Accom Thailand

July 31, 2008

“สดศรี” ออกลาย ระบุ รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ตัวเองช่วยยกร่าง เป็นยาแรงเกิน


‘สดศรี’ เลอะเทอะ ชี้ รธน.50 เข้มเกิน ถ้าจะแก้
ขอลดอำนาจ กกต.
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ผู้จัดการรายวัน – “สดศรี” ออกลาย ระบุรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ตัวเองช่วยยกร่าง เป็นยาแรงเกิน เขียนหวังอุดช่องโหว่ สมัยทักษิณ เพ้อถ้าใช้ต่อไป จะมีแต่คนสิ้นเนื้อประดาตัว เดินเข้าสภาฯ


ถอดใจ ถ้าแก้รธน.ได้ กกต. ขอแค่เป็นเสมียนเลือกตั้ง ไม่ต้องมีอำนาจชักเใบหลือง-แดง
นางสดศรี สัตยธรรม กกต. และ ภ??ีต กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ

นางสดศรี สัตยธรรม กกต. และ อดีต กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ




“สมชัย” ประสานเสียง พ้อเน้นแต่จับผิด


นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าว ระหว่าง นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กร ตาม รัฐธรรมนูญ วุฒิสภา และคณะ เข้าเยี่ยม กกต.ว่า


ยอมรับว่า กกต.ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่ยืนยันว่า กกต.ทั้ง 5 มาโดยชอบ การที่จะมีการยื่นเรื่องให้พิจารณาคุณสมบัติของ กกต. ก็เป็นหน้าที่ ของ ส.ว. ที่จะพิจารณาตีความ ซึ่งจะส่งผลต่อ ส.ว. ที่ กกต.รับรองไปทั้งหมด การที่ กกต. เราไม่ตอบโต้ จากการถูกโจมตีเรื่องนี้ เพราะถือว่า เป็นกรรมเก่า


นางสดศรี ซึ่งเป็น อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการเตรียม แก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยว่า ในฐานะที่เข้าไปร่วม ในการ ยกร่าง รัฐธรรมนูญ ปี 2550 เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ หวังดีต่อ กระบวนการประชาธิปไตย ต้องการให้ได้ ส.ส.และ ส.ว.ที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต เข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง เพียงแต่กระบวนการในการร่าง มีตัวตั้งคือเอาปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นพื้นฐาน ของการเขียนรัฐธรรมนูญ จึงต้องปิดช่องโหว่ให้หมด เช่น


เรื่องการถือหุ้น ซึ่งทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา รวมไปถึง การร้องการถือหุ้นของ ส.ส.และ ส.ว.ด้วย หากมีการดำเนินการจริง ต่อไปก็จะไม่มีคนเหลือ อยู่ในสภาเลย จะเหลือเพียงแค่ คนสิ้นเนื้อประดาตัว เท่านั้น หรืออาจจะไม่มีคนเข้าสู่ ระบบการเมือง เพราะติดขัด เรื่องการตรวจสอบทั้งหมด ทำให้ขัดกับความเป็นจริง


“จึงขอฝากไว้ว่าต่อไปหากจะเขียนรัฐธรรมนูญ ไม่ควรเขียนมา โดยเอาปัญหาของ คนคนเดียวมาใส่ใว้ในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นยาแรง และ ได้มี การกำหนดให้ กกต.แจกใบเหลือง ใบแดง ทั้งที่ตนเห็นว่า กกต.ไม่ควรที่จะเข้าไปทำในเรื่องนี้ เพราะหากเราเข้าไปยุ่ง หรือเข้าไปมีส่วนได้เสีย ก็จะทำให้เราเจ็บตัว ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มีพื้นฐาน การร่างมาจาก ความเกลียดชัง ซึ่งวันนี้ เราต้องยอมรับความจริง และ คงต้องมองว่า การแก้รัฐธรรมนูญ จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้หรือไม่


นางสดศรี กล่าวว่า กกต. อยู่ในสถานะภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กกต. ขณะนี้ไม่มีที่ยืน หากในอนาคต มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอฝากไว้ว่า อย่าเอา ความรักชอบ เกลียดชัง นักการเมือง เข้ามาเป็น ตัวแก้รัฐธรรมนูญ และ


ขออย่าให้ กกต.เข้าไปเกี่ยวข้อง ในการพิจารณา ใบเหลือง ใบแดง ควรให้ กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เพียงอย่างเดียว จะไม่ถูกดึงไปเป็นพวก จนไม่สามารถยืนอยู่ตรงกลางได้ เหมือนเช่นในขณะนี้


นางสดศรี กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมให้กับ กกต.ด้วย เหมือนคนบาดเจ็บ จึงขอพักรักษาตัวระยะหนึ่ง จนกว่าจะตั้งตัวได้ ซึ่งเห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้ คิดว่าหวังดีต่อประชาธิปไตย ที่เน้นในเรื่องของการตรวจสอบ จึงมีความพยายาม ที่จะแก้ไขใน มาตรา 309 เช่นเดียวกับที่ ตอนนี้ มีคนร้อง กกต. ให้ตรวจสอบเรื่องการถือหุ้น


ด้าน นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบทางการเมือง ขณะนี้มุ่งเน้น มากเกินไป แม้ว่ารัฐธรรมนูญ 2550 จะมีกฎหมายประกอบการเลือกตั้ง ก็ตาม ซึ่งกลับตั้งบนพื้นฐาน ที่ว่าผู้สมัครเลือกตั้งทั้งหลายเป็นคนไม่ดี


เช่น ส.ว. เข้ามาแทนที่จะทำให้บ้านเมืองเดินไปได้ ก็มี เรื่องร้องให้มีการตรวจสอบ และถอดถอนกัน ตนคิดว่า การตรวจสอบเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเน้น การตรวจสอบ เพื่อดึงกัน หรือ จับผิดกัน จะทำให้การเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อได้


ท้ายที่สุด จะทำให้ เกิดการแบ่งขั้ว และ แตกแยก แทนที่ จะคิดถึงประโยชน์ ของประเทศชาติ ทำให้ต้องกลับมา ใช้หลัก สมานฉันท์ ซึ่งหมายถึง เกิดการแตกแยกขึ้นแล้ว ดังนั้นประชาธิปไตยของเรา ต้องมุ่งเน้นหลักภราดรภาพ


นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะยังไม่เสนอ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่ที่ประชุมสภา ทันที่หลังเปิดสมัย ประชุมสภา เพราะ วิปรัฐบาลยังศึกษากันอยู่ ว่าควรจะปรับแก้ในประเด็นใดบ้าง แต่ยังไม่สามารถกำหนดกรอบ เวลา ในการยื่นเสนอได้ แต ่เบื้องต้นจะเสนอโดยเร็ว หลังจากที่พิจารณาอย่างรอบคอบ แล้ว


ส่วนกรณีที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกชุมนุมใหญ่ในวันที่ 1 ส.ค. เพื่อคัดค้านการ แก้รัฐธรรมนูญนั้น ตนไม่อยากให้เกิด ความวุ่นวาย หากจะคัดค้าน หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็ให้บอกมาว่า ส่วนไหนไม่ควรปรับปรุงแก้ไข

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2551 02:49 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000090411
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

นายพิภพ กล่าว เราต้องแสดงพลังว่า ไม่เห็นด้วย กับการแก้ รัฐธรรมนูญ 2550 เพราะมีความหมายมาก


“พิภพ” ชี้ “แม้ว” เริ่มจนตรอก
ทางออกสุดท้ายลี้ภัยการเมืองหนีคดี

Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“พิภพ” ประเมิน “แม้ว” เริ่มหลังพิงฝา ผวาคุก หลังเมียรักเจอคุก 3 ปี เตือนคนไทยจับตา สมุนเร่งเครื่องเต็มที่ หวังแก้ รธน.ฟอกนายใหญ่แน่ หากยังเหลว มีสิทธิ์ยุบสภา หยุดการชุมนุมของพันธมิตร ฯ ล้างไพ่ใหม่


ชี้ถ้ายังเหลว ทางสุดท้าย ต้องมุดหนี ออกนอกประเทศสถานเดียว ขณะเดียวกัน เรียกร้องประชาชน ร่วมแสดงพลัง 1 ส.ค. นี้
พิภพ ธงไชย ปราศรัย

พิภพ ธงไชย ปราศรัย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชมภาพ วิดีโอ นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย 56 K 10.4 MB
คลิกที่นี่ เพื่อชมภาพ วิดีโอ นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย 120 K 44.2 MB


วันนี้ (31 ก.ค.) เมื่อเวลา 23.19 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวบนเวทีพันธมิตร ฯ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ว่า


ภายหลังศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้อง คดีหวยบนดินตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ รัฐมนตรี 3 หนาหน้าหวย ก็ยังไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งปัญหา ที่เกิดต่อมา คือจะรับเงินเดือนได้ไหม ก็เป็นเรื่องของ กรมบัญชีกลาง ว่าจะ จ่ายเงินเดือน ให้ไหม ซึ่งเราจะมีหนังสือไปท้วงติงว่า ถ้าคุณจ่ายเงินเดือนให้ จะผิดกฎหมาย


นายพิภพ กล่าวถึง คำตัดสินของศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษา คดี คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และพวกเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ ว่า ถ้าดูสีหน้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีอาการแค้น ที่ทำไมศาลชั้นต้นลงโทษคดีนี้ อย่างรุนแรง 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา คดีกำลังเดินตามมา อีกมาก


ตนคิดว่าจากนี้ คุณทักษิณจะทำคือ ต้องล้มคดี เอาคดีออกจาก ศาลให้ได้ วิธีเดียวที่ทำได้คือ การแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ ของ คุณทักษิณ และ พรรคพลังประชาชน


นายพิภพ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น เราจึงเรียกร้องพี่น้องว่า ถ้าพรุ่งนี้เขาเสนอต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอแก้รัฐธรรมนูญ เราต้องมาแสดงพลังว่า ไม่เห็นด้วย เพราะการแก้ รัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีความหมายมาก จะทำให้ คดีต่างๆ ของคุณทักษิณ ถ้าแก้สำเร็จ จะไปทำลาย ตุลาการภิวัฒน์ เมื่อทำลายได้แล้วคดีต่างๆก็จะหลุดออกหมด นี่ล่ะเรื่องใหญ่ของเรา ซึ่งตนเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า


ประเทศของเรา ถ้าไม่สามารถแก้ไข การทุจริตและฉ้อโกง ได้ โดยนำตัวคนที่มีอำนาจทางการเมือง ขึ้นศาลได้ การเมืองไม่มีวันเปลี่ยน แต่วันนี้ จะเห็นว่าการเมือง เริ่มเปลี่ยนแล้ว


“ผมไม่ใช่ต้องการ ทับถม คุณหญิงพจมาน แต่เป็นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม ของ ประเทศชาติ ถ้าเราไม่สามารถ เอาคนที่มีอิทธิพล มากที่สุด แล้วทำผิดกฎหมาย เข้าสู่ กระบวนการความยุติธรรม ให้ศาลตัดสินได้แล้ว การป้องกัน การทุจริตคอรัปชั่น การหลีกเลี่ยงภาษี ก็จะล้มเหลวหมด” นายพิภพ กล่าว


ทั้งนี้ นายพิภพ ระบุด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของ สังคมโลก โดยได้ยกตัวอย่างกรณี คดี อัลคาโปน ของสหรัฐฯ ช่วงยุคกลาง ที่มีอิทธิพลมาก แต่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนสุดท้ายถูกจับ เพราะคดีหลีกเลี่ยงภาษี


นายพิภพ กล่าวเสริมว่า เรื่องหลีกเลี่ยงภาษี ถ้าสรรพากรเอาจริง ร่วมมือกับ อัยการ เชื่อว่า รมต. ทุกคนจะถูกกล่าวหาว่า เลี่ยงภาษีหมด เพราะไม่ สามารถบอกได้ว่า เงินที่ใช้ซื้อบ้านซื้อรถ และฝากไว้ในธนาคาร ส่งลูกเรียนต่างประเทศ รายได้มาจากไหน เสียภาษี หรือ เปล่า


ฉะนั้นวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ ประเทศไทยต้อง เอาระบบตรวจสอบภาษี แล้วเอา คนที่หลีกเลี่ยงภาษีเข้าคุกให้หมด ไม่ว่าจะเป็นคนชั้นไหน เพราะเป็น ระบบ ตรวจสอบ ที่ง่ายที่สุด


นายพิภพ กล่าวว่า ตอนนี้ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นเรื่องใหญ่ ของคุณทักษิณ ที่ต้องทำให้ได้ เราจึงต้องจัดการไม่ให้แก้ได้ เราจึงบอกว่า วันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.) เป็นวันสำคัญ ที่เราจะต้องระดมพล ให้มากที่สุด เพื่อแสดงพลังให้เห็นว่า เราไม่เห็นด้วย กับการแก้รัฐธรรมนูญ


นี่คือขั้นตอนที่หนึ่ง แล้วถ้าหาก คุณทักษิณ แก้ไม่ได้ ตนคิดว่า เขาจะคิดถึงการยุบสภา แต่ทำช้ามีปัญหา เพราะตุลาการ กำลังดำเนินคดีตามลำดับ ซึ่งกำลังจะมี คำพิพากษา ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคดี ซื้อที่ดินรัชดา ซึ่งมีศาลเดียวตัดสินด้วย


เชื่อวันนี้ คุณทักษิณคิดมากเรื่องนี้ ว่าจะทำยังไง แก้รัฐธรรมนูญให้เร็วจขึ้น ก็ทำไม่ได้ เพราะได้ข่าวว่า ส.ส. หลายพรรค เตรียมตีรวน แปรญัตติ ทุกมาตรา เอาให้ไม่เสร็จ ภายใน 120 วัน


“ทางเดียวคิดว่า นอกจากแก้รัฐธรรมนูญ ก็อาจจะยุบสภา เพื่อหยุดการชุมนุมของเราไปด้วยในตัว นื่คือเส้นทางเดินของคุณทักษิณ ผมไม่มอง คุณทักษิณ ในแง่ร้าย ที่จะลี้ภัยทางการเมืองไปต่างประเทศ หรือ หลบคดีออกไป ซึ่งก็เป็นทางหนึ่ง ผมเชื่อเสมอว่า ผมเกรงว่า จะเอาคุณทักษิณ เข้าคุกไม่ได้ ถ้าเขาผิดจริง แต่ยังไง ก็ต้องให้ศาลตัดสินว่า เขาผิดจริงก่อน ส่วนเอาคุก ได้ไม่ได้ ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง เขาจะหนีไป ต่างประเทศ หรือไม่ ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง” นายพิภพ กล่าว


นายพิภพ กล่าวต่อว่า ครม. ก็ลำบากในการเปลี่ยนครั้งนี้ เพราะเต็มไปด้วยคน ที่มีคดีติดตัวอยู่ นับตั้งแต่ นายกฯ และ หลายคน ที่มีชื่อ แพลม ออกมา ก็ล้วนแต่มีคดีติดตัว หรือต้องคดีมาแล้ว ซึ่งเป็นที่ลำบากใจมาก ถ้า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังจะ ขอโปรดเกล้าฯ ครม. ที่มีคดีติดตัวอยู่ ภาพลักษณ์ครม. ก็จะเต็มไปด้ว คนที่มีคดี การยอมรับ จาก นานาชาติ และ คนในประเทศ จะมีปัญหา


“ตอนนี้ยังมอง ทางออกของคุณทักษิณยังไม่เจอ ไปทางโน้นก็ติดทางนี้ก็ติด ถอยหลังก็ไม่ได้ เดินหน้าก็เจอ ศาล ลำบากมากๆ คุณทักษิณตอนนี้ แต่ว่ากรรม ก็จะต้องตามสนอง ถ้าทำกรรมดี ก็ได้กรรมดี ถ้าทำกรรมชั่ว ก็ต้องยอมรับ” นายพิภพ กล่าว


นายพิภพ กล่าวว่า อันนี้เป็นอาการ เรียกว่า ทางการเมืองของเมืองไทย กำลังถึง จุดเปลี่ยนจริงๆ แต่จะเปลี่ยนเป็น การเมืองใหม่ได้ หรือ เปล่า ยังต้องใช้เวลา แต่การจะให้ ตุลาการภิวัฒน์ กวาดนักการเมืองเก่าที่ไม่ดี ออกไปให้มากที่สุด มีความหวัง ฉะนั้นวันนี้ เราจึงต้องสนับสนุน ตุลาการฯ ให้ทำงานไปได้ ตลอดลอดฝั่ง


นายพิภพ กล่าวด้วยว่า ความต่อสู้ของเราที่พยายามใช้หลักอหิงสา ขันติ ไม่ใช่อาวุธ และ ความรุนแรง 68 วัน ได้พิสูจน์นานาชาติได้แล้วว่า เราสามารถ จัดการ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ทำผิดกฎหมาย ทุจริตและ มีนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน ได้สำเร็จ นี่คือความก้าวหน้า มาก ของสังคมไทย และ โลก


อย่างไรก็ตาม วันนี้เราจะต้อง ยังไม่ชะล่าใจ เพราะคดียังไม่ถึงตัวคน อีกหลายคน ที่ถูกกล่าวหาว่า ทุจริตคอร์รัปชัน และผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะ อดีตนายกฯ


ฉะนั้นยังต้องอดทนสู้ต่อไป เขาพยายามจะขวางให้ ตุลาการฯ หมดสภาพลง โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกดดัน ให้ ป.ป.ช. ลาออก ซึ่งเรายอมไม่ได้ เพราะถ้าตุลาการฯ และ ป.ป.ช. พัง งานที่เราทำมาทั้งหมด จะสูญไปเลย ฉะนั้น วันนี้ต้องยืนหยัด อดทน รอคอยสนับสนุน และ ใครที่มาใช้กำลังกับเรา อย่างกรณี ที่ อุดรธานี และ มหาสารคาม เราก็จะใช้กฎหมาย จัดการ


นายพิภพ กล่าวด้วยว่า หากเราสามารถ ทำเรื่องเหล่านั้น ข้างต้นสำเร็จ เรื่องต่อไป ก็คือ การเข้าสู่ระบบการเมือง โดยการเลือกตั้ง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2551 00:19 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000090402
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

แม่ทัพน้อยที่ 2 ตรวจเยี่ยมทหารไทยบน“เขาวิหาร”- “ฮุน เซน”รุกส่งเมียทำพิธีบวงสรวงพรุ่งนี้


แม่ทัพน้อยที่ 2 ตรวจเยี่ยมทหารไทยบน“เขาวิหาร”-
“ฮุน เซน”รุกส่งเมียทำพิธีบวงสรวงพรุ่งนี้
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศรีสะเกษ – “พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์” แม่ทัพน้อยที่ 2 นำคณะบุกวัด “คีรีสุขสวาย” ตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจทหารไทยบนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา
พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้ภ??ที่ 2 และคณะ เดินเข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารไทยที่ตรึงกำลังภ??ู่บนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ วันนี้ ( 31ก.ค.)

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 และคณะ เดินเข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่บนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ วันนี้ ( 31ก.ค.)

ระบุสถานการณ์ตรึงกำลัง 2 ฝ่ายปกติไม่ตึงเครียดอยู่ร่วมกันฉันมิตร แต่พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาตลอดเวลา เผย “ฮุน เซน” นายกฯ กัมพูชา รุกอีกส่งภรรยาลุยเขาพระวิหารให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคทหารกัมพูชาพรุ่งนี้ พร้อมทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย


ช่วงบ่ายวันนี้ ( 31 ก.ค.) ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้เดินทางเข้ารับฟังการบรรยายสรุปที่ทำการทางยุทธวิธีกองกำลังสุรนารี เกี่ยวกับสถานการณ์การตรึงกำลังระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา บนเขาพระวิหาร โดยมี พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี ) พร้อม พ.อ.ชยันต์ หวยสูงเนิน รอง ผบ.กกล.สุรนารี ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ดังกล่าว

วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ตั้งภ??ู่บนเขาพระวิหาร ที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดน

วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ตั้งอยู่บนเขาพระวิหาร ที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดน


จากนั้น พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 และคณะ ได้เดินทางไปที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ หรือ วัดคีรีสุขสวาย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณประสาทโคปุระชั้นที่ 1 ด้านทิศตะวันตกตัวประสาทพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา และเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดน เพื่อตรวจเยี่ยมสร้างขวัญให้กำลังใจแก่ทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่กับทหารกัมพูชาเป็นจำนวนมาก และทหารทั้ง 2 ฝ่ายมีการขุดหลุมเพาะส่วนบุคคลและขุดหลุมเป็นทางยาวตลอดแนวการตรึงกำลังของแต่ละฝ่าย ซึ่งวันนี้เป็นที่สังเกตุว่าทหารกัมพูชาได้พากันสวมเครื่องแบบชุดใหม่สีเขียว ที่ทางกองทัพกัมพูชาเพิ่งจัดส่งมาให้

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้ภ??ที่ 2 จับมืภ??ักทายกับคณะนายทหารกัมพูชา

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 จับมือทักทายกับคณะนายทหารกัมพูชา


ทั้งนี้ แม่ทัพน้อยที่ 2 ได้ไปพบปะกับ พล.ท.ซรัย ดึ๊ก ผบ.พลสนับสนุนที่ 12 พร้อมด้วย พล.ท.ซอ ทาวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเขาพระวิหาร และ พล.ต.แก้ว พาด รอง ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 ประจำ จ.พระวิหาร ประเทศกัมพูชา โดย พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ ได้จับมือแสดงความเป็นมิตรกับ พล.ท.ซรัย ดึ๊ก อย่างเป็นกันเอง


พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 กล่าวว่า วันนี้มาตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่บนเขาพระวิหาร และได้พบปะกับคณะนายทหารของกัมพูชา ซึ่งสถานการณ์การตรึงกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงปกติไม่ได้มีความตึงเครียดแต่อย่างใด ทหารทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ร่วมกันฉันมิตร แต่ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาตลอดเวลา ส่วนเรื่องการปรับกำลังทหารนั้น จะต้องเป็นคำสั่งจากหน่วยเหนือที่จะสั่งการลงมา


พล.ท.ซรัย ดึ๊ก ผบ.พลสนับสนุนที่ 12 กัมพูชา กล่าวว่า ทหารกัมพูชากับทหารไทยอยู่ร่วมกันอย่างมิตรไมตรีบนเขาพระวิหาร มีอะไรก็นำเอาแบ่งกันแบบญาติพี่น้อง ส่วนเรื่องการปรับกำลังทหารนั้นจะต้องเป็นเรื่องของหน่วยเหนือที่จะสั่งการลงมา ขณะนี้พวกตนรอรับฟังคำสั่งเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก็ไม่ได้ตรึงเครียดแต่อย่างใด


ทหารและพระสงฆ์กัมพูชา

ทหารและพระสงฆ์กัมพูชา


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ที่บริเวณ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ แห่งนี้ ได้มี พระเทพมุนีวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชของประเทศกัมพูชา มาปฏิบัติศาสนกิจร่วมกับพระสงฆ์ และ ชาวกัมพูชา เพื่อขอให้เกิดความสงบสุขที่เขาพระวิหาร และ


ในวันพรุ่งนี้ ( 1 ส.ค.) เวลาประมาณ 09.00 น. นางบุน รานี ฮุนเซน ภริยา ของ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีกำหนดเดินทาง มาเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจ ทหารกัมพูชา และ


ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพระวิหาร เพื่อให้เกิดความร่มเย็นสงบสุขในประเทศกัมพูชา พร้อมทั้ง นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค มามอบให้ กับ ทหารกัมพูชาด้วย
ทหารกัมพูชา พากันสวมเครื่ภ??แบบใหม่เภ??่ยม

ทหารกัมพูชา พากันสวมเครื่องแบบใหม่เอี่ยม

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551 19:43 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000090349


พิมพ์ ข่าวนี้ แม่ทัพน้อยที่ 2 ตรวจเยี่ยมทหารไทยบน“เขาวิหาร”-“ฮุน เซน”รุกส่งเมียทำพิธีบวงสรวงพรุ่งนี้


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ชูศักดิ์” ส่งสัญญาณผ่อน 1 ส.ค.ยังไม่ดันแก้ รธน. เข้าสภา


“พลังแม้ว” รอ ช่วงชุลมุน แก้ รธน.
“ชูศักดิ์” ย้ำ 1 ส.ค. ยังไม่ดันเข้าสภา
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“พลังแม้ว” มามุกใหม่ รอจังหวะปลอดคน เตรียมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงเปิดสภาสมัยนิติบัญญัคิ “ชูศักดิ์” ส่งสัญญาณผ่อน อ้างยังไม่ดัน เข้าสภา 1 ส.ค.นี้ ระบุ วิปยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ


วันนี้ (31 ก.ค.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการเปิดประชุมสภา สมัยสามัญนิติบัญญัติ วันที่ 1 ส.ค.นี้ รัฐบาลจะยังไม่เสนอ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2550 เข้าสู่ ที่ประชุมสภา


โดยอ้างว่าวิปรัฐบาลยังศึกษากันอยู่ว่า ควรจะปรับแก้ในประเด็นใดบ้าง และยังไม่สามารถกำหนด กรอบเวลาในการยื่นเสนอได้ แต่เบื้องต้นจะ เสนอโดยเร็ว หลังจากที่ พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว


ส่วนกรณีที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 1 ส.ค.เพื่อคัดค้าน การแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย หากจะดำเนินการอย่างไร ก็ควรทำด้วยเหตุผล


หากจะคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็ให้บอกมาว่าส่วนไหน ควรปรับปรุงแก้ไข แต่ยืนยันว่า การจะเสนอแก้ไขรัฐบาลทำตามรัฐธรรมนูญ และ มีเหตุผล ในการแก้ไข ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มพันธมิตรก็เคยเสนอว่า ให้รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ไปก่อน แล้วมาแก้ไขภายหลัง


เมื่อถามว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้ ส.ส.กลุ่มอีสานพัฒนา พรรคพลังประชาชน ไม่พอใจการตั้ง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตรองประธานสภาฯ เป็นรัฐมนตรี โดยส.ส.กลุ่มนี้ขู่ จะไม่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ


นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจกันว่า เป็นอย่างไร อยากให้มองเป็นเรื่องธรรมดา ที่มีการปรับครม. ก็ต้องมีปัญหาอย่างนี้มาตลอด และคิดว่า คงพูดกันรู้เรื่องไม่เกิดปัญหาลุกลามใหญ่โต และขณะนี้ก็มี กฎหมายบังคับไว้ หากจะทำอะไรที่เกินเลย ก็คงไม่ได้


นายชูศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่ อัยการสูงสุดแสดงความไม่สบายใจ ในการเป็นทนายว่าความ ให้ 3 รัฐมนตรีคดีทุจริตการออกสลากพิเศษ 2-3 ตัว ว่าแต่ละคน ต้องทำหน้าที่กันไปอย่างถูกต้อง แต่ในคดีนี้อัยการไม่ได้เป็นผู้ฟ้องเอง คนเป็นโจทก์คือคตส.


ดังนั้นรัฐบาลจึงคิดว่ารัฐมนตรีที่ทำงาน ก็มีสิทธิที่จะให้ อัยการว่าความให้ได้ เพราะกฎหมายอนุญาตอยู่แล้ว และ รัฐธรรมนูญก็กำหนดให้ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นองค์กรอื่น ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เหมือนกับ องค์กรอิสระดังนั้น ทนายแผ่นดินก็ต้องรับผิดชอบ และ รับมอบงานจาก รัฐมนตรี อัยการจึงต้องทำตามหน้าที่ แต่หากอัยการจะไม่เป็นทนายให้ ก็ต้องมีเหตุผลชี้แจงได้


เมื่อถามถึงกรณีที่ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมส่งหนังสือถึง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาพักงาน 3 รัฐมนตรี หากนายกฯ ไม่ดำเนินการ จะเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า


เป็นการทำให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่างหน่วยงาน จะได้เข้าข่ายตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ เป็นการหาช่องเพื่อให้ส่งให้ตีความได้ ส่วนที่ว่านายกฯ จะเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้อง ตีความว่า ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ชี้ขาดว่า ควรพัก หรือไม่พักงานใคร หรือ ไม่

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551 18:58 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000090337
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง ยกคำร้อง การขอปล่อยตัวชั่วคราว “ดา ตอร์ปิโด ”


ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน “ดา ตอร์ปิโด” นอนคุกต่อ
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“ดา ตอร์ปิโด” นอนคุกต่อ ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องประกันตัว ชี้คดีมีโทษสูงความผิดร้ายแรง กระทบความรู้สึกประชาชน
นาง สาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรื� “ดา ต�ร์ปิโด”สมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) ผู้ต้�งหาคดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรื�แสดงความ�าฆาตมาดร้ายต่�พระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรื�ผู้สำเร็จราชการแทนพระ�งค์ ตามประมวลกฎหมาย�าญา มาตรา 112

นาง สาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด”สมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) ผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112



วันนี้ (31 ก.ค.) ที่ ศาลอุทธรณ์ ถนนรัชดาภิเษก นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ นายประกันของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล “ดา ตอร์ปิโด ” สมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ (นปก.) ผู้ต้องหา คดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อ พระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ประกันตัว เดินทางเข้ารับฟังคำสั่งการยื่นอุทธรณ์ปล่อยตัวชั่วคราว


โดยศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง ยกคำร้อง การขอปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิด ของ น.ส.ดารณี มีอัตราโทษสูง เป็น ความผิดร้ายแรง และ กระทบกระเทือนจิตใจ ของประชาชน หากปล่อยตัวไป เกรงว่าผู้ต้องหา จะไปกระทำผิดซ้ำอีก จึงเห็นควรกับ ศาลชั้นต้น ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

นาย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ายุ 53 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำคณะักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำ กลุ่มคนเดืนตุลาไม่เาเผด็จการ

นาย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อายุ 53 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำ กลุ่มคนเดือนตุลาไม่เอาเผด็จการ


ภายหลัง นายสุธาชัย กล่าวว่า เหตุที่ตน ยื่นอุทธรณ์ คำสั่งขอประกันตัว น.ส.ดารณี เนื่องจากหวังว่า ศาลจะ ปราณีอนุญาตให้ประกันตัว เช่นเดียว กับที่ ตำรวจให้ประกันตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกดำเนินคดี ในข้อหาเดียวกัน แต่เมื่อ ศาลยกคำร้อง ตนก็พร้อมยอมรับ ส่วนจะดำเนินการอย่างไร ต่อไป คงต้องขอปรึกษา ทนายความ อีกครั้ง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551 18:17 น.
http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000090326
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รศ. นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ได้รับรางวัล แมกไซไซ ประจำปีนี้


แพทย์มูลนิธิขาเทียมไทยทำดีคว้ารางวัลแมกไซไซ
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


เอ เจนซี – รศ. นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็น 1 ในผู้ที่ได้รับรางวัล แมกไซไซ ประจำปีนี้
รศ.นพ.เท�ดชัย ชีวะเกตุ ได้รับรางวัลแมกไซไซ

รศ.นพ.เทอดชัย ชีวะเกตุ ได้รับรางวัลแมกไซไซ

เช่นเดียวกับ ผู้ว่าการของฟิลิปปินส์ ซึ่งพิการจากโรคโปลิโอ คู่สามีภรรยาชาวอินเดีย ที่ช่วยเหลือคน ในชนเผ่าทางด้านการแพทย์ และ การศึกษา รวมทั้ง เจ้าของสำนักพิมพ์ญี่ปุ่น อีกด้วย


รางวัลแมกไซไซ ซึ่งเทียบเท่าได้กับ รางวัลโนเบลของเอเชีย ยังได้ยกย่องให้รางวัลกับ อาหมัด ไซยอาฟี มาอาริฟ หัวหน้ากลุ่ม มูฮัมมาดิยะห์ ของอินโดนีเซีย และ อนันดา กัลลัปปัตติ นักสังคมสงเคราะห์ ชาวศรีลังกา ด้วย


รศ. นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จากความพยายามอุทิศตน เพื่อจัดหาแขนเทียม ขาเทียม ที่ราคาไม่แพง สามารถใช้งานได้ และสะดวกสบาย แก่ผู้พิการที่ยากจน ในประเทศไทย


ด้าน เกรซ ปาดาคา ผู้ว่าการจังหวัดอิซาเบลา ของฟิลิปปินส์ ได้รับรางวัล บริการรัฐกิจ แม้เธอจะพิการ จากโรคโปลิโอตั้งแต่ยังเด็ก แต่ เธอก็สามารถเอาชนะ ได้ ตำแหน่งทางการเมือง อันทรงพลัง ในการเลือกตั้งปี 2004 และได้รับเลือกตั้ง อีกครั้ง ในปีที่ผ่านมา


นอกจากนี้ มูลนิธิรางวัลนายรามอน แมกไซไซ ยังเสนอชื่อ ปรากาช และ มานดากินี แอมเต สำหรับรางวัล ผู้นำชุมชน โดย แพทย์ทั้งคู่ ได้เปิดโรงพยาบาล และโรงเรียน สำหรับ ชนเผ่ามาเดีย กอนด์ ซึ่งเป็นพื้นท ห่างไกลจากใจกลางอินเดีย


ขณะที่ อากิโอะ อิชิอิ ก็ได้รับรางวัล ด้านวารสารศาสตร์ วรรณกรรม และ ศิลปะ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ โดย อิชิอิ เป็น หัวหน้าสำนักพิมพ์ อากิชิ โชเตน ซึ่งมีหนังสือราว 2,800 เล่ม อันมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การแบ่งแยกสีผิว สิทธิมนุษยชน และประเด็นปัญหาอื่นๆ ในญี่ปุ่น


ส่วน รางวัลบริการสาธารณะนั้น ทางมูลนิธิแมกไซไซ ได้มอบให้กับ ศูนย์การพัฒนาการเกษตร และชนบท ซึ่งร่วมกับ สถาบันการส่งเสริม และ สนับสนุน ของ ฟิลิปปินส์


รางวัลนี้ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1957 เพื่อเชิดชูเกียรต ิอดีตประธานาธิบดี รามอน แมกไซไซ ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเสียชีวิต ในอุบัติเหตุ เครื่องบินตก โดยคณะกรรมการของ กองทุนร็อกกี้เฟลเลอร์ บราเธอร์ส และ เริ่มแจกรางวัลให้กับ ผู้ทำตัวเป็นแบบอย่างอันดีงาม ของ การอุทิศตนทำ งานบริการ ประชาชนในสังคมประชาธิปไตย ครั้งแรกในปี 1958

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551 16:48 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000090251
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

องมนตรี เรียกร้อง ปชช. ให้เลือกคนดี

องมนตรีเรียกร้องปชช.เลือกคนดี


องคมนตรี ชี้ จุดอ่อนรธน.ปี40 ทำประมวลจริยะธรรม เป็นแค่เสือกระดาษ ปลุกต่อม สำนึกประชาชน เลือกคนดีปกครองบ้านเมือง


นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี กล่าวในการสัมมนา “การดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและ เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ว่า รธน.ฉบับ 2540 ได้กำหนดให้จัดทำ


ประมวลจริยธรรม สำหรับหน่วยงานรัฐ มีจุดอ่อนคือไม่มีสภาพ บังคับ โทษสำหรับผู้ฝ่าผืน มีเพียงการตำหนิหรือประณาม ซึ่งไม่พอเหมือนเด็กเล่นขายของ ทำให้ประมวลจริยธรรมเป็นแค่เสือกระดาษ


ต่อมา รธน.ปี 2550 ได้กำหนดขั้นตอน การลงโทษตามความร้ายแรงของ การกระทำ ทั้งนี้ อยากชี้ให้เห็นว่า เหตุที่ รธน.ต้องกำหนดให้มีประมวลจริยธรรม เพราะสังคมของเราประสบปัญหา เกี่ยวกับจิตสำนึก ด้านจริยธรรมมากมาย


มีการซื้อสิทธิ ขายเสียงในการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่น มีการประมูลซื้อขายตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่วนภาคเอกชน ก็สมยอมราคา ในการประมูลโครงการต่าง ๆ แม้แต่ประชาชนก็หลบเลี่ยงภาษีอากร


การทุจริต ได้พัฒนารูปแบบจากผล ประโยชน์ทับซ้อนเป็น คอรัปชั่นเชิงนโยบาย และในส่วน ของประชาชน มีคนจำนวนไม่น้อย มีทัศนะคติว่า โกงกินบ้างไม่เป็นไร ขอให้มีผลงานก็พอ และ มองว่าซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนโง่ที่ถูกเอาเปรียบ


ทางแก้คือ ต้องทำให้ผู้บริหารเป็นคนดี แต่ยังหาไม่ได้ เพราะมีแต่พวก มือถือสาก และ ประมวลจริยธรรม ไม่อาจแก้ไขหรือควบคุม จริยธรรม ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ จนท.รับได้ทุกเรื่องเพราะ


กม.ไม่ใช่ ยาครอบจักรวาล จึงไม่สามารถเปลี่ยน พฤติกรรม หรือนิสัยคนได้ ยิ่งมี กฏหมายมากเท่าไหร่ จะยิ่ง มีช่องว่าง สำหรับผู้มีจิตใจ คิดจะโกงมากเท่านั้น และ ประชาชนต้องมีจิตสำนึก


สาธารณะต้องให้ความสำคัญ และพิถีพิถัน เลือกสรรผู้มีศีลธรรม และยึดถือ ความถูกต้องชอบธรรม ให้มารับชอบทางการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ โดย Post Digital 31 กรกฎาคม 2551 13:27 น.
http://www.posttoday.com/breakingnews.php?sec=breaking&id=252805
อ่านข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

จับตา การเมืองเปลี่ยนแปลง อาจถึงขั้นยุบสภา หรือ ปฏิวัติ 21 มิ.ย.- 9 สค.2551


โหร ส.ว. แนะจับตา 21 มิ.ย.-9 สค.
การเมืองเปลี่ยนแปลง
อาจถึงขั้นยุบสภาหรือปฏิวัติ


นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จ.ฉะเชิงเทรา หรือฉายาโหร ส.ว. ถึง เหตุการณ์สุริยุปราคา ที่จะเกิดขึ้นใน ช่วงเย็น วันที่ 1 ส.ค.ว่า อิทธิพลสุริยคราส จะซ้ำวิกฤตดวงโลก และ ดวงเมือง ที่ปัจจุบัน ดาวอังคารโคจร พบดาวเสาร์ เล็ง ดาวมฤตยู ดาวดี เดินวิปริต ไม่ให้คุณ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย และ สถานการณ์จะรุนแรง ระหว่างวันที่ 7 พ.ค.–16 ก.ย. 51 นี้


นายบุญเลิศ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 21 มิ.ย. – 9 ส.ค. 51 จะเกิด การเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง จะมีการขัดแย้งรุนแรง เช่น การยุบสภา แต่


หากรัฐบาล ยังดื้อดึง อาจนำสู่ การปฏิวัติ โดยเฉพาะวันที่ 1 ส.ค. ที่จะ มีการนำรัฐธรรมนูญ เข้าสู่สภาเพื่อแก้ไขนั้น รัฐบาลควรล้มเลิก เพราะ่อาจนำไปสู่ การขัดแย้งรุนแรง


ที่ ฝ่ายทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ ควรส่งสัญญาณเตือน แก่รัฐบาล ให้เป็นเอกภาพ ซึ่งรัฐบาล จะฟังมากกว่า ฝ่ายพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย พูด ซึ่งสิ่งที่ รัฐบาล ฟัง จะบรรเทา การขัดแย้งรุนแรงได้ ไม่นำสู่ การปฏิวัติรัฐประหาร


นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จ.ฉะเชิงเทรา หรือฉายาโหร ส.ว. ถึงเหตุการณ์ สุริยุปราคา ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเย็น วันที่ 1 ส.ค.ว่า อิทธิพลสุริยคราส จะซ้ำวิกฤต ดวงโลกและ ดวงเมืองที่ ปัจจุบัน ดาวอังคารโคจรพบดาวเสาร์เล็งดาวมฤตยู ดาวดี เดินวิปริตไม่ให้คุณ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย และสถานการณ์จะรุนแรง ระหว่างวันที่ 7 พ.ค.–16 ก.ย. 51 นี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว โดย Post Digital 31 กรกฎาคม 2551 13:08 น.
http://www.posttoday.com/breakingnews.php?sec=breaking&id=252808
อ่าน ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก “พจมาน-บรรณพจน์” คนละ 3 ปี เลขาจำคุก 2 ปี


อวสานหญิงอ้อเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอมพิวเตอร์
เส้นทางความเป็นมาเป็นไปของ
การหลีกเลี่ยงภาษี หุ้นชินวัตรคอมพิวเตอร์

ด่วน! “เมียแม้ว” หนีภาษีผิดสถานหนัก จำคุก 3 ปี
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ - คุณหญิงพจมาน ชินวัตร - นางกาญจนาภา หงษ์เหิน นั่งหน้าเศร้าฟังคำตัดสินขภ??ศาลสถิตย์ยุติธรรม

นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ - คุณหญิงพจมาน ชินวัตร - นางกาญจนาภา หงษ์เหิน นั่งหน้าเศร้าฟังคำตัดสินของศาลสถิตย์ยุติธรรม


ความยุติธรรมมีจริง ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก “พจมาน-บรรณพจน์” คนละ 3 ปี เลขาจำคุก 2 ปี คำพิพากษาชี้ชัด ทำผิดสถานหนัก ร้ายแรง เป็นภริยาผู้นำประเทศ แต่กลับจงใจหลีกเลี่ยงภาษี


วันนี้ (31 ก.ค.) ที่ศาลอาญา องค์คณะผู้พิพากษา ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธาน กรรมการบริหารชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พี่ชายบุญธรรม คุณหญิงพจมาน, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัว คุณหญิงพจมาน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน ร่วมกัน จงใจหลีกเลี่ยง การชำระภาษีอากร หุ้นบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)


จำนวน 546 ล้านบาท จากหุ้น จำนวน 4.5 ล้านหุ้น ซึ่งมีหุ้น มูลค่า 738 ล้านบาท โดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยใช้กลอุบาย อันเป็นความผิด ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) (2) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91


โดยองค์คณะผู้พิพากษา เริ่มอ่านคำพิพากษา เวลา 09.10 น.โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ บุตรชาย บุตรสาว ร่วมให้กำลังใจ ภริยา และ แม่ ท่ามกลางการร่วมลุ้น ของกลุ่มผู้สนับสนุน ที่อยู่ภายใน ห้องพิจารณาคดี จนเต็มห้อง


ต่อมาเวลา 10.40 น. ศาลพิพากษาว่า จากการพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบ ทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว พยานโจทก์มั่นคง จำเลย ไม่สามารถ นำสืบ หักล้างได้ จึงฟังได้ว่า จำเลย ทั้ง 3 ร่วมกันกระทำความผิด โดยฉ้อโกง หรีออุบาย เพื่อหลีกเลี่ยง ภาษีอากร ตามฟ้อง

ลูก ๆ และสามี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภ??ีตนายกรัฐมนตรี นั่งหน้าเครียดและสีหน้ากังวลใจ ฟังผลการตัดสินขภ??ศาล

ลูก ๆ และสามี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั่งหน้าเครียดและสีหน้ากังวลใจ ฟังผลการตัดสินของศาล

นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 และ 2 ยังร่วมกัน แจ้งความเท็จ และ แสดงหลักฐานเท็จ ต่อเจ้าพนักงาน เพื่อเป็น การหลีกเลี่ยงภาษี โดย จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีชื่อเสียง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้ง จำเลยที่ 2 ยังเป็นถึง ภรรยาของ ผู้นำประเทศ ควรทำตัวให้เป็น ตัวอย่างที่ดี แต่ จำเลย กลับหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็น การฝ่าฝืนกฎหมาย โดยไม่เป็นธรรมต่อสังคม

การกระทำของ จำเลยทั้ง 3 จึงเป็น การกระทำ ความผิดสถานหนัก ร้ายแรง พิพากษาให้ ลงโทษจำเลยทั้ง 3 ร่วมกัน หลีกเลี่ยงภาษีอากร คนละ 2 ปี และ ให้จำคุก จำเลยที่ 1 และ 2 ฐานร่วมกันจงใจ แจ้งความเท็จ และ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ อีกคนละ 1 ปี


รวมจำคุก จำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 3 ปี ส่วน จำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลตัดสินให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 3 ปี และ จำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปี โดยทุกคน สีหน้าเครียดตลอดเวลา และ บรรดานักการเมือง จากพรรคพลังประชาชนหลายคน ได้เดินเข้าไปยกมือไหว้ ทักทายคุณหญิงพจมาน เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมบุตรสาว บุตรชาย ได้เข้าไปทักทายให้กำลังใจ คุณหญิงพจมาน โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนกุมมือตัวเอง ด้วยสีหน้า เคร่งเครียด และ คุณหญิงพจมาน ได้ใช้มือขวาตบเบาๆ ที่ข้อศอก หลังแขนซ้าย พ.ต.ท.ทักษิณ


จากนั้นได้ทยอย เดินออกมาจากศาล โดย คุณหญิงพจมาน ได้สวมแว่นตาดำ พ.ต.ท.ทักษิณ และ ลูกๆ เดินตามหลังไม่ห่าง อีกทั้งกลุ่ม นักการเมือง ปัจจุบัน ที่เป็นรัฐมนตรี และ นักการเมือง ที่ยังถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ได้ห้อมล้อม ให้กำลังใจตลอดเวลา


ส่วนกองเชียร์นับพัน ที่ไปให้กำลังใจ ได้ตะโกน พร้อมปรบมือให้ คุณหญิงพจมาน กันอย่างพร้อมเพรียง


จากนั้นทาง ทนายความของจำเลย ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 8 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัวจำเลย ทั้ง 3 และ ขอยื่นสู้คดี ในชั้นอุทธรณ์ ต่อไป ขณะนี้ อยู่ระหว่าง การพิจารณาของศาล


สำหรับรายละเอียดคำพิพากษาจะเสนอให้ทราบต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551 11:17 น.
http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000089984
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

July 30, 2008

ศาลอนุญาต บ.ไทรอัมพ์ เลิกจ้าง จิตรา คชเดช ปธ.สหภาพฯ เหตุใส่เสื้อ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม”


ปธ.สหภาพไทรอัมพ์ ถูกเลิกจ้าง บ.ร้องศาล
ระบุใส่เสื้อ “ไม่ยืนฯ” ออก NBT ทำเสียชื่อ
SPECIAL REPORT
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ผู้จัดการออนไลน์ – ศาลอนุญาต บ.ไทรอัมพ์ เลิกจ้าง จิตรา คชเดช ปธ.สหภาพฯ เหตุใส่เสื้อ “
น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรัมพ์ในวันที่สวมเสื้สีดำรณรงค์สกรีนข้ความ “ไม่ยืนไม่ใช่าชญากร คิดต่างไม่ใช่าชญากรรม” กรายการ “กรงสถานการณ์” ช่งเ็นบีที 24 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยล่าสุด ถูกนายจ้างเลิกจ้างเหตุทำให้บริษัทเสียชื่เสียง

น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ในวันที่สวมเสื้อสีดำรณรงค์สกรีนข้อความ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ออกรายการ “กรองสถานการณ์” ช่องเอ็นบีที 24 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยล่าสุด ถูกนายจ้างเลิกจ้างเหตุทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง


ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ออกอากาศทาง NBT เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ทำบริษัทเสียชื่อเสียง เจ้าตัวโวยข้ออ้างบริษัทหวังล้มล้างสหภาพฯ


วานนี้ (29 ก.ค.) เว็บไซต์ประชาไท เผยแพร่รายงานข่าว กรณี น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ซึ่งสวมเสื้อสีดำรณรงค์สกรีนข้อความ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ออกรายการ “กรองสถานการณ์” ช่องเอ็นบีที ในหัวข้อ “ทำท้อง…ทำแท้ง” เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด ถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยให้เหตุผลว่า ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง


น.ส.จิตรา ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า หลังจากออกรายการดังกล่าว และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามหน้าสื่อ เธอได้ถูกนายจ้างเรียกไปพบให้ชี้แจง ซึ่งเธอได้ชี้แจงว่า ขณะที่ใส่เสื้อนั้น เป็นตอนกลางคืนที่ไม่ใช่เวลางาน และไม่ได้บอกชื่อบริษัท บอกเพียงว่า เป็นประธานสหภาพฯ เนื่องจากประธานสหภาพฯ มีสถานะเป็นนิติบุคคลอยู่แล้ว


ส่วนเหตุผลที่ใส่นั้น น.ส.จิตรา ได้ชี้แจงต่อนายจ้างว่า เสื้อสกรีนคำว่า “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” เป็นเสื้อช่วยสนับสนุน นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ เพื่อหาเงินมาต่อสู้คดี และการใส่เสื้อเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ รวมทั้งเห็นว่าไม่ได้เกี่ยวกับบริษัทเลย โดยต่อมานายจ้างก็เงียบไป ประกอบกับช่วงนั้น เป็นช่วงที่สหภาพแรงงานเตรียมยื่นข้อเรียกร้องพอดีค่อนข้างรุนแรง จนอาจถึงขั้นขอมตินัดหยุดงาน อย่างไรก็ตาม ก็ผ่านไปด้วยดี โดยนายจ้างยอมรับเรียกร้องระดับหนึ่ง


น.ส.จิตรา กล่าวต่อว่า ต่อมานายจ้างได้นำเรื่องฟ้องศาลแรงงาน เพื่อขออำนาจศาลเลิกจ้างตนเอง ในความผิดฐานจงใจทำให้บริษัทได้รับความเสียหายจากการใส่เสื้อดังกล่าว โดยบริษัทอ้างว่า เธอสนับสนุน นายโชติศักดิ์ ในการกระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ทำให้คนมองว่านายจ้างสนับสนุนไปด้วย ทั้งนี้ การฟ้องศาลเพื่อแสดงตัวว่าบริษัทไม่ได้สนับสนุน


ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้นายจ้างได้เรียกไปพบ และแจ้งเรื่องการเลิกจ้าง ซึ่งศาลได้อนุญาตให้เลิกจ้าง โดยมีผลตั้งแต่ 8 ก.ค.แต่นายจ้างเลือกแจ้งในวันนี้และให้มีผลพรุ่งนี้ (30 ก.ค.) โดยนายจ้าง บอกอีกว่า มีการออกหมายเรียกถึงสองครั้ง แต่ น.ส.จิตรา ปฏิเสธว่า เธอไม่เคยได้รับหมายเรียกเลย และจะไปวิจารณ์อำนาจศาลก็คงไม่ได้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ได้รับ อย่างไรก็ตาม น.ส.จิตรา ตั้งข้อสังเกตกับประชาไท ว่า การเลิกจ้างครั้งนี้น่าจะเป็นความพยายามล้มล้างสหภาพแรงงานของทางบริษัท โดยเอาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเป็นเครื่องมือ


สำหรับเสื้อสกรีนวลีและวลี “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” และ “Not Standing is no crime. Different thinking is no crime.” ถูกพบเห็นโดยสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายน 2551 ที่ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ จากการไม่ยืนตรงแสดงความเคารพในโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2550


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาผู้ดำเนินการเว็บไซต์ประชาไท ได้สนับสนุน นายโชติศักดิ์ และพวกใช้กระแส “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” เพื่อต่อสู้และประชาสัมพันธ์ไปยังสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้มีการล้มเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”


อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง


เผยโฉม “โชติศักดิ์” ไม่ยืนตรงเพลงสรรเสริญ-โทษถึงคุก!
“โชติแสบ” โผล่เรียกสื่อต่างชาติไปทำข่าว “ไม่ยืน” หน้าโรงพัก
โผล่อีกไม่ยืนถวายความเคารพในโรงหนัง แถมยกเท้าพาดเก้าอี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2551 20:50 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000089860
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Blog at WordPress.com.