Accom Thailand

September 28, 2008

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ว่าวันจันทร์ที่ 29 ก.ย.นี้ จะไปยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบ คุณสมบัติ การเป็น ส.ส. ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี


“เรืองไกร” รุกฆาต ยื่น กกต. สอบ “สมชาย” แจ้งบัญชีเท็จ ส่อพ้นนายกฯ

เรื�งไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา


ส.ว. เตรียมยื่น กกต. สอบ “สมชาย” ขาดคุณสมบัติ ความเป็น นายกรัฐมนตรี เหตุโชว์ทรัพย์สินว่า ลงทุนใน “ซีเอส ล็อกซอินโฟ” ที่ “รับสัมปทาน จากรัฐ” อันเป็นเท็จ แถมลูกสาว “ชินณิชา” ก็ไปลงทุน ใน “เอ็มลิ้งค์” ที่เป็นคู่สัญญา กับ “กฟภ.” อีกด้วย


วันนี้ (28 ก.ย.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 29 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น. ตนจะเดินทางไป ยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ ประธานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่อาจ ขาดคุณสมบัติ การเป็น ส.ส.


เนื่องจาก มีพฤติการณ์ ซึ่งอาจเข้าลักษณะ เป็นการกระทำ อันต้องห้าม ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 267 ประกอบ มาตรา 265 และ มาตรา 106(6) อันเข้า ลักษณะ เป็นเหตุให้ ความเป็นนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง เพราะขาดคุณสมบัติ การเป็น ส.ส.ตามมาตรา 171 วรรคสอง แล้ว ประกอบกับ ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 48 อีกด้วย


นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หลังจากที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ลงมติ ออกเสียงลงคะแนน อย่างเปิดเผย เห็นชอบให้ นายสมชาย ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียง ท่วมท้น 298 เสียง ซึ่งตน ก็ได้ตรวจสอบ การยื่นบัญชี ทรัพย์สิน และ หนี้สิน ของ นายสมชาย ตั้งแต่ครั้งที่เป็น ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ที่ได้ยื่นต่อ คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2551 รวมถึง การยื่นบัญชี ทรัพย์สินฯ ในฐานะเป็น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2551 ก็พบว่า


มีรายการยื่น แสดงว่า มีเงินลงทุนใน บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CS Loxinfo เป็นจำนวน 100,000 หุ้น ซึ่งมูลค่าที่แสดงไว้ แตกต่างกัน ตามราคาหุ้น ณ ช่วงเวลานั้น กล่าวคือ เมื่อคราวที่ยื่น เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2551 แสดงบัญชีมูลค่าหุ้นไว้ ที่ 346,000 บาท แต่ใน วันที่ 6 ก.พ.2551 แสดงบัญชีมูลค่าหุ้นไว้ ที่ 368,000 บาท


นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า แต่ที่สำคัญคือ ในการยื่นบัญชี ทรัพย์สิน และ หนี้สิน นั้น พบว่า นายสมชาย ได้ระบุว่า


“มีรายได้ประจำอื่นๆ ดังนี้


(1) เป็นค่าตอบแทนกรรมการ 8,430,148.05 บาท และ


(2) เป็นเงินปันผลจากบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) จำนวน 20,000 บาท”


ซึ่งบริษัทฯ ดังกล่าว ทำธุรกิจหลัก ในด้าน การให้บริการ ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต บริการ อินเทอร์เน็ต และ บริการ รับ-ส่ง สัญญาณผ่านดาวเทียม เพื่อการสื่อสาร ทั้ง ภายในประเทศ และ ต่างประเทศ บริการ จัดพิมพ์ และ โฆษณา สมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ ฉบับธุรกิจ ประกอบธุรกิจ สิ่งพิมพ์ ประเภทโฆษณาย่อย และ ให้บริการเสริม บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยได้ทำสัญญา กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (กสท) เพื่ออนุญาต ให้ บริษัทสามารถ ให้บริการ รับส่งสัญญาณโทรทัศน์ และ สัญญาณบริการ อินเทอร์เน็ต ผ่านดาวเทียม เป็นเวลา 22 ปี นับจาก วันที่ 9 ส.ค.2537 ซึ่งจะสิ้นสุด ในวันที่ 8 ส.ค.2559


นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 48 บัญญัติว่า “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเป็นเจ้าของกิจการ หรือ ถือหุ้น ในกิจการ หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือ โทรคมนาคม มิได้ ไม่ว่า ในนาม ของ ตนเอง หรือให้ ผู้อื่น เป็น เจ้าของกิจการ หรือ ถือหุ้นแทน หรือ จะดำเนินการ โดยวิธีการอื่น ไม่ว่าโดยทางตรง หรือ ทางอ้อม ที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวได้ ในทำนองเดียว กับการเป็น เจ้าของกิจการ หรือ ถือหุ้นในกิจการ ดังกล่าว”


นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) บัญญัติว่า “ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เฉพาะตัว เมื่อกระทำการ อันต้องห้ามตามมาตรา 267 มาตรา 268 หรือ มาตรา 269”


“จากหลักฐาน ที่ผมได้ทำการตรวจสอบ ทำให้เชื่อได้ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะ นายกรัฐมนตรี มีพฤติการณ์กระทำการ ที่อาจขัดต่อ บทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุให้ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เฉพาะตัว ตามมาตรา 182 (7) ประกอบมาตรา 48 ก็บัญญัติห้าม ไม่ให้ นายกรัฐมนตรี ถือหุ้นในกิจการ ตามที่บัญญัติไว้ และ นายสมชาย อาจขาดคุณสมบัติ จากการเป็นส.ส. ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.2551 กรณีไปเป็น ผู้ถือหุ้น ในบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญา ในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรง หรือ ทางอ้อม ในบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟฯ ซึ่งเป็น บริษัทที่มีลักษณะ รับสัมปทานจากรัฐ อันมีลักษณะเป็น การผูกขาดตัดตอน อาจเข้าลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา 265 (2) จะมีผลทำให้ สมาชิกภาพ ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะเป็น ส.ส. สิ้นสุดลง ตามมาตรา 106 (6) และ จะกระทบ คุณสมบัติความเป็น นายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 171 วรรคสอง ที่จะขาดไป” นายเรืองไกร กล่าว


นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ประกอบกับ มาตรา 265 วรรคสาม ให้นำความใน มาตรา 265 (2) (3) และ (4) มาใช้กับ คู่สมรส และ บุตร ของ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร คือ นายสมชาย ด้วย ซึ่งพบว่า


น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน บุตรสาว ได้ยื่นบัญชี แสดงทรัพย์สิน และ หนี้สิน เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2551 ว่า มีเงินลงทุน ใน บมจ.เอ็มลิ้งค์ เอเซียฯ จำนวน 70,000,000 หุ้น แสดงมูลค่ารวม ณ วันที่แสดงบัญชีไว้ เป็นเงิน 128,100,000 บาท ซึ่งบริษัทดังกล่าว ก็เข้า เป็นคู่สัญญา กับ รัฐวิสาหกิจ คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เช่นกัน


ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อ นายกรัฐมนตรี และ เกิดความชัดเจน ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ อันจะเป็น บรรทัดฐาน ในการทำหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี ตนจึงทำคำร้องนี้ แจ้งให้ กกต. พิจารณา เพื่อส่งคำร้องนี้ ไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ทำการไต่สวน และ วินิจฉัย ต่อไป


เพราะ อำนาจหน้าที่ ของ กกต. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 มาตรา 10 (11) กำหนดให้ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ ส่งเรื่องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรี ของ รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง สิ้นสุดลง


“พฤติการณ์ของ นายสมชาย ทั้งในฐานะ นายกรัฐมนตรี และ ในฐานะ ส.ส.ที่เข้าไปเป็น ผู้ถือหุ้นใน บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟฯ ซึ่งเป็นบริษัท ที่มีสัมปทาน กับ กสท และ ได้รับ ใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคม จาก คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กทช.) รวมทั้ง การถือครองหุ้น ของ น.ส.ชินณิชา ในบริษัท เอ็มลิ้งค์ฯ ซึ่งอาจเข้าลักษณะ เป็นกระทำการ อันต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ประกอบ มาตรา 265 และ มาตรา 106(6) อันเข้าลักษณะ เป็นเหตุให้ ความเป็น นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะขาดคุณสมบัติ การเป็น ส.ส. ตามมาตรา 171 วรรคสอง ผมจึงจะยื่น ขอให้ กกต.ตรวจสอบ โดยขอใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 62 ร้องขอให ้มีการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะ นายกรัฐมนตรี ต่อ กกต. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ที่มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการ เพื่อพิจารณา ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ต่อไป” นายเรืองไกร กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
28 กันยายน 2551 13:16 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000114844


พิมพ์ ข่าวนี้ “เรืองไกร” รุกฆาตยื่น กกต.สอบ “สมชาย” แจ้งบัญชีเท็จส่อพ้นนายกฯ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

1 Comment »

  1. […] ส่อตกเก้าอี้นายกฯ อ่าน ข่าวที่เกี่ยวข้อง นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา […]

    Pingback by “ส.ว.เรืองไกร” ยื่น กกต. สอบคุณสมบัติ นายกฯ กรณีถือหุ้น ซีเอส ล็อกซอินโฟฯ « Accom Thailand — September 29, 2008 @ 16:49 | Reply


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: