Accom Thailand

September 26, 2008

เปลวสีเงิน – บทย้อนสติ “สมัคร-ดุสิต” คิดตามวัน


26 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


เปลวสีเงิน
บทย้อนสติ “สมัคร-ดุสิต”คิดตามวัน


จากที่ไม่เคย รู้จักกันเลย กลับต้องมาพบหน้ากัน ใช้ชีวิตร่วมกัน สุข ทุกข์ ด้วยกัน ในฐานะ พ่อ แม่ บ้าง เพื่อน พี่น้อง บ้าง สามี ภรรยา บ้าง มิตร บ้าง ศัตรู บ้าง และ สุดท้าย ต่างก็ต้อง แยกย้าย ตายจาก คืนสู่ ณ ที่ ซึ่งไม่รู้ว่าที่ไหน กลายเป็น คนแปลกหน้ากันไปอีก คิดแล้ว ก็หดหู่ ใจหาย นะครับ!


ในเมื่อวงจรชีวิตของ แต่ละมนุษย์ ต้องเป็นอย่างที่เป็น เยี่ยงนี้แล้ว แล้วเราจะ อะไรกันนักหนา?
ปลงๆ ละๆ และ รู้จักอภัยกันบ้าง เถอะครับ เปิดหน้าต่างใจ ให้กว้าง แล้ว ทางสุข ด้วยสงบ จะมาบรรจบ ที่ใจเราๆ ท่านๆ นี้คือ “มหัศจรรย์แห่งชีวิต” ที่หาได้ โดยไม่ต้อง ตะกายไปหาที่ไหน


มีอยู่ที่ “อกเบื้องซ้าย” ของเรา แล้ว!


เมื่อเช้าวานนี้ (๒๕ ก.ย.๕๑) นัดหมาย โดยหมายศาล ที่ตรงกัน ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ย่านยานนาวา นายสมัคร สุนทรเวช นายดุสิต ศิริวรรณ จำเลยใน คดีหมิ่นประมาท ส.ส.ประชาธิปัตย์ “นายสามารถ ราชพลสิทธิ์” ไปฟังคำพิพากษา “ศาลอุทธรณ์”


ไทยโพสต์ โดย บก.อ้วน “นายทวีสิน สถิตย์รัตนชีวิน” ก็ไปครับ ไม่ใช่ไปทำข่าว นายสมัคร แต่ไปในฐานะ จำเลย เช่นเดียวกัน ด้วยคดี หมิ่นประมาท “นายชวน หลีกภัย” ประธานสภา ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่สมัยเป็น นายกฯ ปี ๒๕๔๓


นัดนี้ เป็นนัดฟัง คำพิพากษา เช่นเดียวกัน แต่เป็น คำพิพากษา “ศาลฎีกา”!


คดี นายสมัคร-ดุสิต ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้น คือจำคุก ๒๔ เดือน โดยไม่รอ ลงอาญา แต่ศาลเมตตา ให้ประกันตัว และ นายสมัคร จะได้ยื่นฎีกา ในแง่กฎหมายต่อไป ภายใน ๓๐ วัน


ส่วนคดีไทยโพสต์ อันมี นายชวน หลีกภัย เป็นโจทก์นั้น ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท โทษจำรอ ลงอาญาไว้ ๒ ปี ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ยืนตาม ศาลชั้นต้น และ ไทยโพสต์ ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาด้วย ข้อกฎหมาย จากปี ๒๕๔๓ จนเมื่อวานนี้ ๒๕ ก.ย.๕๑ ศาลฎีกา พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องไทยโพสต์ ความว่า


ศาลฎีกาตรวจสำนวน ประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลย ในฐานะ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ซึ่งลงข้อความ หมิ่นประมาท โจทก์ ด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ พระราชบัญญัติ การพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘


แต่ในขณะที่ คดีอยู่ในระหว่าง การพิจารณาของ ศาลฎีกาได้มี พระราชบัญญัติ จดแจ้ง การพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๓ ได้ยกเลิก พระราชบัญญัติ การพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ ซึ่งมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นไป และ


พระราชบัญญัติ จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ไม่ได้บัญญัติให้ บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ เป็นผู้รับผิดชอบ ในข้อความที่ ลงพิมพ์ ในหนังสือพิมพ์ ที่ตนเป็น บรรณาธิการ


ฉะนั้น การกระทำของจำเลย จึงไม่เป็นความผิด อีกต่อไป จำเลย ย่อมพ้นจากการเป็น ผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ วรรคสอง


พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง


ครับ .. นี่คือผลจาก กฎหมาย ที่เป็นคุณ ย้อนหลัง ตามที่ นายณรงศักดิ์ ตรีธรรมพินิจ ทนายประจำ ไทยโพสต์ ได้ยื่นฎีกา คัดค้าน ด้วยข้อกฎหมาย ที่ผมยกมาประกอบ การพูดคุยวันนี้ สิ่งหนึ่ง ที่ต้องการชี้ให้เห็นคือ


ในการพิจารณาอรรถคดี ทั้งหลาย ศาลท่านยึด ตัวบทกฎหมาย เป็นความเที่ยงตรงต่อ โจทก์-จำเลย เคร่งครัด ถ้ายังไม่ยกเลิก พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ ที่ออก เมื่อ ๖๗ ปีที่แล้ว และนำ พ.ร.บ. จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐ มาใช้แทน


เป็นไปได้มาก ว่า ชะตา บก.ไทยโพสต์ วันนี้ ก็ไม่ผิดกับ ชะตาของ นายสมัคร-ดุสิต!?


สำหรับคดีของ นายสมัคร-ดุสิต นี้ เป็นคดีในข้อหา หมิ่นประมาท เหมือนกัน ก็จริง แต่เป็น การหมิ่นประมาท ทางสื่อโทรทัศน์ เป็น กฎหมาย คนละฉบับ กับ พ.ร.บ. จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ที่ใช้กับ สื่อหนังสือสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะ


นายสมัคร-ดุสิต ศาลท่านพิพากษา ให้มีความผิด ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ประกอบมาตรา ๘๓ อันเป็น การหมิ่นประมาท ด้วยการ โฆษณาเผยแพร่ภาพ


เมื่อเป็นอย่างนี้ ถึง นายสมัคร-ดุสิต จะ ฎีกาคัดค้าน คำพิพากษา ก็คงยาก จะนอนตาหลับ นะครับ และ ยิ่งตัวท่าน ก็เป็นนักกฎหมาย ในใจลึกๆ ย่อมรู้ดีว่า สุดท้ายแล้ว ชะตา-อนาคต ท่าน


จะ “ลงเอย” แบบไหน ในความผิด ที่ทำไว้ซ้ำๆ ซากๆ?


ผมดูข่าวโทรทัศน์ เห็นโจทก์ คือ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สัมภาษณ์ยืนยันให้ คดีไปถึงที่สุด และจะฟ้องแพ่งเรียก ค่าเสียหาย ๑๐๐ ล้าน อีก ตะหาก ด้วย


อืมมม.. เห็นแล้ว ก็ทั้งเห็นใจ นายสมัคร-ดุสิต พอๆ กับ รู้ซึ้งถึงหัวอก นายสามารถ ที่ถูกใส่ร้าย ให้เสียหาย ว่าเป็น คนทุจริต คอรัปชั่น ขณะเป็น รองผู้ว่าฯ กทม.


แต่จาก คำพิพากษา ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และจาก ข่าวคราว ที่แพร่หลายในทาง กอบกู้ ชื่อเสียง-เกียรติยศ ของ นายสามารถ และ ครอบครัว ให้กลับคืนมา ตลอดแล้วว่า “นายสมัคร-ดุสิต” ถูกศาลสั่งจำคุก ๒ ปี โดยไม่รอลงอาญา โทษฐาน นำความเท็จ มาพูดจาใส่ร้าย นายสามารถ ทางโทรทัศน์ นั้น


ทั้งจาก คำพิพากษา และทั้งจาก คำสังคมประณาม ผมว่ายิ่งกว่า คมหอก คมดาบ ทิ่มแทง ชีวิต และ จิตใจทั้ง นายสมัคร-ดุสิต ให้ทุกข์ทรมาน ทุรน-ทุราย ปวดร้าวลึก ถึงกมลสันดาน มาสาหัสยาวนานมาก ทีเดียว


สร้างกุศลโดย “ปล่อยคน” เถอะครับ.. คุณสามารถ!


ถึงให้ นายสมัคร-ดุสิต ติดคุก-ติดตะราง คุณสามารถ ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร นอกจากลึกๆ แล้ว “ปวดแปลบใจ” ตัวเองเปล่าๆ ที่ทำให้ คนต้องไป ติดคุก


นายสมัครท่านก็ อายุมากแล้ว ยังจะครอบครัวท่าน ที่ไม่มีใคร นอกจาก คุณหญิงสุรัตน์ ที่ก็แก่เฒ่า ไม่เพียง ๒ ชีวิตนี้ ที่ต้องทุกข์ทรมาน ยังจะ ครอบครัว ลูก และ หลานอีกล่ะ ใจเขา-ใจเรา, ครอบครัวเขา-ครอบครัวเรา


คุณสามารถ จะทนถูก “มโนธรรม” เฆี่ยนโบย สำนึกตัวเอง ได้หรือ?


ผมว่าแค่นี้ก็ สาสมแก่กรรมที่ นายสมัคร ทำกับท่านแล้ว ที่เหลือ – คุณสามารถ อโหสิ ให้อภัย กับ นายสมัคร-ดุสิต เถอะครับ! และ นี่ก็จะเป็น กุศล และ เป็นกรรมที่ มนุษย์-เทวดา จะต้องสรรเสริญ อนุโมทนาให้กับ ท่าน และ ครอบครัว เจริญวัฒนา ตลอดไปแน่นอน


เคารพมติ พรรคประชาธิปัตย์ ที่สั่งให้ “เอาให้ถึงที่สุด” นั้น ก็เคารพ เถอะครับ เพราะท่านเป็น ส.ส. ของ พรรคเขา แต่การ “ปล่อยคน” ด้วยรู้จักคำว่า “ให้” เป็นการเคารพ ธาตุแห่งคุณธรรมน้ำใจ ที่นับวัน ยากจะหาได้ ในมวลหมู่มนุษย์ ด้วยกันยิ่งนักแล้ว!


ผมเชื่อ ถึง คุณสามารถ “ถอนฟ้อง” วันนี้ สมัคร-ดุสิต จะพ้นคุกตะราง ก็เพียงกาย แต่ใจ ในชีวิตที่เหลือ เหมือน เนื้อที่ถูกแล่ เอาเกลือทา ถึงแม้ คุณสามารถ ไม่ยอมให้อภัย ก็ใช่ว่า คุกมีนักโทษ เพิ่มอีก ๒ คน แล้วบุญกุศลใด จะเกิดได้กับคุณ?


คุณสมบัติอย่างหนึ่ง ที่ “นักการเมืองที่ดี” ควรมีคือ ใจที่ไม่แคบ ไม่จำเป็นต้อง แสวงหา รัก และ มิตรสหาย เพราะใจ ที่ไม่แคบ นั้น มันจะไม่ใช่ ที่อยู่อาศัย ของ ศัตรู


ผมก็ไม่รู้จัก นายสมัคร ไม่รู้จัก นายดุสิต และทั้ง นายสามารถ ก็ไม่รู้จัก เป็นเหมือนแค่ คนดูมวย อยากเห็น การเตะ ต่อย กระทุ้งเข่า ฟันศอก ให้เลือดกระฉูด จะตายไป


แต่เห็น ฝ่ายไหน เพลี่ยงพล้ำ ล้มคว่ำ-ล้มหงาย แล้วก็ไม่อยากให้ โหดร้าย ต่อกันอีก ผมคิดเพียงแค่นั้น ไม่มีเจตนาอื่นใด ซ่อนเร้น คุณสามารถ จะตัดสินใจ ประการใด ผมเคารพใน สิทธิ์ที่เสมอภาคกัน ทางกฎหมาย ด้วยเข้าใจทุกฝ่ายจริงๆ


สำหรับ ทนายนั้น ต้องฟังเขาครับ แต่การตัดสินใจ เป็นของ ท่านมิใช่หรือ?


ครับ.. วันนี้ก็คุย นอกเรื่อง-นอกราว ถูกใจท่าน หรือ ขัดใจท่าน ก็เก็บไว้ในใจ เถอะครับ นานๆ ที ก็ขอให้ผม ได้พูดคุยอะไรๆ ที่ใจอยากจะพูด บ้างเถอะนะ


สำหรับ “รัฐบาลสมชาย” ก็ผ่านขั้นตอน ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับตำแหน่ง กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้าย ที่จะเป็น รัฐบาล สมบูรณ์แบบ คือ


การแถลงนโยบายต่อ สภาฯ กำหนดกันว่า ภายในวันที่ ๘ ตุลา แต่ยังไม่ทันไร ดูเหมือนว่า สภาฯ ล่ม ซ้ำซาก และ ฟากรัฐบาลกันเอง นั่นแหละ เริ่ม “เคาต์ดาวน์” กันแล้ว.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 26 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=26/Sep/2551&news_id=164477&cat_id=200


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ บทย้อนสติ “สมัคร-ดุสิต”คิดตามวัน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: