Accom Thailand

October 3, 2008

แม่ทัพ 2 ระบุ ไทยปะทะเขมรเป็น อุบัติเหตุ-ทหารไทย 2 เขมรเจ็บ 3


ทหารไทย-เขมร ปะทะเดือด ห่าง “เขาวิหาร” 5 กม. – บาดเจ็บ 5 นาย


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – ทหารไทย กองกำลังสุรนารี ปะทะเดือดทหารเขมร นาน 20 นาที บริเวณตีนเขา ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ห่างจาก เขาพระวิหาร 5 กม. เผย เบื้องต้น ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนเขมร เจ็บ 3 นาย


ล่าสุด แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดแถลงข่าวด่วน กรณีที่เกิดขึ้น ที่ ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จ.นครราชสีมา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น.ได้เกิดเหตุการณ์การ ปะทะกันระหว่าง ทหารไทย กับ กองกำลัง ทหารกัมพูชา ที่บริเวณ ตีนเขา ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อยู่ด้านทิศตะวันตกของ เขาพระวิหาร ห่างจาก เขาพระวิหาร ประมาณ 5 กิโลเมตร ขณะที่ กำลังทหารไทย ได้ไปปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ตามคำสั่ง ของ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี) กองทัพภาคที่ 2


กำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย ได้ปะทะกัน นานกว่า 20 นาที เบื้องต้นทำให้ ทหารของ กองกำลังสุรนารี ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ถูกอาวุธสงครามยิง ที่บริเวณ ขา และ สะโพก คือ


ส.อ.ธวัช งามศรี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2303 กรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บที่ บริเวณสะโพก และ


อาสาสมัครทหาร บันลือ เลิศศรี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2303 กรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ บริเวณ น่อง ส่วนทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บไป 3 นาย ก่อนจะถอยร่น เข้าไปฝั่ง ประเทศกัมพูชา


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการที่เกิดขึ้น พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี ได้รายงานให้ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ทราบแล้ว โดย พล.อ.อนุพงษ์ ได้สั่งการให้ พล.ต.กนก ดูแลพื้นที่ อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะกำลังพล ที่ลาดตระเวน อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ให้ปฏิบัติภารกิจ ด้วยความระมัดระวัง


ทางด้าน พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เหตุการณ์เกิด ประมาณ 15.00 น. กำลังทหารฝ่ายไทย ลาดตระเวน อยู่บริเวณ ฝั่งตะวันตก ของเขาพระวิหาร แล้วพบกับ กำลังทหารของ กัมพูชา จำนวน 1 หมู่ ลาดตระเวน ล่วงล้ำเข้ามา ในพื้นที่ฝั่งไทย ประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้ ทหารไทยยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อแจ้งเตือน แต่พื้นที่เป็นป่าทึบ ทำให้เกิดเหตุปะทะกันขึ้น ระหว่าง ทหารไทย และ ทหารกัมพูชา ส่งผลให้บาดเจ็บ ทั้งคู่ ซึ่งทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย


ล่าสุด ฝ่ายเราได้ผลักดัน ทหารกัมพูชา กลับเข้าไป ในเขตแดนกัมพูชาแล้ว และได้ประสานทาง กัมพูชา แล้ว ซึ่งเขาอยู่ระหว่างเคลียร์กำลังกลับเข้า เขตชายแดนของ กัมพูชา อย่างไรก็ตาม ส่วนสาเหตุนั้น ยังไม่แน่ใจว่า พลัดหลงเข้ามา หรือเป็นความตั้งใจ เพราะเป็นพื้นที่ป่าทึบ แต่สถานการณ์ ขณะนี้ ยังไม่น่าเป็นห่วง พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า ล่าสุด เมื่อเวลา 19.30 น. ที่ผ่านมา ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานมายัง ผู้สื่อข่าวว่า พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 จะเปิดแถลงข่าว เป็นการด่วน เกี่ยวกับเหตุการณ์ การปะทะกัน ระหว่างไทย และ กัมพูชา ที่ จ.ศรีสะเกษ ดังกล่าว ที่ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคง ภายในภาค 2 ในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา


ทางด้าน พ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าว ว่า เมื่อเวลา 15.45 น. มีทหารกัมพูชา เข้ามา ฝั่งไทย 8 นาย เพื่อตั้งฐาน ลาดตระเวนลึกเข้ามา ในฝั่งไทย 1 กิโลเมตร บริเวณระหว่าง ภูมะเขือ และ ช่องอานม้า ซึ่ง ไทย จัดทหารเข้าไป เจรจากว่า 10 คน โดยเป็น เจ้าหน้าที่ทหารร้อยลาดตระเวนไกล การข่าว และ ยุทธการ เพื่อขอให้ กำลังดังกล่าว ออกไปนอกพื้นที่ แต่การเจรจา ไม่สามารถ ตกลงกัน ได้ โดยกัมพูชา ยืนยันไม่ออก จากพื้นที่ และ พูดจาไม่ดี เมื่อพูดจาไม่รู้เรื่อง ทหารไทย จึงเดินกลับเข้ามาแจ้งให้ ผู้ใหญ่ทราบ สถานการณ์ว่า กัมพูชา ไม่ยอมถอยร่น


ระหว่างนั้นมี ทหารกัมพูชา พูดจายั่วยุ และ ยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด แล้วมี ทหารกัมพูชา ยิงปืนไล่หลังมา ทำให้มี จ่าทหารพราน และ อาสาทหารพราน บาดเจ็บที่ ขา และ ก้น ทำให้มีการปะทะกัน ประมาณ 20 นาที ก่อนที่เสียงปืน จะยุติลง ปรากฏว่า หลังการปะทะ ทหารไทย บาดเจ็บ 2 นาย กำลังอยู่ระหว่าง นำออกนอกพื้นที่ แต่สภาพเป็นป่าทึบ ทำให้การเคลื่อนย้าย ออกมาลำบาก ซึ่ง พล.ต.กนก รายงานให้ พล.อ.อนุพงษ์ รับทราบ และ พล.อ.อนุพงษ์ ให้ พล.ต.กนก ดำเนินการเจรจา กับผู้นำทางทหาร ในพื้นที่กัมพูชา รับทราบ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว พ.อ.สรรเสริญ กล่าว


แม่ทัพ 2 ระบุ ไทยปะทะเดือดเขมร เป็นอุบัติเหตุ –
ทหารพรานถูก อาร์พีจีถล่ม เจ็บ 2 ปลอดภัยแล้ว


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – แม่ทัพภาค 2 เรียกประชุมด่วน นายทหารระดับสูง กองทัพภาค 2 ฝ่ายอำนวยการรักษาความมั่นในภาค 2 ประเมิน สถานการณ์ เหตุการณ์ ทหารไทย ปะทะ กัมพูชา ที่เขาภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ เผย ทหารไทยถูก อาร์พีจี ยิงถล่ม บาดเจ็บ 2 นาย ส่วนเขมรเจ็บ 3 นาย ระบุ เป็นอุบัติเหตุ เกิดการเข้าใจผิด และได้ประสาน ทำความเข้าใจกันแล้ว ทั้ง 2 ฝ่าย ล่าสุด ทหารพราน ที่บาดเจ็บทั้ง 2 นาย ปลอดภัย แล้ว


วันนี้ (3 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 2 ภายในอาคาร กองอำนวยการ รักษาความมั่นคง ภายใน ภาค 2 (กอ.รมน.ภาค 2) ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ได้เรียกประชุมด่วน นายทหารระดับสูง กองทัพภาคที่ 2 ฝ่ายอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เพื่อหารือ และ ประเมินสถานการณ์ ร่วมกัน หลังเกิด เหตุการณ์ ทหารไทย ปะทะ กับ กองกำลังทหาร ฝ่ายกัมพูชา ที่บริเวณตีนเขา ภูมะเขือชายแดน ไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ ทหารพราน ของไทย ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย


พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดแถลงข่าวต่อ สื่อมวลชน หลังประชุมแล้วเสร็จ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. หน่วยทหารพราน ของ ไทยเรา จำนวน 1 ชุด รวม 10 นาย ได้ออกลาดตระเวน ในพื้นที่ เขาภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อยู่ห่างจาก เขาพระวิหาร ทางด้าน ทิศตะวันตก ประมาณ 2.5 กม. ซึ่งเป็น พื้นที่ป่ารกทึบ และมี ร่องน้ำ ได้เกิดปะทะ กับ กองกำลังทหาร ของ ฝ่ายกัมพูชา ที่ออกมา ลาดตระเวน ในพื้นที่ ดังกล่าว ทำให้ฝ่ายไทย ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.อ.ธวัช งามศรี และ อาสาสมัครทหารพราน บันลือ เลิศศรี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2303 กรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดย ส.อ.ธวัช ถูกสะเก็ดหัวระเบิด อาร์พีจี ได้รับบาดเจ็บ บริเวณสะโพก และ อาสาสมัคร ทหารพราน บันลือ ได้รับบาดเจ็บที่ บริเวณขา ส่วนฝ่ายทหารของ ฝ่ายกัมพูชา คาดว่า ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย


จากการตรวจสอบ ทราบว่า เหตุการณ์ปะทะกัน ดังกล่าวน่าจะเป็นอุบัติเหตุ และเกิดการเข้าใจผิดกันขึ้น อาจมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทำปืนลั่น และ เกิดตกใจ จึงยิงปะทะกัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานทำความเข้าใจ กับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง ของ ฝ่าย กัมพูชา แล้ว โดยทั้ง 2 ฝ่าย มีความเข้าใจกันดี และตกลงกัน ที่จะไม่ทำให้เกิด การกระทบกระทั่ง กันอีก

แม่ทัพภาค 2 เรียกประชุมด่วน นายทหารระดับสูง ก�งทัพภาค 2 ฝ่าย�ำนวยการรักษาความมั่นในภาค 2 ประเมิน สถานการณ์ เหตุการณ์ ทหารไทย ปะทะ กัมพูชา ที่เขาภูมะเขื� จ.ศรีสะเกษ เผย ทหารไทยถูก �าร์พีจี ยิงถล่ม บาดเจ็บ 2 นาย ส่วนเขมรเจ็บ 3

แม่ทัพภาค 2 เรียกประชุมด่วน นายทหารระดับสูง กองทัพภาค 2 ฝ่ายอำนวยการรักษาความมั่นในภาค 2 ประเมิน สถานการณ์ เหตุการณ์ ทหารไทย ปะทะ กัมพูชา ที่เขาภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ เผย ทหารไทยถูก อาร์พีจี ยิงถล่ม บาดเจ็บ 2 นาย ส่วนเขมรเจ็บ 3


พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ขอยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง ทหารไทย กับ กัมพูชา ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการประสานงาน พูดคุยกันด้วยดี ซึ่งภายใน สัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุมหารือกัน ระหว่าง แม่ทัพภาคที่ 2 กับ แม่ทัพภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา เกี่ยวกับ ข้อพิพาทชายแดน กรณีเขาพระวิหาร ในเรื่องการปรับกำลังทหาร บนเขาพระวิหาร ครั้งที่ 2 นั้น จะนำเหตุการณ์ปะทะกัน ดังกล่าว ที่เกิดขึ้น เข้าหารือด้วย


ผมขอเรียนไปยัง พี่น้องประชาชน ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุของ หน่วยทหารระดับเล็ก ที่ปฏิบัติงาน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งพื้นที่ ปะทะกัน อยู่ใน ร่องห้วย ป่ารกทึบ ก็ไม่ทราบว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งอาจมีการ หกล้ม ปืนลั่นแล้ว เข้าใจผิด ทำให้เกิด การยิงกันขึ้น ก็เป็นได้ ไม่ใช่เป็นการใช้กำลัง หรือเกิด ข้อขัดแย้ง กัน ผมมั่นใจว่า สถานการณ์ในพื้นที่ ไม่น่าห่วง


เราทั้งสองฝ่ายได้ประสานงานกัน อย่างแน่นแฟ้น ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องอะไร ที่รุนแรงกว่านี้ ตอนนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กองกำลังสุรนารี อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกำชับให้ กำกับดูแล หน่วยทหารของเรา ให้มีการเพิ่ม ความระมัดระวังมากขึ้น และ ผมจะไปเยี่ยม กำลังพล ที่บาดเจ็บ เราจะดูแลทหาร ที่บาดเจ็บเป็นกรณีพิเศษ อย่างเต็มที่ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวในที่สุด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
3 ตุลาคม 2551 19:52 น. และ 22:07 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117591
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117621


พิมพ์ ข่าวนี้ ทหารไทย-เขมร ปะทะเดือดห่าง “เขาวิหาร” 5 กม.-บาดเจ็บ 5 นาย


พิมพ์ ข่าวนี้ แม่ทัพ 2 ระบุไทยปะทะเดือดเขมรเป็นอุบัติเหตุ-ทหารพรานถูกอาร์พีจีถล่มเจ็บ 2 ปลอดภัยแล้ว


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

ตำรวจ ซุ่มดักหน้าทางด่วนรวบตัว “ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์” 1 ใน 9 แกนนำพันธมิตรฯ

ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์(กลาง)ร่วมรายการสภาท่าพระ�าทิตย์ เมื่�เช้าวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ตร.ดักหน้าทางด่วนรวบ ไชยวัฒน์ - เจ้าตัวไม่ประกัน ชี้ ตร.ทำมิช�บ

ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์(กลาง)ร่วมรายการสภาท่าพระอาทิตย์ เมื่อเช้าวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ตร.ดักหน้าทางด่วนรวบ ไชยวัฒน์ - เจ้าตัวไม่ประกัน ชี้ ตร.ทำมิชอบ


ตร.ดัก หน้าทางด่วน รวบ ไชยวัฒน์ – เจ้าตัวไม่ประกัน ชี้ ตร.ทำมิชอบ


ตำรวจ ซุ่มดัก หน้าทางด่วน รวบตัว “ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์” 1 ใน 9 แกนนำพันธมิตรฯ ที่ถูกยัด ข้อหากบฏ หลังออกจากบ้าน “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ” แถมออกลายเหลี่ยม นำไปคุมขัง ที่ ตชด. ปทุมธานี ทั้งที่หมายจับอยู่ สน.นางเลิ้ง ล่าสุด ไม่ขอประกัน แต่จะต่อสู้กรณี ตร. จับกุมโดยมิชอบ เพราะ เรื่องอยู่ระหว่าง การอุทธรณ์


เมื่อเวลา ประมาณ 14.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัว นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 1 ใน 9 แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกออก หมายจับ ในข้อกบฏ ขณะที่ นายไชยวัฒน์ เดินทาง ออกจาก บ้านพัก นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส. ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ย่านซอยราชครู ถนนพระราม 6 และกำลัง จะขึ้นทางด่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดักรออยู่ ได้เข้าควบคุมตัว นายไชยวัฒน์ ทันที


รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว นายไชยวัฒน์ ไปควบคุมตัวไว้ที่ กองบังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 จ.ปทุมธานี ซึ่งเคยเป็น ที่คุมขัง นักรบศรีวิชัย หลังเกิดเหตุบุก เอ็นบีที ทั้งที่หมายจับ นายไชยวัฒน์ พร้อมอีก 8 แกนนำพันธมิตรฯ ใน ข้อหากบฏ เป็นการเสนอขอ จาก สน.นางเลิ้ง


สำหรับคดีดังกล่าว ตำรวจ ได้ตั้งข้อหา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 51 หลังจาก พันธมิตรฯ ประกาศยุทธการ เป่านกหวีดครั้งสุดท้าย เข้ายึด ทำเนียบรัฐบาล ทำให้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายพิภพ ธงไชย , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วม พันธมิตรฯ เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น กบฏ และ ข้อหาอื่นๆ รวม 5 ข้อหา ซึ่งความคืบหน้าของ คดีนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่ง ให้ศาลชั้นต้น รับคำร้อง อุทธรณ์หมายจับ ของผู้ถูกกล่าวหา ทั้ง 9 คนแล้ว


ล่าสุดเมื่อเวลา 17.30 น. นายไชยวัฒน์ ยืนยันว่า จะไม่ขอประกันตัวในชั้น สอบสวน เนื่องจาก ต้องการต่อสู้ ให้ประจักษ์ว่า การออกหมายจับ ในข้อหากบฎ เป็นการดำเนินการ อย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะมีข้อทักท้วง จากนักกฎหมายว่า เป็นการออกหมายจับ โดยมิชอบ และขณะนี้ การอุทธรณ์ เพื่อเพิกถอนหมายจับ ยังอยู่ระหว่าง การพิจารณาของ ศาลอุทธรณ์


นอกจากนี้ นายไชยวัฒน์ ยังต้องการ ต่อสู้ด้วยว่า การที่เจ้าหน้าที่ เข้าจับกุม ในวันนี้ เป็นการดำเนินการ โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ เพราะขั้นตอน การดำเนินการของ เจ้าหน้าที่ มีหลายประเด็น ที่ชี้ว่า อาจเป็นการกระทำ ที่เกินกว่ากฎหมายให้อำนาจไว้ ดังนั้น จึงขอไม่ประกันตัว เพื่อต่อสู้ ในประเด็น ดังกล่าวข้างต้น


ด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผู้ดำเนินรายการ ASTV เปิดเผยว่า แกนนำพันธมิตรฯ ได้ส่งทนายความไปดูแล นายไชยวัฒน์ ซึ่งถูก ตำรวจ ควบคุม ตัว อยู่ที่ กองบังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แล้ว ส่วนจะยื่นประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ การตัดสินใจ ของ นายไชยวัฒน์ เอง


นายปานเทพ กล่าวว่า การจับนายไชยวัฒน์ อาจทำให้ ประชาชนมาร่วมชุมนุมกับ พันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล มากขึ้น แต่จะไม่ส่งผลกระทบ ต่อการเจรจา กับรัฐบาล หรือ การผลักดัน แนวทางการเมืองใหม่ ของ พันธมิตรฯ


ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เรียกประชุม แกนนำ ที่ถูกออกหมายจับ ทั้ง 9 คน เป็นการด่วน หลังจากที่ ตำรวจ จับกุม นายไชยวัฒน์


ส่วนที่บริเวณ กองบังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 จ.ปทุมธานี ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เดินทางมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 100 คน เพื่อให้กำลังใจ นายไชยวัฒน์ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ภายหลัง การสอบปากคำเสร็จ จะนำตัว นายไชยวัฒน์ ไปฝากขังที่ ศาลอาญาในวันพรุ่งนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
3 ตุลาคม 2551 15:37 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117438


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.ดักหน้าทางด่วนรวบ“ไชยวัฒน์” – เจ้าตัวไม่ประกัน ชี้ ตร.ทำมิชอบ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ชาวนากาฬสินธุ์อ่วม หลังพนังกั้นลำน้ำชีในตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ชาวนากาฬสินธุ์่วม หลังพนังกั้นลำน้ำชีในตำบลเจ้าท่า ำเภกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ชาวนากาฬสินธุ์อ่วม หลังพนังกั้นลำน้ำชีในตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์


พนังกั้นลำน้ำชีรั่ว น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวกาฬสินธุ์ จำนวนมาก


กาฬสินธุ์ – ชาวนากาฬสินธุ์ อ่วม หลังพนังกั้น ลำน้ำชี ในตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกน้ำกัดเซาะ มีรอยรั่วส่งผลให้น้ำไหลเข้า ท่วม นาข้าวเกษตรกร กว่า 6,000 ไร่ ด้าน ปภ.กาฬสินธุ์ เผย พื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด กว่า 50,000 ไร่ พร้อมระดมเครื่องจักร และ เครื่องสูบน้ำ ช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วน


เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (3 ต.ค.)
นายวิทยา มากปาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์
นายชนิพนธ์ สงวนสัตย์ ปลัดอาวุโส อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
นางบุญชู หรมาตย์ นายก อบต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นสำรวจพนังกั้นลำน้ำชี บริเวณ บ้านเหมือดแอ่ บ้านท่ากลาง และ บ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์


หลังจากได้รับ รายงานว่า พนังกั้นน้ำ บริเวณดังกล่าว ถูกน้ำกัดเซาะ จนทำให้น้ำในลำน้ำชี ที่กำลังเอ่อล้น ไหลเข้าท่วม พื้นที่ บ้านเรือน และ นาข้าว ของ เกษตรกร จนได้รับความเสียหาย จำนวนมาก


นอกจากนี้ น้ำในลำน้ำชี ยังเอ่อล้น ยังไหลเข้าท่วม โรงเรียนท่ากลางแจ้งจมวิทยา ทำให้อาคารเรียนชั้นหนึ่ง ของ โรงเรียน ไม่สามารถ ทำการเรียน การสอน ได้ โดยคณะครู อาจารย์ ต้องเร่งจัดการสอบ ของ นักเรียน ให้เสร็จเร็ว ก่อนกำหนด


นายวิทยา มากปาน ป้องกัน และ บรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำใน ลำน้ำชี กำลังเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ได้รับปริมาณน้ำ จาก จ.ชัยภูมิ และ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จึงส่งผลให ้พื้นที่บ้านเรือน และนาข้าว ที่ติดกับ ลำน้ำชี หลายอำเภอ โดยเฉพาะ ใน อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว กว่า 50,000 ไร่


นอกจากนี้ ปริมาณน้ำใน ลำน้ำชี ที่เพิ่มสูงขึ้น ยังทำให้พนังกันน้ำหลายจุด ใน ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ถูกน้ำกัดเซาะ เกิดรอยรั่ว ทำให้น้ำเอ่อล้น และไหลเข้าท่วม นาข้าว ของ เกษตรกรในพื้นที่จำนวนมาก โดยทาง ปภ.กาฬสินธุ์ ได้ประสานไปยัง กรมชลประทานจังหวัด เพื่อจัดเครื่องจักร เข้าทำการซ่อมแซม บริเวณรอยรั่ว อย่างเร่งด่วนแล้ว


นอกจากนี้ ยังจัดเรื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 16 เครื่อง ออกติดตั้งสูบน้ำ ออกจากพื้นที่การเกษตร ของชาวบ้านด้วย


นายวิทยา กล่าวอีกว่า คาดว่า หากปริมาณน้ำในลำน้ำชี ไม่เพิ่มขึ้น และไม่มีฝนตกลงมาอีก สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.กาฬสินธุ์ ก็จะคลี่คลาย ลงไปเรื่อยๆ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ


ขณะนี้ได้รับรายงานว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำชี จะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากปริมาณน้ำ จาก จ.ขอนแก่น จะไหลลงลำน้ำชี ซึ่งยังมาไม่ถึง จ.กาฬสินธุ์ โดยหากปริมาณน้ำจาก จ.ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่น ไหลลงลำน้ำชี มาถึง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกัน ก็อาจจะส่งผลให้ ปริมาณน้ำในลำน้ำชี เอ่อล้นเข้าท่วม พื้นที่บ้านเรือน และ นาข้าว ของเกษตรกร เพิ่มขึ้นอีก


ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม รับสถานการณ์ จึงประสานไปยัง จังหวัดกาฬสินธุ์ และ องค์กรปกครองส่วนถิ่น ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงทุกแห่ง จัดเตรียม เจ้าหน้าที่ อุปกรณ์การช่วยเหลือ ไว้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง แล้ว


ด้าน นางบุญชู หรมาตย์ นายก อบต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจ ขณะนี้ พบว่า พนังกั้นลำน้ำชีในพื้นที่ ต.เจ้าท่า หลายจุด โดยเฉพาะ บริเวณบ้านเหมือดแอ่ บ้านท่ากลาง บ้านแจ้งจม ถูกน้ำกัดเซาะ บางแห่งประปราย ระบายน้ำชำรุด จนทำให้น้ำรั่วไหล เข้าบ้านเรือน และไร่นาของชาวบ้าน แล้วกว่า 6,000 ไร่ มีโรงเรียนถูกน้ำท่วม 1 แห่ง


โดย ทาง อบต. จึงต้องให้ เจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือ พร้อมทั้งจัด งบประมาณกว่า 300,000 บาท ซื้อน้ำมันสูบน้ำออกจาก นาข้าวของ เกษตรกร ในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ ได้ประสาน ขอความช่วยเหลือไปยัง อำเภอ ด้วยแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
3 ตุลาคม 2551 15:27 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117436


พิมพ์ ข่าวนี้ พนังกั้นลำน้ำชีรั่ว น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวกาฬสินธุ์ จำนวนมาก


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

กกต. เลื่อนพิจารณาทุจริตเลือกตั้ง วิฑูรย์ นามบุตร พรรคประชาธิปัตย์ ออกไป 21 ต.ค. ลงมติ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลื�กตั้ง

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลือกตั้ง


กกต.เปล่ายื้อ ชี้ชะตา “วิฑูรย์”
คาด 21 ต.ค.นัดลงมติ


“ประพันธ์” แจง กกต. ไม่ได้ยื้อ ลงมติสำนวน “วิฑูรย์” ทุจริต ชี้ คดีอยู่ในความสนใจ ของประชาชน ต้องขอมติ คณะกรรมการ เต็มคณะ คาดไม่เกิน สิ้นเดือนนี้ ทุกอย่างชัดเจน


วันนี้ (3 ต.ค.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณี กกต. เลื่อนการพิจารณา ลงมติ สำนวนทุจริต เลือกตั้ง ของ นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน และ อดีตรองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ออกไป ว่า


เนื่องจาก นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แม้ กกต. ที่เหลือ 4 คน จะถือว่า ครบองค์ประชุม สามารถลงมติได้ แต่เรื่องนี้ อยู่ในความสนใจ ของประชาชน ประกอบกับ ที่ผ่านมา กกต. มีมติให้ อนุกรรมการ สอบสวนพยานเพิ่มเติม ก็เป็นมติ จากที่ ประชุม กกต.5 คน


“ขอยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ยื้อ เรื่องให้ล่าช้า และไม่ได้มี ความขัดแย้ง ภายใน กกต. 5 คน และ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เรารอให้ กกต. อยู่ครบทั้งหมด ก่อนลงมติ คาดว่า จะวินิจฉัยได้ ภายในเดือน ต.ค. นี้ อีกทั้ง นางสดศรี ก็ไปแค่ 2 อาทิตย์ เท่านั้น ไม่ได้เสียหายอะไร กลับมาจาก สหรัฐอเมริกา ก็คงจะวินิจฉัยได้เลย ไม่มีปัญหา เพราะเรื่องดังกล่าว อยู่ในวาระแล้ว โดยที่ประชุม จะพิจารณาว่า จะยุติการสอบพยานหรือไม่ หลังจากให้ สอบพยาน เพิ่ม 7 ปาก แต่มาให้การจริง เพียง 3 ปาก จากนั้น ค่อยพิจารณาว่า สำนวนที่มีอยู่ เพียงพอ ต่อการวินิจหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา ที่ไม่ได้ พิจารณาเรื่องนี้ เนื่องจากว่า ในแต่ละวัน จะมีการบรรจุวาระ ในเรื่องต่างๆ ไว้แล้ว เช่น การพิจารณา ผลการเลือกตั้งท้องถิ่น สำนวนร้องเรียน และ ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.”


ทั้งนี้ นางสดศรี มีกำหนดเดินทางไปดูงาน การเลือกตั้ง ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงวันที่ 5-16 ต.ค. เมื่อเดินทางกลับมา คาดว่า เรื่องดังกล่าว น่าจะนำเข้า สู่การพิจารณา ของที่ประชุม กกต. ในสัปดาห์ถัดไป คือประมาณวันที่ 21 ต.ค.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
3 ตุลาคม 2551 14:53 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117352


พิมพ์ ข่าวนี้ กกต.เปล่ายื้อชี้ชะตา “วิฑูรย์” คาด 21 ต.ค.นัดลงมติ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.