Accom Thailand

September 24, 2008

“สมศักดิ์” สุดเอือม “ครม. น้องเขย” จัดโดย ผู้ต้องหา หนีอาญาแผ่นดิน ไปอยู่ ต่างประเทศ และ 111 ซากศพ การเมือง

สมศักดิ์ ให้ฉายา ค.ร.ม. = คนรกบ้านเมื�ง - จวกนักวิชาการตั้งท่าค้านการเมื�งใหม่

สมศักดิ์ ให้ฉายา ค.ร.ม. = คนรกบ้านเมือง - จวกนักวิชาการตั้งท่าค้านการเมืองใหม่


“สมศักดิ์” ให้ฉายา ครม. “คนรกบ้านเมือง” –
จวกนักวิชาการ ตั้งท่า ค้าน การเมืองใหม่


“สมศักดิ์” สุดเอือม “ครม.สมชาย” – ครม. น่าจะย่อ มาจาก “คนรกบ้านเมือง” ผู้ต้องหาหนีอาญาแผ่นดิน ไปอยู่ต่างประเทศ พร้อมทั้ง 111 ซากศพ ทรท. กลับมีอำนาจ จัดตั้งรัฐบาล ดึงคนมีมลทิน กลับมาเพียบ เพื่อสืบทอด พันธุ์โคตรโกง จวกนักวิชาการ ขวางการเมืองใหม่ โดยไม่เสนอ ทางออก ตั้งท่าค้าน อย่างเดียว ย้ำการเมืองใหม่ ต้องเพิ่มอำนาจ ให้ประชาชนตรวจสอบ นักการเมือง


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


วันนี้ (24 ก.ย.) เวลาประมาณ 23.22 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า พันธมิตรฯ ต่อสู้มา 120 กว่าวัน มีการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นผลจาก การต่อสู้มากมาย รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ต้องปรับ ครม. 3 ครั้ง ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ต้องหนี หัวซุกหัวซุน แต่วันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ก็กลับมาอีก จึงเป็น เรื่องที่แปลก และ อยากจะเปลี่ยนชื่อ ครม. เป็น คนรกบ้านเมือง ที่เราต้องมา ขับไล่ ให้พ้น


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อ เห็นหน้า ครม. แล้วเศร้ามาก คน 63 ล้านคน ทำไมอับจน หาคนดีกว่านี้ มาเป็น รัฐมนตรี ไม่ได้ แล้ว เวียนว่าย ตายเกิด อยู่กับ นักการเมือง พวกนี้ ที่ประวัติการคดโกง สืบทอดยืดยาว เป็นพวง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ต้องหา หนี หมายศาล เป็นผู้ร้าย หนีอาญาแผ่นดิน ก็ยังมารวมหัวกับ ผีหัวขาด 111 ศพ ที่ศาลตัดสิทธิทางการเมือง แล้ว มาตั้งรัฐบาล มันกลายเป็น กรรมการคัดเลือก จัดตั้ง รัฐบาล แล้ว


“นักวิชาการ หรือว่าสื่อบางคน มันคิดอะไร มันรู้สึก หรือเปล่าว่า นี่คือขบวนการโกง ที่สืบพันธุ์ ต่อยอด แพร่เชื้อชั่ว ไม่หยุดยั้ง ขนาดเราต่อสู้ มันยังตั้งหน้าเดินต่อ จาก ทักษิณ มาเป็นน้อง มาเป็นน้องเขย ครม.ชุดนี้ มี ไชยา ที่ศาลให้ออก ไปแล้ว แต่ได้กลับมา เป็นหนที่ 3 เท่ากับมันเข้าไป ถวายสัตย์ 2 ครั้ง ทำไม่ได้ ตามที่ถวายสัตย์ ก็ยังเอามาเฉย ไม่เกรงฟ้าอายเดิน ไม่สะเทือน ไม่อับอายเลย


ส่วนนายสมชาย เป็นแค่ รองหัวหน้าพรรค เพิ่งเป็น ส.ส.ได้ 7 เดือน ไม่ถึง 1 สมัย แต่ได้เป็นนายก นายสมัครก็ ใจถึงพอ ยอมเป็น หัวหน้าพรรค ทั้งที่เขาไม่ให้เป็น นายกฯ แล้ว ก็ยังอยู่ได้ เป็นการใจถึง แบบ แปลกประหลาด


นายสมชายเป็น นายกฯ คนแรก ที่ทำสถิติเป็นนายกฯ โดยไม่ต้องเป็น หัวหน้าพรรค และ อายุทางการเมืองน้อย แค่ 7 เดือน ได้เป็นนายกฯ เฉย แน่ไหม เจ๊แดงแน่ไหม ดันผัวเป็นนานยกได้ ใครจะทำไม มีน้อยมาก ที่คนเป็น นายกฯ ถ้ามีพรรคแล้ว ไมได้เป็น หัวหน้าพรรค เอง แต่ก็เป็น ครั้งแรก ที่เป็นนายกฯ แล้วไม่มีทำเนียบอยู่ ต้องไปถ่ายรูป ที่ร้านเหล้า


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนนั่งด ูโศกนาฏกรรม ทางการเมือง เมื่อ นายบรรหาร ศิลปอาชา เอาลูกชาย มาเป็นรัฐมนตรี ส่วน นาย สมชาย ก็มีลูกสาว ที่รวยมาก มีเงิน เป็นพันล้าน และ ทั้งที่นายสมชาย ไม่เคยต่อสู้อะไร มาก่อน มาถึงได้เป็นนายกฯ เลย เพราะ ที่นี่เมืองไทย ขอให้ มีเงินอย่างเดียว ก็ใช้เป็น อาวุธยึดอำนาจรัฐ แล้วก็โกง แล้วก็ซื้อเสียง เพื่อสืบทอด การโคตรโกง โกงทั้งโคตร อยู่อย่างนี้


ส่วน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เอาเมีย ออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรี แต่ก็เอา คู่เขยเข้ามาเป็นแทน ด้าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ทำลายสถิติ มาเป็น รัฐมนตรี ตนเคยยกย่อง เมื่อปี 2540 มีคนประท้วง หน้าทำเนียบ 70-80 คน ก็ลาออก เป็นนายก ที่หน้าด้านน้อยที่สุด แต่ตอนนี้คนไล่ รัฐบาล อยู่เต็ม พล.อ.ชวลิต กลับเดินมาเป็น รองนายก หน้าตาเฉย ไม่รู้แกคิดอะไร หรือจะมานำ ลาออกทั้งคณะ น่าสงสัยไหม


ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ด็อกเตอร์ เยสโนโอเคโคคาโคล่า จบทางกฎหมาย แต่ไปคุม กระทรวงสาธารณสุข หมอทั้งหลาย ในกระทรวง คงเจริญแน่ ไม่รู้หมอ มั่วอะไรต่อไป ซึ่งคงจะน่าดู ทั้งที่หลักการ บริหารนั้น ต้องจัดคนให้เหมาะสม กับงาน มีความรู้อะไร จัดให้ลง อย่างนั้น แต่นี่เอา ดอกเตอร์ ด้านกฎหมาย ไปดู กระทรวงสาธารณสนุข โดยไม่รู้เรื่อง อะไรเลย


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อดูบ้านเมืองแล้ว น่าเศร้า ทำไมเป็นอย่างนี้ ทั้งหลายทั้งปวง ฝนตกขี้หมูไหล ทุกคนมาจาก ระบอบทักษิณ มาจาก พรรคไทยรักไทย เก่า มาเป็น พรรคพลังประชาชน เหมือนคนที่เปลี่ยนชื่อ 3 ครั้ง แล้วบอกเป็น คนละคน แล้วถามว่า ทำไมเปลี่ยนชื่อ ก็ เพราะ ไปขโมย ของเขา โดนจับได้ เลย เปลี่ยนชื่อ ไม่ใช่เปลี่ยน เพราะ ชื่ออัปมงคล แต่เปลี่ยน เพราะทำผิด พรรคไทยรักไทย ถูกจับได้ว่า โกงเลือกตั้ง ก็เปลี่ยนเป็น พรรคพลังประชาชน แล้วก็โกงอีก ก็จะเปลี่ยนเป็น พรรคเพื่อไทย


สื่อบางคน หาว่าเราไม่รู้จักพอ จะพอได้ยังไง ก็มันคนเดิม เหมือนเดิม นิสัยเดิม ชั่วสันดานเดิม มาอยู่ที่เดิม จะไม่ให้ไล่ ได้อย่างไร ที่ว่า เราสุดโต่ง สุดโต่งตรงไหน มันเหมือนเดิม มาเหมือนเดิม แล้วความหวังอยู่ไหน การเมืองเก่า น้ำเน่า จะให้เรา ไปพบครึ่งทาง ตรงไหน จะให้ ยอมรับ ให้โกงต่อไป แล้วเราพอ แค่นี้หรือ แปลกมาก ผมงง เพราะฉะนั้น อย่าไปสนใจ


กระรอกทัก จิ้งเหลน แมลงทัก เราฟังได้ แต่ใช้สติปัญญา ว่าคนที่พูด เป็นยังไง เรามาไล่ จับโจร จนจะจับได้ มีคนมาบอก ให้หยุด อย่าไปจับ เดี๋ยวโจร มันจะโกรธ พวกมันก็คือ พวกโจร เข้าข้างความชั่ว ไม่รู้จัก ถูกผิดชั้วดี เวลาที่เขาพูด ทุกคนต้องรู้ว่า คนดีบริหารประเทศ มันยังมาว่า ดี เป็นยังไง ดี ก็คือไม่ชั่ว ไม่โกง ไง แล้วยังไม่รู้หรือว่า ดี เป็นยังไง


คนจน ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน จนเอาๆ แต่พวกนี้ แสดงบัญชี ทรัพย์สิน และหนี้สิน คนจนที่สุด ยังมีเป็นร้อยล้าน ขณะที่ คนไทย ส่วนใหญ่ อดอยาก ยากจน แล้ว คุณจะเป็นผู้นำ ได้อย่างไร ผู้นำ ต้องเสียสละ ฉลาด มีความเป็น มนุษย์ แต่ทุกวันนี้ ใครเสียสละ ใครไม่มีเงิน บอกว่าเป็น คนโง่


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากรายงาน การจัดอันดับ ประเทศ ที่โปร่งใส ปรากฏว่า ประเทศไทย อยู่ที่ 80 ดีกว่าปี 2549 จึ้นมา 4 อันดับ แต่ ได้แค่ 3.5 คะแนน จาก 10 คะแนน โดยประเทศที่ได้คะแนนสูงๆ จะอยู่ทาง สแกนดิเนเวีย ส่วนประเทศไทย ชอบคบค้ากับ กัมพูชา และ พม่า มีการ สมคบ กับ เขมร เรื่องที่ดินพระวิหาร กับ พม่าก็ ให้เขากู้ 4 พันล้าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่คนชั่ว มักจะคบ คนชั่ว สมคบกันโกง ในบ้านเมืองตัวเอง และ กลายเป็น โกง ระดับนานาชาติ


นายสมศักดิ์ ได้กล่าวถึง โครงการรถเมล์ ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีว่า ถ้าซื้อ เงินสด จะตกคันละ 2.8 ล้าน ถ้าซื้อผ่อน จะตก คันละ 3.5 ล้าน แต่ โครงการ ที่จะเช่า 10 ปีนี้ รวมแล้ว ต้องจ่ายคันละ 18 ล้านบาท ฟาดไป 2.5 หมื่นล้าน เฉพาะเจ้าเดียว แล้ว องค์กรที่ตรวจสอบ ก็นอนหลับ ไม่ทำงาน เราก็ต้องลุกขึ้น มาขับไล่


อาคารรัฐสภา ก็จะสร้างใหม่ 2.9 หมื่นล้าน แล้วยังมี ค่ารื้อถอน อีก ทั้งที่เวลาประชุม ก็ไม่ค่อยเข้าประชุม ดูอย่าง อาคารรัฐสภาอังกฤษ ไม่สบาย เหมือนที่นี่ เรามีที่นั่ง ผู้ช่วย ส.ส. เดี๋ยวก็เล่นไพ่กัน ส.ส. บางคน ก็ไปบีบไหล่ ในห้องน้ำ ขอค่ายกมือ


ด้วยเหตุนี้ เราต้องมี การเมืองใหม่ โดยให้มี การเลือกตั้งจากสาขาอาชีพ ด้วย ซึ่งนักวิชาการ บางคน เช่น นายโคทม อารียา ก็ออกมา ค้านแล้ว ทั้งที่ ความรู้ไม่มีเลย เมื่อถามว่า ให้ลองวิเคราะห์การเมือง ตอนนี้ว่า เป็นยังไง มีทางออก ยังไง ก็บอกไม่รู้ จะค้าน อย่างเดียว นักวิชาการ ต้องออกแบบ ถกเถียง ด้วยสติปัญญา ทั้งนี้การเลือกตั้ง ตามอาชีพ เขามีทั้งนั้น ที่ ฮ่องกง เยอรมัน และใน สแกนดิเนเวีย โดย หลักการ ประชาธิปไตย นั้น จะเลือกมาอย่างไร ก็ได้ แต่ต้องทำเพื่อ คนส่วนใหญ่ ให้ประชาชน ตรวจสอบได้ และ เอาออกจากตำแหน่งได้ ถ้าทำตนไม่ดี ซึ่งการตรวจสอบ จะได้ผล ต้องใช้ ประชาธิปไตย ทางตรง คือการเลือกตั้ง ตามสาขาอาชีพ ไม่เช่นนั้น ก็จะมี ลูกเมีย น้องเขย นักการเมือง หน้าเดิมๆ ผลัดเปลี่ยนกันมา หาประโยชน์ จากการ โกงบ้านโกงเมือง ต่อไป


“เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลโกง ภาษีของเราอย่าไปเสียให้มันเอาไปโกงกิน มันโกงมากเกินไป เห็นแล้วไม่รู้จะร้องเพลงอะไร รถซื้อสดราคา 2.8 ล้าน มันไปซื้อ 18 ล้าน รถเข็นสนามบินสุวรรณภูมิคันเล็กๆ คันละ 28,000 บาท อิฐสี่เหลี่ยมปูพื้นแผ่นเดียวเกือบ 500 บาท ทำได้ 8 วันอิฐแตก เพราะมันโกงดุเดือดเลือดพล่านจริงๆ”


นอกจากนี้ ทั้งที่รู้ว่าทำผิด พรรคจะถูกยุบ ภายในไม่กี่วัน แต่ละคนก็ยังดิ้น จะเป็นรัฐมนตรี ขอเป็น 3 ชั่วโมง ก็เอา เพื่อเป็น เกียรติประวัติ แม้ว่า จะโดนไล่ออก เหมือนหมูหมา ก็จะเอา ไม่มีศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ แม้แต่นิดเดียว หน้าด้าน ผิดปกคติ ไม่ใช่คน และ ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา สัตว์ นั้น เวลาเราโห่ มันยังบินหนี แต่นี่ยังเฉย ไม่รู้ร้อนรู้หนาว


นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเมืองน้ำเน่าโสโครก แบบนี้ เราคนไทยพี่น้องทั้งลาย พลังของเรา ที่ออกมาเพียงพอ ที่จะเปลี่ยน การเมืองสกปรก เราอธิบายได้ อย่าไปฟังเสียง นกเสียงกา ที่จ้างให้เขียน ให้พูด พี่น้องรับฟังใคร่ครวญ ใช้ภูมิปัญญา ตัดสินใจต่อสู้


ยืนยัน พี่น้องทั่วโลก รู้แจ้งเห็นจริง มันไม่ยาก ที่จะพูดความจริง แต่คนที่บิดเบือน มีหลายคน แต่เราอย่าไปใส่ใจ อันไหนดี เอามาแก้ไข


ตามตำราการรบ เราอย่าเชื่อฟังศัตรู เชื่อเมื่อไหร่ แพ้เมื่อนั้น เราต้องจับ จุดอ่อนศัตรู ชกตรงไหน ออกอาการ ให้ซ้ำตรงนั้น เพราะมันกลัว จึงแสดง อาการ ให้เห็น การต่อสู้ของเรา บนหลักที่ถูกต้อง ไม่มีวันแพ้ เราต้องสู้ต่อไป อย่าท้อถอย ไม่หยุดยั้ง เดินหน้าชน และ ระดมสรรพกำลัง ด้วย สติปัญญา มาช่วยกัน ระดมความคิด ความเห็น สร้างการเมือง เพื่ออนาคต ที่ดีของประเทศชาติ


ขอให้พี่น้อง หมุนเวียนกันมา อย่าละทิ้งทำเนียบ นี่คือ จุดชี้ขาดชัยชนะ เราต้องอดทน เป็นพิเศษ เรามาเจอกับ ผีใหญ่ ที่ขึ้นลง สลับหลุม แต่เรา รู้เท่าทัน ใครมา ก็ไล่มันทุกตัว ป่าช้านี้ ต้องไล่ให้หมด ภารกิจเราคือ รักษากำลัง ขยายกำลัง ขยายมวลชน กำหนดเวลา สลับกันมา อยู่ทำเนียบ ก่อนที่เรา จะปฏิบัติการขั้นต่อไป ให้รอสัญญาณ บางสิ่งบางอย่าง


ที่ถามว่าเมื่อไหร่ จะไปไหนซักที ได้ไปแน่ แต่ครั้งนี้ ต้องเพิ่ม จำนวนคนขึ้นอีก เพราะอย่างน้อยใน ทำเนียบต้องมีคนอยู่ 1 หมื่นคน ส่วนที่มา จะไปที่ไหน จะจัดแจงกันต่อ ทั้ง 5 แกนนำ จะหารือกัน”


สำหรับการสัมมนา เรื่องการเมืองใหม่ วันที่ 27 ก.ย. นี้ จะระดมปราชญ์ มาร่วม และนำข้อเสนอของ ประชาชน ที่ส่งมาได้ ซึ่งตนได้อ่าน ทุกกระดาษ ทุกเอกสาร และเห็นว่า เป็นประโยชน์ นี่คือการ มีส่วนร่วม เมื่อจัดลำดับ จะได้ช่วยกัน ผลักดันต่อไป ให้มีการเลือก ตามสาขาอาชีพ เหมือน หลายประเทศ ที่ทำได้


แต่ทั้งนี้ การเลือกตั้ง แบบไหนไม่สำคัญ ขอให้สอดคล้องกับ ความจริง ในแต่ละประเทศ และที่สำคัญฯ ตัวแทน ต้องมี องค์กรตรวจสอบ ถอดถอน นักการเมือง ที่ไม่ทำตามเจตจำนงค์ ให้ออกไป จากตำแหน่งได้ ประชาธิปไตยนั้น อำนาจอยู่กับ ประชาชน 24 ชั่วโมง อย่ามาพูดว่า ยุบสภา คืนอำนาจให้ ประชาชน เพราะ อำนาจอยู่กับประชาชน ตลอดเวลา


ถึงมีสภา เราก็ใช้อำนาจ ขับไล่รัฐบาลได้ ไล่นักการเมืองโกง ให้หนีไป และเอาทรัพย์สิน ที่โกงไป กลับคืนมา ขอให้ ยืนยันต่อสู้ ไล่รัฐบาลนี้ ต่อไป อย่างไม่พรั่นพรึง ท้อถอย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 06:26 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113592


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” ให้ฉายา ครม. “คนรกบ้านเมือง” – จวกนักวิชาการตั้งท่าค้านการเมืองใหม่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

“สนธิ” แฉ (ตอนที่ 2) ความอัปยศ เน่าเฟ็ะ ของการเมืองเก่า ในอดีต จน ปัจจุบัน ปปช. ดองคดี “แม้ว” ทุกคดี

Filed under: การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:53
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
นายสนธิ กล่าวตบโต้ นางสดศรี สัตยธรรม

นายสนธิ กล่าวตอบโต้ นางสดศรี สัตยธรรม


“สนธิ” แฉ ป.ป.ช. บางคน ดองคดีช่วย “แม้ว” ชี้การเมืองใหม่ ต้องตรวจสอบยิบ


“สนธิ” ชำแหละ 2 กกต. ต้นตอ ก่อวิกฤตให้กับบ้านเมือง ทุจริตรับเงินช่วยเหลือ ยื้อคดียุบพรรค พปช. พร้อมเปิดโปง ป.ป.ช. บางคน ที่เป็น อดีตเลขาฯ อย. มีความสัมพันธ์ส่วนตัว กับ “แม้ว” ดองทุจริต ในสนามบินสุวรรณภูมิ ทุกคดี ย้ำ “การเมืองใหม่” คือการตรวจสอบ นักการเมืองชั่ว อย่างละเอียดยิบ และต้องเดินหน้า ทำให้สำเร็จ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อเวลา ประมาณ 22.00 น. วันที่ 24 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไคย ได้ขึ้นปราศรัย ที่เวทีทำเนียบรัฐบาล ได้เริ่มกล่าวถึง รัฐบาลชุดใหม่ ว่าเป็นการเหมาะสมแล้ว ที่ออกมาแบบนี้ เหมือนกับ เหี้*ตั้งเหี้*มาเป็น รัฐบาล


จากนั้น นายสนธิ กล่าวตอบโต้ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ที่ขัดขวางการเมืองใหม่ และบอกว่า ทุกอย่าง ต้องมาจาก การเลือกตั้ง 100% เท่านั้น ทั้งที่วิกฤตการเมือง ในวันนี้ มีต้นเหตุสำคัญ คือ กกต. เพราะเป็นด่านแรก ในการปล่อยให้ นักการเมืองชั่ว เข้ามา อยากให้ กกต. พวกนี้ ส่องกระจกดูตัวเอง ว่ามีส่วนสำคัญ ที่ทำความฉิบหาย ให้กับบ้านเมือง ทุกวันนี้ หรือไม่


“มี กกต.2 ใน 5 คน มีความระยำ ไม่มีจริยธรรม และ ความซื่อสัตย์ ดังนั้น อย่าหลอกตัวเอง” นายสนธิ ระบุ และ ยกตัวอย่าง กรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ทุจริตเลือกตั้ง ถ้าให้ใบแดง ตั้งแต่แรก โดยไม่ซื้อเวลา เวลานี้ พรรคพลังประชาชน ถูกยุบพรรคไปแล้ว ดังนั้น กกต. บางคน อย่าไปสะเออะพูด เรื่องความยุติธรรม


“ก่อนหน้านี้ ช่วงเวลาที่เขา จัดตัดสินให้ ใบเหลืองใบแดง มี กกต.สองคน ถูกเชิญไปพบที่ โรงแรมเรดิสัน ขากลับ มีคนหิ้วกระเป๋า ใบใหญ่ 2 ใบ ตามหลัง ของแบบนี้ ปิดก็ไม่มิด คนแบบนี้อย่ามาสะเออะ มาต่อต้าน การเมืองใหม่ เพราะบางคน รับเงินรับทอง เปลี่ยนแดง เป็นเหลือง เปลี่ยนเหลือง เป็นขาว หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ซื้อเวลา” นายสนธิกล่าวถึง กกต. บางคน ที่ทุจริต


จากนั้น นายสนธิ ได้กล่าวถึง ป.ป.ช. บางคน ที่ทำหน้าที่ ส่อไปในทาง ไม่ซื่อสัตย์ โดยเฉพาะบางคน ที่ดูแลงาน เกี่ยวกับ รัฐวิสาหกิจ เช่น คดีทุจริต สนามบิน สุวรรณภูมิ ทั้งที่ มีเอกสารหลักฐาน ส่งเข้าไปมากมาย แต่กลับไม่พิจารณา


ซึ่ง ป.ป.ช.คนนั้น เป็นอดีตเลขาธิการ อย. และ มี ความ สนิทสนม กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างมาก ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คดีทุจริต ของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คดี ของ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คดีทุจริต ท่อร้อยสายไฟ เรื่องรถเข็นกระเป๋า การทุจริต ก่อสร้างอาคารสนามบิน หรือ รันเวย์ร้าว ถึงไม่ไปถึงไหน


นายสนธิ ยังได้กล่าวถึง พระราชดำรัสของ พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงกล่าวถึง เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อรับมือ วิกฤตเศรษฐกิจ และ เรื่องให้ คนดีปกครอง บ้านเมือง รวมทั้งให้ ข้าราชการ ทำหน้าที่ ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่คนพวกนี้ เมื่อรับใส่เกล้าแล้ว ก็ไม่เคยปฏิบัติตาม


นายสนธิ ยังได้กล่าว ย้อนถึง การเมืองเก่า ที่พวกนักการเมืองเก่าๆ ชอบไปขอเงิน นักธุรกิจ มาลงขันเพื่อเข้า พรรคการเมือง ในการเลือกตั้ง เมื่อ หัวหน้าพรรคการเมือง คนนั้นได้เงินมาแล้ว ก็จะหัก เข้ากระเป๋าตัวเอง ประมาณ 10 เปอร์เซ็น ที่เหลือ ก็เอาไปใช้จ่าย ในการเลือกตั้ง และ เมื่อได้เป็น รัฐบาลนักธุรกิจ พวกนี้ ก็จะมาทวงบุญคุณ เพื่อแลกผลประโยชน์ ทางธุรกิจ แลกโครงการ ต่างๆ


นายสนธิ เล่าถึง วิธีการเก็บเงิน ของนักการเมืองว่า ถ้าเป็นยุคเก่า ก็จะใช้วิธี ตั้งแต่ใส่เงินเอาไว้ ในตู้เย็น หรือเก็บใน ห้องใต้ดิน ต่อมาในปัจจุบัน ก็เปลี่ยน ไปรับเงินใน ต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ สิงคโปร์


โดยยกตัวอย่าง มีหลานของ นักการเมืองใหญ่ คนหนึ่ง ขนเงินใส่ กระเป๋าใบใหญ่ ไป สิงคโปร์ สัปดาห์ ละสองครั้ง ตลอด 3 ปี นำเงินออกไป นับ พันกระเป๋า เบ็ดเสร็จ มีเงินถูกขนออกไป สิงคโปร์ โดยคนคนนี้ 2-3 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมแล้ว มีเงินบาทใน สิงคโปร์ เกือบ 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ เพระธนาครในสิงคโปร์ นั้นถูกห้าม ไม่ให้เปิดเผย ความลับลูกค้า อย่างไรก็ดี ยังมีพวกที่ใช้วิธีโบราณ คือ รับเงินใส่กล่อง เบียร์ และ เก็บเงินไว้ใน ห้องใต้ดิน ที่บ้าน


นายสนธิ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้ นักการเมือง ใช้วิธีถ่ายเท หรือ ซุกซ่อนทรัพย์สิน ด้วยวิธีการดังกล่าว การเมืองใหม่ จะต้องบังคับให้ นักการเมือง แจ้ง บัญชี ทรัพย์สิน และ ที่มาที่ไป ของ ทรัพย์สินเหล่านั้น อย่างละเอียดยิบ และ จะต้องมี สำนักงานตรวจสอบ แห่งชาติ เพื่อคอยตรวจสอบ ความมีอยู่ จริง และ ที่มาที่ไป ของ ทรัพย์สิน และการเสียภาษี ย้อนหลัง อย่างละเอียด ด้วย วิธีการตรวจสอบ แบบนี้ จะทำให้ พวกนักการเมืองชั่ว ไม่อยาก เข้ามาเป็น นักการเมือง หรือ รัฐมนตรี


“ยกตัวอย่าง ลูกสาวของ นางเยาวภา เอาเงินมาจากไหน สองพันล้าน ทั้งที่เพิ่งเรียนจบมา ถ้าบอกว่าแม่ให้มา ก็ต้องไป ตรวจสอบต่อ ว่า แม่ เอามา จากไหน ดังนั้น การเมืองใหม่ ต้องตรวจสอบ นักการเมืองชั่ว ทำให้ บ้านเมือง ถูกปล้นน้อยลง และ การเมืองใหม่ จะจับ พวกนี้แก้ผ้า แล้วเอา สปอตไลต์ ส่องให้เห็นหมด และ การเมืองใหม่ หมายถึง ความโปร่งใส และ เสียสละ ต้องถูกตรวจสอบ” นายสนธิ ระบุ และว่า พวกเรา มาไกล จนถอยไม่ได้ และ เราต้องต่อสู้ เพื่อให้เกิด การเมืองใหม่ ให้ได้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 00:12 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113565


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ ป.ป.ช.บางคนดองคดีช่วย “แม้ว” ชี้การเมืองใหม่ต้องตรวจสอบยิบ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช. เตะถ่วงหลายๆคดี ปล่อยคนชั่ว ลอยหน้า เต็ม ครม. น้องเขยหุ่นเชิด

Filed under: การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:50
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่ประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาล

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาล


“สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช.เตะถ่วงคดีใหญ่ ปล่อยคนชั่วลอยนวล


“สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช. เตะถ่วงคดีใหญ่ ใช้เวลาทำงานเกินจำเป็น ระบุทุกคดีจะมีผลให้ ครม.หุ่นเชิด ต้องติดคุกทั้งคณะ ทั้งเรื่อง “สมชาย” ทุจริต ในสมัยเป็น บอร์ดบินไทย และการยก อธิปไตยเขาพระวิหาร ให้เขมร พร้อมแนะจับตา ลูกสาว นายกฯ นอกทำเนียบ ปีเดียว มีเงินงอกขึ้น ซื้อหุ้น กว่า 2 พันล้าน บาท


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย


เมื่อเวลา ประมาณ 21.45 น. วันที่ 24 ก.ย. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ในทำเนียบ รัฐบาล โดยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้พูดถึง เรื่องที่จะทำให้ ครม. หุ่นเชิด ต้องมีความผิด ตามที่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่ ขณะนี้มีผู้ใหญ่ ท่านหนึ่ง ใน ป.ป.ช. ได้ส่งจดหมายลับ มาหาตน เพื่อขอความเห็นใจ และขอเวลา ในการทำงาน


ทั้งนี้ ตนเอง ไม่ได้กล่าวหา ป.ป.ช. แต่อย่างใด แต่อยากบอกว่า ประชาชนกำลัง เฝ้ารอการตัดสิน ในเรื่องดังกล่าว จำนวน 4 คดี ซึ่งเป็นคดี ที่จะทำให้ คณะรัฐมนตรี ต้องติดคุก กันยกชุด โดย


คดีแรก นั้นใช้เวลานานมาก ถึงขณะนี้ ก็กินเวลาไปกว่า 19 เดือนแล้ว เริ่มตั้งแต่ การตั้ง คณะกรรมการไต่สวน เจ๊แดง เรื่อง ร่ำรวยผิดปกติ ในขณะที่ นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการ การบินไทย และ เกี่ยวข้องกับ การทุจริต ในการจัดการ พื้นที่ของ ร้านค้าปลอดภาษี ในสนามบิน สุวรรณภูมิ รวมถึง ศูนย์ขนส่งสินค้า ในสนามบิน ทำให้ประเทศ ต้องเสียหาย ไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท นั้น คดีนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แต่อย่างใด


ส่วนคดีที่ 2 นั้น เริ่มต้นตั้งแต่ 29 มกราคม 2551 ซึ่งเริ่มจาก การมีมติให้ ไต่สวน พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในการฮั้วประมูล จ้างบริษัท รักษาความปลอดภัย ในสนามบินสุวรรณภูมิ จนทำให้ประเทศเสียหาย กว่า 5 พันล้านบาท และ หากนับเวลาก็ผ่านมากว่า 8 เดือน แล้ว ก็ยังไม่มี ความคืบหน้า เช่นกัน


ส่วนเรื่องที่ 3 นั้นเริ่มต้น ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2551 ในอนุมัติให้ ไต่สวน การทำความผิดของ นายสุริยะ และ นายสมชาย ในกรณี คิงพาวเวอร์ ที่ได้รับพื้นที่ ใน สนามบินสุวรรณภูมิ โดยไม่มีการประมูล


ส่วนเรื่องสุดท้ายนั้น เป็นการที่ ป.ป.ช. ทั้ง 9 ท่าน มีมติ ตั้งแต่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ในการไต่สวน คณะรัฐมนตรีทั้ง 35 คน ในความผิด เรื่องการเสีย อธิปไตย เขาพระวิหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเรื่อง ที่ยังไม่มีความคืบหน้า และ ตนเองก็มิได้ตำหนิ การทำงานอะไร แต่มันช้า และ ประชาชน ก็ยังรอ ความจริง จากตรงนี้ ซึ่งหากจะขอเวลาทำงาน ก็คิดว่า น่าจะนานมาก พอแล้ว


“ตอนนี้สังคมไทย แสนเศร้า ต้องปล่อยให้ ประชาชน มาชุมนุมกัน นานขนาดนี้ ตอนนี้เราเหมือน หนีเสือปะจรเข้ หนีตะกวดปะตัวเงินตัวทอง เมื่อเจอ กับ ครม. ชุดนี้ ยิ่งแย่ใหญ่ เหมือน หนีโจรสลัด ปะ สัตว์นรก ซึ่งเราจะถอยไม่ได้ และ พันธมิตร จึงเลือกที่ยืนหยัด สู้ต่อไป” นายสมเกียรติ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 01:59 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113555


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ตอก ป.ป.ช.เตะถ่วงคดีใหญ่ ปล่อยคนชั่วลอยนวล/font>

ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ตำรวจวัดโบสถ์ ยัน “พ.ต.ต.เงิน ทองสุข” 1 ใน 5 นายตำรวจพัวพันคดี “สมชาย ลีนะไพจิตร” จมหาย ใต้เขื่อน แควน้อย จริง


ตร.วัดโบสถ์ ยัน “พ.ต.ต.เงิน”1 ใน 5 ตำรวจพัวพัน คดี “สมชาย” จมใต้เขื่อน แควน้อยจริง


พิษณุโลก – ตำรวจวัดโบสถ์ยัน “พ.ต.ต.เงิน ทองสุข” 1 ใน 5 นายตำรวจพัวพันคดี “สมชาย ลีนะไพจิตร” จมหายใต้เขื่อนแควน้อยจริง แต่ยังหาศพไม่พบ


รายงานข่าวจาก จังหวัดพิษณุโลก แจ้งว่า เย็นวันนี้ (24 กันยายน 2551) ตำรวจสอบสวนคดีพิเศษ( DSI ) ได้เดินทาง มาพบ ร.ต.อ.อโณทัย ช้างพินิจ ร้อยเวร สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เจ้าของคดีปริศนา การจมน้ำของ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข 1 ใน 5 ตำรวจ ที่พัวพัน คดีการหายตัวไป ของ นายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรม นักกฎหมายมุสลิม โดย พ.ต.ต.เงิน และนายนฤชัย ชินวัณณรัตน์ หลานชาย เจ้าของ รับเหมาก่อสร้าง เขื่อนแควน้อยได้จมน้ำ ใต้เขื่อนแควน้อย หลังไปดูแล แบ็คโฮ ขุดทำนบดิน ที่กั้น ระหว่างเขื่อนแควน้อย และ เขื่อนสันตะเคียน


ร.ต.อ.อโณทัย ช้างพินิจ ร้อยเวร สภ.วัดโบสถ์ ร้อยเวร ยอมรับว่า ดีเอสไอ. ลงพื้นที่ เพื่อยืนยันว่า ผู้สูญหายอีกราย ที่ยังไม่พบศพ ว่าเป็น พ.ต.ต.เงิน จริง หรือ ไม่ ซึ่งตน ก็ให้ข้อมูลไปว่า จริง เพราะสอบถาม พยานแวดล้อม ต่างยืนยันว่า ใช่ และ หลายคน ที่เห็นเหตุการณ์ ต่างยืนยันว่า ผู้สูญหาย อีกคน คือ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข จริง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ หน่วยกู้ภัยและ นักประดาน้ำ ต่างระดม ค้นหาศพที่เหลืออยู่ 1 ราย ( 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ศพของนายนฤชัย ซึ่งเป็นหลาน เจ้าของบริษัทรับเหมา) ลอยขึ้นมา เหนือน้ำ แต่ร่าง พ.ต.ต.เงิน (ที่เป็นคนติดตาม) ยังไม่พบ


เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา พร้อมชุดปฏิบัติการใต้น้ำ ได้ลงเรือท้องแบน ค้นหาร่าง พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ที่เกิดอุบัติเหตุ จมในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแควน้อย เมื่อเช้ามืด ของวันที่ 19 กันยายน 2551 ซึ่งร่างของศพ ยังไม่พบ คาดว่า ติดอยู่กอ หรือกิ่งไม้ ใต้เขื่อน ถือว่า เป็นอุปสรรค ที่ไม่สามารถ ค้นหาศพ ได้ในเวลารวดเร็ว ประกอบกับ น้ำสูงกว่า 30 เมตร แม้ยัง ไม่กักเก็บน้ำ 100%


ส่วนข่าวลือว่า มีการตั้งรางวัล ผู้พบศพ ถึง 5 แสนบาทนั้น ได้รับการยืนยัน จาก เจ้าหน้าที่ระดับสูง ของ โครงการเขื่อนแควน้อย ว่า ไม่เป็น ความจริง


ทั้งนี้เป้าหมาย การค้นหาศพ ที่ไม่ธรรมดา เนื่องจาก ต้องการ คลี่ปมปริศนา การจมน้ำของ พ.ต.ต.เงิน ว่า จริงหรือเท็จ เพราะเกรงว่า จะมีการแทง จำหน่าย ว่า เสียชีวิตไปแล้ว เพราะ นายตำรวจ คนนี้เป็น 1 ใน 5 ตำรวจ ที่พัวพัน คดีการหายตัวไป ของ นายสมชาย นีละไพจิตร ประธาน นักกฎหมายมุสลิม เมื่อ 2547


ที่ ศาลอาญา ตัดสินให้ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข อดีต สว.กอ.รมน. ช่วยราชการ กองปราบปราม รับโทษ 3 ปี แต่จำเลย อยู่ระหว่างยื่น อุทธรณ์ ส่วนพวก อีก 4 นาย ศาลยกฟ้อง หลังต้องคดี ทำให้ พ.ต.ต.เงิน ทองสุข ถูกให้ออกจากราชการ และมาช่วยญาติ ในบริษัท ยูบีซี ร่วมค้า รับเหมา งานก่อสร้าง เขื่อนแควน้อย อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก


ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 22:38 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113538


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.วัดโบสถ์ยัน “พ.ต.ต.เงิน”1 ใน 5 ตำรวจพัวพัน คดี “สมชาย” จมใต้เขื่อน แควน้อยจริง


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“อังคณา” จี้สอบ การหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย

 การหายไปข�งนายสมชาย นีละไพจิตร

การหายไปของนายสมชาย นีละไพจิตร


“อังคณา” จี้สอบ “พ.ต.ต.” ทีมอุ้ม “ทนายสมชาย” อ้างตายพร้อมหลาน!


“อังคณา นีละไพจิตร” จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย ที่อ้างตายพร้อมหลาน แต่ไม่พบศพ ขณะที่ดีเอสไอ รับลูกทันที ตรวจสอบแล้ว พบแต่ศพหลาน พ.ต.ต.เงิน เท่านั้น


วันนี้ (24 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของ ทนายสมชาย นีละไพจิตร กล่าวถึงกรณีเหตุดินถล่ม ใน อ่างเก็บน้ำ แควน้อย จ.พิษณุโลก เป็นเหตุให้ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย ในคดีหน่วงเหนี่ยวกักขัง นายสมชาย นีละไพจิตร จมน้ำ หายสาบสูญ ว่า ต้องการเรียกร้องให้สื่อ ค้นหาความจริงว่า เกิดอะไรขึ้น


พ.ต.ต.เงิน หายสาบสูญไป จริงหรือไม่ หรือเป็น การสร้างสถานการณ์ ซึ่งตนได้ประสาน เพื่อตรวจสอบข้อมูล ในการแจ้งความ คนหาย กับ สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก แล้ว แต่ยังไม่ได้ ความคืบหน้าและ ความชัดเจน เท่าที่ควร จึงยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น
พ.ต.ต.เงิน ท�งสุก (เสื้�ขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา

พ.ต.ต.เงิน ทองสุก (เสื้อขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา


เรื่�งราวที่ทนายสมชายหายตัวไป

เรื่องราวที่ทนายสมชายหายตัวไป


อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึง รัฐบาลภายใต้แกนนำของ พรรคพลังประชาชน ออกมา ชี้แจง ในเรื่อง ดังกล่าว ให้กระจ่างชัด โดยเร็ว เพราะส่วนตัว มองว่า การที่ นายตำรวจ ระดับชั้นสัญญาบัตรคนหนึ่ง และเป็น จำเลยที่ 1 ในคดี ของ สามี หายสาบสูญไป ก็ต้อง มีศพให้เห็น และ การจมน้ำ จากน้ำท่วม ก็ต้องมี เจ้าหน้าที่ประดาน้ำ งม หาศพ โดยต้องมี การพยายามค้นหา มากน้อย แค่ไหน และ ควรจะเชื่อถือ ได้หรือไม่ว่า หายสาบสูญ ไปจริง


“พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย คดีทนายสมชาย หายสาบสูญจาก น้ำท่วม ตรงนี้คดี อยู่ระหว่าง การพิจารณาของ ศาลอุทธรณ์ นานกว่า 2 ปี และ น่าจะมี คำพิพากษา ในเร็วๆ นี้ ถ้าจำเลยหาย จะมีผลต่อคดีมาก


ตรงนี้ขอเรียกร้องให้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คนใหม่ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ทำความจริง ให้ปรากฎ การหายไป เป็นการจงใจ ให้หายไป หรือ เป็น อุบัติเหตุ จริง ควรออกติดตาม ค้นหาศพ อย่างจริงจัง ตนรู้สึกกังวลใจ กับเรื่องนี้มาก” นางอังคณา กล่าว


นางอังคณา กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้รัฐบาล ไม่สามารถ สร้างความเชื่อมั่น ในสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ และ ตนเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คนใหม่ จะมีความรู้ ด้านกฎหมาย มากน้อยแค่ไหน จะเข้าใจ ระบบการจัดการ ตามกระบวนการยุติธรรม มากเพียงใด


จึงขอเรียกร้องให้ รัฐบาล และ รัฐมนตรี สร้างความเชื่อมั่น และ มั่นใจ พนักงานสอบสวน ให้ทำงานอย่างอิสระ ใน คดีอุ้มทนายสมชาย ที่สำคัญ การเมือง ไม่ควรเข้าแทรกแซง การทำงาน ควรจริงใจ กับ คดีนี้ ซึ่งก็น่าแปลกใจ คดีนี้เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. นานมาก เรื่องนี้เกิดขึ้น ตั้งแต่ พรรค ไทยรักไทย เป็นรัฐบาล จนมาถึง พรรค พลังประชาชน คดียังไม่คืบหน้าเลย


ด้าน พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการ สำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ จาก สำนักคดีอาญาพิเศษ จำนวน 4-5 คน ลงพื้นที่ ตรวจสอบ บริเวณอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก โดยประสานงาน ร่วมกับ ตำรวจ สภ.วัดโบสถ์


เบื้องต้น ได้รับแจ้งว่า เหตุการณ์ดินถล่ม และมี ผู้สูญหาย จำนวน 2 ราย คือ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก และ นายนฤชัย ชินวัณณรัตน์ ซึ่งเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ พบศพ นายนฤชัย ซึ่งเป็น หลายชายแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่พบศพ พ.ต.ต.เงิน ซึ่งเหตุการณ์ดินถล่ม ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น.ของวันที่ 19 ก.ย.


ขณะที่ พ.ต.ต.เงิน และ นายนฤชัย เข้าไปคุม การขุดดินมาใช้ ในการถมเขื่อนแควน้อย จนทำให้ ถูกดินพังทลาย ลงมาทับ โดย ตำรวจในพื้นที่ ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ ยังระดมกำลัง เข้าค้นหา ทั้งนี้ หาก พ.ต.ต.เงิน เสียชีวิตจริง จะต้องพบศพ ในบริเวณใกล้เคียง กับ จุดเกิดเหตุ หรือ ศพอาจจะถูก กระแสน้ำพัดไป ที่ สันเขื่อน หรือ ท้ายเขื่อน


นอกจากนี้ ยังได้มีการนำ เฮลิคอปเตอร์ บินวน สำรวจศพ บนผิวน้ำ บริเวณจุดที่เกิดเหตุ ด้วย พร้อมกำชับ เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ให้ตรวจสอบ สภาพศพ ของ นายนฤชัย ว่า ศพอยู่ในสภาพ ถูกดินทับ หรือ ลอยอืด อยู่บนผิวน้ำ เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการค้นหาศพ ของ พ.ต.ต.เงิน ต่อไป และ ต้องพิสูจน์ให้ แน่ชัดว่า พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย คดีหน่วงเหนี่ยว และกักขังผู้อื่น ให้เสียอิสรภาพ เสียชีวิต จริงหรือไม่


พ.ต.ต.เงิน ทองสุก เป็นจำเลยใน คดีอุ้ม นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธาน ชมรมนักกฎหมายมุสลิม และ นักเคลื่อนไหว ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งหายตัวไป อย่างลึกลับ ในช่วงสมัย รัฐบาลทักษิณ 1 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2547 ขณะขับรถอยู่ บริเวณ โรงแรมชาลีน่า ย่าน รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ


หลังจากที่ นายสมชาย ไปรับทำ คดีแก้ต่าง ให้ผู้ต้องหา คดีปล้นอาวุธปืน และ คดีกบฏแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ดำเนินการ รวบรวม รายชื่อ 50,000 รายชื่อ เสนอผลักดัน ร่างกฎหมาย ให้บังคับใช้ กฎหมายมุสลิม กับ คนไทยมุสลิม


กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบสวน และ จับกุม พ.ต.ต.เงิน กับพวกรวม 5 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.สินชัย ปัญญกำพงษ์ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน จ.ส.ต.ชัยแวง พาด้วง และ ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต ซึ่งทั้งหมด ถูกนำตัวฟ้องศาล และ


ศาลอาญาพิพากษา จำคุก พ.ต.ต.เงิน ทองสุก 3 ปี ข้อหาหน่วงเหนี่ยว และกักขังผู้อื่น ส่วนจำเลยอีก 4 คน ให้ยกฟ้อง เนื่องจาก หลักฐาน ไม่เพียงพอ ซึ่งคดีนี้ อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์


ก่อนหน้านี้ เคยเกิดกรณีคล้ายกับ เหตุการณ์ของ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก มาแล้ว โดย พ.ต.ท.ศักดิ์ดา ช่างเรือ อดีตรอง ผกก.จร.สน.ลุมพินี ผู้ต้องหา ในคดี กระทำอนาจาร เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และ กระทำชำเรา เด็กหญิง อายุไม่เกิน 13 ปี หลบหนี คำพิพากษา ของศาล โดยมีผู้แจ้ง ไปยัง ศูนย์พิสูจน์ เอกลักษณ์บุคคล ครั้งมหันตภัยสึนามิ ว่า


ได้หายตัวไปใน ภัยพิบัติ ครั้งนั้น ทว่า ต่อมา พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ออกมายืนยันว่า ไม่จริง ในที่สุด พ.ต.ท.ศักดิ์ดา จึงเข้ามอบตัว ซึ่ง ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก เป็นเวลา 16 ปี 4 เดือน แต่ลดโทษให้ เหลือจำคุก 14 ปี 4 เดือน
�ังคณา นีละไพจิตร ภรรยา นายสมชาย นีละไพจิตร

อังคณา นีละไพจิตร ภรรยา นายสมชาย นีละไพจิตร

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
24 กันยายน 2551 17:51 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113401


พิมพ์ ข่าวนี้ “อังคณา” จี้สอบ “พ.ต.ต.” ทีมอุ้ม “ทนายสมชาย” อ้างตายพร้อมหลาน!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รักสามัคคีกัน เป็นของขวัญวันเกิดครบ 85 ปี หลวงพ่อคูณ

หลวงพ่�คูณ ปริสุทโธ เจ้า�าวาสวัดบ้านไร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์พิธีเปิด โรงพยาบาลสายใยรักแห่งคร�บครัว ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา �.เมื�ง

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์พิธีเปิด โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา อ.เมือง


“พ่อคูณ” อยากให้ คนไทยรักสามัคคีกัน-เป็นของขวัญวันเกิดครบ 85 ปี


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – หลวงพ่อคูณ อยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน ไม่แตกแยกกัน เป็นของขวัญวันเกิด ครบรอบ 85 ปี ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ ย้ำให้ พุทธศาสนิกชน หมั่นรักษา ศีล 5 ให้บริบูรณ์ เชื่อว่า นายกฯ สมชาย เป็นคนดี เผยคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ร่วมทางจังหวัดฯ จัดงานคล้ายวันเกิด หลวงพ่อคูณ 3-4 ต.ค.นี้ เหมือนทุกปี ที่ผ่านมา พร้อมทำบุญใส่บาตรเงิน พระภิกษุสามเณร กว่า 2,000 รูป รวมไม่ต่ำกว่า 2-5 ล้านบาท


วันนี้ (24 ก.ย.) ที่ตึกเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาล มหาราชนครราชสีมา พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) เจ้าอาวาส วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิธีบวงสรวง อันเชิญ พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก และ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ซึ่งประดิษฐาน บริเวณหน้า อาคารศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษา พร้อม ฉันภัตตาหารเช้า


จากนั้นได้เดินทางไปเป็นประธานฝ่ายสงฆ์พิธีเปิด “โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว” โดยมี นพ.สมชัย นิลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาล นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล บุคลากรสาธารณสุข และประชาชนร่วมพิธีกว่า 200 คน


พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ) เปิดเผยว่า ในโอกาส วันคล้ายวันเกิด ครบ 85 ปี ในวันที่ 4 ตุลาคม 2551


กูไม่เห็นอยากได้อะไร ในวันเกิด ด๊อกลูกหลานเอย … กูอยากเห็น คนไทยรักกัน สามัคคีกันเข้าไว้ คนไทยเรา ไม่เคยแตก ไม่เคยแยก มีแต่ ความสามัคคี และ ความดีต่อกัน อยู่เสมอต้น เสมอปลาย


วันเกิดกูปีนี้ ฝากไปถึงญาติโยม เน้อว่า พยายาม รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ ก็พอใจแล้ว ถ้ารักตัว กลัวภัย ก็ต้องทำอย่างนี้เด้อ ลูกหลาน


ต่อคำถาม ที่ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลวงพ่อ เห็นว่าเป็นอย่างไร หลวงพ่อคูณ ตอบว่า กูก็ไม่รู้ว่า มันจะเป็นอย่างไร แต่ขอให้ เป็นคนดี ก็แล้วกัน ทุกคนก็อยากให้ บ้านเมืองเจริญ ทันต่อ เหตุการณ์บ้านเมือง ไปเถิด กูคิดว่า มันก็คนดี ส่วนการชุมนุม อะไรกัน กูว่าจะไปขัดแย้ง โต้แย้ง กันไป ทำไมเล่า มันไม่ได้ผล ไม่ได้ประโยชน์อะไร ที่จะไปโต้แย้ง แข่งดีอะไร กันเล่า หลวงพ่อคูณ กล่าว


ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดงาน วันคล้ายวันเกิด ให้กับหลวงพ่อคูณ ปีนี้ คณะกรรมการ วัดบ้านไร่ ได้เตรียมการ จัดงาน ร่วมกับ ทาง จังหวัดนครราชสีสมา โดย นายสุธี มากบุญ ผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา ไว้เรียบร้อยแล้ว


ซึ่งกำหนดจัดงาน ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในวันที่ 3-4 ต.ค.นี้ ในรูปแบบ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา โดย หลวงพ่อคูณ จะทำบุญ ปล่อยปลา ในวันที่ 3 ต.ค. และ เช้าวันที่ 4 ต.ค.หลวงพ่อคูณ จะทำบุญ ใส่บาตรเงิน แด่พระภิกษุสงฆ์ กว่า 2,000 รูป รวมเป็นเงิน ไม่ต่ำกว่า 2-5 ล้าน บาท และ มีมหรสพสมโภชน์ เช่น ลิเก หนังกลางแปลง ตลอดคืนทั้ง 2 วัน


ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 17:44 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113440


พิมพ์ ข่าวนี้ “พ่อคูณ” อยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน-เป็นของขวัญวันเกิดครบ 85 ปี


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี ชุดใหม่แล้ว


โปรดเกล้าฯ ครม.”สมชาย”ควบกห.”จิ๋ว-โอฬาร”รอง”เหลิม”คุมสธ.


มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว “สมชาย”ควบกลาโหม “จิ๋ว-โอฬาร” นั่งรองนายกฯ เด็กในบ้าน”แม้ว” คนกันเอง มากันพรึบ “สมพงษ์” รองนายกฯ ควบต่างประเทศ “สุชาติ”นั่งขุนคลัง ขณะที่ “เหลิม” คุมสาธารณสุข โยก “ขุนค้อน” นั่งยุติธรรม


วันนี้(24 ก.ย.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เผยแพร่ประกาศ เรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช มี พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็น นายกรัฐมนตรี ตามประกาศ ลงวันที่ 18 กันยายน พุทธศักราช 2551 แล้วนั้น


บัดนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เลือกสรร ผู้ที่สมควร ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน สืบไปแล้ว อาศัยอำนาจ ตามความใน มาตรา 171 ของ รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รัฐมนตรี ดังต่อไปนี้


พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรี
นายโอฬาร ไชยประวัติ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี


นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายสุพล ฟองงาม เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม อีกตำแหน่งหนึ่ง
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง
ร.ต.(หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงการคลัง


นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา


นายอุดมเดช รัตนเสถียร เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และ ความมั่นคงของมนุษย์


นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายธีระชัย แสนแก้ว เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม


นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม


นายมั่น พัธโนทัย เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และ การสื่อสาร


นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน


นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์
พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์


พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย
นายประสงค์ โฆษิตานนท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย


นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม


นางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน


นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม


นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี


นายศรีเมือง เจริญศิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข


พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2551
เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

นายกรัฐมนตรี



ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีประกาศเพิ่มเติมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทาน พระบรมราชวโรกาสให้ รัฐมนตรี ที่ได้รับ แต่งตั้ง เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2551 เวลา 17.00 น. ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
24 กันยายน 2551 17:44 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113442


พิมพ์ ข่าวนี้ โปรดเกล้าฯ ครม.”สมชาย”ควบกห.”จิ๋ว-โอฬาร”รอง”เหลิม”คุมสธ.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

นายสมชาย ไพบูลย์ กล่าวหา “อภิรักษ์” ฮั้วประมูล ให้ ทรู แจก Wi-Fi ฟรี 5 แสน ใบ

�ภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครรับเลื�กตั้งผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 5 �ดีตผู้ว่าฯ กทม.

อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 5 อดีตผู้ว่าฯ กทม.


“อภิรักษ์” เจอ แฉ ฮั้วประมูลทรู แจก Wi-Fi เจ้าตัว เชื่อโดนป้ายสี ขณะที่ “ลีน่า จัง” ซวย ตกแสนแสบ


“อภิรักษ์” โดนอีก!! ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 15 ร้อง กกต.อดีตผู้ว่าฯ กทม.คนนี้ฮั้วประมูลกับทรู แจกการ์ดไว-ไฟประชาชนฟรี แถมสัญญา ว่า จะให้ กับข้าราชการ กทม. เข้าข่าย ผิดกฎหมาย เลือกตั้ง ม.57


ขณะที่ “หล่อเล็ก” ยัน กทม.เข้าร่วม ไม่เสียสักบาท เหน็บ ผู้สมัครรายอื่น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาทำงาน เพื่อ กทม. จริง แต่มุ่งหวังประโยชน์อย่างอื่น ด้าน “ลีน่า จัง” ซวย สาธิต ขึ้น-ลง คลองแสนแสบ ดันพลัดตกลง น้ำดำ ครึ่งตัว ทีมงาน รีบหามขึ้นฝั่ง ด้าน เจ้าตัวเผยไม่ได้ สร้างภาพ แค่อยากเรียก คะแนน สงสาร จากประชาชน


เมื่อเวลา 11.00 น. นายสมชาย ไพบูลย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 15 เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียน ต่อ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) กรณี ที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 5 อดีตผู้ว่าฯ กทม. กระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57


ฐานจัดทำ กรีน แบงคอก ไว-ไฟ การ์ด จำนวน 500,000 ใบ แจกจ่ายให้ กับ ประชาชนฟรี ซึ่งกฎหมายดังกล่าว จะมีผลย้อนหลัง ก่อนครบวาระ ดำรงตำแหน่ง 60 วัน อีกทั้งยังมี พฤติการณ์จูงใจ ให้การกระทำนั้น มีผล ภายหลังที่ครบวาระไปแล้ว กรณี การจัดเงินสวัสดิการช่วยเหลือ ค่าครองชีพ แก่ข้าราชการ และ ลูกจ้าง กทม.เดือนละ 2,000 บาท


นายสมชาย กล่าวภายหลัง ยื่นเรื่องร้องเรียนว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่าง การรวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อเตรียมยื่นให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ โครงการ กรีน แบงคอก ไว-ไฟ การ์ด ว่า เข้าข่ายฮั้วประมูล หรือ ไม่ เนื่องจาก มีการใช้งบของ กทม.ถึง 49 ล้านบาท โดยไม่ผ่าน สภา กทม. และไม่มีการเปิดประมูล ให้บริษัทอื่น เข้ามาร่วม จึงสงสัยได้ว่า นายอภิรักษ์ ซึ่งเคยเป็น ผู้บริหาร บริษัทออเร้นท์ มาก่อน อาจจะมี การฮั้ว กับ บริษัท ทรู คอเปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินการ


ขณะที่ นายอภิรักษ์ กล่าวยืนยันว่า โครงการ กรีน แบงคอก ไว-ไฟ การ์ด เป็นการดำเนินการ ของบริษัทเอกชน กทม. ไม่ได้ลงทุน งบประมาณ แม้แต่น้อย เพียงแต่ตนไปเข้าร่วม ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ตามโครงการส่งเสริม ให้ประชาชน มาใช้เทคโนโลยี Wi-Fi ซึ่ง กทม.ดำเนินการ ในช่วง 2 ปี ก่อนหมดวาระ มีการติดตั้ง Wi-Fi ในห้องสมุด ของ กทม.เอง


แต่สำหรับโครงการ True Wi-Fi นี้ ถือเป็นการ ขยายผลของ โครงการเท่านั้น ทั้งนี้ ตนยินดี ที่จะให้ กกต. ได้ตรวจสอบ สำหรับตน ไม่มีปัญหา เพราะ ได้ทำทุกอย่าง ตรงไปตรงมา และ ระมัดระวัง เรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนที่มี การระบุว่า โครงการดังกล่าว เป็นการฮั้วประมูล กับ บริษัท True เพราะ ไม่มีการ เปิดกว้าง ให้บริษัทเอกชนรายอื่น เข้ามาร่วมนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง


ตนยืนยันแล้วว่า โครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินการ ของ บริษัทเอกชนเอง กทม.เพียงเข้าไปร่วม กทม. ไม่เสีย งบประมาณอะไร อีกทั้งที่ผ่านมา ก็มี บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ Wi-Fi ตาม สวนสาธารณะ ของ กทม.


“ผมยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะทำ ตรงไปตรงมา เป็นการส่งเสริม ให้คนมาใช้ Wi-Fi ซึ่งผมทำหน้าที่ ในฐานะ ผู้ว่าฯกทม. หากแค่นี้ ทำไม่ได้ ไม่อย่างนั้น คนเป็นผู้ว่าฯ กทม. คงทำอะไร ไม่ได้เลย และ ผมเชื่อว่าโครงการนี้ ทำให้ประชาชน ได้ประโยชน์ แต่เมื่อ มีผู้ร้องกับ กกต.แล้ว ก็ขอให้ กกต. เป็นผู้ตรวจสอบว่า เป็นเรื่อง ที่ผิดกฎหมาย หรือเปล่า นายอภิรักษ์ กล่าว และ ว่า ทั้งนี้ ตนยืนยัน ในการดำเนินการ เรื่องนี้ ได้ดำเนินการ ด้วยความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เป็นที่สังเกตได้ว่า ในช่วงหลัง มักมีคนใส่ร้ายป้ายสี ตนเยอะมาก แต่ไม่เป็นไร และ จะไม่แก้เกมด้วย เพราะคงรู้ดีว่า บางคนไม่ได้ตั้งใจ มาสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. จริง แต่หวังผลอะไร สื่อมวลชน คงจะรู้ดี”

นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลืกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 7 ตกคลงแสนแสบ ระหว่างหาเสียงย่านท่าเรืประตูน้ำ

นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 7 ตกคลองแสนแสบ ระหว่างหาเสียงย่านท่าเรือประตูน้ำ


ในวันเดียวกัน เวลา 11.30 น. ที่ท่าเทียบเรือ คลองแสนแสบ ประตูน้ำ นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 7 ได้พา คณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ นำเสนอนโยบาย ปรับปรุง การขนส่งทางเรือ บริเวณ คลองแสนแสบ


ซึ่งผู้สื่อข่าว รายงานว่า ระหว่างที่ นางลีนา สาธิตวิธีการลงเรือ อยู่นั้น ได้เกิดลื่นตก ลงไปในคลองแสนแสบ เนื้อตัว เปรอะเปื้อนไปครึ่งตัว ซึ่งทาง ทีมงาน ของนางลีนา ได้ช่วยลากขึ้นฝั่ง


ทั้งนี้ นางลีนา กล่าวหลังขึ้น จากน้ำว่า ท่าเทียบเรือ ดังกล่าว ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากตนเป็น ผู้ว่าฯ กทม. จะมารื้อ ระบบการเดินเรือ โดยให้ กทม. เป็นคนจัดการ ระบบเดินเรือ มีการเก็บเงิน ไม่ใช่ทำอย่างปัจจุบัน ที่ให้ บริษัทเอกชน ดำเนินการเอง ตนจะทำนโยบาย เมล์เรือด่วน ให้คนขึ้นฟรี ซื้อเรื่อใหม่ 100 ลำ ทำสะพาน ขึ้น-ลง เรืออย่างดี


ส่วนน้ำเน่า ที่ส่งกลิ่นเหม็นนั้น ตนจะใส่จุลินทรีย์ เพื่อดับกลิ่น ทำน้ำให้ใสสะอาด ส่วนที่ตนตกลงไป ในคลองนั้น ไม่ได้เป็นการสร้างภาพ แต่ อยากเรียกคะแนนเสียง ความสงสาร จากประชาชน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
24 กันยายน 2551 16:02 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113355


พิมพ์ ข่าวนี้ “อภิรักษ์” เจอแฉฮั้วประมูลทรูแจก Wi-Fi เจ้าตัวเชื่อโดนป้ายสี ขณะที่ “ลีน่า จัง” ซวยตกแสนแสบ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“กษมา” ฝากเสมา 1 คนใหม่ ตาม การคืนอัตราเกษียณ ไม่ห่วง “ศรีเมือง” นั่ง รมว.ศธ. หวั่นอายุสั้น ทำงานไม่เดินมากกว่า


“กษมา” ไม่ห่วง “ศรีเมือง” นั่ง รมว.ศธ. หวั่นอายุสั้น ทำงานไม่เดินมากกว่า

คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ �ยุธยา เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


เลขาฯ สพฐ.ไม่ห่วง “ศรีเมือง” นั่ง รมว.ศธ.ถ้าหากจะมี รมว.ศธ.คนเดียว แต่ห่วงนั่งเก้าอี้ไม่ทันร้อน ส่งผลให้งานไม่เดินมากกว่า


คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวถึงรายชื่อ คณะรัฐมนตรี ที่มี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ว่าขณะนี้ ยังไม่ทราบ รายชื่อ ที่ชัดเจน ตนมั่นใจว่า การพิจารณาของ นายสมชาย น่าจะเหมาะสม และ ถ้าคนที่ จะมานั่งใน ตำแหน่ง รมว.ศธ. เป็น นาย ศรีเมือง เจริญศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ตามข่าวจริง เชื่อว่า นายศรีเมือง เข้าใจเรื่องการศึกษา ได้ไม่ยาก เพราะเคยเป็น กรรมาธิการศึกษา มาก่อน


ส่วนกระแสข่าว ที่ว่ามีเพียง รมว.ศธ. เพียงคนเดียวนั้น ถ้าไม่มี รัฐมนตรีช่วย แล้วล่ะก็ รัฐมนตรี คงจะต้องทำงานหนัก เนื่องจาก ศธ. มีเรื่อง จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ห่วงว่า รมว.ศธ. คนใหม่จะทำงาน ได้หรือไม่ เพราะเรามีนโยบาย ที่ชัดเจน ห่วงเรื่องเวลา ที่ท่านเข้ามา รับตำแหน่ง มากกว่า ถ้านั่งแค่ ระยะสั้น อาจจะทำให้หลายเรื่อง ไม่ได้รับการสานต่อ


“นายกฯ เคยเป็นอดีต รมว.ศธ. ซึ่งรู้ถึงปัญหา ของ ศธ. ดี คงจะช่วยผลักดัน งานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องที่อยากให้ เร่งดำเนินงานคือ การคืนอัตรา เกษียณครู ครูเออร์ลีฯ และ การจ้างครูเพิ่ม เพื่อลดปัญหา ขาดแคลนครู” เลขาฯ สพฐ. กล่าว


“กษมา” ฝากเสมา 1 คนใหม่ ตาม การคืนอัตราเกษียณ หวั่น “มติ ครม.หมัก” ทำสะดุด


“กษมา” วิตก การคืนอัตราเกษียณ เต็มร้อย อาจสะดุด เพราะมติ ครม. ออกภายหลัง สำนักงบประมาณ จัดสรรงบผ่านไปแล้ว ฝาก เสมา 1 ติดตาม เผยพบ โรงเรียน ขาดแคลนครู เกิน 30% สูงถึง 250 แห่ง เตรียมเกลี่ยครู ที่ได้จาก การคืนอัตราเกษียณ ไปเติม แนะให้ บรรจุครู ตรงสาขาขาด


คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ คณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำนักงาน คณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องการให้ การจัด การเรียนการสอน ของโรงเรียน ในสังกัด มีคุณภาพ จึงมีนโยบาย ลดจำนวนโรงเรียน ที่ขาดแคลนครู เกิน 30% ของ กรอบ อัตราครู ที่โรงเรียนต้องได้รับ เพื่อไม่ให้ ขาดแคลนครู มากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อ คุณภาพ การจัด การเรียนการสอน ทั้งนี้


จากการสำรวจล่าสุด พบว่า โรงเรียน ในสังกัด ที่ขาดแคลนครูเกิน 30% นั้น มีจำนวนทั้งหมด 250 แห่ง ทาง สพฐ. ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปีนี้ จะต้อง ทำให้ โรงเรียนที่ขาดแคลนครู เกิน 30% หมดไป

วิตกการคืน�ัตราเกษียณเต็มร้�ย�าจสะดุด เพราะมติ ครม.��กภายหลังสำนักงบจัดสรรงบผ่านไปแล้ว

วิตกการคืนอัตราเกษียณเต็มร้อยอาจสะดุด เพราะมติ ครม.ออกภายหลังสำนักงบจัดสรรงบผ่านไปแล้ว


โดยตนได้ให้นโยบาย ในการประชุม ผู้อำนวยการ สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ในวันนี้ พร้อมกำชับให้ สพท. ได้รับจัดสรร อัตรา เกษียณ คืนไปแล้ว ให้นำอัตราเกษียณ ดังกล่าว เกลี่ยไปให้ โรงเรียนกลุ่มนี้ เป็นอันดับแรก


ขณะนี้ สพฐ. ขาดแคลนครู อยู่ประมาณ 48,000 ราย และ เจ้าหน้าที่ธุรการอีก 20,000 ราย เพื่อมาทำงานธุรการ แทนครู ถ้า สพฐ. ได้รับคืน อัตรา เกษียณ ปี 51 คืนเต็ม 100% จะบรรเทา ปัญหานี้ได้ ระดับหนึ่ง


ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติคืน อัตราเกษียณปี 51 ให้ สพฐ. 100% ประมาณ 5,000 อัตราแล้ว แต่ มติ ครม. ออกมา ภายหลัง การจัดทำ งบประมาณ ผ่านพ้นไปแล้ว ดังนั้น คงต้องรอให้ สำนักงบประมาณ จัดสรรงบดังกล่าว มาให้ คาดว่า ต้องใช้ประมาณ 500 ล้านบาท เรื่องนี้ เป็นงาน เร่งด่วน อันดับต้นๆ ที่ต้องการให้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คนใหม่ เข้ามาผลักดันให้


คุณหญิงกษมา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ได้กำชับให้ สพท. ทุกแห่ง ดูแลให้การบรรจุครู ในโรงเรียน ขยายโอกาส และ โรงเรียนมัธยมนั้น เลือกรับครู ที่ เอก ตรงตามวิชาที่ ร.ร.ขาดแคลน โดยเฉพาะการบรรจุครู ในวิชาหลักๆ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ


อย่าง ประเทศเวียดนาม หากครูไม่รู้ ภาษาอังกฤษ อย่างแตกฉาน เขาจะไม่ให้สอน ภาษาอังกฤษ ได้ พร้อมกันนี้ สั่งให้ สพท. ไปสำรวจด้วยว่า โรงเรียน ขยายโอกาส ในพื้นที่ มีจำนวนนักเรียน เข้าเรียนระดับ ม.ต้น ลดลง หรือไม่ เพราะการขยาย เปิดระดับมัธยมนั้น ต้องใช้ครู เพิ่มจำนวนมาก หาก นักเรียน เข้าเรียน น้อยเกินไป อาจพิจารณายุบ และ เปิดแค่ ระดับประถมศึกษาเช่นเดิม ซึ่งจะช่วยประหยัดครูไปได้


ทั้งนี้ ฝากนโยบาย กับ สพท. ว่า จะต้องพัฒนาให้ โรงเรียนในสังกัด ทุกโรงเรียน ผ่านการประเมิน ของ สำนักรับรอง มาตรฐาน และ ประเมิน คุณภาพ การศึกษา (สมศ.) เพิ่มนั้น


ต้องไม่มีโรงเรียนใด อยู่ระดับปรับปรุง ปัจจุบัน โรงเรียนมัธยมศึกษา ร้อยละ 85 และ โรงเรียนประถมศึกษา ร้อยละ 75 ผ่าน การประเมิน ของ สมศ. แล้ว สำหรับโรงเรียน ที่อยู่ในระดับปรับปรุง ต้องเร่งพัฒนาคุณภาพ ให้ดีขึ้น

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 15:04 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113324


พิมพ์ ข่าวนี้ “กษมา” ไม่ห่วง “ศรีเมือง” นั่ง รมว.ศธ. หวั่นอายุสั้น ทำงานไม่เดินมากกว่า

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 15:04 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113329


พิมพ์ ข่าวนี้ “กษมา” ฝากเสมา 1 คนใหม่ ตาม การคืนอัตราเกษียณ หวั่น “มติ ครม.หมัก” ทำสะดุด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.