Accom Thailand

June 22, 2008

นายกรัฐมนตรี ไม่หวั่นกลุ่มพันธมิตรกดดัน พร้อมยืนยันอยู่ต่อเพื่อบ้านเมือง

วันที่ข่าว 22 มิถุนายน 2551 เลขที่ข่าว 255106220017

นายกรัฐมนตรี ไม่หวั่นกลุ่มพันธมิตรกดดัน พร้อมยืนยันอยู่ต่อเพื่อบ้านเมือง

นายกรัฐมนตรี ไม่หวั่นกลุ่มพันธมิตร พร้อมยืนยันจะอดทนเพื่อบ้านเมืองต่อไป เพราะมั่นใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยวันจันทร์นี้จะเข้าทำเนียบรัฐบาลทำงานตามปกติ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ไม่เข้าใจที่ผู้ชุมนุมนำเงื่อนไขการขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นประเด็นหลัก เนื่องจากทุกอย่างยุติแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีกำลังต่อสู้คดีตามกฎหมาย แต่กลุ่มพันธมิตรยังเปลี่ยนประเด็นการปลุกระดมไปมา จนถึงขั้นขับไล่รัฐบาล ที่มาด้วยความชอบธรรม จากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และบริหารประเทศได้เพียง 4 เดือน และมีการตั้งข้อกล่าวหาหลายเรื่อง จึงขอถามกลับว่ายุติธรรมไหม ที่สำคัญการการชุมนุมปลุกระดมต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อประเทศโดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุน พร้อมกล่าวตำหนิสื่อมวลชนที่ประโคมข่าวการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เหมือนแกนนำทั้ง 5 คน มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิเทียบเท่ารัฐบาล
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า หากสมมุติฝ่ายตนเองไม่ได้เป็นรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาแทน แล้วมีการปลุกระดมขึ้นมาขับไล่รัฐบาลบ้าง อะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้ และหากต่างฝ่ายต่างปลุกระดมและโต้ตอบกันไปมา บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตนเองจะอดทนเพื่อบริหารบ้านเมือง เพราะมั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าขอให้กฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์ และสื่อมวลชนใช้วิจารณญาณในการนำเสนอข่าวคนที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งในวันจันทร์นี้ตนเองจะเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ขณะที่วันอังคารจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันว่าบ้านจะเมืองยังดำเนินไปตามปกติ
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีได้ตอบจดหมายนักเรียน ซึ่งห่วงว่าการชุมนุมจะกระทบกับการไปเรียนในวันจันทร์นี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะหลีกเลี่ยงการปะทะกับพันมิตร โดยเชื่อว่าสื่อสารมวลชนจะทำหน้าที่สะท้อนความเดือดร้อนต่าง ๆของประชาชนเอง

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

บทความ ใจ อึ๊งภากรณ์ : เขาพระวิหารเป็นของเขมร

การ ยกเรื่องเขาพระวิหารมาเป็นประเด็นเพื่อพยายามปลุกระดมคนให้สนับสนุน พันธมิตรฯ เป็นการกระทำที่น่าสมเพชอันหนึ่งของ พันธมิตรประชาชนเพื่อรัฐประหาร ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์
Jai Uengphakorn
เมื่อผมอยู่ ป.4 ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ในสมัยรัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพลสฤษดิ์ ก็มีการปลุกระดมเรื่องเขาพระวิหารแบบนี้โดยฝ่ายขวาตกขอบเช่นกัน ในครั้งนั้นศาลโลกตัดสินอย่างถูกต้องและมีเหตุผลว่า เขาพระวิหารเป็นของเขมร ดูเหมือนว่าห้าสิบปีผ่านไป พวกฝ่ายขวาตกขอบในพันธมิตรฯ ยังไม่รู้จักโต ยังไม่รู้จักพัฒนาสักที

เขาพระวิหารเป็นของเขมร เพราะบนยอดเขานั้นมีปราสาทหินจากยุคอาณาจักรเขมร สมัยอาณาจักรเขมร “ชนเผ่าไท” ยังด้อยพัฒนาอยู่มาก เป็นคนป่า ซึ่งก็ไม่ใช่อะไรไม่ดีหรอก แต่ต้องยอมรับความจริง เขมรเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่กว่าอาณาจักรใดที่มีในไทยภายหลัง แถมนักประวัติศาสตร์ยังมองว่ากษัตริย์สุโขทัยเป็นคนเขมรอีกด้วย วัฒนธรรมและศีลปะจำนวนมากที่อ้างกันว่าเป็นแบบ “ไทยๆ” ก็ลอกมาจากเขมรทั้งสิ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเมื่อเราไปดูนครวัด

