Accom Thailand

July 18, 2008

กระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณติดกับปราสาท พระวิหาร

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ท่องเที่ยว,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,ผู้นำทางการเมือง,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 19:57
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

กระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงต่อสื่อมวลชน
เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา


เมื่อ วันที่ 18 กรกฎาคม 2551 นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษก กระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณติดกับปราสาท พระวิหาร


เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2551 นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า


วันนี้ (18 กรกฎาคม 2551) กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญนายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มาพบเพื่อมอบหนังสือที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามถึงสมเด็จอัคคมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตอบหนังสือที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชามีมาถึงฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2551


หนังสือของนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่จะแก้ไข สถานการณ์ ในบริเวณพื้นที่ที่ติดกับปราสาทพระวิหาร โดยสันติวิธีและเป็นธรรม


โดยมอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ที่จังหวัดสระแก้ว ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 เพื่อหารืออย่างฉันมิตรกับฝ่ายกัมพูชา และย้ำว่าทั้งสองประเทศ ควรใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะป้องกันไม่ ให้เหตุการณ์ลุกลาม


นายธฤต จรุงวัฒน์ �ธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

Spokeman MfA นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ


นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันว่าพื้นที่ บริเวณวัดแก้วสิขเรศวรที่กล่าวถึงใน หนังสือของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา อยู่ในดินแดนของไทย


การที่ได้มีชาวกัมพูชาขึ้นไปสร้างวัด สิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมทั้งที่อยู่อาศัย กับทั้งมีทหารอยู่ในพื้นที่นั้น ถือว่าได้ละเมิดอธิปไตยและดินแดนของไทย ซึ่งเรื่องนี้ รัฐบาลไทยได้ทำการประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรมาแล้ว 4 ครั้งตั้งแต่ปี 2547 2548 2550 และครั้งหลังสุดเมื่อเดือนเมษายน 2551


ฝ่ายไทยเห็นว่าการที่กัมพูชาเพิ่มกำลังทหารจาก 200 นายเป็นกว่า 1,000 นายได้ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น


นายกรัฐมนตรีของไทยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและควรเร่ง รัดให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC) หารือโดยเร็วเพื่อสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตลอดแนวระหว่างทั้งสองประเทศ อันจะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีก และ


ในระหว่างที่ JBC ดำเนินการอยู่ ฝ่ายไทยพร้อมที่จะเจรจาหารือถึงมาตรการชั่วคราวต่างๆ ที่จะใช้ไปก่อน เพื่อหยุดยั้งปัญหาใดๆ ที่อาจจะมีขึ้น


หลังการมอบหนังสือให้เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกอาเซียนประจำ ประเทศไทยอีก 8 ประเทศ มาพบ เพื่อแจ้งท่าทีไทยและ


มอบสำเนาหนังสือลงวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ.2008 จากนายกรัฐมนตรีกัมพูชาถึงนายกรัฐมนตรีไทย หนังสือลงวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ.2008 จากนายกรัฐมนตรีไทยถึงนายกรัฐมนตรีกัมพูชา


พร้อมด้วยเอกสารแนบคือสำเนา หนังสือประท้วง 4 ฉบับ ตลอดจนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2543 นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เวียนเอกสารดังกล่าวให้แก่ สถานเอกอัครราชทูตของ ประเทศอื่นๆ ในประเทศไทยด้วย


นายธฤตฯ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การประท้วงทั้ง 4 ครั้งของไทยนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของบันทึกความเข้าใจฯ ปี 2543 ซึ่งข้อ 5 ของบันทึกความเข้าใจฯ ระบุว่า


ระหว่างที่การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่างทั้งสองประเทศยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งสองฝ่ายจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ชายแดน


บนพื้นฐานของข้อ 5 ของบันทึกความเข้าใจ ฝ่ายไทยทำการประท้วงต่อกัมพูชาเมื่อ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2547 ประท้วงการขยายตัว ของชุมชนกัมพูชาซึ่งผลกระทบต่อ สภาพแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ ชายแดน และก่อปัญหาขยะมูลฝอยและปัญหาน้ำเสียซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนไทยใน บริเวณที่อยู่ต่ำกว่า รวมทั้งการก่อสร้างอาคารที่ทำการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชาในพื้นที่ดัง กล่าว


ต่อมา วันที่ 8 มีนาคม 2548 ได้ยื่นหนังสือประท้วงกัมพูชาเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของกัมพูชาในการก่อสร้างและปรับปรุงถนนจากบ้านโกมุย อำเภอจอมกสาน จังหวัดพระวิหาร ถึงปราสาทพระวิหาร


ต่อมา วันที่ 17 พฤษภาคม 2550 ได้ยื่นหนังสือประท้วง คัดค้านเอกสารเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารในบัญชี มรดกโลกของกัมพูชา และต่อการออกพระราชกฤษฎีกากัมพูชากำหนดเขตอนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร ซึ่งล้ำดินแดนไทย และ


วันที่ 10 เมษายน 2551 ได้ยื่นหนังสือประท้วงกัมพูชา ที่ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และละเมิดข้อ 5 ของบันทึกความเข้าใจฯ ปี 2543 โดยย้ำคำประท้วงที่ผ่านมาทั้งสามครั้ง


รวมทั้งขอให้ถอนกำลังทหารและตำรวจ ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อน กันของกัมพูชา และ ไทย ออกทันที อย่างไรก็ดี กัมพูชาไม่เคยตอบสนองคำประท้วงของไทย


ขณะนี้ สถานการณ์ทั่วไปยังเป็นปกติ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ตามเว็บไซต็กระทรวงการต่างประเทศ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
http://www.mfa.go.th/web/2662.php?id=25755
อ่านข่าวนี้ จาก กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs
จับโกหก’หุ่นเชิด’ขายชาติ กรณี ”เขาพระวิหาร”


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: