Accom Thailand

October 1, 2008

เปลวสีเงิน – อะไรคือ “ใหม่” เพื่อศตวรรษไทย?


1 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เปลวสีเงิน – อะไรคือ “ใหม่” เพื่อศตวรรษไทย?
เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันออก


ภาวะเศรษฐกิจ และ การเมืองโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งก็เป็น “ส่วนหนึ่ง” ของโลก ตอนนี้เหมือน เครื่องบินเจอมรสุม กลางฟ้า แถม เครื่องยนต์ ก็ขัดข้อง กำลังอยู่ระหว่าง การนำเครื่อง ลงฉุกเฉิน


ทุกคน ต้องรัดเข็มขัด และ สวดมนต์ ตามศาสนาใคร – ศาสนามัน รอด หรือ ไม่รอด ฝากไว้กับ ฝีมือกัปตัน และ ดวงของแต่ละคน ก็แล้วกัน!


ถามว่า “ควรตื่นเต้น-ตกใจมั้ย?” คำตอบก็คือ ใครตื่นเต้น – ตกใจก่อน ก็ตายก่อน ใครมีสติควบคุมปัญหา และแก้ปัญหา ไปตามอาการ คนนั้น จะยืนอยู่ เหนือปัญหา และ มีชีวิตอยู่ได้ ตามเหตุปัจจัย


สถาบันการเงิน สหรัฐล้ม ตอนนี้ก็ลามสู่ ยุโรป สู่กลุ่มประเทศ จี-๘ สู่ เอเชีย และ สุดท้ายพิษ ก็จะแพร่กระจายไปทั่ว ทุกประเทศในโลก มาก-น้อย ขึ้นอยู่กับ ความเกี่ยวเนื่อง สัมพันธ์

ประเทศไหน หรือ ธุรกิจที่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยตรงกับ สถาบันการเงิน อันเป็น “ศูนย์กลาง” ของระบบ ที่ล้มละลาย ก็ต้องรับ ผลกระทบ แรงหน่อย ส่วนประเทศไหน หรือธุรกิจไหน ที่ไม่มีวงจรสัมพันธ์ โดยตรง ก็คงรับผล แค่แรงกระเพื่อม เท่านั้น

และที่สุดแล้ว รัฐสภาสหรัฐ ก็ไม่อนุมัติจ่าย ตามที่รัฐบาลร้องขอ แต่ถึงจะจ่ายไป ก็เพื่อ ดองของเสีย ไม่ใช่จ่าย เพื่อสร้างของดีใหม่ๆ ให้งอกเงย ฉะนั้น ๗๐๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ ที่สหรัฐคิดจะตั้ง เป็นกองทุนฟื้นฟูนั้น

ไม่มีผล ต่อยอดให้ เศรษฐกิจสหรัฐ – เศรษฐกิจโลก ฟื้น หรือแตกตาใหม่ หรอกครับ อีก ๒ ปี จะเข้าสู่ภาวะปกติ หรือไม่ ถ้าสหรัฐ ยังมุ่งมั่นใช้ระบบ “ทุนเสรี” ขยายจักรวรรดินิยมทุนครอบงำโลก อย่างเดิม

ไม่ฟื้นครับ!


เพราะ โลกเปลี่ยนข้างแล้ว จากพระอาทิตย์ขึ้นทาง ซีกตะวันตก ในศตวรรษใหม่นี้ พระอาทิตย์จะมาขึ้น ทาง “ซีกตะวันออก” แล้วครับ!

บางท่านอาจสงสัย แค่แบงก์ แค่วาณิชธนกิจสหรัฐล้ม แล้วทำไมเศรษฐกิจทั้งโลกต้องล้มด้วย ก็เพราะสหรัฐ-ยุโรปคือ “รากแก้ว” ของเศรษฐกิจโลกน่ะซี เมื่อรากแก้วขาด พวกรากยึด รากเลี้ยง รากเสบียง มันจะทำหน้าที่ต่อได้ไง?

เหมือนสึนามิแหละครับ ตอนเกิดในทะเล เรายังไม่รู้สึกอะไร จนกว่าผ่านไปตามระยะเวลา-ระยะสถานที่ผ่านถึง ถึงไหน “กวาดเรียบ” ถึงนั่น ใครตั้งตัวทัน-ก็รอด ประมาท ขาดสติ ก็จะถูกกวาดจุล-วิจุณ

เงินจะตึงตัวทั้งโลก ธุรกิจการค้าจะหดตัว เพราะพวกสถาบันการเงินอันเป็นตัวสร้างสภาพคล่องในระบบ ล้มตามบ้าง ที่ไม่ล้ม ก็ปล่อยเงินกู้เข้มงวดบ้าง ไม่ปล่อยบ้าง

เมื่อสภาพคล่องไม่มี คนที่ทำธุรกิจที่ต้องพึ่งเงินกู้ตามวงจรก็สะดุด เมื่อหัวขบวนอันเป็นตัวนำสะดุด ตัวตามทั้งหลาย ก็จะหัวคะมำตามกันไป ตามฐานานุรูป ภาคการผลิต-การอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน ตั้งแต่ใหญ่ยันร้านแซะขนมครก ก็จะก้นกระดกล้มตามเศรษฐกิจโลกตามลำดับ สะเทือนไปถึงภาค “การจ้างงาน” ละทีนี้!

คนจะเตะฝุ่นกันเต็มถนน เมื่อคนไม่มีงาน ไม่มีเงิน นั่นหมายความว่า “กลุ่มผู้บริโภค” ไม่มีกำลังผลักเครื่องจักรอันเป็นกงล้อ “เศรษฐกิจทุน” ทั้งระบบ ให้หมุนได้ตามรอบ

ระบบทุนเสรี ระบบกระตุ้นภารบริโภคเกินตัว-เกินความจำเป็น มันจะเหมือนโดมิโน ล้มแล้วก็จะไล่ล้มทับกันไปจนถึงตัวสุดท้าย!

แต่ไทยเรานี่ ว่าจะแปลกก็แปลก เป็นตลาดทุนเสรี แต่มีความเป็นเอกลักษณ์ “เศรษฐกิจทุนไทย” ผิดกว่าประเทศเศรษฐกิจบริวารตะวันตกอื่นๆ ความที่ประเทศไทยเป็นนักเลงประเภท “แทกกั๊ก” นี่แหละ เลยทำให้เข้าตำรา

กั๊กๆ เหม็งๆ เป็นนักเลงได้นาน เต็งๆ โต๊ดๆ เดี๋ยวก็หมดตูด!

เพราะไทยมีเศรษฐกิจแบบ “สินค้าสำรับ” คือในสำรับหนึ่งมีอาหารหลายอย่าง ผิดกับประเทศอื่นที่เป็นแบบ “สินค้าจานเดียว” ฉะนั้น เมื่อมีปัญหาให้จานหก ก็จะอดไปทั้งหมด

ของไทย ถึงหกทั้งสำรับ ก็ยังเก็บบางชนิดกินได้ ที่เป็นแกง-เป็นน้ำ ก็หกไป แต่ที่เป็นทอด เป็นปิ้ง เป็นย่าง ยังเก็บกินได้ นั่นคือที่เป็นอุตสาหกรรมประเภทข้าวของ วัตถุเครื่องใช้ส่งออก อาจมีปัญหา

แต่อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป ยิ่งประเภทอาหารด้วยแล้ว ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องกิน-ต้องใช้ ตราบนั้นสินค้าของไทยไม่ต้องง้อ มีแต่เขาจะมาง้อ!

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอย่างนี้ ไทยจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส “สร้างชาติไทย” ได้อย่างไร อยู่ที่ผู้นำแหละครับ ในนาทีนี้ก็จะเป็น “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” ในฐานะนายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อดูทั้งตัวผู้นำ และผู้ตามคณะคือ “รัฐมนตรี” ปัจจุบันนี้แล้ว ภาพที่สะท้อนวิสัยทัศน์ ดูจะให้ความหวังกับสังคมชาติได้ไม่มากนัก!
แต่ไทยเรากำลังมี “จังหวะ” ดีครับ คือจังหวะที่ประชาชนกำลังตื่นตัว และแสวงหา “การเมืองใหม่” หันหลังให้ “การเมืองเก่า” ที่ไม่สามารถใช้ตอบสนองการพัฒนาสังคมชาติได้

ทุกคนกำลังคิดสูตร เสนอสูตร “การเมืองใหม่” กระทั่งรัฐบาลได้ข้อสรุปว่า จะเปิดให้มี ส.ส.ร.๓ คือตั้ง “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” โดยครั้งแรกจะแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อเปิดโอกาสให้ ส.ส.ร.เกิดได้ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญบัญญัติ อย่างที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ทำมาแล้วตอนร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐

รัฐธรรมนูญ คือกฎหมายแม่บทสูงสุดของประเทศ แต่ก่อนจะปลุกเสกตัวกฎหมายให้มีชีวิต ผมว่าควรวางเป้าหมายอันเป็น “ทิศทางประเทศ” ที่จะพาชาติมุ่งหน้าไปสู่ให้ชัดเจนก่อนไม่ดีหรือ?

จะได้เขียนรัฐธรรมนูญได้สอดคล้อง ขับเคลื่อนไปสู่ได้ตรงเป้า!

หุ้น-น้ำมัน-ทอง-กระดาษตราสาร อันเป็นสัญลักษณ์ระบบทุน สนองความละโมบ ถึงจุดอิ่มตัว และกินตัวมันเองแล้ว

ก็ถึงยุค พืชไร่-ข้าว-ปลา-อาหาร อันเป็นสัญลักษณ์ระบบเศรษฐกิจเกษตร สนองตอบความพอเพียง จะเป็นระบบที่งอกเงย และงอกงามตามแสงตะวันใหม่ เพราะมนุษย์ต่างแสวงหาสุข

เมื่อพบว่า “ระบบทุน” ให้สุขแท้จริงไม่ได้ ก็จะบ่ายหน้ามาสู่ “สุขใหม่” ในระบบเศรษฐกิจพอเพียง

ความคิดที่เป็นข้อเสนอควรทำในยุคนี้ฝากไว้ ๓ อย่าง คือ


๑.ต้องรื้อทิ้งระบบการศึกษาไทยฐานรากทั้งหมด แล้วปฏิรูปใหม่

๒.ควรเชิญประเทศเพื่อนบ้าน จีน-ลาว-พม่า-เวียดนาม-กัมพูชา-มาเลเซีย ประชุมร่วมเพื่อ “เขียนประวัติศาสตร์” ในส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน แต่อดีตที่ยังคลาดเคลื่อนให้สอดคล้องต้องกัน และใช้เป็น “แบบเรียนประวัติศาสตร์” ในแต่ละชาตินั้น

๓.ควรจริงจังนำทฤษฎี “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้ เป็นทิศทางในนโยบายบริหารประเทศ และ

๔.ควรประกาศให้ “ภาคอีสาน” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ “เศรษฐกิจพอเพียง”

สรุป ทิศทางที่ต้องไปคือ “เศรษฐกิจพอเพียง” ฉะนั้น ทุกแกนของการปฏิรูป ต้องพุ่งไปสู่ระบบ เศรษฐกิจพอเพียง และ อนาคตข้างหน้า ในภูมิภาคนี้ ใครจะอยู่โดดเดี่ยวเป็น ประเทศเดี่ยว ไม่ได้แล้ว


ต่างต้องพึ่งพาด้วยการรวม “หินแต่ละก้อน” มาเป็นเสาคอนกรีตของกลุ่มภูมิภาคนี้ เหมือนอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพได้ เพราะข้างในประกอบด้วยโปรตอนอันเป็นเม็ดเล็กๆ ที่เรียกว่าอนุภาควิ่งวนอัดแน่นอยู่

เอาที่ต่างคน-ต่างมี แต่ในความมีนั้น ต่างคน-ต่างขาด เอามารวมให้ “มีร่วมกัน” ทำได้อย่างนี้แล้ว ตลาดกลุ่มภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผนวกด้วยมาเลเซีย จะเป็นตลาดใหญ่ของกลุ่มคนมีเงินเหลือใช้ในตะวันตก-ตะวันออก แต่ไม่มีที่ไป อย่างนี้จะดีกว่า

“เล็กแล้วแยกย่อยกันอยู่”

ระบบการศึกษาขณะนี้ ไม่ได้ตอบสนองโจทย์ชีวิต โจทย์สังคม ที่เป็นจริง เรียนเพื่อรู้ ไม่มีประโยชน์ ต้องเรียนเพื่อใช้ เรียนเพื่อให้เข้าใจโลกและชีวิต ฉะนั้น รื้อแล้วปฏิรูปไปสู่ฐานใหม่

“เศรษฐกิจพอเพียง” เลี้ยงตัวด้วยตัวเองได้ และเลี้ยงโลกในสิ่งเหลือจากเลี้ยงตัวอีกต่อหนึ่งตะหาก!

พื้นที่อีสาน และพี่น้องอีสานนั้น ที่อยู่รอด อยู่ดี-มีสุขส่วนใหญ่ขณะนี้ ล้วนดำเนินตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงเกือบทั้งนั้น ในภาคพื้นบ้าน และภาคเอกชนรวมกลุ่ม เขาพบความสำเร็จ “เป็นต้นแบบ” ส่วนหนึ่งแล้ว

เพื่อให้เห็นศักยภาพ และเข้าใจ-เข้าถึงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงว่า จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ไม่ใช่พอเพียงคือ พอใจแค่ทำกิน-มีกินไปวันๆ ไม่อดตายแล้วนอน แต่แท้จริงแล้ว เศรษฐกิจพอเพียงขยายให้เป็นธุรกิจหมื่นล้าน-แสนล้านได้

พอเพียงจนรวย จึงเป็นรวยอย่างพอเพียง คือรวยอย่างมีคุณธรรมค้ำจุนโลก ลองไม่โลภเสียอย่าง โลกก็ไม่ล่ม!

ประกาศ แล้วทำให้อีสานเป็น “เขตเศรษฐกิจพอเพียง” ไปเลย ๕ ปีเท่านั้น รับรอง..เห็นหน้า-เห็นหลัง โดยไม่ต้องตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยโครงการ “รดน้ำรากหญ้า” ประชานิยม

เห็นผลจากอีสานแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าระบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” จะไม่ฮิตไปทั่วประเทศ ทั้งเหนือ ทั้งใต้ ทั้งออก ทั้งตก นำไปใช้ เศรษฐกิจใหม่ จะพาให้ไทยสู่มิติใหม่ พร้อม “การเมืองใหม่”

ประเทศไทย ถ้าไม่พัฒนาเยาวชนให้เป็น “รากใหม่” ของประเทศ และถ้าไม่พัฒนาอีสานด้วยเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็น “รากหลัก” ขับเคลื่อนประเทศ

ประเทศไทยก็ “ยาก” ที่จะขยับเคลื่อนสู่ ศตวรรษใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งมีความหมายชี้ทาง “ไพศาลไทย” ซึ่งจะเห็นภายในเวลา เศษ ๑ ส่วน ๔ ของรอบ ๑๐๐ ปี และนี่จะเป็นการเมืองใหม่ ที่ “สมใจ” ทุกคน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 01 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=1/Oct/2551&news_id=164677&cat_id=200


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ อะไรคือ”ใหม่”เพื่อศตวรรษไทย?


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: