Accom Thailand

June 28, 2008

“จำลอง” ชี้มูลเหตุที่เขมรมาขู่เรื่องตัดสัมพันธไมตรี

jamlong

“จำลอง” ชี้มูลเหตุเขมรข่มขู่ไทย เกิดจากพวกขี้ขลาดตาขาว
ผู้จัดการออนไลน์
28 มิถุนายน 2551 23:13 น.


“จำลอง” ชี้มูลเหตุที่เขมรมาขู่ เรื่องตัดสัมพันธไมตรี ต้นตอเกิดจากพวก “ขี้ขลาดตาขาว” พร้อมย้ำประชาชนให้อดทน ชัยชนะใกล้มาถึงแล้ว ก่อนขอบคุณคณะทำงานสถาบันไทยคดี เรื่องข้อมูล ผลวิจัยเขาพระวิหาร สดุดี “ตำรวจหนุ่ม” ผู้เสียสละปกป้อง 3 สถาบัน ในพื้นที่ชายแดนใต้ จวกครูโรงเรียน ใกล้ที่ชุมนุมอย่าจ้องเล่นงาน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ วอนแม่ทัพภาค 3 ปล่อยอิสระ ให้กับเหล่าทหารผู้รักชาติ ออกมาแสดง จุดยืนตามสิทธิหน้าที่ของประชาชน


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ปราศรัย


วันนี้ (28 มิ.ย.) เวลาประมาณ 21.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นปราศรัยบนเวที บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้า กรณีเขาพระวิหารว่า


เมื่อวานก่อนนี้คณะทำงานของสถาบันคดีไทยศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มาพบกับพวกเรา โดยได้นำดอกไม้ และพวงมาลัยมามอบให้แกนนำพันธมิตร พร้อมทั้งขอบคุณที่เราเป็นเกราะกำบังให้ นอกจากนี้ ยังนำผลการวิจัยผลการศึกษา ที่ทำมานานเกี่ยวกับเรื่องประสาทพระวิหาร มาให้ พร้อมระบุว่า ถ้าพันธมิตรฯ ไม่นำไปใช้ ผลการศึกษาวิจัยที่ทำขึ้นมาก็จะไม่มีประโยชน์อะไร


“ผมบอกคณะทำงานนี้ไปว่า พวกเราต่างหากที่จะต้องขอบคุณ เพราะได้อาศัยข้อมูลมายืนยันเพื่อให้เห็นเด่นชัดว่า คณะที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มีความเห็นว่ารัฐบาลทำผิดพลาด ถ้าไปลงนามรับรองของเขมรแล้ว เราจะเสียดินแดนทันที และ มีแนวโน้มว่า การที่นักการเมืองของคนไทยมาทำเรื่องนี้ น่าจะมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ แค่นี้ก็พอใจแล้ว ต้องขอขอบคุณ คณะทำงานสถาบันคดีไทยศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า มีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายของตำรวจหนุ่มผู้หนึ่ง อายุ 24 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งเกิดวันเดียวกับ แม่ ของเขาด้วย โดยได้เขียนลงบันทึกไว้ว่า ถ้าหากรอดชีวิต จะกลับไปฉลองวันเกิดกับแม่ที่บ้าน และได้เขียนบันทึกไว้ด้วยว่า


ชีวิตของคนเรา แท้จริงแล้วไม่ต้องการอะไรมากเลย และไม่ได้ต้องการอะไรอีกแล้ว สุดท้าย เขาผู้นี้ ก็ไม่ได้มีโอกาสกลับไปหาแม่อีกชั่วชีวิตในวันเกิดวันนั้นเอง


“ขอสดุดีตำรวจผู้หาญกล้า ผู้ปกป้อง 3 สถาบันด้วยชีวิต พวกเราก็ได้เสียสละเช่นกัน แต่เสียสละเท่านายตำรวจผู้นี้ไม่ได้ เพียงแต่มาลำบากเพียง 35 วัน กินกลางถนนนอนกลางถนน เราก็ว่าเราลำบากแล้ว แต่ไม่เท่านายตำรวจผู้นี้” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า หันมาดูครูที่โรงเรียนนี้บ้าง ให้มาเทียบกับพวกเรา อย่าไปเทียบกับตำรวจผู้นั้น แค่เดินไกลหน่อยก็ฟ้อง เสียงดังหน่อยก็ฟ้อง แล้วหาว่าพวกเราปัสสาวะ และอุจาระเรี่ยราดไปหมด ซึ่งตนขอปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น กลัวว่าศาลจะไม่เห็นด้วยหรืออย่างไร ซึ่งเป็นการดูถูกมาก ตนเป็นผู้ว่าราชการมา 6 ปี และเป็นถึงผู้ว่าที่ได้รับรางวัลแมกไซไซคนเดียวในประเทศไทย และ กรุงเทพฯ ของเราได้รับว่าเป็นเมือง 1 ใน10 เมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก จากที่ตอนแรกเป็นเมืองที่สกปรกที่สุดติด 1 ใน 6 ของโลก ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กทม.


“คนที่เคยเป็นถึงผู้ว่าฯ จะมาปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ผมได้เดินไปดูรถสุขา กทม. โดยเฉพาะห้องน้ำหญิงจะมีคิวที่ยาวมาก เนื่องจากห้องไม่พอ ผมจึงเดินไปตัดแถวให้เข้าห้องน้ำผู้ชาย เพราะห้องน้ำชายมีมาก โดยผมเป็นคนยืนเฝ้าห้องน้ำเอง ลองคิดดู อดีตรองนายกฯ อดีตผู้ว่าฯ แมกไซไซเฝ้าห้องน้ำให้ด้วยตัวเอง แล้วจะมาหาได้ไงว่า อุจจาระ ปัสสาวะเรี่ยราด” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า มีจดหมายอีกฉบับเป็นเรื่องของทหาร เป็นทหารชั้นผู้น้อย ที่เขียนถึง แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นน้องของตน โดยเนื้อหาบอกว่าขอความกรุณาให้โอกาสบรรดากำลังพล และครอบครัว ได้ออกมา แสดงจุดยืนทางการเมือง อย่างสันติร่วมกับบรรดากลุ่มพันธมิตรฯ


ซึ่งในห้วงที่ผ่านมานั้น มีความอึดใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้กำลังพลและครอบครัว ของกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืน แต่พวกเราที่มีควาเป็นทหารอยู่ในสายเลือด จึงไม่อาจขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาได้ แต่ที่เขียนมาในครั้งนี้เนื่องจากเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง


พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า ทหารก็เหมือนกับประชาชนทั้งหลาย บางครั้งก็มีความอัดอั้นตันใจ เพราะผู้บังคับบัญชาสั่งไปอีกอย่างหนึ่ง และตอนนี้มีข่าวว่าเราถูกเขมรขู่อีกแล้ว คนที่ขู่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา โดยขู่ว่าระวังให้ดีนะคนไทย อย่านำเรื่องประสาทเขาพระวิหารมาปลุกระดมความเป็นชาตินิยม เดี๋ยวจะกระทบความสัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเขมร


“ที่เขากล้าข่มขู่กับเรา เพราะว่ารัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศของเรา และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหงอกับเค้า เป็นลูกไล่ กลัวจนรนรานไปหมด ถ้าขี้ขลาดก็ควรออกไป คนขี้ขลาดตาขาวลาออกจากความเป็นไทยไปซะเถอะ ให้คนที่มีความกล้าหาญมาทำงานดีกว่า” พล.ต.จำลอง กล่าว


พล.ต.จำลอง กล่าวในตอนท้ายว่า เรามาวันนี้เป็นวันที่ 35 ชัยชนะได้เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ รัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่เป็นภัยต่อสถาบันสูงสุดต้องออกไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเรา


แม้แต่เรื่องขนมที่แพงที่สุดในโลก ราคา 2 ล้านบาท ก็เป็นส่วนหนึ่ง จากแรงกดดันของพวกเรา ทำให้ กระบวนการยุติธรรม ได้ใช้ความเข้มแข็งอย่างเต็มที่ เนื่องจากเราเป็นเกราะกำบังให้ท่าน และ เรื่องศาลที่ได้คุ้มครอง คือ ไม่อนุญาตให้ รมว.ต่างประเทศไปลงนามกับเขมร ถ้าเราไม่มาทำแบบนี้ สิ่งต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นขอให้ภาคภูมิใจ และให้ใช้ความอดทนต่อไป ชัยชนะใกล้มาถึงแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076175


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สนธิ” ผิดหวังทหารที่เรียกว่าทหารเสือพระราชา-พระราชินี

“สนธิ” อัดบิ๊กทหารนายหน้าระบอบแม้ว-จัดฉากพิธีสำคัญ

sonthi


“สนธิ” ผิดหวังทหารที่เรียกว่า ทหารเสือพระราชา-พระราชินี อัดบิ๊กทหาร “บุญสร้าง-ประวิตร-อนุพงษ์” ทำตัวเป็น โบรกเกอร์ให้ ระบอบทักษิณ กลับมา คืนชีพ แฉกำหนดการ จัดฉากให้ “สุดารัตน์” เป็นประธานงานใหญ่ ที่ลานพระรูป 20 ก.ค.มี ผบ.เหล่าทัพตบเท้า เข้าร่วมพรึบ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโปง แผนชั่ว อาศัยช่วงชุลมุน ยึดอำนาจดัน “จิ๋ว” นั่งเก้าอี้นายกฯ อีกรอบ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K)
จาก manager multimedia


วันนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 22.15 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที โดยตั้งข้อสังเกต ถึงคำพูด ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งใน แกนนำพันธมิตรฯ ว่าเป็นครั้งแรก ที่ไล่ทหาร ดังนั้นตนเอง จึงจำเป็นต้องพูดถึง บทบาทของทหาร ในวันนี้เสียที เพราะอัดอั้นมานาน


นายสนธิ ระบุว่า ในวันที่ 20 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการจัดงานมหกรรมถวายสังฆทาน ถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาส ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 62 ปี โดยงานดังกล่าวจัดที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่คนที่จะมาเป็นประธานในพิธีคือ


นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญ สั่งให้ยุติบทบาททาง การเมืองพร้อมกับ 111 อดีตกรรมการ บริหารพรรค ด้วยข้อหา เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาเป็นประธานในพิธี

sonthi


นายสนธิ กล่าวว่า ที่น่าเสียใจก็คือมีชื่อของ นายทหารที่จะเข้าร่วม ในพิธีครั้งนี้ คือ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ พี่ชายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีชื่อ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เคยถูก นายนพดล สั่งให้หุบปาก เข้าร่วมใน พิธี พร้อมกับ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เข้าไปร่วมด้วย


“ผมอยากฝากไปถึง พล.อ.บุญสร้าง พล.อ.ประวิตร ที่ไปร่วมงานด้วยว่า ถ้าเป็นงานที่จัด โดยกองทัพ ก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่เป็นงานที่จัด โดยคนที่มี มลทินทางการเมือง ทหารเสือพระราชา ทหารเสือพระราชินี ยังสบายดีอยู่หรือ ถามว่า พล.อ.ประวิตร เป็น อดีตทหารเสือพระราชินี ทีรัฐบาลชุดนี้ จาบจ้วง ทำไมไม่ออกมาต่อต้าน เงียบไม่เคยพูด แต่จู่ๆ ก็เป็นโบรกเกอร์ให้ สุดารัตน์ เชื่อมต่อไปยัง พล.อ.อนุพงษ์” นายสนธิ ระบุ


นายสนธิ ย้ำว่า ถ้าบทบาทของทหาร ในกองทัพเป็นแบบนี้ จะมีไปทำไม พร้อมกันนี้ยังได้ระบุอีกว่า ในงานเลี้ยงรุ่นที่ สถาบัน บัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) รุ่น 6 ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เป็นประธาน ได้พูดในงาน อย่างภาคภูมิใจว่า จะมีแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมงานด้วย คือ คุณสุดารัตน์


“เขาน่าจะรู้ว่า คุณสุดารัตน์เป็นมือไม้ของระบอบทักษิณ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้ยุบพรรคในข้อหาเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองใน ระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แค่คุยด้วยยังไม่สมควร แต่นี่ยังไปแสดงความสนิทสนม ดังนั้น เวลานี้ประชาชนเท่านั้น ที่เป็น ที่พึ่งของ สถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนเท่านั้น ที่เป็นทหารเสือของ พระราชาและ พระราชินี” นายสนธิ ระบุ
sonthi_28jun08

นายสนธิ ยังเปิดโปงอีกว่า เวลานี้มีคนพยายามเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เหมือนกับสมัย 19 กันยายน 2549 ซึ่งพวกเราจะไม่ยอมอีกแล้ว ที่ผ่านมา เขาพยายามยั่วยุให้พวกเรา เข้าไปใน ทำเนียบฯ เพื่อจะได้ปราบปราม ทั้งสองฝ่าย แต่เราต้องการ การเมืองใหม่ ที่มีประชาชนมีส่วนร่วม อย่างแท้จริง เท่านั้น และ นี่คือความขมขื่นที่เราต้องมาสู้ที่นี่ เป็นศึกที่ใหญ่หลวง พร้อมเตือนไม่ให้ ตกเป็นเครื่องมือของใคร เป็นอันขาด และอย่าเพิ่งท้อใจ เป็นอันขาด


แกนนำพันธมิตรฯ ผู้นี้ยังระบุอีกว่า ตำแหน่ง ผบ.ทบ.เป็นสิ่งสมมติ แต่มวลชนคือของจริง บ้านเมืองมีปัญหาทั้งเรื่องการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีปัญหาเรื่องอธิปไตยกลับถูกตวาดให้หุบปาก ก็หุบปากจริงๆ ดังนั้นทหารวันนี้คิดอย่างเดียวคือขอให้อยู่ในตำแหน่งนานๆเท่านั้น


“ผมรู้ว่ามีลูกน้องของ พล.อ.ชวลิต และ พล.อ.ประวิตร กำลังหาช่องทางเพื่อตั้งรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งพวกเราไม่ยอม และไม่เคยมีการต่อสู้ใดที่ได้มาง่ายๆ” นายสนธิระบุและว่า เสียงนกหวีดมีแน่แต่ต้องรออีกนิด ต้องรอกระบวนการที่ศาล


นายสนธิ ย้ำว่า สิ่งเดียวที่พันธมิตรฯ ปฏิเสธมาตลอด คือ เรื่องนองเลือด เพราะสิ่งที่เราต้องชนะด้วยพลังบริสุทธิ์เท่านั้น และมันเป็นพลังประชาธิปไตยรุ่นใหม่ได้ปลูกฝังลงไปแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2551 23:27 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076184


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” อัดบิ๊กทหารนายหน้าระบอบแม้ว-จัดฉากพิธีสำคัญ 20 ก.ค.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ศาลปกครองกลาง” สั่งห้าม! กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล กล่าวอ้าง มติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 กรณี การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

The Administrative Court

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งกำหนดมาตรการ
หรือ วิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว
ก่อนการพิพากษา
คดีหมายเลขดำที่ 984/2551 กรณีปราสาทพระวิหาร

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ 984/2551 กำหนดมาตรการ หรือ วิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา

ระหว่าง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และ พวกรวม 9 คน กับ


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1

คณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม รัฐบาลไทย และ รัฐบาลกัมพูชา กรณี การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก


อ่านเอกสารแนบ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ศาลปกครองกลาง
http://www.admincourt.go.th/news_01_detail.aspx?News_data_Index=+4550+



เปิดคำสั่งศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครอง “ปราสาทพระวิหาร”
28 มิถุนายน 2551 15:52 น.

รายละเอียดคำสั่ง “ศาลปกครองกลาง” สั่งห้าม! กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล กล่าวอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา เกี่ยวกับการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จนกว่าคดีจะถึงที่สุดและจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น

คลิก! ดาวน์โลด อ่านคำสั่งศาลปกครองกลางฉบับเต็ม (16 หน้า) 1.5 MB

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076115


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

” ปราโมทย์” ชำแหละพรรคการเมืองไทยส่วนใหญ่เป็น “แค่แก๊งเลือกตั้ง”

“ปราโมทย์”ชี้ศาล ปค.เป่านกหวีดแล้วเชื่อ 2 อดีตนายกฯ ติดคุก
28 มิถุนายน 2551 17:36 น.
pramote
” ปราโมทย์” ชำแหละพรรคการเมืองไทยส่วนใหญ่เป็น “แค่แก๊งเลือกตั้ง” ที่หัวหน้าพรรคตั้งทำเพื่อประชโยชน์ส่วนตัว ชี้รัฐบาลชุดนี้หมดสภาพแล้ว และศาลปกครองได้เป่านกหวีดให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นโมฆะ ทำนายอีกไม่นานจะมีอดีตนายกฯ 2 คนต้องติดคุก

วันนี้(28 มิ.ย.) นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชการอิสระ ได้กล่าวปราศรัยบนเวทีชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้าทำเนียบรัฐบาล ว่ารัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองที่แท้จริง จะสามารถปกป้องประชาชนได้

ยกตัวอย่างกรณีที่มีการปิดล้อมกันของประชาชนแต่ละฝ่ายที่อุดรธานี ซึ่งตำรวจอยู่ภายใต้พรรคการเมืองที่มีลักษณะเป็นแก๊งเลือกตั้ง ทำให้รัฐบาลที่แท้จริงก็ไม่มีตามไปด้วย

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า พรรคการเมืองในบ้านเมืองส่วนใหญ่เป็นพรรคหัวหน้าตั้ง คิดถึงแต่ประโยชน์ของหัวหน้าเป็นหลัก และ เวลานี้รัฐบาลหมดสภาพแล้ว

เนื่องจากไม่สามารถคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน พร้อมทั้งเตือนว่าถ้าการเมืองดี ตำรวจก็จะได้รับความศรัทธาของประชาชนเป็นทวีคูณ

“ผมอยากฝากถึงตำรวจที่มีอำนาจไม่ยั่งยืน และคนที่มีอำนาจก็ไม่ยั่งยืน เป็นอำนาจชั่วคราว” นายปราโมทย์ ระบุ และ ว่า เวลานี้

ศาลปกครองได้เป่านกหวีดเมื่อตอนเที่ยงคืนที่ผ่านมา คุ้มครองชั่วคราว กรณีไม่ให้รัฐบาลไปตกลงรับรองให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็น มรดกโลก เป็นโมฆะ

นายปราโมทย์ ยังทำนายอีกว่า ในอนาคตจะมีอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนต้องติดคุก และ ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกฝ่ายทั้งประชาชน ข้าราชการตำรวจ-ทหาร จะต้องมาช่วยกันปกป้องชาติช้านเมือง

ปรับปรุงจาก ข่าว และภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076127


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พิมพ์

Blog at WordPress.com.