Accom Thailand

October 2, 2008

“สุนัย” ชี้ “กุเทพ” จุดไฟ เผาพรรค แค่ อาฟเตอร์ช็อก หลังจัดตั้ง ครม.ใหม่ แต่เชื่อยังคุยกันได้


ควันหลงศึกไข่แม้ว “สุนัย” ชี้ “กุเทพ” โวยแค่อาฟเตอร์ช็อก!


“สุนัย” ชี้ “กุเทพ” จุดไฟ เผาพรรค แค่ อาฟเตอร์ช็อก หลังจัดตั้ง ครม.ใหม่ แต่เชื่อยังคุยกันได้ และยังผนึกกันเหนียวแน่น แม้พรรคใกล้ถูกยุบ ขณะกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” หมดอำนาจในพรรคแล้ว เผยไต๋อ่าน ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ก่อนยุบพรรค เหตุรังใหม่ “เพื่อไทย” ยังไม่พร้อม


วันนี้ (2ต.ค.) นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวถึง กรณี ร.ท. กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน ออกมาพูดทิ้งทวน ปัญหาในพรรค ว่า คงเป็นแค่ อาฟเตอร์ช็อก ที่เกิดขึ้นภายหลัง การจัดตั้ง ครม.ใหม่ แต่สุดท้าย เชื่อว่าน่าจะเคลียร์กันได้ และ หากเกิดอะไรขึ้น อย่างเช่น การยุบพรรค ก็ยังผนึกกันเหนียวแน่น กันอยู่ เพราะหากแยกกันอยู่ ก็คงจะไปไม่รอด แต่ยอมรับว่า ที่ ร.ท. กุเทพ บอกว่า พรรคเหมือนกำลังเป็น มะเร็งขั้นสุดท้าย นั้น เป็นความจริง เพราะจากแนวโน้ม คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในคดียุบพรรค เป็นไปได้สูงว่า พรรคพลังประชาชน มีโอกาสถูกยุบ อย่างแน่นอน


เมื่อถามว่า เป็นไปได้ หรือ ไม่ ว่า ทางกลุ่มเพื่อนเนวิน ออกมาเคลื่อนไหว สร้างปัญหาในรัฐบาล จนส่งผลให้มี การยุบสภา ก่อนมี การวินิจฉัย ยุบพรรค นายสุนัย ตอบว่า คงไม่มีผลอะไร เพราะกลุ่มของ ร.ท. กุเทพ หรือ กลุ่มเพื่อนเนวิน ไม่มีอำนาจอะไร ในพรรค และ เชื่อว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ ของพรรค ยังเห็นด้วย กับการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ เว้นแต่จะ เกิดอุบัติเหตุ ทางการเมือง อีกทั้ง พรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่พร้อม อยู่ในขั้นเตรียมการ รองรับปัญหา ในอนาคต ถ้าฝนยังไม่ตก น้ำก็ยังไม่เต็มกะละมัง


นาย สุนัย ได้ชี้แจงว่า ที่มีข่าวรายงานว่า ตนเป็นคนพูดด่า รัฐมนตรี ในกลุ่มเพื่อนเนวิน ในการประชุมพรรค นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ใช่ตนเป็นคนพูด แต่เป็น ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน เป็นคนพูด ในทำนองเหน็บแนม นายโสภณ ซารัมย์ รมช.คมนาคม รัฐมนตรี ในกลุ่มเพื่อนเนวิน ว่า “ช่วงที่วิ่งเต้นเป็นรัฐมนตรี ก็วิ่งขาขวิด แต่พอประชุมพรรค กลับมานั่งอยู่ด้านหลัง อย่างนี้ ต้องโดนถีบออกไป หน้าเวที”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 23:11 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117134


พิมพ์ ข่าวนี้ ควันหลงศึกไข่แม้ว “สุนัย”ชี้ “กุเทพ”โวยแค่อาฟเตอร์ช็อก!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

“สนธิ” แฉ ความอัปยศ ปปช. เฉ่ง”ภักดี โพธิศิริ” ดองคดี โกงสุวรรณภูมิ 2 ปีไม่คืบ

Filed under: กัมพูชา,การคมนาคม,การสื่อสาร,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,สนามบินสุวรรณภูมิ,อาชญากรรม — accomthailand @ 22:46
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สนธิ ข้�งใจ ป.ป.ช. เฉ่ง ภักดี โพธิศิริ ด�งคดี โกงสุวรรณภูมิ 2 ปี ไม่คืบ

สนธิ ข้องใจ ป.ป.ช. เฉ่ง ภักดี โพธิศิริ ดองคดี โกงสุวรรณภูมิ 2 ปี ไม่คืบ


“สนธิ”ข้องใจ ป.ป.ช.เฉ่ง”ภักดี โพธิศิริ”ดองคดีโกงสุวรรณภูมิ 2 ปีไม่คืบ


“สนธิ” เปรียบเทียบบ้านเมือง ในทุกรัฐบาล ตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครอง ระบุไม่มี ยุคไหนสงบ เท่ากับ ยุค “ป๋าเปรม” มีการนำ พระราชดำรัส มาปฏิบัติ ทั้งการ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และ ส่งเสริมคนดี ย้ำการต่อสู้ของ พันธมิตร ฯได้เปลี่ยน ฐานความคิดสังคม ครั้งใหญ่ เดือด ป.ป.ช. ดองคดีทุจริต เรียกร้องไล่เบี้ย “ภักดี โพธิศิริ” ยื้อคดี โกงสุวรรณภูมิ กว่า 2 ปี ยังไม่สรุป สักเรื่องเดียว

เวลา 21.20 น. นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที พันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ ได้เริ่ม กล่าวว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกคร�ง ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ พล.�.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คื�ช่วงที่บ้านเมื�งสงบที่สุด

เวลา 21.20 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที พันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ ได้เริ่ม กล่าวว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือช่วงที่บ้านเมืองสงบที่สุด


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


วันนี้ (2 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.20 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ ได้เริ่ม กล่าวว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือช่วงที่บ้านเมืองสงบที่สุด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องมีนายกฯ มาจากการเลือกตั้ง มันจำเป็นแค่ไหน


นายสนธิ กล่าวเปรียบเทียบ ในยุควิกฤตค่าเงินบาท ระหว่างยุค พล.อ.เปรม กับยุคที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ ว่า ในยุค พล.อ.เปรม ไม่มีใครนอกจาก คนที่เกี่ยวข้อง 1-2 คน เช่น พล.อ.เปรม กับ นายสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในยุคนั้น ผิดกับ ในยุค พล.อ. ชวลิต ที่มีคนรู้มากมาย และได้ประโยชน์จาก การลดค่าเงินบาท ในยุค พล.อ.เปรม เป็นการตัดสินใจ อย่างฉับพลัน เพื่อผลประโยชน์ ของ ชาติ ในระยะกลาง และ ระยะยาว คิดถึง ชาติบ้านเมือง เป็นหลัก โดยไม่สนใจกับ กลุ่มนักธุรกิจ ที่เสียประโยชน์เพียงไม่กี่คน ซึ่งในกรณีนี้ ตรงกับ พระราชดำรัส ที่ว่า ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายสนธิ ยังได้ยกตัว�ย่าง กรณีพระราชดำรัส เรื่�งส่งเสริมคนดีให้ปกคร�งบ้านเมื�ง ซึ่ง 8 ปี ข�งการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ข�ง พล.�. เปรม ก็เป็นยุค ที่ส่งเสริมคนดีมากมาย

นายสนธิ ยังได้ยกตัวอย่าง กรณีพระราชดำรัส เรื่องส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ซึ่ง 8 ปี ของการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. เปรม ก็เป็นยุค ที่ส่งเสริมคนดีมากมาย


นอกจากนี้ นายสนธิ ยังได้ยกตัวอย่าง กรณีพระราชดำรัส เรื่องส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ซึ่ง 8 ปี ของการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. เปรม ก็เป็นยุค ที่ส่งเสริมคนดีมากมาย


นายสนธิ ยังได้แนะนำให้ไปหาหนังสือ พระมหาชนก มาอ่านกัน เพราะถือว่าเป็น ธรรมขั้นสูง และจะเห็น แนวคิด ของ พระองค์ท่าน ที่ทรงให้เน้น ความเพียร ในสิ่งที่ดี เหมือนกับ พวกเรา ที่เอาธรรมนำหน้า มีความเพียร


“มาวันนี้จะถึงฝั่งหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นแล้ว แต่อยู่ที่ว่า พี่น้องเชื่อในสิ่งที่มาวันนี้ หรือไม่ ต่างหาก และ สิ่งที่พี่น้องพันธมิตรฯ ทำมา ร้อยกว่าวัน ได้เปลี่ยน ฐานความคิด ของคนส่วนใหญ่ ไปแล้ว และ ครั้งนี้ ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะเป็นการต่อสู้ ด้วยปัญญา และทำให ้สังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว มากกว่า ปี 49 หรือ ต้นปี 51 ด้วยซ้ำไป” นายสนธิ ระบุ


นายสนธิ ได้อ้างผลสำรวจ ของบริษัทสำรวจ ของฝรั่งที่ชื่อว่า บริษัทเอซี นีลเสน ซึ่งเป็นบริษัทที่ องค์กรธุรกิจ ในประเทศไทย ให้ความเชื่อถือ เพราะ สามารถใช้เป็นฐาน ในการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยทำการสำรวจ เมื่อสามเดือน ก่อนการชุมนุมของ พันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เปรียบเทียบผู้ชม “เอเอสทีวี” กับ “ฟรีทีวี” ผลปรากฎว่า มีผู้ชมข่าวเอเอสทีวี มาเป็นอันดับ 3 เป็นรอง ช่อง 3 และ ช่อง 7 ตามลำดับ ซึ่งในช่วงนั้น ก็เป็นช่วง ที่มีละครเป็นส่วนใหญ่ด้วย คนก็ยังดู ข่าวเอเอสทีวี มากกว่า ช่องอื่นๆ

กรณี ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กรณี ��กแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่�งปราสาทพระวิหาร โดยมิช�บ ปรากฎว่าล่าสุด ได้มีคนใน ป.ป.ช. โทรศัพท์มาบ�กว่า คำพูดดังกล่าว ทำให้ พวกเขา เดื�ดร้�นมาก และ ได้ชี้แจงว่า เรื่�งคดีกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กำลังเร่งดำเนินการ�ย่างเต็มที่

กรณี ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กรณี ออกแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่องปราสาทพระวิหาร โดยมิชอบ ปรากฎว่าล่าสุด ได้มีคนใน ป.ป.ช. โทรศัพท์มาบอกว่า คำพูดดังกล่าว ทำให้ พวกเขา เดือดร้อนมาก และ ได้ชี้แจงว่า เรื่องคดีกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่


จากนั้น นายสนธิ ได้เล่าว่า หลังจากได้กล่าวตำหนิ ป.ป.ช. บางคน ที่เตะถ่วง การพิจารณา เรื่องทุจริต ที่เกี่ยวข้องกับ ครอบครัว ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในหลายคดี เช่น คดีทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิ หรือ คดีถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณี ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กรณี ออกแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่องปราสาทพระวิหาร โดยมิชอบ ปรากฎว่าล่าสุด ได้มีคนใน ป.ป.ช. โทรศัพท์มาบอกว่า คำพูดดังกล่าว ทำให้ พวกเขา เดือดร้อนมาก และ ได้ชี้แจงว่า เรื่องคดีกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กำลังเร่งดำเนินการ อย่างเต็มที่ ซึ่งตนเอง ก็ไม่ได้ติดใจ


อย่างไรก็ดี นายสนธิ กล่าวว่า สิ่งที่ข้องใจก็คือ ทำไม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งไปตั้ง 24 เดือนแล้ว ยังไม่สรุป ออกมา แม้แต่ คดีเดียว ซึ่งเรื่องแบบนี้ ไม่ต้องมาเอาใจ พันธมิตรฯ หรือเอาใจใคร แต่ขอให้ ทำหน้าที่เพื่อชาติ ทำงานด้วย ความตรงไป ตรงมา ด้วยความรวดเร็ว แค่นี้ ก็พอแล้ว

ใครเป็นคนคุม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าไม่รู้ชื่� บ�กให้ก็ได้ ชื่� ภักดี โพธิศิริ

ใครเป็นคนคุม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าไม่รู้ชื่อ บอกให้ก็ได้ ชื่อ ภักดี โพธิศิริ


“เรื่องที่เกิดขึ้น ให้ไปถาม คนใน ป.ป.ช. กันเองว่า ใครเป็นคนคุม คดีทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าไม่รู้ชื่อ บอกให้ก็ได้ ชื่อ ภักดี โพธิศิริ ไงเล่า” นายสนธิ ระบุ พร้อมทั้ง เรียกร้องให้ นายปานเทพ กล้าณรงต์ราญ นายกล้านรงค์ จันทิก หรือ ป.ป.ช. คนอื่นๆ ไปสอบถามดู ถ้าจริง ก็ไป ตำหนิกันเอาเอง เพราะ นายภักดี ทำให้ ป.ป.ช. เสียชื่อ


“เรื่องอื่น ผมไม่สนใจ แต่ทำไม ทีคดีทุจริตสุวรรณภูมิ ที่เกี่ยวข้อง กับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ นายสมชาย ด้วย ผ่านมา 2 ปี แล้ว ทำไม ไม่ออกมา ซักเรื่องเดียว” นายสนธิ ระบุ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 22:46 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117122


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ”ข้องใจ ป.ป.ช.เฉ่ง”ภักดี โพธิศิริ”ดองคดีโกงสุวรรณภูมิ 2 ปีไม่คืบ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ตร. ยื่นคำแก้อุทธรณ์ ถอนหมายจับ 9 แกนนำ ขณะที่ ศาลอาญา ให้ประกันเพิ่ม “กลุ่มนักรบศรีวิชัย” บุก NBT อีก 8 ราย

กลุ่มนักรบศรีวิชัยเมื่�วันที่ถูกนำตัวไปฝากขัง

กลุ่มนักรบศรีวิชัยเมื่อวันที่ถูกนำตัวไปฝากขัง


ตร. ตื้อไม่เลิก ยื่นแก้อุทธรณ์ ถอนหมายจับ 9 แกนนำ
ศาลให้ประกัน 8 นักรบศรีวิชัย


ศาลอาญา ให้ประกันเพิ่ม “กลุ่มนักรบศรีวิชัย” บุก NBT อีก 8 ราย โดยตีราคาประกัน คนละ 2 แสนบาท ส่วนกรณีอุทธรณ์เพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำ พันธมิตรฯ ศาลอาญา เตรียมส่งสำนวนให้ ศาลอุทธณ์ พิจารณา และ วินิจฉัย หลังพนักงานสอบสวน เดินทางมายื่น คำแก้อุทธรณ์ โดยจะพิจารณา ประกอบกับ คำร้องอุทธรณ์ ของ ทนายความ แกนนำพันธมิตรฯ


วันนี้ (2 ต.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางรัศมี ไวยเนตร ทนายความ จากสภาทนายความ เดินทางยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็น เงินสด และ กรมธรรม์ประกันอิสรภาพ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ขอประกันตัว กลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ดพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เพิ่มเติมอีก 12 คน หลังถูกตำรวจ ตั้งข้อหา ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังบุกรุกเข้าไป ยึดอาคาร สำนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เหตุ เกิด เมื่อเช้ามืด วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา


เมื่อเวลา 16.00 น. ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำนวน 8 คน คือ
นายพิเชษฐ์ ด้วงช่วย,
นายพรชัย บรรจงช่วย,
นายอำนวย เพชรเส้ง,
นายธนพล แก้วเชิด,
นายสุนทร รักษายศ,
นายธัชชัย ทองจิตร,
นายไพศาล สุขแก้ว และ
นายปัญญาเดช เอกภาณุพัตร์
โดยศาล ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท โดยกำหนดเงื่อน ไม่ให้ไปก่อเหตุ ลักษณะเดียวกันอีก มิฉะนั้น ศาลจะมีคำสั่ง เพิกถอนสัญญาประกัน


ส่วนอีก 4 คน คือ นายสัญญา สุขเกื้อ, นายสมเกียรติ รัตนพันธ์, นายบุญฤทธิ เชิญทอง, นายสมเกียรติ หนูใหญ่ นั้น เอกสารยังไม่เรียบร้อย ทนายความ จึงรับสำนวนมาแก้ไข ก่อนยื่นใหม่อีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาคดีทั้ง 82 คน ก่อนหน้านี้ ทนายความได้ทยอย ยื่นคำร้องขอประกันตัวมา ตั้งแต่ วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่ง ศาลอาญา ได้อนุญาตให้ ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้น 25 คน ซึ่งมีทั้ง กลุ่มนักศึกษา ผู้หญิง ผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ รวมทั้ง กลุ่มชายฉกรรจ์ โดยตีราคามูลค่าประกันคน คนละ 200,000 บาท


ผู้สื่อข่าว รายงานด้วยว่า สำหรับความคืบหน้า กรณีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายอมร อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วมพันธมิตรฯ ผู้ต้องหาที่ 1-9 ที่ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ในข้อหา กบฏ และ ข้อหาอื่น รวม 5 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 114, 116, 215 และ 216 ยื่นอุทธรณ์ เพิกถอนหมายจับ และ ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ ไว้พิจารณา นั้น


ล่าสุด วันนี้ (2 ต.ค.) พนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ ผู้ต้องหาทั้ง 9 ส่งต่อศาลอาญาแล้ว ตามที่จะครบกำหนดใน วันที่ 4 ต.ค. นี้ ซึ่ง ศาลอาญา เตรียมรวบรวมเอกสาร คำร้องอุทธรณ์ ของ ทนายความ แกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 9 คน คำแก้อุทธรณ์ ของ พนักงานสอบสวน และ สำนวนที่ ศาลอาญา พิจารณา ออกหมายจับ ส่งต่อ ศาลอุทธรณ์ เพื่อพิจารณา และ มีคำวินิจฉัย ต่อไปว่า จะเพิกถอน หมายจับ หรือ ไม่

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 20:27 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117103


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.ตื้อไม่เลิกยื่นแก้อุทธรณ์ถอนหมายจับ 9 แกนนำ ศาลให้ประกัน 8 นักรบศรีวิชัย


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ชี้ รัฐบาลเปิดทางแก้ รธน. มาตรา 291-ตั้ง ส.ส.ร. บิดเบือน ข้อเสนอ ของ 24 อธิการบดี

ที่ประชุม 24 ภ??ิการบดีเมื่ภ??ันที่ 26 ก.ย.

ที่ประชุม 24 อธิการบดีเมื่อวันที่ 26 ก.ย.


ดร.สุรพล เสียดาย
รัฐ บิดเบือน
ข้อเสนอ 24 อธิการฯ


ผู้จัดการออนไลน์ – ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มธ.ชี้ รัฐบาลเปิดทางแก้ รธน. มาตรา 291-ตั้ง ส.ส.ร.เป็นเพียงการยื้อเวลา ไม่ได้แก้ ปัญหาอะไร แถมยังเป็นการ บิดเบือน ข้อเสนอ ของ 24 อธิการบดี ชี้ถ้ามีเหตุ ยุบพรรค – ยุบสภาไปก่อน การเมือง และ บ้านเมือง ก็จะเข้าสู่วงจร ปัญหาเดิมๆ


จากกรณีที่ อธิการบดี 24 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ของประเทศ ทั้งภาครัฐ และ เอกชน ได้ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง ต่อ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขวิกฤตร้ายแรงของชาติ อย่างเร่งด่วน โดยขอให้ นายกรัฐมนตรี ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ในการแก้ไขวิกฤตร้ายแรง ในทางการเมือง โดยดำเนินการ โดยเร่งด่วนที่สุด ให้จัดตั้ง “คณะกรรมการอิสระ เพื่อ ปฏิรูป ระบบการเมือง การปกครอง” และ เมื่อ วันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ให้จัดทำนโยบายที่จะ แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยสนับสนุน การปฏิรูปการเมือง ให้ประชาชน มีส่วนร่วม โดยมีความเห็น ให้มีการแก้ไขมาตรา 291 เพื่อจัดตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)


ล่าสุด วันนี้ (2 ต.ค.) นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 1 ใน 24 อธิการบดี ที่ยื่นข้อเรียกร้องแก่ นายสมชาย ได้กล่าวถึง แนวคิดของรัฐบาล ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อเปิดทาง ให้มี ส.ส.ร. ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตนไม่ทราบว่า รัฐบาล เข้าใจอะไรผิด หรือ ไม่ เพราะปัญหา ที่อยู่ตรงหน้าขณะนี้ ที่ต้องพูดกัน คือจะทำอย่างไร ให้ความขัดแย้ง ทั้งหลาย หาจุดลงตัวให้ได้ ไม่ใช่ว่า ต่างฝ่าย ต่างทำ แบบนี้


อธิการ มธ. กล่าวอีกว่า สิ่งที่ 24 อธิการบดี เสนอนั้น คือ การให้มี คนกลางมาเป็นตัวแทน ในการ ให้แต่ละฝ่ายมาเจอกันก่อน แล้วเดินหน้าไป ด้วยกัน แต่รัฐบาลกลับไม่เห็นด้วย ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า รัฐบาลไม่เห็นด้วย ในประเด็นอะไร นอกจากนี้ การที่รัฐบาล เสนอให้แก้ มาตรา 291 ก็คนละ เรื่องกัน กับ ปัญหา ที่เกิดขึ้น


มันไม่มีประโยชน์ เพราะลำพังแค่ขั้นตอน ในการแก้มาตรานี้ ก็ยังไม่รู้ว่า ใครจะเริ่ม จะเริ่มได้หรือไม่ และ ถ้าเริ่มแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องใช้เวลา อีก อย่างน้อย 3-4 เดือน ในการถกเถียงกันว่า จะเรียกชื่ออะไร จะเรียกว่า ส.ส.ร. หรือ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เราต้อง เสียเวลา ในการ เถียงกัน ในเรื่องกระบวนการไป โดยที่ปัญหา ไม่ได้แก้ อะไรเลย” นายสุรพล กล่าว


“ผมคิดว่า วันนี้บ้านเมืองมันไม่มีเวลามากมาย ขนาดที่จะมาพูดกัน ในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ประเด็น เราต้องแก้ปัญหา กันทันที แทนที่จะตั้งใครซักคน มาเป็นคนกลาง แล้วเริ่มแก้กัน แต่เมื่อไม่ทำวันนี้ ทุกฝ่ายก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้เจอกัน การใช้เวลา 3-4 เดือน ในการเถียงกัน เรื่องที่มา ของ สภาร่างฯ เป็นเรื่องน่าเสียดาย อาจจะวิเคราะห์ว่า เวลา 3-4 เดือน จะไปตรงกับ ยุบพรรค และยุบสภา พอดี แล้วกระบวนการทุกอย่าง ก็ต้องล่ม ตามไป สังคมไทย ก็ไม่ไปไหน ปัญหาก็ไม่ได้แก้ เป็นเรื่องน่าเสียดายมาก”


ก่อนหน้านี้ อธิการบดี หลายสถาบัน ก็ได้แสดงความผิดหวัง กับท่าทีของ รัฐบาล ต่อการปฏิรูปการเมืองมาแล้ว อย่างเช่น ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ออกมาระบุว่า รัฐบาล และ นักการเมือง ไม่สนใจ ที่จะแก้ปัญหา ทางการเมือง เพียงแต่รอที่จะ แสวงหา ผลประโยชน์ ซึ่งถ้ามีการยุบพรรค ก็คงมี การประกาศยุบสภา ให้เลือกตั้งใหม่

(อ่านข่าว : ม.อุบลฯสับเละ ครม.สมชาย 1 “ขี้ข้าทักษิณ” ทำประเทศพัง)
ที่ประชุม 24 อธิการบดี เมื่อวันที่ 26 ก.ย.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 20:12 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117100


พิมพ์ ข่าวนี้ ดร.สุรพล เสียดาย รัฐบิดเบือนข้อเสนอ 24 อธิการฯ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ ประณาม “ชูวิทย์” ฐานชก “วิศาล” ในห้องส่ง ระบุไม่เหมาะกับ การเป็นบุคคลสาธารณะ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร


สมาคมนักข่าวฯ ประณาม “ชูวิทย์” ชก “วิศาล” พฤติกรรมไม่เหมาะ


สมาคม นักข่าววิทยุ และ โทรทัศน์ และ สมาคมนักข่าวนัก หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ประณาม “ชูวิทย์” ฐานชก “วิศาล” ในห้องส่ง ระบุไม่เหมาะกับ การเป็นบุคคลสาธารณะ ชี้ หากไม่พอใจคำถาม ก็ไม่ต้องตอบ แต่ไม่มีสิทธิ ทำร้ายร่างกายสื่อมวลชน ที่กำลังทำหน้าที่ แนะ คน กทม. ใช้วิจารณญาณ เลือกคนเป็น ผู้ว่าฯ


วันนี้ (2 ต.ค.) สมาคมนักข่าววิทยุ และ โทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วม กรณี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำร้ายร่างกาย นายวิศาล ดิลกวณิช พิธีกร สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ดังนี้
นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่�ง 3 เมื่�วันที่ 2 ตุลาคม 2551

นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551



จากกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ใช้กำลัง ทำร้ายร่างกาย นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 หลังจากรายการ เสร็จสิ้นลง


สมาคมนักข่าว วิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เห็นว่า พฤติกรรมของ นายชูวิทย์ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับบุคคลสาธารณะ ที่เสนอตัว เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ นายวิศาล ได้ทำหน้าที่ของ ผู้ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ นายชูวิทย์ ตามปกติ แม้จะมี คำถาม ที่อาจทำให้ นายชูวิทย์ ไม่พอใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ของ สื่อมวลชน ในการตั้ง คำถาม กับผู้เสนอตัวให้ ประชาชนเลือก เช่นเดียวกับ อาณาอารยประเทศ ทั้งหลาย ซึ่ง นายชูวิทย์ ก็มีสิทธิ์ ที่จะไม่ตอบคำถามได้ แต่ ไม่มีสิทธิ์ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยเฉพาะ สื่อมวลชน ซึ่งกำลังทำหน้าที่


สมาคมนักข่าว วิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอประณามพฤติกรรม ของ นายชูวิทย์ และ ขอเรียกร้อง ให้ ประชาชนชาว กรุงเทพมหานคร โปรดใช้วิจารณญาณ ในการเลือก ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ที่จะมาทำหน้าที่ บริหารราชการ กรุงเทพมหานคร ให้เจริญก้าวหน้า ด้วยความผาสุก ในฐานะเมืองหลวง ของประเทศ ต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 18:30 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117056


พิมพ์ ข่าวนี้ สมาคมนักข่าวฯ ประณาม “ชูวิทย์” ชก “วิศาล” พฤติกรรมไม่เหมาะ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์” แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ เผยเตรียมหารือร่วม กัมพูชา ปรับกำลังทหาร “เขาวิหาร” รอบ 2

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่


“มทภ.2” คนใหม่ เผยเตรียมหารือร่วม กัมพูชา – ปรับกำลังทหาร “เขาวิหาร” รอบ 2


ศูนย์ ข่าวนครราชสีมา – “พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์” แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งวันแรก เผย นโยบายหลัก สนองโครงการ อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ – ดูแลรักษาป่าไม้ และ มุ่งแก้ปัญหา ข้อพิพาทชายแดน ไทย-กัมพูชา ชี้สถานการณ์ล่าสุด ไม่น่าเป็นห่วง เตรียมประชุมหารือร่วม กัมพูชา เพื่อปรับกำลังทหาร บนเขาพระวิหาร รอบ 2 ในสัปดาห์หน้า เหตุบางจุด เขาพระวิหาร ทหารเขมร ยังมีกำลัง เหลืออยู่มาก


วันนี้ (2 ต.ค.) ที่สโมสร ร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีการจัดพิธี รับ – ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ระหว่าง พล.อ.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 คนเดิม ซึ่งย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (อัตรา พล.อ.) กับ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 ที่ขึ้นมา ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ โดยมีหน่วยทหารในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ ระดับกองพัน ขึ้นไป จนถึงระดับ กองทัพ จำนวน 74 หน่วย จัดหมู่ธง ประจำหน่วย สวนสนาม เพื่อเทิดเกียรติยศให้แก่ แม่ทัพภาคที่ 2
พิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ระหว่าง พล.�.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 คนเดิม ซึ่งย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษก�งทัพบก (�ัตรา พล.�.) กับ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้�ยที่ 2 ที่ขึ้นมาดำรงดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่

พิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ระหว่าง พล.อ.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 คนเดิม ซึ่งย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (อัตรา พล.อ.) กับ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 ที่ขึ้นมาดำรงดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่



ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 มีผู้บังคับบัญชา ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 เป็นต้นมา โดยมี พล.ท.หลวงวีระโยธา เป็น แม่ทัพภาคที่ 2 คนแรก จนถึง ปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 60 ปี มีผู้ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 แล้ว จำนวน 31 คน และ คนปัจจุบัน พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 คนที่ 32


พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 มีภาระหน้าที่ รักษาอธิปไตย ในดินแดนของประเทศ และ ดูแล ความสงบเรียบร้อย ภายใน รวมถึง ช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งได้ทำตาม แผนงาน ที่ได้มีแผนไว้ต่อเนื่อง จากนี้ไปก็จะปฏิบัติ ตามนโยบาย ของ กองทัพบก และสืบทอด เจตนารมณ์ของ แม่ทัพภาคที่ 2 ในอดีต ที่ผ่านมา


สำหรับนโยบายเพิ่มเติม ภายหลังได้รับมอบ หน้าที่แล้ว จะเน้นไป ที่เรื่อง ปัญหาชายแดน และ โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริฯ โดยเฉพาะ การดูแลป่าไม้ ซึ่งเราได้ร่วม กับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาต ิและ สิ่งแวดล้อม ในการดูแลรักษา ผืนป่า ทุกรูปแบบ ที่จะให้เราได้ ป่าที่อุดมสมบูรณ์ คืนมา และมีการลาดตระเวน ร่วมกัน เพื่อไม่ให้ ทำลายป่าเพิ่มเติม


ส่วนสถานการณ์ด้านชายแดน ไทย-กัมพูชา จากรายงานล่าสุด ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทุกอย่างยังเรียบร้อยดี และเป็นไปตามขั้นตอนที่ รัฐบาล ของ ทั้ง 2 ประเทศได้พูดคุย ตกลงกันไว้ ขั้นตอนการดำเนินการ ต่อจากนี้ไป สำหรับข้อพิพาทกรณี เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ จะมีการเจรจาปรับกำลัง ของทหาร ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ทหารของ ทั้ง 2 ประเทศ มีความพร้อม ในการดูแลชายแดน เหมือนที่ผ่านมา


ทั้งนี้ เนื่องจากบางจุด โดยเฉพาะ บนปราสาท เขาพระวิหาร ทหารของฝ่ายกัมพูชา ยังมีกำลังเหลืออยู่มาก ซึ่งจะมีการหารือกัน ภายใน สัปดาห์หน้า โดยเป็นการประชุมหารือ ระหว่าง แม่ทัพภาคที่ 2 กับ แม่ทัพภูมิภาคทหารที่ 4 ของ กัมพูชา เพื่อตกลง ในรายละเอียด


สาระสำคัญ ที่จะหารือกัน ในครั้งนี้ คือ เรื่องเกี่ยวกับ เขาพระวิหาร อย่างเดียว โดยเฉพาะ การปรับกำลังทหาร ของทั้ง 2 ประเทศ เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งคาดว่า แนวโน้มสถานการณ์ ทุกอย่างจะดีขึ้น หน่วยทหารตามแนวชายแดน ทางกัมพูชา ก็มีความสัมพันธ์อันดี ต่อกันมาโดยตลอด


กรณีชายแดนด้าน ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้มีการหารือตกลงกัน และ เข้าใจกันดีแล้ว ซึ่งจุดนั้น อยู่ในเส้นเขตแดน ที่เป็น ข้อพิพาท กันอยู่ ยังไม่มี การปักปันเขตแดน ที่ชัดเจน ฉะนั้น ต่างฝ่าย จึงต่าง ถอยกำลังทหาร ออกมา เพื่อให้ คณะกรรมการ ปักปันเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา เข้ามาดำเนินการ ให้เสร็จเรียบร้อย แล้วค่อยมา จัดระเบียบกันใหม่ อีกที

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 17:59 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117026


พิมพ์ ข่าวนี้ “มทภ.2” คนใหม่เผย เตรียมหารือร่วม กัมพูชา – ปรับกำลังทหาร “เขาวิหาร” รอบ 2


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รองอัยการสูงสุด มอบหมาย “เศกสรรค์” ตรวจสอบ กรณีพรรค พชป. ร้องขอความเป็นธรรม คาด สัปดาห์หน้า อัยการ มีความเห็นได้

นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ ร�ง�ัยการสูงสุด

นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด


อสส. ตรวจสำนวน ยุบ พปช. ซ้ำ
คาด 12 ต.ค. รู้เค้า!


รองอัยการสูงสุด ตรวจสำนวน ยุบพรรค พปช. ครั้งที่สอง พร้อมมอบหมาย “เศกสรรค์” ตรวจสอบ กรณีพรรค พชป. ร้องขอความเป็นธรรม ให้เสร็จ ก่อนเร่งสรุปประเด็น เสนอที่ประชุมใหญ่ 7 ต.ค.นี้ บ่ายสอง คาด สัปดาห์หน้า อัยการ มีความเห็นได้


วันนี้ (2 ต.ค.) ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด สนามหลวง เวลา 13.00 น. นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด ประธานคณะทำงาน อัยการ คดียุบพรรค ได้ประชุมคณะทำงาน เพื่อพิจารณา สำนวนคดียุบพรรค พลังประชาชน (พปช.) ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสำนวน มาให้ สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา


ภายหลัง ใช้เวลาประชุม นานกว่า 2 ชั่วโมง นาย ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร คณะทำงาน และ โฆษก อัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชน ได้ยื่นคำร้อง ขอความเป็นธรรม ต่อคณะทำงาน ดังนั้น ที่ประชุม จึงมอบหมายให้ นาย เศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ ซึ่งเป็น คณะทำงาน ฯ ตรวจสอบรายละเอียด ว่า ประเด็นที่ พรรคพลังประชาชน ร้องขอความเป็นธรรม นั้น เป็นประเด็นซ้ำ กับที่ กกต. ได้เคยสอบสวนไปแล้ว หรือ ไม่ รวมทั้งให้ตรวจ ด้วยว่า ข้อร้องเรียน ดังกล่าว เป็นสาระเพียงพอ ที่จะตั้ง คณะกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริง และ ทำให้ เอกสาร สมบูรณ์ หรือ ไม่


“เนื่องจาก เขาร้องมา หลายประเด็น เราจึงจำเป็นต้องตรวจสอบ ให้ครบทุกประเด็น ซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน จากนั้น จะนำผลการตรวจสอบ เข้า ที่ประชุม อีกครั้ง ในวันที่ 7 ต.ค.นี้” นาย ธนพิชญ์ โฆษกอัยการ กล่าว


ด้าน นาย เศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม มอบหมายให้ ตน ตรวจสอบประเด็น ร้องขอ ความเป็นธรรม แล้ว วันเดียว กันนี้ ตนได้ แต่งตั้ง คณะทำงานย่อย 6 คน ซึ่งมาจาก อัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ 4 คน และ อัยการ ฝ่ายคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) 2 คน ขึ้นมา รับผิดชอบ โดย นายจุลสิงห์ ประธานคณะทำงาน กำชับให้ดำเนินการ โดยรวดเร็ว ซึ่งตน สั่งการ คณะทำงานย่อย ดำเนินการ ตรวจสอบ ประเด็นร้องขอ ความเป็นธรรม ให้เสร็จ ภายใน วันที่ 6 ต.ค. เพื่อจะนำข้อสรุป ของ คณะทำงานย่อย มาพิจารณา ในการประชุมคณะทำงาน อีกครั้ง วันที่ 7 ต.ค. นี้ เวลา 14.00 น. สำหรับประเด็นที่ พรรค พปช. ร้องขอความเป็นธรรม นั้น มีทั้ง ข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย ซึ่ง รายละเอียด เป็นอย่างไร ต้องรอ คณะทำงานย่อย สรุปมาอีกครั้ง


ทั้งนี้ หากพบว่า ประเด็นร้องขอ ความเป็นธรรม ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่ กกต. ได้ดำเนินการ สอบสวน มาแล้ว ก็ไม่จำเป็น ต้องดำเนินการสอบสวน ตาม หนังสือ ร้องขอ ความเป็นธรรมอีก อย่างไรก็ดี ในการประชุม คณะทำงาน ครั้งที่ 3 ใน วันที่ 7 ต.ค.นี้ เชื่อว่า น่าจะมีความชัดเจน ว่า อัยการ จะ ดำเนินการ อย่างไร จะเสนอความเห็นให้ นาย ชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด หรือสมควร จะต้องตั้ง คณะทำงาน ร่วมกับ กกต. โดยการพิจารณา สำนวนคดี ยุบพรรค พปช. จะ ครบกำหนด เวลา 30 วัน ตามกฎหมาย ในวันที่ 12 ต.ค.นี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 17:50 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117023


พิมพ์ ข่าวนี้ อสส. ตรวจสำนวน ยุบ พปช. ซ้ำ คาด 12 ต.ค. รู้เค้า!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

บช.น. เตรียม 3 แผน รักษาความปลอดภัย พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระพี่นางฯ

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล ร�งผบช.น.

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น.


นครบาลชู 3 แผนรับมืองานถวายพระเพลิงพระศพพระพี่นางฯ


บช.น. เตรียม 3 แผน รักษาความปลอดภัย พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระพี่นางฯ โดย 12 ต.ค. และ 19 ต.ค. ซ้อมย่อย ขบวนแห่ พระศพ ส่วน 2 พ.ย. เป็นการซ้อมจริง จำเป็นต้อง ปิดถนนโดยรอบ พระบรมมหาราชวัง ถ.สนามไชย ถ.ท้ายวัง ถ.มหาราช และ ถ.ราชดำเนิน ในบางส่วน ตั้งแต่ เช้ามืด ถึง 10 โมงเช้า


วันนี้ (2 ต.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. เป็นประธานการประชุม ร่างแผนการ รักษาความความปลอดภัย แผนการจราจร และ แผนเผชิญเหตุ ในพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี ผู้แทนสำนักพระราชวัง ผู้แทนฝ่ายทหาร และ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม


พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวภายหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือ แผนการปฏิบัติ 3 แผนหลัก คือ แผนรักษาความปลอดภัย จะมีการพูดถึง เรื่องการวางกำลัง การตั้ง กองรักษาการต่างๆ 15 กองรักษาการ และมี กองรักษาการใหญ่ จะคุมพื้นที่ของ พระราชพิธี ทั้งหมด รวมทั้งการวางกำลังใน เส้นทางขบวนแห่พระศพ ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นการหารือวางแผนของ พระราชพิธี วันที่ 15 พ.ย. เป็นหลัก ในช่วงเช้า มีขบวนแห่พระศพ ช่วงบ่าย เป็น พระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ และ เวลา 22.00 น. เป็น พระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ จริง


พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า แผนที่ 2 เป็น แผนการจราจร แผนที่จอดรถ ของผู้มาร่วมงาน ทั้งหมดว่า จะจัดไว้ ที่ไหน อย่างไร ในจุดห้ามจอด อยู่ตรงไหน บ้าง จุดห้ามรถเข้า มีตรงไหนบ้าง จะแบ่งพื้นที่ ออกเป็น 3 โซน คือ ใน กลาง นอก รอบเกาะ ในเกาะ และ พื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เรื่องการจราจร จะขอ ทำเอกสาร และ แผนที่แจกจ่ายประชาชน เพื่อให้รับทราบ ในเรื่องการปิดเส้นทางต่างๆ ซึ่งจะมีการซ้อม ขบวนแห่ใน วันที่ 12 ต.ค. และ วันที่ 19 ต.ค. เป็นการซ้อมย่อย ทางทหารจะซักซ้อมขบวนแห่ ในพื้นที่จริง จำเป็นต้องปิดถนนบางส่วน เพื่อให้นำรถขนกำลังพล มาจอด เพื่อซ้อม เดินขบวน


“อย่างไรก็ตาม ในวันซ้อมย่อย คาดว่ารอบพระบรมมหาราชวัง คงไม่มีปัญหา และ ซ้อมใหญ่ ในวันที่ 2 พ.ย. เป็นการ ซ้อมจริงเหมือนจริง ทุกอย่าง จำเป็นต้อง ปิดถนนโดยรอบ พระบรมมหาราชวัง ถ.สนามไชย ถ.ท้ายวัง ถ.มหาราช และ ถ.ราชดำเนิน ในบางส่วน เพื่อเป็นเส้นทาง ขบวนแห่ เป็นการซ้อม ในช่วงเช้าทั้งหมด อาจจะปิดถนน ตั้งแต่เช้ามืด ของวันดังกล่าว ถึงเวลาประมาณ 10.00 น. ของแต่ละวัน ซึ่งคาดว่า ในการซ้อม คิดว่า ไม่น่าจะเกิดปัญหาการจราจร เพราะยังไม่มีแขกมาร่วมงาน” รองผบช.น.กล่าว


พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า ส่วนพระราชพิธีจริง ในวันที่ 15 พ.ย. จะมี การปิดพื้นที่ ค่อนข้างมาก ประกอบด้วย รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ทั้งหมด และ พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง รายละเอียด การปิดจราจร ทาง บช.น. จะทำเป็น แผนที่แจกจ่าย อีกครั้ง และ ห้ามจอดรถ ตั้งแต่หลังเที่ยงคืน ในวันที่ 15 พ.ย. ห้ามเข้ารอบเกาะทั้งหมด และ พื้นที่บางส่วน ตั้งแต่เวลา 05.00 น. จะห้ามผ่าน อาทิ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า บางลำพู จะเข้าได้เฉพาะ คนที่มีรถ มีบ้าน อยู่ละแวกนั้น และ รถที่มีบัตรเข้า


พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวต่อว่า ส่วนแผนที่ 3 เป็นแผนเผชิญเหตุ เป็นเส้นทางต่างๆในการเสด็จของ พระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งหมด ว่าใช้เส้นทางไหน อย่างไร มีเส้นทางสำรอง อย่างไร รายละเอียด ที่ผู้ปฏิบัติจะรับทราบเบื้องต้น ซึ่งในการพูดคุย ทั้ง 3 แผน จะให้คณะทำงาน ซึ่งมีหัวหน้าแต่ละชุด ประกอบด้วย แผนรักษาความปลอดภัย มี พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าชุด แผนการจราจร มีตน เป็นหัวหน้าชุด และ แผนเผชิญเหตุ มี พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. เป็นหัวหน้าชุด และ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบช.น. ดำเนินการ นอกจากนี้จะมี พล.ต.ต. สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น. ดูแล เรื่องการส่งกำลังบำรุง ทั้งหมด รวมทั้งการจัดทำ แผงเหล็ก การตั้งเต็นท์ ตลอดจนอาหารการกิน ของ ผู้ปฏิบัติกำลังพล ต่างๆ ทำอย่างไร รวมทั้งสิ้น จะมีคณะทำงาน ทั้งสิ้น 4 ชุด สำหรับรองรับ ทั้ง 3 แผน


ผู้สื่อข่าว ถามถึง การปิดถนนราชดำเนินนอก ในช่วงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เนื่องจากมี กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมอยู่ ตลอดจน ในทำเนียบรัฐบาล จะทำให้มีปัญหา กับ พระราชพิธี หรือไม่ พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า คงไม่มีปัญหา เพราะจากการพูดคุย เบื้องต้น จะมี การปิดถนน ซึ่งอาจจะเร็วกว่า วันพระราชพิธีจริง เพราะ ทหารมหาดเล็ก จำเป็นต้องซ้อมสวนสนาม การจัดริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ใน งานพระราชพิธี ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยจะมีการซ้อม ตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป


พื้นที่ที่ใช้วางแถวกำลังพล เพื่อเดินแถว เข้าลานพระบรมรูปทรงม้า คือ ตั้งแต่ สะพานมัฆวานฯ ถึง แยกสวนมิสกวัน แยกสวนมิสกวัน ถึง วังแดง และ แยกสวนมิสกวัน ถึง แยกพาณิชย์ โดยจะทำรายละเอียดทั้งหมด ประสานไปทาง ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอความร่วมมือ เรื่องนี้ คิดว่าคงไม่มีปัญหา ทั้งการสวนสนาม ในวันซักซ้อม และวันพระราชพิธีจริง ทั้งหมด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 16:20 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000116972


พิมพ์ ข่าวนี้ นครบาลชู 3 แผนรับมืองานถวายพระเพลิงพระศพพระพี่นางฯ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ชูวิทย์” เจ้าของนโยบาย “เปลี่ยนกรุงเทพฯ” ตบะแตก ฟิวส์ขาด!ชก “วิศาล” คว่ำ หลังสัมภาษณ์สด!!

ชูวิทย์ ฟิวส์ขาด! ชก วิศาล คว่ำ

ชูวิทย์ ฟิวส์ขาด! ชก วิศาล คว่ำ


“ชูวิทย์” ฟิวส์ขาด! ชก “วิศาล” คว่ำ หลังสัมภาษณ์สด!!


“เฮีย ชู” ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เจ้าของนโยบาย “เปลี่ยนกรุงเทพฯ” ตบะแตก หลังให้สัมภาษณ์ ผู้ดำเนินรายการ ข่าวเที่ยงวัน ทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 ชก “วิศาล ดิลกวณิช” คว่ำข้าวเม่า ต้องเข้ารักษาตัว ที่โรงพยาบาล


วันนี้ (2 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นที่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ เมื่อ นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก่อเหตุชกต่อย นาย วิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ ข่าวเที่ยงวัน ทันเหตุการณ์ จนล้มคว่ำลง ภายหลัง เสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ ออกรายการโทรทัศน์


โดยล่าสุด นายวิศาล ได้เข้ารับการรักษา บาดแผล รวมทั้ง ตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลสมิติเวช แล้ว จากนั้นจะเดินทาง เข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ต่อไป
นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ ข่าวเที่ยงวัน ทันเหตุการณ์

นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ ข่าวเที่ยงวัน ทันเหตุการณ์



ส่วนสาเหตุ ยังไม่ทราบว่า เกิดจากเรื่องใด แต่เชื่อว่า น่าจะเกิดจาก ความไม่พอใจ ในคำถาม ของ นาย วิศาล ก็เป็นได้


ขณะที่ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทาง โทรศัพท์ไปยัง นายชูวิทย์ ปรากฏว่าโทร.ติด แต่นายชูวิทย์ กดสายทิ้งทันที และ ขณะนี้ไม่ทราบว่า นายชูวิทย์ อยู่ที่ใด


ด้าน นายวิศาล ดิลกวานิช กล่าวที่ โรงพยาบาลสมิติเวช ว่า หลังจากให้ แพทย์ตรวจร่างกาย พร้อมออก เอกสารใบรับรองทางการแพทย์ แล้ว จะเดินทางไปยัง สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับ นายชูวิทย์ จากนั้นจะเปิดแถลงข่าว ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ทั้งนี้ ตนถูก นายชูวิทย์ต่อย ตีศอก ถูกเตะ กระทั่งล้มลง ศีรษะฟาดพื้น จนรู้สึกมึนงง แต่นายชูวิทย์ ก็ตามมากระทืบซ้ำ กระทั่งทีมงาน ต้องเข้ามาห้าม


“ผมคิดว่า การทำงานคือ การซักถาม เพื่อให้ นายชูวิทย์ตอบ ว่าทำอะไรเพื่อประชาชน ซึ่งนายชูวิทย์ ตอบไม่ชัดเจน จึงต้องเน้นย้ำ ประเด็นคำถาม จนสร้าง ความไม่พอใจ นำมาสู่ การทำร้ายร่างกาย ครั้งนี้” นายวิศาล กล่าว


ขณะที่ นายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์ โดยยอมรับว่า ได้ทำร้ายร่างกาย นายวิศาล จริง เพราะไม่พอใจ ที่ถูกกล่าวหาว่า ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ซึ่งถือว่า ไม่มีจรรยาบรรณของสื่อ เพราะ ขณะที่คุยกัน หลังเวที ก่อนออกอากาศ นั้น ได้พูดคุยอีกอย่าง แต่เมื่อ ตอนออกอากาศ กลับถามอีกแบบหนึ่ง ซึ่งควรมีการเคารพแหล่งข่าวด้วย


“เรื่องนี้ ผมยอมขอโทษ ยอมให้ปรับ 500 บาท แต่สื่อ ต้องมี จรรยาบรรณ ด้วย” นายชูวิทย์ กล่าว พร้อมระบุว่า จะเปิดแถลงข่าวในเวลา 16.00 น. ที่บริเวณ สวนสาธารณะ สถานที่ซึ่ง นายชูวิทย์ จัดทำสวนให้ประชาชน ภายหลังเกิด เหตุการณ์ รื้อทลายบาร์เบียร์ ถนนสุขุมวิท


ทั้งนี้ ระหว่างการสัมภาษณ์ นายชูวิทย์ออกอากาศ ในรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ นั้น นายวิศาล ได้ถาม นายชูวิทย์ เกี่ยวกับ แผนการแข่งขัน กับ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประเด็นดังกล่าว นายชูวิทย์ ได้พูดคุยกับ นายวิศาล ก่อนเข้ารายการแล้ว จึงทำให้ นายชูวิทย์ โมโห และ จ้อง นายวิศาล ด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะพูดว่า “นี่คุณ (วิศาล) เอา เรื่องข้างหลังมาเล่าข้างหน้าเลยเหรอ”


จากนั้น นายวิศาล จึงตอบสวนกลับไปว่า “ตกลงชูวิทย์ หน้าจอกับหลังจอ เหมือนกันหรือไม่” นายชูวิทย์ จึงแย้งกลับว่า “ตรงนั้น คือส่วน หลังจอ แต่ทำไม หน้าจอ คุณไม่ถาม เรื่องแผนหาเสียง หรือ นโยบาย”


นายวิศาล กล่าวต่อว่า “ตกลงชูวิทย์ หน้าจอ กับหลังจอ เหมือนกัน หรือไม่” นายชูวิทย์ จึงกระแทกเสียง กลับไปว่า “เหมือนกันครับ” จากนั้น พิธีกรช่อง 3 ก็ตัดบทจบรายการ และ นายชูวิทย์ ได้เข้าไปชก นายวิศาล แล้วใช้เท้าเหยียบ จนกระทั่ง มีคนมาห้ามไว้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 13:56 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000116845


พิมพ์ ข่าวนี้ “ชูวิทย์” ฟิวส์ขาด! ชก “วิศาล” คว่ำหลังสัมภาษณ์สด!!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

US Senate backs new bail-out bill – วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้าน$ แล้ว

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้าน$ แล้ว
2 ตุลาคม 2551 09:02 น.

เอ เอฟพี – วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบแผนกอบกู้เศรษฐกิจ 700,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีมติ 75 ต่อ 25 เสียง ท่ามกลางวิกฤตการเงินที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก อันเนื่องมาจากการล้มละลายของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ

ร่างกฎหมาย ซึ่งมีการแก้ไขรายละเอียดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นนี้จะส่งต่อ ไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังไม่ทราบอนาคตที่แน่นอน หลังจากที่สมาชิกสภานิติบัญญัติเคยโหวตล้มแผนกู้เศรษฐกิจฉบับก่อนหน้านี้ไป แล้วในวันจันทร์ (29) ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงระนาว

การเห็นชอบของวุฒิสภาได้เพิ่มความหวังว่า แผนกู้เศรษฐกิจฉบับนี้จะได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายโดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ และช่วยลดความตื่นตระหนก ที่ปะทุขึ้นจากการล้มแผนนี้โดยสภาผู้แทนฯ เมื่อจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ได้รับการแก้ไขแล้วนี้ได้เพิ่มเพดานเงิน ฝากที่รัฐค้ำประกัน จาก 100,000 ดอลลาร์เป็น 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้ฝากเงินว่า เงินของพวกเขาจะปลอดภัยในธนาคารเหล่านั้น และหลีกเลี่ยงการถอนเงินออกไปเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ข้อเสียส่วนใหญ่ของกฎหมายดังกล่าวยังคงเดิม เช่นการให้อำนาจเฮนรี พอลสัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังซื้อหนี้เสียจากการจำนองในธนาคารที่ประสบปัญหา ซึ่งฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นการให้อำนาจคนๆ หนึ่งมากเกินไป โดยยังปฏิเสธการใช้เงินภาษีของประชาชนมาอุ้มบริษัทธุรกิจการเงิน

จาก http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000116679


Watch Video Story from Reuters
Senate approves $700 billion bailout
(01:26) Report

Oct. 1 – The U.S Senate approved a $700 billion bailout of the financial industry that political and financial leaders called crucial to averting economic catastrophe.

The bill next goes to the House of Representatives where a vote is likely on Friday.

Deborah Lutterbeck reports.


BBC NEWS
US Senate backs new bail-out bill

The Senate has approved a new version of a $700bn (£380bn) rescue plan for the troubled US financial system.

Senators voted 74 to 25 in favour of the emergency legislation designed to stabilise volatile markets and limit further damage to the economy.

It included an increase in the level of government insurance for bank deposits and a raft of targeted tax breaks.

The plan will now go before the House of Representatives, which narrowly rejected a similar bill on Monday.

US presidential hopefuls John McCain and Barack Obama, who both support the rescue plan, returned from the campaign trail for the vote.

CHANGES TO BILL
Raises government’s guarantee on savings from $100,000 to $250,000
Tax breaks to help small businesses and promote renewable energy
Expansion of child tax credit and help for victims of recent hurricanes

Senate majority leader Harry Reid, a Democrat, said he was happy with the result and praised both candidates.

“I think it shows that when we work together we can accomplish good things,” he said.

“I think it speaks volumes that both of our presidential candidates are here and voting – both supporting this legislation.”

Speaking a few hours before the vote, President George W Bush said the bill needed to pass in order to calm volatile markets.

“It’s very important for us to pass this piece of legislation so as to stabilise the situation – so that it doesn’t get worse and then our fellow citizens lose wealth and work,” he said.

The House of Representatives is expected to vote on the revised version on Friday.

The BBC’s Jonathan Beale, in Washington, says senators from both parties are congratulating each other for rising above party politics and acting in the interests of the US.

But he says the bill has passed only the first hurdle, and such celebrations could yet prove to be premature.
Story from BBC NEWS:
http://news.bbc.co.uk/go/pr/fr/-/2/hi/americas/7647622.stm

Published: 2008/10/02 02:03:43 GMT

© BBC MMVIII


Next Page »

Blog at WordPress.com.