Accom Thailand

September 25, 2008

“ประพันธ์” มอบ “วีระ สมความคิด”แจ้งจับ “สมชาย” ฐานวิ่งเต้น ตุลาการ ช่วย “แม้ว”

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีซุกหุ้น,คดีอาญา,คดีแพ่ง,ความขัดแย้ง,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:10
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
นายประพันธ์ คูณมี ดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที พันธมิตร

นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที พันธมิตร


“ประพันธ์”มอบ “วีระ”แจ้งจับ “สมชาย” วิ่งตุลาการช่วย “แม้ว”


“ประพันธ์”เตือน “3เกลอ” ระวังเข้าคุก ฐานหมิ่นประมาท ตามรอยลูกพี่ ปรามอัยการสูงสุด ไม่ควรรับรอง “หมัก” ยื่นฎีกา พร้อมทวงถาม คดียุบ ไทยรักไทย กกต. สั่งดำเนินคดี “เสธ.ไอซ์-ธรรมรักษ์-พงษ์ศักดิ์” จ่ายเงิน จ้างพรรคเล็ก ไปถึงไหนแล้ว พร้อมเผยมอบ “วีระ สมความคิด” แจ้งจับ “สมชาย” ฐานวิ่งเต้น ตุลาการช่วย “แม้ว” คาดเป็น นายกฯ คนที่ 3 ที่จะเดินเข้าคุก


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายประพันธ์ คูณมี ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายประพันธ์ คูณมี ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายประพันธ์ คูณมี ปราศรัย


วันนี้ (25 ก.ย.) เมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใน ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใครก็ตาม ที่คิดใส่ร้าย หรือเป็นศัตรูกับ พันธมิตรฯ นั้น ตอนนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า ครอบครัว ที่ว่า รวยระดับโลก ยังไม่มีแผ่นดินอยู่ ซึ่งเมื่อตนไปที่ไหน เจอใคร เขาก็พูดถึง พันธมิตรฯ ด้วยความทึ่ง และ มหัศจรรย์ อย่างเหลือเชื่อ ว่านึกไม่ถึงที่ ประชาชนทั่วประเทศ จะมารวมพลังเป็น พันธมิตรฯ ได้


“ที่พูดมานี้ เป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ เป็นปรากฏการณ์ ให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ของ ประเทศไทย ที่ ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ต้องจารึก ว่า การมารวมตัวของ ประชาชนนั้น เป็นการแสดง ความยิ่งใหญ่ที่สุด อย่างน้อย นายกฯ คนที่หนึ่ง ไม่แผ่นดินอยู่ แล้ว นายกฯ คนที่สอง กำลังจะ ติดคุก เห็นหรือยังว่า พลังอันยิงใหญ่ของ พันธมิตร นั้นยิ่ง่ใหญ่จริงๆ” นายประพันธ์ กล่าว


นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ พวกเราไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น วันนี้ ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ ซึ่งให้จำคุก นายสมัคร สุนทรเวช เป็นเวลา 2 ปี ไปแล้ว แต่อีกคดีหนึ่ง ที่จำเป็นต้องฟัง ซึ่งศาลได้มีคำสั่ง ให้เลื่อนออกไปก่อน นั่นคือ


คดีที่ดินรัชดา ซึ่งอาจจะมี บางคนไม่เข้าใจว่า ทำไมศาล ถึงต้องเลื่อนไป และ ทำไมต้องออกหมายจับ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ทักษิณ กับ พจมาน ได้หนี ไป ทำไม ศาล ไม่อ่านคำพิพากษา ไปเลย ซึ่งจริงๆ ทำไม่ได้ เพราะเป็นไป ตามขั้นตอนของ กฎหมาย แม้จำเลย จะหนีไป ศาล ก็ต้องออกหมายจับ และ ให้เวลามาฟัง คำพิพากษา ภายใน 30 วัน ถ้าไม่มา ถึงสามารถ อ่านคำพิพากษา ลับหลังจำเลย ฉะนั้น ไม่เกินเดือนหน้า จะได้รู้ว่า สองคน ที่ หนีนั้น จะติดคุกหรือไม่


นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า คดีของ นายสมัคร กับ นายดุสิต ศิริวรรณ นั้น เป็นอุทาหรณ์ และเป็นเครื่องเตือนใจ ไปถึง “3 เกลอหัวขวด” ที่สถานี โทรทัศน์ เอ็นบีที ให้ระวังจะ ติดคุกตาม ลูกพี่ ซึ่งเรื่องคดีของ นายสมัคร กับ นายดุสิต นั้นเป็นไปตามกรรม โดยแท้ เนื่องจาก สมัยอดีตได้ไป โจมตี การชุมนุม ของ นิสิต-นักศึกษา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยใช้ วิทยุยานเกราะ ใส่ร้ายนักศึกษา โดยหาว่า นักศึกษา เป็น คอมมิวนิสต์ มีการ สะสมอาวุธ สร้างอุโมงค์ใต้ดินที่ ธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ยังได้ปลุกระดมให้ ประชาชน ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง เกลียด นักศึกษา แล้วนำมาเป็นเหตุ รัฐประหาร ใช้กำลังอันธพาล เข่นฆ่านักศึกษา


“จากวันนั้น ถึงวันนี้ เป็นเหตุการณ์ ที่อัปยศที่สุด และ วันนี้ กรรมได้ตามทัน ศาลได้ตัดสิน จำคุกไม่รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งอย่าได้ไป สงสารคนๆ นี้ เนื่องจาก ก่อกรรม ไว้มาก รวมทั้งเชื่อว่า คดีนี้ ไม่สามารถฎีกา ทั้งข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมายได้ ไม่ว่าจะไปขอให้ ศาลรับรอง ก็ตาม และ ยังเชื่อด้วยว่า ผู้พิพากษา ที่ตัดสินคดีนี้ ไม่น่าจะมีใคร ให้การรับรอง ยื่นฎีกา ในข้อเท็จจริง ได้” นายประพันธ์กล่าว


นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นมีอยู่ทางเดียวคือ ต้องอุทธรณ์ ข้อกฎหมาย หรือไม่ ก็ต้องวิ่งเต้นไปหา อัยการสูงสุด และ วันนี้ ตนขอเตือน อัยการสูงสุด ว่า คดียุบพรรค ยังเคลียร์ไม่จบ อย่าไปฎีกา ข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย เพราะ อัยการไม่รู้เรื่อง ที่ฟ้องกัน อยู่ๆ จะไปรับรองได้ อย่างไร แม้กฎหมาย จะเขียนให้ อัยการ รับรองได้ ท่านก็ไม่ควร ไปรับรอง ปล่อยให้คนแบบนี้ ติดคุก ไปเลย


ถ้าหากไปรับรอง ตนจะตามไปทวงถามเรื่อง คดียุบไทยรักไทย, เสธ.ไอซ์, พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ซึ่งเป็นคนจ่ายเงิน จ้างพรรคเล็ก ที่กระทรวงกลาโหม ก.ก.ต.สั่งให้ฟ้อง ดำเนินคดีทางอาญาแล้ว อัยการสูงสุด ดำเนินการ แล้วหรือยัง


“เรื่องนี้ คงมีคนอธิบาย ให้ฟังหลายคนแล้ว เกี่ยวกับ ช่องทาง ที่เขาจะอุทธรณ์ได้นั้น ต้องไปขอ อัยการสูงสุด รับรอง แต่ตอนนี้ ต้องดักคอ อัยการสูงสุด ไว้ก่อน หากไปรับรอง เมื่อไร พวกเราสัญญาว่า จะไปบุกถึง อัยการ ส่วนเรื่องข้อกฎหมาย คดีหมิ่นประมาท ไม่มีเรื่อง ข้อกฎหมาย ที่จะอุทธรณ์ได้ อยู่แล้ว” นายประพันธ์กล่าว


นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ มาบอกข่าวดี ซึ่งพวกเราได้นำ นายกฯ เข้าคุกไปแล้ว 2 คน มาวันนี้ จะนำ นายกฯ เข้าคุกอีก 1 คน เป็นคนที่ 3 คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คนพวกนี้ ไม่ต้องเอาไว้ รกบ้าน ซึ่งตนได้ให้ ข้อมูลกับ นายวีระ สมความคิด ประธานกรรมการ อำนวยการ เครือข่าย ประชาชน ต่อต้าน คอร์รัปชั่น ไปแจ้งความ กล่าวหา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็นคนวิ่งเต้น ติดสินบน ตุลาการ ให้ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฉะนั้น นายสมชาย จะต้อง เดินตามรอย พี่เมีย และ เมีย พร้อม ลูกสาว ก็จะติดคุก เนื่องจาก ร่ำรวยผิดปกติ และ ไม่แจ้ง บัญชีทรัพย์สิน


“สิ่งเหล่านี้คือ พลังของพี่น้อง พันธมิตรฯ ที่จะ เปลี่ยนแปลง บ้านเมือง และจะทำให้ กระบวนการยุติธรรม เข้มแข็ง ส่วน องค์ประกอบ ของ รัฐบาล ไม่ต้องพูดซ้ำ กันแล้ว เพราะเป็น รัฐบาลแห่งความอัปยศ ที่สุด ฉะนั้น ขอให้ พี่น้อง ทั่วประเทศ จงยืนหยัดต่อสู้ ไม่ต้องหวั่นไหว บ้านเมืองนี้ ประเทศนี้ จะต้องมี สิ่งที่ ดีๆใหม่ๆ เพื่อพวกเราทุกคน อย่างแน่นอน” นายประพันธ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 23:10 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114079


พิมพ์ ข่าวนี้ “ประพันธ์”มอบ “วีระ”แจ้งจับ “สมชาย” วิ่งตุลาการช่วย “แม้ว”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บี้ รมช.คลัง “ประดิษฐ์” จัดการ เคลียร์หนี้เก่า ก่อนทำหน้าที่ กระเป๋าเงิน ประเทศ


ฝรั่ง โวยถูกเบี้ยวซื้อคอนโดฯ “ภัทรประสิทธิ์” บี้ รมช.คลัง “ประดิษฐ์” จัดการ


ชาวต่างชาติ สงสารคนไทยได้ “ประดิษฐ์” เป็น รมช. คลัง แฉ “ตระกูล ภัทรประสิทธิ์” ขายโครงการ เรือยอชต์ พร้อมคอนโดหรู 1.4 พันล้าน รับทรัพย์แล้ว 30% แต่ไม่สร้าง อ้าง เศรษฐกิจตกต่ำ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จี้ “ประดิษฐ์” แสดงสปิริต เคลียร์หนี้เก่า ก่อนทำหน้าที่ กระเป๋าเงิน ประเทศ


วันนี้ (25 ก.ย.) ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นายเดวิด แฟรงค์ เฮนส์ Dr.David F Haines วิศวกรชาวอังกฤษ วัย 64 ปี กล่าวว่า รู้สึกสงสารคนไทย ที่มี นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มาดำรงตำแหน่ง รมช.คลัง เนื่องจาก เชื่อว่า นายประดิษฐ์ ไม่มีความสามารถ ที่จะแก้ไข ปัญหาการเงินการคลัง ของประเทศไทยได้ เพราะแม้แต่ การทำธุรกิจของ ตระกูลภัทรประสิทธิ์ ติดหนี้ลูกค้า เกือบ 50 ล้านบาท เมื่อ 12 ปี ก่อน ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย หาก นายประดิษฐ์ อยากพิสูจน์ฝีมือว่า เหมาะสมกับ รมช.คลัง ที่ได้รับมา ก็ช่วยหาวิธีให้ ครอบครัว ของ ตัวเอง มีความรับผิดชอบ พร้อม คืนเงิน ลูกค้าคนอื่นๆ โดยเร็ว


นายเดวิด กล่าวว่า เมื่อปี 2539 ได้พาภรรยา มาพักฟื้นร่างกาย ที่ จ.ภูเก็ต เพราะชอบ ในบรรยากาศ ที่สวยงาม และ คนไทย ที่จิตใจดี จึงตัดสินใจ จะมาลงหลักปักฐาน ที่เมืองไทยและ ทราบว่า มีโครงการ เดอะ ยอชต์ เฮฟเว่น ภูเก็ต the Yacht Haven Phuket เป็นหนึ่งใน โครงการ ของ เครือ ภัทรประสิทธิ์ โฮลดิ้ง ที่มี นายประสงค์ ภัทรประสิทธิ์ และ นางนงลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ น้องชาย และ มารดาของ นายประดิษฐ์ เป็นผู้ดูแลอยู่ โดยสร้าง คอนโดมิเนียม พร้อมกับมี การสร้าง ท่าเทียบเรือยอชต์ และ เรือสำราญขนาด จอดได้ 300 ลำ พร้อมคอนโดมิเนียม หรู และ อาคารสโมสร บนพื้นที่ ริมทะเลกว่า 500 ไร่ บริเวณอ่าวแหลมพร้าว จะแล้วเสร็จ ประมาณกลางปี 2541 ราคาประมาณ 4-13 ล้านบาท


“เมื่อปรึกษากับ เพื่อนคนไทย เพื่อนบอกว่า ตระกูล ภัทรประสิทธิ์ เป็นเครือธุรกิจ อันดับต้นๆ ของ ประเทศไทย สัมพันธ์ โดยตรง กับ นักการเมืองใหญ่ ของ ประเทศ คือ นายประดิษฐ์ และ โครงการลงทุนกว่า 1.4 พันล้านบาท เจ้าของ น่าเชื่อถือ แถมยังมีการโฆษณา โครงการ ที่ประเทศสิงคโปร์ และ ฮ่องกง อย่างน่าเชื่อถืออีก จึงตัดสินใจ ซื้อคอนโดมิเนียมราคา 14.12 ล้านบาท หลังทำสัญญา วางเงินดาวน์ 10% ประมาณ 1.24 ล้านบาท และ ชำระอีก 20% ประมาณ 2.48 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายเป็น 6 งวด ทุกสามเดือน ส่วนที่เหลืออีก 70% ชำระเมื่อสร้าง และโอนเสร็จ” นายเดวิด กล่าว


นายเดวิด กล่าวต่อว่า หลังจากโอนเงินไปครบ รวม 3.72 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2540 แต่จนถึงปี 2541 ก็ยังไม่มี ความคืบหน้า ในการก่อสร้างใดๆ เท่าที่ทราบ มีผู้จ่ายเงินไปแล้ว เกือบ 40 กว่าคน แต่มีบางส่วน ที่ถอนตัว ในการขอเงินคืนไป เนื่องจากไม่อยากเสียเวลา และ เงิน ในการฟ้องร้อง แต่ที่มีเหลือ เป็นกลุ่มต่อสู้ฟ้องร้องกัน มีประมาณ 25 คน มูลค่าในขณะนั้น ประมาณ 50 ล้านบาท แต่เมื่อ มี.ค.ปี 2546 ได้รับจดหมาย จาก โครงการ ว่า ประสบปัญหา เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ และไม่พูดถึง เรื่องการคืนเงิน ให้ลูกค้า ทั้งที่ ในสัญญาระบุว่า หากโครงการ ผิดสัญญา จะคืนเงินให้ พร้อมดอกเบี้ยอีก 8% ต่อปี แต่จนวันนี้ ก็ยังไม่ได้เงินคืนมาเลย

นายเดวิด แฟรงค์ เฮนส์ วิศวกรชาวังกฤษ วัย 64 ปี ขณะธิบายเรื่งราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

นายเดวิด แฟรงค์ เฮนส์ วิศวกรชาวอังกฤษ วัย 64 ปี ขณะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด


มีเพียงรายเดียว ที่ได้รับเงินคืน เนื่องจากคนนั้นเป็น หม่อมราชวงศ์ ที่สนิทกับครอบครัวของ ภัทรประสิทธิ์ ส่วนผู้ซื้อรายอื่น ก็ไม่มีใคร ได้รับเงินคืน เลย สุดท้ายจึงตัดสินใจ ฟ้องคดีอาญา ฐานฉ้อโกง กับ นางนงลักษณ์ และ นายประสงค์ แต่ในปี 2548 ศาลยกฟ้อง เพราะหลักฐาน ไม่พอ ซึ่ง ศาลชั้นต้น และ ศาลอุทธรณ์ ก็ยืนยันเช่นกันว่า จำเลยไม่มีเจตนา จะฉ้อโกง แต่


นายประดิษฐ์ ได้ฟ้องกลับผม ในฐานะฟ้องเท็จ เมื่อศาลรับฟ้อง แต่นายประดิษฐ์ ก็ถอนฟ้องไป ต่อมา กลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียม โครงการนี้ ได้รวมกลุ่ม กัน 25 คน เพื่อฟ้องร้อง คดีแพ่ง เพื่อเรียกร้องเงินคืน ซึ่งในช่วงต้นเดือน ต.ค. ศาลแพ่งจังหวัดภูเก็ต นัดฟังคำพิพากษานี้ นายเดวิด กล่าว


นายเดวิด กล่าวอีกว่า ไม่ใช่ตนเองเท่านั้น ที่ได้รับความเสียหาย จากโครงการนี้ โดยมูลค่า ที่ครอบครัว ภัทรประสิทธิ์ ได้เงินจากทุกคน ไปกว่า 50 ล้าน บาท ในปี 2539 ซึ่งถ้าดอกเบี้ยธนาคาร ประมาณ 8% ต่อปี จนถึงขณะนี้ คงเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาทแล้ว อีกทั้งโครงการ ดังกล่าว ยังมีการโฆษณา ในเว็บไซต์ขาย หลังจากที่ปิดโครงการไป ในช่วงนั้น แต่เปลี่ยนที่อยู่ จดทะเบียน ย้ายไป ที่เชียงใหม่


ขณะที่ เว็บไซต์ ( All about the Yacht Haven Phuket buyers’ battle with the Phataraprasit family over the failed condominium development.) ที่เป็นเว็บของ ผู้เสียหาย ที่รวมตัวกัน ให้ข้อมูลการต่อสู้ มาทั้งหมด กลับ เคยถูก กระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สั่งปิด และ ระบุว่า เป็น เว็บไซต์ ที่ไม่เหมาะสมด้วย


ด้าน น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เป็นเรื่อง ที่น่าแปลก ที่ผู้บริโภค ลุกขึ้นมาเรียกร้อง สิทธิของตนเอง และ ยังโดนกระทำเช่นนี้ ล่าสุด ยังถูกข่มขู่จาก ทนายความของ ครอบครัว ภัทรประสิทธิ์ ว่า หากไม่ยุติเรื่อง จะฟ้องทางอาญา อีกครั้ง


ทั้งนี้ ในช่วงที่ นายเดวิด ถูกฟ้องกลับ ครั้งก่อนนั้น ศาลจังหวัดภูเก็ต ยังมีคำสั่ง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และ ถูกยึดหนังสือเดินทาง และ ต้องขออนุญาต จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก่อนทุกครั้ง ซึ่งเสมือนกับ นายเดวิด เป็น อาชญากรร้ายแรง ทั้งที่ เป็นเพียงผู้บริโภค ที่ได้รับ ความเสียหาย ลุกขึ้นมา เรียกร้องสิทธิของตนเอง เท่านั้น


เป็นเรื่อง น่าเศร้ามากๆ ที่ชาวต่างชาติ คนหนึ่ง ต้องการซื้อบ้าน อยู่ในเมืองไทย หลังเกษียณ จะต้องมาถูกฟ้องร้อง โดยคนตระกูล ภัทรประสิทธิ์ ที่ไม่ยอมคืนเงิน ให้กับลูกค้า เราอยากเห็น มาตรฐานและ จริยธรรม ของคน ที่เป็น รมต. ว่าจะมีมากน้อยเพียงใด


โดยเฉพาะเรื่อง ที่เกี่ยวกับ การคุ้มครองผู้บริโภค ที่ไม่ให้ชาวต่างชาติ มาตราหน้าได้ ดังนั้น นายประดิษฐ์ ที่ดูแล กระทรวงการคลัง ต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้ผู้บริโภคเห็นว่า มีความจริงใจ ในการแก้ไขปัญหา เพราะก่อน ที่จะลาออก จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้สัมภาษณ์ กับ สื่อว่า จะมากู้ธุรกิจครอบครัว รวมถึงสานต่อโครงการนี้ด้วย น.ส.สารี กล่าว


น.ส.สารี กล่าวว่า ในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ครั้งก่อน นายประดิษฐ์ ก็ติดอันดับว่า เป็นผู้ร่ำรวย ที่สุดในรัฐบาล ดังนั้น เงินลูกค้า ไม่ถึง 50 ล้าน รวมกับ ดอกเบี้ย 8% ก็น่าจะสามารถ คืนเงินได้อยู่แล้ว โดยเร็วๆ นี้ ทางมูลนิธิ จะเดินทาง ไปยื่นหนังสือ ต่อ นายประดิษฐ์ อย่างเป็นทางการ อีกครั้ง เพื่อให้แสดงสปิริต ความรับผิดชอบ เยียวยา ให้ผู้เสียหาย โดยคืนเงิน ให้กับลูกค้าทุกคน


Subject : Restraining from any wrongful act
To : Dr.David F Haines

According to you and your group were established website “www.yacht-haven-phuket.typepad.com” in order to publication distribute and advertise about the Yacht-haven project. Please note that much information’s that you and your partner had post in the above website are unclear to the fact. For example, you have referred the black case number 3004/2548, which Mr.Prasong Pattaraprasit, the plaintiff, accuse you as a defendant to the Phuket district court. The court made a preliminary examination and order that the case was well-grounded then accepted the charge. As a result, the court order to seize your passport and you are not eligible to crossing outside Thailand. On the other hand, you have sued the Yacht-haven and Pattaraprasit’s family in the charge of cheating and fraud and the court did not accept the case.

Then, Mr.Prasong Pattaraprasit was very to kind to you by requesting petition and withdrawal the case to the Phuket district court. But you still continue publication and circulation the untrue statements through website, which mislead people understand that Mr.Prasong withdraws a case due to lack of evidence and Yacht-haven company and Pattraprasit’s family commit cheating and fraud.

In addition, your publication of defamatory statement asserting that people in the Pattaraprasit’s family have immorality, acted illegally and self-importantly and committed a crime of robbery without any respect to the laws. Thus, if you had suffered any damages which arose from the contract, you have the rights to seek any remedies through judicial process in which you already had. Therefore, you should respect the outcome and the laws of Thailand. Circulation of false statement through website was illegally both criminal and civil case by law.

Therefore, I, as a lawyer assigned inform you to stop the act that have not venerated to the legal system. If you still continue doing such act, which abused to the reputation of Pattaraprasit’s family. You shall be filed in the criminal case and shall be pay the compensation. Moreover, I shall file the pettition to Thai immigration bureau and the relevant government sector that yours performing causes damage to others, and request above government sectors to reconsider to prohibit you from entering into Thailand.

Yours Sincerely

________________
Mr.Pongsathorn Sriaukarakul
Authorized Lawyer

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 19:55 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114015


พิมพ์ ข่าวนี้ ฝรั่งโวยถูกเบี้ยวซื้อคอนโดฯ “ภัทรประสิทธิ์” บี้ รมช.คลัง “ประดิษฐ์” จัดการ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ เป็น หน.พรรคสุวรรณภูมิ แต่ไปสมัครเป็น สมาชิก “เพื่อไทย”


ลือ! นิติภูมิ ชักเพี้ยน เป็น หน.พรรคสุวรรณภูมิ แต่ดันไปสมัครเป็นสมาชิก “เพื่อไทย”

นิติภูมิ หัวหน้าพรรค สุวรรณภูมิ ได้ไปสมัครเป็น สมาชิกพรรค เพื่ไทย

นิติภูมิ หัวหน้าพรรค สุวรรณภูมิ ได้ไปสมัครเป็น สมาชิกพรรค เพื่อไทย


ผู้จัดการออนไลน์ – ข่าวแพร่สะพัด “นิติภูมิ” สับสนในตัวเอง รับเป็น หัวหน้าพรรคใหม่ “สุวรรณภูมิ” แต่ดอดไปสมัครเป็น สมาชิก “เพื่อไทย” ประธาน กกต. ชี้ ทำไม่ได้ เพราะผิด กม.พรรคการเมือง ต้องขาดจากการเป็น สมาชิกทั้งสองพรรค ด้านเจ้าตัว ยังไม่ตอบนักข่าว ระบุ ขอเวลาตอบ เป็น ลายลักษณ์อักษร ก่อนปิดโทรศัพท์หนี


จากกรณีที่ วานนี้ (24 ก.ย.) นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่ายกิจการ พรรคการเมือง เปิดเผยว่า สำนักงาน กกต. ได้ดำเนินการ ตรวจสอบ และ สรุปข้อมูล เกี่ยวกับ พรรคการเมือง ที่ยังดำเนินกิจการอยู่ ในปัจจุบัน ณ วันที่ 15 กันยายน 2551 มีจำนวน 66 พรรค โดยมี กรรมการบริหารพรรค จำนวน 897 คน สาขาพรรค จำนวน 392 สาขา และ สมาชิกพรรค จำนวน 5,817,895 คน


โดยมี พรรคการเมือง มาแจ้ง จัดตั้งพรรค เพิ่มเติม จำนวน 1 พรรค คือ พรรคสุวรรณภูมิ ซึ่งจัดตั้ง เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2551 โดยมี ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ เป็น หัวหน้าพรรค


ทั้งนี้ มีข่าวลือ ระบุว่า การตั้ง พรรคสุวรรณภูมิ ครั้งนั้น เป็นความร่วมมือ ของ ร.ต.อ.นิติภูมิ และ นักการเมืองกลุ่ม นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการ พรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ ทางการเมือง อยู่ โดยเป็นการตั้งขึ้น เพื่อเตรียมไว้ สำหรับ การเลือกตั้งสมัยหน้า เนื่องจาก พรรคเพื่อไทย ที่มีการ เปิดตัวไป เมื่อวันอาทิตย์ (21) ที่ผ่านมานั้น เป็น พรรคการเมือง ของ นักการเมืองสาย “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น สายตรง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กำลังมีปัญหา ความขัดแย้ง กับ กลุ่มของ นายเนวิน


ล่าสุด มีข่าวจาก กกต. แจ้งว่า นาย นิติภูมิ หัวหน้าพรรค สุวรรณภูมิ ได้ไปสมัครเป็น สมาชิกพรรค เพื่อไทย โดยกรณี ดังกล่าว นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. และ นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ชี้แจง ถึงประเด็น ข้อกฎหมาย ว่า ตามกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 19 และ มาตรา 24 ระบุว่า ห้ามมิให้ ผู้ใดเป็น สมาชิกของ พรรคการเมือง มากกว่า หนึ่งพรรค และ เจ้าตัว ก็จะต้อง เป็นผู้เซ็นรับรองว่า ตนเองสมัครใจเป็น สมาชิกพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง อยู่


“นายนิติภูมิ ในขณะที่จดทะเบียน เป็นหัวหน้าพรรค สุวรรณภูมิ แล้ว ยังไปสมัครเป็น สมาชิกพรรคอื่น ก็จะทำให้ขาด คุณสมบัติ เป็น สมาชิก พรรคการเมือง ทั้งสองพรรค และ ถือว่า ขาดจากการเป็น หัวหน้าพรรคสุวรรณภูมิ ด้วย อย่างไรก็ตาม โทษในเรื่องนี้ ไม่ร้ายแรง เป็นเพียง โทษปรับ ไม่เกิน 3,000 บาทเท่านั้น ซึ่งหากต้องการข้อเท็จจริง ก็ต้องถาม นายนิติภูมิ ว่า เป็นสมาชิกพรรคอื่นหรือไม่” ประธาน กกต. กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ทราบข่าวว่า นายนิติภูมิ ไปสมัครเป็น สมาชิก พรรคเพื่อไทย ทางผู้สื่อข่าว ได้มีการโทรศัพท์ ไปสอบถาม นายนิติภูมิ เพื่อถามถึง ข้อเท็จจริง ในเรื่องดังกล่าว แต่ นายนิติภูมิ กลับตอบว่า “ถ้าต้องการทราบ รายละเอียด เรื่องนี้ เดี๋ยวผม จะเขียนรายละเอียด ชี้แจง ข้อเท็จจริง ทั้งหมด รวมถึง การตั้งพรรคสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับกลุ่ม ของ นายเนวิน ด้วย ขอให้ส่งอีเมล์ เข้าโทรศัพท์มือถือ ให้ แล้วจะส่งกลับไปให้” จากนั้น นายนิติภูมิ ก็ได้ปิดเครื่อง โทรศัพท์มือถือ ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้อีก

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 19:44 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114039


พิมพ์ ข่าวนี้ ลือ! นิติภูมิ ชักเพี้ยน เป็น หน.พรรคสุวรรณภูมิ แต่ดันไปสมัครเป็นสมาชิก “เพื่อไทย”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ครม. นอกทำเนียบ ชักภาพก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ – ไร้เงา “เป็ดเหลิม” เหตุกลัวเครื่องบิน

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,พระบรมราชโองการ,วิกฤติ,อาชญากรรม — accomthailand @ 19:43
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ร่วมถ่ายภาพหมู่ บริเวณ�าคารรับร�งพิเศษ ท่า�ากาศยานทหาร ก�งบัญชาการก�งทัพ�ากาศ

คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ร่วมถ่ายภาพหมู่ บริเวณอาคารรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานทหาร กองบัญชาการกองทัพอากาศ


ครม.ใหม่ ชักภาพ ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ –
ไร้เงา “เป็ดเหลิม” เหตุ กลัวเครื่องบิน


คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ร่วมถ่ายภาพหมู่ บริเวณอาคารรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานทหาร กองบัญชาการกองทัพอากาศ ก่อนที่จะเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณที่ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงเย็นของวันนี้


“สุขุมพงศ์” กระเหี้ยนมาเป็นคนแรก


ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ บน.6 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐมนตรี ที่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ที่พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล ในเวลา 17.00 น. วันนี้ (25 ก.ย.) ได้เดินทางมารอ ถ่ายรูป ก่อนขึ้นเครื่อง โดย นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็น คนแรก จากนั้น รัฐมนตรีต่างๆ ได้เริ่มทยอยเดินทาง มาถึง จนกระทั่งในเวลา 14.45 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึง และ ได้นำ ครม. ร่วมถ่ายรูป ที่บริเวณทางออก ห้องรับรอง วีไอพี ก่อนที่ จะขึ้นเครื่องบิน C 130 ไปยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


ไร้เงา “เฉลิม” ก่อนเดินทาง เข้าเฝ้าฯ
ไร้เงา ร.ต..เฉลิม ยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข  ก่นเดินทาง เข้าเฝ้าฯ

ไร้เงา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ก่อนเดินทาง เข้าเฝ้าฯ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศ ในการถ่ายภาพหมู่ของ คณะรัฐมนตรี ชุดนี้ ถือเป็นการถ่ายภาพ นอกทำเนียบรัฐบาล ครั้งแรก โดยได้ใช้ สถานที่ ด้านหน้า อาคารรับรองวีไอพี ของ สนามบิน กองบัญชาการกองทัพอากาศ บน.6 โดยได้มี การปูพรมสีน้ำเงิน ในการ ใช้ถ่ายภาพ ซึ่งได้ ใช้เวลา ประมาณ 15 นาที จากนั้น ได้ขึ้นเครื่องซี 130 ที่กองทัพอากาศ จัดให้ เดินทางไปลงที่ สนามบินบ่อฝ้าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ การบันทึกภาพครั้งนี้ ไม่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข รวมอยู่ด้วย โดย ร.ต.อ.เฉลิม ได้แจ้งว่า ขอเดินทาง ไปเอง โดย รถยนต์ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ร.ต.อ.เฉลิม กลัว การขึ้นเครื่องบิน


“วรวัจน์” ยังฝันอยู่ครบ 4 ปี


นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ ก่อนขึ้นเครื่อง ว่ารู้สึกภูมิใจ แม้ ครม.ชุดนี้ จะไม่ได้เข้าไปถ่ายรูป ที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยงานเร่งด่วน ที่ต้องทำเป็น งานแรก คือ การจัดงาน พระราชพิธีถวายเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ และจะจัด ยุทธศาสตร์งาน ด้านวัฒนธรรม ให้เชื่อมโยงกับ งานด้านการท่องเที่ยว และ การศึกษา ทั้งนี้ เชื่อว่า รัฐบาลจะอยู่ จนครบวาระ 4 ปี แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ได้ไม่นาน ก็ตาม โดยจะทำหน้าที่ ให้ดีที่สุด


“ท็อป” ไม่หวั่นครหาเป็น รมต.เพราะเป็นลูก “เติ้ง”
วราวฺธ ศิลป�าชา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ไม่รู้สึกตื่นเต้น �ะไร

วราวฺธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ไม่รู้สึกตื่นเต้น อะไร



ขณะที่ นายวราวฺธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ไม่รู้สึกตื่นเต้น อะไร เชื่อว่า สามารถทำงานได้ แม้จะเป็น กระทรวง ใหญ่ ก็ตาม และไม่กดดัน ที่มีข้อครหาว่า ได้เป็นรัฐมนตรี เพราะเป็นลูกชาย ของ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย โดยจะให้ เวลา และ ผลการทำงาน เป็นเครื่องพิสูจน์ และพร้อมที่ จะขอคำปรึกษา ในการทำงาน จากผู้ใหญ่ หลายๆ คน ส่วนการแบ่งงาน ขึ้นอยู่กับ รมว. คมนาคม


“ป้าอุ” เผยเกาหลีปล่อยตัวแรงงานไทยแล้ว 108 คน


ด้าน นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณี ที่คนงานไทย 111 คน ถูกจับในข้อหา ยาเสพติด ที่ประเทศเกาหลีใต้ ว่า การที่โดนจับถึง 111 คน เนื่องจาก กลุ่มคนงานไทย อาศัยอยู่ในชุมชน


แต่ขณะนี้ ทางการ ประเทศเกาหลีนั้น ได้ปล่อยแรงงานไทย ออกมาแล้ว จำนวน 108 คน แต่มีอีก 3 คน ที่ยังไม่ปล่อยตัว และ เปิดเผยชื่อ ถ้าเกิด แรงงานไทย 3 คน ทำผิด ก็คงต้องปล่อยให้ เป็นไป ตามกฎหมายของ ประเทศเกาหลี ซึ่งขณะนี้ ก็ได้ให้ แรงงานไทยใน เกาหลี ติดตามอย่าง ใกล้ชิด เราต้องดูแลเขา ในฐานะคนไทย คนหนึ่ง


อยากฝากถึง ประชาชน ที่จะต้องเดินทางไปยัง ต่างประเทศ ให้ระวังในเรื่อง ยาเสพติด เนื่องจาก การเดินทางเข้าประเทศ จะมีการตรวจตร าอย่างเคร่งครัด ถ้าเกิด ถูกจับกุม ก็จะมีโทษหนัก

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 19:43 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113960


พิมพ์ ข่าวนี้ ครม.ใหม่ชักภาพก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ – ไร้เงา “เป็ดเหลิม” เหตุกลัวเครื่องบิน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“รองอัยการสูงสุด” ตรวจสำนวน ยุบพรรค พปช. ชี้สำนวน ไม่ซับซ้อน


อัยการถกสำนวนยุบ “พลังแม้ว” ชี้ ไม่ซับซ้อน
ยึดคำตัดสินเชือด “ยงยุทธ”


“รองอัยการสูงสุด” ประชุม คณะทำงานตรวจสำนวน ยุบพรรค พปช. นัดแรก ระบุ ขอเวลาตรวจ ข้อกฎหมายอีก 7 วัน นัดประชุม อีกรอบ 2 ต.ค.นี้ ชี้สำนวน ไม่ซับซ้อน ข้อเท็จจริงชัด ตามคำพิพากษา ศาลฎีกาเลือกตั้ง แจกใบแดง “ยุทธ ตู้เย็น” มั่นใจเสนอความเห็นให้ อสส. ได้ ภายใน กรอบเวลา 30 วัน


วันนี้ (25 ก.ย.) เวลา 13.00 น. ที่สำนักงาน อัยการสูงสุด สนามหลวง นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด ในฐานะ ประธาน คณะทำงาน รับผิดชอบ คดียุบพรรคการเมือง เรียกประชุม คณะทำงาน 11 คน เพื่อพิจารณา สำนวน คดียุบพรรคพลังประชาชน

 ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช �ดีต ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 และ ร�งหัวหน้าพรรค พลังประชาชน

ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 และ รองหัวหน้าพรรค พลังประชาชน


กรณีที่ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ให้ ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 และ รองหัวหน้าพรรค พลังประชาชน เนื่องจาก กระทำผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 53 กรณีแจกเงินให้ กลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ช่วยเหลือ ให้มีการลงคะแนน เลือกผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน โดยคดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำพิพากษา ตามคำวินิจฉัย ของ กกต. ให้ใบแดง นายยงยุทธ และ เพิกถอน สิทธิทางการเมือง 5 ปี


ภายหลัง นายจุลสิงห์ กล่าวว่า เป็นการประชุมครั้งแรก ของคณะทำงานฯ เพื่อร่วมกัน พิจารณา ข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย ที่ฝ่าย เลขานุการ คณะทำงาน สรุปมาจาก สำนวนพยานหลักฐาน ของ กกต. ซึ่งเบื้องต้น ที่ประชุม เห็นว่า ต้องพิจารณา ข้อกฎหมาย อย่างละเอียด อีกครั้ง โดยจะให้ เวลา 7 วัน ในการตรวจสอบ ในเรื่องนี้ ก่อนที่จะ นัดประชุมคณะทำงาน อีกครั้ง 2 ต.ค. นี้


ด้านแหล่งข่าว คณะทำงานอัยการ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงในสำนวน คดียุบพรรค พลังประชาชน ที่เป็นมูลเหตุ แห่งการกระทำ ผิดกฎมายเลือกตั้ง มีความชัดเจน อยู่แล้ว ตามสำนวนฟ้อง และ คำพิพากษาของ ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. ได้ส่งเอกสาร ทั้งหมด ประกอบ เข้ามา ใน สำนวนคดียุบพรรค ที่มอบให้ สำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งแต่ วันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว


แต่แม้ คำพิพากษาของ ศาลฎีกา วินิจฉัย ทั้งประเด็นข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย ไว้ โดยบรรยายถึง พฤติการณ์ กระทำผิดของ นายยงยุทธ เชื่อมโยง ในฐานะ กรรมการบริหาร ด้วย แต่ก็ยังมี ประเด็นปลีกย่อย เกี่ยวกับ ข้อกฎหมาย ที่จะต้อง พิจารณา เพิ่มเติม ให้มีความชัดเจน ครบถ้วน หากจะมีการยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยุบ พรรคการเมือง


แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่า คดีนี้ ไม่มีความซับซ้อนยุ่งยาก เพราะพยานหลักฐานใน สำนวน กกต. และ ข้อเท็จจริง ตาม คำพิพากษา ศาลฎีกา มีความชัดเจน ทำให้เชื่อมั่นว่าคณะทำงานอัยการ จะสามารถ มีความเห็นเสนอ


นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ได้ภายใน 30 วัน ตามกฎหมาย ซึ่งจะครบกำหนด วันที่ 10 ต.ค.นี้ และ เชื่อว่า ไม่จำเป็น ต้องให้ ตั้งคณะทำงาน ร่วม กกต. – อัยการ เหมือนคดียุบ พรรคชาติไทย และ มัชฌิมาธิปไตย แต่อย่างใด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 17:46 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113982


พิมพ์ ข่าวนี้ อัยการถกสำนวนยุบ “พลังแม้ว” ชี้ ไม่ซับซ้อนยึดคำตัดสินเชือด “ยงยุทธ”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ลีน่าจัง” ยุติหาเสียง! หัวหน้าทีมจมน้ำ คลองสามวา เสียชีวิต วันนี้ หลังตนเองตกคลองแสนแสบ วานนี้

นางลีนา จังจรรจา ยุติหาเสียง! รับผิดช�บเหตุ หัวหน้าทีมจมน้ำดับ

นางลีนา จังจรรจา ยุติหาเสียง! รับผิดชอบเหตุ หัวหน้าทีมจมน้ำดับ


“ลีน่าจัง” ยุติหาเสียง! รับผิดชอบเหตุ หัวหน้าทีมจมน้ำดับ


“ลีน่า จัง” ยกทีมงานทั้ง ชายหญิงกว่า 10 คน บุก คลองสามวา สาธิต และ พิสูจน์คุณภาพน้ำ ด้วยการอาบน้ำ ในคลองสามวา เพื่อหาเสียง หัวหน้าทีมหาเสียง ถึงคราวเคราะห์ จมน้ำดับ เจ้าตัวเผย สุดเศร้า พร้อมรับผิดชอบ ครอบครัวผู้ตาย ประกาศขอยุติหาเสียง รับผิดชอบ กับ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) หมายเลข 7 สังกัดอิสระ พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปหาเสียง กับประชาชน ย่านคลองสามวา โดยนุ่งกระโจมอก สีชมพู สาธิตการอาบน้ำ ในคลองสามวา พร้อมกับ ทีมงานทั้งชายหญิง กว่า 10 คน เพื่อพิสูจน์ว่า ผื่นจะขึ้น ตามร่างกายหรือไม่


เนื่องจากได้รับการร้องเรียน จากประชาชน ในพื้นที่คลองสามวา ฝั่งตะวันตก ว่า พื้นที่ดังกล่าว น้ำประปาเข้าไม่ถึง ต้องอาบน้ำ ในคลอง แล้วเกิด ผื่นคันขึ้น ตามร่างกาย


แต่หลังจากทีมงาน นางลีน่า จัง ลงไปว่ายน้ำ ได้ไม่นาน ปรากฏว่า นายธีระศักดิ์ สิตานนท์ อายุ 32 ปี หัวหน้าทีมงาน นางลีน่า จัง ซึ่งว่ายน้ำ ห่างออกไป จากจุด ที่สาธิตการอาบน้ำ และจมหาย ไปกว่าชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่ มูลนิธิร่วมกตัญญู งมร่างของ นายธีระศักดิ์ ขึ้นมา พบว่า เสียชีวิต แล้ว


นางลีน่า จัง ให้สัมภาษณ์ ทั้งน้ำตา ว่า หลังจากทราบว่า ทีมงานไม่ได้ขึ้นจากน้ำ ก็ได้ให้ ทีมงานคนอื่นๆ งมหา แต่เนื่องจาก ทีมงานของตน ไม่ใช่ นักประดาน้ำ จึงไม่ชำนาญ และหาไม่พบ จนต้องโทร. แจ้งตำรวจ 191 แต่ตำรวจ ที่มา ก็ไม่ได้ช่วยอะไร คนที่ช่วยงม คือ เจ้าหน้าที่ จาก มูลนิธิ ร่วมกตัญญู ทั้งนี้ ทีมงานของตน ลงน้ำไปเพียง 3 นาที เท่านั้น


และก่อนลงน้ำ ก็ได้สอบถาม ทีมงาน ทราบว่า ทุกคนว่ายน้ำเป็น ส่วนสาเหตุของ การจมน้ำ ตนไม่ทราบ ต้องรอให้ เจ้าหน้าที่ จาก สถาบันนิติเวช ชันสูตรศพ


อย่างไรก็ตาม ตนจะให้ความช่วยเหลือ กับครอบครัวของ นายธีระศักดิ์ อย่างเต็มที่ และ ขณะนี้ ภรรยาของ ผู้ตาย กำลังตั้งครรภ์อยู่ โดยเบื้องต้น ตนจะมอบเงินให้กับ ภรรยา นายธีระศักดิ์ เป็นจำนวนเงิน เดือนละ 20,000 บาท เมื่อคลอดแล้ว จะมอบให้อีก เดือนละ 30,000 บาท เป็นค่าเลี้ยงดูลูก และ หากภรรยา นายธีระศักดิ์ ไม่มีงานทำ ก็จะให้มาทำงาน ในร้าน


ส่วนลูก หากอยากเรียนจนจบปริญญาตรี ตนก็จะส่งเสีย ทั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจมาก จนไม่อยากหาเสียงต่อไป โดยจะขอยุติการหาเสียง เพราะ อยาก รับผิดชอบ กับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ดีที่สุด
นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลื�กตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 7 ตกคล�งแสนแสบ ระหว่างหาเสียงย่านท่าเรื�ประตูน้ำ

นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 7 ตกคลองแสนแสบ ระหว่างหาเสียงย่านท่าเรือประตูน้ำ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 17:32 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113967


พิมพ์ ข่าวนี้ “ลีน่าจัง” ยุติหาเสียง! รับผิดชอบเหตุหัวหน้าทีมจมน้ำดับ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

อิทธิฤทธิ์ เจ๊แดง บีบ เนวิน แอนด์แก๊ง อาจปิดฉากชีวิตการเมือง

เจ๊แดง ปฏิบัติการสลาย ยี้ห้�ย ละ แก๊งค์��ฟโฟร์

เจ๊แดง ปฏิบัติการสลาย ยี้ห้อย และ แก๊งค์ออฟโฟร์


จับตา “เนวิน” ตายน้ำตื้น! ถูกอิทธิฤทธิ์
“เจ๊แดง” บีบ-อาจปิดฉากชีวิตการเมือง


เผยสูตรการเมือง “เนวิน แอนด์แก๊ง” ดิ้นรน หลังผจญมรสุม เลือดแท้บีบ เซียนการเมืองชี้ แผนสลายบารมี เนวิน มีมานานแล้ว เชื่อ “เจ๊แดง” เตรียม ดูด เด็กเนวินเข้า ก๊วน ฟันธง! “เนวิน” ศักยภาพแกร่ง จนเกิด 3 ขั้ว อำนาจทางการเมือง สู่สูตร “เพื่อไทย-สุวรรณภูมิ-ประชาธิปัตย์” ฟากพลพรรค ปชป. ยี้ลั่นไม่รับ “เนวิน” เข้าก๊วน คาดสุดท้าย แพ้ภัยตัวเอง เหตุคดีกล้ายาง ทำพิษ …


ภาพของการแข็งขืน ต่อการสนับสนุน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี พร้อมกับ การดึงเกม เพื่อต่อรองตำแหน่ง ในคณะรัฐมนตรี เพิ่มเติม ของกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ซึ่งด้วยมั่นใจว่า ตัวเลข 72 ส.ส. ในมือนั้น จะสามารถกดดัน และต่อรอง แกนนำพรรค ได้


แต่การแข็งขืนในครั้งนั้น ได้สร้างรอยร้าว และอาจนำไปสู่ การโดดเดี่ยว “เนวิน ชิดชอบ” ให้สิ้นบารมี เฉกเช่นที่ กลุ่มแก๊งออฟโฟร์ ค่อยๆ ลดบทนำ ในพรรค ลงอยู่ทุกขณะ หลังจากที่ สมัคร สุนทรเวช ได้กลายเป็น อดีตนายกรัฐมนตรี ภาพแห่ง การวัดกำลัง ระหว่าง กลุ่มเพื่อนเนวิน และ กลุ่มเจ๊แดง จึงอาจจะเป็น จุดเริ่มต้นของ จุดจบต่อ


“เพื่อนเนวิน” ระส่ำ


“ตอนนี้ ยืนยันได้ว่า เอกภาพ ภายในกลุ่ม เพื่อนเนวิน ทั้ง 72 คน นั้น ยังเหนียวแน่น ทั้งนี้ต้องดูที่ การแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีว่า จะมีทิศทางใด ซึ่งจะ เป็นตัวแปรสำคัญ ในการตัดสินใจ ในเรื่องต่างๆ คงต้องดูสถานการณ์ไปอีก สักระยะ” สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พลังประชาชน และ แกนนำ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ระบุ


เขายืนยัน อีกว่า กลุ่มเพื่อนเนวิน ยังมีความเป็นเอกภาพ และยังมี ทิศทางการทำงานอยู่ ใต้ปีก พรรคพลังประชาชน เหมือนเช่นเดิม แต่โอกาส ในการ พลิกผัน ก็ยังมีความเป็นไปได้ หากคณะรัฐมนตรี ไม่ตรง ตามที่ได้ตกลงกัน


ขณะที่แกนนำกลุ่ม คนอื่นๆ อย่าง ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม และ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา ยืนยันว่า กลุ่มมีความเป็น เอกภาพ ท่ามกลาง กระแสข่าวต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา ก็ตาม


แม้บุคคลภายในกลุ่ม จะยังคงยืนกรานว่า ความเหนียวแน่น ระหว่าง กลุ่มเพื่อนเนวิน และ กลุ่มต่างๆ ใต้บารมี สมชาย จะยังคงดีอยู่ แต่ นักการเมือง ต่างสังกัด ล้วนสะท้อนความเห็น ในทิศทางเดียวกันว่า ในไม่ช้า กลุ่มเพื่อนเนวิน จะต้องถูกสลาย อย่างแน่นอน


‘เจ๊แดง’ แผลงฤทธิ์


ทั้งนี้ กระบวนการ สลายกลุ่มเพื่อนเนวิน นั้น ได้เริ่มต้นขึ้น เนื่องจาก ส.ส.บางส่วน ได้ถูกดึงเข้าไปใน ก๊วนของ สมชาย เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีเหตุจาก ความไม่พอใจ ที่สะสมมาตลอด 7 เดือน ที่ผ่านมา ในสมัยรัฐบาลสมัคร และ ที่สำคัญ คือ ตัวแปรอย่าง “ตำแหน่ง” และ “เม็ดเงินสนับสนุน”


โดยเฉพาะ กับ การเลือกตั้ง ครั้งหน้า ที่ใกล้เข้ามาถึง ซึ่งฟากของ เลือดแท้ในฝั่ง สมชาย นั้นค่อนข้างพร้อม รวมถึงภาพ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังขายได้ นั่นเอง


ดังที่แหล่งข่าว ภายใน พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ว่า ในกลุ่มของ เพื่อนเนวินเอง ก็เริ่มที่จะแตกกันออกมา บ้างแล้ว โดยเมื่อ การเรียกรวมพล ของ กลุ่มเพื่อนเนวิน ในระยะหลัง ก็พบว่า ส.ส.บางส่วน ไม่เข้าร่วม เนื่องจากไม่พอใจ


โดยส่วนใหญ่นั้น พร้อมที่เข้าร่วมกำลังพล ทั้งจาก 2 ฝั่ง ทั้งใน กลุ่มเพื่อนเนวิน และ กลุ่มสมชาย โดยมีเม็ดเงินตัวหลัก ซึ่งมี ส.ส. บางส่วน ที่ไม่พอใจ และ เริ่มปลีกตัวออกจาก กลุ่มบางแล้ว อาทิ สุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มี ข้อบาดหมาง จาก “โครงการประปาภูมิภาค” ที่มีหน้าที่เพียง ตรายาง เซ็นต์ลายมือชื่อ กำกับโครงการ เท่านั้น


หากแต่อำนาจในการดูแล กลับเป็น ของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย (น้องชายเนวิน ชิดชอบ) เนื่องจากเนวิน ได้ส่ง เข้าไป เป็นคณะทำงาน ในชุดดังกล่าว นั่นเอง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ การบานปลาย และ ย้ายขั้วภายใน พรรคพลังประชาชน ในที่สุด


“หากมี การเรียก ประชุม ส.ส. ส่วนใหญ่ ก็พร้อมที่จะวิ่งเข้าไปหา ทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งในสายของ เนวิน หรือในสายของ เจ๊แดง การที่ คุณเนวิน คิดจะตั้ง พรรคใหม่ ค่อนข้างเสี่ยง จากภาพความขัดแย้ง ที่มีต่อ คุณทักษิณ ในกรณีไม่ดัน คุณสมชาย ที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ต้องการงัดข้อกัน รวมถึงในพื้นที่ อีสาน ขอเพียงมีชื่อ คุณทักษิณ ก็ขายได้ ไม่จำเป็นต้องมี เนวิน ก็ได้ ส่วนเงิน กลุ่มเจ๊แดง ก็พร้อมสนับสนุน เช่นกัน”


3 ก๊กการเมือง ในเครือข่ายทักษิณ


ขณะที่ โสภณ เพชรสว่าง อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ระบุผ่าน “ผู้จัดการรายสัปดาห์” โดยมองว่า แนวทางการสลายขั้ว เนวิน นั้นได้มีการ วางหมากไว้ นานแล้ว เนื่องจากเป็นกลุ่ม ที่ค่อนข้างใหญ่ โดยเฉพาะกับ กรณี ดัน “สมัคร” สู้ “สมชาย” นั้นถือเป็นรอยร้าว ที่ยาก จะลืมลง และจะกลายเป็น บทสิ้นสุด ของกลุ่มเพื่อนเนวิน ในที่สุด


ที่สำคัญ เมื่อมองในมุมของ กลุ่มเพื่อนเนวิน เองก็จัดว่า ค่อนข้างมีความมั่นใจ พอสมควร ที่กล้าหักดิบ ในครั้งนั้น และ เชื่อว่า แม้จะคิด ตีจาก จาก พรรคพลังประชาชน ก็จะสามารถ ยืนอยู่ได้ ด้วยบารมี และทุน ที่ค่อนข้างสูง ทั้งสายสัมพันธ์ ที่มีต่อกลุ่ม คิงส์เพาเวอร์ ธุรกิจร้านอาหาร หรือ ธุรกิจส่วนตัว ของ ครอบครัวเนวิน เอง ด้วย


หากมีการคิด จะโดดเดี่ยว กลุ่มเพื่อนเนวิน จริง แผนการตั้ง พรรคสุวรรณภูมิ ก็น่าจะเป็นทางออก ที่สำคัญ โดยต้องไม่ลืมว่า สายสัมพันธ์ของ เนวิน นั้น ค่อนข้างมาก ทั้งจากอดีตกลุ่ม 16 เดิม ซึ่งอาจจะมีลมพัดหวน ขึ้นมาได้ หรือ ส.ส.ใน ภาคเหนือ-ใต้ ก็อาจจะเป็น ตัวเลข ที่ บวก-ลบ กันได้ แม้ว่า จะเจอพลังดูด ของ กลุ่มเจ๊แดง ก็ตาม


กระนั้น อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ยังมองว่า สมการ การเมือง ของ กลุ่มเพื่อนเนวิน หากไม่สามารถ ผสานรอยร้าว ที่เกิดขึ้น ภายในพรรค พลังประชาชนได้ และ เมื่อใด ก็ตามที่มี การยุบสภา เกิดขึ้น จนนำไปสู่ การเลือกตั้งใหม่ อีกครั้งนั้น ก็อาจจะเป็นโอกาสที่ เนวิน จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดย “พรรคสุวรรณภูมิ” อาจจะเป็นทางออก ที่เตรียมไว้ และ สมการ การเมือง ก็จะเข้าสู่สูตร 3 พรรคใหญ่ ดังนี้


ขั้วที่ 1 จะเป็น พรรค พลังประชาชน (หรืออาจจะเป็นพรรคเพื่อไทย) ด้วยการรวมกัน อีกครั้ง ของอดีตลูกพรรค ไทยรักไทย เดิม อย่าง พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา และ พรรคประชาราช เป็นต้น


ขั้วที่ 2 ก็จะเป็นพรรคประชาธิปัตย์


ขั้วที่ 3 คือ ขั้วของ พรรคสุวรรณภูมิ และตัวแปรสุดท้าย ก็จะเป็น พรรคชาติไทยของ บรรหาร ศิลปอาชา เช่นเดิม


“ท่าทีของ คุณเนวิน ตอนนี้ ก็คลับคล้ายกับที่ คุณเสนาะ เคยเป็น ซึ่งสุดท้ายเมื่อเข้ากันไม่ได้ ก็จะออกไป ตั้งพรรคเอง ในที่สุด ตอนนี้ จะประมาท กลุ่มของ คุณเนวินไม่ได้เพราะ คุณเนวิน ก็มีความพร้อม และ ศักยภาพ อยู่พอสมควร”


‘ชวน’ ยี้ ‘เนวิน’ ปัดร่วมสังฆกรรม


อย่างไรก็ตาม แนวทางรอดของ กลุ่มเพื่อนเนวิน นอกเหนือจาก การตั้งพรรคการเมืองใหม่ ขึ้นมานั้น หลายฝ่าย ได้มีการมองไปว่า อาจจะเป็น พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นไปได้ เนื่องจากกระแสข่าว ในการติดต่อ ผ่าน สุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตัวเลข ของ ส.ส. กลุ่มเพื่อนเนวิน นั้นอาจส่งผลให้ เกิดการพลิกขั้ว จน พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้


ที่ผ่านมา แหล่งข่าวภายใน พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า มีการติดต่อจริง แต่ก็สร้าง ความไม่พอใจต่อ ชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค อย่างมาก เช่นกัน


“สไตล์การทำงานของ คุณสุเทพ นั้น ค่อนข้าง กล้าได้กล้าเสีย ซึ่งโอกาสดึงกลุ่ม คุณเนวิน มาร่วม ก็มีความเป็นไปได้ แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นสิ่งที่ คุณชวน รับไม่ได้ อย่างมากเช่นกัน พูดได้ว่า หากมีเนวิน ก็ไม่มีคุณชวน แนวคิด ที่จะดึงกลุ่มดังกล่าว มาร่วมด้วย จึงไม่น่าเป็นไปได้”


แหล่งข่าวภายใน พรรคประชาธิปัตย์ ยังอธิบายต่อว่า แม้ว่าใน พื้นที่อีสาน จะยังเป็นจุดอ่อนของ พรรค แต่การดึง กลุ่มเนวิน เข้ามา เพื่อกลบ จุดอ่อน ดังกล่าว ก็ไม่ใช่แนวทาง ที่คนส่วนใหญ่ ในพรรค ยอมรับได้


ขณะที่แนวทาง การหันกลับไปจับมือ กับกลุ่ม 16 อย่าง สุชาติ ตันเจริญ แกนนำ กลุ่มบ้านริมน้ำ นั้น ก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะการเลือก ระหว่าง กลุ่มเพื่อนเนวิน กับ กลุ่มเจ๊แดง ภายใต้ร่มเงา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น การเลือกอย่างหลัง น่าจะเป็นตัวเลือก ที่ดีกว่าอย่างแน่นอน


ดังนั้น แนวทางสุดท้าย ที่กลุ่มเพื่อนเนวิน จะเลือก ก็หนีไม่พ้น การตั้งพรรคการเมืองใหม่ นั่นเอง หากเมื่อต้องถูก โดดเดี่ยว ทางการเมือง ในท้ายที่สุด


เชื่อ “เติ้ง” ไม่ไหลรวม “เพื่อไทย”


นอกจากนี้ ปัจจัยหนึ่ง ที่ไม่อาจลืมไปได้ ก็คือ คดียุบพรรค ซึ่งพรรคที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าง พรรคพลังประชาชน ที่อุดมด้วย กรรมการ บริหารพรรค กว่า 33 คน ซึ่งในกลุ่มของ เนวิน นั้น อยู่ในข่ายดังกล่าว เพียงเล็กน้อย จึงไม่ส่งผลกระทบ ต่อสถานะของ กลุ่มมากนัก


ขณะที่ พรรคร่วมชะตากรรม อย่าง พรรคชาติไทย และ พรรคมัชฌิมาธิปไตย นั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเหมายกเข่ง จนแทบ จะเรียกได้ว่า สูญพันธ์


กระนั้น แกนนำระดับสูงของ พรรคชาติไทย ก็ยังมองว่า ไม่ว่า พรรคชาติไทย จะถูกยุบ หรือไม่ ก็ตาม เชื่อว่า หัวหน้าพรรค จะไม่มีทาง ไปรวมกับ พรรคการเมือง อื่นอย่างแน่นอน แต่จะเลือก ตั้งพรรค ขึ้นมาใหม่ โดยพยายามรักษา ฐานเสียงเดิม ของพรรค ในพื้นที่ภาคกลาง เอาไว้ ให้ได้ มาก ที่สุด โดยให้ใกล้เคียง กับตัวเลข เดิม คือ 20-30 เสียง


“ตามสไตล์ ของหัวหน้า เราค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่มีทางที่จะไปรวมกับ พรรคอื่น หรือ พรรคที่ใหญ่กว่า แน่นอน ท่านไม่ชอบ ไปรวมกับ ใคร หรือให้ใคร มาวุ่นวาย”


การทำพรรคการเมือง ในแบบฉบับของ บรรหาร ก็คือ การรักษาพื้นที่เดิม เอาไว้ ขณะเดียวกัน หากยังไม่มีความแน่ใจ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็จะไม่ ตัดสินใจเสี่ยง เด็ดขาด


ดังนั้น สำหรับอนาคตของ พรรคชาติไทย หากต้องถูก ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินชี้ขาดให้ ยุบพรรค จริงในวันข้างหน้า ก็จะไม่มีทางย้าย ไปรวม กับ พรรคเพื่อไทย


ส่วน พรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรค ที่อยู่ในระหว่าง รอการตัดสินชี้ขาด คดียุบพรรค เช่นเดียวกับ พรรคชาติไทย นั้น มีแนวโน้ม ที่จะย้าย สมาชิก พรรค ที่ไม่ได้เป็น กรรมการบริหาร ไปอยู่กับ พรรคเพื่อไทย มากกว่า เนื่องจาก กระแสอดีตนายกฯ ทักษิณ นั้นยังสามารถขายได้ ในพื้นที่ อีสาน ซึ่งถือเป็นจุดแข็ง ของพรรค เพื่อไทย


จับตาคดี “กล้ายาง” บีบ “เนวิน” หนีข้ามประเทศ


อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของ เนวินนั้น มองว่าแม้จะล่าสุด กลุ่มเพื่อนเนวิน จะไปตั้งพรรคสุวรรณภูมิ สำรองเอาไว้ หากไม่สามารถ เข้าร่วมกับ พรรคเพื่อไทย ได้จริง แต่เชื่อว่าเมื่อ เนวิน ถูกตัดสินให้มีความผิด ใน คดี ทุจริตกล้ายางพารา จาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ซึ่งล่าสุด คดีดังกล่าวศาลฯ มีคำสั่ง ให้เตรียม พยานหลักฐาน ในการสู้คดี เป็นเวลา 2 เดือน และจะเรียกสอบ พยานหลักฐาน ในวันที่ 16-18 ธ.ค.นี้


ทั้งนี้ หากบทสรุป ออกมาในทิศทาง ที่เป็นลบ กลุ่มเพื่อนเนวิน ก็คงต้อง แยกย้ายกันไปอยู่ พรรคเพื่อไทย แทนที่จะไปอยู่ พรรคใหม่ ที่ตั้งรอเอาไว้ ซึ่งชะตากรรม ของ เนวิน คาดว่าไม่แตกต่างไปจาก อดีตนายกฯ ทักษิณ ที่จะเลือก หลบหนีคดี ไปอยู่ต่างประเทศ


“เมื่อสถานการณ์ ออกมาใน ลักษณะดังกล่าว ก็คงไม่เหลือ ส.ส. ในกลุ่มเนวิน ไปอยู่ พรรคใหม่ แน่นอน อีกทั้ง เนวิน ไม่สามารถ ตั้งใคร ที่มีบารมี ขึ้นมา ควบคุม ส.ส.เหล่านี้ เอาไว้ได้ จึงอาจทำให้ เป็นการปิดฉาก เนวิน ในอีกไม่ช้า หลังศาลฎีกา ตัดสินออกมา”


ดังนั้น บทสรุปของ กลุ่มเพื่อนเนวิน นั้นก็ยังมีโอกาส ที่จะสลาย ค่อนข้างมาก ทั้งจากพลังดูด จากมุ้งอื่นๆ ภายในพรรค พลังประชาชน เอง รวมถึง ตัว ส.ส. ที่มองว่า การอยู่ใต้เงา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะยังขายได้ รวมถึงตัว เนวิน เอง ที่กลับกลาย ว่าจะต้องสิ้นสุด แนวทางทางการเมือง ด้วย คดีทุจริต ก็เป็นได้ …


วีรกรรม “เนวิน” จากวัน ยิ่งใหญ่…สู่พ่ายแพ้


นาทีนี้ ยังไม่มีใคร สามารถบอกได้ว่า “แก๊งออฟโฟร์” จะถูกสลายไป อย่างเบ็ดเสร็จ ได้จริง หรือไม่ ก็ตาม แต่ความจริง ที่เกิดขึ้น คือ วันนี้ เนวิน ชิดชอบ แกนนำ กลุ่มบุรีรัมย์ กำลังถูก กดดัน และ จำกัด พื้นที่ทางการเมือง ภายใน พรรคพลังประชาชน ให้เหลือน้อยลง ทุกขณะ


ทั้งที่หาก ย้อนกลับไป เมื่อคราว สมัคร สุนทรเวช ในฐานะ หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับอนุญาตจาก เจ้าของพรรคตัวจริง ขึ้นมาทำหน้าที่ นายกฯ ตั้งแต่ช่วง “ สมัคร 1” จนไป “สมัคร 4” หลายคน ในพรรคพลังประชาชน ต้องยอมรับ ในอำนาจ และบารมี ของ เนวิน ได้เป็นอย่างดี และ เมื่อ ผนวกกับ “อำนาจยุบสภา” ของอดีต นายกฯ สมัคร ที่มีอยู่ในมือ ขณะนั้น ยิ่งเป็นการ เพิ่มอำนาจต่อรอง ให้กับ แก๊งค์ออฟโฟร์ ได้เป็นอย่างดี


แม้เนวิน จะเป็นสมาชิก บ้านเลขที่ 111 เช่นเดียวกับ อดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย ผู้อื่น ก็ตาม แต่เขากลับสามารถ โลดแล่น ในเกม การชิงอำนาจ ภายในพรรค อย่างเปิดเผย ทั้งที่ ขัดต่อคำสั่งศาล ให้เว้นวรรคทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี จากคดี ยุบพรรคไทยรักไทย


ในทางกลับกัน เนวิน กลับผลักดันให้ ส.ส. ในกลุ่มบุรีรัมย์ เข้าวินได้นั่งเป็น รัฐมนตรีช่วย ประจำกระทรวง เกรดเอ ได้ถึง 4 ราย รวมทั้งตำแหน่ง ประธาน สภาผู้แทนราษฎร และ ประธานคณะกรรมาธิการ ชุดต่างๆ ในสภาฯ ก็ล้วนแล้ว แต่มีคนของ กลุ่มบุรีรัมย์ ไปจับจองไว้ ทั้งสิ้น


ว่ากันว่า เคยมี ส.ส. กลุ่มเพื่อนเนวิน เป็นตัวเลข ที่สูงมากถึง 100 คน เลยทีเดียว โดยมี ร้านอาหารบัว ย่านศรีนครินทร์ เป็นแหล่งนัด รวมพล เพื่อหารือ กำหนดท่าที ของกลุ่ม อย่างคึกคัก ก่อนที่จะเกิด ความขัดแย้ง ขึ้นภายใน กลุ่ม อันเนื่องมาจาก กรณีการจัดสรรโควต้า รัฐมนตรีไม่ลงตัว เพราะมี แต่คนใกล้ชิดกับ เนวิน เท่านั้น ที่ได้ดี จนทำให้เกิดกลุ่ม “อีสานพัฒนา” ขึ้น ส่งผลให้ จำนวน ส.ส. ในกลุ่ม เพื่อนเนวิน ยังคงเหลืออยู่ ราว 70 คน จนถึง ณ วันนี้


ปัจจัย ที่ทำให้เนวิน ได้รับความไว้วางใจจาก อดีตนายกฯ ทักษิณ จนได้เป็น ฝ่ายคุมกำลังคน และดูแลจัดสรรเงิน ของ พรรคพลังประชาชน ตั้งแต่ ก่อนหน้าที่ อดีตนายกฯ ทักษิณ จะถูกยึดอำนาจ ในปี 2549 จนมาถึง วันที่ต้องหลบหนี คดีทุจริต ไปอยู่ประเทศอังกฤษ ในเวลานี้ นั้น เนื่องจาก เนวิน สามารถทำงาน ตอบสนอง ให้เป็นที่น่าพอใจ


โดยเฉพาะบทบู๊ ซึ่งถือเป็นงานถนัดของ เนวิน บวกกับการเป็น คนประเภท กล้าได้กล้าเสีย ใจถึง กล้าลุย ด้วยคุณสมบัติของ เนวิน ในข้อนี้ ดูเหมือน ว่า บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เอง ก็เคยชื่นชม เนวิน มาแล้วในระยะแรกๆ ที่เปิดทาง ให้เข้าสังกัด พรรคชาติไทย ก่อนที่จะเกิด ปัญหา บาดหมางกัน ในภายหลัง


ในระหว่างที่บารมีของ เนวินและ กลุ่มบุรีรัมย์ เบ่งบาน ยังได้แอบ จับมือกับ อดีตนายกฯ สมัคร – นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี – ธีรพล นพรัมภา ผุด แก๊งออฟโฟร์ ขึ้นมา คุมพรรค ได้สร้าง ความไม่พอใจ ให้กับ บรรดาแกนนำกลุ่มการเมืองต่างๆ อย่างมาก


โดยเฉพาะผลงาน การจัดโผ ครม.ในช่วง “สมัคร 4” ที่แก๊งออฟโฟร์ สามารถเขี่ย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หลุดจากเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ไปได้ ในที่สุด จากนั้นสมัคร ส่ง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. รัฐมนตรี ในโควตา ขึ้นมาแทนที่


ทั้งนี้ว่ากันว่า ความเคลื่อนไหวของ แก๊งออฟโฟร์ กับความพยายาม ที่จะปลดแอกจาก ทักษิณ นั้นเริ่มส่อแววมา ตั้งแต่การจัด ครม. “สมัคร 3” ซึ่งเนื่องจาก ได้มีการเสนอชื่อ “เตช บุนนาค” ให้มารับนั่ง รมว.ต่างประเทศ เพื่อแก้ไข ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ มีชื่อ “วิกรม คุ้มไพโรจน์” อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน คนใกล้ชิดของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ติดโผมาโดยตลอด


แต่เมื่อขั้วอำนาจของ ทักษิณ โดยการคุมทัพ ของ “เจ๊แดง” เปิดแผนปฏิบัติการสลาย แก๊งค์ออฟโฟร์ ด้วยการสกัด ไม่ให้ สมัคร กลับมารับตำแหน่ง นายกฯ ได้อีกครั้ง รวมทั้ง สมาชิกของกลุ่ม ทั้ง ธีรพล-สหัส-นพ.สุรพงษ์ ต่างแยกย้าย เก็บของ ออกจาก ทำเนียบ กันไปแล้ว จึงเหลือ เพียง เนวิน


ที่ยังต้องดิ้นรน เพื่อรักษา กลุ่มเพื่อนเนวิน เอาไว้ ให้ได้มากที่สุด โดยในการจัดโผ ครม. “สมชาย1/1” ในครั้งนี้ กลุ่มเนวิน ได้ยื่นเงื่อนไข ขอ เก้าอี้รัฐมนตรี เพิ่มอีก 2 ตำแหน่ง จากเดิมที่ มีอยู่ 4 ตำแหน่ง เพื่อแลกกับ การโหวต เลือก สมชาย เป็น นายกฯ คนใหม่ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ ผ่านมา


ขณะเดียวกัน กลับมีแรงต้าน จากกลุ่มก๊วนต่างๆ ที่อยู่ ฝ่ายตรงข้าม เนวิน อย่างหนัก โดยเฉพาะ แรงต้าน ที่มาจาก ลอนดอน เนื่องจาก ต้องการ สั่งสอน เนวิน ที่คิดเป็นใหญ่ ในพรรค กว่าเจ้าของ ตัวจริง…

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 08:17 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113596


พิมพ์ ข่าวนี้ จับตา “เนวิน” ตายน้ำตื้น! ถูกอิทธิฤทธิ์ “เจ๊แดง” บีบ-อาจปิดฉากชีวิตการเมือง


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.