Accom Thailand

September 30, 2008

“บิ๊กจิ๋ว” โซ่ข้อเสื่อม ฝันคลายปัญหา หยอด “จำลอง” คนสมถะ เป็นพี่น้อง สายเลือดเดียวกัน


30 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


การเมือง – ข่าว
กล่อมพันธมิตรฯ เดินเกมส่ง ‘บิ๊กจิ๋ว’ เจรจา –
‘ป๋า’ เปิดบ้านรอ นายกฯ


รัฐบาลส่ง “บิ๊กจิ๋ว” กล่อมม็อบ พันธมิตรฯ โซ่ข้อเสื่อม ฝันจะช่วย คลี่คลายปัญหา หยอดคำหวานใส่ “จำลอง” คนสมถะ เป็นพี่น้อง สายเลือดเดียวกัน


ด้านแกนนำพันธมิตรฯ เผยมีการพูดคุย ทางโทรศัพท์ไถ่ถาม สารทุกข์สุกดิบ ยังไม่มีเงื่อนไขให้ยุติการชุมนุม ระบุต้องหารือ แกนนำ ก่อนเสนอ ข้อตกลง ยอมรับ “มือตบพลาสติก” เป็นแนวร่วม พันธมิตรฯ ต้านนายกฯ ด้วยตัวเอง อย่างสันติ อหิงสา


“เปรม” เปิดบ้าน ต้อนรับนายกฯ หลังทำหนังสือ ขอเข้าพบ ชี้คนไทย อยากให้บ้านเมือง สงบเรียบร้อย ฝากผู้รับผิดชอบ ช่วยกันคิด แต่ตอบยาก “สมชาย” จะแก้วิกฤติ ได้หรือไม่


มีความคืบหน้า การเจรจา ระหว่าง รัฐบาล กับ กลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง สาเหตุที่กลับมา รับตำแหน่งทางการเมือง อีกครั้งว่า เพราะได้รับการร้องขอ ให้เข้ามาช่วยชาติ เพราะว่า


ขณะนี้ บ้านเมือง มี ปัญหาความแตกแยก ถ้าเข้ามา จะได้ช่วยพูดจา เพื่อคลี่คลายปัญหา ซึ่งเราได้ทำงานให้ บ้านเมือง มาเยอะแล้ว จึงต้องช่วยกัน ทำให้ บ้านเมืองอยู่รอด


“มาวันนี้ก็เพราะ มีความน่าเป็นห่วง ทุกคนต้องมา ช่วยกัน ใครอยู่ในฐานะไหน ก็ช่วยได้ เพราะการเข้าไป ช่วยบ้านช่วยเมือง แค่วันเดียว ก็คุ้มแล้ว ขอให้ มาช่วยกัน จริงๆ ซึ่งไม่คิดว่า จะยุ่งยากอะไร เพียงแต่ต้องเข้าใจว่า ผู้ที่มีความขัดแย้ง เขา (กลุ่มพันธมิตรฯ) คิดอย่างไร ก็ต้อง ทำความ เข้าใจ ให้ความเห็นใจ เขา ด้วยการหารือกัน แค่นั้นก็จบ คนไทย ก็มีแค่นั้น”
พล.อ.ชวลิตกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีให้เป็นคนกลาง ในการเจรจากับ พันธมิตรฯ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่อยากพูด ตอนนี้ ขอให้ได้รับ การมอบหมาย ก่อน ใน เรื่อง การเจรจา กับ ม็อบ คงไม่เป็นไร เพราะไม่ได้เป็น เรื่องส่วนเดียว แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก เช่น ภาคใต้ เรื่องชายแดน ต้องดูก่อนว่า จะมี การ มอบหมาย อย่างไร


ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ได้มีการมอบหมายบุคคลใกล้ชิด ให้ไปเจรจากับ กลุ่มพันธมิตรฯ รองนายกฯ ยอมรับว่า ได้มีการต่อสาย คุยกันตลอด พูดผ่านสื่อ บ้าง ก็ได้ทำ หลายทาง แต่เรื่องนี้ ต้องดูก่อนว่า จะได้รับมอบหมาย ให้ไป เจรจาหรือไม่ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า จะต้อง มีความเข้าใจว่า เราคิดยังไง เขาคิดอย่างไร


เมื่อถามย้ำว่า พร้อมไปเจรจา หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า พูดภาษาเดียวกัน ทั้งนั้น เมื่อซักว่า จะมั่นใจได้อย่างไร ว่า พันธมิตรฯ จะคุยด้วย พล.อ. ชวลิต กล่าวว่า ทางพันธมิตรฯ เอง ก็อยากจะแก้ไข ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ดีขึ้น มิใช่หรือ ซึ่งก็เป็น แนวทางที่ตรงกัน อยู่แล้ว “เราเป็นพี่เป็นน้องกัน เกือบพูดได้เลยว่า สายเลือดเดียวกัน และ พล.ต. จำลอง เองก็เป็น คนสมถะ เราเสียอีกที่ยังมี กิเลส อยู่” พล.อ. ชวลิต กล่าวเมื่อถามว่า ด้วย ความที่รู้จัก กับ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ มาก่อน จะสามารถ เจรจา ได้ดีขึ้น หรือ ไม่


รับ”จิ๋ว”ติดต่อเจรจา


ทางด้าน แกนนำพันธมิตรฯ ประกอบด้วย พล.ต. จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ แถลงข่าว ที่ห้องสื่อมวลชน ทำเนียบรัฐบาล โดย พล.ต. จำลอง ยอมรับว่า มีการติดต่อเจรจา จากทาง พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ มาจริง ซึ่งพันธมิตรฯ เคยบอกไว้ว่า ไม่ได้ปิดประตูตาย เรื่องการ เจรจา ยินดีพูดคุยกับ ทุกฝ่าย


“เป็นการพูดคุยกัน ทางโทรศัพท์ เท่านั้นเอง ท่านเป็นคนสุภาพมาก พูดจาก็เพราะ ใครเห็นก็ชอบ ท่านใช้คนสนิท ติดต่อ ท่านพูดเอง บ้างนิดหน่อย คือเรื่องนี้ ต้องบอกว่า การพูดจากัน เป็นเรื่องที่ดี ทุกคนล้วนแล้วแต่ รู้จักกัน ทั้งนั้น ไม่ใช่คนแปลกหน้า การคุยกัน ดีกว่า สมัยที่แล้ว ที่ใช้กำลัง ใช้ความรุนแรง ใช้ไปแล้ว ก่อให้เกิด ข่าวใหญ่โต ไปทั่วโลก อย่างนั้นมันไม่ดี แต่การคุยกัน กับท่าน ยังไม่มีอะไร เป็นมั่นเป็นเหมาะ เพราะยังไม่ได้ ลงในรายละเอียด ที่ประชุมเรา มีข้อตกลงกันว่า ใครก็ตาม ที่ได้รับติดต่อ มาจากรัฐบาล ต้องมาหารือกัน ก่อนที่จะเสนอ ข้อตกลงอะไรไป” พล.ต. จำลอง กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสเปิด โต๊ะเจรจา หรือไม่ นายพิภพ กล่าวว่า มีโอกาสเป็นไปได้ พันธมิตรฯ ไม่ได้ปิดกั้น การเจรจา ขึ้นอยู่ที่ เนื้อหา รายละเอียด ว่าเป็นอย่างไร


เมื่อถามว่า สิ่งที่ทำให้การเจรจา ไม่คืบ เพราะมีเงื่อนไขบางอย่าง ไม่ตรงกันหรือไม่ พล.ต. จำลอง ปฏิเสธว่า ไม่มีเงื่อนไขอะไร เพราะยังไม่ได้ พูดกัน ถึงเรื่องนั้น พล.อ. ชวลิต เห็นว่า ความมุ่งหมายของ พันธมิตรฯ มีช่องทางในการ หารือกันได้ จึงติดต่อมา พันธมิตรฯ จะไปติดต่อ ไม่ได้ เพราะ ไม่ได้ใหญ่โต อะไร


อย่างก็ไรตาม พล.ต. จำลอง ยังไม่ระบุว่า เงื่อนไข ที่จะทำให้ การเจรจา เดินหน้าต่อได้ คืออะไร เพราะตอนนี้เป็น ขั้นตอน การเจรจากัน ส่วนเงื่อนไข ที่จะทำให้ พันธมิตรฯ ยุติการชุมนุมนั้น ก็ยังไม่มี เพราะต้องฟัง พล.อ. ชวลิต ก่อนว่า จะมีคำแนะนำอะไร แล้วพันธมิตรฯ จะมาหารือ กันว่า ทำได้หรือไม่ ซึ่งต้องคำถึงถึง ผู้ชุมนุมด้วย


ถามว่าเป็นเพราะ ตัวแทนของรัฐบาล เป็น พล.อ. ชวลิต หรือไม่ จึงทำให้ การเจรจา ส่งสัญญาณ ที่ดี นายพิภพ กล่าวว่า ไม่ใช่ตัว พล.อ. ชวลิต คนเดียว เพราะ พันธมิตรฯ รับการติดต่อจาก ผู้ใหญ่ทุกคน


เมื่อซักว่า มีแนวโน้มที่ พล.อ. ชวลิต จะให้พันธมิตรฯ ย้ายออกจาก ทำเนียบรัฐบาล หรือไม่ พล.ต. จำลอง ยืนยันว่า ยังไม่มีการหารือ ในเรื่องนี้ เป็นเพียง การถามเรื่อง สารทุกข์สุกดิบ เป็นห่วงใย ในฐานะที่ พล.อ. ชวลิต เป็นผู้ใหญ่ ที่พูดกับ คนอายุน้อยกว่า


สำหรับเหตุการณ์ ที่แนวร่วมพันธมิตรฯ ใช้ มือตบพลาสติก และ ตะโกนขับไล่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขณะ บันทึกเทปรายการ “ครบรอบ 75 ปี ธรรมศาสตร์” และกลางห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน ขณะที่ช่วย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคพลังประชาชน หาเสียง ต้านนายกฯ อย่าง สันติอหิงสา


พล.ต. จำลอง ชี้แจงว่า พันธมิตรฯ ทุกคน มีความคิด ที่เป็นอิสระ แกนนำไม่สามารถ สั่งการอะไรได้ เรื่องทั้งหมด ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ นักการเมือง ที่ใช้อำนาจ ในทางที่ผิด ทำให้บ้านเมือง เกิดความเสียหาย ไม่รู้จักหยุดหย่อน ทำเหมือนว่า ไม่มีประชาชน อยู่ในประเทศ พวกเขา เลยต้องออกมา แสดง ความคิด ความเห็น ในสิ่งที่สามารถ ทำได้ โดยที่ไม่ผิดกฎหมาย และ พวกเขา ก็ทำตามที่ พันธมิตรฯ ส่วนกลาง ทำ


คือการต่อต้าน อย่าง สันติ อหิงสา ไม่มีอาวุธ ไม่ได้ทำร้าย หรือ ทำลายสิ่งของ สถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นการ แสดงออก ให้เห็นว่า ถึงเวลา ที่ต้องมี การปรับเปลี่ยน ทางการเมือง


“ทุกคนที่มาชุมนุม ล้วนเป็น พันธมิตรฯ ทั้งสิ้น เราไม่รู้ว่า เขาชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน อาชีพอะไร เขาจะทำเรื่องอะไร ก็เรื่องของเขา เราไปห้าม เขาไม่ได้ เป็นเรื่อง ที่ทำกันเอง ถ้าเราไปสั่งเขา เขาคงไม่ฟังหรอก เพราะต่างคนต่างมี อิสระเสรี ที่เขามาชุมนุม เป็นเพราะ สมัครใจมา ซึ่งเห็นว่า เป็นวิธีเดียว ที่จะหยุดยั้ง ความไม่ดี ที่เกิดจาก การกระทำของ นักการเมือง” แกนนำพันธมิตรฯ ผู้นี้กล่าว และ ว่า ไม่ใช่ประเทศเรา ประเทศ เดียว ที่ทำเช่นนี้ ประเทศอื่นๆ ก็มี แต่มีลักษณะ ที่แตกต่างกัน ออกไป


ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ดูเหมือนว่า จะมีความรุนแรง มากขึ้น อย่างที่ จ.เชียงใหม่ มีการปิดล้อม ที่ทำการของ เอเอสทีวี และ เกิดการปะทะกัน จนทำให้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พล.ต. จำลอง กล่าวว่า ต้องดูว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ใครเป็นคนผิด ตำรวจรู้ว่า จะมีการปิดล้อม แต่ทำไม ไม่เข้ามา สกัดกั้น ฝ่ายที่ทำงานที่ เอเอสทีวี ไม่ผิด เพราะพวกเขา อยู่ในที่ทำงาน ซึ่งอีกฝ่าย ยกพวกเข้ามาทำร้าย ซึ่งใครผิด ก็ต้องว่ากันไป ตามกฎหมาย


เมื่อถามว่า นายสมชาย อาจได้รับคะแนนความสงสาร จากประชาชนเพิ่มมากขึ้น นายพิภพกล่าวว่า ไม่น่า จะเป็นเช่นนั้น เพราะความรู้สึก ของ ประชาชน ไม่ยอมรับ รัฐบาลชุดนี้ ตั้งแต่การแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีชุดนี้ แล้ว เพราะเห็นว่า ส่วนใหญ่ต่างเข้ามา ทำงานเพื่อกอบโกย ผลประโยชน์


นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต. จำลอง พูดคุยกับ พล.อ. ชวลิตว่า คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ถ้า ทุกฝ่ายหันหน้า เข้าหากัน อย่าเอาเรื่องส่วนตัว มาเกี่ยวข้อง มองเรื่อง ผลประโยชน์ประเทศชาติ เป็นหลัก


สิ่งไหนที่ ต้องการให้ รัฐบาล ที่มาตาม ครรลอง คลองธรรม ดำเนินการ ก็เรียกร้องให้ รัฐบาล ทำไป แต่ต้องอยู่ใน ขอบเขตบริบท ของ รัฐธรรมนูญ ด้วย


ส่วนกรณีที่ นายกฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ต่างๆ แล้ว โดนชุมนุมขับไล่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ ไม่ควรเกิดขึ้นใน สังคมไทย อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องให้เกียรต ิคนที่เป็น ผู้นำของประเทศ ความรู้สึกไม่ชอบใคร ก็แล้วแต่ ในระบอบประชาธิปไตย มีทางออก อยู่แล้ว ว่าจะต้อง ทำอย่างไร การแบ่งแยก คนไทยออกเป็นพวก อย่างนี้ ไม่ใช่ทางทีดีเลย


ส่วนความเคลื่อนไหว ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ช่วงเช้า ได้เรียกประชุมรัฐมนตรี ในส่วนของ พรรคพลังประชาชน ณ ที่ทำการพรรค ภายหลัง การประชุม นาย ธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรฯ กล่าวถึง กรณีที่ กลุ่มพันธมิตรฯ ตามโห่ไล่ นายสมชายว่า ในที่ประชุม ก็ไม่ได้มีการพูดคุย เรื่องนี้ แต่ นายกฯ ระบุ กับรัฐมนตรี ว่า “ไม่โกรธ ไม่เกลียด ผมทนได้ ไม่มีปัญหา พวกคุณ ไม่ต้องกังวล กับผม ผมจะ อดทน และ จะทำ ให้ดีที่สุด ขอให้ รัฐมนตรี ไม่ต้องกังวล กับ ผม เชื่อว่า จะยังทำงานได้ และที่สำคัญ อยากให้เกิด ความสมานฉันท์ โดยอยากให้ รัฐมนตรีเป็น ผู้ช่วยประสาน”


โทษ ปชป. อยู่เบื้องหลัง


ขณะที่ นาย ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม กลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวว่า หากสถานการณ์ ยังเป็นเช่นนี้อยู่ อาจจะนำเรื่องดังกล่าว เข้าสู่ ที่ประชุม สภาฯ ซึ่งตนเชื่อว่ามี พรรคการเมือง อยู่เบื้องหลัง แม้ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะปฏิเสธว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ตน เห็นว่า มีการเชื่อมโยงกัน ชัดเจน ซึ่งยืนยันได้ว่า เป็นฝีมือของ พรรคใด เพราะมีความเชื่อมโยง อย่างชัดเจน ทั้งนี้ พรรคพลังประชาชน จะไม่จัด ม็อบ มไล่ พรรคประชาธิปัตย์ แน่นอน


แหล่งข่าวใกล้ชิด นาย สมชาย เปิดเผยว่า ทางนายกฯ พยายาม ต่อสาย การเจรจา กับ แกนนำ กลุ่มพันธมิตรฯ อย่างเต็มที่ แต่ทางกลุ่ม พันธมิตรฯ เสนอเงื่อนไข ที่ยากจะเป็นไปได้ คือ ไม่เอารัฐบาล พรรคพลังประชาชน จึงเป็นเรื่องยาก ที่จะให้เกิดการเจรจา จนทำให้ พันธมิตรฯ ต้องออกจาก ทำเนียบรัฐบาล


แหล่งข่าวเปิดเผย ด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่ นายกฯ ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ โห่ไล่ นายกฯ ไม่ได้กังวล หรือ ติดใจ แต่อย่างใด จนถึงขั้น ต้องเพิ่ม ทีม รักษาความปลอดภัย เพิ่มเติม หรือจะให้มี การฟ้องร้อง ดำเนินคดี ตามกฎหมาย เพราะไม่ต้องการ ให้เกิดภาพ การเผชิญหน้า เพราะตั้งแต่ เกิดเหตุการณ์ โห่ไล่ นายกฯ กลุ่มที่สนับสนุน นายกฯ ต่างพยายาม จะเข้ามา ขอพบ พร้อมกับ จะนำกลุ่มคน จำนวนมาก ไปร่วมให้การสนับสนุน และ กำลังใจ เช่น กลุ่มเป๋คลองเตย แต่ทางนายกฯ ไม่ต้องการ ให้เกิดภาพ การปะทะ จึงปฏิเสธไป ทุกกลุ่ม


เมื่อเวลา 16.30 น. ภายหลัง การประชุมคณะกรรมการ จัดทำร่างนโยบายรัฐบาล ที่จะแถลงต่อรัฐสภา นายสมชาย ได้หลบเลี่ยง สื่อ ออกจาก ที่ทำการชั่วคราว ทำเนียบรัฐบาล ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยให้ หน่วยรักษาความปลอดภัย และ จราจร นำอยู่กับที่ โดยไม่แจ้ง คนขับรถ นำขบวน ว่า นายกฯ ได้ออกไปแล้ว ซึ่งนายกฯ ได้ให้รถยนต์ส่วนตัว วนไปรับ ที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งไม่มี ผู้สื่อข่าวดักรอ


สำหรับกำหนด การเดินทางไป จังหวัดเชียงใหม่ นั้น นายสมชาย จะเดินทางไปในช่วงเย็นของ วันพุธที่ 1 ต.ค. เพื่อสักการะ พระธาตุดอยสุเทพ และ เยี่ยมเยือน ประชาชนที่ อำเภอสันกำแพง และ จะเดินทางกลับใน วันที่ 2 ต.ค. นอกจากนี้ นายกฯ ยังมีกำหนดการ พบ สื่อไทย และ ต่างประเทศ ในวันที่ 10 ต.ค. ที่ กระทรวงการต่างประเทศ


อย่างไรก็ตาม นายกฯ จะไม่มีรายการ วิทยุ นายกฯ พบประชาชน เหมือนสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ


มีรายงานว่า นายสมชายได้ส่งหนังสือ ขอเข้าพบ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ ดำรง ตำแหน่ง นายกฯ


“เปรม” เปิดบ้านรอ “นายหัวชาย”


ด้าน พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรี จะขอเข้าพบว่า ได้มีการติดต่อมา ขอเข้าพบแล้ว แต่ยังไม่สามารถบอก กำหนดการวันเวลา ที่พบได้


ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรถึง นายกฯ และ คนไทย ในเรื่องความสามัคคี หรือไม่ พล.อ. เปรมกล่าวว่า “ถ้านายกฯ มาคงจะได้พูดกัน” น่าจะไป ถาม นายกฯ แต่ผมเชื่อว่า คนไทยอยากให้ บ้านเมืองสงบเรียบร้อย


ผู้ที่มีหน้าที่ ในการดูแล ชาติบ้านเมือง ทุกฝ่าย ต้องตอบสนอง ความต้องการของ คนไทย แต่จะทำอย่างไรนั้น ผมไม่ทราบ ทราบเพียงว่า เป็น ความต้องการ ของ คนไทย ที่จะให้ บ้านเมือง สงบเรียบร้อย


ดังนั้น ผู้ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบ บ้านเมือง ทุกฝ่าย จะต้องไปคิดว่า จะทำอย่างไร บ้านเมือง จึงจะสงบเรียบร้อย พล.อ. เปรม กล่าว เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไร ที่บ้านเมือง มีความวุ่นวาย


เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็น ผู้ที่มีประสบการณ์ ในการดูแลบ้านเมือง อยากเสนอแนะ อะไร ประธานองคมนตรี กล่าวว่า สมัยตนไม่เป็นอย่างนี้ เมื่อถามย้ำว่า สมัยนี้ ควรจะทำอย่างไร พล.อ. เปรมกล่าวว่า ไม่ใช่คนเดียวคิด ต้องหลายคนร่วมกัน เมื่อซักว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่ท่านจะเป็น ประธาน ระดมสมอง ช่วยกันแก้ปัญหา พล.อ.เปรมปฏิเสธว่า คงเป็นไปไม่ได้


ถามอีกว่า สิ่งสำคัญคือ ทุกคนต้องรักษา กฎระเบียบกฎหมาย ใช่หรือไม่ พล.อ. เปรมกล่าวว่า ใช่ อย่างไรก็ตาม พล.อ. เปรม เชื่อว่า คนไทย จะกลับมา ปรองดอง กันได้


ผู้สื่อข่าวถามว่า โดยส่วนตัว ท่านมีความสนิทกับ นายกฯ มากน้อยแค่ไหน พล.อ. เปรม กล่าวว่า ไม่เคยรู้จักกัน นาย สมชาย เป็นคน นครศรีธรรมราช ตนเป็น คนจังหวัดสงขลา เมื่อถามว่า เป็น คนใต้ เหมือนกัน จะทำให้พูดจากันง่าย ขึ้นหรือไม่ พล.อ. เปรมกล่าวว่า ไม่เคยเจอกัน ด้วยซ้ำไป


“เป็นคำถาม ที่ตอบยากมาก” พล.อ. เปรม ตอบคำถามที่ว่า นาย สมชาย มีความสามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ได้หรือไม่


ถามว่า สามารถตั้งความหวัง กับนายกฯ คนใต้ ได้หรือไม่ พล.อ. เปรม กล่าวว่า ตนไม่อยากให้แบ่งว่า มาจากภาคโน้น ภาคนี้ เป็น คนไทย ต้องทำ เพื่อคนไทย เมื่อถามว่า ในอนาคตอยากเห็น ประเทศไทย เป็นอย่างไร พล.อ. เปรมกล่าวว่า สื่อต้องตอบคำถามนี้ และเด็กๆ หนุ่มสาว อยากเห็น บ้านเมือง เป็นอย่างไร


“ต้องไปอ่าน พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะไม่ว่าฉบับไหน จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ชาติบ้านเมือง หากคนไทยรับ ใส่เกล้า ใส่กระหม่อม นำไปปฏิบัติ จะสำเร็จ” พล.อ. เปรม กล่าว


พล.ร.อ. สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า พล.อ. เปรม เป็น ประธานองคมนตรี และ เป็นบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ ของ ประเทศชาติ คนหนึ่ง มีประสบการณ์สูง มีความรู้ และ ความชำนาญมาก หาก นาย สมชาย ไปพบ และ หารือ กับ พล.อ. เปรม คงได้ประโยชน์ ได้อะไร หลายอย่าง ซึ่งถือเป็น เรื่องที่ดี ไม่เสียหายอะไร


เมื่อถามว่า เชื่อมั่น การแก้ไขปัญหา ของ ประเทศชาติ ของ นาย สมชาย หรือไม่ พล.ร.อ. สถิรพันธุ์ กล่าวว่า ท่านมีความเข้มแข็ง แต่มี ความ นุ่มนวล ตามบุคลิก ของท่าน เชื่อว่า นาย สมชาย จะสามารถนำพา คณะรัฐมนตรี ให้ทำงานลุล่วง ไปได้ด้วยดี แต่เห็นว่า อยู่ในระหว่าง การเจรจา ต้องใช้เวลา เรื่องนี้ เกิดมานาน จำเป็นต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่า สถานการณ์จะดีขึ้น เรื่อยๆ


พล.อ. บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ นาย สมชาย ถูกกลุ่มคนติดตาม ไปขับไล่ว่า เป็นธรรมดา ที่จะมีอะไร ไปกระทบอารมณ์ บ้างนิดหน่อย ทั้งนี้ ต้องดุว่า ยากแค่ไหน และ จะควบคุมกันได้ มากน้อยแค่ไหน ทั้งควบคุมตนเอง และ ควบคุมผู้อื่น


เมื่อถามว่า นายกฯ ต้องพิสูจน์ตัวเอง หรือไม่ว่า เข้ามาเพื่อ ประเทศชาติ อย่างแท้จริง พล.อ. บุญสร้าง กล่าวว่า เป็นความท้าทาย ถ้ามุ่งมั่น และ หนักแน่น เสียสละจริงๆ สักระยะหนึ่ง ก็จะดี ซึ่งตนพูดในกรณี ที่คน มีเหตุผล และ หากท่าน มีเหตุผล ที่จะแสดงชัดๆ ออกมาว่า เสียสละจริงๆ ก็คงไม่มีใคร มาด่า แล้ว


ส่วน พล.ท. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สถานการณ์ ความแตกแยกในสังคม ว่า คิดว่าท้ายที่สุด คนไทยต้องกลับมา รักกัน เหมือนเดิม เราเคยใช้ชีวิต อยู่ร่วมกัน มาหลายร้อยปี จนถึงวันนี้ ตั้งแต่สมัย สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ 4 ยุค 4 สมัย ก็มีเรื่องแบบนี้ และ ทุกคน ก็ทำหน้าที่ รักชาติ


“ผมขอฝากไว้ว่า จะทำอะไรก็ตาม ท้ายที่สุด ก็ต้องกลับมามองว่า ผลประโยชน์ของชาติ อยู่ตรงไหน ดังนั้น ต้องหาทางออกว่า จะมาเจอกัน อย่างไร แก้ปัญหาของชาติ ได้อย่างไร ประเทศไทย อย่างไรก็เป็น ประเทศไทย”


เมื่อถามว่า นาย สมชาย เดินทางไป สถานที่ต่างๆ แล้วถูก กลุ่มต่อต้าน ขับไล่ จะทำให้ ความขัดแย้ง เพิ่มมากขึ้น หรือ ไม่ พล.ท. ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่หรอก ประเทศไทย เรามี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็น พระประมุข เป็นที่มั่น เป็นที่ยึดเหนี่ยว ของ คนไทยทั้งชาติ อยู่แล้ว ทุกคน ไม่ว่า จะเป็น ฝ่ายไหน ก็ตาม เรามีจุดยึดเหนี่ยว อันเดียวกัน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ราชวงศ์ ตนคิดว่า น่าเป็นสิ่งที่น้อมนำให้ ทุกคน กลับมา พูดคุยกัน และแก้ปัญหา ของชาติ ไปได้ด้วยดี


“การเจรจา เป็น สิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะ เจรจากันอย่างไร เพราะเป็นทหาร ก็ไม่ได้เข้าไป เกี่ยวข้องตรงนี้ เท่าที่ทราบ ก็มีการพูดคุยกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ขอให้กำลังใจ ให้การพูดคุย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ หาคำตอบ ออกมาให้ได้ หากใช้คำว่า เจรจา แต่อีกฝ่าย ไม่ยอมเจรจา แล้วจะ เจรจา กันได้อย่างไร ดังนั้นก็ต้องใช้คำว่า พูดคุยกัน หาหนทางออก ให้ดีที่สุดให้ ชาติบ้านเมือง” พล.ท. ประยุทธ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 30 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=30/Sep/2551&news_id=164648&cat_id=501


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ กล่อมพันธมิตรฯ เดินเกมส่ง ‘บิ๊กจิ๋ว’ เจรจา – ‘ป๋า’ เปิดบ้านรอนายกฯ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: