Accom Thailand

June 29, 2008

“นายทหาร” ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ลากไส้ “รบ.โจร” ขายชาติ

“นายทหาร” สุดกลั้น! ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ลากไส้ “รบ.โจร” ขายชาติ
29 มิถุนายน 2551 08:09 น.


“นายทหาร” สุดกลั้น ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ลากไส้ “รบ.โจร” ขายชาติ แฉแหลกงาบแก๊ส-น้ำมันเป็นขบวนการ ชี้ทำประเทศชาติเสียหายมหาศาลกว่า 3.5 ล้านล้าน ปูดซ้ำลักลอบขน “น้ำมันดิบ” ใส่เรือส่งไป “สิงคโปร์-อเมริกา” โดยหลีกเลี่ยงภาษี ก่อนปลุกสำนึกร่วมทวงคืน “ปิโตรเลียม” ให้กลับสู่ประชาชนโดยตรง


ชมคลิป ข่าวนี้ จาก ผู้จัดการออนไลน์


วานนี้ (28 มิ.ย.) พ.ต.รัฐเศรษฐ แจ้งจำรัส ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยกล่าวถึงกรณีที่การปิโตเลียมถูกระบอบทักษิณฉ้อฉลว่า ทันที่เศรษฐกิจของเราตกต่ำ เราจึงไปตรวจสอบแล้วพบว่า ปัญหาใหญ่เกิดจากการขึ้นราคาน้ำมัน และราคาแก๊สแพงกว่าปกติ รวมทั้งรถเมล์ขึ้นค่าโดยสารก็ขึ้นราคา อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว

“เดิมทีปั๊มมีอยู่ทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นแห่ง ขณะนี้เจ๊งไปเกือบหมดแล้ว เพราะเดิมทีเขาขายน้ำมัน 7 บาท เขาได้กำไร 2.30 บาท แต่ตอนหลังเข้ายึดครองการตลาด ก็จะเห็นเพียงแต่ปั๊มใหม่ๆ ซึ่งมีทั้งปั๊มบางจาก ปั๊มเจ็ท และปั๊ม ปตท.เท่านั้น ที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ” พ.ต.รัฐเศรษฐ กล่าว

ส่วนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการปล้นน้ำมันของระบอบทักษิณนั้น พ.ต.รัฐเศรษฐ กล่าวว่า ได้แก่รถสิบล้อ รถปิกอัพ รวมไปถึงควายเหล็กของชาวบ้าน สำหรับหลักในการคำนวณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ระบุเป็นบาร์เรลนั้น สามารถคำนวณได้ คือ 1 บาร์เรล เท่ากับ 159 ลิตร โดย 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 33 บาท ซึ่งถ้าคำนวณเป็นเงินแล้ว 1 ลิตร จะเท่ากับ 27.78 บาท แต่วันนี้บ้านเราขายน้ำมันดีเซลลิตรละ 42 บาท ซึ่งถือว่าแพงเกินกว่าปกติ และแพงที่สุดในโลก เพราะคำนวณกลับไปแล้วจะพบว่า ราคำน้ำมันจะเท่ากับราคา 202 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันในประเทศสหรัฐอเมริกาเพียง 138 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจะหายนะมากยิ่งขึ้น ถ้าเราไม่รวมตัวกัน


“ในภูมิภาคของเรา มีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากมายมหาศาล แต่กลับต้องใช้น้ำมันราคาแพงกว่าประเทศสิงคโปร์ และหลังจากการแปรรูป ปตท.เข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีกำลังการผลิตน้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร คิดคำนวณเป็นเงินแล้ว ถัวเฉลี่ยตกวันละ 2,500 ล้านบาท นี่คือปิโตเลียมบนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งไม่มีใครเคยบอกเรา มีแต่บอกว่านำเข้านำมัน ดังนั้นเราจะต้องกอบกู้เอาพลังงานปิโตเลียม และน้ำมัน กลับมาเป็นของประชาชนโดยตรง ซึ่งไม่ใช่ของระบอบทักษิณ” พ.ต.รัฐเศรษฐ ระบุ


พ.ต.รัฐเศรษฐ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ คือ แหล่งน้ำมันดิบ และแก๊สธรรมชาติ ที่เขาไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริง โดยวันนี้เราผลิตแก๊สธรรมชาติได้วันละ 5,000 ล้านลูกบาตรฟุต ซึ่งคำนวณแล้ว ไทยสามารถผลิตได้เฉลี่ย 138 ล้านลิตรต่อวัน แล้วยังมาอ้างว่าประเทศไทยไม่มีแก๊ส ต้องนำเข้า จนเป็นเงื่อนไขขอขึ้นราคา ขอลอยตัวแก๊ส อย่างนี้ยุติธรรมกับประชาชนหรือไม่ อีกทั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย และบนบก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,300 แท่น ซึ่งมีทรัพย์สินประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่เมื่อระบอบทักษิณเอาไปแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ขายเพียง 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหมดเพียงระยะเวลา 1 นาทีกว่าๆ เท่านั้น


“ผมแทบน้ำตาไหล เพราะเพื่อนผมทำงานอยู่ที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน เพราะน้ำมันดิบที่ขึ้นมา เขาเอาใส่เรือวิ่งไปทางสิงคโปร์ และออกไปทางจีน ญี่ปุ่น และอเมริกา ซึ่งไม่เข้าระบบกลไกภาษีของเรา เพราะมีเท่าไหร่เขารับซื้อไม่อั้น ตรงนี้มูลค่าความเสียหายมากมายมหาศาล นอกจากนี้ แม้แต่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เขาก็เอาไปไว้ที่อาคารชินวัตรชั้น 26 ที่สำคัญหลังจากที่แปรรูป ปตท.ไปแล้ว รัฐบาลซึ่งถือหุ้นใหญ่ 52 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับได้เปอร์เซ็นต์น้อยมากเพียง 3 หมื่นล้านบาท และภาษีน้ำมันรวมผลิตภัณฑ์ทุกอย่างได้แค่ 7.7 หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งๆ ที่ ปตท.บอกว่า ภาษีน้ำมันประมาณ 13 บาท ส่งให้หลวงหมด ซึ่ง 1 ปี ตกอยู่ที่ประมาณ 6-7 แสนล้านบาท เงินหายไป 5-6 แสนล้านบาทต่อปี รวมทั้งสิ้นเมื่อ ปตท.แปรรูป เงินหายไป 3.5 ล้านล้านบาท แล้วใครจะรับผิดชอบ” พ.ต.รัฐเศรษฐ ระบุ


พ.ต.รัฐเศรษฐ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ถ้ามีการยึดทรัพย์ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะจ่ายคืนให้กับเราวันละประมาณ 1,500 ล้านบาท ที่เราถูกโกงไปหรือไม่ ซึ่งเราไม่เคยได้รับรู้รับทราบ เพราะไม่เคยมีใครเปิดเผยข้อมูล ทั้งนี้ตนพร้อมที่จะรับผิดชอบ เพราะข้อมูลข่าวสารที่ออกมานั้นเป็นของราชการทั้งสิ้น

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000076223
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Germany 0:1 Spain – Euro 2008 Final – เยอรมัน 0:1 สเปน

แพ้ชนะ อยู่ที่ กราบซ้าย เยอรมัน ซึ่งเท่ากับ กราบขวา ของสเปน
สเปนไม่แพ้ใครมา 21 นัด และมีทีมที่แข็งแกร่งทุกตำแหน่ง และ มีกองกลางที่ยิงได้ทุกตำแหน่ง
หัวหน้าทีมโคช หลุยซ์ อาราโกเนส ของ สเปน มีความรู้ และ ประสพการณ์ที่ เหนือ กว่า โจคิม เลิฟ ของเยอรมัน หลายช่วงตัว กราบขวา ของเยอรมัน ไม่มีทางต่อกรกับ กราบซ้าย ของ สเปน
เรา คาดผลว่า เยอรมัน จะแพ้ราบคาบ เฟอร์นันโด โตเรสจะแผลงฤทธิ์ แน่นอน และ สเปนจะชนะอย่างน้อย 2 ประตู ผลฟลุกอย่างอื่นค่อนข้าง ยาก
ผู้ตัดสิน โรเซ็ตติ จาก อิตาลี ดีที่สุดในทัวร์นาเม็นท์นี้ และจะปล่อยเกมส์ให้เดินได้ดี


Full Time
Spain leads 1-0 ( Torres 33 min.)
statistics 1st Half
Fernando Torres
spain celebrates torres\'s goal
Torres 1-0
Spain leads 1-0
Torres celebrates
Both captains received yellow
Germany

* 01 Lehmann
* 03 Friedrich
* 21 Metzelder
* 17 Mertesacker
* 16 Lahm
* 15 Hitzlsperger
* 08 Frings
* 20 Podolski
* 13 Ballack
* 07 Schweinsteiger
* 11 Klose

Spain

* 01 Casillas
* 15 Sergio Ramos
* 05 Puyol
* 04 Marchena
* 11 Capdevila
* 19 Senna
* 06 Iniesta
* 10 Fabregas
* 08 Xavi
* 21 Silva
* 09 Torres

Torres strike ends Spain’s long wait
Spain have been crowned European champions for the second time as Fernando Torres’s first-half goal in Vienna proved enough to defeat Germany in the final of UEFA EURO 2008™.


ในที่สุดศึกยูโร 2008 ก็เดินทางมาถึงเกมสุดท้าย ซึ่ง “เต็งหนึ่ง” ประจำการแข่งขันก็เอาตัวรอดผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศจนได้ โดยจะเข้าไปพบกับ สเปน ทีมทะลุเข้ามาชิงถ้วย อองรี เดอ ลาเน ได้แบบไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับทีมใดเลยในศึกยูโรครั้งนี้

เยอรมัน VS สเปน , รัสเซีย ที่แอร์นส์ท ฮัปเปิล สตาดิโอน กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย คืนวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน เวลา 01.45 น.

ฝ่าฟอร์มอินทรีเหล็ก

นับจากเจอร์เกน คลินสมันน์ นำลูกทีมชูถ้วยอองรี เดอ ลาเน คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้สำเร็จในปี 1996 ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้น ทีม “อินทรีเหล็ก” จะไม่สามารถควานหาชัยชนะได้เลยในศึกยูโรรอบสุดท้าย ทั้งในยูโร 2000 ที่ฮอลแลนด์และเบลเยียม รวมไปถึงยูโร 2004 ที่โปรตุเกส จนทำให้ทีมแชมป์ยุโรป 3 สมัย กระเด็นตกรอบแรกถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ทว่าใน “ยูโร 2008” พวกเขาเปิดฉากด้วยชัยชนะเหนือโปแลนด์ จนกรุยทางมาสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ น่าสนใจว่าการเข้าชิงครั้งที่ 6 ของพวกเขาจะนำมาซึ่งแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 ได้หรือไม่

สภาพทีม : ขุนพล “อินทรีเหล็ก” มีสภาพฟิตเปรี๊ยะสุดขีด โยอาคิม เลิฟ จะสามารถเลือกใช้งานนักเตะในทีมทั้ง 23 คนโดยที่ไม่มีใครติดโทษแบน หรือมีอาการบาดเจ็บรบกวน โดย 11 ตัวจริงกุนซือมาดสุขุมน่าจะยึดตัวผู้เล่นในระบบ 4-2-3-1 จากเกมที่เฉือนตุรกีมาแบบหืดจับ 3-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยจะได้ ทอร์สเทน ฟริงก์ส กลับมาออกสตาร์ทตัวจริงร่วมกับ โธมัส ฮิตเซิลสแพร์เกอร์ อีกครั้ง ส่วนแนวรุก นำทัพโดย มิชาเอล บัลลัค ขึ้นเกมตรงกลาง พร้อมมีบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และ ลูคัส โพดอลสกี เดิมเกมริมเส้น โดยมี มิโลสลาฟ โคลเซ เป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนแผงหลังจะใช้ อาร์เน ฟรีดริช ลงประจำการแบ็คขวา และฟิลิปป์ ลาห์ม แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จากเกมที่แล้วรับผิดชอบเกมมีรุกและรับทางฝั่งซ้ายเช่นเดิม

ตัวตัดสินเกม : มิชาเอล บัลลัค : ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่อาถรรพ์รองแชมป์ของบัลลัคอีกครั้ง หลังเพิ่งจะอกหักได้ทริปเปิลรองแชมป์ กับเชลซีมาหมาดๆในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งหากย้อนไปในปี 2002 “ไกเซอร์น้อย” เคยร่วมทีมเลเวอร์คูเซนซิว 3 รองแชมป์มาแล้ว และในศึกฟุตบอลโลก 2002 อีก 1 เดือนให้หลัง ดาวเตะหมายเลข 13 ก็ร่วมเป็นหนึ่งในทีม “อินทรีเหล็ก” ทำได้เพียงรองแชมป์โลกเท่านั้น ทว่าเกมชิงชนะเลิศในวันนั้นบัลลัคหมดสิทธิ์ลงสนาม ซึ่งแตกต่างกับเกมที่แอร์นส์ท ฮัปเปิล สตาดิโอน คืนวันอาทิตย์นี้อย่างสิ้นเชิง จากความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า น่าจะทำให้ดาวเตะรายนี้มุ่งมั่นและโชว์ทีเด็ดในฐานะกัปตันทีมออกให้เห็นในเกมนี้อย่างแน่นอน

ฝ่าฟอร์มกระทิงดุ

หากจะย้อนประวัติศาสตร์กันไป แฟนบอลทีม “กระทิงดุ” หลายคนอาจจะยังไม่ทันเห็นวินาทีที่ มาเชลินโญ มาร์ติเนซ ยิงประตูชัยเอาชนะสหภาพโซเวียต คว้าแชมป์ยูโรปี 1964 ได้ในถิ่นของตัวเอง นับจากนั้นมา สเปน กลายเป็นทีมที่ได้รับความคาดหมายให้เป็นทีมเต็งอันดับต้นๆประจำศึกยูโรรอบสุดท้ายมาโดยตลอด แต่ทว่าพลพรรค”เอสปันญา” ทำได้ดีที่สุดด้วยการคว้ารองแชมป์ยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ด้วยตัวผู้เล่นในทีมที่ดูจะพร้อมที่สุดในทัวร์นาเมนต์ การเข้าชิงสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ อาจนำมาซึ่งแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 ก็เป็นได้

สภาพทีม : พลพรรคกระทิงดุ พบกับข่าวร้ายหลังเกมถล่มรัสเซีย 3-0 เมื่อ ดาวิด บีญา ดาวซัลโวประจำทีม มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาและน่าจะวืดลงสนามในเกมชิงชนะเลิศค่อนข้างแน่นอนแล้ว ทำให้ หลุยส์ อราโกเนส อาจต้องปรับระบบมาเป็น 4-5-1 โดยให้ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าคนเดียว แล้วเติม เชส ฟาเบรกาส ลงมาเสริมในแดนกลาง แม้ว่า ดาเนียล กีซา ดาวซัลโวลาลีกา จะโชว์ฟอร์มได้ดีก็ตาม ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ยังเป็นผู้เล่นชุดเดิมตั้งที่เล่นกันมาตั้งแต่นัดแรก ไล่ตั้งแต่ คาร์เลส ปูโยล คุมแนวรับ และมาร์กอส เซนนาคอยบู๊อยู่ในแดนกลาง

ตัวตัดสินเกม : เฟอร์นานโด ตอร์เรส : แม้จะถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเป็นครั้งที่ 3 ในยูโรครั้งนี้ และมีข่าวไม่ลงรอยกับ กุนซือขรัวเฒ่าอย่าง อราโกเนส แต่ยังไงเสีย “เอลนินโญ” ก็จะได้ลงสนามเป็นกองหน้าตัวจริงในเกมนี้อย่างแน่นอน ซึ่งการที่สเปนขาด ดาวิด บีญา ในเกมนัดชิงชนะเลิศ จะทำให้ภาระทั้งหมดมาตกที่ดาวซัลโวประจำทีมลิเวอร์พูล แต่ เกมนี้หากแผงหลังเยอรมันเกิดงุ่มง่ามขึ้นมาอีกล่ะก็ โอกาสที่จะถูกหลอกแบบเสียผู้เสียคนก็มีสูงพอสมควร และหากเปิดโอกาสให้ดาวยิงรายนี้เมื่อไหร่ ก็จะเป็นงานหนักของเยนส์ เลห์มันน์ ทันที

สถิติการพบกันในอดีต : เยอรมันและสเปนไม่เคยพบกันมาก่อนในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในอดีตที่ผ่านมา โดยทั้งคู่พบกันมาทั้งหมดเพียง 7 ครั้ง และเป็นเกมกระชับมิตรถึง 6 เกม ซึ่งผลปรากฏว่า ต่างฝ่ายต่างเอาชนะได้ทีมละ 2 ครั้ง และเสมอกันไป 3 ครั้ง ส่วนในฟุตบอลรายการใหญ่ที่ทั้งคู่เดยพบกัน มีเพียง เกมฟุตบอลโลก ปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งครั้งนั้นเสมอกันไป 1-1

รูปเกมที่คาด : แม้ความเชื่องช้าของ คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ และเพอร์ เมอร์เตซัคเกอร์ แสดงให้เห็นมาแล้วว่าเยอรมันพร้อมเสียประตูให้คู่แข่งได้ทุกเมื่อ แต่ทีมของเลิฟก็มีเกมโต้กลับอันทรงประสิทธิ เมื่อมีตัวทะลุทะลวงชั้นดีอย่าง บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์ หากเกมนี้ งัดแผนตั้งรับลึกในแดนตัวเองมาใช้ พร้อมทั้งไม่เปิดพื้นที่ให้ดาวิด ซิลบา ได้มีโอกาสทำเกม ก็น่าจะเล่นงานสเปนได้พอสมควร ขณะที่ฝั่งกระทิงดุนอกจากมีทีเด็ดจากตอร์เรสแล้ว ความอัจฉริยะในการจ่ายบอลของ เชส ฟาเบรกาส น่าจะสร้างปัญหาให้กับเยอรมันพอสมควร

“เด็กปั๊ม” ฟันธงสเปเชียล : สเปนแม้จะขาด ดาวิด บีญา แต่จากระบบการเล่นที่ลงตัวไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก และอาจจะทำเกมเหนือกว่าด้วยซ้ำไป แต่ความช้ำชองในเกมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของเยอรมัน ทำให้ความเหนียวแน่นน่าจะอยู่ฝั่ง “อินทรีเหล็ก” ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เยอรมัน เบียดคว้าแชมป์ไปครองได้ ด้วยสกอร์ 2-1

พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000076283

June 28, 2008

“จำลอง” ชี้มูลเหตุที่เขมรมาขู่เรื่องตัดสัมพันธไมตรี

jamlong

“จำลอง” ชี้มูลเหตุเขมรข่มขู่ไทย เกิดจากพวกขี้ขลาดตาขาว
ผู้จัดการออนไลน์
28 มิถุนายน 2551 23:13 น.


“จำลอง” ชี้มูลเหตุที่เขมรมาขู่ เรื่องตัดสัมพันธไมตรี ต้นตอเกิดจากพวก “ขี้ขลาดตาขาว” พร้อมย้ำประชาชนให้อดทน ชัยชนะใกล้มาถึงแล้ว ก่อนขอบคุณคณะทำงานสถาบันไทยคดี เรื่องข้อมูล ผลวิจัยเขาพระวิหาร สดุดี “ตำรวจหนุ่ม” ผู้เสียสละปกป้อง 3 สถาบัน ในพื้นที่ชายแดนใต้ จวกครูโรงเรียน ใกล้ที่ชุมนุมอย่าจ้องเล่นงาน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ วอนแม่ทัพภาค 3 ปล่อยอิสระ ให้กับเหล่าทหารผู้รักชาติ ออกมาแสดง จุดยืนตามสิทธิหน้าที่ของประชาชน


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย


วันนี้ (28 มิ.ย.) เวลาประมาณ 21.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นปราศรัยบนเวที บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้า กรณีเขาพระวิหารว่า


เมื่อวานก่อนนี้คณะทำงานของสถาบันคดีไทยศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มาพบกับพวกเรา โดยได้นำดอกไม้ และพวงมาลัยมามอบให้แกนนำพันธมิตร พร้อมทั้งขอบคุณที่เราเป็นเกราะกำบังให้ นอกจากนี้ ยังนำผลการวิจัยผลการศึกษา ที่ทำมานานเกี่ยวกับเรื่องประสาทพระวิหาร มาให้ พร้อมระบุว่า ถ้าพันธมิตรฯ ไม่นำไปใช้ ผลการศึกษาวิจัยที่ทำขึ้นมาก็จะไม่มีประโยชน์อะไร


“ผมบอกคณะทำงานนี้ไปว่า พวกเราต่างหากที่จะต้องขอบคุณ เพราะได้อาศัยข้อมูลมายืนยันเพื่อให้เห็นเด่นชัดว่า คณะที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มีความเห็นว่ารัฐบาลทำผิดพลาด ถ้าไปลงนามรับรองของเขมรแล้ว เราจะเสียดินแดนทันที และ มีแนวโน้มว่า การที่นักการเมืองของคนไทยมาทำเรื่องนี้ น่าจะมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ แค่นี้ก็พอใจแล้ว ต้องขอขอบคุณ คณะทำงานสถาบันคดีไทยศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า มีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายของตำรวจหนุ่มผู้หนึ่ง อายุ 24 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งเกิดวันเดียวกับ แม่ ของเขาด้วย โดยได้เขียนลงบันทึกไว้ว่า ถ้าหากรอดชีวิต จะกลับไปฉลองวันเกิดกับแม่ที่บ้าน และได้เขียนบันทึกไว้ด้วยว่า


ชีวิตของคนเรา แท้จริงแล้วไม่ต้องการอะไรมากเลย และไม่ได้ต้องการอะไรอีกแล้ว สุดท้าย เขาผู้นี้ ก็ไม่ได้มีโอกาสกลับไปหาแม่อีกชั่วชีวิตในวันเกิดวันนั้นเอง


“ขอสดุดีตำรวจผู้หาญกล้า ผู้ปกป้อง 3 สถาบันด้วยชีวิต พวกเราก็ได้เสียสละเช่นกัน แต่เสียสละเท่านายตำรวจผู้นี้ไม่ได้ เพียงแต่มาลำบากเพียง 35 วัน กินกลางถนนนอนกลางถนน เราก็ว่าเราลำบากแล้ว แต่ไม่เท่านายตำรวจผู้นี้” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า หันมาดูครูที่โรงเรียนนี้บ้าง ให้มาเทียบกับพวกเรา อย่าไปเทียบกับตำรวจผู้นั้น แค่เดินไกลหน่อยก็ฟ้อง เสียงดังหน่อยก็ฟ้อง แล้วหาว่าพวกเราปัสสาวะ และอุจาระเรี่ยราดไปหมด ซึ่งตนขอปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น กลัวว่าศาลจะไม่เห็นด้วยหรืออย่างไร ซึ่งเป็นการดูถูกมาก ตนเป็นผู้ว่าราชการมา 6 ปี และเป็นถึงผู้ว่าที่ได้รับรางวัลแมกไซไซคนเดียวในประเทศไทย และ กรุงเทพฯ ของเราได้รับว่าเป็นเมือง 1 ใน10 เมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก จากที่ตอนแรกเป็นเมืองที่สกปรกที่สุดติด 1 ใน 6 ของโลก ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กทม.


“คนที่เคยเป็นถึงผู้ว่าฯ จะมาปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ผมได้เดินไปดูรถสุขา กทม. โดยเฉพาะห้องน้ำหญิงจะมีคิวที่ยาวมาก เนื่องจากห้องไม่พอ ผมจึงเดินไปตัดแถวให้เข้าห้องน้ำผู้ชาย เพราะห้องน้ำชายมีมาก โดยผมเป็นคนยืนเฝ้าห้องน้ำเอง ลองคิดดู อดีตรองนายกฯ อดีตผู้ว่าฯ แมกไซไซเฝ้าห้องน้ำให้ด้วยตัวเอง แล้วจะมาหาได้ไงว่า อุจจาระ ปัสสาวะเรี่ยราด” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า มีจดหมายอีกฉบับเป็นเรื่องของทหาร เป็นทหารชั้นผู้น้อย ที่เขียนถึง แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นน้องของตน โดยเนื้อหาบอกว่าขอความกรุณาให้โอกาสบรรดากำลังพล และครอบครัว ได้ออกมา แสดงจุดยืนทางการเมือง อย่างสันติร่วมกับบรรดากลุ่มพันธมิตรฯ


ซึ่งในห้วงที่ผ่านมานั้น มีความอึดใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้กำลังพลและครอบครัว ของกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืน แต่พวกเราที่มีควาเป็นทหารอยู่ในสายเลือด จึงไม่อาจขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาได้ แต่ที่เขียนมาในครั้งนี้เนื่องจากเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง


พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า ทหารก็เหมือนกับประชาชนทั้งหลาย บางครั้งก็มีความอัดอั้นตันใจ เพราะผู้บังคับบัญชาสั่งไปอีกอย่างหนึ่ง และตอนนี้มีข่าวว่าเราถูกเขมรขู่อีกแล้ว คนที่ขู่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา โดยขู่ว่าระวังให้ดีนะคนไทย อย่านำเรื่องประสาทเขาพระวิหารมาปลุกระดมความเป็นชาตินิยม เดี๋ยวจะกระทบความสัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเขมร


“ที่เขากล้าข่มขู่กับเรา เพราะว่ารัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศของเรา และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหงอกับเค้า เป็นลูกไล่ กลัวจนรนรานไปหมด ถ้าขี้ขลาดก็ควรออกไป คนขี้ขลาดตาขาวลาออกจากความเป็นไทยไปซะเถอะ ให้คนที่มีความกล้าหาญมาทำงานดีกว่า” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวในตอนท้ายว่า เรามาวันนี้เป็นวันที่ 35 ชัยชนะได้เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ รัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่เป็นภัยต่อสถาบันสูงสุดต้องออกไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเรา


แม้แต่เรื่องขนมที่แพงที่สุดในโลก ราคา 2 ล้านบาท ก็เป็นส่วนหนึ่ง จากแรงกดดันของพวกเรา ทำให้ กระบวนการยุติธรรม ได้ใช้ความเข้มแข็งอย่างเต็มที่ เนื่องจากเราเป็นเกราะกำบังให้ท่าน และ เรื่องศาลที่ได้คุ้มครอง คือ ไม่อนุญาตให้ รมว.ต่างประเทศไปลงนามกับเขมร ถ้าเราไม่มาทำแบบนี้ สิ่งต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นขอให้ภาคภูมิใจ และให้ใช้ความอดทนต่อไป ชัยชนะใกล้มาถึงแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076175


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สนธิ” ผิดหวังทหารที่เรียกว่าทหารเสือพระราชา-พระราชินี

“สนธิ” อัดบิ๊กทหารนายหน้าระบอบแม้ว-จัดฉากพิธีสำคัญ

sonthi


“สนธิ” ผิดหวังทหารที่เรียกว่า ทหารเสือพระราชา-พระราชินี อัดบิ๊กทหาร “บุญสร้าง-ประวิตร-อนุพงษ์” ทำตัวเป็น โบรกเกอร์ให้ ระบอบทักษิณ กลับมา คืนชีพ แฉกำหนดการ จัดฉากให้ “สุดารัตน์” เป็นประธานงานใหญ่ ที่ลานพระรูป 20 ก.ค.มี ผบ.เหล่าทัพตบเท้า เข้าร่วมพรึบ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโปง แผนชั่ว อาศัยช่วงชุลมุน ยึดอำนาจดัน “จิ๋ว” นั่งเก้าอี้นายกฯ อีกรอบ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K)
จาก manager multimedia


วันนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 22.15 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที โดยตั้งข้อสังเกต ถึงคำพูด ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งใน แกนนำพันธมิตรฯ ว่าเป็นครั้งแรก ที่ไล่ทหาร ดังนั้นตนเอง จึงจำเป็นต้องพูดถึง บทบาทของทหาร ในวันนี้เสียที เพราะอัดอั้นมานาน


นายสนธิ ระบุว่า ในวันที่ 20 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการจัดงานมหกรรมถวายสังฆทาน ถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาส ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 62 ปี โดยงานดังกล่าวจัดที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่คนที่จะมาเป็นประธานในพิธีคือ


นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญ สั่งให้ยุติบทบาททาง การเมืองพร้อมกับ 111 อดีตกรรมการ บริหารพรรค ด้วยข้อหา เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาเป็นประธานในพิธี

sonthi


นายสนธิ กล่าวว่า ที่น่าเสียใจก็คือมีชื่อของ นายทหารที่จะเข้าร่วม ในพิธีครั้งนี้ คือ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ พี่ชายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีชื่อ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เคยถูก นายนพดล สั่งให้หุบปาก เข้าร่วมใน พิธี พร้อมกับ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เข้าไปร่วมด้วย


“ผมอยากฝากไปถึง พล.อ.บุญสร้าง พล.อ.ประวิตร ที่ไปร่วมงานด้วยว่า ถ้าเป็นงานที่จัด โดยกองทัพ ก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่เป็นงานที่จัด โดยคนที่มี มลทินทางการเมือง ทหารเสือพระราชา ทหารเสือพระราชินี ยังสบายดีอยู่หรือ ถามว่า พล.อ.ประวิตร เป็น อดีตทหารเสือพระราชินี ทีรัฐบาลชุดนี้ จาบจ้วง ทำไมไม่ออกมาต่อต้าน เงียบไม่เคยพูด แต่จู่ๆ ก็เป็นโบรกเกอร์ให้ สุดารัตน์ เชื่อมต่อไปยัง พล.อ.อนุพงษ์” นายสนธิ ระบุ


นายสนธิ ย้ำว่า ถ้าบทบาทของทหาร ในกองทัพเป็นแบบนี้ จะมีไปทำไม พร้อมกันนี้ยังได้ระบุอีกว่า ในงานเลี้ยงรุ่นที่ สถาบัน บัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) รุ่น 6 ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เป็นประธาน ได้พูดในงาน อย่างภาคภูมิใจว่า จะมีแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมงานด้วย คือ คุณสุดารัตน์


“เขาน่าจะรู้ว่า คุณสุดารัตน์เป็นมือไม้ของระบอบทักษิณ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้ยุบพรรคในข้อหาเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองใน ระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แค่คุยด้วยยังไม่สมควร แต่นี่ยังไปแสดงความสนิทสนม ดังนั้น เวลานี้ประชาชนเท่านั้น ที่เป็น ที่พึ่งของ สถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนเท่านั้น ที่เป็นทหารเสือของ พระราชาและ พระราชินี” นายสนธิ ระบุ
sonthi_28jun08

นายสนธิ ยังเปิดโปงอีกว่า เวลานี้มีคนพยายามเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เหมือนกับสมัย 19 กันยายน 2549 ซึ่งพวกเราจะไม่ยอมอีกแล้ว ที่ผ่านมา เขาพยายามยั่วยุให้พวกเรา เข้าไปใน ทำเนียบฯ เพื่อจะได้ปราบปราม ทั้งสองฝ่าย แต่เราต้องการ การเมืองใหม่ ที่มีประชาชนมีส่วนร่วม อย่างแท้จริง เท่านั้น และ นี่คือความขมขื่นที่เราต้องมาสู้ที่นี่ เป็นศึกที่ใหญ่หลวง พร้อมเตือนไม่ให้ ตกเป็นเครื่องมือของใคร เป็นอันขาด และอย่าเพิ่งท้อใจ เป็นอันขาด


แกนนำพันธมิตรฯ ผู้นี้ยังระบุอีกว่า ตำแหน่ง ผบ.ทบ.เป็นสิ่งสมมติ แต่มวลชนคือของจริง บ้านเมืองมีปัญหาทั้งเรื่องการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีปัญหาเรื่องอธิปไตยกลับถูกตวาดให้หุบปาก ก็หุบปากจริงๆ ดังนั้นทหารวันนี้คิดอย่างเดียวคือขอให้อยู่ในตำแหน่งนานๆเท่านั้น


“ผมรู้ว่ามีลูกน้องของ พล.อ.ชวลิต และ พล.อ.ประวิตร กำลังหาช่องทางเพื่อตั้งรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งพวกเราไม่ยอม และไม่เคยมีการต่อสู้ใดที่ได้มาง่ายๆ” นายสนธิระบุและว่า เสียงนกหวีดมีแน่แต่ต้องรออีกนิด ต้องรอกระบวนการที่ศาล


นายสนธิ ย้ำว่า สิ่งเดียวที่พันธมิตรฯ ปฏิเสธมาตลอด คือ เรื่องนองเลือด เพราะสิ่งที่เราต้องชนะด้วยพลังบริสุทธิ์เท่านั้น และมันเป็นพลังประชาธิปไตยรุ่นใหม่ได้ปลูกฝังลงไปแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2551 23:27 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076184


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” อัดบิ๊กทหารนายหน้าระบอบแม้ว-จัดฉากพิธีสำคัญ 20 ก.ค.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ศาลปกครองกลาง” สั่งห้าม! กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล กล่าวอ้าง มติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 กรณี การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

The Administrative Court

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งกำหนดมาตรการ
หรือ วิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว
ก่อนการพิพากษา
คดีหมายเลขดำที่ 984/2551 กรณีปราสาทพระวิหาร

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ 984/2551 กำหนดมาตรการ หรือ วิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา

ระหว่าง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และ พวกรวม 9 คน กับ


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1

คณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม รัฐบาลไทย และ รัฐบาลกัมพูชา กรณี การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก


อ่านเอกสารแนบ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ศาลปกครองกลาง
http://www.admincourt.go.th/news_01_detail.aspx?News_data_Index=+4550+



เปิดคำสั่งศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครอง “ปราสาทพระวิหาร”
28 มิถุนายน 2551 15:52 น.

รายละเอียดคำสั่ง “ศาลปกครองกลาง” สั่งห้าม! กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล กล่าวอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา เกี่ยวกับการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จนกว่าคดีจะถึงที่สุดและจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น

คลิก! ดาวน์โลด อ่านคำสั่งศาลปกครองกลางฉบับเต็ม (16 หน้า) 1.5 MB

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076115


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

” ปราโมทย์” ชำแหละพรรคการเมืองไทยส่วนใหญ่เป็น “แค่แก๊งเลือกตั้ง”

“ปราโมทย์”ชี้ศาล ปค.เป่านกหวีดแล้วเชื่อ 2 อดีตนายกฯ ติดคุก
28 มิถุนายน 2551 17:36 น.
pramote
” ปราโมทย์” ชำแหละพรรคการเมืองไทยส่วนใหญ่เป็น “แค่แก๊งเลือกตั้ง” ที่หัวหน้าพรรคตั้งทำเพื่อประชโยชน์ส่วนตัว ชี้รัฐบาลชุดนี้หมดสภาพแล้ว และศาลปกครองได้เป่านกหวีดให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นโมฆะ ทำนายอีกไม่นานจะมีอดีตนายกฯ 2 คนต้องติดคุก

วันนี้(28 มิ.ย.) นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชการอิสระ ได้กล่าวปราศรัยบนเวทีชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้าทำเนียบรัฐบาล ว่ารัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองที่แท้จริง จะสามารถปกป้องประชาชนได้

ยกตัวอย่างกรณีที่มีการปิดล้อมกันของประชาชนแต่ละฝ่ายที่อุดรธานี ซึ่งตำรวจอยู่ภายใต้พรรคการเมืองที่มีลักษณะเป็นแก๊งเลือกตั้ง ทำให้รัฐบาลที่แท้จริงก็ไม่มีตามไปด้วย

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า พรรคการเมืองในบ้านเมืองส่วนใหญ่เป็นพรรคหัวหน้าตั้ง คิดถึงแต่ประโยชน์ของหัวหน้าเป็นหลัก และ เวลานี้รัฐบาลหมดสภาพแล้ว

เนื่องจากไม่สามารถคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน พร้อมทั้งเตือนว่าถ้าการเมืองดี ตำรวจก็จะได้รับความศรัทธาของประชาชนเป็นทวีคูณ

“ผมอยากฝากถึงตำรวจที่มีอำนาจไม่ยั่งยืน และคนที่มีอำนาจก็ไม่ยั่งยืน เป็นอำนาจชั่วคราว” นายปราโมทย์ ระบุ และ ว่า เวลานี้

ศาลปกครองได้เป่านกหวีดเมื่อตอนเที่ยงคืนที่ผ่านมา คุ้มครองชั่วคราว กรณีไม่ให้รัฐบาลไปตกลงรับรองให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็น มรดกโลก เป็นโมฆะ

นายปราโมทย์ ยังทำนายอีกว่า ในอนาคตจะมีอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนต้องติดคุก และ ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกฝ่ายทั้งประชาชน ข้าราชการตำรวจ-ทหาร จะต้องมาช่วยกันปกป้องชาติช้านเมือง

ปรับปรุงจาก ข่าว และภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076127


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พิมพ์

June 27, 2008

โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

สหรัฐยังคงกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ดร.คอนโดลีซซ่า ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐกล่าวเมื่อวานนี้ ขณะเยือนญี่ปุ่นว่า สหรัฐยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการประกาศ โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐกล่าวหาว่า เกาหลีเหนือได้ขายเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์ให้กับซีเรีย รวมทั้งยังมี โครงการยูเรนี่ยมในประเทศ อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือยังไม่ได้มีการประกาศโครงการนิวเคลียร์ตามกำหนดเวลา ซึ่งช้ากว่ากำหนดเกือบ 7 เดือน ภายหลังจากที่สหรัฐตั้งข้อกล่าวหาว่า เกาหลีเหนือ ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย

ก่อนหน้านี้สหรัฐประกาศจะถอนเกาหลีเหนือ ออกจากบัญชีรายชื่อ ผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย หากเกาหลีเหนือประกาศยกเลิกโครงการนิวเคลียร์.

จีน ส่งต่อเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับ โครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ให้แก่ชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา 6 ฝ่ายแล้ว หลังได้รับมอบจากเกาหลีเหนือ

นาย คริสโตเฟอร์ ฮิลล์ ผู้แทนเจรจาของสหรัฐ กล่าวในเมืองเกียวโตของญี่ปุ่นว่า จีนได้ส่งต่อ เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเกาหลีเหนือให้แก่ประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา 6 ฝ่ายแล้วเมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาประเทศไทย วันนี้

หลังได้รับมอบเอกสารดังกล่าวจากเกาหลีเหนือ ซึ่งจากนี้ ทุกฝ่ายจะศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ และจะทำงานเพื่อตรวจสอบเอกสาร ข้อมูลนี้ต่อไป

ในวันเดียวกันนี้เกาหลีเหนือ มีกำหนดจะ ทำลายหอ หล่อเย็นในโรงงานนิวเคลียร์ ยองเบียน ซึ่งเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือ เริ่มปฏิบัติตามข้อตกลงปลดอาวุธ ภายหลังการส่งมอบเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ที่หลายฝ่ายรอคอยมาเป็นเวลานาน.

รัฐมนตรีต่างประเทศจี 8 เห็นพ้องกันว่า เกาหลีเหนือจะต้องละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด และมุ่งแก้ไขปัญหาการลักพาตัวชาวญี่ปุ่น

รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ชาติ หรือจี 8 ซึ่งร่วมประชุมที่เมืองเกียวโต ในญี่ปุ่น เห็นพ้องกันว่า

เกาหลีเหนือจะต้องละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสนับสนุน การผลักดันของญี่ปุ่น เพื่อให้เกาหลีเหนือ ดำเนินการมากขึ้น ในการแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับชะตากรรมพลเรือนญี่ปุ่น ที่ถูกเกาหลีเหนือลักพาตัว ไปในทศวรรษที่ 80 และ 70

ส่วนในเรื่องอิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศจี 8 ได้เรียกร้องให้อิหร่าน ให้ความร่วมมือกับประชาคมโลก ในการยุติกิจกรรม นิวเคลียร์ และเห็นพ้องในนโยบาย ที่จะเจรจาและกดดันอิหร่านเกี่ยวกับเรื่องนี้.

บรรดา รัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศหรือจี 8 แถลงวันนี้ว่า กลุ่มจี 8 จะไม่ให้การรับรองผล การเลือกตั้งประธานาธิบดีในซิมบับเว และกล่าวย้ำว่า ยังคงมีเวลาอีกนาน ก่อนที่เกาหลีเหนือ จะเข้าร่วมกับชุมชนระหว่างประเทศได้

รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มจี 8 ซึ่งสิ้นสุดการประชุมนาน 2 วันที่นครเกียวโตกล่าวว่า ที่ประชุม รู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อ สถานการณ์ในซิมบับเว ที่ประธานาธิบดี โรเบิร์ต มูกาเบ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพียงคนเดียวซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงและ การขู่คุกคามจากกลุ่ม ผู้ให้การสนับสนุนประธานาธิบดีมูกาเบ

ดร.คอนโดลิซซา ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การเลือกตั้ง ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอายที่ไม่สามารถจะทำให้เกิดผลที่ถูก ต้องตามกฎหมายได้ และสหรัฐจะยกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับประเทศอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

สำหรับเรื่องของเกาหลีเหนือที่ประชุมของกลุ่มจี 8 ได้ยกเรื่อง การประกาศผลการเปิดเผยโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือขึ้นหารือ โดยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการประชุมครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีของกลุ่มจี 8 กล่าวย้ำว่า การประกาศดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะมีการตรวจสอบ อย่างยากลำบาก และต้องใช้เวลานาน

ขณะเดียวกัน กลุ่มจี 8 ยังเรียกร้องให้ พม่ายกเลิกข้อจำกัด ที่ยังคงเหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อที่จะทำให้ เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศ สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสได้

พร้อมทั้งเรียกร้องให้พม่าปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมดที่มี นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของพม่ารวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ประชุมยังได้เรียกร้องให้ อิหร่านระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและ ดำเนินมาตรการอย่างมีความรับผิดชอบ และสร้างสรรค์ในเขตภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้มากขึ้นกว่าเดิม.

เกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือ ทำลายหอระบายน้ำของโรงานเครื่องปฏิบัติการนิวเคลียร์แล้ว

สถานี โทรทัศน์เอ็มบีซี.ของเกาหลีใต้รายงานว่า ในวันนี้ เกาหลีเหนือ ได้ระเบิดทำลายหอระบายน้ำของโรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่ เมืองยองเบียนของเกาหลีเหนือ สถานีโทรทัศน์ ดังกล่าวได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามรถ ให้รายละเอียด หรือแพร่ภาพของการทำลายหอระบายน้ำดังกล่าวได้ และยังไม่มีความชัดเจนว่า ทางสถานีโทรทัศน์ได้รับทราบรายงานข่าวนี้อย่างไร

แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ระเบิดหอระบายน้ำ ดังกล่าว แต่เดิมมีกำหนดที่จะแพร่ภาพสดทางสื่อ ระหว่างประเทศ แต่กระนั้นก็ตาม สถานีโทรทัศน์หลายแห่งรายงานว่า เนื่องจากมีปัญหาทางด้านเทคนิค จึงไม่สามารถที่จะแพร่ภาพนี้ได้

ในขณะที่นายยู มุง-ฮวาน รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้แถลงว่า เขายังไม่สามารถ ที่จะยืนยันรายงานข่าวนี้เนื่องจากไม่มีการติดต่อสื่อสารกับ พื้นที่ดังกล่าว

ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่าเกาหลีเหนือ ได้ดำเนินมาตรการขั้นแรก เพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ของตนเอง

นาย ยาซูโอะ ฟูกูดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าววันนี้ว่า เกาหลีเหนือได้ดำเนินมาตรการขั้นแรกเพื่อยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของตนเอง

หลังจากที่เกาหลีเหนือได้ทำลายหอระบายความร้อนในบริเวณที่ตั้งทางนิวเคลียร์ แต่อย่างไรก็ตาม นายฟูกูดะกล่าวด้วยว่า สิ่งที่สำคัญก็คือ จะต้องมีการตรวจสอบการดำเนินการในเรื่องนี้ ของเกาหลีเหนือย่างจริงจัง

นายฟูกูดะกล่าวถึงเรื่องนี้หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มจี 8 ที่รวมถึงดร.คอนโด ลิซซ่า ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้พบหารือกันที่นครเกียวโต และกดดันให้เกาหลีเหนือ ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ดังกล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
วันที่ข่าว 27 มิถุนายน 2551 เลขที่ข่าว 255106270002 – 255106270073 – 255106270104 – 255106270264 – 255106270270 – 255106270282


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลปกครองกลาง ออกหมายเรียกนายไชยา สะสมทรัพย์

The Administrative Court

ศาลปกครองกลาง ออกหมายเรียก
นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เข้าให้ถ้อยคำต่อศาล กรณีให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับคำสั่งของศาลปกครองกลาง


วันนี้ (27 มิถุนายน 2551) ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ ล.1/2551 ถึงนายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ไปให้ถ้อยคำต่อศาลในคดีพิพาทระหว่าง


นายแพทย์ วิชัย โชควิวัฒน ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ คณะรัฐมนตรีที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) เพื่อไต่สวน กรณีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เกี่ยวกับคำสั่งของศาลปกครองกลาง ซึ่งอาจเป็นกรณีละเมิดอำนาจศาล


โดยศาลนัดไต่สวน ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ชั้น 31 สำนักงานศาลปกครอง อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ


อ่าน เอกสารเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ศาลปกครองกลาง
http://www.admincourt.go.th/news_01_detail.aspx?News_data_Index=+4549+


อ่าน ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไชยา ยืนยันไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีละเมิดอำนาจศาล


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ฟิลิปปินส์ระงับปฏิบัติการกู้ภัย เรือข้ามฟาก ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่น ฟงเฉิน เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คน

ฟิลิปปินส์ระงับปฏิบัติการกู้ภัย เรือข้ามฟาก ล่มชั่วคราว หลังพบว่าเรือลำดังกล่าวได้บรรทุกสินค้าที่เป็นยาฆ่าแมลงมาด้วย

ฟิลิปปินส์ ระงับปฏิบัติการกู้ภัยเรือข้ามฟากล่มนอกชายฝั่งไว้ชั่วคราวในวันนี้ โดยหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เรียกนักประดาน้ำกลับขึ้นฝั่ง เพื่อรอฟังคำสั่งจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร หลังได้รับสำเนาแผนผังของห้องเก็บสินค้าของเรือลำดังกล่าวแล้วพบว่า

เรือลำนี้บรรทุกตู้สินค้าขนาด 40 ฟุตที่ภายในบรรจุกล่องสินค้า 400 กล่อง แต่ละกล่องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม ซึ่งสินค้าที่บรรทุกมานั้นเป็นสารเอ็นโดซัลแฟนที่ เป็นยากำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้คาดว่า จะมีร่างผู้โดยสารหลายร้อยคนติดอยู่ภายในเรือ หลังประสบอุบัติเหตุล่มท่ามกลางพายุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา.

ยอดผู้เสียชีวิตจาก พายุไต้ฝุ่นฟงเฉิน พัดถล่มฟิลิปปินส์เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คน

สภาความร่วมมือบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติฟิลิปปินส์ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จากพายุไต้ฝุ่นฟงเฉินพัดถล่มเมื่อ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 500 คนแล้ว

แต่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจพุ่งทะลุ 1,000 คน เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งผู้โดยสาร 669 คน ที่ประสบอุบัติเหตุเรือข้ามฟากล่มระหว่างเกิดพายุด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
วันที่ข่าว 27 มิถุนายน 2551 เลขที่ข่าว 255106270109 – 255106270176


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ไชยา ยืนยันไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีละเมิดอำนาจศาล

chaiya
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีละเมิดอำนาจศาล และพร้อมเข้าชี้แจงตามหมายเรียกของศาลปกครอง

นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ ศาลปกครองกลางออกหมายเรียกเข้าให้ถ้อยคำต่อศาลให้สัมภาษณ์ ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคำสั่งของศาลปกครอง ซึ่งอาจเป็นกรณีละเมิดอำนาจศาล วันที่ 2 กรกฎาคม 2551 ในคดีพิพาทระหว่างนายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ ที่ยื่นฟ้องให้กำหนดมาตรการชั่วคราว เพิกถอนคำสั่งและ ขอไต่สวนฉุกเฉิน กรณีถูกมติคณะรัฐมนตรีปลดออกจากองค์การ เภสัชกรรมอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม ว่า

ขณะนี้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวยังไม่ได้วินิจฉัยตามข้อกฎหมาย ซึ่งตนเองมีหน้าที่อุทธรณ์คำสั่งไปที่ศาลปกครอง และยังไม่ทราบเรื่องที่มีการวินิจฉัยเพราะได้ให้นิติกรไปดำเนินการ ซึ่งได้มอบอำนาจให้อัยการไปทำหน้าที่แทนเท่านั้น และยืนยันไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในเรื่อง ขององค์คณะของศาลปกครองว่าไม่มีนักกฎหมาย เพียงแต่ขออุทธรณ์เรื่องขึ้นไปให้ศาลปกครองดูข้อกฎหมาย ที่ยังไม่มีกรรมการใน บอร์ด อภ. ที่มาจากกระทรวงการคลัง และทางศาลปกครอง ให้เวลา 15 วัน ในการยื่นอุทธรณ์ และพร้อมจะเดินทางไปชี้แจงต่อศาลตามที่ได้ออกหมายเรียกมา

ทั้งนี้ นายไชยา ยังกล่าวอีกว่า ได้มีการปรึกษากับ ทีมทนายความในข้อกฎหมาย ของบอร์ด ที่ยังไม่มีผู้มาดำรง ตำแหน่ง จากกระทรวงการคลังซึ่งอาจทำให้บอร์ด ไม่สามารถทำงานได้ อีกทั้งขณะนี้ ตนเองถูกร้องในเรื่องขาดความชอบธรรม ในการเป็นรัฐมนตรี ในเรื่องนี้อาจจะให้ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้ง คณะกรรมการชุดดังกล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
วันที่ข่าว 27 มิถุนายน 2551 เลขที่ข่าว 255106270208


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Blog at WordPress.com.