Accom Thailand

September 14, 2008

สนธิ ลิ้มทองกุล เสนอทางออก ต้องเป็น รัฐบาล “ประชาภิวัฒน์” ส่งเสริมคนดีมาปกครอง สะสางความยุติธรรม


พันธมิตรฯ ย้ำไม่เอานายกฯ “หุ่นเชิด”-
ลั่น! รัฐบาลใหม่ต้อง “ประชาภิวัฒน์”


พันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ ยืนยันสิทธิชุมนุม ในทำเนียบรัฐบาลต่อ พร้อมย้ำ จุดยืนพันธมิตรฯ ไม่เอานายกฯ หุ่นเชิด ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ที่ให้ ทุกพรรค มา สมยอมกัน โดยขาดการตรวจสอบ ไม่เอา คนตระบัดสัตย์ พร้อมต่อต้าน รัฐประหารเพื่อตัวเอง และ พวกพ้อง เสนอทางออก ต้องเป็น รัฐบาล “ประชาภิวัฒน์” ส่งเสริมคนดีมาปกครอง สะสางความยุติธรรม พร้อมปฏิรูปการเมือง จัดตั้ง “สภาประชาภิวัฒน์” นำพา ประเทศ พ้นวิถี การเมืองเดิม

สนธิ ลิ้มท�งกุล

สนธิ ลิ้มทองกุล


คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา 21.25 น.วันที่ 14 ก.ย.2551 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีในที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551 ของพันธมิตรฯ เพื่อประกาศจุดยืนกรณีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดังนี้


แถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง “รัฐบาลประชาภิวัฒน์เท่านั้นที่จะแก้ไขวิกฤตชาติได้”


ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออก แถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2551 โดยใน ข้อที่ 3 ในแถลงการณ์ ฉบับดังกล่าวได้ระบุจุดยืน ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ว่า


“เพื่อคลี่คลาย วิกฤตที่สุด ในโลก และมิให้ ประเทศชาติ ล่มจมต่อไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเตือนต่อ สภาผู้แทนราษฎร ให้ สนับสนุน คนดี ให้มีอำนาจ และ ปกป้องมิให้ คนไม่ดีมีอำนาจ อย่าได้นำเสนอชื่อ บุคคลใด ก็ตาม ที่มีประวัติด่างพร้อย กระทำผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ตระบัดสัตย์ ต่อมวลมหาชน แสดงพฤติกรรมเป็น หุ่นเชิด เพื่อช่วยเหลือ หรือ ปกป้อง ผู้กระทำความผิดต่อ กฎหมาย ในระบอบ ทักษิณ มาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี อีกเป็นอันขาด”


บัดนี้ ได้เกิดขบวนการ และความพยายาม ในการบิดเบือนข้อมูล แอบอ้าง ความเรียบร้อย และความสงบ เพื่อสถาบัน พระมหากษัตริย์ เพียงเพื่อมิให้ ประชาชน สนใจต่อนักการเมือง ที่ไร้จริยธรรม ทุจริตคอร์รัปชัน ขายชาติ และ ย่ำยีกฎหมาย พร้อมๆ กับ ความพยายาม ที่จะนำเสนอรายชื่อ นายกรัฐมนตรี และ รัฐบาลหุ่นเชิด เพื่อให้ พรรคพลังประชาชน แสวงประโยชน์ แต่ฝ่ายเดียว ไม่มีสิ้นสุด ดำรงวิกฤต ที่สุดในโลก และ ความล่มจม ประเทศชาติ ต่อไป


ไม่ว่าจะเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมี ภรรยา ที่ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับ คดีทุจริต คอร์รัปชัน และ ร่ำรวยผิดปกติ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการยุติธรรม หุ่นเชิด ผู้ที่ได้โยกย้าย อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เป็นคนใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือ ครอบครัวชินวัตร หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ที่มีประวัติด่างพร้อย ร่วมกับ รัฐบาลทักษิณ ออกสลากพิเศษ 2 ตัว และ 3 ตัว โดยผิดกฎหมาย ตลอดจน แสดงพฤติกรรม ช่วยเหลือในการคืนเงิน ที่อายัดให้กับครอบครัวชินวัตร ซึ่งบุคคลเหล่านี้ ไม่เคยแสดงจุดยืน ตามข้อ 5 ของ แถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ดังนี้


1.ไม่ยอมและ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการพิทักษ์ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 พยายามแก้ไข เพื่อฟอกความผิด ที่กระทำสำเร็จไปแล้ว ให้กับตัวเอง และพวกพ้อง พยายามแก้ไข เพื่อการกระทำ ที่ขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ของนักการเมือง พยายามแก้ไข เพื่อลด พระราชอำนาจ หรือ โครงสร้างของ สถาบันพระมหากษัตริย์ ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข


2. ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการสะสางปัญหา ความอยุติธรรม และคืน ความยุติธรรมทั้งหลาย ให้กับสังคม ด้วยความจริงใจ ได้แก่


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัด ดำเนินคดีความต่อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ ฯลฯ เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และ ขบวนการดูหมิ่น และล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งหมดโดยเร็ว


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัด คดีทุจริตคอร์รัปชัน ให้เข้าสู่ กระบวนการในชั้นศาล โดยปราศจาก การแทรกแซง ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม และยึดทรัพย์สิน ที่โกงชาติไป กลับมาเป็นของรัฐ


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัด ยกเลิก หนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ภรรยา


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัด ดำเนินการ เพื่อให้ ส่งตัวผู้ร้าย หนีอาญาแผ่นดิน มาดำเนินคดี ในประเทศไทย


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการ ประกาศยกเลิก แถลงการณ์ร่วมระหว่าง ไทย-กัมพูชา ที่ยก ปราสาทพระวิหาร และ พื้นทีโดยรอบ ให้กับ กัมพูชา แต่เพียงฝ่ายเดียว และ ไม่แสดงจุดยืน เพื่อรักษาอธิปไตย ทั้งดินแดน และ แหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติ และ น้ำมันใน อ่าวไทย จนถึงที่สุด


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัด ดำเนินคดีความ และลงโทษ เจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจน อันธพาลการเมือง ของ รัฐบาล ที่คุกคาม ทำร้ายร่างกาย และทรัพย์สิน ของ ผู้ชุมนุม


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการยุติ การใช้สื่อของรัฐ ในการโฆษณาชวนเชื่อ และโกหกหลอกลวง ประชาชน โดยเฉพาะ สถานี โทรทัศน์ ช่อง เอ็นบีที


– ไม่ยอม และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศยกเลิก โครงการที่ใช้จ่ายเกินตัว และไม่โปร่งใส ที่จะทำให้ ชาติล่มจม เช่น โครงการ เช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ ฯลฯ โดยทันที


– ไม่ยอมยกเลิก พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 และไม่ยอมใช้ การปฏิรูป และพัฒนารัฐวิสาหกิจ แทน เพื่อประโยชน์ สูงสุด ของคนในชาติ ไม่ยอมนำเอา รัฐวิสาหกิจ ที่แปรรูปไปแล้ว กลับคืนมาเป็นของรัฐ ดังเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท.


3. ไม่ยอมให้ความร่วมมือ กับประชาชน ในการสร้าง การเมืองใหม่ เพื่อให้เป็น การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข อย่างแท้จริง ไม่ให้คนดี มาปกครองบ้านเมือง คนไม่ดี กลับมีอำนาจ ประชาชนทุกภาคส่วน และ ทุกสาขาอาชีพ ไม่มีโอกาส มีส่วนร่วม ทางการเมือง


พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ถือว่าการเข้าสู่อำนาจ ของบุคคลใด ก็ตาม ที่มีจุดยืนดังกล่าว ข้างต้น เป็นการเปลี่ยนแปลง อำนาจ ทางการเมือง ของฝ่าย ที่เห็นแก่ประโยชน์ ส่วนตน และพวกพ้อง ไม่ปรารถนาดี ต่อ ประเทศชาติ เป็นฝ่ายที่แสดงเจตนา ที่จะไม่เคารพ กฎหมาย และ เหตุผล เราจึงขอยืนหยัด ใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อชุมนุมอย่างสงบ อหิงสา และ ปราศจากอาวุธต่อไป ในทำเนียบรัฐบาล และ ขอปฏิเสธ รัฐบาล ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้


1. เราไม่ต้องการ “นายกรัฐมนตรี หุ่นเชิด หรือ รัฐบาลผสม ที่มีส่วนร่วม จาก พรรคพลังประชาชน” ซึ่ง หมดความชอบธรรม ในการ บริหารประเทศ ไปนานแล้ว กระทำผิดกฎหมาย และ รัฐธรรมนูญ ไม่สามารถ จะเชื่อได้ว่า จะปฏิบัติตาม แถลงการณ์ ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 21/2551 ด้วยความจริงใจ


2. เราไม่ต้องการ “รัฐบาลแห่งชาติ ที่มาจาก การส่งตัวแทน ทุกพรรคการเมือง เข้าร่วมรัฐบาล” เพราะจะทำให้เกิด การสมยอมกัน ในทาง การเมือง ขาดการถ่วงดุล ตรวจสอบ ในสภาผู้แทนราษฎร จึงย่อมไม่สามารถ ที่จะปฏิบัติตาม แถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้เช่นกัน


3. เราไม่ต้องการ “บุคคล ที่เคยตระบัดสัตย์ ต่อ คำมั่นสัญญา ต่อมวลมหาประชาชน มาเป็น นายกรัฐมนตรี” ซึ่งไม่สามารถที่จะ เชื่อถือ ต่อคำมั่นสัญญา ใดๆ ที่จะปฏิบัติตาม แถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ในอนาคตได้


4. เราไม่ต้องการ การรัฐประหาร เพื่อกลุ่มผลประโยชน์ ของตัวเอง และ พวกพ้อง และ ไม่ปฏิบัติตาม แถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551


พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ถือว่า วิกฤตการเมือง ครั้งนี้ได้มาถึง ทางตัน ไม่อาจจะแก้ไขได้ ด้วยวิธีการเดิมๆ จึงขอเสนอ ทางออก ด้วยการให้มี “รัฐบาลประชาภิวัฒน์” ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้


1. ส่งเสริมให้ คนดี มาปกครองบ้านเมือง มิให้ คนไม่ดี มีอำนาจ ขอให้ นักการเมือง ในรัฐสภา ยอมเสียสละ พื้นที่ของตัวเอง ยอมให้ บุคคล ที่เป็น คนดี ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มี ประวัติด่างพร้อย มีความสามารถ และมี ความจริงใจ ในการแก้ไข วิกฤต ของบ้านเมือง ให้เข้ามา บริหารประเทศ ชั่วคราว โดยให้ ประชาชน มีส่วนร่วม ในทุกระดับ ปราศจาก ตัวแทนผลประโยชน์ ของพรรคการเมือง ปราศจาก ตัวแทนผลประโยชน์ ของ กลุ่มการเมือง และ ปราศจาก ตัวแทน กลุ่มผลประโยชน์ ของกลุ่มทุน


2. ให้รัฐบาล ประชาภิวัฒน์ เข้ามาดำเนินการ ภารกิจ เฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขวิกฤต ของบ้านเมือง ตามแนวทางใน แถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย สะสาง ความอยุติธรรม ทั้งปวง และ คืนความยุติธรรม กลับสู่ สังคมไทย


3. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะต้องเป็น กลุ่มคน ที่พร้อม ปฏิรูปการเมือง ร่วมกับ ประชาชน ด้วยความจริงใจ เป็นแกนกลาง ระดม ความร่วมมือ จาก องค์กรประชาชน ทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ เพื่อกำหนด อนาคต และ ทิศทาง ของ ประเทศชาติร่วมกัน ช่วยกัน พัฒนา สร้างสรรค์ ประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ทั้งเนื้อหา รูปแบบ โครงสร้าง ทางการเมือง และ วัฒนธรรม ทางการเมือง ที่อยู่บนพื้นฐาน การมีส่วนร่วม อย่างกว้างขวาง เพื่อความเป็นธรรม ในสังคม และรับผิดชอบ โดยให้ประชาชน มีอำนาจ ในการตรวจสอบ ได้อย่างแท้จริง


4. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกำหนด “วาระแห่งชาติ” ที่แท้จริง และ ครอบคลุมปัญหา และ ความเรียกร้อง ของประชาชน ทุกภาคส่วน และ ทุกสาขาอาชีพ


5. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกับ ประชาชน เพื่อทำให้เกิด “สภาประชาภิวัฒน์” ที่มีองค์ประกอบ หลากหลาย กว้างขวาง เพื่อนำพา ประเทศ ให้พ้น จาก วิถีการเมือง แบบเดิม ที่เอื้อ ต่อการทุจริต คอร์รัปชัน ใช้เล่ห์เพทุบาย เพื่อหลบเลี่ยง จากการตรวจสอบ และ ไม่ตอบสนอง ปัญหา และ ความต้องการ ของ ประชาชน


การก่อกำเนิดของ รัฐบาลประชาภิวัฒน์ และการปฏิบัติ ตามเงื่อนไข ในแถลงการณ์ ฉบับ 21/2551 เท่านั้น จะเป็นแนวทาง ในการแก้ไข วิกฤต ของชาติได้


ด้วยจิตคารวะ


พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551


ณ ทำเนียบรัฐบาล


นายสนธิ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เราต้องออกมา แสดงจุดยืนของเรา หลังจากที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ออกมา แสดงจุดยืน ในการสืบทอด ระบอบ ทักษิณ เราจะไม่ยอม ให้คนของ พรรคพลังประชาชน ขึ้นมาปกครอง อีกเด็ดขาด เพราะ นายสมชาย ก็คือ น้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ หากแก๊ง 3 ส. เข้ามาเป็นนายกฯ นั่นคือ การเป็นรัฐบาล ของ ระบอบทักษิณ เราคงยอมไม่ได้


นายสนธิ กล่าวว่า เราจะไม่มีวันยอม ให้คนของ ทักษิณ เข้ามาปกครองอีก เป็นจุดยืน ในการต่อสู้ของ พวกเรา นับตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งหลังจากรัฐบาล คมช. และมีการจัดการเลือกตั้ง เขาก็ส่ง นอมินีเข้ามา และ ตอนนี้เขา ก็จะส่งน้องเขย เข้ามาอีก แม้ นายสมชาย จะโกหก ว่า ไม่มีใบสั่ง จาก ลอนดอน ซึ่งเป็นคนที่ หนีอาญาแผ่นดิน หนีคดีโกงกิน ชาติบ้านเมือง จาบจ้วงสถาบัน ปล้นชาติ ขายแผ่นดิน ให้เขมร เรายอมไม่ได้ และจะ ขอสู้จนตาย ไม่ยอมถอย แม้แต่องคุลีเดียว


นายสนธิ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันพุธหน้าจะมีการเลือก 3 ส. มาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ต่างจาก การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรัฐบาล เพราะเขา ก็จะเป็น รัฐมนตรีเงา ที่ชักใยบงการมาจาก ลอนดอน พันธมิตรฯ ก็เลยต้อง ประกาศจุดยืน โดยยืนยันว่า พวกเรา จะไม่ถอย แม้แต่ก้าวเดียว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
14 กันยายน 2551 21:32 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000109021


พิมพ์ ข่าวนี้ พันธมิตรฯ ย้ำไม่เอานายกฯ “หุ่นเชิด”- ลั่น! รัฐบาลใหม่ต้อง “ประชาภิวัฒน์”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

เอแบคโพลล์ เผยผลวิจัย เรื่อง วาระแห่งชาติ ในสายตาประชาชน


โพลดันนายกฯซื่อสัตย์แก้ปัญหาความขัดแย้ง


นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัย เรื่อง วาระแห่งชาติ ในสายตาประชาชน ที่ต้องการให้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เร่งแก้ไข โดยสำรวจจาก ประชาชน 2,809 ตัวอย่าง


จากการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ กำลังให้ความสนใจ ต่อ ประวัติ และ ผลงาน ของ แกนนำ พรรคพลังประชาชน ที่มีโอกาส จะเป็น นายกรัฐมนตรี แตกต่างกันไป โดย


ร้อยละ 58.6 สนใจ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
ร้อยละ 51.2 สนใจนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ
ร้อยละ 48.3 สนใจ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
ในขณะที่ร้อยละ 41.5 ไม่สนใจใครเลย


อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 68.7 ไม่คิดจะแสดงตน คัดค้าน แกนนำพรรค พลังประชาชน ในการเป็น นายกรัฐมนตรี คนต่อไป กรณี พรรคพลังประชาชน เสนอคนหนึ่งคนใด ในแกนนำทั้งสาม


ส่วนคุณสมบัติ ของผู้ที่จะมาเป็น นายกรัฐมนตรี คนต่อไป พบว่า ส่วนใหญ่ หรือ


ร้อยละ 77.6 ระบุความซื่อสัตย์สุจริต
รองลงมาคือร้อยละ 72.7 ระบุ สามารถแก้ปัญหา (บริหาร) ความขัดแย้งได้ดี
ร้อยละ 70.9 ระบุ รักชาติ และ ประชาชน อย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยก
ร้อยละ 70.5 ระบุ รวดเร็วฉับไว แก้ปัญหาเดือดร้อน ของประชาชน
ร้อยละ 69.1 ระบุมี จริยธรรม ทางการเมือง
ร้อยละ 67.3 ระบุ มีความโอบอ้อมอารี
ร้อยละ 64.4 ระบุ มีความอดทน อดกลั้น
ร้อยละ 57.9 ระบุ เสียสละ และ
เพียงร้อยละ 20.2 ระบุมีฐานะร่ำรวย


สำหรับวาระแห่งชาติ ที่ต้องการให้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เร่งแก้ไข ผลสำรวจ พบว่า ปัญหา ความแตกแยก ของคนในชาติ (ความรัก ความสามัคคี ของคนในชาติ) มีสูงถึง ร้อยละ 84.7


อันดับสองได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน ร้อยละ 78.2 และ


ที่น่าพิจารณา อย่างยิ่ง คือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อยู่ที่ร้อยละ 74.1 เป็นต้น


นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 88.5 อยากให้เร่ง รณรงค์ เอกลักษณ์ และ คุณลักษณ์ พึงประสงค์ ของความเป็นคนไทย ในเรื่อง ความรักความสามัคคี ของคนในชาติ มากที่สุด


รองลงมาคือ ร้อยละ 81.9 ระบุ เรื่องความรักชาติ


ร้อยละ 77.6 ระบุความเอื้ออาทร เกื้อกูล มีน้ำใจต่อกัน


ร้อยละ 73.1 ระบุ การให้อภัยต่อกัน


ร้อยละ 70.6 ระบุ ความมีสติสัมปชัญญะ รู้จักยับยั้งชั่งใจ เป็นต้น


ทั้งนี้ผลสำรวจ ยังพบด้วยว่า ในสถานการณ์การเมือง ล่าสุด ประชาชนส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 62.9 เริ่มมีความหวัง ที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 37.1 มีความกลัว ต่อเหตุการณ์ข้างหน้า ของประเทศ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
14 กันยายน 2551 21:20 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000109016


พิมพ์ ข่าวนี้ โพลดันนายกฯซื่อสัตย์แก้ปัญหาความขัดแย้ง


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สุริยะใส” จับตาเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นปช. นัดม็อบใหญ่ทันที

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ธรรมาภิบาล,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,วิกฤติ,สิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 21:02
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สุริยะใส” ปราม “ไข่แม้ว” จัดม็อบอีก
ซ้ำรอย 1 ก.ย.- คาด นายกฯ “3 ส.” ก่อวิกฤตรอบใหม่

สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ

สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ


“สุริยะใส” จับตาเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นปช. นัดม็อบใหญ่ทันที ระบุ หากอำนาจ อยู่ในมือตำรวจ จะซ้ำรอยเหตุการณ์ 1 ก.ย. ตอกกลับ อย่าอ้างเป็น บุญคุณ หาเหตุให้ พันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบ ชี้ รักษาการนายกฯ ควรแถลงขอโทษ ประชาชนด้วยซ้ำ ระบุ “3 ส.” ล้วนเป็น นอมินี “ทักษิณ” ชนวนความขัดแย้ง รอบใหม่ รอปะทุ ย้ำจุดยืน พันธมิตรฯ ขับไล่ ระบอบทักษิณ ถึงที่สุด


วันนี้ (14 ก.ย.) เวลา ประมาณ 19.00 น.นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แถลงถึง กรณี การยกเลิก ประกาศ ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่าี้


ขอตั้ง ข้อสังเกตว่า ทันทีที่ มีการยกเลิก ก็มีการประกาศชุมนุมใหญ่ ของกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในนาม แนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สนามหลวง ในวันที่ 19 ก.ย.ทันที ดังนั้น เมื่ออำนาจคุมสถานการณ์ จากนี้ไป อยู่ที่ตำรวจ ก็จะมีปัญหาตามว่า มีแนวโน้มของ การเผชิญหน้า อีกหรือไม่ เพราะทุกครั้ง พบว่า ตำรวจไม่ทำหน้าที่ เท่าที่ควรทำ หรือรู้เห็นเป็นใจ กับ นปช.ด้วยซ้ำ ซึ่งการที่ แกนนำ นปช. ระบุว่า อาจจะ ควบคุมคนไม่ได้นั้น สะท้อนให้เห็นถึง แนวคิดของ แกนนำมวลชน ซึ่งเป็นพฤติกรรม ที่ไม่รับผิดชอบ อย่าหาเหตุ มาสร้าง สถานการณ์อีก เพราะครั้งที่แล้ว ก็พาคนมาตาย อย่ามีพฤติกรรม แบบนั้นอีก เพราะพันธมิตรฯ มีความชัดเจนว่า เราจะชุมนุม อยู่ในที่ตั้ง โดยหลัก สันติ และอหิงสา


นอกจากนี้ การยกเลิกประกาศ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังกล่าว ไม่จำเป็น ต้องถือเป็น บุญคุณทางการเมือง เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย คัดค้านอยู่แล้ว ว่า สถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องประกาศ แต่เมือยกเลิก ก็ออกประกาศ อย่างเอิกเกริก ทวงบุญคุณ ว่า พันธมิตรฯ ยุติ ได้หรือยัง ซึ่งตรงนี้ เป็นการหวังผล ทางการเมือง เป็นเรื่องไม่สมควร อย่างยิ่ง เพราะจริงๆ แล้ว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี ควรจะแถลง ขอโทษ ประชาชนด้วยว่า การยกเลิก เป็นการไถ่บาป ไม่ใช่เรื่อง ทวงบุญคุณ


นายสุริยะใส กล่าวถึง การสรรหานายกฯ คนใหม่ ว่า พันธมิตรฯ ไม่ได้คาดหวังว่า ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ จะมีทางออก ให้บ้านเมืองได้ เพราะมีการ ล็อกสเปก ไว้ที่ “3 ส.” สายล่อฟ้า (นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์) ซึ่งล้วนแล้วแต่ เป็นบุคคล ที่มี มลทินติดตัว กันทั้งนั้น และทั้ง 3 คน เป็นตัวแทน ทางความคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างชัดเจน จึงไม่มีอิสระเพียงพอ ที่จะพา บ้านเมือง ให้พ้นวิกฤตได้


และถ้าหากวันที่ 17 กันยายน ได้นายกฯ ในกลุ่ม 3 ส.ก็อาจเป็นชนวนของความขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งพันธมิตรฯ อาจจะต้องปักหลักต่อไป และเท่าที่ประเมิน แม้ผู้ชุมนุมจะมีอาการล้าบ้าง แต่การระดมพลของเรานั้น สามารถทำได้ตลอดเวลา และยืดเยื้อโดยไม่มีกำหนดได้อีกนาน เพราะผู้ชุมนุมรู้สึกว่า ต้องนำพาบ้านเมือง เพื่อให้พ้นการครอบงำของระบอบทักษิณ ซึ่งตรงนี้พรรคพลังประชาชนไม่เคยสนใจ


สำหรับ กลุ่มนักรบศรีวิชัย ที่ตกเป็น ผู้ต้องหา บุกรุกสถานีโทรทัศน์ NBT และถูกขังนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ประกันตัว ออกมา บางส่วน แล้ว ส่วนที่เหลือ อยู่ระหว่างเซ็นเอกสาร และคาดว่า จะทยอยประกันได้เรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม แกนนำพันธมิตรฯ ยังมีมติ ช่วยเหลือครอบครัว ของทั้ง 85 คน ทั้งเรื่องค่าเล่าเรียน และค่าสูญเสียโอกาส และ เมื่อได้ข้อยุติ ตนจะนำกลุ่มคนเหล่านี้ มาแถลงความจริง ที่เกิดขึ้นที่ NBT กับสื่อ


เพื่อให้ฟังจากปาก ผู้ต้องหาบ้าง และคนเอ็นบี ต้องฟังบ้าง เพราะเท่าที่ฟังมา ข้อมูลเป็นคนละอย่าง ทั้งเรื่อง มีการจัดฉาก อาวุธ และ เตรียมการ ไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะต้องให้เขา ได้ชี้แจงต่อสังคมด้วย อย่างไรก็ตาม หากจบ ภายในสัปดาห์หน้า จะเปิดตัว แถลงความจริง อย่างเป็น ทางการ


ผู้สื่อข่าว ถามต่อว่า หากวันที่ 17 ก.ย. สภา ล่มอีก พันธมิตรฯ จะทำอย่างไร นายสุริยะใส กล่าวว่า เท่าที่ดู แนวโน้มรัฐบาลแห่งชาติ คงเป็นไป ได้ยากแล้ว เพราะพรรคการเมือง ไม่ค่อยใส่ใจ ข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งส่วนตัว คิดว่าแนวคิดนี้ พอจะพาบ้านเมือง ให้พ้นวิกฤตได้ แต่ฝ่ายการเมือง ก็ไม่นำพา


ดังนั้น คงต้องเตรียม รับมือกับ สถานการณ์หลัง 17 ก.ย.ด้วย เพราะไม่เชื่อว่า 3 ส. จะนำพาบ้านเมือง ให้พ้นวิกฤตได้ และ ถ้ายังอยู่ในโควตา ของพรรค จุดยืน ของพันธมิตรฯ คือไม่รับ ซึ่งจุดยืนดังกล่าว ไม่ใช่อคติ ต่อ 3 ส. แต่เรากำลังต่อสู้กับ นอมินี และ รัฐบาลหุ่นเชิด และ ไม่เอา ตัวแทน ทางความคิด ของระบอบทักษิณ ซึ่งเราสู้ในจุดยืนนี้


ส่วนหลัง 17 ก.ย. จะมียุทธศาสตร์ ดาวกระจาย หรือไม่นั้น คงต้อง ปรับแผน ยุทธวิธี และต้องกำหนด แนวทางการต่อสู้ใหม่ เพราะสถานการณ์ ตอนนั้น คงจะเปลี่ยนไป พอสมควร


สำหรับมาตรการ รักษาความปลอดภัย กรณีที่ นปช.ชุมนุมที่ สนามหลวงนั้น คงต้องสูงขึ้น เพราะเราไม่ไว้ใจตำรวจ ซึ่งเมื่อครั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทหารออกมา ร่วมกับตำรวจ เป็นสิ่งที่ดีกับเรา แต่เหตุการณ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่เกิดการยิงกัน ที่สะพานมัฆวาน เห็นได้ชัดว่า ตำรวจไม่ขัดขวาง แต่กลับรู้เห็นเป็นใจ ด้วยซ้ำ


ดังนั้น เมื่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และอำนาจมาอยู่ที่ ตำรวจอีกครั้ง พันธมิตรฯ ก็ไม่มีทางเลือก ที่จะต้อง คุ้มครองตัวเอง เพราะยุทธศาสตร์ ของ ฝ่ายตรงข้าม คือ ขับไล่พันธมิตรฯ ให้ออกจาก ทำเนียบ และให้ 9 แกนนำ มอบตัว


ส่วนกรณีที่ การ์ดอาสา กระทบ กับสื่อนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า แกนนำ มีนโยบายย้ำชัด เรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อ และ เมื่อใครคุกคามสื่อ โดย ไม่มีเหตุผล ตนก็จะเอาออกทันที ไม่เอาไว้ ซึ่งที่ผ่านมา เราก็เอาออกไป หลายคนแล้ว แต่บางครั้ง เมื่อตรวจสอบแล้ว ถึงจะรู้ว่า การ์ดบางคน ก็ ไม่ใช่ พวกเรา แต่ที่เราพูดไม่ได้นั้น เพราะมัน น่าอาย ที่เอาฝ่ายตรงข้าม มาเป็นการ์ด


อย่างไรก็ตาม แม้แต่ การพูดโจมตีสื่อ บนเวที โดยขาดข้อเท็จจริง เราก็ยังระวังกันมาก และได้ให้ นโยบายกับ การ์ดทุกจุด แต่บางคน ไม่ใช่ มืออาชีพ จึงอาจ มีอารมณ์บ้าง โดยเฉพาะ สื่อบางแขนง ซึ่งหาก มีอะไรเกินเลย ตนต้องขอโทษไว้ตรงนี้ด้วย


ยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้ให้ออกไป หลายสิบคนแล้ว ซึ่งมีทั้งที่ ตะโกน ตะคอก ใส่ชาวบ้าน หรือพูดไม่ดี กับ สื่อ โดยเราได้ยึดบัตร การ์ดอาสา คืน แล้วปลดออก


อย่างไรก็ตาม อยากให้สื่อ ที่มีเหตุกระทบกระทั่ง กับการ์ดอาสา ให้จดจำหมาย เลขโค้ด หรือดูว่าเป็น การ์ดอาสา ตรงจุดไหน แล้วมาบอก ตน โดยตรง ก็ได้ โดยเฉพาะ ในทำเนียบ ที่มีการรักษา ความปลอดภัย เข้มกว่าสะพานมัฆวาน


ดังนั้น โอกาสกระทบกระทั่ง จึงสูงมาก และที่ผ่านมา แม้แต่การ์ดของ แกนนำเอง ยังเคยโดน ล็อกตัว เพราะการ์ดเหล่านี้ ได้รับคำสั่ง ให้ตรวจเข้ม จึงจำเป็น ต้องปฏิบัติตาม

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
14 กันยายน 2551 21:02 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000109010


พิมพ์ ข่าวนี้ “สุริยะใส” ปราม “ไข่แม้ว” จัดม็อบอีก ซ้ำรอย 1 ก.ย.-คาดนายกฯ “3 ส.” ก่อวิกฤตรอบใหม่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ยกเลิกการใช้ “ประกาศภาวะฉุกเฉิน” แล้ว


ยกเลิก การประกาศใช้ “ประกาศภาวะฉุกเฉิน” แล้ว


แถลงยกเลิกการใช้พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

แถลงยกเลิกการใช้พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร


เมื่อเวลาประมาณ 11.20 น.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปฏิบัติราชการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ หัวหน้าผู้รับผิดชอบ ตามพระราชกำหนด บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมแถลง ยกเลิกการใช้ พระราชกำหนด ภาวะฉุกเฉิน ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร โดยให้เหตุผลว่า

ภายหลังที่ได้ประกาศ ภาวะฉุกเฉิน เมื่อหลายวัน ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทย บอบช้ำและ ได้รับความเสียหาย เป็นอย่างมาก พร้อมวอนให้ ทุกฝ่ายที่เห็นต่าง ให้หันหน้ามาพูดคุยกัน เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ แนวหน้า http://www.naewna.com/news.asp?ID=123110


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.