Accom Thailand

September 29, 2008

“ส.ว.เรืองไกร” ยื่น กกต. สอบคุณสมบัติ นายกฯ กรณีถือหุ้น ซีเอส ล็อกซอินโฟฯ

นายเรื�งไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้เดินทางมายื่นหนังสื� ต่�คณะกรรมการการเลื�กตั้ง เพื่�ตรวจส�บคุณสมบัติ ข�งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กรณีถื�หุ้นในบริษัท ซี เ�ส ล็�กซ�ินโฟ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้เดินทางมายื่นหนังสือ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กรณีถือหุ้นในบริษัท ซี เอส ล็อกซอินโฟ


“เรืองไกร” ยื่น กกต.
สอบ “สมชาย”
ถือหุ้น ซีเอสฯ
ส่อ ตกเก้าอี้ นายกฯ


“ส.ว.เรืองไกร” เดินหน้ายื่น กกต. สอบคุณสมบัติ นายกฯ กรณีถือหุ้นใน บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟฯ ที่รับสัมปทาน จากรัฐ อาจเข้าข่ายผิด รธน. ส่อพ้น นายกฯ เผย ส.ว. จะรวบรวมรายชื่อ ยื่นให้ ศาลรัฐธรรมนูญ สอบโดยตรง อีกด้วย ยันไม่ใช่เป็น การจับผิด “สมชาย” แต่เป็นการตรวจสอบ นักการเมือง ตามปกติ


คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ชี้แจง
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ชี้แจง


วันนี้ (29 ก.ย.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา ได้เดินทางมา ยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบ คุณสมบัติ ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กรณีถือหุ้นใน บริษัท ซี เอส ล็อกซอินโฟจำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการ ผู้ให้บริการ อินเตอร์เน็ต และ ยังมีใบอนุญาต ประกอบกิจการ โทรคมนาคม จาก บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งอาจเข้าข่าย ความผิดตาม มาตรา 265 และ 48


ที่ห้าม ไม่ให้ ส.ส. หรือ รัฐมนตรี ถือหุ้นใน บริษัท ที่ได้รับสัมปทาน จากรัฐ อันอาจจะเป็นเหตุให้ ความเป็น นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง เพราะขาด คุณสมบัติ การเป็น ส.ส. ตามมาตรา 171 อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ยื่น กับ กกต. แล้ว ก็จะรวบรวม รายชื่อ ของส.ว. ให้ได้ 1 ใน 10 เพื่อเตรียมยื่น เรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตรวจสอบ เรื่องเดียวกันนี้ อีกทางหนึ่งด้วย


นายเรืองไกร กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติ กรณีการแสดง บัญชี ทรัพย์สินหนี้สิน ของ นายกฯ ต่อ คณะกรรมการ ป้องกัน และ ปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า


บ้านพัก ย่านแจ้งวัฒนะ จำนวน 8 ไร่ มูลค่า 200 กว่าล้านบาท ที่ได้ใช้เป็น สถานที่รับ โปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรี นั้น ไม่ได้แจ้ง เป็น ทรัพย์สินไว้ ในการแสดง บัญชีทรัพย์สิน ด้วย หรือ อาจจะโอนให้กับ บุคคลอื่นไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่า จะเข้าข่ายปกปิด บัญชีทรัพย์สิน หรือไม่ โดยจะต้องมีการ ตรวจสอบ เรื่องนี้ต่อไป


นายเรืองไกร ยังปฏิเสธว่า การเคลื่อนไหว ตรวจสอบ คุณสมบัติ ของฝ่ายบริหาร ขณะนี้ ไม่ใช่ การจ้องจับผิด แต่ เพราะชอบที่จะ ตรวจสอบ ในเรื่องที่ไม่ปกติ ของ นักการเมือง ทุกคน ไม่เจาะจง ว่าเป็นใคร ก่อนหน้านี้ก็ทำมาตลอด แม้แต่ในช่วง ที่ทำงาน ที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และ เมื่อมาอยู่ใน ตำแหน่ง ส.ว. จึงมีข้อสังเกต และเมื่อพบ เหตุไม่ถูกต้อง จึงอยากให้มี การตรวจสอบ


“ผมไม่ได้ยื่นตรวจสอบ คนในรัฐบาล เพื่อกลั่นแกล้งใคร แต่เป็นการทำหน้าที่ ตามปกติ ซึ่งผม ก็ปฏิบัติเช่นนี้กับ นักการเมืองทุกคน”


ส่วนกรณี ที่เคยยื่นให้ กกต. ตรวจสอบ คุณสมบัติ ของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการ พรรคพลังประชาชน กรณี การถือหุ้นใน บริษัทเอกชน ของ ภรรยา นั้น นายเรืองไกร กล่าวว่า ได้ทำการ ถอนเรื่องดังกล่าว ไปแล้ว เนื่องจาก นพ.สุรพงษ์ ได้พ้นจาก ความเป็นรัฐมนตรีไปแล้ว จึงไม่มีเหตุ ต้อง ตรวจสอบอีก ส่วนที่ยื่นไว้กับ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ให้เป็น ดุลยพินิจ ของ ศาลฯ ว่าจะเห็นอย่างไร


นายเรืองไกร ยังกล่าวถึง กรณีที ่กรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นตรวจสอบ กรณีการใช้ อำนาจ หน้าที่ ผู้ตรวจสอบบัญชี ไปตรวจสอบ ผู้อื่น โดยมิชอบ ว่า พร้อมจะให้ ตรวจสอบ แต่ขอให้ผู้ยื่นตรวจสอบ ระบุสถานที่ ที่จะตรวจสอบ ให้ชัดเจน และ กระทำอย่างเปิดเผย เพื่อให้ สื่อมวลชน เข้าไปร่วม รับฟังการตรวจสอบ ได้ด้วย และ ขอให้กรรมาธิการฯ นำหลักฐาน มาเปิดเผย โดยตน ก็จะนำมาแสดง ต่อ กรรมาธิการฯ ด้วยเช่นกัน ให้ สามารถ ตรวจสอบได้ ทั้งสองฝ่าย เพื่อจะได้ทราบ ในทันทีว่า ข้อมูลของใคร เป็นอย่างไร


“ผมก็รออย ให้รีบมาเรียกไปสอบ สักที แม้แต่เรื่องอื่น ยังไม่มาสอบผมเลย เรื่องที่มีคนไปฟ้องว่าผม เป็น กบฏ เพราะไปเดิน อยู่ใน พันธมิตร ก็ไม่เห็น มีใครมาตรวจสอบ ผมเลย”


“สดศรี” คาด กกต.หารือ พรุ่งนี้ (30 ก.ย.)


นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า คาดว่าน่าจะมี การนำเข้าหารือ ในที่ประชุม กกต. วันพรุ่งนี้ ( 30 ก.ย.) เรื่องดังกล่าว ควรจะตั้ง คณะอนุกรรมการสอบสวนสืบสวน ชุดใหม่ขึ้นมา เพื่อสอบสวน อีก 1 ชุด หรือ ไม่ หรือจะมอบให้ อนุกรรมการสอบสวนฯ การถือหุ้น ของ ส.ส. และ ส.ว. ตามคำร้อง ของ นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ กกต. ได้ตั้งไปแล้ว ก่อนหน้า เป็นผู้ตรวจสอบ


เพราะขณะนี้ กรรมการชุดดังกล่าว ยังสอบไม่เสร็จ เนื่องจาก ต้องสอบข้อมูล รายบุคคล จำนวนมาก รวมทั้งข้อมูล จาก ตลาดหลักทรัพย์ จึงมีการขอ ขยายเวลาสอบสวน กับ กกต. ออกไปอีก 30 วัน


“คงหารือ กันว่า จะบรรจุเรื่องที่ นายสมชาย ถูกร้อง ให้อนุกรรมการที่สอบ เรื่องนี้อยู่แล้ว เป็นผู้ดำเนินการ หรือไม่ เพราะมี ลักษณะเดียวกัน คือเป็น ส.ส. เหมือนกัน หรือควรให้ กรรมการอีกชุด สอบ แต่ส่วนตัว เห็นว่า หากไปเพิ่ม ให้สอบอีก อนุกรรมการ ก็อาจจะไม่ไหว เพราะตอนนี้ ก็สอบกันมา เป็นร้อยคน จึงเป็นไปได้ว่า อาจต้องให้ ชุดใหม่สอบ” นางสดศรี กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
29 กันยายน 2551 17:28 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000115151


พิมพ์ ข่าวนี้ “เรืองไกร” ไล่บี้ “สมชาย” ยื่น กกต.สอบถือหุ้นซีเอสฯ ส่อตกเก้าอี้นายกฯ


อ่าน ข่าวที่เกี่ยวข้อง นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ว่าวันจันทร์ที่ 29 ก.ย.นี้ จะไปยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบ คุณสมบัติ การเป็น ส.ส. ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

คำพิพากษา คดีประวัติศาสตร์ ลอบสังหาร ประธานศาลฎีกา “ประมาณ ชันซื่อ”


จำคุก 25 ปี “รังสรรค์และพวก” จ้างวาน ฆ่า “ประมาณ ชันซื่อ”

นายรังสรรค์ ต่�สุวรรณ นักธุรกิจ และ สถาปนิกชื่�ดัง

นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ นักธุรกิจ และ สถาปนิกชื่อดัง


พิพากษา คดีประวัติศาสตร์ ลอบสังหาร ประธานศาลฎีกา “ประมาณ ชันซื่อ” ศาลชี้ จำเลยร่วมกัน กระทำความผิดจริง จำคุก “รังสรรค์ – เล็ก สตูล” คนละ 25 ปี ขณะที่ “สมพร – เณร” จำคุก 16 ปี 8 เดือน


วันนี้ (29 ก.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 503 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา ในคดีลอบสังหาร นายประมาณ ชันซื่อ ประธานศาลฎีกา (ขณะนั้น) ที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา กรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง


นายสมพร หรือ หมา เดชานุภาพ, นายเณร มหาวิไล, นายอภิชิต อังศุธรางกูร หรือเล็ก สตูล และ นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ นักธุรกิจ และ สถาปนิกชื่อดัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานใช้ จ้าง วาน และ ก่อให้ผู้อื่น กระทำผิด ฐานฆ่าคนตาย


คดีนี้ ศาลพิเคราะห์จาก พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ได้มีการสอบปากคำ บุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวนมาก โดยให้การ สอดคล้อง ต้องกัน พยานจำเลย ยากที่จะเป็น สร้างเรื่องขึ้นมา ส่วนคำเบิกความ การต่อสู้คดีของ จำเลย ทั้ง 4 ก็ไม่มี น้ำหนักเพียงพอ ที่จะหักล้าง พยานหลักฐานได้

นายประมาณ ชันซื่� ประธานศาลฎีกา (ขณะนั้น)

นายประมาณ ชันซื่อ ประธานศาลฎีกา (ขณะนั้น)


พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-4 กระทำความผิด ฐานจ้างวานฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่เนื่องจาก เหตุการยังไม่สำเร็จผล ตามกฎหมาย ให้ลงโทษ ผู้กระทำความผิด รับโทษ 1 ใน 2 ของโทษประหารชีวิต โดยเมื่อเทียบ โทษประหารชีวิต คือ จำคุก 50 ปี ดังนั้น อัตราโทษ 1 ใน 2 ของ โทษจำคุก 50 ปี คือจำคุกคนละ 25 ปี


อย่างไรก็ตาม สำหรับ จำเลยที่ 1 และ 2 ได้ให้การ รับสารภาพ ในการชั้นสอบสวน ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 16 ปี 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 และ 4 จำคุก คนละ 25 ปี


สำหรับคดีนี้ ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2536 ระบุความผิด สรุปว่า ระหว่าง วันที่ 1 ต.ค. 2535 – 25 พ.ค.2536 ต่อเนื่องกัน วันเวลาใด ไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ 4 ได้บังอาจ เป็นผู้ก่อ ให้ผู้อื่นกระทำผิด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ ไตร่ตรองไว้ก่อน โดยใช้ จ้างวาน ยุยงส่งเสริมให้


นายอภิชิต จำเลยที่ 3 จัดหาบุคคลไปฆ่า นายประมาณ ชันซื่อ ให้ถึงแก่ความตาย จากนั้น นายอภิชิต เป็นผู้ใช้ให้ นายบรรเจิด จันทนะเปลิน ให้จัดหา บุคคลไปฆ่า นายประมาณ ซึ่ง นายบรรเจิด ตอบตกลง ตามที่ นายอภิชิต จ้างวาน จึงติดต่อให้ นายสมพร จำเลยที่ 1 และ นายเณร จำเลยที่ 2 จัดหาบุคคล ซึ่งได้ นายประทุม สุดมณี และ นายบำรุง ชัยเมือง ไปฆ่า นายประมาณ


แต่ภายหลัง ทั้งสองกลับใจ ไม่ยอม กระทำความผิด นายประมาณ ชันซื่อ จึงไม่ถูกฆ่าตาย สมดังเจตนาของ จำเลย การกระทำของ จำเลย เป็น ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 83, 84 ขอให้ ลงโทษ จำเลยทั้งสี่ ตามฟ้อง


โดยในชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ แต่กลับ ให้การปฏิเสธ ในชั้นศาล ส่วน จำเลยที่ 3 และ จำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธ โดยตลอด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เมื่อ ปี 2536 นับเป็นข่าวครึกโครมมาก เนื่องจาก ขณะเกิดเหตุ นายประมาณ ชันชื่อ ขณะดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกา ส่วน นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ก็เป็น บุคคลมีชื่อเสียง และเป็น สถาปนิกชื่อดัง


โดยทั้งสองฝ่าย นำพยานเข้าสืบ ฝ่ายละ หลายสิบปากโดยฝ่ายโจทก์มี นายตำรวจ หลายนาย อาทิ พล.ต.ท.โสภณ สวิคามิน, พล.ต.ท.ธนู หอมหวน, พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย (ขณะนั้น) พ.ต.ต.ทวี สอดส่อง (ขณะนั้น) ฯลฯ

นายประมาณ ซันซื่� �ดีตประธานศาลฎีกา

นายประมาณ ซันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกา


โดยใช้เวลาพิจารณาคดี และสืบพยาน นานกว่า 15 ปี ศาลจึงนัดฟัง คำพิพากษา ส่วน นายประมาณ ชันซื่อ ได้ถึงแก่ อนิจกรรม ไป เมื่อ ก.พ. 2550 ที่ผ่านมา


ส่วน นายอภิชิต อังศุธรางกูร หรือ เล็ก สตูล เคยลงสมัคร รับเลือกตั้ง นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองสตูล และ ทำธุรกิจ เกี่ยวกับ การสัมปทานรังนก ในเขต จ.กระบี่ โดยเคยถูกลอบยิง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส มาแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
29 กันยายน 2551 12:58 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000115190


พิมพ์ ข่าวนี้ จำคุก 25 ปี “รังสรรค์และพวก” จ้างวาน ฆ่า “ประมาณ ชันซื่อ”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมเกียรติ” ว่าให้ จับตา สัปดาห์สังหาร “ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์” ถูกฟ้อง 5 ข้อหา

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์


“สมเกียรติ” จับตา สัปดาห์สังหาร “ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์” ถูกฟ้อง 5 ข้อหา


“สมเกียรติ” แนะจับตา สัปดาห์วิปโยค “ชินวัตร-วงศ์สัวสดิ์” ถูกดำเนินคดี 5 ข้อหารวด ทั้ง เรื่องติดสินบนตุลาการ และ การแจ้งทรัพย์สินที่เป็นเท็จ ระบุ “แม้ว-เจ๊แดง” เคยถูกแฉ ติดสินบนขอเสียงตุลาการ จริง และมีบันทึก เขียนเอาไว้ชัดเจน เชื่อ 3 นายกฯ ต้องติดคุก จากความผิด ที่กระทำ อย่างแน่นอน


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย


เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 28 ก.ย. 51 นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวที ทำเนียบ รัฐบาล ว่า นับจากนี้ อีก 4 วัน จะเป็นวันสังหารของ ทั้ง 2 ตระกูลคือ ชินวัตร และ วงศ์สัวสดิ์ โดยคดีแรก จะเป็นคดีที่ พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ ซึ่งเป็น เพื่อนร่วมรุ่น 9 ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ติดสินบน ในคดียุบพรรค ไทยรักไทย


สำหรับ คดีที่ 2 นายวีระ สมความคิด จะไปฟ้องเรื่องการติดสินบนอัยการ 5 คน ที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดย อีก 1 คดี จะเป็นการแจ้งจับเพิ่มเติม เรื่อง การติดสินบนตุลาการของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในวันอังคารนี้ นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับ นายสมชาย อีก คือ การแจ้งบัญชี ทรัพย์สิน ที่เป็นเท็จ และ เรื่องสุดท้าย จะเป็น การแจ้งบัญชี ทรัพยสิน ที่เป็นเท็จของ ลูกสาวนายสมชาย (นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์) อีกหนึ่งคดี เช่นกัน ซึ่งเมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ก็เป็น 5 คดีพอดี และจะเป็น 5 คดี ในสัปดาห์เดียว เท่านั้น

นายสมเกียรติ กล่าว�ีกว่า น�กจากทั้ง 5 คดี นี้แล้ว ยังจะมี คดีที่ 6

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากทั้ง 5 คดี นี้แล้ว ยังจะมี คดีที่ 6


นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากทั้ง 5 คดี นี้แล้ว ยังจะมี คดีที่ 6 อีกได้แก่ คดี การยุบพรรคชาติไทย แห่งสุพรรณบุรี ซึ่งรวมทั้งหมดนี้ คนพวกนี้ ไม่รู้จะอยู่ได้ อีกหรือเปล่า


ทั้งนี้ในช่วง 5 ปี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ครองอำนาจ นายสมชาย ก็มีการ รับใช้มาตลอดเวลา ซึ่งสมัยที่เขาดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม จนครบ 4 ปี ตามวาระแล้ว พ.ต.ท. ทักษิณ ได้มีการต่ออายุให้เขา เพื่อทำงานให้อีก เป็น 6 ปี ในการช่วยเหลือ ด้านคดีต่างๆ แต่เมื่อถูกประณามมากๆ จาก สื่อ และ ประชาชน พ.ต.ท. ทักษิณ จึงได้มีการใช้วิธีต่างๆ เพื่อให้ นายสมชาย ได้ดำรงตำแหน่งนี้ โดยได้มีการย้ายให้ไปเป็น ปลัดกระทรวงแรงงาน แทน ปลัดกระทรวงคนเก่า ที่จะเกษียณอายุ ในอีก 8 เดือน เพื่อให้ ปลัดกระทรวงนี้ มาดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม แทน และ เมื่อปลัดคนนี้ เกษียณอายุ ก็ได้นำ นายสมชาย มาเป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม ต่ออีกครั้ง


สำหรับเรื่องนี้นั้น ได้มีการบันทึกไว้เป็นอย่างดีใน หนังสือ ที่เกี่ยวข้องกับ การตัดสนิคดียุบพรรค โดย ได้มีการระบุว่า มีการผลักดัน ให้ น้องเขย มาดำรงตำแหน่ง ทั้งที่หมดวาระแล้ว ซึ่งเป็นเรื่อง ที่มีการตีแผ่กัน ในช่วงนั้น นอกจากนี้ ยังมีการตีพิมพ์ข่าว ระบุอีกว่า การแต่งตั้ง นายสมชาย ในเวลานั้น ก็เพื่อมาช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องของ คดีความ เป็นหลัก โดยต่อมา ได้มีการแฉกันในศาล ด้วยว่า มีการติดสินบน ตุลาการ เกิดขึ้นจริง


มีการแฉกัน กลางศาล โดย นายอุระ หวังอ้อมกลาง หนึ่งในตุลาการ ได้บอกว่า มีการล็อบบี้เกิดขึ้นจริง โดย พ.ต.ท. ทักษิณ ขอเสียงเขา ในการตัดสิน อีก 1 เสียง โดยจะให้ ลูกที่ทำงาน ในกระทรวงต่างประเทศ ได้ทำงานดีๆ หรือ จะมาเล่นการเมือง ก็ได้ นอกจากนี้ นางเยาวภา หรือ เจ๊แดง ยังมาพบเขา เพื่อขอให้ช่วย ในเรื่องนี้ เช่นกัน โดยมีการอ้างว่า ตุลาการท่านอื่น ได้มีการตอบตกลงมาแล้ว แต่ นายอุระ ไม่ตอบอะไร ได้แต่ นิ่งเฉย


นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ถ้านายสมชาย อยู่อย่างสงบ คดีนี้ ก็จะไม่ฟื้นขึ้น แต่การเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ การเมือง และ รับตำแหน่ง นายกฯ นั้น จะต้อง ถูกตรวจสอบ และ อยากรู้ว่า เขาจะตอบสังคม ได้อย่างไร ในการช่วยเหลือ พี่เขย ตนเอง


และ สถานการณ์เช่นนี้เอง น่าจะทำให้ประชาชน ได้รับชัยชนะ ในช่วงเดือนตุลาคม แต่ถ้ายังไม่สำเร็จ คงจะต้อง ต่อสู้กันต่อไป โดยประเด็นที่จะ ทำให้ นักการเมืองพวกนี้ หมดอนาคต น่าจะมีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่อง คือ คดียุบพรรค และ ความผิดส่วนตัวของ ทั้ง 2 ตระกูล ที่กล่าวมาข้างต้น และ เชื่อว่า ประวัติศาสตร์ จะต้องมี การจารึกว่า นายกรัฐมนตรีประเทศไทย คนที่ 23, 25 และ 26 จะถูกจำคุก จาก ความผิดที่กระทำ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวที ทำเนียบ รัฐบาล

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวที ทำเนียบ รัฐบาล


“สัญญาณว่า การสิ้นสุด ของ ความเลวร้าย กำลังจะหมดไป ด้วย ตุลาการภิวัฒน์ ซึ่งผมเคยเขียน บทความ ในหนังสือพิมพ์ เรื่องคัมภีร์มาลัยสูตร บอกว่า ในปี 5050 ตอนนี้ 2551 ก็อีก 2500 ปี ไฟบรรลัยกัลป์ จะล้างโลก คนชั่ว จะถูกเผาก่อน เหลือแต่คนดี ซึ่งถ้าจะบอกว่าคนดี คือ พันธมิตรฯ ก็ไม่เสียหาย จะมีต้นกัลปพฤกษ์ อยู่สี่มุมเมือง ปรารถนาสิ่งใด จะได้สิ่งนั้น เพราะว่า


พระศรีอาริยเมตตรัย หรือ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 จะลงมาจุติ ประชาชน จะมีแต่ คนดี ใจบุญสุนทาน ซึ่งการเคลื่อนไหวของ พันธมิตรฯ เพื่อให้มี การเมืองใหม่ นั้น การเมืองใหม่ ในความหมาย ของแกนนำ นั้น ก็คือ ยุคพระศรีอาริย์ ขณะที่ พันธมิตรฯ ก็คือกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ ที่มี ความรักชาติ รักสังคม จุนเจือ ช่วยเหลือกัน และ ร่นเวลา 2500 ปี ให้เหลือเพียง ปีเดียวถึง ยุคพระศรีอาริย์ เลย ยิ่งใหญ่มาก ที่สามารถลด เหลือปีเดียว” นายสมเกียรติกล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
29 กันยายน 2551 02:54 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000115055


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” จับตา สัปดาห์สังหาร “ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์” ถูกฟ้อง 5 ข้อหา


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

แผนช่วยเหลือ สถาบันการเงิน มูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ


29 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ ต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


คองเกรส เห็นชอบ แผนกู้ศก. $7แสน ล.


แต่ยังต้องมีการ ปรับเปลี่ยน อีกบางส่วน คาดสภาล่าง จะยกมือโหวตได้ในวันอาทิตย์ หรือไม่ก็วันจันทร์ ก่อนส่งให้ วุฒิสภาต่อไปสภาคองเกรส พยายามอย่างหนัก ที่จะหาข้อสรุปให้ได้ ก่อนที่ตลาดหุ้นเอเชีย จะเปิดทำการในวันจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยง ผลกระทบรุนแรง เหมือนเช่นสัปดาห์ก่อน


นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนฯ พร้อมด้วย นายแฮรี รีด ประธาน เสียงข้างมากใน วุฒิสภา และ แกนนำสภา คนอื่นๆ ออกมา ประกาศว่า สภาคองเกรส ตกลงกัน ได้แล้วเรื่อง แผน 7 แสนล้านดอลลาร์ ตอนหลังเที่ยงคืน วันเสาร์หรือ เช้าตรู่วันอาทิตย์


เปโลซี ระบุว่า ยังเหลือขั้นตอน ด้านเอกสาร ก่อนจะมีการเห็นชอบ อย่างเป็นทางการ ขณะที่ แกนนำสภาคองเกรส คนอื่นๆ หวังว่า สภาล่างน่าจะ โหวต รับรอง แผนการดังกล่าวได้ ในวันอาทิตย์ หรือไม่ก็ วันจันทร์ ก่อนจะส่งต่อไป ยังวุฒิสภาหลัง นางเปโลซี พูดคุยทางโทรศัพท์ กับ ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เมื่อช่วงค่ำ วันเสาร์


จากนั้น ทำเนียบขาว ออกแถลงการ ชื่นชมความพยายาม ของ สภาคองเกรส ที่ช่วยกัน หาทางสร้างเสถียรภาพ แก่ ตลาดเงิน และ ปกป้อง เศรษฐกิจ ของประเทศ


โทนี แฟรตโต โฆษก ทำเนียบขาว เผยนอกจาก นางเปโลซี แล้ว ประธานาธิบดี ยังได้พูดคุยกับ สมาชิกสภาคองเกรส คนอื่นๆ ที่เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตาม ความคืบหน้าของ การหารือ อย่างไรก็ดี เมื่อถูกถามว่า ประธานาธิบดีบุช เห็นด้วย กับข้อตกลงที่ คองเกรส เห็นชอบ หรือ ไม่ แฟรตโต ระบุเพียงว่า ไวท์เฮาส์ ยินดีอย่างยิ่ง ที่พูดคุย มีความคืบหน้า


ส.ว. เคนท์ คอนราด ประธาน คณะกรรมาธิการ งบประมาณของวุฒิสภา เปิดเผยว่า ข้อตกลง คร่าวๆ ของ สภาคองเกรส ที่ยังต้องมี การปรับ เปลี่ยน แก้ไข นั้น กำหนดให้มาตรการ 7 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อจัดการ หนี้เสีย ของ สถาบันการเงิน ต้องอยู่ภายใต้ การควบคุมดูแล ของ คณะกรรมการ ที่ประกอบด้วย รัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพานิชย์ ประธาน คณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์ และ ประธาน ธนาคารกลาง (เฟด)


ส.ว.คอนราด ระบุอีกว่า งบจำนวน 7 แสนล้านดอลลาร์ที่ตั้งไว้ จะถูกแบ่งจ่าย เป็นงวดๆ โดยงวดแรก จำนวน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ จะใช้ได้ ทันที ที่ประธานาธิบดี ร้องขอ แต่ สภาคองเกรส อาจพยายามยับยั้ง การเบิกใช้งบ ที่เหลือได้ หากเห็นว่า มาตรการดังกล่าว ไม่ได้ผล


ขณะที่ กระทรวงการคลัง ต้องจัดให้มี โครงการประกันภัย ซึ่งภาคอุตสาหกรรม เป็น ผู้จ่ายเบี้ยประกัน เพื่อบรรเทา ความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้น กับ ประชาชนผู้เสียภาษี นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้อง มีสิทธิ์ ในการเข้าไป ถือครองหุ้น ในบริษัท ที่ขายสินทรัพย์ ภายใต้ แผนช่วยเหลือ นี้


หากแผนช่วยเหลือ สถาบันการเงิน มูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังกล่าว ที่รัฐบาลของ ประธานาธิบดีบุช ประกาศออกมา เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ ผ่านมา ได้รับ การเห็นชอบ จากสภา ครั้งนี้จะถือเป็น การเข้าแทรกแซง ตลาดเงินครั้งใหญ่ที่สุด และ ใช้งบมหาศาลที่สุด นับตั้งแต่ สหรัฐ เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ตกต่ำรุนแรง (great depression) เมื่อหลาย สิบปีก่อน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 29 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=29/Sep/2551&news_id=164584&cat_id=800


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ คองเกรส เห็นชอบ แผนกู้ศก. $7แสน ล.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ข้อพิพาท ระหว่าง ทีโอที และ กสทฯ


เศรษฐกิจ 29 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


ทีโอที บีบ กสท จ่ายค่าเชื่อม โทรทางไกล


ที่มีอยู่ในขณะนี้ คือ การคิด ค่าเชื่อมโยง โครงข่ายโทรทางไกล ระหว่างประเทศ หรือ ค่าคู่สายที่ ทีโอที ต้องได้รับ ส่วนแบ่งรายได้ จาก กสทฯ โดย บอร์ดได้มีมติให้ เริ่มคิด อัตราค่าเชื่อมโยง โครงข่ายโทรทางไกล ระหว่างประเทศ ตั้งแต่ 1 มิ.ย.2547


อย่างไรก็ตาม เดิม ทีโอที ต้องการให ้เริ่มคิดค่าเชื่อมโยงโครงข่ายตั้งแต่ 1 ม.ค.2547 แต่การหารือดังกล่าว ไม่ได้ มีการบันทึกเป็น ลายลักษณ์ อักษร ดังนั้น จึงต้องยึดตาม มติของ บอร์ด กสทฯ โดยให้ คิดค่าเชื่อมโยง ในวันที่ 1 มิ.ย.2547


โดยจากการที่ ได้เริ่มคิดค่าเชื่อมโยง ตามมติบอร์ด กสทฯ ได้ส่งผลให้ ทีโอที ต้องสูญเสียรายได้ กว่าพันล้านบาท ทั้งนี้หาก กสทฯ ยังไม่ยอมจ่าย ส่วนแบ่งรายได้ ทีโอที ก็จะส่งเรื่องไปยัง ศาล และ อัยการสูงสุด เพื่อให้เป็นไป ตามขั้นตอนข้อพิพาท


ส่วนกรณี ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (แอ็คเซ็สชาร์จ หรือ เอซี) ที่ ทีโอที เห็นด้วยกับ กสทฯ โดยให้รอ คำตัดสิน จากศาล แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วน ของ ค่าเชื่อมต่อเลขหมาย (อินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จหรือไอซี) นั้น บอร์ด ทีโอที เห็นว่า ควรเริ่มใช้อัตรา ไอซี เฉพาะ เลขหมายใหม่ ที่ คณะกรรมการ กิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ หรือ กทช. เป็นผู้อนุมัติ


“จากข้อสรุปเบื้องต้นของ ข้อพิพาท ระหว่าง ทีโอที และ กสทฯ จะมีการเสนอต่อ นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศ และ การสื่อสาร หรือไอซีที ต่อไป” นายระเฑียรกล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 29 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=29/Sep/2551&news_id=164594&cat_id=600


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ ทีโอที บีบ กสท จ่ายค่าเชื่อม โทรทางไกล


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.