Accom Thailand

October 6, 2008

AIG เผย คนสนใจซื้อ AIA “ล้นหลาม”


AIG เผย คนสนใจซื้อ AIA “ล้นหลาม”


อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี) ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น จากบรรดานักลงทุน ผู้คำนึงถึง ผลเชิงยุทธศาสตร์ ภายหลังประกาศว่า จะตัดแบ่งขายสินทรัพย์ ชั้นเยี่ยมของตน ในเอเชีย ซึ่งรวมถึงหุ้นราว 49% ของ เอไอเอ อันเป็นผู้นำด้าน กิจการประกันชีวิต ในภูมิภาคแถบนี้ มาร์ก วิลสัน ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ด้านประกันชีวิต ในเอเชีย-แปซิฟิก ของกลุ่มประกันภัยยักษ์ใหญ่ ที่กำลังประสบปัญหาหนัก แห่งนี้ เปิดเผย ในวันอาทิตย์(5) และล่าสุด ซีอีโอ ของสาขาเอไอจีใน ฟิลิปปินส์ แถลง วันจันทร์(6) บริษัทแม่ ตัดสินใจขายสาขา ในแดน ตากาล็อก ซึ่งเป็นกิจการ ดีเยี่ยมอีกทั้งทำ กำไรงดงามมาก แห่งนี้แล้ว


วิลสันกล่าวในการให้สัมภาษณ์ วันอาทิตย์ และ หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียลไทมส์ นำมารายงานใน ฉบับวานนี้ว่า มีกลุ่มต่างๆ สิบกว่ากลุ่ม ติดต่อ ทาบทาม ทาง เอไอจี ภายหลัง เอไอจี ประกาศที่ นิวยอร์กใน วันศุกร์ (3) ว่า มีโครงการนำกิจการใน เครือจำนวนมาก ออกมา ตัดแบ่งขาย เพื่อหาเงิน ไปชดใช้ เงินกู้ที่ได้จาก ทางการสหรัฐฯ


“เราได้รับความสนใจ ในเบื้องต้น จากผู้ที่มีศักยภาพ ในการเข้าร่วมเสนอราคา เป็นจำนวนมากมาย กว้างขวางยิ่ง” วิลสันบอก


เขาไม่ยอมเอ่ยนามของ ผู้ที่แสดงความสนใจเหล่านี้ ทว่าพวกนักเจรจาทำดีล ในเอเชีย ระบุไว้ในรายงานภายใน ว่า บริษัทประกันภัย, กลุ่มกิจการ ธนาคาร, กองทุนความมั่งคั่งภาครัฐ, และ บริษัทเพื่อการลงทุน ภาคเอกชน จำนวนรวมเป็น สิบๆ ราย กำลังจับจ้อง อยากจะได้ถือหุ้นใน เอไอเอ อันเป็นกิจการ ด้านการประกับชีวิต ชั้นนำ ในเอเชีย-แปซิฟิก และก็เป็น เสาหลักสำคัญของ ธุรกิจของ เอไอจี มากว่าร้อยปีแล้ว


ทั้งนี้เอไอจีตั้งใจที่จะปล่อยหุ้น เอไอเอ ออกมาในจำนวน ซึ่ง อาจจะสูงถึง 49% ซึ่งพวกนักวิเคราะห์ทำนายว่า น่าจะทำเงินได้ ประมาณ 20,000 ล้าน ดอลลาร์ ทีเดียว


การที่นักลงทุนให้ความสนใจ อย่างล้นหลามเช่นนี้ นอกจากสะท้อนให้เห็นถึง พลานุภาพ ในการสร้างรายได้ของ เอไอเอ ยังชี้ถึง ความเต็มอกเต็มใจ ที่จะจ่ายมูลค่าเพิ่มขึ้น สำหรับโอกาสอันหาได้ยาก ในการได้ครอบครองหุ้น ในบริษัทซึ่งปักหลักมั่นคง ในตลาด ซึ่งมีอัตราเติบโตรวดเร็ว ที่สุดในโลก สำหรับกิจการประกันชีวิต

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 ตุลาคม 2551 22:19 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000118710


พิมพ์ ข่าวนี้ AIG เผย คนสนใจซื้อ AIA “ล้นหลาม”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

“สมพงษ์” ทำไขสือ ไม่รู้เรื่อง “ทักษิณ-เมีย” ขอลี้ภัยในอังกฤษ กล้าพูดเป็นสิทธิส่วนตัว

กล่าวถึงการข�ลี้ภัยข�ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเ�ียด

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ ยังไม่ทราบรายละเอียด


“สมพงษ์” เปิดทาง “แม้ว-เมีย” ลี้ภัย ไม่ยื่นคัดค้าน-อ้างเฉยเป็นสิทธิ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมพงษ์” ทำไขสือ ไม่รู้เรื่อง “ทักษิณ-เมีย” ขอลี้ภัยในอังกฤษ กล้าพูดเป็นสิทธิส่วนตัว และสิทธิของรัฐบาลอังกฤษ ดังนั้น จะไม่ทำการคัดค้าน ไม่สนทักษิณกล่าวหาระบบยุติธรรมไทย ระบุ ถ้ามีก็ชี้แจงไป พาซื่อไม่มีความเห็นเรื่องถอนพาสปอร์ตแดง


จากกรณีที่หนังสือพิมพ์ซันเดย์มิร์เรอร์ ฉบับวันอาทิตย์ (5) ที่ผ่านมา ได้ออกมายืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ภรรยา ได้ยื่นหนังสือขอลี้ภัยทางการเมืองในสหราชอาณาจักรแล้ว โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันจากกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษ

วันนี้ (6 ต.ค.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า กล่าวถึงการขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งส่วนตัวคงไม่ดำเนินการคัดค้าน และเป็นสิทธิของทางการอังกฤษที่จะพิจารณา

“ทางอังกฤษคงไม่ใจดีส่งแฟกซ์ หรือ โทรเลขมาแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบก่อน เป็นเรื่องของเขาเราเองไม่รู้” นายสมพงษ์ กล่าว พร้อมว่าตนขอตรวจสอบก่อนว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ส่วนคำถามที่ว่าในทางนโยบายกระทรวงจะดำเนินการคัดค้านหรือไม่นั้น รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และเป็นสิทธิของประเทศอังกฤษที่จะเป็นผู้รับพิจารณาให้สถานะลี้ภัยทางการเมือง โดยกระทรวงจะไปคัดค้านไม่ได้ เพราะหากตอนหลังเราโดนบ้างจะว่าอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะ นายสมพงษ์ เป็นอดีต รมว.ยุติธรรม มองเรื่องการขอลี้ภัยทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า พูดไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าก้าวก่ายหน้าที่ รมต.ยุติธรรม ซึ่งความจริงกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้ ซึ่งเรามองเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิประชาชนไทยมากกว่า

ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะนำเรื่อง ไม่ได้รับการปฏิบัติ ที่เป็นธรรมจาก กระบวนการยุติธรรมของไทย ไปอ้าง ขอสถานะผู้ลี้ภัย ทางการเมือง ในอังกฤษ ซึ่งในฐานะรัฐบาลจะปกป้องกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า ในลักษณะเช่นนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยเอง คนอื่นจะร้องขอแทนได้อย่างไร เราไม่ใช่ตัวเขา ในเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องขอสถานะแล้วจะมาถามตนไม่ได้ เพราะตนไม่ได้อยู่ในรองเท้าของเขา ส่วนเรื่องความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ตนพูดอยู่เสมอในฐานะเป็นอดีตรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยได้รับการชื่นชมในหลายเรื่อง ถ้าประเทศอังกฤษหรือประเทศอื่นๆ สงสัย ทางกระทรวงก็พร้อมจะชี้แจงย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจ

ส่วนการพิจารณาถอนหนังสือเดินทางพิเศษทางการทูตของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายสมพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องตั้งแต่สมัยที่ นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศส่งเรื่องไปยัง นายสมัคร สุนทรเวช และเรื่องก็คาราคาซังอยู่ ไม่ใช่เงียบหายไปไหน หรือผลักกันไปมา ถ้าส่งมาตนจะดูเอง เป็นหน้าที่รับผิดชอบอยู่ ถ้าไม่ใช่หน้าที่เราคงไม่ไปหาเหาใส่หัว ขอปล่อยให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ส่งเรื่องมาตนดำเนินการเอง ซึ่งขณะนี้ เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขานุการนายกฯเป็นผู้ดูแล เมื่อใดที่ส่งเรื่องมายังกระทรวงการต่างประเทศ ตนจะดูถึงความถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แต่ต้องขอเวลาหน่อย ส่วนความเห็นส่วนตัวว่าควรถอนพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ตนไม่มีความเห็นเพราะเพิ่งเข้ามาทำงาน ต้องให้เวลาหน่อย แต่ถ้าความเห็นในฐานะพันธมิตรฯตนสามารถตอบได้ทันที

ทั้งนี้ นับเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้วที่ นายสมพงษ์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ในฐานะเลขาฯ นายกฯ ต่างพยายามโยนความรับผิดชอบเรื่องการถอนพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาอาชญากรแผ่นดินที่มีหมายจับถึง 5 ใบ ไปๆ มาๆ แต่ก็ไม่มีคำตอบอะไรให้ประชาชน

นอกจากนี้ นายสมพงษ์ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ว่า ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ นายกรัฐมนตรี และตน จะเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ และไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก โดยเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะสามารถพูดคุยกันได้ และจะมีการฟื้นฟูแนวทางการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) และการประชุมเพื่อปรับลดกำลังทหารขึ้นมาอีกด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 ตุลาคม 2551 19:24 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000118661


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมพงษ์” เปิดทาง “แม้ว-เมีย” ลี้ภัย ไม่ยื่นคัดค้าน-อ้างเฉยเป็นสิทธิ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ปฏิบัติการ 1026 ดัดหลังบิ๊กจิ๋ว!


หมายเหตุ: ปฏิบัติการ 1026 ดัดหลังบิ๊กจิ๋ว!


มีคนกล่าวไว้แล้วว่า การก้าวสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้น คนที่สุขใจที่สุดคือ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แต่คนที่ ทุกข์และหมั่นไส้ ที่สุดคือ นายหญิง คนนั้น


และข้อเท็จจริง ในอดีต ก็ได้รับการพิสูจน์ชัดเจนว่า แม้บิ๊กจิ๋วจะเป็นคนที่ นายใหญ่ตัดไม่ขาด แต่ก็ไม่เคย ได้รับความไว้วางใจอย่างแท้จริง กระทั่ง เคยถูกถีบ ออกจากตำแหน่ง รองนายกฝ่ายความมั่นคง มาแล้ว

ยิ่งคนวงในยิ่งไม่วางใจ และไม่พอใจ บิ๊กจิ๋ว ตลอดจนลูกน้อง ที่แวดล้อม

ดังนั้นการที่ บิ๊กจิ๋ว ถูกดึงมาเข้าร่วมรัฐบาล ในครั้งนี้จึงมิใช่ความปรารถนาดีใด ๆ แต่น่าจะมีเป้าหมายใหญ่ อยู่ 3 ประการคือ

อย่างแรก สลายการสุมหัว ก่อตั้งพรรคการเมือง ของพวกวงในสายเก่า ที่กำลังตีตัวออกห่าง และเตรียมซ่องสุมผู้คน เพื่อตั้งพรรคการเมือง ขึ้นมาแข่งขัน จึงต้องแยก บิ๊กจิ๋ว ออกมา

อย่างสอง เป็นตัวประกอบให้กับ ฉากสามัคคีสมานฉันท์ ก่อนเปิดการแสดง บทจริงที่ โหดเหี้ยมอำมหิตและ มุ่งหมายพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เหมือนเดิม

อย่างสาม เอามาขัดตาทัพชั่วคราว และดูความประพฤติปฏิบัติ ในภาพรวม เผื่อว่า อาจใช้เป็นหุ่นตัวใหม่ ในตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี หากว่ามีการยุบพรรค และมีการเลือกตั้ง กันใหม่

บิ๊กจิ๋ว เป็นรองนายก แล้วมีการพูดจาต่อสาธารณะว่า จะได้รับมอบหมายให้ ดูแลงานด้านความมั่นคง ซึ่งหมายถึงดูแล กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กอ.รมน. แต่จนวันนี้ ก็ไม่มีการมอบหมาย มอบให้ ก็แค่การดูน้ำท่วม ซึ่งฝนกำลังจะสั่งฟ้า และฤดูแล้ง กำลังจะมาถึง

บิ๊กจิ๋วถูกมอบให้ ไปประสานและ เจรจา กับ พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งมีทีท่าว่า จะไปกันได้ด้วยดี ทำให้บรรยากาศ สามัคคีสมานฉันท์ ถูกกล่าวขวัญถึง มากว่าสัปดาห์ บิ๊กจิ๋ว จึงเด่นขึ้นมา และถูกมองว่า น่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี ในสถานการณ์ความขัดแย้ง ที่รุนแรงได้

บิ๊กจิ๋วขับเคลื่อน ความคิดยุติศึกใต้ และศึกชายแดนเขมร พร้อมประกาศเห็นด้วยกับ การเมืองใหม่ ซึ่งถูกใจคนทั้งปวง และได้รับการขานรับ จากพันธมิตรฯ บางส่วน

ครั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าพบ ประธานองคมนตรี และมีข่าวว่า บรรยากาศชื่นมื่น ก็เกิดความหวัง แก่คนทั้งปวงว่า บ้านเมืองอาจจะกลับคืน สู่ความร่มเย็นเป็นสุข

เสธ.หมึก นายทหารคนสนิทของบิ๊กจิ๋ว ซึ่งเป็นนายทหารกล้า ซื่อสัตย์ ภักดี มีฝีมือ ถ่อสังขารไปเยี่ยมเพื่อนเก่า มหาจำลอง ถึงเวทีพันธมิตรฯ บรรยากาศชื่นมื่นหวานฉ่ำ มองเห็นถึง คุณธรรมน้ำมิตร ปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในสังคม ที่มีแต่เรื่องฉาวโฉ่เน่าเหม็น

คนทั้งปวง ก็มีความยินดีและ รู้สึกลึก ๆ ในใจว่า ขอให้บ้านเมืองสงบสุข สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความมั่นคงและรุ่งเรือง เสียทีหนึ่ง

แต่เพียงชั่วแค่สองวัน ก็มี 3 เหตุการณ์เกิดขึ้น ทำลายและพลิกผัน บรรยากาศสมานฉันท์ ไปสู่ความตึงเครียด และความขัดแย้ง ที่รุนแรงมากขึ้นไปอีก

เหตุการณ์หนึ่ง คือการบรรจุร่างญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ นปก. ที่ล้มรัฐธรรมนูญ 2550 และนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ โดยยกเลิก การยุบพรรคจากการโกงเลือกตั้ง ยกเลิกการตรวจสอบ และ การดำเนินการทางคดีกับการทุจริตที่ คตส. ตรวจสอบไว้ทั้งหมด

ให้อำนาจรัฐบาลทำสนธิสัญญาได้โดยไม่ต้องผ่านสภา ยกเลิกคณะองคมนตรีชุดปัจจุบัน และให้องค์กรอิสระ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พ้นจากตำแหน่งใน 180 วัน ในขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เพิ่งเข้าเยี่ยมคารวะประธานองคมนตรีมาหยก ๆ และกำลังประชุม เพื่อตั้ง ส.ส.ร.3 กันอยู่

เหตุการณ์หนึ่ง คือ การจู่โจม จับกุม นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ทั้ง ๆ ที่มีการประกบตัว แกนนำทุกคนมานานแล้ว แต่มีนโยบายไม่จับกุม เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง และเพื่อสร้างบรรยากาศสมานฉันท์ ในเวลาไล่เลี่ย กับการขับเคลื่อน ประสานงาน พันธมิตรฯ ของ บิ๊กจิ๋ว

เหตุการณ์หนึ่ง คือเหตุการณ์ ทหารเขมรบุกรุกเขตแดนไทย บริเวณเขาพระวิหาร และปะทะกับทหารไทย จนทหารไทยบาดเจ็บถึง 5 นาย ในขณะที่ รัฐสภาได้บรรจุวาระ รับรองแถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา ฉบับ นายนพดล ปัทมะ

ทั้งสามเหตุการณ์เกิดขึ้น ไล่เลี่ยกัน และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็มีนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง แอบให้ข่าวแก่สื่อมวลชนว่า ทั้งหมดนี้เป็นแผนการขอ งนายเนวิน ชิดชอบ ที่ต้องการล้มรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

การโยนผิดให้ นายเนวิน ชิดชอบ อาจทำให้ คนอยู่เบื้องหลังสามเหตุการณ์ หลุดรอดจากความสนใจ และออกไปยืนอยู่ วงนอก แต่ผลจากสามเหตุการณ์นี้ สะท้อนให้เห็น โครงสร้างความคิด ที่เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด

นั่นคือ ทั้งสามเหตุการณ์นี้ ล้วนดัดหลังบิ๊กจิ๋ว เอื้อประโยชน์ให้ นายใหญ่ ด้วย และ โยนผิดให้กับ นายเนวิน ชิดชอบ ด้วย

พิจารณากันให้ ละเอียดรอบคอบเถิด พระคุณท่าน ก็จะเห็นได้ชัดว่า กรอบและโครงสร้าง ความคิดของ ทั้งสามเหตุการณ์ นั้นเป็นดังที่ว่ามาไม่ใช่หรือ?

บิ๊กจิ๋ว ก็ถูกดัดหลัง จนเสียผู้เสียคน ถูกหาว่า ถูกหลอก ให้ไปหลอกลวง พันธมิตรฯ และ ล้มเหลว ในการแก้ไขปัญหาเขมร

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกหาว่า หน้าไหว้หลังหลอก เพิ่งไปเยี่ยมคารวะ ประธานองคมนตรี แต่รู้เห็นให้ ล้มสถาบันองคมนตรี ไปเจรจาตั้ง ส.ส.ร.3 แต่กลับหนุน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ นปก. ปากพูดว่าสมานฉันท์ แต่ทำแบบเดียว กับ นายสมัคร สุนทรเวช

ดูประหนึ่งว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตกอยู่ในแผน ที่จะถูกเชือดด้วย

แต่เป็นไปได้หรือไม่ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะเดินแผนลึกกว่านั้น รู้เห็นเหตุการณ์ ทั้งสามนี้ แต่ยอมเสี่ยง รับข้อกล่าวหาทั้งปวง เพื่อสนองคุณนายใหญ่ให้ บรรลุปณิธาน โดยหวังผลหลักที่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของ นปก. แล้ววางหมาก เอาตัวรอด ด้วยการโยนบาปให้กับ นายเนวิน ชิดชอบ รับไปแทน

คนอย่าง บิ๊กจิ๋วไม่ใช่ขี้ไก่ จะเครียด เพราะถูกดัดหลัง ก็คงเป็น แค่ครู่แค่ยาม หากรู้ว่า ถูกดัดหลัง ก็อาจคิดอ่าน แก้เผ็ดเอาบ้างก็เป็นได้ ซึ่งจะเป็นคุณใหญ่หลวง แก่แผ่นดิน อีกด้วย

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แม้เป็น นายกรัฐมนตรีหน้าใหม่ แต่ก็เก๋าทางการเมือง ในระบอบทักษิณ มานาน ย่อมรู้ดีว่า อะไรเป็นอะไร หากไม่ใช่ คนเดินเกมสามเหตุการณ์นี้เอง ก็ย่อมรู้ว่า ตัวเองตกอยู่ในแผนถูกเชือด จากนี้คงจะไม่ยอม ตกเป็นเครื่องมือของ ใครต่อไปอีก

แผนปฏิบัติการ 1026 เผยรูปโฉมออกมาแล้ว จะเกิดผลอย่างไรต่อไป จับตาดูกันให้ดี อย่าได้กะพริบตาเป็นอันขาด!

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 ตุลาคม 2551 17:46 น.
http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118514


พิมพ์ ข่าวนี้ หมายเหตุ: ปฏิบัติการ 1026 ดัดหลังบิ๊กจิ๋ว!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมชาย” ปลิ้นปล้อน ไม่เอื้อประโยชน์ ให้ใครทั้งสิ้น ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล

ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา

ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา


“สมชาย” ตีสองหน้าอีก! ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล


นายกฯ ปลิ้นปล้อน อ้างตัดสายสัมพันธ์ บ้วนน้ำลายทิ้ง ต้องจับ “พี่เมีย” มาขึ้น ศาลไทย ลบข้อครหา สองมาตรฐาน จับ “จำลอง” ตะแบง ถอดถอนพาสปอร์ตแดง อยู่ในชั้น เลขาธิการนายกฯ ผวาพลังมวลชน ส่งยิ้มสกัดกั้น คลื่นพันธมิตรฯ


วันนี้ (6 ต.ค.) ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเป็น ประธานประชุม เตรียมการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ว่า เรื่องนโยบาย การแก้ไขปัญหาราคาข้าว จะขับเคลื่อน นโยบาย ชัดเจน ต่อเมื่อมีการแถลง นโยบายต่อรัฐสภา เรียบร้อยแล้ว

วันนี้เป็นเพียง การหารือเบื้องต้น เพื่อเตรียม มาตรการต่างๆ และตั้ง คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่จะมี ตนเองเป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ขอลี้ภัยใน ประเทศอังกฤษ นายสมชาย กล่าวว่า การขอลี้ภัยในอังกฤษ แจ้งตนไม่ได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า หลังการขอลี้ภัยแล้ว การดำเนินการ ขอตัวมาดำเนินคดี ในไทย จะกระทำได้ ยังดำเนินต่อหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ยังคง ดำเนินการ อยู่ ตนไม่มีอะไรไปขัดขวาง การเอื้อประโยชน์ ให้ใครทั้งสิ้น ถึงแม้จะเป็นคนรู้จักกันก็ตาม ต้องเป็นไป ตามกระบวนการ อันนี้เป็นที่ชัดเจน

เมื่อถามถึงเรื่อง การถอนพลาสปอร์ตแดง ที่ทาง กระทรวงการต่างประเทศ มอบให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มอบให้ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปดูว่าขั้นตอนถึงตรงไหน จากนั้นค่อยมาบอกตนเอง

เมื่อถามว่า มีการกล่าวหาว่า รัฐบาลใช้สองมาตรฐาน ในเรื่องการจับตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ และ การติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา

เมื่อถามว่ารัฐบาล เป็นห่วงสถานการณ์การเมือง ที่อาจจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ จะแก้ปัญหาอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า การเมืองรุนแรง ขึ้น เราต้องทำความเข้าใจกันให้ดี และต้องใช้เหตุผลว่า อะไรเป็นอะไร


เมื่อถามว่า นโยบาย การดึงแนวร่วม เข้ามาชุมนุม รัฐบาลจะมีแนวทางสกัดกั้น หรือขอความร่วมมือ อย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า ก็ขอร้องอย่าให้รุนแรง กว่านี้เลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 ตุลาคม 2551 13:40 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000118354


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมชาย” ตีสองหน้าอีก! ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.