Accom Thailand

September 10, 2008

“บวรศักดิ์” จี้ต่อมสำนึก จริยธรรม “อดีตนายกฯ จมูกชมพู่” จะตอบชาวโลกอย่างไร หากดันทุรัง กลับเข้ามาอีก

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,วิกฤติ,สิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 00:01
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


10 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


พันธมิตร เฮ! ชงรบ.แห่งชาติ


ชี้ต้องยึดมั่นศาล เพราะเป็นที่พึ่งสุดท้าย
พันธมิตรฯ เฮทันควัน แต่ยังไม่เลิกชุมนุม
แพลมแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ
เยาวชนเลื่อนหยุดเรียน 3 วัน


“นักวิชาการ” แนะถอนข้อหากบฏ
ก่อนเจรจาหาทางออก


มติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของ นายสมัคร สุนทรเวช สิ้นสุดลง เนื่องจาก การกระทำ ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ปี 2550 กรณีการไปเป็น พิธีกร รายการ ชิมไปบ่นไป และ ยกโขยงหกโมงเช้า ได้ก่อให้เกิด เสียงวิพากษ์วิจารณ์ หลากหลาย โดยเฉพาะ ท่าทีของ พรรคพลังประชาชน (พปช.) ที่ยังยืนยัน จะเสนอชื่อ นายสมัคร กลับมา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกครั้ง


โดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า กล่าวเรื่องนี้ว่า ตามกฎหมาย ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 10 วรรคสี่ กำหนดว่า ในกรณีที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากนายกฯ ตาย ขาดคุณสมบัติ หรือ ต้องคำพิพากษา


ให้ ครม. มอบหมาย ให้ รองนายกรัฐมนตรี คนใดคนหนึ่ง รักษาการ ซึ่งไม่จำเป็น ต้องเป็น รองนายกฯ คนที่ 1 แต่ถ้าไม่มี ครม. สามารถ มอบหมาย ให้ รัฐมนตรี คนใดรักษาการ ก็ได้ ส่วนขั้นตอนต่อไป


รัฐธรรมนูญมาตรา 180 กำหนดว่า ครม. พ้นจากตำแหน่ง ด้วยเหตุ ความเป็น นายกรัฐมนตรี ของนายกฯ สิ้นสุดลง ให้ สภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และ 173 ให้ความเห็นชอบ นายกฯ คนใหม่ ให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เขียนตรงๆ แต่เป็นการนำมาใช้ โดยอนุโลม


นายบวรศักดิ์ ยังได้กล่าว ตอบข้อซักถาม เรื่อง นายสมัคร สามารถกลับเป็นนายกฯ ได้อีกว่า


ถ้าดูแต่ตัวบท กฎหมาย ก็เป็นอย่างนั้น แต่ถ้าดูเรื่อง จริยธรรม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นผม จะไม่กลับมา มันคงอธิบายให้ โลกทั้งโลก ฟังไม่ได้ว่า นายกฯ กระทำการ ขัดในเรื่อง ประโยชน์ส่วนบุคคล กับ ประโยชน์ส่วนรวม ในคำวินิจฉัย บางส่วน ยังระบุว่า เชื่อได้ว่า มีการทำ พยานหลักฐาน ขึ้นใหม่ จึงเป็นเรื่อง จริยธรรม ที่ลึกซึ้ง


เมื่อซักว่า มองอย่างไรที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ คำว่า ลูกจ้าง จนมีผล ออกมาดังกล่าว นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า


ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความกว้างไกล กว่าที่ ปรากฏใน รัฐธรรมนูญ โดยยึดเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ ไม่ติดกรอบพิธี ของศาลทั่วไป เช่น การวินิจฉัย คำว่าลูกจ้าง โดยถ้าความเข้าใจทั่วไป ของคนเรียนกฎหมาย จะเป็นไปตาม สัญญาจ้างแรงงาน ตามประมวลกฎหมายแพ่ง กฎหมาย แรงงาน


แต่ศาลตีความกว้างกว่า โดยยึดเจตนารมณ์ ไม่ต้องการให้ใช้ ตำแหน่งหน้าที่ มาเอื้อประโยชน์ ส่วนตัว เหมือนกรณี การวินิจฉัย แถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เข้า รัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่ตีความว่า เนื้อความของ แถลงการณ์ร่วม อาจทำให้ อาณาเขตมีปัญหา จึงต้องให้ รัฐสภาเห็นชอบ


การตีความแบบนี้ ไม่เสียหาย และยังเป็น เรื่องดี นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 181 เขียนไม่ชัดว่า เมื่อ ครม.พ้นจากตำแหน่ง ให้รักษาการ จนกว่า จะมี ครม.ใหม่ มา ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ให้ความชัดเจนว่า รัฐมนตรีคนอื่นๆ รักษาการได้ ยกเว้นนายกฯ ถือเป็นมิติใหม่ ของศาลรัฐธรรมนูญ” นายบวรศักดิ์ระบุ


และเมื่อถามว่า ผลการวินิจฉัย น่าจะทำให้ ความขัดแย้ง ทางการเมือง คลี่คลายไปบ้าง นายบวรศักดิ์กล่าวว่า


ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้น แต่ขั้นตอน ต่อจากนี้ เมื่อสภาโหวต นายกฯ คนใหม่ ก็ต้องจัด ครม.ชุดใหม่ จากนั้น ก็เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ครม.ชุดเดิม ก็พ้น จากนั้น ครม.ชุดใหม่ ก็ต้องมา แถลงนโยบายต่อสภา จึงจะทำงานได้


นาย พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการ โครงการปริญญาโท คณะพัฒนาสังคม และ สิ่งแวดล้อม สถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) กล่าวเรื่องนี้ว่า การหลุดจาก ตำแหน่งของ นายสมัคร จะเป็นช่องว่าง ให้แต่ละกลุ่ม ช่วงชิงการนำ


โดยพรรคชาติไทย ก็จะพยายามหาโอกาส ผลักดัน นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็น นายกฯ รวมถึง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องช่วงชิงการนำ แต่ไม่ว่า ใครเป็นนายกฯ คงไม่ทำให้อะไร ดีขึ้นมากมาย


“ถ้านักการเมือง มีความรับผิดชอบ ทางการเมือง และมีจริยธรรม คงลาออกไป ตั้งแต่กรณี ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย การลงนามไทย-กัมพูชา เรื่องปราสาทพระวิหาร แล้ว ไม่ต้องให้มี การชุมนุม จนเกิดวิกฤติ แบบนี้” นายพิชายกล่าว


รศ.ดร. ปิติ ทฤษฎิคุณ รองอธิการบดี เขตการศึกษาตรัง กล่าวว่า หากมีการเสนอชื่อ นายสมัคร กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ความรุนแรง คงเหมือนเดิม และ หากมีการเปลี่ยนขั้ว ความรุนแรง อาจมากกว่า พรรคพลังประชาชน เป็นรัฐบาลด้วยซ้ำ ซึ่งโอกาสที่จะเกิด หรือ ไม่เกิดอยู่ที่ 50/50 เหมือนกัน


“ทางที่ดี ฝ่ายพันธมิตรฯ ก็น่าจะมี นายกฯ ในดวงใจ เผื่อเป็นทางเลือกให้ ประชาชน เพราะวันนี้ พันธมิตรฯ ไม่เอา นายสมัคร แต่ไม่ยอมบอกว่า เอาใครมาเป็น นายกฯ และ หากไม่ถอยกัน คนละก้าว เชื่อว่าการเมืองไทย มีแต่มืดมนแน่นอน” รศ.ดร.ปิติกล่าว


นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เลขาธิการมูลนิธิ องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) กล่าวเช่นกันว่า หากเลือก นายสมัคร กลับเข้ามา ดำรงตำแหน่ง ใหม่ จะเลวร้าย เหมือนเดิม และ ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ ยิ่งชุมนุม และ ขยายมวลชน มากขึ้น


แต่หากเลือกตัวแทน จากพรรคพลังประชาชน มาเป็นนายกฯ แทน เช่น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาเป็นนายกฯ แทน ก็ไม่แก้ปัญหา เพราะเป็น คนกลุ่มเดียวกัน พันธมิตรฯ ก็จะชุมนุมขับไล่ต่อ


“แนวคิดให้พรรคฝ่ายค้าน เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลแทนนั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะพรรครัฐบาล คงไม่ยอม ดังนั้นทางออก ที่ดีที่สุด คือหาคนจาก พรรคร่วม ที่มีท่าทีประนีประนอม มาเป็นนายกฯ ชั่วคราว และให้มีการ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่” นายสมชัยกล่าว


กองทัพย้ำต้องยึดมั่นศาล


พล.อ. บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวว่า ศาล ถือเป็น สถาบันสุดท้าย สถาบันเดียว ที่เราต้อง รักษาไว้ ด้วยการให้กำลังใจ แม้ไม่ได้สมบูรณ์ 100% เพราะศาล ก็คือคน แต่คนเหล่านี้ ก็ดีกว่า คนทั่วๆ ไป ซึ่งถ้าคนไม่ดีมากขึ้น ศาล ก็ต้อง ทำงาน หนักมากขึ้น เป็นธรรมดา ต้องให้กำลังใจท่าน แม้ไม่ได้ให้ กำลังใจโดยตรง ให้กำลังใจ ทางสื่อก็ยังดี


“ผลการวินิจฉัยวันนี้ ออกมาอย่างไร ทุกคนต้องยอมรับ แม้เราคิดว่าไม่ยุติธรรม เราต้องมั่นคงในศาล เราต้องปฏิบัติ ตามคำสั่งศาล เพราะเรา เป็นผู้นำ ต้องปฏิบัติ เป็นตัวอย่าง ไม่อย่างนั้น ใครจะปฏิบัติตาม ทุกคน ก็ดื้อแพ่ง กันหมด ในที่สุดบ้านเมือง ก็ไปไม่รอด ใครเป็นผู้นำ ก็ปกครองไม่ได้ เราก็จะเป็นเหมือน บางประเทศ ที่ทำอะไรไม่ได้” พล.อ.บุญสร้างระบุ


พล.อ.บุญสร้าง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำประโยชน์ มากมายมหาศาล ให้ประเทศชาติ ซึ่งก็ดูเหมือนไปได้ดี แต่ทรง หันหลังกลับมา อีกที อ้าว..เป็นไปอย่างนี้ได้อย่างไร พระองค์ท่าน คงช้ำพระทัย พอสมควร


เพราะฉะนั้น เราต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องพิสูจน์ให้ พระองค์ท่าน ทรงเห็นว่า ถึงพลั้งพลาดกันบ้าง แต่ในที่สุด เราแก้ไขปัญหา และลุกขึ้นมา ได้เอง ไม่ใช่ ล้มลุกคลุกคลาน เวลาคลาน ก็คลาน ไปคนละทิศ บ้านเมืองเรา พอลุกขึ้นมาได้ ต้องเดินไป ในทิศทางเดียวกัน ถ้าพวกเราคิดได้ อย่างนี้ ก็จะดี เพราะ ทุกคนพูดว่า รักพระเจ้าอยู่หัวด้วย แต่เราไม่สามัคคีกัน ถ้านึกถึง พระองค์ท่านมากๆ ต้องสามัคคีกัน


ถ้าไม่สามัคคี แสดงว่าไม่คิด ถึงพระองค์ท่าน ถ้าสร้างความแตกแยก อยู่เรื่อยๆ แสดงว่า ไม่รักพระองค์ท่าน เพราะ พระเจ้าอยู่หัว ตรัสถึงเรื่อง ความสามัคคี มากมาย เป็นเครื่องบ่งชี้ที่สุดว่า คนไหนจงรักภักดี จริงหรือไม่ ซึ่งอยู่ที่การกระทำ


สำหรับข้อเสนอให้ ทหารเข้ามาแก้ไขปัญหา ในฐานะคนกลาง พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า คงไม่เหมาะ และ ในฐานะเป็น ผู้นำทางทหาร ก็ต้องเป็น กลาง ซึ่งปัญหาขณะนี้ คือช่องว่าง ของคนในชาติ เราต้องพยายาม ลดช่องว่าง ทางเศรษฐกิจ การศึกษา และ สังคม


แต่ก็ยังไม่ได้ เพราะเป็น ปัญหา วงจรอุบาทว์ ถึงพูดรัฐบาล ก็ไม่ฟัง ไปทำเรื่อง เฉพาะหน้า เรื่องระยะยาว ไม่ทำ ก็เลย ทำให้ สังคมเสื่อม วงจรอุบาทว์ ก็เข้ามาเรื่อยๆ หมุนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลงเหว


เมื่อถามว่า วงจรอุบาทว์ จะย้อนกลับมา เหมือนเหตุการณ์ 19 ก.ย. 49 หรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ทหารเป็นผู้มีอาวุธ ทำอะไรก็คงไม่ยาก แต่ทำแล้ว จะดีหรือไม่


การปฏิวัติต้อง ปฏิวัติที่จิตใจคน คนที่ปฏิวัติ ต้องมีหัวปฏิวัติ ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ยึดอำนาจ และ การปฏิวัติ ต้องสมเหตุสมผล ก็สามารถทำได้


ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ เหมาะสมจะปฏิวัติ หรือไม่นั้น เห็นว่าทุกอย่าง ต้องมาจากคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่มาจาก คนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง หยิบอาวุธ ออกไปปฏิวัติ ซึ่งวิธีการต่างๆ ต้องทำให้ เหมาะสม กับเหตุการณ์ และมีความเป็นไปได้ด้วย เพราะ ปัญหาซับซ้อน ขึ้นทุกวัน


เดี๋ยวนี้ ทหารปฏิวัติ ก็จะไปไม่รอด เพราะถูกด่าทั้ง ในและนอกประเทศ


พันธมิตรฯ เฮหมักหลุดเก้าอี้


ด้านท่าทีของ กลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในขณะที่ ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว ได้เกิดพายุฝน กระหน่ำลงมา อย่างหนัก ไปทั่วบริเวณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นที่ชุมนุม ทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว ผู้ชุมนุม ต่างหลบฝน เข้าไปใต้หลังคา ตึกบัญชาการ และ ตึกไทยคู่ฟ้า กันอย่างโกลาหล


แต่สายตาทุกคู่ ของผู้ชุมนุม ยังคงจับจ้อง การอ่านคำวินิจฉัย จากโทรทัศน์ ที่ติดตั้งไปทั่ว บริเวณการชุมนุม อย่างใจจดใจจ่อ โดยผู้ชุมนุมได้ ตีกลอง ตบมือ ร้องเพลง สลับตะโกน เฮลั่น เป็นบางช่วง ที่ตุลาการอ่านคำร้อง ถูกใจผู้ชุมนุม และ บนเวที การปราศรัย ก็ได้หยุดพัก การปราศรัย เพื่อติดตาม ฟังการวินิจฉัย กัน


ในขณะที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ (Young PAD) ซึ่งได้นัดหยุดเรียน เป็นเวลา 3 วัน โดยเริ่มจากวันที่ 9 ก.ย. เป็นวันแรก ในช่วงบ่ายมี นักเรียน นิสิต และ นักศึกษา ทยอยเดินทาง มารวมตัวกัน มากขึ้น กว่าช่วงเช้า และ ยังคงมีการปราศรัย บนเวที ท่ามกลางสายฝน
และ หลังจากที่ นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยให้ นายสมัคร สิ้นสุดความเป็น รัฐมนตรี ของ นายกรัฐมนตรี ผู้ชุมนุม ทั้งที่ทำเนียบฯ และส ะพานมัฆวานฯ ต่างตะโกน เฮลั่น ด้วยความดีใจสุดๆ


นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การชุมนุมจะยุติ หรือถอย หรือไม่ นั้น ปัจจัย มันอยู่ที่ พรรคพลังประชาชน เพราะขณะนี้ ก็ไม่สารภาพผิด พยายามที่ดันให้ นายสมัคร กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเงื่อนไข แบบนี้พันธมิตรฯ คงไม่ถอย


“เราจะขยายผลในเรื่อง คดีของสมัครด้วย ในเรื่องของการให้ หลักฐานที่เป็นเท็จ และถ้าพลังประชาชน ยังจะถือเสียงข้างมาก เสนอนายกฯ สำรอง ทั้ง นพ.สุรพงษ์ หรือ นายสมชาย มันก็จะฝืนความรู้สึก ของสังคม เนื่องจากเป็นศพแล้ว นายสมชาย เป็นนอมินี ยิ่งกว่า นายสมัคร เสียอีก ในขณะที่ นพ.สุรพงษ์ ก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายใน คดีหวยบนดิน รวมทั้งพรรคพลังประชาชน ก็กำลัง จะถูกยุบพรรค” นายสุริยะใสกล่าว


นายสุริยะใสระบุอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้ ไม่มีฝ่ายใดยอมกัน ฝ่ายโน้นก็ไม่ยอม ยอมไม่ได้ เปลี่ยนขั้ว ก็เหมือนแพ้ ทุกอย่าง จะถูก ปลดล็อก โดย พรรคพลังประชาชน ไม่ใช่จาก กลุ่มพันธมิตรฯ และ สถานการณ์คงไม่ดีขึ้น อย่างที่เราเข้าใจ


สิ่งสำคัญที่สุด พลังประชาชน ต้องไขประตู เพราะเขาปิดตาย พลังประชาชน และ นายสมัคร ต้องถอย กระบวนการเจรจา ถึงจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้มี สัญญาณเหล่านี้ เกิดขึ้นเลย


“การชุมนุมต้องยาวต่อไป เพราะเงื่อนไข การต่อสู้ ยังไม่ถูก ปลดล็อก ส่วนแนวคิด รัฐบาลแห่งชาตินั้น กลุ่มพันธมิตรฯ ก็ไม่เคยคุย อย่างเป็น ทางการ แต่ถ้าหากจำเป็น ก็ต้องแสดงจุดยืน” นายสุริยะใสกล่าว


พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ ภายหลัง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ นายสมัคร พ้นจากความเป็น รัฐมนตรี


เรื่อง “ชุมนุมต่อเนื่อง หลังนายสมัคร สุนทรเวช สิ้นสุด การเป็นนายกรัฐมนตรี” ระบุบางตอนว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิพากษาให้ นายสมัคร สุนทรเวช สิ้นสุด การดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี แล้ว พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงถือว่า คำพิพากษาดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญ ที่พิสูจน์ ความชอบธรรม ในการชุมนุม เพื่อต่อต้าน รัฐบาล ที่กระทำผิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ


ดังนั้นภารกิจศักดิ์สิทธิ์ ต่อการใช้สิทธิชุมนุม ตามรัฐธรรมนูญ ในทำเนียบรัฐบาล ยังไม่สิ้นสุด และ ต้องดำเนินการต่อไป พันธมิตรฯ ระบุว่า เพื่อคลี่คลาย วิกฤติที่สุดในโลก และมิให้ประเทศชาติ ล่มจมต่อไป พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จึงขอเตือน ต่อ สภาผู้แทนราษฎร ให้สนับสนุนคนดี ให้มีอำนาจ และ ปกป้องมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ อย่าได้นำเสนอชื่อบุคคลใด ก็ตาม ที่มีประวัติด่างพร้อย กระทำผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ตระบัดสัตย์ต่อมวลมหาชน แสดงพฤติกรรม เป็นหุ่นเชิด เพื่อช่วยเหลือ หรือ ปกป้องผู้กระทำความผิด ต่อกฎหมาย ในระบอบทักษิณ มาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี อีกเป็นอันขาด


“พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอประณาม การมีมติของ พรรคพลังประชาชน ที่จะสนับสนุน นายสมัคร สุนทรเวช ให้กลับมาเป็น นายกรัฐมนตรี อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ได้กระทำความผิด ต่อ รัฐธรรมนูญ ว่าเป็นกลุ่มนักการเมือง ที่ไร้ซึ่งจริยธรรม และ หมดความชอบธรรม ในการที่จะ ปกครองประเทศต่อไป และถือว่า นักการเมืองเหล่านี้ คือผู้ที่จงใจ เลือกที่จะสร้างเงื่อนไขให้วิกฤติ ในบ้านเมือง ยังดำรงอยู่ต่อไป” แถลงการณ์ระบุ


นอกจากนี้ พันธมิตรฯ ยังระบุว่า ขอสนับสนุน การเปลี่ยนแปลง อำนาจทางการเมือง ของผู้ที่ปรารถนาดี ต่อประเทศชาติ จากทุกฝ่าย ให้เข้ามา คลี่คลาย วิกฤติของชาติ


นายวสันต์ วานิชย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดให้ นายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ เป็น นิมิตหมาย ที่ดี ซึ่งเครือข่ายฯ จะให้สมาชิก กลับไปเรียนตามปกติ แต่หาก พรรคพลังประชาชนสนับสนุนให้ นายสมัคร กลับมาเป็นนายกฯ เช่นเดิม หรือให้คน ในระบอบทักษิณ มาเป็นนายกฯ ทางเครือข่ายฯ ก็พร้อมระดมพล กลับมาขับไล่ที่สะพานมัฆวานฯ ตลอดเวลา และ อาจมี มาตรการตอบโต้ ขั้นต่อไป ส่วนกิจกรรม ที่เครือข่าย จะดาวกระจายไปสถานที่ต่างๆ ก็จะระงับไว้ก่อน แต่กิจกรรม ที่เวทีสะพานมัฆวานฯ ซึ่งมีการเสวนา ทางวิชาการ ก็ยังคงดำเนินการต่อไป


“มาตรการหยุดเรียน 3 วัน เราต้องเลื่อนออกไปก่อน เพื่อไม่ให้เสียการเรียน แต่ยืนยัน ที่จะชุมนุมที่ มัฆวานฯ ต่อไป ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวม ของ นิสิตนักศึกษา ทั่วประเทศ ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา จนกว่า เราจะได้การเมืองใหม่” นายวสันต์กล่าว


สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้า กลุ่มเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ 80 สถาบัน ซึ่งรวมตัวกัน โดยใช้ มาตรการอารยะขัดขืน หยุดเรียน ตั้งแต่วันที่ 9-11 ก.ย. ได้มีการตั้งโครงเหล็ก พันด้วยผ้าสีขาวโดยใช้ชื่อว่า “ศิลปทางความคิดรวบยอด จุดยืนของคนรักชาติ” พร้อมปูผ้าขาว จากเวทีลากยาว ไปถึงหน้า กระทรวงศึกษาธิการ ประมาณ 500 เมตร เพื่อให้ขีดเขียน แสดงความคิดเห็น และยังได้ผูกผ้าสีเหลือง เชื่อมโยง ไปตามเต็นท์ต่างๆ โดยได้รับ ความสนใจจำนวนมาก


ทั้งนี้ ข้อความที่เขียน ลงบนป้ายผ้า มีหลากหลาย เช่น “ออกไปได้แล้ว หน้าด้านอยู่ไปทำไม ทำให้คนเขาเดือดร้อนกัน” “ประเทศชาติล่มจม เพราะรัฐบาลไร้สมอง รักชาติร่วมกู้ชาติไทย” “เด็กดื้อ ยังถูกทำโทษ แล้ว ลุงหมักดื้อ โดนอะไรคะ”


ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังคงยืนยันว่า ถ้าหยุดเรียน ก็เท่ากับ เสียเวลาเรียนไป ซึ่งเป็นห่วงในเรื่อง เวลาเรียน และ หากไปร่วมแล้ว อาจเกิดการเจ็บป่วย หรืออาจ กระทบกระทั่ง กันได้ การที่เขาอ้างว่า การไปร่วม เพราะมีสิทธิ ตามกฎหมายนั้น เราก็ไปเถียงไม่ได้ แต่การทำอะไรนั้น อยากให้ระมัดระวัง อย่าให้เป็นอันตราย ต่อตัวเอง และ อย่าทำอะไร ที่ผิดกฎหมาย


“นักศึกษาก็เป็น ประชาชนคนหนึ่ง เขาคิดว่า เขามีสิทธิตามกฎหมาย เขาก็ดำเนินไป ตามกติกานั้น ก็เพียงแต่ ขอร้องว่า อย่าทำอะไร ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนักศึกษา ที่ออกมา เขาก็คงคิดว่า อาจเป็นส่วนหนึ่ง ที่มาสมทบกัน” นายสมชายกล่าวถึง การประเมิน ผลกระทบ ที่นิสิตนักศึกษา ออกมา ร่วมประท้วง


สำหรับความคืบหน้าในคดี ยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 คน ซึ่งเดินทางไปประท้วง ที่บ้านพัก นายสมัคร นั้น ตัวแทนเครือข่าย พลังนักศึกษาเพื่อสังคม ม.รามคำแหง ได้เข้ายื่นหนังสือ ขอความเป็นธรรมจาก นายสมัคร เชาวภานันท์ ส.ว.สรรหา ในฐานะ ประธาน คณะกรรมาธิการ การยุติธรรม และ การตำรวจ วุฒิสภา ซึ่ง นายสมัคร จะนำเรื่องเข้าหารือ ในวันที่ 11 ก.ย. เวลา 15.00 น.


ที่อาคารรัฐสภา 2 คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และ การคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง “ทางออก และ อนาคต สังคมไทย ใน วิกฤติความรุนแรง” โดยมีนักวิชาการ ส.ว. ประชาชน เข้าร่วมกว่า 70 คน และ ก่อนการเสวนา ได้มีการนำภาพ เหตุกาณ์ที่ แนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้าปะทะ กับ กลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อคืนวันที่ 1-2 กันยายน มาฉายด้วย


ผศ. ทวี สุรฤทธิกุล ประจำสาขาวิชา รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) กล่าวว่า ภาพรวมการเมือง ขณะนี้
แง่ดีมี 2 ประการ คือ


1. สังคมประสานเสียง ไม่ใช้ความรุนแรง และ ยังออกมาช่วย จำกัดขอบเขต ความรุนแรง ไม่ให้ลุกลาม ทำให้ไม่เกิด สงครามกลางเมือง
2. การเมืองภาคประชาชน ตื่นตัว แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ภาพลักษณ์นักการเมือง ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือการคำนึง แต่ประโยชน์ส่วนตน


ส่วนแง่ไม่ดี คือ สังคมคุยกันยาก ขึ้นเรื่อยๆ การฟื้นฟูระบบรัฐสภา ก็ลำบาก แม้ศาลเป็นทางออก แต่อาจไม่ทันใจ ฉะนั้นการยุบสภา น่าจะเป็น ทางออกในขณะนี้


“อนาคตการเมืองไทย ต้องพึ่ง ระบบรัฐสภา ฉะนั้นต้องมี รัฐสภาภิวัตน์ ควบคู่กับ การเมืองภาคประชาชน ซึ่งหากร่าง รัฐธรรมนูญ ใหม่ ก็ต้องเอา ทั้งสองส่วน มาวางเป็นโครงสร้าง ผมไม่ห่วงว่า การเมืองภาคประชาชน จะเป็น อนาธิปไตย เพราะประชาชน จะพัฒนาได้ ส่วนความขัดแย้ง ที่ยังมีอยู่ ระยะยาว น่าจะประสานกลมกลืน กันได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ น่าจะชั่วคราว ไม่ฝังลึก วิกฤติครั้งนี้ เป็นโอกาสดี ในการสร้าง การพัฒนา การเมือง” ผศ.ทวีกล่าว


นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการ โครงการปริญญาโท คณะพัฒนาสังคม และ สิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า วิกฤติปัจจุบันเรียกว่า เป็นการขาดสมดุลเชิงอำนาจ ที่พัฒนาการ มาตั้งแต่ปี 2531 โดยประชาธิปไตย เป็นเพียงการสร้าง ความชอบธรรม เชิงอำนาจ ให้กลุ่มทุน ประเทศไทย ไม่เคยมีเลือกตั้งแข่งกัน มีแต่ ซื้อเสียง แข่งกัน


จึงเป็นการกีดกันทางการเมืองโดยระบบของตัวเอง อีกด้านหนึ่ง เมื่อชนชั้นกลาง เติบโตขึ้น และ เห็นระบบดังกล่าว กีดกันกลุ่มตน ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ อำนาจทางการเมือง ก็พยายามช่วงชิง


“การหลุดพ้น ต้องออกแบบ วิธีการเลือกตั้งใหม่ ให้มีตัวแทน เชิงกลุ่ม เข้ามาคู่ขนาน กับตัวแทน เชิงพื้นที่ เพื่อให้เวที รัฐสภา เป็นเวทีต่อรอง ของกลุ่ม ที่หลากหลาย” นายพิชายกล่าว และ ว่า


ขอเสนอว่าให้ ส.ส. ส.ว. พิจารณางดใช้มาตรา 171 วรรคสอง กรณีนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. และ เพื่อความประนีประนอม น่าจะเป็น สมาชิกรัฐสภา ซึ่งหมายความว่า นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ก็น่าจะมารักษาการ นายกฯ ชั่วคราว เพราะเป็น คนประนีประนอม เพื่อแก้ รัฐธรรมนูญ หรือ จัดการระบบเลือกตั้งใหม่ แนะถอนข้อหากบฏ ช่วยเจรจา


นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ หากจบด้วยความนองเลือด ก็ถือว่า สูญเปล่า ซึ่งทุกฝ่าย ต้องเคารพกติกา โดยทางออกระยะสั้น ต้องช่วยกัน ไม่ให้เกิด เหตุการณ์นองเลือด


การเจรจาที่ทำกันอยู่โดย ประธานวุฒิสภา เป็นคนกลางนั้น ในอดีตการเจรจา ไม่เคยสำเร็จ ต่อหน้าสื่อมวลชน จึงควรต้องคุย ทีละฝ่าย จน
เห็นจุดร่วม ที่พอจะไปกันได้ แล้วค่อยให้มาเจอกัน หากทำเหมือนปัจจุบัน น่าจะไม่สำเร็จ


“วุฒิสภา ต้องโน้มน้าวทุกฝ่าย อาจเจรจาว่า หากรัฐบาลถอน ข้อหากบฏ พันธมิตรฯ จะเปลี่ยนที่ชุมนุม ได้หรือไม่ หรือให้มาคุยกัน ว่า พอจะยอมแก้ รัฐธรรมนูญ อะไรบางอย่าง แล้ว ยุบสภาเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง มี ส.ส.ร. 3 นำไปสู่การแก้ไขระยะยาว ที่ต้องทำให้อำนาจ อธิปไตย 3 ฝ่าย เป็นอิสระ จากกัน ถึงจะถ่วงดุลกันได้ เพราะโจทย์ใหญ่ คือฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เป็นอิสระ จากฝ่ายบริหาร และ ต้องทำให้รัฐธรรมนูญ เป็นสัญญาประชาคม เป็นกติกาของ ทุกฝ่ายให้ได้” นายปริญญากล่าว


ในขณะที่ นางนฤมล ทับจุมพล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่มาของความขัดแย้ง เกิดจากวิกฤติ ของ ความชอบธรรม ของทั้ง รัฐบาล และ พันธมิตรฯ ซึ่งได้สร้างวาทกรรม เพื่อสร้างความชอบธรรม ให้ตัวเอง และไม่สนใจใคร โดยอ้างว่า ตัวเอง ถูกต้อง ทำให้ ไม่มีพื้นที่เจรจา ทำให้ประชาธิปไตย กลายเป็นสีเทา ซึ่งอยากให้มีการเจรจา ไม่ว่าจะวิธีใด แต่ต้องไม่สร้าง บรรยากาศ หลังชนฝา


“อยากให้ทุกฝ่าย หาทางออกเหมือน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แสดงความรับผิดชอบ ในปี 2540 การตัดสินใจลาออก หรือ ยุบสภา ของ นายกฯ น่าจะทำได้เลย ทำไมต้องรอศาลตัดสินว่า ตัวเองผิด แล้วจึงจะลาออก” นางนฤมลกล่าว


รศ.สุริชัย หวันแก้ว คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สังคมควรมอง ให้เห็นถึงรากเหง้า ของปัญหา นั่นคือ จริยธรรมของการเมือง ไม่ควรมอง แค่การแพ้หรือชนะ ซึ่งทุกฝ่าย ต้องปรับตัวเข้าหากัน เพื่อเป็นการเมือง แห่งการเปลี่ยนผ่าน ไปสู่การปฏิรูปให้ได้ ไม่ใช่เปลี่ยนแล้ว ยังอยู่ แบบเก่า หรือ ไปสู่ความรุนแรง


นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เลขาธิการ พีเน็ต ได้แถลงข่าว นำเสนอ “พิมพ์เขียว ถอยคนละ 3 ก้าว เพื่อสร้างชาติใหม่” โดยเรียกร้องให้ รัฐบาล เป็น ฝ่าย เริ่มถอยก่อน เพื่อแสดง ความจริงใจ ด้วยการถอนฟ้อง แกนนำพันธมิตรฯ 9 คน จาก ข้อหากบฏ เพื่อปลดชนวน ความกดดัน ไม่ให้พันธมิตรฯ ต้องชุมนุม แบบหลังพิงฝา และให้ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะยิ่งทำให้ ผู้ชุมนุมมากขึ้น และ ทำลายบรรยากาศ การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ในประเทศ


“พันธมิตรฯ ก็ต้องย้าย ผู้ชุมนุมออกจาก ทำเนียบรัฐบาล และ ลดเงื่อนไขข้อเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ลาออก จากนั้น รัฐบาล ควรแสดงความ จริงใจ ด้วยการยุบสภา เพื่อล้างไพ่ ทางการเมือง ซึ่งพันธมิตรฯ ก็ต้องยอมรับ ผลการเลือกตั้งใหม่ ส่วนการเมืองใหม่ ของ กลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่ถึง เวลา ที่จะพูด เพราะเร็วเกินไป และทำให้สับสน และยังเป็นจุดอ่อน ให้ฝ่ายตรงข้าม โจมตีได้ จึงแนะนำให้ แกนนำพันธมิตรฯ หยุดพูดเรื่องนี้ เพราะ ยิ่งพูด ยิ่งอธิบาย ยิ่งเหมือน ลิงแก้แห ที่ยิ่งแก้ ก็ยิ่งพันตัว” นายสมชัย ระบุ บรรพชิตบิณฑบาต ความรุนแรง


วันเดียวกัน ที่สวนเบญจศิริ พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคโต จ.ชัยภูมิ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี สถาบันวิมุตตยาลัย และ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เสถียรธรรมสถาน ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ “คำขอบิณฑบาต อาวุธความรุนแรง” โดยมี


องค์กรเครือข่าย ร่วมสนับสนุนทั้งหมด 7 องค์กร ได้แก่
องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
ยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย
ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
เสถียรธรรมสถาน
สถาบันวิมุตตาลัย และ
เครือข่ายพุทธิกา

แถลงการณ์สรุปว่า ความขัดแย้ง เริ่มมีการใช้ความรุนแรง ต่อกัน จนสูญเสียชีวิตแล้ว และ ต่างฝ่ายต่างยืนกราน ในข้อเรียกร้อง ของตน การแยกข้าง แบ่งขั้ว จึงมีแนวโน้ม ที่จะลุกลาม ขยายตัว เป็นความรุนแรง รอบใหม่ ที่อาจก่อให้เกิด การบาดเจ็บล้มตาย ยิ่งกว่าเดิม ประเทศยาก จะเยียวยาได้ และ จะกลายเป็นบาดแผล ที่ฝังลึก ในใจของคนทั้งชาติ ไปชั่วกาลนาน

พวกเราในฐานะ บรรพชิต ที่ปรารถนาให้ สันติสุขเกิดขึ้น จึงขอบิณฑบาตต่อ ทุกฝ่าย โปรดงดใช้ความรุนแรง รวมทั้ง พยายามป้องกัน มิให้ ความรุนแรง เกิดขึ้น จากฝ่ายของตน ทั้งโดยวาจา และ การกระทำ อันเป็นข้อปฏิบัติ ตามคำสอนของ พระพุทธองค์

“มาตรการหนึ่ง ที่จะช่วยป้องกัน มิให้ความรุนแรง เกิดขึ้นได้ ก็คือการไม่มีอาวุธ หรืออุปกรณ์ ที่ใช้เป็นอาวุธได้ อยู่ในครอบครอง พวกเรา จึงขอ บิณฑบาต อาวุธ จากทุกฝ่ายด้วย หากแต่ละฝ่าย แสดงให้เห็น อย่างเปิดเผยว่า ฝ่ายของตนปลอดอาวุธ อย่างสิ้นเชิง ก็จะช่วย สร้างบรรยากาศ แห่งความไว้วางใจ ให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัย ที่สำคัญที่สุด ในการแสวงหาทางออก อย่างสันติวิธี” แถลงการณ์ระบุ

พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยากให้ 2 ฝ่าย มาพูดคุย หันหน้าเข้าหากัน เปรียบเสมือน เราลงเรือ เจอ มรสุม มีรอยร้าว ต่างฝ่าย ต่างโทษ กันว่า เป็นคนทำเรือรั่ว จากรูเล็ก ก็กลายเป็นรูใหญ่ จาก 1 รูเป็น 2-3 รู แทนที่จะช่วยกัน อุดเรือ จะได้ไม่จม และ เสียชีวิตหมด ดังนั้นขอบิณฑบาต และ ขอให้ประชาชนทุกฝ่าย ในสังคม ช่วยกันใส่บาตร ยุติความรุนแรง จากการกระทำ ไม่ว่าทางกาย วาจา ใจ สำหรับ “บัตรขอบิณฑบาต ความรุนแรงไม่จำกัดจำนวน” มีขนาดสี่เหลี่ยมประมาณ 10 คูณ 14 เซนติเมตร เป็นสีของจีวร มีภาพนกพิราบ และ มือ ของพระพุทธเจ้า 2 ข้าง ข้อความว่า “ขอบิณฑบาตความรุนแรง” อหิงสา ปรโม ธัมโม ความไม่รุนแรง เป็นยอดแห่งธรรม โดย

มือ สื่อถึง การให้อภัย ซึ่งกันและกัน ส่วนภาพ นกพิราบ คือสันติภาพ ที่จะเกิดขึ้น เพราะสังคมขณะนี้ ต่างฝ่ายต่างมัดตราสัง กัน ก็เลยไม่มีทางออก

พระมหาวุฒิชัย กล่าวว่า เราจะทำงาน 3 ก้าว คือ ก้าวแรก ขอบิณฑบาตทุกฝ่าย ใครที่ครอบครองความคิด คำพูด และ การกระทำ ขอให้เอามา ตักบาตรพระ เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้ เป็นต้นไป

ก้าวที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. เครือข่ายทั้งหมด จะเริ่มแจกบัตร ขอบิณฑบาต เบื้องต้น จัดพิมพ์จำนวน 2,000 ใบ นำไปแจกจ่าย ให้กับทุกฝ่าย ในสังคม ผู้ที่สนใจ ติดต่อขอรับได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เครือข่ายทั้ง 7 และ

ก้าวที่ 3 เครือข่าย จะร่วมกัน จัดพิมพ์หนังสือ “ขอบิณฑบาตความรุนแรง” ซึ่งมีแนวคิดด้าน สันติวิธี ซึ่งจะเป็นเข็มทิศ นำสังคมไทย ให้ก้าวออกจาก วิกฤติโดยไม่เสียเลือดเนื้อ.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 10 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&private_date=10/Sep/2008&news_id=163745&cat_id=501


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ พันธมิตรเฮ!ชงรบ.แห่งชาติ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: