Accom Thailand

September 23, 2008

“สมศักดิ์” จวก บทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน” มั่ว โต้ การเมืองใหม่ เกิดนานแล้ว เพราะ ถูกต้อง เป็นธรรม และ บริสุทธิ์ ไม่มี ผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,เทวสถาน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:58
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมศักดิ์” จวก “มติชน” สุดมั่ว ใส่ไฟ “การเมืองใหม่” ล้มแต่ยังไม่ตั้งไข่

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


“สมศักดิ์” จวก บทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน” มั่ว กล่าวหาการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ไม่ตั้งไข่ แถมป้ายสี ละทิ้งมวลชน ซ้ำยกคำ “สมัคร” ทาส เผด็จการ มาด่า ยันพันธมิตรฯ ชุมนุม 120 กว่าวัน ทำสำเร็จกว่า 40 เรื่อง โดยมีมวลชน เข้าร่วมมหาศาล หากทิ้ง มวลชน คงเหลือแค่ 5 แกนนำ อย่างโดดเดี่ยว ติง “ขรรค์ชัย บุนปาน” มอบกระเช้า ประจบ “สมชาย” จะเป็น สื่อของมวลชน ได้อย่างไร


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


วันนี้ (23 ก.ย.) เวลาประมาณ 23.20 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัย บนเวทีหน้า ทำเนียบ รัฐบาลว่า การก่อตัวของ พี่น้องประชาชน ที่ลุกขึ้นมา ปฏิรูปการเมืองการปกครองไทย ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่ออนุชนรุ่นหลัง ฉะนั้น ใครจะมา บอกว่า การเมืองใหม่ เป็นไปไม่ได้ คนๆนั้น กำลังกล่าวความเท็จ เนื่องจาก ประวัติศาสตร์ เพิ่งผ่านพ้นไปได้ เพียงไม่กี่วัน ที่ รัฐบาลเผด็จการ ในระบอบทักษิณ เสียง 377 เสียง จาก 500 เสียง ฝ่ายค้าน ทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพันธมิตรฯ หรือ ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องหนี ขนาดนั้น


“คนมีเงิน เอาเงิน ไปซื้ออำนาจ มาเป็นรัฐบาล เสียงมากมาย ครอบคลุมหมด ทั้งทหารตำรวจ มาเป็น พรรคพวกตัวเอง ทั้งนั้น แต่ไม่อาจต้าน พลังแห่งคุณธรรม ของ พันธมิตรฯได้ จึงต้อง ถอยร่นแตก แบบไม่เป็นกระบวน และ ตอนนี้ คดีต่างๆ กำลังจะถูกพิจารณา อย่างวันที่ 21 ต.ค. คดี ของ ทักษิณจะถูก พิพากษาเป้น คดีแรก ซึ่งเมื่อถึง วันนั้น เราก็จะอยู่สู้ต่อไป เพื่อต่อสู้ยึดทรัพย์ ที่โกงไป กลับมาเป็นของ แผ่นดิน ถ้าหนีได้หนีไป” นายสมศักดิ์ กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นี่คือการเมืองใหม่ ซึ่งกลายเป็น ปรากฏการณ์ที่ไม่เคย ปรากฏมาก่อน ในโลกนี้ นี่คือ ความเจริญก้าวหน้า ของ ปวงชน ชาวไทย ทุกคน ที่มีส่วนร่วม เกิดปรากฏการณ์ ช่วยเหลือกัน อย่างกว้างใหญ่ไพศาล บริจาคทั้ง ทรัพย์สินต่อสู้ จำนวนนับแสน นับล้าน นี่คือ การเมืองใหม่ โดยประชาชน เพื่อประชาชน และ ประเทศชาติ


“ถ้าพวกเรา ไม่เคารพ ไม่เชื่อใจ ไม่รับฟัง พี่น้องประชาชน ก็จะไม่มี พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่มากมายที่สุดใน ประวัติศาสตร์ มีคนมา ชุมนุม ยาวนาน และ มากที่สุด มากกว่า 14 ตุลา มากกว่า พฤษภาทมิฬ ที่กล้าพูด เพราะเคยอยู่มา ทุกเหตุการณ์ และ ไม่เคยเอียงอยู่ฝ่าย เผด็จการ ไม่ว่าครั้งใด ทั้งสิ้น” นายสมศักดิ์กล่าว


ทั้งนี้ จึงอยากให้ พี่น้องมั่นใจ เชื่อใจว่า ในสิ่งที่ทำนั้น ถูกต้องตลอด อย่าไปวิตกกังวล เมื่ออันธพาล เป็นรัฐบาล ที่มาคอยกล่าวหา รังแก เพราะ ความจริง ก็คือ ความจริง อย่าวิตก และ ไปทุกข์ร้อน กับมัน รัฐบาลคือ


กบฏ ที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มา กล่าวหาเรา ซึ่งจะไปกลัวทำไม ในเมื่อ ไม่เป็นความจริง จึงอยากให้ พี่น้อง เชื่อมั่น และ ไม่ต้องหวัง พึ่งใคร ให้พึ่ง พลังของเรา สามัคคีกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว ชัยชนะ จะต้องปรากฏ อย่างแน่นอน


“ชัยชนะมีได้ 2 อย่าง คือ
1. สิ่งที่ทำนั้น จะต้องถูกต้อง เป็นธรรม และ บริสุทธิ์ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง
2. จะต้องร่วมมือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีกฎเกณฑ์สามัคคีเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคี คือพลัง และ ธรรมะ ต้องชนะ อธรรม เมื่อมีพลัง และ ธรรมะ ก็จะต้องชนะ อธรรมอย่างแน่นอน อย่าสับสน และ สงสัยว่าจะแพ้ หรือ ชนะ เพราะทุกครั้ง ที่ต่อสู้ ไม่เคยพบกับ คำว่า แพ้” นายสมศักดิ์กล่าว


หลังจากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ตอบโต้ หนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 23 ก.ย. หน้า 11 ที่ได้วิเคราะห์ การเมือง โดยตั้งหัวข้อ ว่า “หักดิบการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่” โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเรา เคารพสื่อ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์มา เราเคารพ แต่ อย่างนี้ เหมือนดูถูก ว่า การเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ โดยที่ทำมานั้น ตนเคยบอกแล้วว่า มีความสำเร็จทั้งใหญ่ – ย่อย กว่า 40 ประเด็น


แล้วความสำเร็จ ที่ผ่านมา นั้นจะมาหาว่ าล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ได้อย่างไร ความจริง เราไข่นานแล้ว ตนนั้น ชอบวิชาปรัชญา เพราะว่า ด้วยเรื่อง เหตุ และ ผล เมื่อเรานำวิชานี้ ไปจับกับ สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ จะจับคนเท็จ ได้ตลอด รวมถึงคนโกหก ลำเอียง มีมายา ได้ทันที


นายสมศักดิ์ กล่าวว่า บทความนี้ มีการวิพาษ์วิจารณ์ ถึงสูตร 70 ต่อ 30 หาว่าเป็น สูตรโควตาอ้อย ทั้งๆ ที่พันธมิตรฯ ชี้แจง ตลอดว่า เป็นความเห็น ของแกนนำ บางคน หรือผู้ประสานงาน ที่เสนอ เพื่อให้เกิด ประเด็นถกเถียงกัน ให้เกิด การมีส่วนร่วม เป็นกลยุทธ์ ซึ่งถ้า ไม่โยนอะไร ออกมา คนก็ไม่เถียง อันนี้เช่นกัน เป็นการโยนขึ้นไป เพื่อระดมความเห็น เข้ามา เช่นเดียวกับ สรรพสิ่งทั้งหลาย เกิดมาจาก สิ่งเล็ก เสมอ เห็นได้จาก พระพุทธเจ้า เริ่มมาจาก องค์เดียว ความคิด ที่ฉลาดอย่าง กาลิเลโอ ก็คิดมาจาก คนเดียว แต่หลังจาก คิดแล้ว ก็ได้ปล่อยให้ หลายคน พิสูจน์ความจริง ว่า ใช่หรือไม่ใช่ เมื่อข้อสรุป ที่เป็นจริงเกิดขึ้น ก็จะเกิดการยอมรับ กับ คนทั่วไป


“นักปรัชญา มักเริ่มต้น แบบนี้ ด้วยกันทั้งนั้น อันนี้เช่นเดียวกัน เริ่มต้นด้วย 70:30 แต่กลับ มาบอกว่าเป็น ละทิ้งมวลชน แล้วที่ พี่น้องมารวมตัว ด้วย ความสมัครใจ เป็นจำนวนมาก แบบนี้ จะละทิ้งมวลชน ตรงไหน เราขาดเหลือ อะไร ก็ช่วยกัน บริจาคมาให้ ถ้าละทิ้ง มวลชน คงเหลือ แค่ 5 แกนนำ และนี่ คือ ความจริงชัดๆ เป็นความจริง ที่ปรากฏ เห็นรูป เห็นภาพ จึงจำเป็น ที่จะต้องโต้แย้ง ให้เห็นว่ามันไม่ใช่” นายสมศักดิ์ กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนดีใจ ที่ได้มาอยู่ท่ามกลาง พี่น้องที่มีแต่น้ำใจ เป็นมนุษย์ ที่มีคุณค่า มาขับไล่รัฐบาลชั่ว อยู่ในขณะนี้ ซึ่งบทความ ได้มีการบอกต่อ ว่า พันธมิตร เป็นอันธพาลการเมือง เหมือนกับที่ สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวหาเรา คนเขียนบทความนี้ เหมือนจะโง่ ซึ่งความจริง นายสมัคร นั้น อยู่ฝ่ายเผด็จการ มาตลอด


ตั้งแต่ สมัย 6 ตุลา ก็เป็นคนปลุกระดมให้ นักศึกษาเข่นฆ่ากันตาย 43 คน แต่กลับบอกว่า ตาย 1 คน มาครั้งนี้ได้ไปนำ นปก. โดยมี ตำรวจ นำหน้า มาตีเราที่ สะพานมัฆวานฯ แล้วมากล่าวหาว่า เราเป็นอันธพาล ซึ่งคนที่ อันธพาลนั้น คือ นายสมัคร และ คนที่เขียน บทความแบบนี้ คือ อันธพาล ในคราบ สื่อ


นายสมศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมามี นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้ไปมอบ ช่อดอกไม้ แสดงความยินดี กับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรี ซึ่งการจะมาเจอกันแบบนี้ ต้องมีการนัดกัน ถ้าหาก สื่อมวลชน ประจบ รัฐบาลแบบนี้ จะเป็นกลาง ได้อย่างไร สื่อมวลชน คือ สื่อเพื่อประชาชน ไม่ใช่ สื่อเพื่อรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนั้น อย่าได้ เรียกว่า สื่อมวลชน เลย


“นายขรรค์ชัย บุนปาน คนนี้ สมัย รสช. เคยยืนกับ สุจินดา คราประยูร ซึ่งขณะนั้น อยู่กับพวก เผด็จการ รสช. ซึ่งตอนนั้น ผม กับ พล.ต.จำลอง ได้ยืนอยู่ ข้างประชาชน และ ยังยืน ข้างประชาชน มาตลอด ดังนั้น การที่จะมากล่าวหาว่า ล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ซึ่งเกินความจริง จึงต้องออกมา โต้ตอบ ชี้แจงให้รู้ว่า เราก็มีสมองคิด ออกมาชี้แจง ตอบโต้ ได้ทุกประเด็น” นายสมศักดิ์กล่าว


ตอนท้าย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พี่น้องต้องอย่า ยินยอมและ อย่าไปท้อถอย ตนเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ คงคิดได้ คงไม่โหดร้ายอำมหิต ซึ่งตน เคยอ่าน ประวัติศาสตร์การเมือง ในหลายประเทศ ไม่เคยมีเลว เท่ากับนักการเมืองไทย ในปัจจุบัน แต่ มันจะเป็นเหมือน หนังเรื่อง ที่ฝ่าย พระเอก ชนะ ตอนจะจบ เมื่อใกล้รุ่งเช้า


ฉะนั้น จงเชื่อมั่นใน พลังของพี่น้องเอง และจงเชื่อว่า ความจริงเป็นความจริง ขอให้ยืนหยัด อย่าได้หลงประเด็น เพราะพวกเรา ถือเรื่อง สัจจะ เป็นเรื่องใหญ่ และอยากให้ คนอย่างเราเอาเยี่ยงอย่าง พันท้ายนรสิงห์ ที่ไม่กลัวความจริง เราต้องสู้


คนจริง มาหล่อหลอมกัน ไม่เท่าไร ก็สู้คนชั่วได้ ถ้าเราเป็นคนจริง เชื่อมั่นใน คุณงามความดี จนกว่า ชัยชนะ ทีละขั้นตอน จะคืบคลาน เข้ามาหาเรา

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
24 กันยายน 2551 06:11 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113057


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” จวก “มติชน” สุดมั่ว ใส่ไฟ “การเมืองใหม่” ล้มแต่ยังไม่ตั้งไข่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

“สนธิ” แฉ ความอัปยศ เน่าเฟ็ะ ของการเมืองเก่า ในอดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ดองคดี “แม้ว” ทุกคดี

Filed under: การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:55
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไต

นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“สนธิ” ย้อนอัปยศการเมืองเก่า นัดแฉ ปปช. ดองคดี”แม้ว” วันนี้


“สนธิ” ย้อนอดีต ชี้ให้เห็น การเมืองเก่าสุดเน่าเฟะ รุมทึ้งทรัพย์สมบัติของชาติ อย่างน่าอัปยศ ขณะเดียวกัน ถึงเวลาการเมืองใหม่ เพื่อ เข้ามาล้าง ความชั่ว ทุกวงการ ให้โปร่งใส พร้อมนัดเปิดโปง ปปช. บางคน ดองคดี “แม้ว” ทุจริตใน วันที่ 24 ก.ย.


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา ประมาณ 21.50 น. วันที่ 23 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ตนจะไม่พูด เรื่อง การเมืองใหม่ มากนัก สาเหตุเป็นเพราะ ต้องการให้ทุกคน ได้ไปคิดกันเอาเอง แต่ทุกคน ก็รู้อยู่แล้วว่า สาเหตุที่ ต้องมาชุมนุม เพราะไม่เอา การเมืองเก่า


นายสนธิ ยังกล่าวย้อนอดีตสมัยเป็น บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย ได้เห็นการเมือง มามาก หลายยุคสมัย มี นักหนังสือพิมพ์ หลายคน พัฒนากาวหน้า มาไกล แต่บางคน ก็ตรงกันข้าม พร้อมทั้ง ยกตัวอย่าง หนังสือพิมพ์มติชน ที่คนคิดว่าเป็น หัวก้าวหน้า แต่ไม่ใช่ วันนี้ เห็นภาพที่ นายขรรค์ชัย บุญปาน ผู้บริหารมติชน นำกระเช้าดอกไม้ ไปแสดงความยินดี กับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อย่างไรก็ดี จะได้เห็นกันชัดขึ้น เพราะเป็น อีแอบ มานานแล้ว


นอกจากนี้ นายสนธิ ยังย้อนอดีต ให้เห็นถึงสมัยที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นไม้เบื่อไม่เมากับ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เนื่องจาก ร.ต.อ.เฉลิม ได้รับ คำสั่ง จากอดีตนายกฯ ให้ไปปิดผับ เดอะพาเลซ เนื่องจากไม่พอใจ ที่แฉเรื่องคู่ขาของตัวเอง สมัยที่เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ ตั้งหน่วย เฉพาะกิจ ขึ้นมา ปราบปรามอบายมุข บังหน้า
สนธิ ลิ้มท�งกุล ปราศรัย

สนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย



นายสนธิ ยังกล่าวอีกว่า ในสมัยก่อน เคยถูกทาบทาม ให้เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพียงแค่ให้ช่วย บริจาคเงิน เข้าพรรคการเมือง เพียง 50 ล้านบาท แต่ได้ปฏิเสธไป โดยขอเป็น รัฐมนโท ข้างนอกดีกว่า


นายสนธิ ยังได้ย้อนอดีต ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่ หิ้วก๋วยเตี๋ยวไปตามตื้อ ร.ต.อ.เฉลิม สมัยที่ เป็น รัฐมตรีประจำสำนักนายกฯ เพื่อขอ สัมปทานเคเบิ้ลทีวี กับ อสมท.แต่ต่อมาเมื่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น สั่งให้ ร.ต.อ.เฉลิม อนุมัติเคเบิ้ลทีวีให้กับ กลุ่ม กาญจนพาส ในนามของไทยสกายทีวี ทำให้ความสัมพันธ์ของ ทั้งคู่บาดหมางกัน ช่วงหนึ่ง


นายสนธิ กล่าวว่า ยุคการเมืองน้ำเน่าอย่างแท้จริง ได้เริ่มขึ้นในยุค โทรคมนาคม ในยุคที่ นายมนตรี พงษ์พานชิ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง คมนาคม และ คนๆนี้ เป็นต้นแบบ ทุกอย่าง ทางการเมือง ของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในปัจจุบัน และ ยุคนี้เป็นยุค ที่ถูกเรียกว่า เป็นยุค บุพเฟร์คาบิเนต


นายสนธิ กล่าวอีกว่า เป็นยุคที่มีการนำ สัมปทานของชาติ มาแบ่งขายกันเอง ในหมู่นักธุรกิจ กับนักการเมือง ซึ่งยุคนี้มี พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไป เกี่ยวข้อง อย่างสำคัญ ในเรื่องของการวิ่งเต้นขอ สัมปทานโทรศัพท์มือถือ และว่าทุกอย่าง ต้องแลกกัน ด้วยผลประโยชน์ ทั้งที่ทาง ที่ถูก ต้องมี การเปิดประมูล ให้บ้านเมือง ได้ประโยชน์สูงสุด


“สิ่งเหล่านี้คือ การเมืองเก่า ที่ไม่มีการตรวจสอบ อย่างข้าราชการบางคน ถ้าอยากได้เป็นอธิบดี ก็จะมีพ่อค้า ลงขันกัน ซื้อเก้าอี้ให้ เมื่อ ข้าราชการ คนนั้น ได้เป็นอธิบดี ก็จะตอบแทน โครงการให้กับ พ่อค้าเหล่านั้น ซึ่งเป็นแบบนี้ มานานจนเน่าเฟะ มาเรื่อย จะหา ข้าราชการ ที่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง สมเป็น ข้าราชการของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยากมาก และเป็นการเมือง ที่อัปยศที่สุด” นายสนธิ ระบุ


อย่างไรก็ดี แกนนำพันธมิตรฯ ผู้นี้กล่าวอีกว่า การทุจริตแบบนี้ จะไม่เกิดขึ้นในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่าง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม คนหนึ่งที่พยายามทุจริต ในโครงการ ไทยเดินเรือทะล มูลค่าในสมัยนั้น ประมาณถึง 2 พันล้านบาท แต่ พล.อ.เปรม รู้และขัดขวาง และ ต่อมาเมื่อปรับคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีคนนั้น จึงหลุดจากตำแหน่ง

"สนธิ" แฉ ความ�ัปยศ  เน่าเฟ็ะ ข�งการเมื�งเก่า ใน�ดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ด�งคดี "แม้ว" ทุกคดี

สนธิ แฉ ความอัปยศ เน่าเฟ็ะ ของการเมืองเก่า ในอดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ดองคดี แม้ว ทุกคดี


และ นี่คือสาเหตุที่ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม คนนั้น ที่บัดนี้ กำลังชะตาขาดโกรธ พล.อ.เปรม จนถึงบัดนี้ ซึ่งมันคิดว่า ไม่มีใครรู้เบื้องหน้าเบื้องหลัง เรื่องพวกนี้


ขณะเดียวกันนายสนธิ กล่าวเปรียบเทียบว่า การเมืองใหม่ คือการล้างความชั่ว ในทุกวงการให้โปร่งใส ใครจะทำอะไร ก็มองเห็นหมด และ ยังตีกรอบให้ ข้าราชการ ต้องซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ให้สมกับเป็น ข้าราชการ ของ พระเจ้าอยู่หัว เพราะถ้าปล่อยให้ การเมืองเก่า เป็นอย่างนี้ต่อไป บ้านเมือง ก็จะสูญสิ้น เวลานี้มี ตุลาการบางคน ตำรวจบางคน และ อัยการบางคน ไม่ซื่อสัตย์ ถ้าเรา พึ่งคนพวกนี้ไม่ได้แล้ว จะไปพึ่งใคร


อย่างไรก็ตามในตอนท้าย นายสนธิ ยังได้เปิดโปง ปปช. คนหนึ่ง ที่สนิทชิดเชื้อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดอง ทุกคดี ทุจริต ในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ส่งไปจาก คตส. ซึ่ง ปปช.คนนี้ รับผิดชอบ แต่ดองเอาไว้ทุกคดี ซึ่งพรุ่งนี้ จะแฉว่าเป็นใคร รวมทั้งเบื้องหลังของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรค ไทยรักไทย ที่ถูกดำเนินคดี ซีทีเอ็กซ์ ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
24 กันยายน 2551 06:11 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113033


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” ย้อนอัปยศการเมืองเก่า นัดแฉ ปปช. ดองคดี”แม้ว” วันนี้


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“บวรศักดิ์ – สุจิต – หมอนิรันดร์” ระบุไอเดีย การเมืองใหม่ ของพันธมิตรฯ เป็นเรื่องดี ชี้เกิดได้แต่ต้องใช้เวลา


“บวรศักดิ์” ระบุไอเดียการเมืองใหม่พันธมิตรฯ เป็นเรื่องดี ชี้เกิดได้แต่ต้องใช้เวลา

ศ.ดร.บวรศักดิ์ �ุวรรณโณ เลขาธิการสภาพัฒนาการเมื�ง

ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสภาพัฒนาการเมือง


ผู้จัดการออนไลน์ – “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” หนุนการเมืองใหม่ ระบุ เป็นเรื่องดี ท่ามกลางวิกฤตการเมือง ชี้ ต้องพัฒนา ทั้งตัวแทน ในระบบ รัฐสภา – รัฐบาล และ การเมืองภาคพลเมือง ไปพร้อมๆ กัน สร้างสำนึกของคน ในระดับรากหญ้า ให้ค่อยๆ เติบโต อดีตตุลาการศาล รธน. – ส.ว. ขานรับ การเมืองใหม่ คานการเมือง ระดับบน ที่ทำเพื่อประโยชน์ตนเอง


วันนี้ (23 ก.ย.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้จัดการบรรยายเรื่อง “สภาพัฒนาการเมือง กับ สภาองค์กรชุมชน” โดย ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสภาพัฒนาการเมือง อดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.2549 อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า และ อดีตเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า


ข้อเสนอ เรื่องการเมืองใหม่ของ กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่ระบุถึง ต้องการ เลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจาก การเลือกตั้ง แบบเขต และ ผู้แทนจาก สาขาวิชาชีพ เป็น เรื่องที่เป็นไปได้ ทว่า อาจจะต้องใช้เวลา อีกสักพัก


นักกฎหมายอาวุโส ระบุด้วยว่า ระบบดังกล่าว ก็มีการใช้ใน เขตปกครองตัวเองพิเศษ ฮ่องกง คือ ใช้ระบบเลือกตั้ง ตามเขต และ วิชาชีพ โดย ฮ่องกง มีผู้แทน 30 คน มาจากการเลือกตั้ง ตามระบบเขตเลือกตั้ง และอีก 30 คน มาจาก 28 วิชาชีพ


ซึ่งผู้แทนจาก วิชาชีพนั้น มีอำนาจมาก ถึงขนาด สามารถล้มกฎหมาย ของสภาได้ กระนั้น ก็ติดอยู่ที่ เงื่อนไขว่า ฮ่องกง นั้น เป็นส่วนหนึ่ง ของ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตย เต็มใบ


“แม้บ้านเมือง จะเกิดวิกฤต แต่ยังมีสิ่งที่ดี ช่วยให้คนไทย คิดว่า การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา และ ร่วมกัน คิดหา รูปแบบใหม่ ที่จะเปลี่ยนแปลง จาก การเมือง รูปแบบเดิม ซึ่งส่วนตัว ไม่ต้องการให้มอง การเมืองใหม่ ในมิติแค่ ระบบรัฐสภา และ รัฐบาล อย่างเดียว แต่จะต้อง ให้ความสำคัญ กับ การเมืองภาคพลเมือง ในการสร้าง รากฐานคนรากหญ้า ที่มั่นคง และ ค่อยๆ ให้เติบโตขึ้น แต่ สภาภาคตัวแทน ก็ยัง ต้องมี เพื่อบริหารบ้านเมือง” เลขาธิการ สภาพัฒนาการเมือง กล่าว


ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 กำหนดให้มี สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ให้กับ การเมืองภาคพลเมือง เนื่องจากเห็นว่า การเมืองภาคตัวแทน ที่มีความหมาย แค่การเลือกตั้ง ไม่เพียงพอต่อ สังคมไทย


แต่การพัฒนาการเมือง จะต้องทำให้ พลเมืองเข้มแข็งด้วย ซึ่งปัจจุบันมี สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ครบทั้ง 120 คนแล้ว ประกอบด้วย สมาชิก จาก สภาองค์กรชุมชนตำบล จังหวัดละ 1 คน รวม 76 คน เอ็นจีโอ 16 คน นักวิชาการ 10 คน ตัวแทนพรรคการเมือง ที่มี ส.ส.7 คน และ ไม่มี ส.ส. 2 คน ผู้แทนวุฒิสภา 2 คน และ สมาชิก โดยตำแหน่ง 7 คน


เลขาธิการ สภาพัฒนาการเมือง กล่าวด้วยว่า สมาชิก จะทำหน้าที่ ทำแผนเน้นการส่งเสริม และ พัฒนาภาคพลเมือง ให้เข้มแข็ง มีความเป็นอยู่ที่ดี มีวิถีชีวิต ประชาธิปไตย มีการเรียกร้อง สิทธิตาม รัฐธรรมนูญ และ ให้ความคิดเห็น ต่อ นโยบายสาธารณะ ที่เหมาะสม และ เกิดผลกระทบ ต่อชีวิต ประจำวัน ซึ่งหากดำเนินการการเมือง ในรูปแบบนี้ จะทำให้ รากฐานแข็งแรง การเมืองก็อยู่ได้ ส่วนการเมือง ภาคตัวแทน ที่แย่งกัน เข้าสู่อำนาจ ปล่อยให้พรรคการเมือง ดำเนินการ


“อีกหน้าที่หนึ่งของ สภานี้ ซึ่งสำคัญมาก คือ การตรวจสอบ ควบคุมจริยธรรม ของนักการเมือง หรือ ส.ส. โดยจะต้องเกิดจาก สังคมคิด และเชื่อว่า คนนั้น ทำผิดจริยธรรม ก็จะเกิดแรงกดดันให้ นักการเมือง ต้องทำตาม ซึ่งแน่นอน ในการเริ่มต้น จะบอกให้ นักการเมือง ทำตามเลย คงไม่มีทาง สภาพัฒนาการเมือง จึงต้องทำให้คนเห็นว่า สิ่งไหนถูกต้อง และ ควร ส่งเสริม ยกย่อง และสิ่งไหนไม่ถูก เพื่อที่ จะแยกแยะคน ได้ถูก จะเป็น สภาพบังคับ ให้นักการเมือง รวมถึง หน่วยราชการ ต้องทำตาม”

ศาสตราจารย์ ดร.สุจิต บุญบงการ

ศาสตราจารย์ ดร.สุจิต บุญบงการ


“สุจิต – หมอนิรันดร์” หนุนการเมือง ภาค ปชช. – ระดับชุมชน


ด้าน นายสุจิต บุญบงการ สมาชิก สภาพัฒนาการเมือง อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า


การเมืองไทยที่ผ่านมา 50 ปี แม้พยายาม แก้รัฐธรรมนูญ กันมาตลอด แต่การเมือง ไม่ว่าระบบเลือกตั้ง แบบใดก็ได้ การเมืองดี ที่ล่าช้า ไม่ทัน เหตุการณ์ บ้านเมือง ที่สับสนวุ่นวาย สภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเป็นการเมือง ระดับชุมชน จึงจำเป็น ต้องเข้มแข็ง หากพลเมือง มีจิตสำนึก มองประโยชน์สาธารณะ เข้มแข็ง ไม่ถูกชี้นำจาก คนใดคนหนึ่งให้มา ร่วมชุมนุมประท้วง แต่ต้องเคลื่อนไหว ด้วยสำนึกของตัวเอง


ซึ่งหาก การเมืองระดับล่าง นี้เข้มแข็ง ไม่ต้องกังวลว่า การเมืองระดับบน จะเป็นอย่างไร เพราะการเมือง ระดับล่าง ที่เข้มแข็ง จะทำให้ นักการเมือง ระดับบน เกิดความคิด ที่จะทำ ประโยชน์สาธารณะ มากขึ้น ไม่ใช่ ใช้การเมือง เพื่อประโยชน์ตนเอง


ขณะที่ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ก็ให้ความเห็นว่า สภาพัฒนาการเมือง คือตัวจริงของ การเมืองใหม่ มิฉะนั้น จะถูก สถานการณ์ ทำให้ไขว้เขว นำไปสู่โครงสร้าง ที่เข้ารกเข้าพงได้ จากการทำงาน ช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมา ทำให้เห็น รัฐสภาแตกเป็น 2 ส่วน จนถึงวันนี้ วิกฤตสังคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พูดเรื่องนี้ แต่พูดถึง แต่ตัวคน

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ �ดีต ส.ว.�ุบลราชธานี

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีต ส.ว.อุบลราชธานี


“สิ่งที่สู้กันวันนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลง อำนาจ สมบัติ ผลัดกันชม มากกว่า เราไม่อยากสูญเสียอีก การเมืองวันนี้ ไม่ใช่เรื่อง ของเสียงข้างมาก หรือ อัศวินขี่ม้าขาว เรื่องของคนดี เท่านั้น ระบบการเมือง แม้ไม่เห็นอนาคต แต่ก็ทำลายไม่ได้ ทำให้เรา ต้องมาสร้าง ชุมชนเข้มแข็ง เราปฏิเสธ ทุนสามานย์ วงจร ธุรกิจการเมือง ประชานิยม ที่ละเมิดประชาชน ไม่ได้ แต่ถ้า เราสร้างประชาธิปไตย ที่เข้มแข็ง โดยปลุกระดม ชุมชนภาคพลเมือง เราจะมี การเมืองใหม่ ที่ดีได้”


สิ่งที่เราต้องคิด คือ การเมืองใหม่ คืออะไร ต้องชัดเจน หากต้องการ เข้ามาเปลี่ยนแปลง การเมืองไทย และ ต้องเปลี่ยนแปลง ความขัดแย้ง การเมืองไทย ที่มีสูงมาก ในขณะนี้ ต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือ ช่วงชิงอำนาจ ผลประโยชน์การเมือง แต่เปลี่ยน ความขัดแย้ง มาเป็น ความร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมทำ


ผมไม่อยากให้ ทั้ง สภาองค์กรชุมชน และ สภาพัฒนาการเมือง เป็นส่วนหนึ่ง ของความขัดแย้ง ที่ไม่สิ้นสุด แต่ 2 สภานี้ ต้องหลอม รวม การทำงาน โดยสภาองค์กรชุมชน ต้องเปิดพื้นที่สาธารณะ สภาพัฒนาการเมือง ต้องสร้าง กระบวนการ การเมืองภาคพลเมือง ชุมชน ไม่ปฏิเสธ นักการเมือง แต่เรา ต้องเป็นอิสระ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 20:27 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000112997


พิมพ์ ข่าวนี้ “บวรศักดิ์” ระบุไอเดียการเมืองใหม่พันธมิตรฯ เป็นเรื่องดี ชี้เกิดได้แต่ต้องใช้เวลา


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมชาย” อ้าง ลูกสาว (คล้ายกับ ลุงของเธอ) ประมาท ลืม แจ้งทรัพย์สิน 100 ล้าน

 นางสาว ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน

นางสาว ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน

 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี


“สมชาย”อ้างลูกสาวประมาท ลืมแจ้งทรัพย์สิน 100 ล้าน


“สมชาย” ยันไม่หนักใจ “เรืองไกร” จ่อฟ้อง ป.ป.ช. เชือดบุตรสาว เหตุไม่แจ้ง บัญชีทรัพย์สิน 100 ล้าน ที่ คตส.อายัด เชื่อ หากเป็น ความประมาท ของ ลูกสาว ก็แก้ไขได้ เบนประเด็น แนะสื่อ ให้ไปช่วยคิดว่า เป็นการดิสเครดิต หรือไม่


วันนี้ (23 ก.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา เตรียมยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการ ป้องกัน และปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. สอบ นางสาว ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน บุตรสาว


หลังตรวจสอบ พบว่าไม่ได้แจ้ง บัญชีทรัพย์สิน จำนวนกว่า 100 ล้านบาท ที่ถูก คตส.อายัดไว้ ต่อ ป.ป.ช.ว่า ยังไม่ทราบข้อมูล เนื่องจาก บุตรสาว ยังไม่ได้ นำเรื่อง มาหารือ


อย่างไรก็ตาม ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะหากเป็น ความประมาทของ บุตรสาว ก็แก้ไขได้ คงไม่เป็นไร ส่วนกระแสข่าว ที่ระบุว่า กรณีดังกล่าว อาจเป็น เกมการเมือง ของฝ่ายตรงข้าม เพื่อดิสเคดิต ตนเอง และคนใกล้ชิด หรือมีการ ตั้งธงเรื่องนี้ ไว้แล้วนั้น นายสมชาย กล่าวแต่เพียงว่า ไม่รู้ ก็ไป ช่วยกันคิด ว่าเป็นยังไง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 18:20 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000112946


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมชาย”อ้างลูกสาวประมาท ลืมแจ้งทรัพย์สิน 100 ล้าน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ถล่มเวียดนาม ลาวไทยอ่วมแน่


หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ดักหัวลงสู่ แขวงพงสาลี – หลวงน้ำทา ในภาคเหนือลาว ในอีกสองวันข้างหน้า คาดว่าจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย อีกรอบหนึ่ง คล้าย พายุกัมมูริ เมื่อเดือนที่แล้ว (ภาพ: TSR)


ผู้จัดการออนไลน์ — ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ได้อ่อนกำลังลงใน เช้าวันอังคาร (23 ก.ย.) หลังอาละวาดใน มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มา 3 วัน กับ 15 ชั่วโมง และ กลายเป็น พายุโซนร้อน ที่ยังมีพลานุภาพ ที่จะทำเกิด ฝนตกหนัก ในภาคเหนือเวียดนาม มณฑลหยุนหนัน ของจีน ภาคเหนือของไทย และ ในลาวภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.นี้


ตามการพยากรณ์ของ ศูนย์อุตุนิยมวิทยา หลายแห่ง ในเขตแปซิฟิก เส้นทางเคลื่อนที่ของ พายุฮาจูปิ๊ต จะพาดผ่าน ภาคตะวันออก ของ จีน มุ่งตะวันตก ก่อนจะหักหัวลง เข้าสู่ ภาคเหนือเวียดนาม และ ลาว ไม่ต่างกับ เส้นทางของ พายุโซนร้อน กัมมูริ (kammuri) ที่ทำให้ เกิดฝนตกหนัก ในประเทศแถบนี้ เดือนที่แล้ว


พายุ กัมมูริ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก ในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตราว 130 คน อีกราว 30 คน ยังสูญหาย พายุ ลูกนี้ยัง ทำให้ เกิดฝนตกหนักใน ภาคเหนือลาว และ ไทย ลำน้ำสายต่างๆ ไหลเอ่อ ขึ้นท่วมสองฝั่ง ระดับน้ำใน ลำน้ำโขง ที่ นครเวียงจันทน์ สูงที่สุด ในรอบกว่า 40 ปี สร้างความเสียหายให้ นาข้าว เกือบล้านไร่ มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 4 คน


ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ตมาไกล ..อ่อนแรงลง แต่ยังทรงพลานุภาพ และแผ่อิทธิพล ทั่วอาณาบริเวณตอนเหนือของ อนุภูมิภาค (ภาพ: TSR)


ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ใน ฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าอาละวาดที่ เกาะไต้หวัน และ เข้าไปอ่อนแรง ในภาคใต้ของจีน ในคืน วันจันทร์


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์แห่งชาติ เวียดนาม ได้ออกเตือน ในเช้าตรู่ วันอังคาร ระบุว่า พายุฮาจูปิ๊ต ขนาด 14 บนมาตราโบฟอร์ต (Beaufort Scale) ได้เคลื่อนตัว ด้วยความเร็ว ลม 150-166 กม./ชม. จะเข้าถึง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีน ในวันพุธ และ จะเคลื่อนไปใน แนว ตะวันตก ในช่วง วันสองวัน ข้างหน้า


เวลาประมาณ 16.00 น. วันพฤหัสบดี ศูนย์กลางของ ฮาจูปิ๊ต ซึ่งคาดว่าจะมี ความเร็วลม 62-88 กม./ชม. จะพัดผ่านจังหวัด ทางภาคเหนือเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และฝนตกปานกลาง ในพื้นที่ ใต้ลงไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่า อิทธิพลของ พายุฮาจูปิ๊ต จะทำให้เกิดฝนตกใน ภาคเหนือเวียดนาม ตั้งแต่ เย็นวันอังคาร นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นรายงานของ หนังสือพิมพ์ แท็งเนียน


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์ ได้เตือนให้ ทางการจังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือ ระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ เกิดน้ำท่วม จะกินที่ อาณาบริเวณกว้าง ซ้ำรอย พายุกัมมูริ


ภาพถ่าย อินฟราเรดจาก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แสดงศูนย์กลางของ ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต หลังพัดถล่มเ กาะลูซอนของ ฟิลิปปินส์ ตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ (ภาพ: TSR)


คณะกรรมการแห่งชาติ กำกับดูแล การกู้ภัยจาก พายุและ อุทกภัย ได้แจ้งให้ เจ้าของเรือหาปลา ทุกลำ แจ้งเตือนไปยัง เรือหาปลา ทุกลำ ใน ทะเลจีนใต้ ให้กลับเข้าสู่ฝั่ง หรือ หาที่กำบัง คลื่นลมแรง อันเกิดจาก อิทธิพล พายุฮาจูปิ๊ต


คณะกรรมการ ยังแจ้งเตือน ไปยัง ชาวนา และ เกษตรกร ในเขตเสี่ยงภัยต่างๆ ให้เร่ง เก็บเกี่ยวพืชผล เตือนไปยัง ทางการท้องถิ่น ที่เสี่ยงภัย ให้ อพยพราษฎร ออกจากเขต แม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกัน เหตุร้าย เหตุด่วน อันอาจจะเกิดจาก พายุลูกนี้


หมายเหตุ: Hagupit (ฮาจูปิ๊ต) เป็นภาษา ตากาล๊อก (Tagalog) ภาษาพื้นเมืองฟิลิปินส์ มีความหมายว่า ขันที, ผู้ชาย ที่ถูกตอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 15:19 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112815


พิมพ์ ข่าวนี้ หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ในหลวง พระราชทานถุงยังชีพ เหยื่อน้ำท่วม

ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพเหยื่�น้ำท่วม�ุดรฯ

ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพเหยื่อน้ำท่วมอุดรฯ


อุดรธานี – มูลนธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย ในเขต เทศบาล ตำบลหนองสำโรง จังหวัดอุดรธานี


วันนี้ (23 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานเทศบาลเมือง หนองสำโรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิ ราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินทางมายัง เทศบาล ตำบล หนองสำโรง จังหวัดอุดรธานี เพื่อมอบถุงยังชีพ จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จำนวน 1,600 ถุง ให้แก่ราษฎร ที่ได้รับความเดือนร้อน จาก เหตุอุทกภัย


โดยมี นายสุพจน์ เลาวัลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อม ข้าราชการ จังหวัดอุดรธานี และ ประชาชนให้การต้อนรับ


ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นจังหวัดอุดรธานี ทำให้เขตพื้นที่อำภอเมือง โดยเฉพาะ ในเขตพื้นที่ ตำบลหนองสำโรง มีราษฏร ได้รับความเสียหาย 1,600 คน ถนนชำรุด 6 สาย ไร่นาเสียหายจำนวน 681 ไร่ บ่อปลาจำนวน 24 บ่อ และ ยังไม่สามารถ ประเมินค่าได้

ถุงยังชีพ จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จำนวน 1,600 ถุง ให้แก่ราษฎร ที่ได้รับความเดื�นร้�น จาก เหตุ�ุทกภัย

ถุงยังชีพ จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จำนวน 1,600 ถุง ให้แก่ราษฎร ที่ได้รับความเดือนร้อน จาก เหตุอุทกภัย


นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย พสกนิกรที่ ประสบ ความเดือดร้อน จากอุทกภัย และ พระราชทานความช่วยเหลือ ผ่านทาง มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้นำถุงยังชีพ พระราชทาน ไปมอบแก่ ราษฎรในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย


โดยประชาชน ที่เดินทางมารับ ถุงยังชีพในวันนี้ มีความซาบซึ้ง ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ เป็นอย่างยิ่ง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 13:06 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000112723


พิมพ์ ข่าวนี้ ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพเหยื่อน้ำท่วมอุดรฯ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“กลกาม” แห่งความใคร่ ตำนาน “กุหลาบดำ” ที่กระทรวงตราชั่ง


เรื่องเล่าขาน ตำนานกลกาม
ตอนกุหลาบดำ กับบิ๊กแม่เล้า!


นอกจาก “กิ๊บ (นามสมมติ)” แล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่า “นายใหญ่” ยังมีแหล่ง บำบัดความใคร่ อีกมากหน้าหลายตา แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะผ่านแล้ว ก็ผ่านไป ที่ติดอกติดใจเสมือนหนึ่ง ต้องมนตรา ราวท้าวยศวิมล ต้องมนต์พระนางจันทา มเหสีฝ่ายซ้าย มิปานนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า “กุหลาบ” เป็น นามสมมติ แห่งหญิงผู้นั้น


แม้จะได้นามกุหลาบ แต่ก็มิได้เลอโฉม แต่ประการใด ตรงกันข้าม กลับเป็นหญิงสาว หน้าตาธรรมดา ซ้ำผิวพรรณ ยังตรงกันข้าม กับ บ้านใหญ่ เข้าทำนอง “ตัวดำ ร่างบึก แต่มากด้วยลีลา” เธอจึงได้นามก รว่า “กุหลาบดำ” ตามท้องเรื่อง


ปัจจุบัน “กุหลาบดำ” เป็นข้าราชการ หลายซี บิดา ก็เคยมีตำแหน่งเป็นหน้าตา เป็นตัวแทน การเจรจาระดับชาติ อีกประเด็นสำคัญที่ “กุหลาบดำ” ต้องตาต้องใจ “นายใหญ่” ก็ด้วยหน้าตา ไปละม้ายคล้ายคนรักเก่า ในอดีตของ “นายใหญ่” สมัยเมื่อครั้ง เป็นวัยรุ่นนั่นเอง


แต่คนรักเก่า ครั้งนั้น จะเป็น รักแรก – แรกรัก หรือไม่ มิอาจคาดเดาได้ รู้แต่ว่า คนรักเก่าคนนั้น ไม่ใช่บ้านใหญ่ ในปัจจุบัน ความประทับใจ ตรงจุดนี้เอง ส่งผลให้ “กุหลาบดำ” เป็นที่โปรดปราน ยิ่งนัก


แม้ว่า “นายใหญ่” จะมีตำแหน่งใหญ่โต แต่เวลาที่ต้องการ ออกนอกลู่นอกทางแล้ว “นายใหญ่” จะใช้กลอุบาย “ธรรมดาๆ” ที่หลายคนคาดไม่ถึง ด้วยการ ฉากหลบออกด้านหลัง ไปนั่งรถคันเล็กๆ ไปเดินตามห้าง ไปกินข้าว ตามร้านต่างๆ อย่างคนธรรมดา ซึ่งทำให้ ผู้ที่พบเห็น ไม่แน่ใจ และ มักตั้งคำถาม กับตัวเอง หรือคนรอบข้างเสมอว่า “ไม่ใช่มั้ง -ไม่น่าใช่นะ ระดับนี้แล้ว – คงไม่น่า – ถ้าใช่ คงไม่มาอย่างนี้หรอก” ฯลฯ


ใครจะรู้บ้างว่า “นายใหญ่” คนนี้แหละ ชอบใช้รถคันเล็กๆ ที่คนไม่สงสัย บางครั้งลงทุน ไปต่อแท็กซี่ ที่น่าตกใจ จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ไม่ได้ห้าม และ บังคับให้เชื่อ สถานที่ที่ “นายใหญ่” ชอบเป็นชีวิตจิตใจ คือ “ม่านรูด” !!!


จะด้วยเหตุผล กลใด หรือจะชอบ กระจกรอบห้อง หรือ ฝ้า หรือ เพดาน ทว่าหลากลีลาของ กุหลาบดำ จะเผ็ดร้อนเร้าใจ คล้าย “โรส แห่ง ไททานิก ในรถโบราณ” ด้วยหรือไม่นั้น ยากแท้หยั่งถึง


นอกเหนือจาก นั่งรถแท็กซี่เข้า โมเต็ลแล้ว เวลาเดินทางไปยัง ต่างจังหวัด “นายใหญ่” มักจะไม่ชอบนั่ง ชั้นเฟิร์สคลาส แต่มักชอบนั่ง ชั้นธรรมดาๆ หรือ หนักสุด ถึงขั้นลงทุนนั่ง “เที่ยวบินโลว์คอส” เสียด้วยซ้ำ เนื่องจาก ต้องการแนบชิดกับ “กุหลาบดำ” ให้มากที่สุด และ เพื่อไม่ให้เป็น ที่น่าสังเกต มากนักนั่นเอง เพราะขณะนั้น “นายใหญ่” ยังไม่เป็นที่รู้จัก ของ สาธารณชน มากนัก


เรื่องกลกาม ของ “นายใหญ่” ใช่จะไม่รู้ถึงหู ของ “พี่ใหญ่” ที่ได้ไว้วางใจ มอบน้องสาวไว้ให้ ในอ้อมอก ด้วยหวัง ให้ ช่วยสร้างครอบครัว ที่อบอุ่นขึ้น


แต่แทนที่ “พี่ใหญ่” จะว่ากล่าวตักเตือน เพื่อใม่ให้กระทำการ นอกใจ น้องสาว กลับบอกให้ ระวังตัว ให้คอยป้องกัน พวกปากหอยปากปู อย่าได้เข้ามา ล่วงรู้ กลกามชั่ว โดยเด็ดขาด! หากใครล่วงรู้ ก็ต้องดำเนินการ กลั่นแกล้งโยกย้าย ให้พ้นเส้นทาง เรื่องเหล่านี้ จึงถูกซุกอยู่ใต้พรม ไม่มีใครกล้าปริปาก หรือ บังอาจรื้อขึ้นมา เป็นเครื่องต่อรองได้


ในทางตรงกันข้าม ยังมีผู้ที่รู้เรื่อง ที่ซุกอยู่ใต้พรม และกลับนำเรื่องเหล่านี้ มาเป็นประโยชน์ใส่ตนเอง ด้วยการตั้งตน เป็น “แม่เล้า” คอยสนองตัณหา ให้ “นายใหญ่” เสียเอง ซึ่งปัจจุบัน “แม่เล้า” คนนี้ ก็ได้ดิบได้ดี เกินกว่า ข้าราชการธรรมดา ทั่วไป เป็นข้าราชการใหญ่ ในสังกัด คอยจัดหาเด็ก ให้ นายใหญ่ เสพสุข คอยสับราง ไม่ให้นายใหญ่ ต้องเผชิญหน้า กับ บ้านใหญ่


ซ้ำยังเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาด ในทางพฤตินัย ในการโยกย้าย ข้าราชการ ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม ให้พ้นเส้นทาง เสียด้วย รวมทั้ง ยังมีบทบาทสำคัญ ในการ จัดเก็บ ผลประโยชน์ต่างๆ ให้กับผู้เป็นนาย เรื่องนี้เป็น ที่รู้กันธรรมดา ทั่วไปว่า เมื่อเวลา “แม่เล้า” ต้องการ ที่จะพูดคุยกับ ผู้เป็นนาย ภาพที่ ชินตากัน จะปรากฏ เป็นภาพที่ “แม่เล้า” กระซิบกระซาบ ข้างหู “นายใหญ่” หรือ ขนาดบางครั้ง ปลายจมูก เกือบชนกัน ด้วยซ้ำ แต่ นายใหญ่ จะมีอะไร กับตัวแม่เล้า ด้วยหรือไม่นั้น ไม่มีใครยืนยันได้ เว้นเสียแต่ว่า นายใหญ่ จะชอบลองของแปลก!


“แม่เล้าผู้นี้ เป็นผู้จงรักภักดี ต่อนายใหญ่ยิ่งนัก ใครที่ไม่ใช่พวกนายใหญ่ หรือพวกของตน หรือใครที่รับรู้ เรื่องใต้พรมของนายใหญ่ หล่อน ก็จะ ดำเนินการ ในทุกรูปแบบ เพื่อย้ายให้พ้น วงโคจรอุบาทว์ ไปเสีย เป็นการ เปิดทางสะดวก ในการทำมาหากิน ของหล่อน และ นายใหญ่ของ หล่อนเอง


เรื่องเช่นนี้ แม้กฎบ้านกบิลเมือง จะไม่สามารถดำเนินการ เอาผิดได้ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่อง ที่ผิดจริยธรรม อย่างมหันต์ เราคงต้องเฝ้าภาวนา ขอให้ “กฎแห่งกรรม” ปรากฏผล อย่างเร็วพลันเท่านั้น !!!


มาวมญฺเญถ ปาปสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ = อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 11:54 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000112671


พิมพ์ ข่าวนี้ เรื่องเล่าขานตำนานกลกาม ตอนกุหลาบดำกับบิ๊กแม่เล้า!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

นายกฯ น้องเขย ผู้รวบรวมรายชื่อ ตั้ง ครม. – ขั้ว ที่เด็ดไม่ขาด “ชวลิต-ทักษิณ”


23 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


“ชวลิต-ทักษิณ” ขั้วที่เด็ดไม่ขาด

โดย เปลว สีเงิน


“คนหมดอาลัย ตายอยาก” ซึ่งมันก็สบายใจไปอย่าง คือในเมื่อไม่หวังอะไร ก็จะไม่ผิดหวัง! เท่าที่ฟัง นายกฯ สมชาย ท่านไม่ได้เป็นคนตั้ง ครม. เป็นเพียง ผู้รวบรวมรายชื่อ ที่แต่ละพรรคร่วม และแต่ละแก๊ง ในพรรค พลังประชาชน เขาส่งรายชื่อใคร ให้มาเป็นอะไร – ตรงไหน เท่านั้น
ชวลิต-ทักษิณ ขั้วที่เด็ดไม่ขาด

ชวลิต-ทักษิณ ขั้วที่เด็ดไม่ขาด



เอามาบวกกับ รายชื่อ “ออเดอร์ลอนดอน” แล้วก็ทำหน้าที่ เสมียน เรียงรายชื่อไปให้ ครบ ๓๕ คน เหมือนกรอกคะแนนสอบ ใน ต.๒ ก. อย่างไร ก็อย่างนั้น!


ที่คนภายนอก จะสนใจกันมากหน่อย ก็จากข่าวที่ว่า “พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ” จะมาเป็นรองนายกฯ เพื่อรับหน้าเสื่อ ปัญหา ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ปัญหา ไทย-กัมพูชา และ ปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้


ถ้าถามว่า “พลเอกชวลิต เคยเป็นถึงนายกฯ แล้วจะยอมมาเป็น รองนายกฯ หรือ?” คำตอบก็มีอยู่ว่า พลเอก ชวลิต กับ พ.ต.ท. ทักษิณ เหมือนเหล็กไหล ต่อให้ยืดออกจากกัน เหมือนจะ หยดหายไปคนละข้าง แต่ก็ไม่มีทาง ขาดออกจากกันได้ เพราะทั้ง ๒ มีอะไรล้ำลึก ต่างต้อง เหยียบซ่อนไว้ ยากแยกขาด ให้เกิดรูโหว่


แค่วิกฤติ “ถล่มค่าเงินบาท” ตอนปี ๒๕๔๐ อย่างเดียว เป็นความรักที่ เสียวไม่สุด ต่อกันแล้ว!


ความจริง คนเคยเป็นนิ้วโป้ง แล้วลงมาเป็น นิ้วก้อย ในประวัติศาสตร์ชีวิต พลเอก ชวลิต ใช่ว่าไม่เคย ดูในสมัย รัฐบาลทักษิณ นั่นเป็นไง จาก อดีตนายกฯ ยอมมาเป็น “รองนายกฯ” ไปครั้งหนึ่ง ทั้งโค้ง ทั้งพนม ก้มคารวะ พ.ต.ท.ทักษิณ จนมีคนออกปาก ตอนนั้นว่า “สงสารบิ๊กจิ๋ว .. ปูนนี้แล้ว ไม่น่าต้องมาให้ คนอย่างทักษิณ โขกสับเล่นเลย”


จำกันได้ไหม ในเหตุการณ์ภาคใต้ พ.ต.ท.ทักษิณส่งให้ พลเอกชวลิต ลงไปจัดการด้วยคำสั่งว่า“ถ้าไม่เรียบร้อย อย่ากลับมา ให้เห็นหน้า”!!


นี่..สมมุติว่า โผ ครม.สมชาย ประกาศตูมออกมา มีรายชื่อ พลเอกชวลิตเป็น รองนายกฯ จริงๆ ก็รู้กันไว้เสีย แต่เดี๋ยวนี้เลยว่า นี่คือ ผลงานการสร้าง ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ออเดอร์ตรง มาที่ “นายกฯ สมชาย”


เพราะลำพัง นายสมชาย เอง ขอโทษ..นอกจาก ไม่คิดอ่านอะไร ให้พิสดารไปปานนั้นแล้ว โดยเฉพาะการคิด “แหกกรอบ” นำคนนอก อย่าง พลเอก ชวลิต มาร่วม ครม.


ถ้าทักษิณไม่สั่ง สมชายรึจะกล้า?


ในความเห็นผม การคิดแผลง-ทำแผลง ด้วยการงัดไพ่ พลเอก ชวลิต ออกมาเล่น ในสถานการณ์นี้ ถือว่างัดมา “ถูกที่-ถูกเวลา” เพราะเหลือบดู โผรายชื่อทั้ง ๓๕ คนแล้ว


ใครเป็นนายกฯ ก็เสียวสันหลังครับ!


เพราะตัวนายกฯ เองก็อยู่ในสภาพ “เพิ่งพ้นโปร” ยิ่ง ครม.อีก ๓๕ คน ยิ่งแล้วใหญ่ เพิ่งฟักออกจากไข่ กันแทบทั้งนั้น แล้ว จะหวัง พึ่งพา “ความเก๋า” จากใคร ในขณะที่ เรือต้องวิ่งไป ในทะเลมรสุม สารพัดชนิด?


ถ้า พลเอก ชวลิต มาจริง ก็แสดงว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ยังห่วง “น้องเขย” กลัวจะเชยในบท นายกฯ มือใหม่ จึงส่ง พี่เลี้ยงชวลิต มาให้ เพื่อช่วยสู้ทั้ง ศึกใน-ศึกนอก!


ไหนจะ ศึกฮุน เซน – เด็กเก่า ไหนจะ ศึกพันธมิตรฯ – เพื่อนเก่า และไหน ศึก ๓ จังหวัดใต้ – ความล้มเหลวเก่า ลำพังนายกฯ สมชาย คงจอด ไม่ต้องแจว ตั้งแต่ระฆังยกแรก แต่ถ้าได้ “ลูกเก๋า” ของ พลเอก ชวลิต มาช่วย จะยืด “เวลาตาย” ให้รัฐบาล สมชาย ไปได้อีก ซักระยะ!


สถานการณ์โลก – สถานการณ์ประเทศ ตอนนี้ การเมืองคลั่ง เศรษฐกิจเครียด ใครมาเป็นรัฐบาล-มาเป็นนายกฯ ก็เหมือนเป็น กัปตัน ตอนนำเครื่องบิน – บินขึ้น และ นำเครื่องบิน – บินลง


ต้องชัวร์ครับ ต้องกัปตัน “มืออาชีพ” เท่านั้น ไม่มีสายการบินไหน ยอมให้กัปตันที่ “ยังไม่มีประสบการณ์” นำเครื่อง ขึ้น-ลง หรอก ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ!


รัฐบาลสมชายนี่ อาจพูดได้ว่า “เด็กฝึกหัด” เกือบทั้งคณะ ยิ่งคนที่จะมารับหน้าเสื่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ “รัฐมนตรีคลัง” ถึงกับต้อง คราง กันว่า..โอ พระเจ้า! “ดีที่สุดของสมชาย” อย่างนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นคนเก่ง-คนดี ไม่เถียง แต่จะให้ถึงขั้น “คนมีบารมี” ถึงระดับ รัฐมนตรีคลัง ของประเทศ ยังไม่น่า จะใช่


ถึงจะมั่นใจ มีทีม “ทักษิโณมิกส์” คอยทำหน้าที่ แบ็กอัพ ก็เถอะ จะให้คน ในระบบธุรกิจ-เศรษฐกิจ และบรรดา ข้าราชการกระทรวงคลัง เชื่อมือ และศรัทธา ในบารมี ก็คงยาก!


และ ผมขอย้ำอีกครั้งว่า “อาถรรพณ์” กระทรวงคลัง ขณะนี้ ก็ยังขลังเข้ม เหมือนเดิม


ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เหมือนพญามังกร แต่ “กระทรวงคลัง” ตั้งอยู่ ริมคลองประปา – เหมือนงูดิน ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่า ..ชาตินี้ รัฐมนตรีคลัง จะไปมีบารมีเหนือกว่า “ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ” ยากสสสส์!


รัฐมนตรีคลัง เหมือนนั่งเรือ อีแปะไปตามคลอง ส่วนผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ นั่งเรือรบ ผงาดไปตาม แม่น้ำเจ้าพระยา แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า .. บารมีใครข่มใคร? กระทรวงคลัง ตั้งอยู่ริมฝั่งคลอง ก็แย่อยู่แล้ว


ดันเอา “ช้างเอราวัณ” อันเป็น ช้างทรงของ องค์พระอิศวร มาเลี้ยงไว้อีกเชือก เลี้ยงนั้น – เลี้ยงได้ แต่เลี้ยงเป็น หรือเปล่า ตรงนี้น่าสงสัย


กระทรวงคลัง เป็นถิ่นของ พญาครุฑ – จ้าวเวหา แต่กลับเอา พญาช้าง – จ้าวป่า มาเลี้ยงไว้ เหมือนช้างสุรินทร์ และ แค่ตลิ่ง คลองประปา จะไปครนาอะไรกับ พญาช้างสาร ยกเท้ากระทืบเบาๆ เจ้ากระทรวง ก็ “ร่วง” จ๋อมแล้ว!


ตั้งแต่ย้ายกระทรวง มาอยู่ที่ คลองประปา ยังไม่ปรากฏว่า มี “รัฐมนตรีว่าการ” คนไหน อยู่ได้ทนทาน นิรโทษทุกข์สักราย?! พูดถึง รัฐมนตรีช่วยคลัง “เด็กสร้าง” ของนายกฯ สมชาย ที่ชื่อ “สุชาติ ธาดาธำรงเวช”


ก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาได้รับเลือกเป็น “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” พรรคอะไหล่ของ พลังประชาชน “ค่ายเจ๊แดง” เรียบร้อย แล้ว อย่างนี้ ก็หมายความว่า “รัฐบาลสมชาย” ไม่ใช่พรรคร่วม ๖ พรรคเสียแล้ว แต่เป็น “พรรคร่วม ๗ พรรค” คือ พลังประชาชน ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา มัชฌิมาธิปไตย ประชาราช และ เพื่อไทย


นายสุชาติ ประกาศไปแล้ว ด้วยว่า “พร้อมเป็น นายกรัฐมนตรี คนต่อไป” ซึ่งก็ หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คัดสรรคน มาตั้งเป็น “ทายาทนายกฯ” เสร็จสรรพไปแล้ว คือ ส.สุชาติ ไม่ใช่ ส. “สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี”!?


ระบอบทักษิณนี่ ให้กำเนิดนายกฯ มา ๓ สมัย ๓ นายกฯ แล้ว เริ่มจาก พ.ต.ท.ทักษิณ “ต้นตระกูลนายกฯ” ต่อด้วย นายสมัคร สุนทรเวช ผู้จะต้อง ไปฟัง คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ในวันที่ ๒๕ ก.ย. นี้ว่า จะติด หรือ จะหลุด และ คนที่ ๓ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์


พรรค “เพื่อไทย” ถือว่าเป็นพรรคใน ตระกูลทักษิณ ใครเป็นหัวหน้า มีโอกาสได้เป็น นายกฯ เร็ว และ ตกลงมาตายเร็ว ฉะนั้น นายสุชาติ ตอนนี้ พูดได้ว่า เป็นผู้ถือตั๋วรอคิว นายกฯ ในระบอบทักษิณ คนต่อไป


พรรค “ไทยรักไทย” ใช้อักษรย่อ ท
พรรค “พลังแผ่นดิน” ใช้อักษรย่อ พ
พรรค “เพื่อไทย” ใช้อักษรย่อ พท


เข้าใจตั้งดีนะครับ เอาอักษรย่อ ๒ พรรค มารวมอยู่ใน พรรคใหม่-พรรคเดียว แถมใช้แบบตัวอักษร และ สีแดง-น้ำเงิน เหมือนกันหมด แต่ผม อยากให้ข้อสังเกต นิดหนึ่ง ทั้งตัว ท ตัว พ และตัว พท เวลาเขียน จะเขียนตัวให้ “ขาด” ออกจากกัน ตรงที่ขาด เขาใช้ขีด สีแดง เชื่อมเป็น ตัวอักษร สีน้ำเงิน ทางศิลป์สัญลักษณ์ ก็ถือว่าใช้ได้ แต่ทางฮวยจุ้ย อักษรบ่งบอกชัดว่า ตัวอักษร – นอกจากไม่มีหัว หรือ หัวขาดแล้ว ไปได้ ครึ่งเดียว ตัวก็จะ.. ขาดท่อนด้วย!


ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกที่ ทั้ง ไทยรักไทย ทั้งพลังประชาชน หัวหน้า “หัวขาด” ตายเรียบ แล้ว ลำตัว-คือพรรค ก็จะค่อยๆ ขาดสะพายแล่ง ตามสัญลักษณ์ ตัวอักษร ไปเช่นกัน


ทักษิณก็แล้ว สมัครก็แล้ว นายกฯ สมชาย และ นายสุชาติ จะเป็นรายต่อไปตามอาถรรพณ์ “อักษรไม่มีหัว-แถมตัวขาด” หรือไม่ ก็ต้อง ไปตามไปดู!


๗ พรรคร่วม “รัฐบาลสมชาย” ถ้าจะมีความ แปลก-ใหม่ ไม่ใช่สมชาย แต่จะเป็น “ผู้ช่วยพระเอกสมชาย” ที่ชื่อ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่สั่งตรง จากลอนดอน ให้มารับบท “รองนายกฯ”


ถ้าการมาของ บิ๊กจิ๋ว ช่วยแก้ปัญหาเขมร และ ปัญหา ๓ จังหวัดใต้ แถมเป็น กาวใจกับ ฝ่ายพันธมิตรฯ ได้สำเร็จ พรรคเพื่อไทย ในการ เลือกตั้ง ใหญ่ ต้นปี จะมีหัวหน้าตัวจริง ชื่อ “พลเอกชวลิต” ส่วนจะใช่ หรือ ไม่ใช่ ผมก็แค่คุย ให้ฟัง ขัดตาทัพ ไปอีกวัน เท่านั้นนะครับ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 23 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=23/Sep/2551&news_id=164333&cat_id=200


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ “ชวลิต-ทักษิณ” ขั้วที่เด็ดไม่ขาด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร<

Blog at WordPress.com.