Accom Thailand

August 5, 2008

โฆษก กห.ชี้ ข้อยุติ “ตาเมือนธม” ลาดตระเวนร่วมกัน – ผบ.สุรนารียันทหารไทยตายไม่ใช่มนต์ดำเขมร


โฆษก กห. ชี้ได้ข้อยุติ “ตาเมือนธม” ลาดตระเวนร่วมกัน-
ผบ.สุรนารียัน ทหารไทยตาย ไม่ใช่มนต์ดำเขมร
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศรีสะเกษ – โฆษกกลาโหม เยี่ยมทหารไทย ที่ตรึงกำลังบนเขาพระวิหาร เผย ทหารทุกคนอยู่ดี สุขสบาย อาหารสมบูรณ์ ขณะที่ เขมรเข้มงวด ห้ามสื่อมวลชนไทย บันทึกภาพทหารเขมร ในบริเวณวัดเขาพระวิหาร อย่างเด็ดขาด
พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ คณะ ตรวจเยี่ยมทหารไทย ที่ตรึงกำลัง บนเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ วันนี้ ( 5 ส.ค.)

พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ คณะ ตรวจเยี่ยมทหารไทย ที่ตรึงกำลัง บนเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ วันนี้ ( 5 ส.ค.)



ชี้กรณี ปราสาทตาเมือนธม ได้ข้อยุติแล้ว ทหารไทย-กัมพูชา เตรียมส่งกำลังลาดตระเวนร่วมกัน ด้าน ผบ.กองกำลังสุรนารี ยืนยัน ทหารพราน ตาย เพราะหัวใจวาย ไม่ใช่เพราะมนต์ดำเขมร “เมียฮุนเซน” แน่นอน


วันนี้ (5 ส.ค.) ที่บริเวณเชิงเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ต.สุรพล อุดมชัยรัตน์ รองโฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ลงพื้นที่ รับทราบสถานการณ์การ ตรึงกำลัง ทหารไทย กับ ทหารกัมพูชา บน เขาพระวิหาร โดยได้ไปดูบริเวณลานหิน หน้าประตูเหล็กเข้าสู่ ปราสาทพระวิหาร


จากนั้นเดินทางขึ้นไปยัง วัด บนเขาพระวิหาร ที่ตั้งอยู่บริเวณโคปุระชั้นที่ 1 ด้านทิศตะวันตกของ ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ยังไม่ได้ มีการปักปันเขตแดน เพื่อตรวจเยี่ยมสภาพความเป็นอยู่ ของทหารไทย ที่ตรึงกำลังเผชิญหน้าอยู่กับทหารกัมพูชา อย่างใกล้ชิด ซึ่งมี พ.อ.ชวลิต ชุนประสาน รองผู้บัญชาการ กองกำลังสุรนารี (รอง ผบ.กกล.สุรนารี) และ คณะให้การต้อนรับ ขณะเดียวกันที่ ทหารของ กัมพูชา ได้เข้ามา ห้าม ไม่ให้สื่อมวลชนไทย บันทึกภาพของ ทหารกัมพูชา ที่เข้าประจำการ อยู่บริเวณวัดอย่างเด็ดขาด



พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เพื่อมารับทราบ สภาพความเป็นอยู่ของทหารไทย ที่ตรึง กำลังอยู่บน เขาพระวิหาร ซึ่งพบว่าทหารไทยทุกนาย มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ไม่มีปัญหาอะไร อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้ขาดแคลน แต่อย่างใด


ส่วนเรื่องการปรับลดกำลังทหารนั้น เป็นเรื่องที่ สูงกว่ากระทรวงกลาโหม ทางกระทรวงกลาโหม จะต้องฟังความเห็น และการสั่งการของ รัฐบาล ซึ่ง รัฐบาล ก็ประกอบด้วย หลายฝ่าย ที่ต้องมีการหารือกัน โดย องค์กรที่สำคัญ คือ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่จะต้องมีบทบาท ในด้านแนวทาง ปฏิบัติ ทั้งหมด ซึ่งกระทรวงกลาโหม ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลอย่างไร ก็สามารถปฏิบัติได้ทันที


พล.ท.ดร.พีระพงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนกรณีของ ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ นั้น จากการที่ตนได้พูดคุยกับ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี แล้วโดยภาพรวมเห็นว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว เนื่องจากเป็นปัญหาที่สามารถตกลงกันได้ในระดับท้องถิ่น
พล.ต.กนก เนตระคเวสะนะ ผบ.กกล.สุรนารี

พล.ต.กนก เนตระคเวสะนะ ผบ.กกล.สุรนารี



ซึ่งวันนี้ (5 ส.ค.) ก็ได้มีการเจรจากันในระดับ ผบ.กกล.สุรนารี กับนายทหารระดับสูงของ กัมพูชา และ ทราบว่า ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว และในวันที่ 6 ส.ค.เป็นต้นไป ทหารไทยกับทหารกัมพูชา ฝ่ายละ 20 นาย จะมีการลาดตระเวนร่วมกัน ที่บริเวณ รอบปราสาทตาเมือนธม
ปราสาทตาเมืนธม ชายแดนไทย-กัมพูชา

ปราสาทตาเมือนธม ชายแดนไทย-กัมพูชา



ส่วนกรณีเขาพระวิหารนั้น หลังจากที่ฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาได้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เสร็จแล้ว คาดว่าคงจะสามารถเจรจากันได้ ในเร็วๆ นี้ คงจะไม่มีปัญหา อะไร


ด้าน พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี เปิดเผยว่า กรณีที่สื่อกัมพูชาเสนอข่าวว่า ทหารไทยเสียชีวิตบนเขาพระวิหารนั้น เป็นเรื่องจริง คือ อาสาสมัครทหารพราน บุญหนา มนโมลี ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เป็นการเสียชีวิต เนื่องจากหัวใจวาย ซึ่งเป็นโรคประจำตัว มานานแล้ว ไม่ใช่เป็นการเสียชีวิต เพราะไสยศาสตร์มนต์ดำ ของเขมรตามที่ มีข่าวลือ หรือ เกี่ยวข้องกับ การที่คณะภริยา นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขึ้นประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนปราสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่อย่างใด


ทั้งนี้ หากเขมรมีไสยศาสตร์มนต์ดำ ทำใส่ทหารไทยเสียชีวิตได้ ก็น่าจะทำมนต์ดำใส่ตน หรือ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ของฝ่ายไทย มากกว่าที่จะเป็น ทหารพราน ที่ตรึงกำลังอยู่บนเขาพระวิหาร เพราะหากกัมพูชา สามารถทำเอามนต์ดำฆ่า ทหารไทย คงต้องฆ่าตน ซึ่งเป็น ผู้บัญชาการทหารไทย บริเวณเขาพระวิหาร นี้มากกว่า


พล.ต.กนก กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ทำการ ฌาปนกิจศพ ทหารพรานที่เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ ไปแล้ว ที่บ้านเกิด อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันนี้ (5 ส.ค.)


สำหรับกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติในวันนี้ (5 ส.ค.) ว่า ให้ทหารไทยปรับกำลังทหารที่บริเวณเขาพระวิหารนั้น ตนก็พร้อม ที่จะปฏิบัติตาม มติ ครม. แต่ต้องรอ การสั่งการลงมาจากกองทัพบก เสียก่อน เนื่องจากต้องมีการเจรจา ตกลงกัน ระหว่างหน่วยเหนือของทหารไทย และ ทหารกัมพูชา ในข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับการปรับกำลังทหารร่วมกัน เสียก่อน ซึ่งเรื่องนี้เป็นการดำเนินการ ของหน่วยเหนือ หากมีคำสั่งลงมา เช่นไร ก็พร้อมที่จะ ปฏิบัติ ตามคำสั่งทันที

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2551 19:59 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000092328


พิมพ์ ข่าวนี้
โฆษก กห.ชี้ข้อยุติ ““ตาเมือนธม” ลาดตระเวนร่วมกัน
ผบ.สุรนารี ยันทหารไทยตาย ไม่ใช่มนต์ดำเขมร


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

รัฐมนตรีใหม่ จำนวน 11 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ


ในหลวงรับสั่ง รมต.ใหม่ ปฏิบัติตัวให้ดี เพื่อช่วยชาติ –
ตรัสถามนายกฯ เรื่อง การบริหารบ้านเมือง


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน พระบรมราโชวาท แก่รัฐมนตรีใหม่ ที่เข้าเฝ้าฯ ให้ปฏิบัติตัวให้ดี ช่วยประเทศ ถ้าปฏิบัติตัวไม่ดี ก็ไม่ทำให้ ประเทศเจริญ และ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ปฏิญาณตน พร้อมตรัสถาม การบริหารบ้านเมืองจาก นายสมัคร


โดยนายสมัคร ได้กราบบังคมทูล เรื่อง ชายแดนเขาพระวิหาร การแต่งตั้ง ที่ปรึกษา การจัดงาน 116 วัน เพื่อสร้างความสามัคคี และ ทูลว่า รัฐบาล จะถอย ทุกวิถีทาง ไม่ปะทะ ไม่เริ่มต้น

รัฐมนตรีใหม่ 11 คน

รัฐมนตรีใหม่ 11 คน


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน พระบรมราโชวาท แก่รัฐมนตรีใหม่ ที่เข้าเฝ้าฯ


เวลา 17.12 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม แต่งตั้ง จำนวน 11 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ ดังนี้


พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย
นายมั่น พัธโนทัย เป็น รองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง
นายสุชาติ ธาดาธำรงเดช เป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และ ความมั่นคงของมนุษย์
นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์
นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์
นายประสงค์ โฆษิตานนท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม


โอกาสนี้ได้พระราชทาน พระบรมราโชวาท แก่รัฐมนตรี ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดังนี้


“ปฏิญาณตนให้เป็นรัฐมนตรี ที่ปฏิบัติดี สำหรับหน้าที่ ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น เพราะว่าบ้านเมือง ก็ต้องมีรัฐมนตรี ถ้าปฏิบัติตัวดี ก็ช่วยประเทศ ถ้าปฏิบัติตัวไม่ดี ก็ไม่ทำให้ประเทศเจริญ ก็ขอให้ได้ปฏิบัติตน ให้ประเทศเจริญ ซึ่งก็เป็นจุดประสงค์ ของความเป็นรัฐมนตรี ก็ขอให้ท่าน ได้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ปฏิญาณตนเช่นนี้ ก็ขอให้มีความสำเร็จ ในการทำตามคำปฏิญาณ”


จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำเนิน มายัง นายสมัคร และมี พระราชดำรัส ถามนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับ การบริหารบ้านเมือง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูล ว่า 2-3 วันนี้ จะไปดูทหาร ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะว่า ฮุนเซน ให้ภรรยา ขึ้นไปทำพิธีข้างบน มีของ แจกทหาร วิทยุไทย ได้พูดจาว่ากล่าว ว่า ผู้บังคับบัญชาทหารไทย ไม่ดูแล


ข้าพระพุทธเจ้าได้คิดไว้ก่อนหน้านั้น ก็ได้ทำไปเงียบๆ ไม่ให้ ภรรยาไป แต่ให้ แม่ทัพภาค 2 ไปแจกแทน ก็ถามผู้บัญชาการทหารบก ก็เลี้ยงดู ทุกอย่างครบถ้วน อาหารการกิน เพียงแต่ ของขบเคี้ยว ของกินเล่น ไม่มี ข้าพระพุทธเจ้า ก็ไปซื้อลำไย ซื้อแอปเปิ้ล พวกของขบเคี้ยว ขนมกรอบ จากบ้านอัยการ 7 อย่าง ใส่ถุงไป พันถุง เอาไปฝาก ให้เขาเงียบๆ ติดพรุ่งนี้รับ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ จะไปเมืองจีน 3 วัน กลับมา ก็จะไปเยี่ยมพวกเขา


จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ถามทหาร ความเป็นอยู่ และ อาหารการกินของทหาร ในพื้นที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูล รายงานว่า วันนี้เรียบร้อย ต่างฝ่าย ต่างถอย ไม่เรียกว่าถอน คือ ถอยออกมา ทั้ง 2 ข้าง เพื่อที่จะได้ ประชุมกันต่อไป และก็จะมี การประชุมกัน ในชายแดน ก็จะประชุม และ กลางเดือน รัฐมนตรี ก็จะประชุม คือว่า


ดึงออกมาจาก วงใหญ่ เป็นวงเล็ก งานเรื่อง กัมพูชา เรียบร้อยดี พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้า รับด้วยเกล้า ดำเนินการ ตามที่รับสั่งไว้ ก็คงจะ ค่อยยังชั่วขึ้น ตั้งคณะนี้ได้เสร็จ มีคณะที่ปรึกษาใหม่ 5 คน มาช่วยงาน ข้างนอก คือ เขาก็ไม่อยาก ที่จะเข้ามาพัวพัน แต่อยาก ให้ความคิด ก็เลยคิดตั้งเป็น ที่ปรึกษาช่วยงานได้ เขาไม่ต้องรับผิดชอบ คณะข้าพระพุทธเจ้า รับผิดชอบเอง ก็เริ่มดำเนินการกันแล้ว คนนั้น จะดูนั่น คนนั้นจะดูนี่ ค่อยยังชั่วพระพุทธเจ้าข้า


ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ขอให้สำเร็จ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า 116 วัน จากวันแม่ ถึงวันพ่อ ขอพระราชทาน พระบารมี 2 พระองค์ คือ ศาลจะตัดสินคดีความ ยังต้องออกตัวก่อน บอกว่า คนไทย แตกแยกเป็น 2 ซีก ศาลยืนยันว่า ศาลท่าน อยู่ ตรงกลาง ข้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังแล้ว ก็เลยต้องพึ่งพระบารมี ขอจัดงาน เพื่อสมานสามัคคี อัญเชิญพระบรมฯ มา


จะมีวิ่งธง 76 จังหวัด และก็ วันที่ 100 ปี อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ก็จะมีแสดง ประปา ไฟฟ้า ตลอดทุกอย่าง ที่ทรงเอาเข้ามา 100 ปีก่อน แสดงรอบละ 9 วัน พอเสร็จแล้ว


วันถวายพระเพลิง จะพระราชทานเพลิง สมเด็จพระพี่นางฯ ก็จะให้ คนทั้งประเทศ ส่งดวงพระวิญญาณ พร้อมกัน พอค่ำนิดหนึ่ง หลังจาก พระราชทานเพลิง แล้ว ก็จะจุดเทียน เงียบทั้งประเทศ ส่งดวงพระวิญญาณ ให้มีความสว่าง กันทั้งประเทศ ไม่มีใครมีข้างไหน ข้างไหนอีก แล้ว


พอหลังวันที่ 3 หลังจาก ทรงตรวจพลแล้ว วันรุ่งขึ้น สมเด็จพระบรมฯ จะรับธง 76 จังหวัดคืน แล้วก็ งานก็จะ เฉลิมฉลอง วันที่ 5 ก็ 116 วัน พึ่งพระบารมี 2 พระองค์ ให้คนไทยหันหน้า เข้าหากัน แล้วก็คงจะต้องลืมเรื่องต่างๆ ได้ ก็ฟังข่าวมาแล้ว ก็ได้รับการตอบรับดี สมเด็จพระนางเจ้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้วันที่ 10-12 ให้เลยเข้าไป พระที่นั่งอนันต์ฯ ให้ไปดู ศิลป์แผ่นดิน ซึ่งเป็นงานมหัศจรรย์ อย่างยิ่ง


ข้าพระพุทธเจ้า ก็เชิญชวนประชาชนไว้ งานศิลปาชีพ ก็จะมาแสดงกันที่ ลานพระบรมรูปทรงม้า ขายของ ที่เหลือ ที่ค้างทั้งหมด ราคาถูกหน่อย แล้วก็แสดงกัน 3 วัน หลังจากนั้น ก็ถือว่า 116 วัน จะให้ประชาชน ทั้งบ้านทั้งเมือง ได้สมานสามัคคี โดยขอพระบารมี ทั้ง 2 พระองค์พระพุทธเจ้าข้า


คงค่อยยังชั่วขึ้น เพราะได้รับ การตอบรับค่อนข้าง จะดี และบางครั้ง รัฐบาลนั้น ก็จะถอยทุกวิถีทาง ไม่ปะทะ ไม่เริ่มต้น ใครจะแสดงอะไร ก็ให้เขาแสดงไป คงจะดับชนวนได้ พระพุทธเจ้าข้า


ทั้งนี้ ในช่วงท้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส อวยพร “ก็ขอให้มีความสำเร็จ”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
5 สิงหาคม 2551 19:47 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000092354


พิมพ์ ข่าวนี้ ในหลวงรับสั่ง รมต.ใหม่ ปฏิบัติตัวให้ดี เพื่อช่วยชาติ – ตรัสถามนายกฯ เรื่อง การบริหารบ้านเมือง


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สนธิ” ย้ำ ลูกจีนรักชาติ ดีกว่า ลูกพระยาขายชาติ


“สนธิ” เฉ่ง “หมัก” เฉาฉุ่ย! ย้ำลูกจีนรักชาติ ดีกว่า ลูกพระยาขายชาติ
ชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย

Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“สนธิ” เฉ่ง “หมัก” เฉาฉุ่ย พูดจาบิดเบือนสร้างความแตกแยกในชาติ ย้ำไม่ว่าลูกจีน ลูกไทย ลูกแขก หรือลูกไหนๆ ที่เป็นคนธรรมดารักชาติ ดีกว่าบางคน ที่เป็น”ลูกพระยาขายชาติ” ท้าให้มาจับคนใส่เสื้อคนใส่เสื้อ “ลูกจีนรักชาติ”

 “สนธิ” เฉ่ง “หมัก” เฉาฉุ่ย! ย้ำลูกจีนรักชาติ ดีกว่า ลูกพระยาขายชาติ

“สนธิ” เฉ่ง “หมัก” เฉาฉุ่ย! ย้ำลูกจีนรักชาติ ดีกว่า ลูกพระยาขายชาติ

คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย

คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


วันนี้ (5 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีโดยเริ่มถามผู้ร่วมชุมนุมว่า ลูกจีน อยู่ที่ไหน และลูกไทยอยู่ที่ไหน ลูกแขก ลูกญวนอยู่ที่ไหน จากนั้นได้เล่าย้อนอดีตถึงประวัติของ ครอบครัวของตนเอง ตั้งแต่สมัยสมัยที่ก๋ง อพยพ มาจากประเทศจีน มาตั้งรกรากในจังหวัดสุโขทัย และแต่งงานกับ ย่าซึ่งเป็นคนไทย และมีการเปลี่ยนนามสกุลเป็น ลิ้มทองกุล ซึ่งมีการ คงความเป็น แซ่ลิ้ม เอาไว้


นายสนธิ ยังเล่าให้ฟังถึงความภาคภูมิใจในความเป็นเชื้อจีน แต่ทุกคนก็เป็นคนไทย อยู่ในเมืองไทย และยกตัวอย่างสมัยเรียนหนังสือ ที่ อัสสัมชันศรีราชา หรือสมัยเรียนที่สหรัฐ ว่ามีเพื่อต่างเชื้อชาติ มากมายทั้ง แขก จีนไทย ฝรั่ง แต่ทุกคนก็เป็นคนไทย


นายสนธิ กล่าวว่า ทำไมต้องเป็นคนจีนรักชาติ เพราะตนเองขอเป็นตัวแทนของคนธรรมดาที่ทำมาค้าขายโดยสุจริต และเป็นตัวแทนคนจีน มาสู้กับ นักการเมือง ที่เป็นลูกจีนสัตว์นรก ในรัฐบาลนี้ ซึ่งเหมือนกับลูกแขก ลูกไทย ก็มาช่วยกัน


“คุณสมัครคุณมาพูดให้แบ่งแยกทำไม เพราะถ้าลูกจีนรักชาติ อย่างนั้น ลูกพระยามันก็ขายชาติ และไม่ว่าจะเป็นลูกอะไร ก็ตามขอให้รักชาติก็พอแล้ว ดังนั้นเลิกพูดได้แล้วว่า พ่อผมเป็นพระยา มันจะมีประโยชน์อะไร” นายสนธิระบุ และว่าเวลานี้ลูกจีน ที่โบ๊เบ๊ กำลังทำ เสื้อลูกพระยาขายชาติ ออกมาแจกแล้ว


“ยิ่งอยู่ก็ยิ่งเห็นความถ่อย พูดได้ไงว่าใส่เสื้อลูกจีนแล้ว ทำให้แตกแยก คุณสมัคร ภาษาแต้จิ๋วบอกว่า เฉาฉุ่ย” นายสนธิ ระบุและ ว่า คนที่มาร่วมชุมนุม ที่นี่ไม่ว่าฟ้าถล่มทลาย เขาก็จะไม่ถอย เพราะว่ายังมี นายสมัครเป็นนายกฯ อยู่ พร้อมกับย้ำว่า ลูกจีน ลูกไทย ลูกแขก หรือ ลูกไหนๆ รักชาติดีกว่าลูกพระยาขายชาติ


จากนั้น นายสนธิ ได้ร้องเพลงจีนที่เป็นภาษาจีนกลาง ที่มีความหมายว่า ทำไมต้องร้องให้ให้กับประเทศไทย เพราะบ้านเมืองซวยเพราะมี นายกฯ ชื่อ สมัคร และย้ำว่าคนไทย มีหลายเชื้อชาติ แต่รักชาติมากกว่า นายสมัคร และ เวลานี้ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ต้องมาหาเรื่องแม้กระทั่ง เสื้อยืดคอกลมสีขาว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2551 22:45 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000092391


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” เฉ่ง “หมัก” เฉาฉุ่ย! ย้ำลูกจีนรักชาติ ดีกว่า ลูกพระยาขายชาติ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ ภริยา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2551


President George W. Bush and Mrs. Laura Bush will visit Thailand as Guests of the Royal Thai Government


President George W. Bush and the First Lady will visit Thailand from 6-7 August 2008 to celebrate175 years of the Thai-U.S. diplomatic relations. The President will discuss bilateral and regional issues with Prime Minister Samak Sundaravej, deliver a major policy speech on Thai-U.S. relations and U.S. policy toward Southeast Asia, and visit Mercy Center in Bangkok, which is established and operated by Father Joseph Maier, an American Catholic priest, since 1974.


President Bush was elected as the 43rd president. He was inaugurated as President in 2001, and re-elected for the second in 2004. President paid a a state visit to Thailand during 19-20 October 2003 and attended APEC Leaders’ Meeting hosted by Thailand during 20-21 October 2003.


This visit is part of President’s Bush visits to countries in the region before he attends the opening ceremony of the Olympics in Beijing, while demonstrating importance he attaches to Thailand and Southeast Asian region.


ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และภริยาเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล


นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช (George W. Bush) ประธานาธิบดีและนางลอรา บุช สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ จะเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2551


อันเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 175 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐฯ โดยมีกำหนดการดังนี้


(1) พบหารือประเด็นทวิภาคีและประเด็นในภูมิภาคกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
(2) กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ และนโยบายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะเป็นสุนทรพจน์ครั้งสำคัญก่อนที่ประธานาธิบดีจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม 2552 และ
(3) เยี่ยมชมศูนย์เมตตา (Mercy Center) เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ดำเนินงานโดยบาทหลวง Joseph Maier บาทหลวงชาวอเมริกัน ซึ่งได้ดำเนินงาน ช่วยเหลือ เด็กและผู้ยากไร้ในชุมชนคลองเตยมาตั้งแต่ปี 2517 (ค.ศ. 1974)


ประธานาธิบดีบุชเป็นประธานาธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐฯ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี 2 สมัย ระหว่างปี 2543-2552 และเคยเดินทางเยือน ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 18-19 ตุลาคม 2546 (ค.ศ. 2003) ในฐานะพระราชอาคันตุกะ (State Visit) และเข้าร่วมการประชุมผู้นำ กลุ่มความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม 2546 (ค.ศ. 2003)


การเยือนประเทศไทยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ การเยือนประเทศใน ภูมิภาคเอชีย ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง และ เดินทาง ไปร่วมพิธีเปิด การแข่งขัน กีฬาโอลิมปิคส์ ที่กรุงปักกิ่ง


ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงถึงความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ที่สหรัฐฯ ให้กับ ประเทศไทย และ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ Royal Thai Embassy, 1024 Wisconsin Ave., N.W. Washington D.C. 20007
http://www2.thaiembdc.org/L-News/080608.aspx
ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

มทภ.2 ลั่น “ตาเมือนธม” เป็นของไทย – ย้ำฝ่ายกัมพูชาห้ามเข้าเด็ดขาด


มทภ.2 ลั่น “ตาเมือนธม” เป็นของไทย – ย้ำฝ่ายกัมพูชาห้ามเข้าเด็ดขาด
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – “พล.ท.สุจิตร” แม่ทัพภาค 2 ลั่นปราสาทตาเมือนธมเป็นของไทย กำลังทหารไทยเข้าตั้งฐานดูแลมานาน ล่าสุดวันนี้ (5 ส.ค.)
พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2

พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2


ฝ่ายกัมพูชา นำกำลังพร้อมสื่อมวลชน บุกขอชมปราสาทรอบ 2
แต่ทหารไทยไม่อนุญาต จึงถอยกลับออกไป เผยผลเจรจา ระดับท้องถิ่น 2 ประเทศ กกล. สุรนารี ย้ำ กับฝ่ายกัมพูชา ห้ามเข้าพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธมเด็ดขาด ระบุ


ยังไม่เสริมกำลัง เพราะเพียงพอแล้ว ส่วนการปรับลดกำลังเขาวิหาร รอคำสั่งจากหน่วยเหนือ และรัฐบาล แจง กรณีทหารพรานเสียชีวิต บนเขาพระวิหาร เพราะ ไหลตาย เป็นเรื่องปกติไม่ได ้เกิดจากภาวะสงคราม


วันนี้ (5 ส.ค. ) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) เปิดเผย ภายหลังเป็นประธาน รับมอบเงิน บำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติงาน บริเวณพื้นที่เขาพระวิหาร จำนวน 100,000 บาท จาก นายสุธี มากบุญ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ว่า


ขณะนี้ขวัญ และกำลังใจทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ และ เขาพระวิหาร ยังคงเข้มแข็ง และได้รับขวัญกำลังใจที่ดี จาก ประชาชน ชาวไทยทุกคน พร้อมปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา อย่างเต็มที่
นายสุธี มากบุญ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา มภ??เงินบำรุงขวัญ กำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่เขาพระวิหาร

นายสุธี มากบุญ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา มอบเงินบำรุงขวัญ กำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่เขาพระวิหาร



ส่วนสถานการณ์ ล่าสุด บริเวณแนวชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ นั้น ในพื้นที่นี้ ประเทศไทย ดูแลมาโดยตลอด มีฐานที่ตั้งของ หน่วยทหารอยู่บริเวณดังกล่าว และอยู่จุดนี้มาโดยตลอดนานแล้ว และ


ล่าสุด ในวันนี้ (5 ส.ค.) ได้รับรายงานว่า ทางทหารกัมพูชาได้นำกำลัง พร้อมผู้สื่อข่าวขึ้นมา ขอดูปราสาทตาเมือนธม เป็นครั้งที่ 2 หลังเคยมา ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ดูแลพื้นที่ตรงนั้นอยู่ ได้ชี้แจงกับ ฝ่ายทหารกัมพูชาไปแล้วว่า ในช่วงนี้ไม่อยากให้ เข้ามาใน พื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม พร้อมขอความร่วมมือ จนสามารถทำความเข้าใจกันได้ ทางฝ่ายกัมพูชา จึงนำกำลังทหาร และ ผู้สื่อข่าว กลับออกไป


“ในพื้นที่ตรงนี้ เรามีคณะกรรมการชายแดน ทั้งของฝ่ายไทยและกัมพูชาได้เคยเข้ามาดู แต่ยังไม่ชัดเจน ในเรื่องเขตแดน เราถือว่า พื้นที่ตรงนี้ เราดูแลรักษาอยู่ และ ตัว ปราสาทตาเมือนธม ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้นานแล้ว พร้อมได้เข้าทำการ บูรณะซ่อมแซม ไปบางส่วนแล้ว ขณะเดียวกัน ทหารก็ได้เข้าไปดูแลพื้นที่ ดังกล่าวมาโดยตลอดหลายปีมาแล้วเช่นกัน” พล.ท.สุจิตร กล่าว
นายสุธี มากบุญ กับ พล.ท.สุจิตร สิทธิประภ

นายสุธี มากบุญ กับ พล.ท.สุจิตร สิทธิประภ



พล.ท.สุจิตร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี ที่มีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชน ว่า มีการปักหลักพิสูจน์เขตแดน “สีแดง” ของประเทศกัมพูชา อยู่ลึกเข้ามา ยังเขตประเทศไทย ถึง 2 กิโลเมตร นั้น ในช่วงดังกล่าว เคยมี คณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา เข้าไปสำรวจเบื้องต้น และไปปักหลักเอาไว้ เป็นลักษณะแนวเขตสมมุติ ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ที่ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ ในช่วงนั้นเท่านั้น ยังไม่ใช่เป็น หลักเขตแดน ที่แท้จริงแต่อย่างใด


สำหรับผลการเจราจา ระดับท้องถิ่นที่ ช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อหาข้อยุติปัญหาชายแดน กรณีปราสาทตาเมือนธม ในวันนี้ (5 ส.ค.) ที่บริเวณ ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นั้น พล.ท.สุจิตร กล่าวว่า


คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย กัมพูชา ได้เจรจากับ ทางกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) โดยผลการเจรจาสามารถทำความเข้าใจกันได้ ในเรื่องที่ฝ่ายไทยเรา จะดูแล ปราสาทตาเมือนธมของเรา ถ้าฝ่ายกัมพูชา เข้ามาในช่วงนี้ จะไม่อนุญาตให้เข้า เพราะเราต้องดูแลของเราไว้ก่อน เนื่องจากเราถือว่า ปราสาทตาเมือนธม เป็นของเรา และ กำลังทหารของเราได้ดูแลมาเป็นเวลานานแล้ว ฝ่ายเราก็ยังยืนยันเช่นนี้


พล.ท.สุจิตร กล่าวถึง การปรับกำลังทหารในพื้นที่เขาพระวิหาร ว่า หลังจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ทั้ง 2 ประเทศ ได้เจรจาพูดคุยกันไปแล้ว


ในการปรับกำลังทหารนั้นมีความเห็น ตรงกันว่าจะไม่เผชิญหน้า ซึ่งกันและกัน จะอยู่ด้วยความระมัดระวัง ไม่กระทบกระทั่ง และ ไม่ใช้ความรุนแรง ต่อกัน จึงได้มีแนวทาง การปรับที่ตั้งแนวการวางกำลัง และ ปรับจำนวนของกำลังพลลง เพื่อไม่ให้เผชิญหน้า


แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอ ทางหน่วยเหนือ และรัฐบาลว่า จะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป และ จะเจรจากันอย่างไรต่อไป ขณะนี้ ยังไม่มี การสั่งการ ใดๆ ลงมา


“ยืนยันว่า ล่าสุด สถานการณ์โดยรวม ตามแนวชายแดนเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ และ ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ยังไม่มีความตึงเครียด แต่อย่างใด ขอให้มั่นใจว่า ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น ทหารไทย กับ กัมพูชา ยังสามารถพูดคุยกันได้ และ ในช่วงนี้จะไม่มีการเสริมกำลังทหาร เข้าไปเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของ ปราสาทพระวิหาร และ ตาเมือนธม เพราะกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีเพียงพอแล้ว” พล.ท.สุจิตร กล่าว


พล.ท.สุจิตร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมีข่าวว่าทหารไทยเสียชีวิต ที่เขาพระวิหารนั้น เป็นความจริง แต่เป็นการเสียชีวิตปกติทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวกับ ภาวะสงคราม แต่อย่างใด ซึ่งผู้เสียชีวิต คือ ทหารพราน บุญหนา มนโมลี


ซึ่งจากรายงานทราบว่า ทหารพรานบุญหนา ไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน หรือแสดงอาการเจ็บป่วย มาก่อน และ วันเกิดเหตุ ก็ยังตื่นขึ้นมา ต้มบะหมี่สำเร็จ รับประทานตามปกติ และ ก็ไปนอนพักผ่อนที่เปล ซึ่งทุกคนก็จะนอน เช่นนี้เหมือนกัน


จากนั้นเวลาประมาณ 07.00 น.เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ทาง ผบ.ชุด เห็น นอนเงียบๆ จึงเข้าไป ปลุกก็ปรากฏว่าเสียชีวิตแล้ว จากการชันสูตรของ แพทย์ ระบุว่าหัวใจล้มเหลว หรือ ชาวอีสาน เรียกว่า “ไหลตาย” ซึ่งก็มีเกิดขึ้นบ่อย เป็นปกติธรรมดา ไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่น จากนี้ไป คงจะต้องมี การตรวจสุขภาพกำลัง ทหารและ ดูแลเรื่องอาหาร รวมถึงการบำรุงขวัญกำลังใจ ให้ดีขึ้น

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2551 18:00 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000092290


พิมพ์ ข่าวนี้ มทภ.2 ลั่น “ตาเมือนธม” เป็นของไทย – ย้ำฝ่ายกัมพูชาห้ามเข้าเด็ดขาด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ชาวกัมพูชา กลับเข้ายึด ตลาดเชิงเขาวิหาร-รุกล้ำเขตแดนไทยเช่นเดิม


เขมรไหวตัว! ขนชาวกัมพูชา
กลับเข้ายึด ตลาดเชิงเขาวิหาร-รุกล้ำเขตแดนไทยเช่นเดิม
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศรีสะเกษ- “พล.ต.กนก” ผบ.กกล.สุรนารี ระบุ กัมพูชา รุกไม่หยุด ล่าสุด ไหวตัวนำชาวเขมรกลับเข้ามาปักหลักอยู่ที่ บริเวณชุมชน ตลาด เชิงเขาพระวิหาร รุกล้ำเขตแดนไทย เช่นเดิมแล้ว พร้อมเปิดร้านขายสินค้า ตามปกติ
พล.ต.กนก เนตระคเวสะนะ ผบ.กกล.สุรนารี

พล.ต.กนก เนตระคเวสะนะ ผบ.กกล.สุรนารี


ชี้ ทหารกัมพูชาบวชเป็นพระ อยู่วัดบนเขาพระวิหารอื้อ กว่า 100 รูป มีจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง แน่นอน เผยรอผล “ครม.” พิจารณาปรับกำลังทหารบนเขาพระวิหาร


วันนี้ (5 ส.ค.) พล.ต.กนก เนตระคเวสะนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี) กล่าวว่า ที่บริเวณตลาดชุมชน ชาวกัมพูชาบริเวณ เชิงบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ


ขณะนี้ปรากฏว่า ได้มีบรรดา พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา พากันทยอยเข้ามาอาศัยอยู่ที่บริเวณตลาดกัมพูชา กันเช่นเดิมแล้ว หลังจากได้รุกล้ำเข้ามา ตั้งตลาดชุมนุม ในเขตแดนไทย และ พากันอพยพออกไป ตั้งแต่มีการตรึงกำลัง ทหารบริเวณเขาพระวิหาร ระหว่างทหารไทย กับทหารกัมพูชา เกิดขึ้น


พร้อมทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากัมพูชาเหล่านี้ ได้ทำการเปิดร้านค้าจำหน่ายสินค้าตามปกติ ซึ่งลูกค้าส่วนมากแล้ว จะเป็นชาวกัมพูชา ที่พากันขึ้นมา เที่ยวชม ปราสาทพระวิหาร รวมทั้งทหารกัมพูชาที่ตรึงกำลังอยู่บนเขาพระวิหาร ซึ่งเรื่องนี้ตนได้รายงานให้หน่วยเหนือได้รับทราบเรียบร้อยแล้ว เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป


สำหรับกรณี วัดบนเขาพระวิหาร ที่ทหารไทย และกัมพูชา ตรึงกำลังอยู่ ขณะได้พระสงฆ์ชาวกัมพูชา เข้ามาอยู่จำนวนมากกว่า 100 รูป ทั้งที่เดิม ทีมีแค่ 4-5 รูป นั้น


พล.ต.กนก กล่าวว่า พระที่มาบวช และประจำอยู่วัดแห่งนี้ส่วนมาก เป็นทหารกัมพูชาแทบทั้งสิ้น ซึ่งคาดว่าการที่มีการนำเอา ทหารกัมพูชา มาบวช เป็นพระ เช่นนี้ ทางฝ่ายกัมพูชา คงมีจุดมุ่งหมาย อย่างใดอย่างหนึ่ง บนเขาพระวิหารแน่นอน ซึ่งตนได้ให้ทหารทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้ อย่างละเอียดแล้ว


ในส่วนของ การปรับกำลังทหาร บนเขาพระวิหารนั้น ขณะนี้กำลังรอฟังคำสั่ง จากหน่วยเหนือ ซึ่งวันนี้ได้มีการนำเรื่องนี้เข้าหารือ เพื่อ ขอมติจาก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการดำเนินการ ปรับกำลังทหาร ซึ่งผลการพิจารณา ในรายละเอียดเป็นประการใด ตน และทหารไทยทุกคน ที่ตรึงกำลังอยู่ บนเขาพระวิหาร พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของ หน่วยเหนือ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2551 16:37 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000092244


พิมพ์ ข่าวนี้ เขมรไหวตัว! ขนชาวกัมพูชากลับเข้ายึดตลาดเชิงเขาวิหาร-รุกล้ำเขตแดนไทยเช่นเดิม


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ทหารเขมรติดอาวุธ 100 นาย บุก “ตาเมือนธม” อีก – ผบ.กกล.สุรนารี เจรจา ไร้ข้อยุติ

คณะ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี ฝ่ายไทยร่วมเจรจา กรณีปัญหาปราสาทตาเมืภ??ธม กับคณะขภ?? นายซาน วันนา รภ??ผู้ว่าฯ ภ??ดรมีชัย ฝ่ายกัมพูชา ที่ด่านช่ภ??จภ?? จ.สุรินทร์ วันนี้ (5 ส.ค.)

คณะ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี ฝ่ายไทยร่วมเจรจา กรณีปัญหาปราสาทตาเมือนธม กับคณะของ นายซาน วันนา รองผู้ว่าฯ อุดรมีชัย ฝ่ายกัมพูชา ที่ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ วันนี้ (5 ส.ค.)


เหิมหนัก! ทหารเขมรติดอาวุธ 100 นาย
บุก “ตาเมือนธม” อีก –
ผบ.กกล.สุรนารีเจรจา ไร้ข้อยุติ
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


สุรินทร์ – เขมรเหิมหนักข้อ! “พล.ต.โป เฮง” รอง ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา เจ้าเดิมนำกำลังทหาร กว่า 100 นาย พร้อมอาวุธสงครามครบมือ บุกปราสาทตาเมือน รอบ 2 เผชิญหน้าทหารพรานไทย แต่ถูกปฎิเสธ ห้ามเข้าเด็ดขาด ก่อนถอยร่นกลับไปตั้งฐานปฏิบัติการประจันหน้า ห่างจากทหารไทย 2 กม.


ส่วนการเจรจา หาข้อยุติปัญหาชายแดน กรณีปราสาทตาเมือนธม ระหว่าง ผบ.กองกำลังสุรนารี กับฝ่ายกัมพูชา ไร้ข้อยุติ เผยฝ่ายเขมรยื่นให้ไทย ถอนกำลัง ออกจากปราสาท แต่ฝ่ายไทยรับไม่ได้ ด้านผู้ว่าฯ สุรินทร์ ยกคณะนำสิ่งของ รุดให้กำลังใจ ทหารที่ ปราสาทตาเมือนธม


วันนี้ (5 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีปัญหาปราสาทตาเมือนธมว่า ล่าสุดเมื่อ เวลา 08.30 น. ที่ปราสาทตาเมือนธม บ.หนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เกิดเหตุการณ์ ทหารกัมพูชากว่า 100 นาย พร้อมอาวุธสงครามครบมือ นำโดย พล.ต.โป เฮง รองผู้บัญชาการ ทหารภูมิภาคที่ 4 กัมพูชา ได้นำกำลังเดินเท้าเข้ามา ยังบริเวณจุดตรวจส่วนหน้าของทหารไทย


กองร้อยทหารพรานจู่โจม ที่ 960 กรมทหารพราน ที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และได้เผชิญหน้ากับทหารพรานของไทยดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนออกไป ประมาณ 500 เมตร


พล.ต.โป เฮง รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา ได้เข้าเจรจากับ ทหารพรานของไทย เพื่อขอเข้าชม ปราสาทตาเมือนธม อีกครั้ง หลังจากที่ ได้นำกำลังทหาร กว่า 50 นายพร้อมอาวุธครบมือ เดินทางมาขอเข้าชมปราสาทตาเมือนธมไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ส.ค. ที่ ผ่านมา


ทางด้านทหารพรานกองร้อยจู่โจม ที่ 960 ได้ชี้แจ้งว่าไม่สามารถอนุญาต ให้ทหารกัมพูชาเดินทาง เข้ามายังปราสาทตาเมือนธมได้ เนื่องจากขณะนี้ กำลังมี การเจรจาหารือระหว่างคณะของ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กลล.สุรนารนี) กองทัพภาคที่ 2 ผู้แทน ฝ่ายไทย กับ คณะผู้แทน จังหวัดอุดรมีชัย และ ทหารจากภูมิภาคที่ 4 ฝ่ายกัมพูชา เพื่อหาข้อยุติในเรื่อง กรณีปราสาทตามเมือนธม นี้ อยู่ที่ด่าน ผ่าน แดนถาวร ไทย-กัมพูชาช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หากมีข้อยุติ อย่างไรเป็นที่ชัดเจนแล้ว ก็สามารถมาชมปราสาทตาเมือน ได้


จากนั้น พล.ต.โป เฮง รอง ผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 กัมพูชา จึงนำกำลังทหารกว่า 100 นาย เดินทางกลับเข้าไป ยังเขตประเทศกัมพูชา และ ได้ตั้งฐานปฎิบัติการ อย่างมั่นคง ห่างจากจุดตรวจการณ์ส่วนหน้า ของทหารพรานกองร้อยจู่โจม ที่ 960 ของไทย ออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งสามารถมองเห็น จากจุดตรวจการณ์ส่วนหน้า ได้อย่างชัดเจน
นายซาน วันนา รภ??ผู้ว่าฯ ภ??ดรมีชัย (คนขับ) และ นายวาส ปาละนิน ปลัดจังหวัดภ??ดรมีชัย คนนั่งค

นายซาน วันนา รองผู้ว่าฯ อุดรมีชัย (คนขับ) และ นายวาส ปาละนิน ปลัดจังหวัดอุดรมีชัย (คนนั่งคู่)



ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันที่ฐานปฎิบัติการกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล (ร้อย ลว.ไกล) บริเวณด่านผ่านแดนถาวร ไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี และ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 (ผบ.พล ร.6) กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พ.อ.นิเวศน์ ฉายากุล หัวหน้าหน่วย ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา, พ.อ.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรม ผู้บังคับการ กรมทหารพรานที่ 26


ได้เข้าประชุม หาข้อยุติปัญหาชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม กับคณะผู้แทนฝ่ายกัมพูชา นำโดย นายซาน วันนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย, นายวาส ปาละนิน ปลัดจังหวัดอุดรมีชัย, พ.ต.เมี๊ยะ เฮง รองหัวหน้าหน่วยประสานงาน ชายแดน กัมพูชา-ไทย (น้องชาย พล.ต.โป เฮง รอง ผบ. ภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา)


ทั้งนี้ ผู้แทนทั้ง 2 ฝ่าย ได้เจรจาหารือ เพื่อหาข้อยุติปัญหา กรณีปราสาทตาเมือนธมร่วมกัน เพียงประมาณ 30 นาที ก็ได้ยุติลง โดย พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี และ ผบ.พล ร. 6 ได้เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่จอดอยู่บริเวณศูนย์ฝึกอาชีพ อำเภอกาบเชิง เดินทางกลับทันที
ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่ภ??จภ??-โภ??์เสม็ด ฮกาบเชิง จ.สุรินทร์

ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

โดยไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด หรือให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด


ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายซาน วันนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ได้รับคำตอบว่า การเจรจา ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งทหารไทย และ ฝ่ายกัมพูชา เจรจากันด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างสงบเรียบร้อยดี ยืนยันได้


จากนั้น นายซาน วันณา ก็ได้ขับรถผ่านด่านตรวจของ ตำรวจตรวจคนเข้าไปเมือง ด่านผ่านแดนถาวร ไทย-กัมพูชา ช่อมจอม-โอร์เสม็ด เข้าไปในเขต ประเทศกัมพูชา ทันที


รายงานข่าวแจ้งว่า การเจรจากันในที่ประชุม ระหว่างคณะของ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี และ ผบ.พล ร.6 ฝ่ายไทยกับคณะของ นายซาน วันณา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ฝ่ายกัมพูชา ครั้งนี้


ทางฝ่ายกัมพูชาได้ขอให้ทหารไทยอย่าได้วางกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม บ.หนองคันนา ต.ตามเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และ ที่บริเวณภูพนมปอย ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องการปักปันเขตแดน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา ก็จะไม่นำทหาร
ทหารพรานไทย เร่งนำรั้วลวดหนาม วางเป็นแนวกั้นตามพื้นที่ ปราสาทตาเมืนธม

ทหารพรานไทย เร่งนำรั้วลวดหนาม วางเป็นแนวกั้นตามพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม

เข้ามา ในพื้นที่ ดังกล่าวเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าว ฝ่ายทหารไทยยังไม่ได้ตกลงรับปาก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่จะต้องเสนอผลการเจรา ในวันนี้ (5 ส.ค.) ให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตลอดทั้ง รัฐบาลไทยพิจารณาต่อไป การเจรจาของทั้ง 2 ฝ่ายจึงได้ยุติลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีข้อสรุป แต่อย่างใด


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อเวลา 15.00 น.วันเดียวกันนี้ (5 ส.ค.) นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาด จังหวัดสุรินทร์ และ สมาชิกเหล่ากาชาด รวมทั้งกลุ่มพลังมวลชน จังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางไปมอบสิ่งของ สร้างขวัญกำลังใจ ให้แก่ ทหารพรานร้อยจู่โจมที่ 960 กรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ที่ปฎิบัติหน้าที่ รักษาอธิปไตยของไทย บริเวณ ปราสาทตาเมือนธม ชายแดนไทย-กัมพูชา บ.หนองคัน ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2551 15:45 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000092175


พิมพ์ ข่าวนี้ เหิมหนัก! ทหารเขมรติดอาวุธ 100 นายบุก “ตาเมือนธม” อีก – ผบ.กกล.สุรนารีเจรจาไร้ข้อยุติ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.