Accom Thailand

October 10, 2008

“สุริยะใส” แฉ แผนชั่ว “แม้ว” จ้าง “ตร.-กุ๊ย” เลียนแบบ 6 ตุลา 2519


แฉ “สล้าง” รับแผนชั่ว “แม้ว” จ้าง “ตร.-กุ๊ย”
ปราบ ปชช. ในทำเนียบ
เลียนแบบ 6 ตุลาฯ 2519

 แถลงข่าวขณะนี้มี ขบวนการผู้ไม่หวังดี เชื่�มโยงกับ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ �ดีต ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย �้างเป็น ผู้เชี่ยวชาญโรคด้านตา ได้เดิน ข�ตรวจผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ 7 ต.ค. ทั่วกรุงเทพฯ และให้ ทีมงานแฝงตัว �้างว่าเป็น พันธมิตร ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ โดยพยายามข� หลักฐาน จากคนเจ็บ

แถลงข่าวขณะนี้มี ขบวนการผู้ไม่หวังดี เชื่อมโยงกับ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย อ้างเป็น ผู้เชี่ยวชาญโรคด้านตา ได้เดิน ขอตรวจผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ 7 ต.ค. ทั่วกรุงเทพฯ และให้ ทีมงานแฝงตัว อ้างว่าเป็น พันธมิตร ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ โดยพยายามขอ หลักฐาน จากคนเจ็บ


“สุริยะใส” จี้ “เด็กแม้ว” หยุดอ้างเป็น ผู้เชี่ยวชาญโรคตา ออกตรวจผู้บาดเจ็บ แถมแอบอ้าง ขอเก็บหลักฐาน


พร้อมเผย คนหาย 6 ราย เตรียมสอบ เบาะแส ตร.หิ้วปีก ผู้ชุมนุมเข้า บชน. ก่อนหายเงียบ


แฉแผนชั่ว “สล้าง บุนนาค” จ้าง ตร. 1 พัน พร้อมกลุ่มกุ๊ย ยึดทำเนียบ มี “ทักษิณ” ชักใย เป็นแผน ขั้น 2 หลังแผน 7 ต.ค. ล้มเหลว เป้าหมาย สร้างเงื่อนไขขอลี้ภัย ระบุเตรียมป้ายสี พันธมิตรฯ ไม่จงรักภักดี มีอาวุธ ก่อนลุยปราบ เลียนแบบ 6 ตุลาฯ 2519


เมื่อเวลา 19.10 น. วันนี้ (10ต.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ขณะนี้มี ขบวนการผู้ไม่หวังดี เชื่อมโยงกับ อดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย คือ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย ซึ่งอ้างว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญโรคด้านตา ได้เดิน ขอตรวจผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ สลายการชุมนุม วันที่ 7 ต.ค. ทั่วกรุงเทพฯ และให้ ทีมงานแฝงตัว อ้างว่าเป็น พันธมิตร ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ โดยพยายามขอ หลักฐาน จากคนเจ็บ เช่น โทรศัพท์ เสื้อผ้า รองเท้า ผ้าเช็ดหน้า หมวก ผ้าพันคอ ซึ่งบางส่วน ก็หลงกล มอบให้ไป


นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลข คนหาย ขณะนี้ 6 ราย โดยมีคนแจ้ง เบาะแสว่า ในช่วงการชุมนุม วันที่ 7 ต.ค. เห็น ตำรวจหิ้วปีก คนเจ็บ เข้าไปกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ซึ่งข้อเท็จจริง เป็นอย่างไรนั้น เราจะตรวจสอบต่อไป


ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดี กรมตำรวจ ระบุว่า จะใช้ทุนส่วนตัว ระดมตำรวจ 1,000 นาย ยึด ทำเนียบรัฐบาล คืนนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า เราทราบข่าวนี้ มาก่อนแล้ว ซึ่งเป็นแผน การปราบขั้นที่ 2 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้บงการ เนื่องจาก แผนขั้นที่ 1 คือ การใช้กำลัง ของรัฐ ปราบปรามเต็มรูปแบบนั้น ไม่สำเร็จ จึงใช้แผนขั้นที่ 2 ซึ่งเป็นการล้อมปราบ แบบเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยจำลองทำเนียบรัฐบาล เป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยอ้างว่าเป็น ผู้ไม่จงรักภักดี แถมยังมีอาวุธ จนนำไปสู่ การปราบปราม โดยดีเดย์ วันที่ 13 หรือ 14 ตุลาคม ซึ่งเป็นการสนธิกำลัง 3 ฝ่าย คือ ตำรวจ ใน และ นอกเครื่องแบบ ชมรมจัดตั้ง เช่น กลุ่มคนรักทักษิณ และ กลุ่มกุ๊ยคนนอกรีด โดยทราบจาก กรมควบคุมความประพฤติ ว่าพบการเคลื่อนไหวของ คนกลุ่มนี้มากผิดปกติ ซึ่งพันธมิตร คงต้องจับตา


อย่างไรก็ตาม นายสุริยะใส ยืนยันว่า พันธมิตรฯ จะรักษาทำเนียบ เป็นพื้นที่หลัก แต่จะไม่มี การเผชิญหน้า แม้อารมณ์ของ มวลชนบางส่วน จะไปถึงจุดนั้น แล้วก็ตาม ซึ่งถ้าหากมี การล้อมปราบ เราก็จะใช้สิทธิ ป้องกันตัวเอง อย่างเข้มข้น


นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า คำพูดของ พล.ต.อ.สล้างนั้น ชี้ให้เห็นว่า ความรุนแรง ตลอดช่วง ที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจาก พันธมิตร นอกจากนี้ เรายังทราบ จากแหล่งข่าวที่ ประเทศอังกฤษ ด้วยว่า แผนขั้นที่ 2 นี้ เกี่ยวกับ การขอลี้ภัย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย เนื่องจาก ขณะนี้ ขั้นตอน การขอลี้ภัยนั้น ช้ามาก เนื่องจากหวังเอาไว้ว่า เหตุการณ์ 7 ตุลา จะทำให้รัฐบาลอังกฤษ เร่งอนุมัติให้ แต่ตรงกันข้าม เนื่องจากรัฐบาลอังกฤษ มองว่า รัฐบาลชุดนี้ มีความเกี่ยวโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงทำให้ฟังไม่ขึ้น


ส่วน พล.ต.อ.สล้างนั้น ความน่าเชื่อถือ คงไม่ต้องพูดถึง แล้วอย่านึกว่า การล้อมปราบนักศึกษา เมื่อ 6 ตุลา 19 จะเป็น สูตรสำเร็จ ในการ ปราบปราม ผู้บริสุทธิ์ เพราะสังคมประชาธิปไตย ต่อต้าน ความรุนแรง ทุกรูปแบบ และหากสร้างเงื่อนไข ให้เกิดความรุนแรง พันธมิตรฯ ก็ไม่มีทางเลือก อย่างไรก็ตาม เราไม่อยากเห็น เหตุการณ์ แบบ 7 ตุลา อีก อยากให้เป็น ครั้งสุดท้าย ขอถาม พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่า เหตุการณ์เมื่อ 7 ตุลา ยังไม่เพียงพออีกหรือ ต้องการเห็น คราบเลือดและน้ำตา มากกว่านี้อีกหรือ


สำหรับการเดินทางไป ชุมนุมที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในวันที่ 13 ต.ค. นี้ นายสุริยะใสกล่าวว่า ไม่ใช่การไป ประท้วง สตช. แต่เป้าหมายหลัก ของเรา คือ ตีแผ่ข้อเท็จจริง ในคืนวันที่ 7 ตุลา เพื่อให้สังคมรู้ว่า ใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นคนลงมือ และมีแค่ แก๊สน้ำตา จริงหรือไม่


ผู้สื่อข่าว ถามว่า เกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงที่ สตช. หรือไม่ นายสุริยะใสกล่าวว่า เราไปเพื่อรณรงค์ ไม่ได้ไป ปีน ยึด หรือ ไปทำลาย สตช. ดังนั้น คงไม่มีเหตุผล ที่จะต้องออกมา แสดงความรุนแรงอะไร ส่วนจะเคลื่อนไหวไปที่ สยามหรือสีลม ต่อหรือไม่ คงจะต้องดู สถานการณ์อีกครั้ง


สำหรับการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมา สอบสวนเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลา โดยหลักการแล้ว จะต้องตั้ง คณะกรรมการ ที่เป็นกลาง เป็นที่ยอมรับ ของทุกฝ่าย และจะต้องมี การตรวจสอบองค์ประกอบ ด้วยว่า องค์ประกอบ ในการตั้งคณะกรรมการ มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ตัวกรรมการ มีความน่าเชื่อถือ หรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่า เป็นเรื่องยาก ที่ผู้ทรงคุณวุฒิ จากทุกฝ่าย จะเข้ามาเป็นกรรมการ


นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า กรณีการตั้ง คณะกรรมการ สอบสวนเหตุการณ์ นั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่มี เราก็ไม่ได้เสียใจอะไร เราจะใช้สิทธิทางศาล ทั้งในประเทศ และ ระหว่างประเทศ โดยขณะนี้ พันธมิตรวอชิงตัน ดี.ซี. ได้เริ่มประสานงาน เพื่อร้องต่อสภาคองเกรส ของ สหรัฐ โดยตรงแล้ว เพื่อให้เห็นว่า เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม เป็น อาชญากรรม โดยรัฐ ที่ทั้งจัดการเอง และ บงการเอง ดังนั้น ผู้หลักผู้ใหญ่ คงไม่เข้ามาเป็น คณะกรรมการให้กับ รัฐบาล ที่หมดความชอบธรรม ทั้งสุ่มเสี่ยงต่อชื่อเสียง และอาจกลายเป็น การประทับรับรอง ความชอบธรรม ให้กับ รัฐบาลชุดนี้ เพราะแม้แต่ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ล่าสุดในการลงพื้นที่ เบื้องต้น วันนี้ ก็ยังพบว่า มีสารระเบิดทั้งที่ บชน.และ รถจิ๊ป


เมื่อถามว่า ประเมินบทบาท ทหาร อย่างไร นายสุริยะใสกล่าวว่า บทบาทของ กองทัพ ในภาวะวิกฤติแบบนี้ ภาพการนำ ทหารสามเหล่าทัพ มายืนตากแดด ตนยังนึกว่าเป็น พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง เพราะไม่มีประโยชน์ต่อ การคลี่คลายความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม สังคมกำลัง จับตา ดูอยู่ และทหาร จะเป็นผู้เพลิก หน้ามือเป็นหลังมือ ได้หรือไม่ ดังนั้นคง ขึ้นอยู่กับ ผบ.ทบ. เพราะสามารถ ทำอะไรได้มากกว่า รัฐประหาร ตั้งเยอะ


อย่างไรก็ตาม จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุด ของ พล.อ.อนุพงษ์ ถือว่า มีสัญญาณที่ดี เนื่องจาก ท่านอาจจะได้ ข้อมูลมากขึ้น ท่าทีของท่าน จึงชัดเจน มากขึ้นว่า รัฐบาล ต้องเป็น ผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าหาก รัฐบาล ไม่ยอมรับผิดชอบ อยากถามว่า ทหารจะทำอย่าไรต่อไป


ส่วนประเด็น ที่มี ภาพพันธมิตร ล้อมทำลาย ตำรวจนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า ว่า ตรงนี้ ไม่ใช่นโยบาย ของพันธมิตร ซึ่งถ้าหากมี การอ้างว่า เป็น พันธมิตร แล้ว มีหลักฐาน ก็สามารถดำเนินคดี ได้ทันที

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
10 ตุลาคม 2551 21:38 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000120808


พิมพ์ ข่าวนี้ แฉ“สล้าง”รับแผนชั่ว “แม้ว” จ้าง “ตร.-กุ๊ย”ปราบ ปชช.ในทำเนียบเลียนแบบ 6 ตุลาฯ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: