่ประชุมต้องการให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าบรรจุในระเบียบวาระ แต่การหยิบยกขึ้นมาพิจารณาขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ จะเป็นการทำคู่ขนาน กับการทำประชามติ

หากประชาชนเห็นด้วย ก็จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในทันที แต่หากไม่เห็นด้วย ก็จะมีการยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับของพรรคพลังประชาชน ทั้งนี้ ทางพรรคพลังประชาชน ได้มอบหมายให้คณะกรรมการที่ปรึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เวลา 45 วัน รณรงค์ ให้ประชาชนเข้าใจถึง ข้อดีและข้อเสีย ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของ ส.ส.พรรคพลังประชาชน

ซึ่งทางพรรคเองไม่กังวลว่า จะเกิดแรงต่อต้านจาก กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะถือว่าใช้สิทธิตามกฎหมาย

ญัติติเสนอแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่เสนอโดย สมาชิกรัฐสภา ตกแล้ว

ญัติติเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภาตกแล้ว หลัง ส.ว.บุรีรัมย์ ถอนชื่อออกจากญัตติ

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้ถอนชื่อออก จากญัตติเสนอ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ยื่นร่วมกับ สมาชิกรัฐสภาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเงื่อนไขการถอนชื่อครั้งนี้ เป็นเพราะไม่ต้องการให้ เป็นเงื่อนไขทางการเมือง

อีกทั้งรัฐบาลก็จะทำประชามติอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรทำให้ประเทศชาติ เกิดความปรองดอง อย่างไรก็ตาม เห็นว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรนำมาพิจารณาในสภามากกว่าการพูดนอกสภา

ส่วนที่พรรคพลังประชาชน จะยื่นญัตติเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เข้ามาอีกใน นามของ ส.ส. ถือเป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชน

ส่วนของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะยืดเยื้อต่อไป หรือไม่ ก็คงแล้วแต่ เงื่อนไขที่ตั้งขึ้น แต่เห็นว่าทุกอย่าง น่าจะยุติได้แล้ว เนื่องจากขณะนี้นายจักรภพ เพ็ญแข ได้ลาออกแล้ว และญัตติ ก็ตกไปแล้วเช่นกัน

ศาลฎีกาฯ ส่งสำนวน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ร้อง ให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวน

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีมติไม่แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ในคดีที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ร้อง “เฉลิม” ลุอำนาจสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ “ศรีสุบรรณฟาร์ม” เหตุยังไม่มี กม.กำหนดคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ และวิธีการไต่สวน เห็นควรส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการแทน

วันนี้ (30 พ.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา เรียกประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพื่อพิจารณาคำร้องขอ ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ในคดีหมายเลขดำที่ อม.2/2551 ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ผู้ร้อง กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ผู้ถูกร้อง

เรื่อง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีสั่งการให้ นายบุญเชิด คิดเห็น รักษาการอธิบดีกรมที่ดิน ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด และ สั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินของบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำนวน 1,338 ไร่ 59 แปลง บริเวณ ต.น้ำหัก อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ ผลการลงมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เห็นควรส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามรัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 250(2) แทนการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ

เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 276 วรรค 2 กำหนดว่า คุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ วิธีการไต่สวน และ การดำเนินการอื่น ที่จะเป็นของผู้ไต่สวนอิสระ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ จึงเห็นสมควรส่งคำร้องขอดังกล่าวให้ ป.ป.ช.ดำเนินการแทน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2551
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000063283


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ฉันทามติ จากกลุ่ม ผู้ชุมนุม กลุ่มพันธมิตรฯ เห็นชอบ ยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาล

การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันนี้ (30พ.ค.) ประชาชนจากทุกภาคทั่วของประเทศไทยแห่เดินทางเข้าร่วม แสดงพลังอย่างล้นหลาม ซึ่งมีทั้งเยาวชน และผู้สูงอายุ มาร่วมงานอย่างไม่ย่อท้อ โดยต่างพกพาความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และความห่วงใยชาติบ้านเมือง มาอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยการแสดงออก ที่แตกต่างกันถือเป็นสีสันในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เหมือนในทุกครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม แม้จะมีฝนตกอย่างหนักในช่วงค่ำ แต่เวทีปราศรัยบริเวณ สะพานมัฆวานฯ ไม่เคยล้างผู้คนเลยแม้แต่วันเดียว กลับมีประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน

และต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าจะปักหลักต่อสู้ในสงครามครั้งสุดท้ายจนกว่า จะไล่รัฐบาลหุ่นเชิดที่คอยกัดกินบ้านเมืองให้พ้นจากประเทศไทยให้ได้ ตามอุดมการณ์ที่ยึดถือไว้ตั้งแต่ก่อนร่วมชุมนุม

และ 5 แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ได้รับฉันทามติจาก กลุ่มผู้ชุมนุมว่า จะเปลี่ยนจากการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 มาเป็นการขับไล่รัฐบาลแทน พร้อมออกแถลงการณ์ฉบับที่ 11 / 2551 เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ

แถลงการณ์ฉบับที่ 11 / 2551 ของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่า จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ได้ถูกขัดขวางจากทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เคลื่อนขบวนไป ปักหลักพักค้างแรมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จนเป็นสาเหตุให้กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องปักหลักที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์

โดยตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ถูกข่มขู่คุกคาม รวมถึงทำร้ายร่างกายจากกลุ่มอันธพาล ซึ่งเชื่อว่า น่าจะได้รับอามิจสินจ้าง มาจากนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

พร้อมกันนี้ยังได้ขอให้ประชาชนร่วมกันแสดง ฉันทามติเห็นชอบ เพื่อยกระดับการเคลื่อนไหว จากการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น การขับไล่รัฐบาล

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จาก ลิ้งค์ สีแดง ข้างล่าง
แถลงการณ์ฉบับที่ 11 / 2551 พันธมิตรฯ ลั่น! ยกระดับชุมนุมไล่รัฐบาล “หุ่นเชิด”

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ผู้จัดการออนไลน์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

แถลงการณ์ พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 11/2551 เรื่อง “โค่นระบอบทักษิณ ไล่รัฐบาล อันธพาลหุ่นเชิด”


พันธมิตรฯ ลั่น! ยกระดับ
ชุมนุมไล่รัฐบาล “หุ่นเชิด”


“พันธมิตรฯ” ออกแถลงการณ์ ขอมติ ประชาชน ขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด หลังปรากฏชัด ยังสานต่อ การคอร์รัปชัน และ ฉ้อฉล ทุกรูปแบบ ของ ระบอบทักษิณ ล้มเหลว ในการแก้ปัญหา ความยากจน แทรกแซงสื่อมวลชน และ กระบวนการยุติธรรม ใช้เผด็จการรัฐสภา แก้ รธน. เพื่อลบล้าง ความผิด ตัวเอง ย้ำชัด “แม้ว” ยังบงการ อยู่เบื้องหลัง เพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ ขยายอำนาจทุนสามานย์ สร้างความมั่งคั่ง ให้ตัวเอง


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง แถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 11/2551
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) แถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 11/2551
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) แถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 11/2551
 แถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่ประชาธิปไตย ฉบับที่ 11/2551

แถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 11/2551



เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น.วันที่ 30 พ.ค.2551 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อ่านแถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 11/2551 เรื่อง “โค่นระบอบทักษิณ ไล่รัฐบาลอันธพาลหุ่นเชิด” มีเนื้อหาดังนี้


“ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยได้จัดให้มีการชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2551 และมีมติให้เคลื่อนไหวต่อเนื่องตามแถลงการณ์ฉบับที่ 10/2551 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นมา


พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ขอแจ้งให้ทราบว่า การเคลื่อนไหวตามแถลงการณ์ฉบับที่ 10/2551 ได้ถูกขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมิให้เคลื่อนไหวไปปักหลักพักค้างที่หน้า ทำเนียบรัฐบาล จนเป็นสาเหตุที่ทำให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องเปลี่ยนแผนการปัก หลักพักค้างมาอยู่ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก และเป็นผลทำให้ต้องปรับเปลี่ยนจากแผนการเดิมในแถลงการณ์ฉบับที่ 10/2551 ที่จะเคลื่อนมวลชนเดินทางไปที่หน้ารัฐสภา มาเป็นใช้วิธีส่งตัวแทนไปยื่นแสดงตนต่อประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นถอดถอนสมาชิกรัฐสภาที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญในเช้าวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2551 และตัวแทนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ไปยื่นรายชื่อของประชาชน จำนวน 31,881 รายชื่อต่อประธานวุฒิสภาเพื่อถอดถอนสมาชิกรัฐสภาที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญเป็น ที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2551


บัดนี้ การปักหลักพักค้างของพี่น้องประชาชนและองค์กรเครือข่ายภาคเอกชน ที่ได้เข้าร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก ได้เข้าสู่คืนที่ 5 ของการชุมนุมใหญ่แล้ว


ตลอดระยะเวลา 5 วัน 5 คืน ที่ผ่านมา ประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ถูกข่มขู่ ถูกคุกคาม และถูกทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด โดยแก๊งอันธพาลที่ได้รับอามิสสินจ้างมาจากนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไร้อารยะ

แผนการที่นักการเมืองและเจ้า หน้าที่รัฐบางคนได้ใช้แก๊งอันธพาล ข่มขู่ คุกคาม และการทำร้ายร่างกายพี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีและผู้สูงวัยซึ่งไม่มีหนทางในการต่อสู้กับแก๊งอันธพาล เหล่านี้ ก็เพราะต้องการให้เกิดความหวาดกลัวในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอย่างต่อ เนื่อง แต่ประชาชนผู้รักชาติก็หาได้ยอมจำนนพ่ายแพ้ต่อความเลวทราม หยาบช้า ดังกล่าวไม่

ในทางตรงกันข้าม ประชาชนจำนวนมหาศาลได้เข้าร่วมในการชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และยังได้เกิดอาสาสมัครที่มาจากพี่น้องประชาชนผู้รักความเป็นธรรมจำนวนมาก เข้าทำหน้าที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมชุมนุมอย่างกล้าหาญ ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่รัฐส่วนใหญ่ยังคงเพิกเฉยไม่ยอมให้ความคุ้มครองใน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่มาใช้สิทธิของตนเองในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด

แม้ในคืนวันพุธที่ 28 และคืนวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2551 จะได้เกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างรุนแรงและหนักหน่วง แต่พี่น้องประชาชนผู้รักชาติก็ได้ยืนหยัดเข้าร่วมชุมนุมอย่างไม่ท้อถอย เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพี่น้องประชาชนทั้งหลายมีความ มุ่งมั่นในการทำลายล้างระบอบทักษิณด้วยอุดมการณ์อันแน่วแน่อย่างแท้จริง

พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย จึงขอประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์เอาไว้ว่า ค่ำคืนนี้ คืนวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2551 ได้เกิดปรากฏการณ์ที่มีประชาชนมาชุมนุมร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ และถนนราชดำเนินนอก เป็นจำนวนนับแสนคน

พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย จึงมีมติให้ประกาศผลสำเร็จในการชุมนุมตลอด 5 วัน 5 คืนที่ผ่านมา และขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงต่อจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องประชาชนที่เข้า ร่วมการต่อสู้ ร่วมกันสร้างภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าวข้างต้น

บัดนี้ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เพื่อขอฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนเรือนแสน ที่เข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ในค่ำคืนนี้ ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการโค่นล้มระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด อันธพาลให้สิ้นซาก ด้วยเหตุผลดังนี้

1. รัฐบาลภายใต้การนำของ นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งมีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำสำคัญ เป็นพรรคการเมืองหุ่นเชิดของพรรคไทยรักไทยภายใต้การชี้นำและบงการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวกตลอดเวลา

โดยตุลาการรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำ วินิจฉัยเอาไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ว่า พรรคไทยรักไทยเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนสมควรจะต้องร่วมมือกันต่อต้านในทุกวิถีทาง

2. รัฐบาลหุ่นเชิดภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช ยังคงสานต่อพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบต่อจากรัฐบาลในระบอบทักษิณ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับพวกพ้องของตนเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซ้ำเติม ปัญหาเศรษฐกิจในภาวะข้าวยากหมากแพงอยู่ในขณะนี้ ด้วยการสมยอมให้กลุ่มธุรกิจผูกขาดน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติสามารถกอบโกยผลกำไรจำนวนมหาศาลด้วยวิธีการฉ้อฉลผู้บริโภคทุก รูปแบบ หลังจากที่รัฐบาลทักษิณได้แปรรูป บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และขายหุ้นส่วนหนึ่งในราคาถูกให้กับพวกพ้องของตัวเองไปแล้ว

รวมทั้งการขึ้นราคาน้ำตาลด้วย วิธีการทุจริตอย่างอำมหิต โดยไม่แยแสต่อความทุกข์ยากของประชาชน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับโรงงานน้ำตาลและนักการเมือง ตลอดจนบริหารให้ราคาข้าวสารของพ่อค้าส่งออกและโรงสีข้าวกำไรเฉพาะกลุ่ม

จากความฉ้อฉลดังกล่าวเป็นผลทำ ให้ผู้ใช้แรงงาน กลุ่มชาวประมง กลุ่มผู้ประกอบการรถร่วมบริการขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไปเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

3. รัฐบาลบริหารล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขปัญหาความยากจน ปล่อยให้มีการกดราคาพืชผลของเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา อย่างไม่เป็นธรรม จนเกิดการชุมนุมประท้วงไปทั่วประเทศ และกดค่าแรงงานขั้นต่ำที่ไม่สอดคล้องกับภาวะข้าวยากหมากแพงในปัจจุบัน

4. มีพฤติกรรมขัดขวางการใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา แทรกแซงการทำงานขององค์การเภสัชกรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทยา ทำร้ายผู้ป่วยในประเทศไทยอย่างไร้มนุษยธรรม

5.แทรกแซงและตัดตอนกระบวนการ ยุติธรรม ด้วยการโยกย้ายอธิบดีและข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษและข้าราชการตำรวจจำนวน มาก เพื่อขัดขวางมิให้คดีความของตัวเองและพวกพ้องเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาล

ในขณะเดียวกัน ก็ได้ใช้กลไกอำนาจสืบสวนสอบสวนทางราชการที่เป็นพวกพ้องของตัวเอง คุกคาม กลั่นแกล้ง และกดดันองค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญเพื่อบั่นทอนกระบวนการยุติธรรม

6. แทรกแซงการทำงานของสื่อสารมวลชน และให้พวกพ้องของตัวเองที่สนับสนุนรัฐบาลเข้าจัดรายการในสื่อของรัฐอย่าง ฉ้อฉล เพื่อยัดเยียดนำเสนอข้อมูลข่าวสารของตัวเองฝ่ายเดียวให้กับประชาชน ตลอดจนใช้อันธพาล ข่มขู่ คุกคาม การทำงานของสื่อสารมวลชน

7.ล้มเหลวในการบริหารจัดการ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ล้มเหลวในการแก้ไขความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนบริเวณรอบเขาพระวิหารและ น่านน้ำบริเวณอ่าวไทยตกเป็นของชาติอื่น เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองในระบอบทักษิณ

8. ปล่อยปละละเลยให้คนที่มีมลทินและกระทำผิดกฎหมาย ไร้ซึ่งจริยธรรมให้มาบริหารบ้านเมืองทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ประพฤติปฏิบัติตนเป็นอันธพาล ยั่วยุทำให้ประชาชนเกิดความแตกแยก ปกป้องผู้กระทำความผิดทั้งในทางกฎหมายและในทางจริยธรรมมาปกครองบริหารบ้าน เมือง หาได้ปฏิบัติตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเองไม่

9. รัฐบาลและตำรวจรู้เห็นเป็นใจอยู่เบื้องหลังกระบวนการจัดกลุ่มคนอันธพาลเพื่อ ก่อความวุ่นวาย ยั่วยุ ข่มขู่ คุกคาม และทำร้ายร่างกายประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาชุมนุมอย่างโหดเหี้ยม

10. เครือข่ายระบอบทักษิณได้อยู่เบื้องหลังขบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีเจตนาปล่อยให้คนที่มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เข้า ร่วมบริหารบ้านเมืองมาเป็นเวลานาน ใช้วิธีตัดตอนนักการเมืองบางคนเมื่อถูกประชาชนจับได้ไล่ทัน เพียงเพื่อปกป้องมิให้สาวถึงต้นตอผู้นำความคิดและขบวนการบ่อนทำลายการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

11. รัฐบาลหุ่นเชิดได้สมคบกับผู้นำแห่งระบอบทักษิณร่วมมือกับนายทุนต่างชาติ เข้ายึดครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประเทศชาติและสิทธิสัมปทานต่างๆ ในอนาคต จนอาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติอย่างมีเงื่อนงำ เช่น กรณีการเปิดโอกาสให้ชาวตะวันออกกลางเข้ามาศึกษาและลงทุนผูกขาดในการทำการขน ส่งทางบกเชื่อมต่อระหว่างบริเวณจากชายฝั่งทะเลตะวันออกไปยังชายฝั่งทะเล ตะวันตก หรือที่เรียกว่า แลนด์บริดจ์ ตลอดจนการเปิดช่องทางให้ทุนขนาดใหญ่จากประเทศตะวันออกกลางให้เข้ามาทำนาซึ่ง เป็นอาชีพสงวนของคนไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ตลอดจนทำธุรกิจข้าวแบบครบวงจรเพื่อครอบงำและเอาเปรียบชาวนาผู้ยากไร้ให้ไม่ มีวันได้ลืมตาอ้าปากอีกต่อไป

12.ใช้อำนาจเผด็จการทางรัฐสภา มุ่งแต่จะดำเนินการล้มล้างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชามติของคนส่วนใหญ่ในประเทศ จนถูกจับได้เป็นหลักฐานจากร่างรัฐธรรมนูญแล้วว่า มีเจตนาที่จะทำไปเพื่อลบล้างความผิดของตัวเองและพวกพ้อง อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อตัดตอนอำนาจตุลาการ ทำลายหลักคุณธรรม หลักจริยธรรม และหลักนิติธรรมของชาติ

ต่อมาเมื่อประชาชนจับได้ไล่ทัน แล้ว นักการเมืองในระบอบทักษิณก็ได้ใช้เล่ห์เพทุบายด้วยการให้สมาชิกรัฐสภาถอนราย ชื่อออกจากการล้มล้างรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อลดกระแสความไม่พอใจของประชาชน โดยมุ่งหวังที่จะทำลายสงครามครั้งสุดท้ายของพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย หลอกลวงให้ประชาชนตกหลุมพรางหลงประเด็นและยุติการโค่นล้มระบอบทักษิณในที่ สุด

แต่ทว่าเนื้อหาของการเตรียมร่าง ล้มล้างรัฐธรรมนูญนั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงซึ่งเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอัน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างชัดเจนแล้ว จนไม่สามารถรับประกันการใช้เล่ห์เพทุบายในวันข้างหน้าเพื่อทำให้ระบอบทักษิณ กลับฟื้นคืนมาได้

พันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายจึงมีบทสรุปร่วมกันว่า ปัญหาของแผ่นดินยังคงดำรงอยู่ต่อไปทั้ง 12 ประการ โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพลพรรคผู้ใกล้ชิดบงการอยู่เบื้องหลังนายสมัคร สุนทรเวชและพรรคพลังประชาชนซึ่งมีพฤติกรรมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นหุ่น เชิดของระบอบทักษิณอย่างแท้จริง

ระบอบทักษิณได้ใช้พรรคการเมือง หุ่นเชิด นักการเมืองหุ่นเชิด เข้าสู่อำนาจรัฐบาลทุนนิยมสามานย์และเผด็จการรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ขยายอำนาจทุนเพื่อดำรงการสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจเงินเข้ายึดอำนาจทหารและตำรวจ ตลอดจนแทรกแซงอำนาจในกระบวนการยุติธรรมอย่างไร้จริยธรรม

ดังนั้น ภารกิจการโค่นล้มระบอบทักษิณจึงยังไม่เสร็จสิ้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอฉันทามติจากพี่น้องประชาชนทั้งใน ประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ยกระดับของการต่อสู้ไปสู่การขับไล่รัฐบาลทุนนิยมสามานย์ ขับไล่เผด็จการรัฐสภา ตลอดจนล้มล้างระบอบทักษิณ ณ บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงที่สุด

หากพี่น้องเห็นพ้องต้องกันว่า การแก้วิกฤติการณ์ในครั้งนี้จะบรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อจะ ต้องโค่นล้มระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาลอันธพาลหุ่นเชิดแล้ว

ขอเชิญชวนพี่น้องมวลมหาประชาชน ณ ที่แห่งนี้ รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศไทยและทั่วโลกได้โปรดลุกขึ้นยืนแสดง ฉันทมติเห็นชอบเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญเพื่อโค่นล้มรัฐบาลและขับไล่รัฐบาล อันธพาล อย่างพร้อมเพรียงกัน

ด้วยจิตคารวะ


พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
30 พฤษภาคม 2551


ในเหตุผล 12 ข้อคุณเห็นด้วยกับข้อใดมากที่สุดข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 ข้อที่ 4 ข้อที่ 5 ข้อที่ 6 ข้อที่ 7 ข้อที่ 8 ข้อที่ 9 ข้อที่ 10 ข้อที่ 11 ข้อที่ 12

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
30 พฤษภาคม 2551 21:12 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000063338


พิมพ์ ข่าวนี้ พันธมิตรฯ ลั่น! ยกระดับชุมนุมไล่รัฐบาล “หุ่นเชิด”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“จักรภพ” ประกาศลาออกแล้ว

นายจักรภพ เพ็ญแข ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว ยันไม่ผิดแต่ต้องการรักษาเรือลำใหญ่ให้อยู่รอด ย้ำ จะต่อสู้คดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังคงยืนยัน ถึงความบริสุทธิ์ของตนเองที่ไม่เคยมีเจตนาในการหมิ่นสถาบัน เบื้องสูง และไม่ได้ทำอะไรผิด

แต่ ข่าวลือต่างๆ ที่ออกมาในช่วง 3 วัน ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทำรัฐประหาร ทำให้แรงกดดันไป ตกอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ซึ่งตนเองยอมรับไม่ได้ เพื่อเป็นการ รักษาเรือลำใหญ่ ไว้ให้รอด จึงขอลาออกจากตำแหน่ง โดยจะยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการใน วันนี้ ให้มีผลในสัปดาห์หน้า และ jakapob-resign

หวังว่าการลาออกของตนเอง จะส่งผลให้สังคมหยุด การพูดถึง รัฐประหาร และ ยุติความเคลื่อนไหว ของ กลุ่มใดๆ ได้ อย่างไรก็ตาม นายจักรภพ ย้ำว่า

ข้อสรุปของ คณะกรรมการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจ ในครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนของ การพิจารณาคดีความอาญา ทั่วไปเท่านั้น โดยจะต่อสู้ในคดีนี้ให้ถึงที่สุด โดยจะไม่หวัง เพียงความยุติธรรม เพียงอย่างเดียว แต่หวังว่า จะมีส่วนร่วมในการวางบรรทัดฐานทางสังคมที่ไม่ให้เกิดความฉ้อฉล แต่ จะรักษาไว้เพื่อประชาธิปไตย และ

จะไม่ปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ และ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำตัวเป็น พระเจ้าชี้นำ ในเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่า ตนเอง ได้ตกเป็นเหยื่อเพียงรายเดียว ของเรื่องทั้งหมด และนำไปเกี่ยวโยงกับ สถาบันระดับสูง โดยขณะนี้ อยู่ระหว่าง การประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการรับทราบข้อกล่าวหา

นายจักรภพ บอกว่า ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีไม่เคยพุดอะไร ถึงเรื่องนี้เลย เพราะ นายกรัฐมนตรี ถือเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง ถามเพียงสั้นๆ ว่า พร้อมจะพิสุจน์ตัวเอง ในกระบวนการยุติธรรม หรือยัง เท่านั้น และ ย้ำจนถึงขณะนี้ ไม่ต้องการปกป้องจากใคร แต่ต้องการเพียง กระบวนการยุติธรรม ที่จะให้ความยุติธรรมกับผุ้ถูกกล่าวหาได้ เท่านั้น

รวมทั้งไม่มีความจำเป็นต้องรื้นฟื้นกลุ่ม นปก.ขึ้นมา เพราะเคารพใน กระบวนการยุติธรรม และ เชื่อว่า ยุทธวิธีมวลชน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการต่อสู้คดีในครั้งนี้ เและย้ำว่า

ตนเองไม่ใช่เนื้อร้ายของ รัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งไม่รู้สึก วิตกกังวล กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้เป็นเพียงการสร้างภาพของคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาเท่านั้น เชื่อว่า เมื่อความจริงปรากฏทุกอย่างจะจบ พร้อมกับบอกว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ได้บทเรียนว่า ในบางครั้ง การเป็นนักวิชาการ ก็ทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองได้ เนื่องจากถูกสอนให้พูดตรงไปตรงมา

นายจักรภพ ยังบอกอีกว่า นับจากนี้ไปความสำคัญอันดับหนึ่งอยู่ที่ การต่อสู้คดี โดยยังไม่สามารถมองอนาคต ทางการเมือง ของตนเอง แต่ยืนยันว่า หลังจากนี้ไปจะยังคงรับเชิญไปพูด ในทุก ๆ ที่ ที่สามารถพูด ในเชิงวิชาการ และสร้างความสว่างทางความคิดให้กับ สังคมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขึ้นเวที ดีเบตกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้ที่กล่าวหาตนเอง

ทั้งนี้ นายจักรภพ เชื่อว่า นายกรัฐมนตรี จะสามารถหาบุคคลที่เหมาะสม เข้ามาทำหน้าที่แทนตนเองได้ และขอฝากรัฐมนตรีใหม่ สานต่องานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

งานสวดพระอภิธรรมศพ มารดาของผู้บัญชาการทหารบก คืนแรกวานนี้

ช่วงค่ำที่ งานสวดพระอภิธรรมศพมารดาของผู้บัญชาการทหารบก ได้มีบรรดาผู้นำเหล่าทัพ อดีตนายกรัฐมนตรี และ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ในงานสวดพระอภิธรรมศพของนางบุญเรือง เผ่าจินดา มารดาของพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อช่วงค่ำที่วัดโสมนัสวรวิหาร ซึ่งมีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับผู้นำเหล่าทัพ และยังมีพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
anuphongs_mother-buddhist_ceremony
โดยเมื่อพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าไปในศาลาสวดพระอภิธรรม ได้เข้าไปยกมือไหว้คารวะ พลเอกเปรม ซึ่ง พลเอกเปรมก็ได้รับไหว้

จากนั้นพันตำรวจโททักษิณ ได้เข้าไปนั่งฟังสวดอภิธรรมจนเสร็จสิ้นลง และเมื่อการสวดพระอภิธรรมเสร็จสิ้นลง พันตำรวจโททักษิณ ได้เข้าไปไหว้คารวะ พลเอกสุรยุทธ์ และ ทักทายระหว่างกันเพียงสักครู่ ก่อนที่พลเอกสุรยุทธ์จะเดินทางกลับ

จากนั้นก็เข้าไปไหว้คารวะพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ และมีโอกาสพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันประมาณ 1-2 นาที ก่อนที่พลเอกเปรมจะเดินทางกลับไปก่อน ซึ่งถัดจากนั้น พันตำรวจโททักษิณ ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับ พลเอกอนุพงษ์ โดยใช้ประมาณ 5 นาที ก่อนที่จะขอลากลับ

จากนั้น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า การพบกันของ พลเอกเปรม กับ พันตำรวจโททักษิณ ครั้งนี้ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใช่หรือไม่ พลเอกอนุพงษ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ถือว่าช่วยกันเท่านั้น


อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จาก ลิ้งค์ สีแดง ข้างล่าง
ข่าว INN News<

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.