Accom Thailand

September 18, 2008

เปิดโผ ครม.รัฐบาล “น้องเขย” สายตรง “พี่เมีย” จัดเองกับมือ


แย้มโผ ครม.“สมชาย 1” – สายตรง “แม้ว” จัดกับมือ


เปิดโผ ครม.รัฐบาล “น้องเขย” สายตรง “พี่เมีย” จัดเองกับมือ ก่อนเสนอนายใหญ่ เห็นชอบ กัน “ยี้ห้อย” ออกนอกวง คาด “สมพงษ์” ข้ามฟากนั่ง มท.1 “เป็ดเหลิม” คัมแบ็กคั่ว รมว.ยธ. ส่วนกลาโหม นายกฯ ถ่างนั่งเอง ทาบ “ทนง-โอฬาร” นั่งคลัง ด้านกลุ่มเนวิน ลุ้นขึ้นชั้น ว่าการคมนาคม “เจ๊แดง” ดันคนใกล้ชิด นั่งสำนักนายกฯ – เลขา นรม.
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ เจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา



มีรายงานข่าวจาก พรรคพลังประชาชน ถึงความเคลื่อนไหว ในการจัด ครม. ในรัฐบาลที่มี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีว่า บุคคลที่มี ส่วนร่วม ในการจัดรายชื่อรัฐมนตรี มี นายสมชาย นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น โดย เมื่อ ทั้งหมดได้พิจารณาแล้วเสร็จ ก็จะนำรายชื่อต่างๆ รายงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น ขั้นตอนสุดท้าย


นอกจากนี้ยังพบว่า ในก่อนการวางตัว รัฐมนตรีใน หลายตำแหน่งสำคัญ โดย นายสมชาย ได้มอบหมาย ให้ อดีตแกนนำ กลุ่มอดีต กรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ ทางการเมือง 111 คน (บ้านเลขที่ 111) ซึ่งเป็นสายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ หลายคน อาทิ


นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี นายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งเป็น ที่น่าสังเกตว่า ในครั้งนี้ นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการ บริหารพรรค หัวหน้ากลุ่ม เพื่อนเนวิน ไม่ได้มีส่วนร่วม ในการจัดโผ ครั้งนี้ด้วย


นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า สำหรับรายชื่อ ที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี จะมี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คาดว่า จะถูกเปลี่ยนจาก รมว.อุตสาหกรรมมานั่ง ตำแหน่งรองนายกฯ ดูแลด้านเศรษฐกิจ เพียงตำแหน่งเดียว พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. และ อดีต มท.1 คาดว่า จะรับตำแหน่ง รองนายกฯ ดูแลด้านความมั่นคง ขณะที่ อีกสองตำแหน่ง ที่เหลือ ซึ่งเป็นโควตาของ พรรคร่วมนั้น ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในขณะนี้


ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย คาดว่า จะเปลี่ยนให้ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จาก รมว.ยุติธรรม เป็น รมว.มหาดไทย ขณะที่ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์ ส.ส.เลย โควตาจาก กลุ่มอีสานพัฒนา คาดว่า จะเป็น รมช.มหาดไทย


ด้าน กระทรวงยุติธรรม คาดว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะกลับมา รับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม หลังจากที่ ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม เกี่ยวข้อง กับการเคลื่อนไหวของ กลุ่มอีสานพัฒนา จนทำให้ได้รับ ผลตอบแทน กลับมาเป็นรัฐมนตรี ในครั้งนี้


ขณะที่ รมว.กลาโหม คาดว่า นายสมชาย จะควบตำแหน่งนี้ ด้วย โดยคาดว่า พลเอก เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีต ผบ.สส. ซึ่งเป็น ที่ปรึกษา ด้านความมั่นคง ในพรรค เป็น รมช.กลาโหม


ส่วน รมว.คลัง มีการทาบทาม นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง และ นายโอฬาร ไชยประวัติ มาเป็น รมว.คลัง


กระทรวงศึกษาธิการ คาดว่า จะยังคงให้เป็นโควตา กลุ่มภาคเหนือ คือ นายอนุสรน์ วงศวรรณ ซึ่งเดิมเป็น รมว.พัฒนาสังคม สลับมาเป็น รมว.ศึกษาธิการ โดยมี นายพงศกร อรรณนพพร ส.ส.กลุ่มเนวิน ยังคงเป็น รมช.ศึกษาฯ รวมทั้ง นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี โควตาของ กลุ่มภาคกลาง นายสรอรรถ กลิ่นประทุม จะยังคงเป็น รมช.ศึกษาธิการ เช่นเดิม


โดยในส่วนของภาค กทม. คาดว่า นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.จะขึ้นเป็น รมว.พัฒนาสังคม ส่วน รมว.สาธารณสุข คาดว่า จะไม่มีการเปลี่ยน โดยจะเป็น นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล นายทุนภาค กทม. อยู่ในตำแหน่งต่อ


กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คาดว่า จะยังคงเป็น นายวุฒิพงษ์ ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา โควตา นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็น รมว. ส่วน กระทรวง วัฒนธรรม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ กลุ่มขุนค้อน จะเป็น รมว.เช่นเดิม


ด้าน กระทรวงคมนาคม ยังอยู่ในระหว่าง การเจรจาต่อรอง โดยทาง กลุ่มเนวินเสนอชื่อ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งเดิมเป็น รมช.คมนาคม ขึ้นเป็น รมว.คมนาคม


ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ในส่วนของ นายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นายสุพล ฟองงาม รมช.มหาดไทย มีแนวโน้ม จะถูกปรับออก สูง เนื่องจาก นายสมชาย ได้แจ้งกับ คณะกรรมการบริหารพรรค ถึงจุดยืนในการตั้ง ครม.ว่า จะคัดเลือกบุคคล ที่มีคุณสมบัติ และภาพลักษณ์ ที่ เหมาะสม มาเป็นรัฐมนตรี


อย่างไรก็ตาม ยังมีรายชื่อของ บุคคลที่มีแนวโน้มสูง จะได้รับตำแหน่ง ใน ครม.นี้ แต่ยังอยู่ระหว่าง การพิจารณาว่า จะให้รับตำแหน่งอื่นๆ เช่น รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี และ เลขาธิการนายกฯ คือ


นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ คนสนิท นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา นายสมชาย นายศรีเมือง เจริญศิริ ส.ส.สัดส่วน โควตา สายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
18 กันยายน 2551 20:51 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111133


พิมพ์ ข่าวนี้ แย้มโผ ครม.“สมชาย 1” – สายตรง “แม้ว” จัดกับมือ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

สุธา ชันแสง ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน ลาออกจาก การเป็น ส.ส.


“สุธา” ไขก๊อกจาก ส.ส.พปช.แล้ว

นายสุธา ได้เดินทางมาพร้�มมีผู้พยุงมาด้วย โดยมีนาย�ง�าจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาช่วยพยุง

นายสุธา ได้เดินทางมาพร้อมมีผู้พยุงมาด้วย โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาช่วยพยุง


“สุธา ชันแสง” อดีต รมว.พม.ไขก๊อกจาก ส.ส.พปช. อ้างสุขภาพไม่ดี โดยไร้เงา ส.ส.ในพรรคตามให้กำลังใจ ด้าน “องอาจ” เข้าพยุง “สุธา” พร้อมให้กำลังใจ


วันนี้ (18 ก.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่รัฐสภา นายสุธา ชันแสง ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน และ อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคม และ ความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางมา ยื่นใบลาออก จากการเป็น ส.ส. ที่ฝ่ายงานสารบรรณ สภาผู้แทนราษฎร หลังจากป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จากโรค เส้นเลือดสมองแตก เมื่อครั้งถูกอภิปราย เรื่องวุฒิการศึกษาในสมัยรัฐบาลสมัคร 1


นายสุธากล่าวว่า การลาออกครั้งนี้ ตนไม่ได้แจ้งให้กับผู้ใหญ่ ในพรรค พลังประชาชน รับทราบ เพราะเกรงว่า หากแจ้งทางผู้ใหญ่ไปแล้ว เกรงว่าจะถูก ทักท้วง ทั้งนี้ตนได้คิดแล้วว่า หากภายใน 3-4 เดือนนี้ ไม่หาย ตนก็จะลาออกจาก การเป็น ส.ส. ซึ่งการยุติบทบาท ทางการเมืองครั้งนี้ ก็เพื่อ ไปรักษาตัว


แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็ต้องขอบคุณพรรค และประชาชนทุกคน ที่ให้โอกาสตน ได้ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนการเลือกตั้งซ่อม เป็นเรื่องของพรรค ว่าจะส่งใครแทน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะรักษาหาย ตนก็จะไม่กลับมา เล่นการเมืองอีกแล้ว แต่จะหันไปทำงาน ทางด้านสังคม โดยจะไปช่วยงาน ในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์ราชกัลยาศิริวัฒนาพรรณวดี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุธา ได้เดินทางมา พร้อมมีผู้พยุงมาด้วย โดยมี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาช่วยพยุง แต่ไร้เงา ส.ส. จากพรรค พลังประชาชน เข้ามาดูแล

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
18 กันยายน 2551 17:06 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111050


พิมพ์ ข่าวนี้ “สุธา” ไขก๊อกจาก ส.ส.พปช.แล้ว


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ภริยา นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นฟ้อง สามเกลอเอ็นบีที


ภริยา “จรัญ” หมดความอดทน ฟ้อง “3 เกลอ เอ็นบีที” ปูดเรื่องเท็จใส่ร้าย


ภริยา “จรัญ ภักดีธนากุล” ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ มอบให้ ทนายฟ้อง “สามเกลอเอ็นบีที” นำคำพิพากษาศาลชั้นต้น มากล่าวหา ยักยอกที่ดิน ทั้งที่ ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องไปแล้ว อธิบดีกรมกร๊วก พร้อมติดร่างแหด้วย ฐานเป็น ผู้สนับสนุน ระบุใช้ความอดทน ไม่ดำเนินคดี มาตลอด แต่ ไม่ยอมหยุด จำต้องพึ่ง บารมีศาล


วันนี้ (18 ก.ย.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ นางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล ภริยา นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มอบอำนาจให้ นายสมผล ตระกูลรุ่ง ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

นายวีระ มุสิพงศ์ หัวหน้าแก๊ง 3 เกล�

นายวีระ มุสิพงศ์ หัวหน้าแก๊ง 3 เกลอ


นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้”
นายเอนก เรืองเชื้อเหมือน บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์ ประชาทรรศน์
นายสุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการ ผู้อำนวยการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประไทย และ
นายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาชนสัมพันธ์
เป็นจำเลยที่ 1-6 ฐานหมิ่นประมาท


คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.51 เวลาประมาณ 22-23 น.จำเลยที่ 1-3 ผู้ร่วมดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้” ทางสถานี วิทยุโทรทัศน์ช่อง เอ็นบีที (ช่อง 11) ของ กรมประชาสัมพันธ์ ได้ร่วมกันนำ ข้อความ หมิ่นประมาทโจทก์ มาอ่านออกอากาศ โดยได้นำ คำพิพากษา ของ ศาลจังหวัด สงขลา เกี่ยวกับ การซื้อขายที่ดิน ที่ถูกคำพิพากษา ของศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับแล้ว มาอ่านผ่านรายการ และ แสดงความเห็นเพิ่มเติม โดยเจตนา บิดเบือนข้อเท็จจริง อ้างว่าเป็น ประเด็นเปรียบเทียบ กับเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ


ซึ่งความจริงแล้ว คดีของโจทก์ ไม่เกี่ยวกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด ทั้งนี้ คำพิพากษาของ ศาลจังหวัดสงขลา ได้ถูกพิพากษา กลับแล้วโดย ศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษา ยกฟ้อง เมื่อวันที่ 1 มี.ค.48 ว่า (โจทก์ ซึ่งเป็น จำเลย ในคดีดังกล่าว) มิได้กระทำ การยักยอกที่ดิน ของบุคคลอื่น


ทั้งนี้ การกระทำของ จำเลยที่ 1-3 ทำให้ โจทก์ ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง จากผู้ที่ชม รายการ ดังกล่าว และเป็น การกระทำผิด มาก่อน หลายครั้งหลายหน แล้ว ซึ่งโจทก์ ได้ใช้ความอดทน ไม่ดำเนินคดี แต่จำเลยทั้งสาม ยังไม่ยอมหยุด การกระทำดังกล่าว โจทก์ จึงจำเป็น ต้องอาศัยบารมี ศาล เป็นที่พึ่ง


ขณะเดียวกัน จำเลยที่ 5-6 มีหน้าที่ ควบคุม การออกอากาศ ของ สถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่องเอ็นบีที กลับละเลย ไม่ควบคุม หรือ ห้ามปราม จำเลยที่ 1-3 ให้หยุดกระทำการ อันเป็นการ หมิ่นประมาท โจทก์ จึงถือได้ว่า เป็นผู้สนับสนุน การกระทำดังกล่าว ด้วย


ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ส.ค.51 จำเลยที่ 4 ในฐานะ บรรณาธิการ ได้นำข้อความดังกล่าว ที่จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันพูดใน รายการ “ความจริงวันนี้” ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ ช่องเอ็นบีที ไปเผยแพร่ ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์รายวัน ประชาทรรศน์ ฉบับวันที่ 6 ส.ค.51 โดยรู้อยู่ว่า เป็น ข้อความหมิ่นประมาท และ มีเจตนาให้ผู้อ่านเข้าใจว่า โจทก์เป็น คนไม่ดี โกงที่ดิน ของบุคคลอื่น ซึ่งไม่เป็นความจริง และ โจทก์ ไม่เคย โกงทรัพย์สิน ของผู้ใด ทั้งนี้ ศาล รับคำฟ้องไว้ และนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 8 ธ.ค.2551 เวลา 10.00 น.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
18 กันยายน 2551 16:58 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111047


พิมพ์ ข่าวนี้ ภริยา “จรัญ” หมดความอดทน ฟ้อง “3 เกลอ เอ็นบีที” ปูดเรื่องเท็จใส่ร้าย


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

โซ่ข้อกลาง “บิ๊กจิ๋ว” ละเมอ ! อ้อน พันธมิตรฯ ถอย ผุดไอเดีย ตั้ง ส.ส.ร. แก้ รธน.

 พล..ชวลิต ยงใจยุทธ ดีตนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี


“บิ๊กจิ๋ว” ละเมอ! อ้อนพันธมิตรฯ ถอย ผุดไอเดียตั้ง ส.ส.ร.แก้ รธน.


พล.อ.ชวลิต ไม่ทิ้งสไตล์เดิม ต้องตีความ คำพูดกันแปดตลบ ยอมรับพันธมิตรฯ มีเจตนาที่ดี จัดชุมนุม แต่ควรถอยกลับที่ตั้ง ชี้ปัญหาบ้านเมือง เกิดจากการปกครอง ที่ไม่เป็นธรรม แต่หนุนให้ รัฐบาลทำหน้าที่ต่อไป เสนอไอเดีย ตั้ง ส.ส.ร. แก้ รธน. เพื่อจัดให้มี การเลือกตั้งใหม่


วันนี้ (18 ก.ย.) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ “พรุ่งนี้ประเทศไทย” ในงาน ครบรอบ 55 ปี สยามรัฐ สัปดาหวิจารณ์ ว่า ความขัดแย้ง ขณะนี้ เกิดจาก การปกครอง ที่ไม่เป็นธรรม พร้อมกันนี้ ยอมรับว่า พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มีแนวคิดที่ดี แต่อธิบาย กับสังคม ไม่ได้ ดังนั้น ควรถอย และคุย ด้วยเหตุผล และหาจุดร่วมกัน ทั้งสองฝ่าย


ขณะเดียวกัน พล.อ.ชวลิต ได้เสนอให้ รัฐบาลปัจจุบัน ทำหน้าที่ต่อไป ไม่ควรยุบสภา แล้วให้ มีการตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ในสัดส่วน 50:50 ซึ่งมาจาก การเลือกตั้งปกติ ร้อยละ 50 และ มาจาก การเลือกใน กลุ่มอาชีพอีก ร้อยละ 50


นอกจากนี้ พล.อ.ชวลิต ยังได้แสดงความเห็น ถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี ว่าเป็น บุคคลที่น่ารัก อยู่แล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
18 กันยายน 2551 12:09 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000110809


พิมพ์ ข่าวนี้ “บิ๊กจิ๋ว” ละเมอ! อ้อนพันธมิตรฯ ถอย ผุดไอเดียตั้ง ส.ส.ร.แก้ รธน.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ยกฟ้อง คดี ทักษิณ กล่าวหา ประชัย หมิ่นประมาท


ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง “แม้ว” กล่าวหา “ประชัย” หมิ่นฯ


ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้น ยกฟ้อง คดี “ทักษิณ” กล่าวหา “ประชัย” หมิ่นประมาท ศาลระบุ โจทก์มีพฤติกรรม ประวิงคดี

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ �ดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย


วันนี้ (18 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้อ่าน คำพิพากษา ของ ศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กับพวก รวม 3 คน เป็นจำเลย ในความผิด ฐาน หมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณา


จากกรณี เมื่อวันที่ 22-23 พ.ย. ปี 2549 จำเลยที่ 1 ได้แถลงข่าว พาดพิง โจทก์ ลงตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทำให้ โจทก์ ได้รับ ความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และ เกลียดชัง


คดีนี้ศาลชั้นต้น ได้พิพากษา ยกคำร้อง โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์ ในคดี ที่ศาลชั้นต้น ยกฟ้อง เรื่องการขอเลื่อนคดี ว่าชอบด้วยกฎหมาย หรือ ไม่ ซึ่ง ศาลเห็นว่าการที่ ทนายโจทก์ อ้างว่า ปวดกล้ามเนื้อ หลังมีอาการป่วย จึงไม่สามารถ เดินทางมาศาล ตามกำหนดนัด เป็นข้ออ้าง ที่ฟังขึ้น ไม่ขึ้น


นอกจากนี้ โจทก์ได้ทำการแถลงต่อศาล ว่าจะสืบพยานโจทก์ จำนวน 12 ปาก แต่ไม่ได้ดำเนินการ ขอหมายเรียกจาก ศาล เพื่อให้ออกหมายเรียก กับ บุคคลดังกล่าว


ศาลมองว่าเป็นพฤติการ ประวิงคดี เป็นข้อบกพร่องของ ทางโจทก์ ที่ไม่นำพยาน มาสืบ พิสูจน์ความผิด ของ จำเลย ศาลอุทธรณ์ จึงเห็นพ้อง กับ ศาลชั้นต้น พิพากษา ยกฟ้อง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
18 กันยายน 2551 11:58 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000110799


พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง “แม้ว” กล่าวหา “ประชัย” หมิ่นฯ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“กลกาม” แห่งความใคร่ ตำนาน ที่ปิดไม่มิด! ที่กระทรวงตราชั่ง

 วิญญาณสาวหน้าห้�ง ร้�งนายกฯ น�กทำเนียบ คุ้ยคดี สมชาย

วิญญาณสาวหน้าห้อง ร้องนายกฯ นอกทำเนียบ คุ้ยคดี สมชาย


ปิดไม่มิด! เรื่องเล่าลือตำนาน “กลกาม” กระทรวงตาชั่ง!?!


แทบจะไม่มีใครเชื่อว่า คนอย่าง “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” ว่าที่ นายกรัฐมนตรี (ซูเปอร์นอมินี) หรือ “นายกฯ นอกทำเนียบ” ที่เคยคร่ำหวอด กับ วงการ ศาล และ รั้งตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ยาวนาน มาตั้งแต่ 11 พ.ย.2542 – มี.ค.2547


แม้จะเปลี่ยน รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง คนแล้วคนเล่า แต่ปลัด ยังคงเป็นคนเดิม หน้าเดิม อาจจะด้วยเหตุผล การเป็นคนนิ่งๆ เฉยๆ ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่า จะมีปัญหา ประเด็นร้อน ขนาดไหน ก็ยังตอบคำถาม สื่อได้ เหมือนไม่มีอะไรเลย โดยเฉพาะ บุคลิก ที่ไม่หาเรื่องใคร จึงทำให้ เป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม มาได้ ไม่ว่ารัฐบาล จะมาจาก ขั้วใด ก็ตาม


แต่ใครจะรู้ บุคลิกติ๋มๆ แถม เคารพเมีย มีพฤติกรรม ที่เขาร่ำลือกัน เป็นเช่นใด…


ในอดีต เมื่อไม่นานเท่าไร! มีเสียงร่ำลือ ของเหล่า ข้าราชการ เกิดขึ้นหนาหู ว่า “นายใหญ่” แห่ง กระทรวงยุติธรรม นั้นมักมี พฤติกรรม กุ๊กๆกิ๊กๆ น่ารัก กับ สาวๆ ใน กระทรวงยุติธรรม เสมอ นอกจากนี้ ก็เป็นที่รู้กันดี ถึงความแตกต่าง ระหว่าง รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง กับ ปลัดกระทรวง ที่เห็นๆ กันชัดๆ แค่ห้อง ก็ต่างกัน ลิบลับ


ไอ้ที่ว่า ไม่ใช่ห้อง รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง จะดีกว่าของ ปลัดนะ ขนาดห้อง มองจากข้างนอก อาจไม่รู้ ดูไม่ต่าง แต่หากได้มีโอกาสเข้าไป ถึง ห้องนอน ที่มีไว้เอนหลัง ยามเที่ยง บ่าย หรือ ยามเหนื่อยอ่อน รวมไปถึง ห้องน้ำ แล้ว จะรู้สึกถึง ความต่างกัน อย่างชัดเจน เนื่องจาก ถ้าเป็นห้อง ของ รัฐมนตรีแล้ว หากจะเรียกว่า ห้องเอนหลัง ก็ไม่แปลก แต่ถ้าเป็น ห้องปลัดฯ ควรเรียกว่า “ห้องนอน” ที่มีการตกแต่ง ค่อนข้างงดงาม … นัยว่าเป็น (คนชอบนอน) นั่นเอง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ข�งไทย ที่ยังไม่มีที่ทำงานเลย

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของไทย ที่ยังไม่มีที่ทำงานเลย


วีรกรรมถัดมา… ชวนตื่นเต้น เนื่องจากถึงเวลา เที่ยงวัน ปกติแล้ว นายใหญ่ของ กระทรวง ก็มักเจียดเวลา ออกไป รับประทานอาหาร ข้างนอก อยู่บ่อยๆ ซึ่งก็อาจจะมี ผู้ติดตาม ที่เป็นผู้หญิงไปด้วย


แต่วันเกิดเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า นายใหญ่ ที่ออกไป รับประทานอาหาร นอกสถานที่ กับ ผู้ติดตาม ที่เป็นผู้หญิง แต่คงยังไม่ทันถึง ปรากฏว่า มีปากมด ปากหมู โทร. ไปประจบ เจ้านายที่บ้าน ทำให้เจ้านาย ที่บ้าน ต้อง (นวยนาด) โผล่มาที่ กระทรวงยุติธรรม แบบที่เรียกได้ว่า “จู่โจมตรวจค้น” เลยทีเดียว ร้อนถึง หน้าห้อง ต้องโทร. ตามให้วุ่นวาย ทำให้ นายใหญ่ต้องเผ่นกลับ กระทรวง อย่างทันทีทันใด และ นับ จากนั้น เป็นต้นมา “เจ้านายที่บ้าน” ก็มาที่ กระทรวงยุติธรรม ในช่วงกลางวัน ทุกวัน อยู่ระยะหนึ่ง กระทั่ง เกิดความไว้วางใจ และ เลิกราไปเอง


อีกเหตุการณ์ ที่ยังคงสร้าง ความคาใจ ให้กับผู้ที่ทราบเหตุการณ์ และยังคง เล่าขาน จนทุกวันนี้ … เมื่อมีเจ้าหน้าที่ จาก สำนักงาน ปลัดกระทรวง ยุติธรรม คนหนึ่ง ผูกคอตาย และ ได้ทิ้งจดหมาย ลาตาย ไว้ด้วย ผู้ที่เห็นจดหมายนั้น ก็มีเพียงไม่กี่คน และ ไม่มีใครยอมเปิดเผย เพราะต่างก็รู้ว่า หากแพร่งพราย ออกไป นั่นหมายถึง “ภัย” กำลังจะเข้ามาหาตัว


แต่มีเสียงลือ เสียงเล่าอ้าง ว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ก็มีความสัมพันธ์ ใกล้ชิด กับ นายใหญ่ แต่ คุณนายที่บ้าน มารู้เข้า จึงเกิดศึก กลางกระทรวงขึ้น จากนั้น เจ้าหน้าที่ คนดังกล่าว ก็ถูกกดดันต่างๆ นานา จากฝั่ง อำนาจนอกระบบ จนไม่สามารถ ที่จะทำงาน และมีชีวิตอยู่ ต่อไปไดั ซึ่งสาเหตุดังกล่าว อาจเป็นชนวนเหตุ ให้ผูกคอตาย ก็เป็นได้


ส่วนจดหมาย ฉบับดังกล่าว ที่ถูกเก็บเป็นความลับ มาจนถึงทุกวันนี้ เนื้อหาใจความ บ่นน้อยอก น้อยใจ ในโชคชะตา และ ตัดพ้อ ต่อความรัก ที่ได้ มอบให้ ด้วยกาย และ ใจ


แม้กระทั่งสุดท้าย ก็พร้อมที่จะยอมมอบชีวิตให้ เพื่อเป็น อนุสรณ์แห่งความรัก ที่จบลงด้วย โศกนาฏกรรม กลายเป็น “วิญญาณสาวหน้าห้อง” ที่จะมาทวงถามหา ความยุติธรรม ให้กับตนเองบ้าง อยู่ที่ว่า เจ้าตัวจะ “สำนึก” มากน้อยแค่ไหน?


หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น และผ่านพ้นไป เมื่อ “นายจรัญ ภักดีธนากุล” ขึ้นมาเป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปัญหาเรื่อง ความสัมพันธ์ใกล้ชิด ระหว่าง ผู้บังคับบัญชา กับ ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่มีมา เป็นเวลานาน ก็ถูกตั้ง กฎเหล็ก จาก นายจรัญ ขึ้นมาว่า “ห้ามมี” และ ถ้ามี ก็จะจัดการ ขั้นเด็ดขาด โดยถือให ้เป็น ความผิดวินัยร้ายแรง ทันที


ถามว่าเหตุไฉน นายจรัญ ที่มาดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น จึงต้องตั้งกฏเหล็ก นี้ขึ้นมา ก็เพราะว่า เรื่องเล่าขาน ที่กล่าวมา ข้างต้น มันน่าจะมีมูล ส่วนพฤติกรรม ดั่งว่าจะจริง หรือไม่ ตัวท่านเอง ย่อมรู้ดี


แต่สำหรับ วันนี้เป็นต้นไป เมื่อบุคคลใด ก็ตาม ที่เข้ามานั่งเป็น ผู้นำสูงสุด เป็น บุคคลสาธารณะ คุณ ต้องพร้อมที่จะรับ กับ การตรวจสอบ จาก สื่อ และ จากสังคม ในทุกรูปแบบ เพื่อประโยชน์ของ ตัวท่านเอง


นี่คือ กฎแห่งกรรม ที่ทุกคนหนีไม่พ้น เพราะหาก ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สักวันหนึ่ง อนาคต อาจจะจบด้วย ปมเหตุแห่ง “กลกาม” ที่ลุ่มหลง!!!

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
18 กันยายน 2551 09:04 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000110693


พิมพ์ ข่าวนี้ ปิดไม่มิด! เรื่องเล่าลือตำนาน “กลกาม” กระทรวงตาชั่ง!?!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.