ถ้าเขาพระวิหารเป็นของเขมร พิมาย ควรเป็นของเขมรหรือไม่? ใน แง่หนึ่งมันเป็นของเขมรอยู่แล้ว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมรในอดีต แต่ตอนนี้มันอยู่ ใจกลางผืนแผ่นดิน ที่กษัตริย์กรุงเทพฯก่อตั้งขึ้นมาเป็นรัฐ ชาติไทยไปแล้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ดังนั้นการที่จะไปยกให้เขมรก็คงไม่สมควร และรัฐบาลเขมรก็ไม่ได้เรียกร้องด้วย แต่ในกรณีเขาพระวิหาร มันอยู่บนยอดเขาตรงเส้นพรมแดน ที่กรุงเทพฯ กับปารีส เคยขีดเอาไว้ ไม่มีหมู่บ้านประชาชนอยู่ตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องไปเถียงอะไรบ้าๆ บอๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

แล้วพวกปัญญาอ่อนที่ทำเป็นโกรธเคืองเรื่องเขาพระวิหาร เขาทำไปเพื่ออะไร? ก็ เพื่อปั้นน้ำเป็นตัวปลุกกระแสชาตินิยมไร้เหตุผล เพื่อมาเป็นเครื่องมือของเขา ส่งผลต่อไปให้คนที่เป็นลูกน้องทางความคิดของพวกนี้ เกลียดชังคนพม่า คนมาเลย์มุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้ และในอนาคตอาจทำให้เกลียดคนเชื้อสายจีนอีกด้วย นี่คือการเมืองของชนชั้นปกครองซีกขวา ที่เราเคยเห็นสมัยรัชกาลที่ 6, จอมพล ป. และ 6 ตุลา ไม่มีประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเลยแม้แต่นิดเดียว

ถามว่าการที่เขาพระวิหารจะเป็น “ของ” ใครนั้น ช่วยแก้ปัญหาอาหารน้ำมันแพงหรือไม่? ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยหรือไม่? ช่วยสร้างรัฐสวัสดิการหรือไม่? ช่วยขยายสิทธิเสรีภาพของสตรี หรือคนรักเพศเดียวกัน หรือกลุ่มชาติพันธ์หรือไม่? แก้ปัญหาโลกร้อนหรือไม่? ทำให้รายได้ลูกจ้างลดลงหรือไม่? ทำให้ชาวนารายย่อยล้มละลายมากขึ้นหรือไม่? ไม่เลย ไม่เกี่ยวอะไรกับปัญหาปากท้อง และปัญหาการขยายสิทธิเสรีภาพของประชาชนแต่อย่างใด มันเป็นเรื่องไร้สาระ ท่าทีที่ดีที่สุดของภาคประชาชนต่อเรื่องนี้คือ พูดออกมาเลย ฟันธงเลย “เขาพระวิหารเป็นของเขมร”

ใจ อึ๊งภากรณ์

(ผมไม่ใช่ “คนไทย” ภูมิใจเป็นจีนปนอังกฤษ)

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ประชาไท
วันที่ : 22/6/2551
http://www.prachatai.com/05web/th/home/12608


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รมว.ต่างประเทศ เตรียมขอมติที่ประชุม ครม. เห็นชอบให้กรรมสิทธิ์สระตราว บันได เป็นมรดกโลก

“นพเหล่” ขอมติ ครม.ขึ้นทะเบียนสระตราวมรดกโลก ท้าเดิมพันตะราง
22 มิถุนายน 2551 14:46 น.
Noppadon
รมว.ต่างประเทศ หัวใจแขมร์เตรียมขอมติที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้กรรมสิทธิ์สระตราว บันได เป็นมรดกโลก ซ้ำรอยเขาพระวิหาร คุยโวไม่เคยถอดใจ ท้าหากผิดจริงไม่เพียงเดิมพันตำแหน่ง แต่พร้อมติดคุก

วันนี้ (22 มิ.ย.) นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมเอกสารที่เคยขอขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารร่วม กับกัมพูชา และถูกปฏิเสธมาพิจารณาใหม่ เพราะเห็นว่าควรจะขึ้นเขาพระวิหารที่อยู่ในส่วนกรรมสิทธิ์ของไทยเป็นมรดกโลก ด้วย คือ สระตราว บันได โดยจะเร่งเสนอเอกสารต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขอให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ ที่แคนาดา ในต้นเดือนหน้าด้วย ซึ่งการพิจารณาอาจจะไม่ทันให้ความเห็นชอบ แต่เรื่องจะเข้าไปอยู่ในการพิจารณา และมีความเป็นไปได้ว่าจะได้รับความเห็นชอบ ในส่วนของพื้นที่ทับซ้อน จะต้องบริหารจัดการร่วมกัน โดยจะเจรจาให้ร้านค้าออกไป จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว เปิดเผย และทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่

นายนพดล ยังย้ำว่า ทุกอย่างทำอย่างถูกต้อง ไม่ทำให้ไทยเสียดินแดน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหนักใจและเหนื่อยใจ แต่ไม่เคยถอดใจ เพราะถ้าถอดใจเท่ากับความไม่ถูกต้องบิดเบือนชนะความถูกต้อง เรื่องนี้ถ้าทำผิด ไม่เพียงแต่จะลาออก แต่จะยอมติดคุกด้วย

นายกฤช ไกรกิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ ยืนยันว่า การลงนามระหว่างไทย-กัมพูชา การขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ไม่ใช่สนธิสัญญา จึงไม่ต้องขอความเห็นจากสภา ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการทำแผนบริหารจัดการพื้นที่เขาพระวิหารร่วมกับกัมพูชาเพื่อเสนอยูเนสโก มีเวลา 2 ปี ในการดำเนินการ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073188


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พันธมิตรฯ แถลง แถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 15/2551

พันธมิตรฯ แถลงผลสำเร็จชุมนุมใหญ่ – ยันไม่บุกทำเนียบเด็ดขาด
22 มิถุนายน 2551 23:00 น.

demo_22jun08

พันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 15/2551 ประกาศผลสำเร็จการชุมนุมหน้าทำเนียบฯ พร้อมขอบคุณประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมด้วยความสงบ อหิงสา ยืนยันไม่มีการบุกรุก หรือปิดล้อมทำเนียบเด็ดขาด ระบุหากมีอันธพาลบุกเข้าป่วนทำเนียบถือเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาล

คลิกที่นี่ เพื่อฟัง แถลงการณ์พันธมิตรฯฉบับที่ 15/2551

เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.2551 ที่เวทีหน้าทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้อ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 15/2551 ดังนี้

แถลงการณ์ฉบับที่ 15/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง
ประกาศผลสำเร็จการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล

ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 14/2551 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2551 เรื่องธำรงความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ โดยสามารถนำประชาชนเดินทางเข้ามาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยความเรียบร้อยตามเจตนารมณ์ที่ได้แถลงการณ์ไว้เป็นคำมั่นทุกประการ

ตลอดการชุมนุม 3 วัน 3 คืนที่หน้าทำเนียบรัฐบาลนั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีประชาชนมาร่วม ชุมนุมหลายแสนคน นับเป็นการชุมนุมของประชาชนร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยครั้ง ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

บัดนี้การชุมนุมได้ดำเนินมาเป็นเวลา 30 วัน 30 คืนแล้ว พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอคารวะและกราบขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมด้วยความสงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ และมีวินัยสูงเป็นอย่างยิ่ง

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า จะยังคงยืนยันในการชุมนุมด้วยความสงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธต่อไป โดยจะไม่มีการบุกรุก ปิดกั้นประตูทางเข้าออกทำเนียบ หรือบุกเข้ายึดทำเนียบแต่ประการใด ดังนั้นหากมีการนำอันธพาลฝ่ายรัฐบาลมาปะปนกับผู้ชุมนุม เพื่อสร้างสถานการณ์ในการบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ให้ถือเป็นความรับผิดชอบต่อรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว

สุดท้ายนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมได้มีความเชื่อมั่นในแนว ทางอหิงสา ยืนหยัดในสันติวิธีเพื่อร่วมต่อสู้กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่าง ถึงที่สุด และชัยชนะของประเทศชาติจะต้องมาถึงในระยะเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

ด้วยจิตคารวะและสันติ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
22 มิถุนายน 2551

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073375


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.