Accom Thailand

August 26, 2008

“ส.ส.ร.50” ชี้จุดเด่น รัฐธรรมนูญ 50 ที่พวก นักโกงเลือกตั้ง พันธุ์โกงบ้าน กินเมือง จ้องทำลายล้าง


ผู้ว่าฯ ธปท. มีโอกาสได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
พระองค์ท่าน มีพระราชดำรัส ขอบใจ
ที่เหน็ดเหนื่อย เรื่องการเงิน ซึ่งเป็นงานหนัก และสามารถปฏิบัติงานด้านการเงิน เป็นที่ เรียบร้อย ไม่ให้ บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ ใกล้ล่มจมแล้ว ซึ่งอาจเพราะใช้เงิน ไม่ระวัง



“จรัญ” ตอก พวกคิดแก้ รธน. ชี้ พรรคไม่พัฒนา ก็เป็นแค่ “แก๊งโจร”

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


“ส.ส.ร.50” ชี้จุดเด่นรัฐธรรมนูญ 50 ที่พวก นักโกงเลือกตั้ง พันธุ์โกงบ้าน กินเมือง จ้องทำลายล้าง “จรัญ” ชี้ ม.190 จับ นักการเมือง โกหก และ ป้องกัน การขายชาติได้ ย้ำ ม.237 มุ่งพัฒนา พรรคการเมือง ให้เป็นสถาบัน ถ้าพรรคไหน ยกตัวขึ้นเป็น สถาบันไม่ได้ ก็เป็นได้แค่ แก๊งโจร


“วิชา” ยันต้องใช้ยาแรง ใครทนยาไม่ได้ ก็ให้ตายไป “ชูชัย” ชี้รัฐธรรมนูญ 50 จะไม่ถูกทำลาย ถ้า สื่อ นักวิชาการ และ พันธมิตรฯ ช่วยกันออกมา ให้ความรู้ กับประชาชน


เมื่อเวลา 13.00 น. วานนี้ (25ส.ค.) ที่รัฐสภา ชมรม ส.ส.ร.50 ได้จัดเสวนา “1 ปี กับ ฤทธิ์เดชของ รัฐธรรมนูญ ปี 50” โดย นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และ ประธานชมรม ส.ส.ร. 50 เป็นประธาน


เปิดการสัมมนา โดยมี อดีต ส.ส.ร. และ อดีตกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ และ ส.ส.ร. กว่า 10 คน เข้าร่วมเสวนา


โดย นายจรัญ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นการร่าง ขึ้นมา ช่วงบ้านเมือง มีปัญหา จึงต้อง ให้ยาแรงกันบ้าง แต่ในภาพรวม หลังการบังคับใช้ มา 1 ปี ถือว่าน่าพอใจ โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลง ที่มาของ ส.ว. ให้มาจากเลือกตั้ง และ สรรหา ได้แสดง ผลงาน ให้เป็นที่ ประจักษ์แล้ว


ดังนั้น หากจะย้อนกลับไป ใช้ระบบเดิม ปัญหาเดิม ก็จะวนกลับมา นำไปสู่ ความไม่เชื่อถือต่อ วุฒิสภา ขอให้เรา ช่วยกันประคับประคอง และ ใช้ระบบนี้ ให้มั่นคง ต่อไป เชื่อว่ารูปแบบนี้ จะเป็นรูปแบบ ที่ยั่งยืนในอนาคตได้


ส่วน มาตรา190 นั้น ทำให้เห็นชัดเจน และ ช่วยจับโกหก จับพฤติกรรม ที่ส่อพิรุธ ของ อดีต รมว. ต่างประเทศ จนต้องแสดง ความรับผิดชอบ ด้วยการลาออก ถ้าไม่มี มาตรา 190 การจับโกหก และ การป้องกันผลประโยชน์ชาติ อาจไม่เกิดผล อาจถูกคน ที่ใช้อำนาจ ในทางมิชอบ ขายสิทธิประโยชน์ ของประเทศ ซึ่งตนเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับ มาตรา 190 เพราะทำให ้รู้ความเคลื่อนไหว ของรัฐบาล ตนจะเสียดายมาก หากมาตรานี้ ถูกทำลายลงไป


นายจรัญ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรา 237 ถือว่า มีข้อโต้แย้งมาก แล ะเป็นเป้าหมาย ที่จะถูกล้มล้างทำลาย ลงให้ได้ ซึ่งมาตรานี้ เป็นการแก้ปัญหา ทุจริต ซื้อสิทธิ ขายเสียง ที่เป็นมะเร็ง คอยแทะกระดูกเลือดเนื้อ คอยกัดกินสังคมไทยมานาน จนมองไม่เห็นทางแก้ แต่มาตรานี้ เป็น กุศโลบาย ที่กำหนด หรือ กำกับพฤติกรรม ของนักการเมือง ให้ไม่ซื้อเสียงโดยเด็ดขาด มีคุณสมบัติ การเป็นพรรคการเมือง ที่ดี มีศักดิ์ศรี เป็น สถาบัน ไม่ใช่ถูกดูถูกว่า เป็นเพียง นักเลือกตั้ง ที่ซื้อเสียงเข้ามา


“หากพรรคไหน รักษามาตรฐานนี้ ไม่ได้ กรรมการบริหารพรรค ไปซื้อเสียง แล้วถูกจับได้ พรรคการเมืองนั้น ไม่ใช่สถาบัน เป็นแค่ แก๊งโจร ที่ สถาบันการเมือง และ พรรคการเมือง ต้องช่วยกัน ขจัดออกไป ยังเชื่อว่ามาตรานี้ จะอยู่กับ รัฐธรรมนูญต่อไป ตราบนานเท่านาน ไม่ว่าใคร จะมาร่างมาเขียน ก็ตาม” นายจรัญกล่าว

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.


นายวิชา มหาคุณ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ ได้แสดง ฤทธิ์เดช มาครบ 1 ปี ซึ่งตน ใจหายใจคว่ำ ว่า องค์กร ป.ป.ช. จะอยู่ไม่ได้มา ถึงขนาดนี้ หาก ประชาชน ไม่หนุน ก็ไปไม่รอด มีการมุ่งโจมตีว่า มุ่งล้ม พรรคการเมือง โดยเฉพาะ ฝ่ายรัฐบาล แต่ตนว่า ถ้าเรารู้ปัญหาแล้ว ไม่ยอมแก้ ก็เสียชาติเกิด ทำให้ชาติเสียหาย ป.ป.ช. ยิ่งทำงาน ยิ่งรู้ซึ้ง ถึงปัญหา


โดยเฉพาะเรื่อง ทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าไม่แก้ไข ให้ทันท่วงที ประเทศชาติ ก็คงไม่เหลือ เปรียบเหมือน โรคห่าลง สมัยรัชกาลที่ 4 หากไม่กวาดล้าง หรือเอา แพทย์แผนใหม่ มาผ่าตัด ยังใช้ หมอผีเขมร มาปัดเป่า คงไม่มีทาง แก้ไขได้ การรักษาด้วย แพทย์แผนใหม่ อาจรุนแรง ต้องวางยา แล้ว ผ่าตัด เอาเนื้อร้ายทิ้ง บางคน ทนยาไม่ไหว ก็ต้องตายไป ต้องยอมรับ เพราะคนไทย ที่เหลือ จะเป็นคนสุขภาพดี


รัฐธรรมนูญ 50 จึงเป็น การให้ยา ที่ถูกสุขลักษณะ ถ้าคนไม่ไปกินของ สกปรก ก็ไม่ตาย แต่จะมาบอกว่า เราวางยา พรรคการเมือง คงไม่ได้ เป็น เรื่องของ อิทัปปจฺยตา ที่ผลต้องมา จากเหตุ ผลของรัฐธรรมนูญ จึงออกฤทธิ์เดช โดย ศาลอาญา แผนนกคดีเลือกตั้ง ตัดสินอย่าง ตรงไปตรงมา ทำตามหลักนิติธรรม


นายวิชา กล่าวว่า มาตรา 237 เป็นยาแรง ก็จริง แต่เพิ่งเริ่มลองใช้ คงไม่ใช่ ทำลายล้าง พรรคการเมืองให้หมดไป เพราะได้ข่าวว่า เตรียมตั้ง พรรคใหม่ ไว้สวมหัวแล้ว ที่ร้องโอดโอย อยู่นี้ เป็นพวก ผู้บริหารระดับสูง ทั้งนั้น ไม่ใช่ สมาชิกพรรค ที่เป็นรากหญ้า ถ้าเริ่มต้นใหม่ผิด ก็จะผิดไปหมด เหมือน กลัดกระดุม เม็ดแรกผิด ก็ดู ทุเรศทุรัง ยืนยันว่า


ต้นไม้นี้ ไม่มีพิษ หากบุคคล ที่ไปจับนั้น ไม่มีแผล บนฝ่ามือ แต่หากมี บาดแผล พิษนั้นอาจแล่นเข้าสู่ ร่างกายได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น คตส. หรือ กระบวนการยุติธรรม นั้นมีอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มเติม ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นพิษ กับคนที่มี บาดแผล บนฝ่ามือ อาจทำให้ตายได้ หรือไม่ ไม่รู้ เพราะท่าน ก็ไม่ได้มาปรากฏตัว อีกแล้ว ตุลาการภิวัฒน์ ไม่ได้ทำอะไร เพิ่มไปจากปี 40


อย่างเรื่อง ถุงขนม 20 ล้าน ก็ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญ นี้จัดการ แต่เป็น องค์กร ที่เข้มแข็ง เขาจัดการเองได้ โดยไม่ต้องให้ ใครมายุ่งเกี่ยว ฤทธิ์เดช ที่เกิดขึ้น ไม่ได้อาศัย กำลังจากภายนอก แต่เป็น ฤทธิ์เดช ที่ทำให้ ไม่มีใครไป ยุ่งย่ามได้ สามารถเปล่งพลัง ออกมาโดยไม่มีใคร แทรกแซง


ส่วนการทำหน้าที่ ของ ป.ป.ช. นั้น อยู่ที่ ฝ่ายนิติบัญญัติ จะแก้กฎหมาย หรือ ไม่ หากแก้ แล้ว กำหนดวาระ เท่านั้น เท่านี้ เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ การจะแก้ ต้องตอบประชาชน ได้ว่า เพราะกลัวว่า องค์กรนี้จะไปทำให้ท่าน มีภัยหรือไม่


นพ. ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตรองประธาน คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ กล่าวว่า ถ้า รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ สามารถใช้ไปได้ อีก 2 ปี เชื่อว่า การเมืองจะมี การพัฒนาขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น ก็น่าจะปรับปรุงแก้ ในจุดบกพร่องได้ โดยการที่ จะทำให้รัฐธรรมนูญ สามารถดำรงอยู่ได้ มีอยู่ 3 ข้อ คือ


1. สื่อมวลชนต้องเสนอ ความจริง ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 46 ให้สิทธิคุ้มครอง เอาไว้แล้ว


2. นักวิชาการ ผู้อาวุโส ในบ้านเมือง หรือ กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องช่วยกัน ออกมาให้ความรู้ แก่ประชาชน


3. การยืดเวลา การแก้รัฐธรรมนูญ ออกไป ให้กระบวนการ ตุลาการภิวัฒน์ ได้ทำงานอย่าง มีประสิทธิภาพ ถ้าทำได้แบบนี้ ชาติจะไม่ล่มจม


นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการ คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ กล่าวว่า ไม่คิดว่า รัฐธรรมนูญ 50 จะอยู่รอด ปากเหยี่ยวปากกา มาได้ครบ 1 ปี มีการป้ายสี รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ที่มา ว่าเป็นเผด็จการ จาก คมช. แต่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ทำให้ คนตื่นตัว ทางการเมือง สูง


แต่ก็ยังมี คนพยายาม ใส่ใข่ ให้มองว่า รัฐธรรมนูญผิดเพี้ยนไป อย่างร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ ที่มีข่าว จะถูก ส.ส.ตีตกไป คือ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญ ว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วย วิธีพิจารณา ความศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ซึ่งเป็น การคัดค้าน เพราะมี การกำหนด ห้ามละเมิด อำนาจศาล มากกว่า


แสดงว่า คนที่คัดค้าน จ้องจะ ละเมิดอำนาจศาล ใช่หรือไม่ คิดว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว เชื่อมั่นว่า รัฐธรรมนูญ 50 ได้สร้าง สมดุล ของ อำนาจ 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการพอสมควร น่าจะทำให้ ประเทศไทย ดีขึ้นกว่า ที่เป็นอยู่ ยังเดาไม่ออกว่า หากรัฐบาลชุดนี้ ได้ใช้ รัฐธรรมนูญ 40 บ้านเมือง จะเป็นอย่างไร

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 26 สิงหาคม 2551 03:34 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000100579


พิมพ์ ข่าวนี้ “จรัญ”ตอกพวกคิดแก้ รธน. ชี้พรรคไม่พัฒนาก็เป็นแค่”แก๊งโจร”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: