Accom Thailand

July 11, 2008

สีหนุ แสดงความคิดเห็น หลังจาก ปราสาทพระวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

Filed under: 1 — accomthailand @ 15:07

อดีตกษัตริย์สีหนุสีข้างถู..ประตู พระวิหาร หันเข้าเขมร


ผู้จัดการออนไลน์ — สมเด็จนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา ทรงมีบันทึกว่า ดินแดนทางขึ้นสู่ปราสาทพระวิหารนั้นไม่ได้เป็นของไทย หากแต่เป็นของกัมพูชาตามสนธิสัญญากับแผนที่ ฝรั่งเศส-สยาม ปี 1904 และ 1907 และ ทางขึ้น ก็ยังหันเข้าสู่ประเทศกัมพูชา อีกด้วย ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องไม่สับสน

AFP)

ภาพถ่ายวันที่ 21 มิ.ย.2551 นักท่องเที่วจากไทยกำลังเดินไปตามทางขึ้นสู่ปราสาทพระวิหาร เพียงไม่กี่วันก่อนกัมพูชาจะสั่งปิด หลังชาวไทยใน จ.ศรีสะเกษ ไปชุมนุมประท้วงที่นั่น สมเด็จนโรดมสีหนุทรงบันทึกกล่าวอ้างว่า ทางขึ้นหลัก ไปสู่ปราสาทอยู่ในดินแดนกัมพูชา มาตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้น มาจนถึงทุกวันนี้ (ภาพ: AFP)



สมเด็จนโรมดมสีหนุ ซึ่งเมื่อกว่า 50 ปีก่อน ได้นำเอากรณีพิพาท เขาพระวิหาร ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลระหว่างประเทศใน กรุงเฮก ได้ทรงระบุ ดังกล่าวใน พระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่ง ซึ่งบันทึกด้วยด้วยลายพระหัตถ์ เป็นภาษาฝรั่งเศส เผยแพร่ในนิตยสารข่าวรายปักษ์ “พนมเปญโพสต์” ฉบับวันที่ 8 ก.ค.นี้


นับเป็นครั้งแรกที่ อดีตกษัตริย์ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ทรงออกแสดงความคิดเห็น หลังจาก ปราสาทพระวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา


“คนไทยเคยกล่าว ยังกล่าวและเขียนว่า ข้อพิสูจน์อันหนึ่งว่า ปราสาทพระวิหาร เป็นของไทยนั้น ยืนอยู่บนข้อเท็จจริงที่ ว่าทางขึ้นไปยังปราสาทที่ง่าย และสะดวกที่สุดนั้นอยู่ ทางฝั่งไทย มิใช่ทางฝั่งกัมพูชา”


“ดูเหมือนนักหนังสือพิมพ์เหล่านี้ ชาวไทย เหล่านี้ จะมองข้ามความจริง ทางประวัติศาสตร์ อันเป็นข้อพิสูจน์ที่ว่า ทั้งภูเขา และ ปราสาทพระวิหาร นั้น เป็นกัมพูชา 100% และเป็นของชาวกัมพูชา 100%” อดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชา กล่าว

200,000 ที่กัมพูชาใช้ประก�บการข�ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยยึดเส้นเขตแดนตามแผนที่ฝรั่งเศสเมื่�กว่า 100 ปีก่�น (เส้นขีดแดง)เป็นเส้นเขตแดน แต่ไทยยึดแนวเส้นสีแดงประเป็นแนวสันปันน้ำพรมแดนธรรมชาติตามกฎหมายระหว่าง ประเทศ แต่�ดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชาทรงละเลยที่จะกล่าวถึงข้�เท็จจริงนี้ด้วย

แผนที่มาตราส่วน 1: 200,000 ที่กัมพูชาใช้ประกอบการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยยึดเส้นเขตแดนตามแผนที่ฝรั่งเศสเมื่อกว่า 100 ปีก่อน (เส้นขีดแดง)เป็นเส้นเขตแดน แต่ไทย ยึดแนวเส้นสีแดงประ เป็นแนวสันปันน้ำพรมแดนธรรมชาติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ อดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชา ทรงละเลย ที่จะกล่าวถึงข้อเท็จจริงนี้ด้วย



นอกจากนั้น การก่อสร้างปราสาทพระวิหาร (คริสต์ศตวรรษที่ 10 และ 11) ก็สร้างโดยกษัตริย์เขมร 2 พระองค์ แต่เป็นผลงานของเขมรอย่างแท้จริง

สมเด็จสีหนุเสด็จฯ กลับถึงกรุงพนมเปญเดืน เม.ย.2550 หลังตรวจสุขภาพในจีน

สมเด็จสีหนุเสด็จฯ กลับถึงกรุงพนมเปญ เดือน เม.ย.2550 หลังตรวจสุขภาพในจีน



สมเด็จสีหนุ ที่ชาวเขมรผู้จงรักภักดี ขนานพระนามเป็น “พระมหาวีรกษัตริยาพระวรราชบดีฉัตรา” (Preak Moha Vireakksatr Preak Voreajbeida Cheatr) ทรงบันทึกว่า ในคริสต์ศตวรรษดังกล่าวนั้น เขาพระวิหาร ตั้งอยู่ลึกเข้ามาในกัมพูชา มากกว่านี้ ตั้งอยู่ในอาณาจักรเขมร ซึ่งมีเขตแดนไกลออกไป หลายร้อยกิโลเมตร ทางเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ไกลออกไป กว่าที่เป็นเขตแดนระหว่าง กัมพูชา กับ ไทย และ ลาว ในปัจจุบัน


ดังนั้น ภูเขา กับ ปราสาทพระวิหาร จึงไม่ได้ตั้งอยู่ตรงชายแดน ไทย-กัมพูชา หากตั้งอยู่ลึกเข้ามาในดินแดนแห่งอาณาจักร (เขมร) และทางเข้าหลักของ ประสาทพระวิหาร ก็ไม่ได้หันเข้าไปยังสยาม (ประเทศไทย) หากแต่หันเข้าสู่ กัมพูชา


นอกจากนั้น จะต้องไม่ลืมว่า เมื่อปี 2505 ศาลระหว่างประเทศที่กรุงเฮก ก็ได้ให้ความยุติธรรมแก่ กัมพูชา (ตัดสินยกปราสาทพระวิหารให้) ซึ่งจะต้องไม่ละเลยต่อความจริงอันนี้ สมเด็จฯ สีหนุ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในพระราชหัตถเลขาสั้นๆ นี้ อดีตกษัตริย์กัมพูชา ทรงมิได้กล่าวถึงเรื่องอื่น รวมทั้งความจริงที่ว่าในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ อาณาจักรสยาม (กรุงศรีอยุธยา-รัตนโกสินทร์) เคยครอบครองดินแดน “อาณาจักรเขมร” เกือบทั้งหมด รวมทั้งดินแดนที่เป็น จ.เสียมราฐ ที่ตั้งปราสาทนครวัด กับ จ.พระวิหาร อันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหารในปัจจุบันด้วย


นอกจากนั้น บันทึกก็ยังไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริง ปราสาทพระวิหาร และดินแดนอาณาบริเวณโดยรอบนั้น ตั้งอยู่ในเขตสันปันน้ำของไทย ซึ่งเป็นดินแดนของไทย โดยกฎหมายระหว่างประเทศ อันเป็นแนวเขตแดนยุคใหม่ ระหว่างสองประเทศ


บันทึกของอดีตกษัตริย์กัมพูชา ยังไม่ได้กล่าวถึง ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ในยุคใหม่ที่ว่า รัฐบาลไทยได้ทำบันทึก คัดค้านคำตัดสินของศาลโลก และสงวนสิทธิ์ ในการอ้างอธิปไตยเหนือดินแดน ในเขตสันปันน้ำดังกล่าว มาตั้งแต่ เดือน ก.ค.2505 หรือ 46 ปีมาแล้ว หลังเสียปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา


รวมทั้งยังไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ว่า รัฐบาลของสองฝ่าย ในยุคใหม่ กำลังดำเนินการ เจรจาปักปันเขตแดนเสียใหม่ กับความจริงที่ รัฐบาลกัมพูชาปัจจุบัน ได้ยอมรับว่า ที่ชายแดนบริเวณปราสาทพระวิหาร มี “เขตแดนทับซ้อน”


ในบันทึกชิ้นหนึ่งโดยลายพระหัตถ์ ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ส่วนพระองค์ เมื่อต้นปีนี้ สมเด็จนโรดมสีหนุ ทรงเปิดเผยว่า พระเจ้าศรีสวัสดิ์มุนีวงศ์ อดีตกษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ระหว่างปี 2470-2483 ผู้ทรงเป็น “คุณตา” ของพระองค์


ทรงตรอมพระราชหฤทัย จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ ในเวลาต่อมา อันเนื่องจาก กัมพูชา เสีย ปราสาทพระวิหาร ให้แก่ ไทย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ 11 กรกฎาคม 2551 19:50 น.
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000081954
พิมพ์ ข่าวนี้


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: