Accom Thailand

September 11, 2008

คณะรัฐมนตรี รักษาการ และ 3 ส. อ่านให้ดี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี สิ้นสถานภาพ และหมดสิทธิ ที่จะเป็นรัฐมนตรีได้อีก ตลอดวาระอายุของ สภาผู้แทนราษฎร ตามคำวินิจฉัย ของศาล รัฐธรรมนูญ


นาง ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ อดีตผูู้้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
ปัจจุบัน เป็น ผูู้้พิพากษาอาวุโสในศาลภาษีอากรกลาง เขียนบทความ ว่า


นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี สิ้นสถานภาพ และ
หมดสิทธิ ที่จะเป็นรัฐมนตรีได้อีก
ตลอดวาระอายุของ สภาผู้แทนราษฎร
ตามคำวินิจฉัย ของ ศาลรัฐธรรมนูญ


ผู้เขียนมีความประสงค์ ที่จะเสนอบทความ ทางวิชาการนี้ ต่อสาธารณชน เพื่อประโยชน์แก่ ทุกคน ที่จะนำไปพิจารณา และ ดำเนินการ ให้เกิด สันติสุข ในแผ่นดิน
นางยินดี วัชรพงศ์ ต่�สุวรรณ

นางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ



ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัย โดยมีมติ เป็นเอกฉันท์ มีสาระสำคัญว่า นายสมัคร สุนทรเวชนายกรัฐมนตรี ได้กระทำการ อันต้องห้าม ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 267 มีผลให้ ความเป็นรัฐมนตรีของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง เฉพาะตัว ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง(7) จึงเป็นเหตุให้ รัฐมนตรี ทั้งคณะ ต้องพ้น จากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 วรรคหนึ่ง


แต่ด้วยความเป็น รัฐมนตรี เป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ทำให้รัฐมนตรี ในคณะรัฐมนตรี ที่เหลือ จึงอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ต่อไป จนกว่า คณะรัฐมนตรี ที่ตั้งขึ้นใหม่ จะเข้ารับหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181


ทันที ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัย ก็ปรากฏข่าว ทางสื่อมวลชน ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนหนึ่ง ได้มีมติ เป็นเอกฉันท์ ที่จะโหวตให้ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีอีก เพราะยังเป็น ส.ส.สัดส่วน กับมีข่าวอีกว่า พรรคการเมือง จะกอดคอกันไว้ เพื่อพิสูจน์ ให้ระบบตุลาการ เห็นว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ ทำอะไร พวกเรา(พรรคการเมือง) ไม่ได้ การตัดสินเช่นนี้ น่าอายชาวโลก ว่า นายกไทย ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะ จัดรายการอาหาร (ข่าวมติชน, ไทยโพสต์, วิทยุ )


รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย หรือหลัก รัฐธรรมนูญ ในนานาอารยประเทศ นั้น เป็น กฎหมายแม่แบบ ของ การปกครองประเทศ ในระบอบ ประชาธิปไตย เท่านั้น
กฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงเป็น กฎหมาย ที่ไม่มีบทลงโทษ เพื่อใช้บังคับ กับบุคคล ที่อยู่ในฐานะเป็น ผู้ปกครองประเทศ

บุคคลที่เป็น ชนชั้นปกครอง หรืออยู่ในฐานะเป็น ผู้ใช้อำนาจอธิปไตย ของประชาชน นั้น เป็นบุคคล ที่ทุกประเทศ หรือ มนุษยชาติ ทั่วโลก ยอมรับ เป็นบุคคล ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และมีคุณสมบัติ ของผู้ดี ที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป เพราะเป็น ผู้ที่มี ความรับผิดชอบ ต่อการปกครอง ประเทศ ดูแล ความทุกข์ความสุข ของประชาชนเป็นที่ตั้ง


ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัย เพราะ นายสมัคร สุนทรเวช ได้กระทำการอัน ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เพราะมีการกระทำ ที่เป็น การขัดกัน แห่ง ผลประโยชน์ ของความเป็น นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา264


ทำให้ผู้ที่ถูก ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยนั้น ไม่มีสถานภาพ ของความเป็นรัฐมนตรี และเป็นนายกรัฐมนตรี ได้อีกต่อไป และ สูญสิ้นไป ซึ่ง สถานภาพ ของ การดำรงตำแหน่ง ดังกล่าว กรณี จึงหาใช่เป็นเรื่องว่า เมื่อมีคำวินิจฉัย ของ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้ว และ นายสมัคร พ้นจากตำแหน่ง ไปแล้ว 1 วัน ถือเป็นการลงโทษ สิ้นสุดลงแล้ว


และ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่ ก็จะเลือกให้เป็น นายกรัฐมนตรี ใหม่ ในทันที ที่สิ้นเสียง คำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ นั้น หาทำได้ไม่ เพราะ
คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่บทบังคับ ที่เป็นการลงโทษ (PUNISHMENT) แต่เป็น คำวินิจฉัย ที่มีผลต่อ สถานภาพของบุคคล (STATUS)

ผู้ที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นนักการเมือง จะต้องรู้ดีว่า การสิ้นสถานภาพ ของ รัฐมนตรี ซึ่งเป็น ผู้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ตามคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ
จะมีผลตลอดไป ในช่วงวาระของ การเป็นสมาชิก สภาผู้แทน ราษฎร และ วาระของ สภาผู้แทนราษฎร นั้น กำหนดไว้ คราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง (มาตรา 104) เว้นแต่ จะมีการยุบสภา

เนื่องจาก การเข้ามา ดำรงตำแหน่งของ รัฐมนตรี จะต้องอยู่ภายใต้ บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ ตลอดอายุของ สภาผู้แทนราษฎร คำวินิจฉัย ของ ศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีผลให้ สถานภาพ(STATUS) การเป็นรัฐมนตรี ของ นายสมัคร
สิ้นสุดลง ตลอด ระยะเวลาของ อายุ สภาผู้แทนราษฎร

โดยนายสมัคร ไม่อาจ กลับมาเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี หรือ นายกรัฐมนตรีได้อีก ตลอดวาระอายุของ สภาผู้แทนราษฎร นั้น การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวาระหนึ่งๆ ซึ่งมีวาระ 4 ปีนั้น เปรียบเสมือน ประชาชนได้ปลูกธัญพืชเอาไว้รับประทาน ในฤดูกาลหนึ่ง หรือ CROP หนึ่ง ซึ่งมีเวลา 4 ปี


ถ้าธัญพืช นั้นเป็นเชื้อรา หรือ เน่าเสีย จะต้องถอนทิ้งไป ก็ต้องทิ้งไป ไม่สามารถที่จะเอา ธัญพืช นั้นเข้ามาในแปลงเพาะปลูก ได้อีก เพราะมิฉะนั้น ธัญพืช ทั้งแปลง จะเน่า และเป็นเชื้อรา ทั้งหมด ซึ่งจะต้องรื้อทิ้ง ทั้งแปลง


คำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้วินิจฉัยให้ รัฐมนตรีทั้งคณะ พ้นจากตำแหน่งไปด้วย ตามมาตรา 180 นั้น ก็เป็นผล มาจาก บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ นั้นเอง


แม้มาตรา 182 บัญญัติให้ การกระทำ ที่ต้องห้ามไม่ให้รัฐมนตรีกระทำการตามมาตรา 267 เป็นการกระทำ ที่ให้ความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลง เฉพาะตัว ก็ตาม แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 181ได้บัญญัติให้ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะ พ้นจากตำแหน่ง


เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของ นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา182 แสดงให้เห็น เจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญอย่างแจ้งชัดว่า แม้จะเป็น เรื่องเฉพาะตัวของ นายสมัคร ในฐานะเป็นรัฐมนตรี ก็ตาม แต่เมื่อ นายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะ ก็ต้องพ้น จากตำแหน่งไปด้วย ตามมาตรา 180 (1)


เมื่อรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ชัดแจ้ง เช่นนี้ จึงไม่อาจตีความ เป็นอย่างอื่นไปได้ สถานภาพของ ความเป็นรัฐมนตรีทั้งคณะ จึงสิ้นสภาพ การเป็น รัฐมนตรี ไปด้วย


บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญตามมาตรา 180 วรรคแรก (1) นี้ เป็นบทบัญญัติ เกี่ยวกับ ถึงความรับผิดชอบ ของคณะรัฐมนตรี ที่ต้องมีต่อ สาธารณชน (PUBLIC RESPONSIBILITY) ตามหลัก รัฐธรรมนูญ ที่เป็นสากล


การสิ้นสภาพ ของการเป็นรัฐมนตรีของ คณะรัฐมนตรี จึงเป็นการสิ้นสุด สถานภาพตลอดไป จนสิ้นอายุของ สภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 104 ด้วยเช่นกัน


นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี จึงไม่อาจ กลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ได้อีก ในช่วงอาย ุของสภาผู้แทนราษฎรนี้ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ


การตีความของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่แสดงออก ต่อสาธารณชน โดยตีความว่า เมื่อ นายสมัคร พ้นจากตำแหน่งการเป็น นายกรัฐมนตรี ตามคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ถือเป็นการ เสร็จสิ้นแล้วโดยจะเลือกเข้ามา เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่นั้น หรือ ตีความว่า คณะรัฐมนตรี ที่สิ้นสถานภาพ ตามคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ไปเพียงวัน หรือ สองวันแล้ว ก็สามารถกลับมาเป็น รัฐมนตรี ได้ใหม่นั้น เป็นการตีความ ที่มีเจตนา


จะไม่ใช้ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ในหมวด 12 เรื่อง การตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ ในส่วนการกระทำ ที่เป็นการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ เพราะ สามารถใช้ อำนาจบริหาร หรือการออกเสียง ในสภา เข้ามาดำรงตำแหน่งได้อีก การตีความดังกล่าว จะมีผลทำให้ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในเรื่อง การตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ หมดสภาพบังคับใช้ และถ้าจะตีความเช่นนั้น บทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญใน หมวด 12 ก็ไม่จำเป็น ต้องบัญญัติ ไว้เลย ก็ได้


การพยายาม ดำเนินการใดๆ เพื่อให้ คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีประสิทธิภาพ ในการเป็นแม่แบบ การปกครองประเทศ ในระบอบ ประชาธิปไตย หรือ การดำเนินการใดๆ ที่จะแสดงให้เห็น ศักยภาพ การใช้อำนาจ ในทาง สภาผู้แทนราษฎร นั้น สามารถยกเลิก หรือแกล้งโง่ กับ คำวินิจฉัย ของ ศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่นำมาเป็นแม่แบบ การปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย หรือ ไม่ให้มีผลบังคับใช้ โดยวิธีการ ทางสภา โดยอาศัย เสียงข้างมากแล้ว จึงเป็นกรณี ที่สภาผู้แทนราษฎร จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะเข้าข่าย การกระทำการ อันฝ่าฝืนต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ซึ่งบัญญัติว่า


“ บุคคลจะใช้สิทธิ และเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้าง การปกครองระบบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ตาม รัฐธรรมนูญนี้ เพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจ ในการปกครองประเทศ โดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตาม วิถีทาง ที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญนี้มิได้”


การกระทำ เพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจ ในการปกครองประเทศ ดังกล่าว ด้วยวิธีการ ตีความ คำวินิจฉัย ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้มีผล ที่จะปฏิบัติ ตามคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นวิธีการ ที่มิได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ


ซึ่งอาจมี ผู้เสนอเรื่องให้ อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัย สั่งเลิกการกระทำ ดังกล่าวได้ และ สามารถ ดำเนินคดีอาญา ต่อผู้กระทำการ ดังกล่าวได้ และในกรณีเช่นนี้


ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ สั่งยุบพรรคการเมือง และ สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของ หัวหน้าพรรคการเมือง และ กรรมการบริหาร พรรคการเมือง ที่ถูกยุบ ได้เป็นระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคสอง วรรคสาม และ


ที่นอกเหนือไปจากนี้ ประชาชน มีสิทธิอันชอบ ตามรัฐธรรมนูญ ที่จะต่อต้าน โดยสันติวิธี จากการกระทำดังกล่าว ของพรรคการเมือง นั้นๆได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 69

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
11 กันยายน 2551 17:48 น
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000107884


พิมพ์ ข่าวนี้ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี สิ้นสถานภาพ และหมดสิทธิ ที่จะเป็นรัฐมนตรีได้ ตามรัฐธรรมนูญ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: