Accom Thailand

October 16, 2008

น้องเขย รู้แล้วว่า ผบ.ทบ. บีบให้ลาออก หากทำตาม แสดงว่า นายกฯ ทำตามคำสั่ง ผบ.ทบ.


“ชาย” รู้แล้วโดน“ป๊อก”บีบ – แต่ยันไม่ออก อ้างขอทำงานต่อ

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้�งเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


คนใกล้ชิดเผย “สมชาย”ประเมินท่าที “บิ๊กป๊อก” พูดผ่าน ช่อง 3 หวังบีบให้ออก แต่ยืนยัน ขอทำงานต่อ ชี้หากทำงาน ตามคำ ผบ.ทบ. ก็เท่ากับ นายกฯ ยอมอยู่ ใต้คำสั่งแม่ทัพบก พร้อมยกเลิกกำหนดเชิญ “อนุพงษ์”เข้าพบ หลังรู้จุดประสงค์ บิ๊กทหาร


กรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ทางช่อง 3 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยบอกว่า หากย้อนกลับไปได้ จะขัดขวาง ไม่ให้รัฐบาลสลาย การชุมนุมของ พันธมิตรฯ ในวันที่ 7 ต.ค. พร้อมระบุว่า หากเขาเป็น นายกรัฐมนตรี เขาคงลาออกไปแล้ว คงปกครอง อยู่บนกองเลือด ไม่ได้ (อ่านข่าว : ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าให้สัมภาษณ์ช่อง 3 – อนุพงษ์เสียใจ 7 ตุลาทมิฬ ระบุถ้าเป็นนายกฯ ลาออกแล้ว)


ล่าสุด มีรายงานข่าวจาก คนใกล้ชิด นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสมชาย ได้ประเมิน สถานการณ์แล้วว่า การที่ พล.อ.อนุพงษ์ พูดเช่นนี้ ก็เพื่อบีบให้ลาออก แต่ นายสมชาย ยืนยันว่า จะทำงานต่อไป


โดยอาจมีการ สื่อสัญญาณ ออกไปในสังคมว่า จะทำหน้าที่ต่อ ในวันพรุ่งนี้ (17ต.ค.) ซึ่งอาจมีการแจ้งออกมา อีกครั้ง เพราะตอนนี้ รู้แล้วว่าฝ่าย ผบ.ทบ. ต้องการบีบให้ลาออก หากนายกฯ ทำงานตามคำพูด ผบ.ทบ. ก็แสดงว่านายกฯ ยอมทำตามคำสั่ง ผบ.ทบ.


ส่วนการจะเชิญ ผบ.ทบ. มาพบ น่าจะยกเลิก เพราะอ่านหมากที่ พล.อ.อนุพงษ์ สื่อสารไปยังสังคมผ่านช่อง 3 ก็รู้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ ต้องการอะไร

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 00:36 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000123374


พิมพ์ ข่าวนี้ “ชาย” รู้แล้วโดน“ป๊อก”บีบ – แต่ยันไม่ออก อ้างขอทำงานต่อ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

จุดยืนของกองทัพ ในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ทางช่อง 3 วันที่ 16 ต.ค. 2551


คำต่อคำ “บิ๊กป๊อก” จี้ “สมชาย” สละเก้าอี้ รับผิดเหตุ 7 ตุลาทมิฬ

ผู้นำเหล่าทัพให้สัมภาษณ์ ในรายการ เรื่�งเด่นเย็นนี้

ผู้นำเหล่าทัพให้สัมภาษณ์ ในรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้


คำต่อคำ ผบ.ทบ. จี้ นายกฯ แสดงความรับผิดชอบ เหตุใช้กำลัง สลายการชุมนุม พันธมิตรฯ 7 ต.ค. จนมีผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บ ระบุหากเป็น นายกฯ เอง ลาออกไปแล้ว อยู่ไปทำไม เมื่อบ้านเมืองเสียหาย ปกครอง บนกองเลือด สังคมไม่ยอมรับ เผยรู้สึกเสียใจ หากย้อนเวลาได้ จะป้องกัน ให้ถึงที่สุด ไม่ให้มีคนตาย เด็ดขาด


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง การให้สัมภาษณ์ ของ ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. ในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ทางช่อง 3 วันที่ 16 ต.ค. 2551
คลิก! ชม (56 k) การให้สัมภาษณ์ของ ผู้นำเหล่าทัพ และ ผบ.ตร. ทางช่อง 3
คลิก! ชม (256 k) การให้สัมภาษณ์ของ ผู้นำเหล่าทัพ และ ผบ.ตร. ทางช่อง 3


รายละเอียด การให้สัมภาษณ์ของ ผู้นำเหล่าทัพ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก,
พล.อ.ทรงกิตติ จักราบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด,
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ


กรณีเหตุการณ์ ตำรวจสลายการชุมนุมของ พันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ทางรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ดำเนิน รายการโดย นายสรยุทธ สุทัศนจินดา


ผู้ดำเนินรายการ – จุดยืนของกองทัพบก เป็นอย่างไร เพราะถือ เป็นกองทัพหนึ่ง ที่ใหญ่ในทางการเมือง จึงอยากถาม ท่าน อนุพงษ์ ว่าถูกกดดัน ให้เลือกข้างหรือไม่


พล.อ.อนุพงษ์ – ก่อนที่จะพูดเรื่องเลือกข้าง ก็อย่างที่ท่านบอก แล้วว่า บ้านเรายังมี ฝักฝ่าย เกิดขึ้น อยากจะเสนอ สังคมไทยว่า บ้านเมืองเรา ถ้ายังแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย มันจะเกิดเป็นวิกฤต แล้วก็ไม่มีทาง ที่จะจบลงอย่างไรได้ นั่นก็คือ จะเรียกได้ว่า ประเทศก็จะล่มจม


ฉะนั้นทางออกของ ประเทศชาติ ก็คือ คนไทย ทั้งหมดต้องอยู่ร่วมกัน ความคิดเห็น ที่แตกต่าง ก็เป็นความคิดเห็น ที่แตกต่างกันได้ แต่จะต้อง หาทางที่จะทำให้ ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ ถ้าทุกคน เอาตัวตน เอาอัตตา ของตนตั้งไว้ ก็จะ เป็นฝักเป็นฝ่าย อยู่อย่างนั้น วิกฤตินี้ จะผ่านไปไม่ได้ ผมยืนยันว่า คนไทยจะต้อง ฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้ โดยจะต้องยอมรับ ความคิดเห็น โดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แล้วก็จะต้องหาทาง ร่วมกันที่จะ ฝ่าวิกฤติ นี้ไปให้ได้ ไม่มีทางอื่น


ผู้ดำเนินรายการ – ถ้ายังปล่อยไปอย่างนี้ ก็มีแต่ล่มจม ก็เลยมีคำถาม (ไม่ได้แปลว่า ผมจะเห็นด้วย) ว่าให้ ทหารออกมายุติ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น


พล.อ.อนุพงษ์ – ก็ได้เรียนสาธารณะไป หลายหนแล้วนะครับ ว่าถ้าการจะแก้ปัญหา ด้วยการปฏิวัติแล้ว จะทำให้ปัญหาจบได้ ก็น่าจะ พิจารณาร่วมกัน ทุกภาคส่วน คงไม่ใช่แค่ผม ถ้ามันทำแล้วแก้ไขได้ แต่จนถึง ทุกวันนี้ ผมสามารถพูดได้เลยว่า ผมก็ติดต่อ กับสื่อหลาย ๆ ส่วน สื่อที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ลงความคิดเห็นว่า ไม่เห็นด้วย เป็นส่วนใหญ่


ในส่วนของพวก นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ทั้งหลาย ก็เช่นกัน ก็ออกมา ฟันธงว่า ไม่เห็นด้วย เหตุผล ก็เช่นเดียวกัน คือ ทำแล้ว ประเทศชาติ จะยิ่งเสียหาย ก็คงตอบคำถามว่า จะแก้ด้วยวิธีใดได้ นั่นคือ ทั้งสองฝ่าย จะต้องพูดคุยกัน อยู่ร่วมกันให้ได้


ส่วนที่ท่านถามว่า จุดยืนกองทัพ อยู่ที่ใด กองทัพคงเลือกฝ่ายไม่ได้ โดยเฉพาะ ในตอนนี้ มีการเรียกร้องว่า ต้องอยู่ ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ประเทศชาติเรา คงแบ่งเป็นฝั่งไม่ได้ โดยเพราะอย่างยิ่ง ถ้าประชาชนเรา แบ่งเป็นสองฝ่ายแล้ว ผู้ที่ถืออาวุธ แยกฝ่ายอีก ประเทศชาติ จะวิบัติ ผมคิดว่า ไม่มีทาง เป็นไปได้


ผู้ดำเนินรายการ – นี่คงจะย้อนไปถึง เหตุการณ์ วันที่ 7 ต.ค.


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็ได้ครับ


ผู้ดำเนินรายการ – คือวันนั้น ผมก็ถามท่าน ทางโทรศัพท์ไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก่อนจะมาถามท่าน ผมขอถามไปที่ ท่านผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อน คำถามก็คือว่า ส่วนหนึ่งเนี่ยะ ในเบื้องต้น แก๊สน้ำตา มีส่วนทำให้ มีผู้บาดเจ็บ และ เสียชีวิต จะมี วัตถุระเบิด หรือไม่ จะมีคนอื่น เข้ามาใช้หรือไม่ อันนี้ ก็ต้องตรวจสอบ กันต่อ แต่ในเบื้องต้น ที่เป็นที่ยอมรับกัน พอสมควร ก็คือ แก๊สน้ำตา มันมีความรุนแรง โดยเฉพาะ ที่มันเป็นรุ่น จากจีน ความรับผิดชอบของ ตำรวจ การตัดสินใจ ในวันนั้น ทำไมปล่อยให้ เกิดเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ขึ้น


พล.ต.อ.พัชรวาท – ต้องกราบเรียนอย่างนี้ นิดนึงนะครับ ในแก๊สน้ำตา จะทำให้เกิด ความบาดเจ็บอย่างไรเนี่ยะ ในฐานะของ ผมเอง ผมก็คง ไม่ได้แก้ตัวอะไร แต่แก๊สน้ำตา โดยทั่วไป ที่ใช้สำหรับ การดูแลการชุมนุมต่าง ๆ เท่าที่ดู ทั่วโลกแล้ว การใช้ แก๊สน้ำตา ไม่เคยปรากฏว่า มีความบาดเจ็บ นะครับ แต่สำหรับตรงนี้เนี่ยะ ผมคิดว่า ต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกครั้งหนึ่ง หรือเพื่อให้มี ความเป็นกลางจริง ๆ สมมุติว่า ของจีน ถ้าจะทำให้ มีผู้บาดเจ็บจริง ๆ ก็ต้องเอา ผู้เชี่ยวชาญ จากต่างประเทศ เข้ามาดู ว่าที่เค้าผลิต มันเป็นยังไง ของสหรัฐ เป็นยังไง แล้วก็มาดูว่า มันจะสามารถ เกิดขึ้นได้ไม๊ ผมพูดอย่างนี้เพราะ อยากให้ผู้เชี่ยวชาญ มาดูอีกครั้งหนึ่ง นะครับ


ผู้ดำเนินรายการ – ผมถามได้มั้ย วันนั้นใครสั่งฮะ


พล.ต.อ.พัชรวาท – วันนั้นใครสั่ง ..สั่งเรื่องอะไรครับ


ผู้ดำเนินรายการ – สั่งเรื่อง การสลายการชุมนุม เพื่อให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าไป แถลงนโยบาย


พล.ต.อ.พัชรวาท – ผมเข้าใจว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ในรายละเอียด ผมมาพูดคนเดียวเนี่ยะ คงจะตอบ ปัญหาทั้งหมด ไม่ได้นะครับ จริง ๆ โดยหน้าที่ ของตำรวจแล้ว เรามีผู้บังคับบัญชาคือ ท่านนายกรัฐมนตรี นะครับ การปฏิบัติ ตามกฎหมายต่าง ๆ เนี่ยะ มีกำหนดไว้ ชัดเจนนะครับ ต้องปฏิบัติตาม มติ ครม. ด้วย คำสั่งท่านนายกฯ ด้วย ตามกฎหมายชัดเจน นะครับ


ผู้ดำเนินรายการ – หมายถึงว่า มีคำสั่งลงมา ตั้งแต่ มติ ครม. ตั้งแต่วันที่ 6


พล.ต.อ.พัชรวาท – ผมยังไม่ได้ตอบเช่นนั้น นะครับ เพียงแต่ว่าในหน้าที่ของตำรวจ จะต้องทำหน้าที่ ตามกฎหมาย ที่กำหนด ฉะนั้น วันนั้นเนี่ยะ ถามว่าใครเป็นคนสั่ง ขณะนี้ผมคิดว่า คงต้องรอ การตรวจสอบข้อเท็จจริง จะดีที่สุดครับ


ผู้ดำเนินรายการ – เมื่อพูดถึงเรื่อง แก๊สน้ำตา ท่านก็บอก ให้รอการตรวจสอบ ซึ่งตำรวจ ก็พร้อมรับ การตรวจสอบนะครับ ทีนี้มาถึง เหตุการณ์เมื่อ วันที่ 7 ต.ค. ว่าในช่วงเช้าเนี่ยะ 6 โมงเศษ ๆ ที่หน้าสภา ซึ่งภาพปรากฏ ทางสื่อ มีภาพ ผู้บาดเจ็บ มีผู้คน ขาขาด มือขาด มีอาการ บาดเจ็บล้มตาย พูดกันตรง ๆ ก็คือว่า แก๊สน้ำตา ที่ในเมืองนอก อาจเป็นลักษณะ การยิงเข้าไป ไม่เข้าไป ใส่ฝูงชนโดยตรง แล้วก็ปล่อยให้ ควัน มันทำงาน แล้วผู้คน ก็หลบไป หรือตำรวจ ก็เข้าไปผลักดันออก


แต่วันนั้น ลักษณะเหตุการณ์คือ ยิงเข้าไปใส่ เหตุการณ์ในวันนั้น ในที่สุด เมื่อเกิด เหตุการณ์ ในตอนเช้าแล้ว แต่ยังเกิดเหตุการณ์ ตอนบ่าย และ ตอนค่ำ อีกเนี่ยะ ทำไมถึง ไม่หยุดเหตุการณ์ เมื่อเห็นว่า มีคน บาดเจ็บ ล้มตาย


พล.ต.อ.พัชรวาท – ผมเข้าใจเอาเองนะ ผมเข้าใจว่า สถานการณ์ในตอนนั้น คือต้องเข้าใจว่า ตำรวจทุกท่าน มีความคิด ในแนวเดียวกัน คือว่า แก๊สน้ำตา เนี่ยะ คงไม่ได้ทำให้คน เกิดการบาดเจ็บ ทุกคนเนี่ยะ ผมเข้าใจว่า เป็นอย่างนั้น สำหรับ ตอนบ่าย กับ ตอนเย็น เนี่ยะนะครับ ก็ต้อง รออีกน่ะ ว่าใครเป็นคนสั่ง ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะผมพูดไป ก็เหมือนการแก้ตัว ผมอยากจะให้รอ ตรงนี้ให้ชัดเจนครับ


ผู้ดำเนินรายการ – ตำรวจก็จะเข้าสู่ กระบวนการตรวจสอบ


พล.ต.อ.พัชรวาท – ครับ ขณะนี้ก็มี คณะกรรมการ หลายชุดแล้วครับ


ผู้ดำเนินรายการ – ทั้งนี้ทั้งนั้น การมาชุมนุม จะถูกหรือผิด แต่ว่าประเด็นสำคัญ ก็คือ เมื่อเกิด การเผชิญหน้ากันแล้ว มีคนบาดเจ็บล้มตาย ผมถามท่าน ท่านก็บอกว่า ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ


พล.ต.อ.พัชรวาท – ครับ


ผู้ดำเนินรายการ – คราวนี้มาถึง กองทัพ มีคนถามกับ กองทัพ โดยเฉพาะท่าน พล.อ.อนุพงษ์ ก็คือว่า ทำไมทหารถึงไม่ออกมา เมื่อเห็น ภาพในตอนเช้า


พล.อ. อนุพงษ์ – ผมอยากเรียน เรื่องการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร ในการรักษา ความสงบเรียบร้อย ในกรุงเทพฯ นะครับ การชุมนุมตั้ง ร้อยกว่าวันแล้ว ผมเรียนยืนยันไว้ว่า ทางกองทัพบกเนี่ยะ ได้ทำงานร่วมกับ ตำรวจมาตลอดเวลา ทั้งเรื่องเกี่ยวกับ ความมั่นคง ภายใน เรื่องเกี่ยวกับ การดูแลการชุมนุม ดังกล่าว เรียนยืนยันว่า ในการทำงานร่วมกันเนี่ยะ ไม่เคยมี เหตุการณ์ ความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น เลย


เว้น สองครั้ง ที่มีความรุนแรง โดยการสั่งการ จะโดยใคร ก็แล้วแต่ ที่ท่าน ผบ.ตร. ได้เรียนแล้วว่า ต้องดูผล สอบสวน อย่างไร ก็จะเรียนได้ว่า ผมอาจจะ เรียนแทนท่าน ได้นิดหนึ่งว่าไม่ใช่ ความริเริ่มดำเนินการของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วก็เรื่องที่ กองทัพไปเกี่ยวด้วย ในสองวัน คือวันที่ ปิดหมาย วันหนึ่ง แล้วก็ใน วันที่ 7 อีกวันหนึ่ง


ผู้ดำเนินรายการ – อ๋อ ในวันที่ปิดหมายจับ


พล.อ. อนุพงษ์ – ใช่ครับ ที่เหลือร้อยกว่าวัน ไม่มี ความรุนแรงเกิดขึ้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง มีคำสั่งให้ใช้ อำนาจทาง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน อย่างที่ทราบแล้ว เราก็มีการ ยับยั้งชั่งใจ ไม่มีการปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น


ผู้ดำเนินรายการ – ฝ่ายการเมือง เคยสั่งให้ท่าน สลายไหมครับ คือให้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วสั่งให้ท่านสลาย


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็มีข้อกำหนดว่า ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ก็สั่งอยู่แล้ว นะครับ


ผู้ดำเนินรายการ – แล้วท่านทำยังไงฮะ


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็ผมก็ได้เรียน ไปแล้วไงครับ วันนั้น ในวันที่ได้เรียน ให้ทุกคน รับทราบแล้วว่า ปัญหามันไม่ได้ ฉุกเฉินนั้น มันฉุกเฉิน ในกรณีคนมา มันมี เหตุการณ์ปะทะกัน แต่เหตุการณ์ การชุมนุมนั้น เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมา เป็นร้อยวันแล้ว ไม่ได้ฉุกเฉินอะไร แล้วเค้าก็ให้ คณะกรรมการ ให้ผมเนี่ยะเป็น ผู้แก้สถานการณ์ ให้เกิด ความสงบเรียบร้อย เราได้เคยพิจารณา แล้วว่า จากการ ปิดหมายเนี่ยะ เห็นว่าทำแล้วเนี่ยะ มันหนักกว่าเดิม ผลกระทบ ที่ตามกลับมา ในมุมกว้าง ที่มีผลตามมา


ถ้าเห็นใน การทำงานของ พวกรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ มีการปิดสนามบิน อะไรก็แล้วแต่ เกิดผลกระทบ อีกมากมาย ฉะนั้นถ้าตัดสินใจ ทำไปเนี่ยะ นอกจากจะไม่จบ แล้วเนี่ยะ ปัญหาจะหนักกว่าเดิม นั่นคือ ผมพิจารณาแล้ว ว่า ทำไม่ได้


ผู้ดำเนินรายการ – คือกองทัพ ได้รับคำสั่งให้ ปฏิบัติการสลายแล้ว แต่ได้ปฏิเสธ แล้วก็ได้โน้มน้าวว่า เป็นผลเสีย มากกว่า


พล.อ. อนุพงษ์ – ผมก็ได้อธิบาย จะเรียกว่าโน้มน้าว หรือไม่ก็ตาม แต่ก็ได้ทำตัวว่า เราก็ไม่ใช้วิธีนั้น ท่านรัฐบาล ก็ไม่ได้ว่าอะไร


ผู้ดำเนินรายการ – มาถึงวันที่ 7 ตอนเช้า ท่านคงเห็นเหมือนกับ คนไทยทุกคน ว่าทุกคน ตื่นมาตกใจ สลดใจ


พล.อ. อนุพงษ์ – เรื่องในวันที่ 7 ตอนเช้าเนี่ยะ ก็ต้องออกตัวนะครับ ไม่พูด เดี๋ยวจะเข้าใจผิด กองทัพเนี่ยะ ไม่ได้เข้าไป ยุ่งเกี่ยวด้วย เป็นเรื่องที่ ไม่ได้ทราบเรื่อง


ผู้ดำเนินรายการ – คือวันนั้น ตั้งแต่ประชุม ครม. ในวันที่ 6 ไม่ได้รับทราบ เรื่องเลย


พล.อ. อนุพงษ์ – ครับไม่ได้ทราบเรื่อง ไม่ได้รู้เรื่องเลย ในส่วนของ การเกิดเหตุการณ์เนี่ยะ กองทัพมองว่า เป็นการสั่งการ ของรัฐบาล ไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่ ตามภาระหน้าที่เขา ในการที่จะดำเนินการ จะถูกผิดอย่างไร ในเรื่องนี้เราคงไม่ไป … เพราะมันไปเกี่ยวกับ เรื่องความชอบธรรม เรื่องสมแก่เหตุการณ์ หรือไม่ ก็คงต้องเข้าสู่ กระบวนการ อันนั้น เราไม่ไปพูดถึง นะครับ


ผู้ดำเนินรายการ – วันนั้นเนี่ยะ ก่อนเกิดเหตุการณ์ ท่านรู้ก่อนเกิดเหตุการณ์ กี่ชั่วโมง ว่าจะมีการสลาย


พล.อ. อนุพงษ์ – จริง ๆ เนี่ยะ ท่านนายก ได้แจ้งมาว่า ให้คุยกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผมคุยกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้ว ผมก็ไม่ได้ทำอะไร นี่ของจริงนะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น แต่เรื่องไปประชุมเนี่ยะ ผมไม่ทราบ พูดเพียงแค่ ให้ดูแลเรื่อง การที่จะประชุม ตอนเช้า จะไม่พูด ก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นอย่างนั้น จริง ๆ นะครับ แล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไร คุยกับ ผบ.ตร.ว่า ผมคงไม่ทำอะไร ดังนั้น ผมไม่ทราบ


ผู้ดำเนินรายการ – แต่ว่าได้รับรู้จาก ผบ.ตร. ว่ามีคำสั่ง


พล.อ. อนุพงษ์ – อืม…พูดแต่เนี้ยะครับ พูดว่าให้ดูแล ให้เปิดประชุมได้ แค่นั้น ผมก็ไม่ได้ทำอะไร ทั้งสิ้น คือผมเฉย ๆ นี่คือเรื่องจริง


ผู้ดำเนินรายการ – แต่ตอนนั้น ท่านก็รู้ว่า จะเปิดประชุมสภา พันธมิตรฯ ก็ประกาศว่า ผิดแล้ว


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็ผมก็ไม่ได้ทำอะไรครับ แล้วก็ไม่ได้คิด จะไปประชุมอะไรกัน อันนี้เรื่องจริง นะครับ เพราะว่าไม่ใช่ตัวผม มันกองทัพ ทั้งกองทัพ มันถูกกล่าวอ้าง แล้วมันจะเกิดข้อกังขา คนเอาไปพูด ดังนั้น กองทัพไม่ทำเช่นนั้น กองทัพ ก็จะอยู่กับประชาชน ไม่มีทางที่จะทำ ให้อำนาจ มาเต็ม ๆ ยังไม่ทำเลยครับ ดังนั้นไม่ต้องพูด ในประเด็นนี้ เลยครับ แล้วเรื่อง ในเช้าวันนั้นเนี่ยะ พอเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ติดตามสถานการณ์ เราก็คิดว่า เป็นการใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งก็ความคิดพื้นฐาน ของเรา ก็คงเหมือนกันทุกคน ไม่ทราบว่า ผลมันจะรุนแรงมาก ขนาดนั้น เป็นเรื่องแรก นะครับ แล้วก็เป็นการสั่งการ ของรัฐบาล


ถ้าจะว่า ถ้าให้ย้อนกลับไป ในตอนนี้ ถ้าทำได้ ก็อยากจะทำนะครับ อยากจะเข้าไปห้าม ตั้งแต่แรกนะครับ แต่อย่างไร ก็ตาม เราก็ต้องคิด ให้ดีว่า ในเช้าวันนั้น เราก็ไม่รู้ผลว่า มันจะเกิดอะไร เกิดขึ้นมา การที่เราจะเอา กำลังทหารออกไป จะออกไป ในสถานะใด แล้วถ้ามันเกิดรุนแรง มากกว่าเดิม ถ้ามีการสูญเสีย มากกว่าเดิมแล้ว จะแก้กันอย่างไร


ผู้ดำเนินรายการ – คนอาจจะ คาดหวังว่า ไม่ได้แปลว่า จะอยู่ ข้างหนึ่งข้างใด ชาวบ้าน อาจจะ คาดหวังว่า อาจจะรู้สึกว่า หรือ ฝ่าย ตรงข้าม อาจจะรู้สึกว่า ทำไม ผู้บัญชาการทหารบก ไม่โทรศัพท์ ไปหานายก หรือออกมาให้ สัมภาษณ์ว่า อย่าไปใช้วิธีนี้ มันเสี่ยงเกินไป อะไร ประมาณนั้น


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็เท่าที่พูดคุยกันอยู่ ผมได้เรียนแล้วว่า ก็ได้พูดคุยกัน ในเหล่าทัพ ได้เรียนท่าน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้เรียนท่าน ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ ว่า เหล่าทัพ ไม่เห็นด้วย ที่จะทำลักษณะนี้ ซึ่งตอนนั้น ก็ยังไม่ทราบว่า จะเสียหายขนาดนี้ ทีหลัง ถึงจะทราบ บางครั้ง มันก็ไม่ได้ ติดตามสถานการณ์ ฉะนั้น จะเห็นว่า การประชุม หลายประชุม ด้วยกัน บางครั้ง ก็ไม่ได้ ติดตามสถานการณ์ อยู่กับ สถานการณ์ ตลอดเวลา นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ก็เลย ถามว่าเสียใจไหม ก็เสียใจ มันไม่น่าเกิดขึ้น ถ้าห้ามได้ ห้ามตั้งแต่แรก ก็น่าจะทำครับ แต่ว่า เราก็ไม่ได้คาดว่า มัน จะเป็นเช่นนั้น


แล้วก็การจะเอา กำลังออกไปเนี่ยะ มันก็สุ่มเสี่ยง ที่จะ ทำให้ สถานการณ์ยุ่งยาก มากกว่าเดิม เช่นอาจเกิด การปะทะกัน ระหว่าง ทหาร กับตำรวจ มันอาจจะต้องมี เพราะว่า ถ้าเอาอาวุธ ออกไปเนี่ยะ มันจะชุลมุน วุ่นวายกัน นะครับ แล้วก็ถ้ามี การปะทะกัน ด้วยกำลังเนี่ยะ มันจะมีการสูญเสีย อาจจะมากกว่าเดิม เพราะมันใช้อาวุธ แล้วก็จะ แก้ไขปัญหา กันได้อย่างไร ในเมื่อออกไป กฎหมาย ก็ไม่มีรองรับ แล้วก็ สถาบันทหาร กับ ตำรวจ เนี่ยะ ก็จะต้อง แตกแยกกันไป อีกนาน สังคมคงไม่ดี อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดอย่างนี้เนี่ยะ จะปล่อยให้ มีคนเจ็บตาย ก็ไม่ใช่ ก็เสียใจ เช่นกัน ก็ไม่อยากให้เกิด แต่ว่า ถ้าทวนเวลา กลับได้ ก็น่ากลับ


ผู้ดำเนินรายการ – ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ท่านจะ


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็คงต้องทำ อย่างที่ท่านว่า แหละครับ ต้องป้องกัน อย่างที่สุด แต่ว่าตอนนั้น ไม่รู้ว่า มันจะเลวร้าย ถึงขนาดนี้ ไม่มีใครรู้จริง ๆ ถ้ารู้ใครจะยอม น้องโบว์ เป็นทรัพยากรของ ประเทศนะครับ เป็นคน ที่มีคุณค่า ไม่มีใครอยากให้เกิด ทั้งนั้น ถ้าทวนกลับไปได้ ทุกคน คงลงความเห็นว่า … ตำรวจก็คงไม่ทำ


ผมมั่นใจว่า ตำรวจก็คงไม่ทำ ตำรวจเค้าอยู่ เป็นร้อยวัน เค้าก็ไม่เคยทำ และทุกครั้ง ที่ถูกกดดัน ให้ทำ เค้าก็พยาม ที่จะบอกว่า ทำไม่ได้ ทำแล้ว มันจะเสียหาย ผมนี้ยืนยันว่า ทุกครั้ง ตำรวจจะพูดอย่างนี้ แต่ว่า ที่ทำแล้ว ทำไมไม่รู้นี่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้ว ขาดการฝึกซ้อม ไม่รู้ว่า อานุภาพ เป็นอย่างไร นี่อีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องตรวจสอบ กันอีกที พูดไป โดยข้อมูลไม่มี ก็จะทำให้ ปัญหายุ่งพัลวัน ไปกันใหญ่ แต่ว่า เสียใจไหม ก็เสียใจ


ผู้ดำเนินรายการ – เมื่อศุกร์ที่แล้ว ท่านผู้บัญชาการทหาร บอกกับผมว่า รัฐบาล ต้องรับผิดชอบ ผ่านมา 4-5 วัน ท่าทีล่าสุด ของ รัฐบาล ก็คือว่า ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาไต่สวนเหตุการณ์ เดินหน้าเรื่อง สภาร่างรัฐธรรมนูญ ต่อไป แล้วล่าสุด ก็เรียกร้อง ให้คืนทำเนียบรัฐบาล มุมมองท่าน เป็นยังไง


พล.อ. อนุพงษ์ – เรื่องความรับผิดชอบเนี่ยะ มันเกิดความเสียหายเกิดขึ้น อันนั้นเป็นเรื่องปฐม ส่วนเรื่อง ที่ตามมาคือ คนในสังคมเนี่ยะ เค้ารับไม่ได้ เกิดเป็นกระแส ขึ้นมานะครับ ลุกลามไปถึง สถาบันตำรวจ ลุกลามไปถึง สถาบันหมอ อย่างที่ เราทราบกัน มันยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้น มันจะแก้กันที่ว่า แล้วยังไง … แล้วยังไง มันไม่ได้ มันต้องแก้ปัญหา ตรงที่ว่า ต้องทำให้ คนคิดว่า มันจะจบได้


ผมคิดว่า มันจะจบได้ ต้องมี คนรับผิดชอบ ไม่ว่า จะรับผิดชอบ ทางด้านนโยบาย ในการออกคำสั่ง หรือว่า รับผิดชอบ ในการปฏิบัติ แล้วก็ดูตามกันไป แล้วก็ดู ตามเหตุผล ตามหลักการ กฎหมาย ที่มันน่าจะทำได้ มันจึงจะสร้าง ความพอใจ ให้ประชาชน ในชาติได้ มิฉะนั้น มันก็แก้ไม่ได้


ผู้ดำเนินรายการ – ถามท่านตรง ๆ ได้ไหมครับ ท่านคาดไว้ถึง ขั้นไหน ขนาดให้ รัฐบาลยุบสภา หรือ ลาออก มั้ยครับ


พล.อ. อนุพงษ์ – คิดฮะ ผมคิด เพราะมันไม่มีทาง ถ้าสมมุติว่า เช่น รัฐบาลสั่งเอง นะฮะ เป็นคนสั่งการ จากการสอบสวน แล้ว ว่าต้อง รับผิดชอบ ผมว่า จากกระแสคนในชาติ คงไม่ยอม ไม่ยอม มันก็ปั่นป่วน ไม่จบ ผมคิดว่า น่าจะต้องเป็นเช่นนั้น แต่ว่าไม่ได้ไป บีบคั้นให้ออก เพราะอะไร นะครับ แต่ว่า ต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่ทำ เพราะว่า อยู่บนกองเลือดไม่ได้ เพราะว่า รัฐบาลจะมาอยู่ บนความเสียหาย ของประเทศชาติ และ ประชาชนล้มตาย สังคมคงรับไม่ได้ อยู่ยังไง ก็อยู่ไม่ได้


ไม่ใช่รัฐบาลนี้ รัฐบาลเดียว แต่อยากจะเรียนว่า มันน่าจะทำ ในสิ่งที่ สังคมเค้ารับได้ ไม่ใช่ว่า จงเกียจจงชัง หรือไม่ชอบ อันนั้นไม่มี คือมันเป็นไป ตาม เหตุและผล ที่มัน ควรจะเป็นไป


ผู้ดำเนินรายการ – ถ้าท่านเป็นนายกรัฐมนตรี


พล.อ. อนุพงษ์ – ผมก็ออกแล้วครับ ไม่อยู่แล้วครับ จะอยู่ไปทำไม บ้านเมืองมันเสียหาย ผมก็ไม่อยู่แล้วฮะ จะอยู่ทำไม อันนี้ ท่านถาม ผม นะครับ … เป็นผม ผมไม่อยู่ เรียนความจริงว่า คงไม่อยู่


ผู้ดำเนินรายการ – ถามท่านต่อไปว่า ท่านจะกดดัน มั้ยครับ


พล.อ. อนุพงษ์ – คำว่ากดดันคงไม่ใช่ ผลตรวจสอบออกมา สังคมจะทำเอง อย่าลืมส่วนนี้นะครับ และ ถ้าท่านถามผม ผมก็ตอบอย่างนี้ ผมไม่ทราบว่า กดดันหรือไม่ แต่ก็เรียกร้องว่า สังคมเค้าเรียกร้อง ดังนั้น ไม่มีทางจะจบลงได้ ดังนั้น ต้องมีคนรับผิดชอบ ผมเรียกร้อง เช่นนั้น ซึ่งสังคม ก็คงเรียกร้อง เช่นนั้น


ผู้ดำเนินรายการ – คือท่านผู้บัญชาการทหารบก เรียกร้อง ใช้คำว่าอย่างนั้น


พล.อ. อนุพงษ์ – ครับ


ผู้ดำเนินรายการ – ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดครับ


พล.อ.ทรงกิตติ – ผมได้เคยเรียนผ่าน สื่อมวลชน และประชาชน ไปแล้วนะครับ ว่า กองทัพไทย ใน 1 กองทัพ มี 3 เหล่า บก เรือ อากาศ สิ่งใดที่ ท่านผู้บัญชาการทหารบก พูด กองทัพพูด ผู้บัญชาการทหารเรือ พูด ก็คือกองทัพ พูด ความหมาย ก็คือ กองทัพบก กับ กองทัพอากาศ เห็นด้วยครับ เป็นหนึ่งเดียว ทุกเหล่าทัพ ครับ


ผู้ดำเนินรายการ – เพราะฉะนั้น ถ้ามีข้อเรียกร้องอย่างนี้ ก็ชัดเจนนะครับ แต่ว่าก็อย่างที่ว่า ผมกลับมา อีกมุมหนึ่ง ขออนุญาตถาม ท่านผู้บัญชาการทหารบก อีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่า ท่านถูกผลักให้ไปอยู่ โดยเฉพาะ การวิพากษ์วิจารณ์ อย่างดุเดือด โดยเฉพาะ กรณีเกี่ยวกับ ท่านเนี่ยะ นะครับ งานศพคุณแม่ ด้วยความเคารพ นะครับ คุณแม่ ของท่านผู้บัญชาการทหารบก คุยกันในทำนองว่า ให้เงินกัน 50 ล้าน


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็ต้องบอกก่อน นะครับว่า ด้วยตัวตนของผมเอง ผมจะไม่มีวัน ทำอะไรเช่นนั้น นะครับ โดยพื้นฐานอยู่แล้ว ก็เรียนว่า ผมไม่รับเงิน ไม่รับทรัพย์สมบัติ จากใคร ไม่มีแน่นอน


ในส่วนงานศพของ คุณแม่เนี่ยะ เนื่องจาก ผมและครอบครัว ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ อยู่ใน พระบรมราชานุเคราะห์ ตลอด ฉะนั้น เรื่องค่าใช้จ่าย ก็ไม่มีมากนะครับ เงินที่ผู้มาร่วมบุญ ทั้งหลาย จำนวนหนึ่ง จนถึงก่อนบรรจุ ก็มีประมาณ 5.7 ล้าน นะครับ คนที่ดำเนินการ ในส่วนนี้ก็คือ พี่สาวผม


เค้าก็รับไป แล้วก็ลงบัญชีไว้ว่า มีใครบ้าง แล้วก็มอบเงินนี้ให้ โรงพยาบาลพระมงกุฎ ซึ่งครอบครัวผม ได้พึ่งพา มาตลอด ก็มอบให้ โรงพยาบาล เอาไปทำอะไร ก็แล้วแต่ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนในวันเผา ก็มีอีก ประมาณ 1 ล้านเศษ ก็ให้วัด ที่ทำบุญ แล้วก็วัด ที่เก็บกระดูก วันโสม กับวัดที่ เก็บกระดูก ดังนั้น ก็มั่นใจเถอะครับ ผมรับรองด้วยเกียรติ ของผม และวงศ์ตระกูล ของผมว่า ไม่มีการรับเงิน ไม่ว่าจะที่ผ่านมา ปัจจุบัน หรืออนาคต ก็เรียนได้เลยว่า ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น


ผู้ดำเนินรายการ – คือได้มา ก้อนแรกก็ 5.7 ล้าน โดยประมาณ ก็ให้มอบให้ โรงพยาบาลพระมงกุฎ วันเผา ก็ดำเนินการ ไม่ได้เอา เข้าตัว


พล.อ. อนุพงษ์ – ไม่มีหรอกครับ เพราะว่างาน ก็ไม่ได้ใช้อะไร


ผู้ดำเนินรายการ – ท่านคงได้ยิน การปราศรัยโจมตี ครอบครัว ของท่าน ลูกเรียนอยู่ที่ อังกฤษหรือเปล่า อะไรประมาณนั้น เชิญฮะ ถ้าอยากจะพูด


พล.อ. อนุพงษ์ – ครอบครัว ผมอยากเรียน กับสังคมว่า ผมกับครอบครัว ชินวัตร มีบุคคล ที่รู้จักกัน เพียงคนเดียว คือ ผมและท่าน นายก ทักษิณ ผมเองไม่เคยคุยกับ คุณหญิงพจมาน นะครับ ไม่เคยคุยจริง ๆ ผมว่า ผมจำได้ว่า แม้แต่ทัก ผมว่า ผมไม่น่าจะเคย ส่วนภรรยาผม นี้ ไม่เคยนะครับ ไม่เคยเลย ไม่ว่ามีความสัมพันธ์ อย่างไร ก็ไม่เคยมี มิใช่ว่า ท่านไม่มีที่อยู่ แล้วผมจะไปตัดรอน เพื่อนก็เป็นเพื่อน ครับ แต่นี่เป็น ความจริงว่า ไม่เคยมี ยิ่งลูกสาว ลูกชาย ด้วยแล้ว ไม่เคยรู้จัก คนในตระกูล ชินวัตร แม้แต่ คนเดียว ที่จะหมายถึง มารู้จัก มาพูดคุยกัน แม้แต่คำเดียว ก็ไม่เคย


ผู้ดำเนินรายการ – ส่งเสีย แล้วก็ดูแล


พล.อ. อนุพงษ์ – อ๋อ ไม่มีครับ ไม่มีแน่นอน นะครับ มีเค้าไปเรียนปริญญาโท ก็ปีเดียวนะครับ แล้วก็กลับมา เป็นเดือนแล้วนะครับ แล้วก็ไม่ได้ไป รู้จักใคร ซ้ำตอนที่อยู่นั่น ก็พยายามที่จะหลบเลี่ยง ด้วยลูกผู้หญิงตัวคนเดียว อยู่ที่โน่น ก็กลัว ก็พยายามรักษาตัว นะครับ ก็เค้าก็ไม่ไปยุ่ง กับใคร เค้าก็คงไม่ไปรู้จัก กับคนดังกล่าว


ผู้ดำเนินรายการ – เห็นมีคนขึ้นไปพูด อยู่ตลอดเวลา ท่านก็ยืนยันว่าไม่ใช่


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็เสียใจว่า สังคมเราเนี่ยะ ถ้าใช้การโจมตีกัน ด้วยความไม่บริสุทธิ์ และก็ไปทำให้ ใครเสียเกียรติ หรือว่า เกิดความเข้าใจผิด ในสังคมเนี่ยะ ผมว่าสังคม มันก็เริ่มต้น ที่จะเป็นไป ในทางที่ควรจะเป็น ได้ยาก ไม่ใช่ผมคนเดียว นะครับ ใครก็ตาม ที่โดนอย่างนี้ ก็ไม่น่าที่จะ เรียกว่า รับได้ ในส่วนนี้นะครับ


ผู้ดำเนินรายการ – บทบาทของกองทัพ ในการที่จะ ปกป้องรักษา สถาบันกษัตริย์ เชิญครับ ผู้บัญชาการทหารบก


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็อยากจะเรียน นะครับว่า ไม่ว่าจะเป็น กองทัพ คนไทยทั้งชาติ เนี่ยะนะครับ ก็ต้องคิดเหมือน เช่นเดียวกันแน่เลย ผมมั่นใจว่า เราเทิดทูน และ รักสถาบันพระมหากษัตริย์ นะครับ เป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่ได้ ทุกคนโดยพื้นฐาน ในส่วนของตัวผมเองนั้น นอกจาก การเป็นทหาร ซึ่งเป็นทหาร ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตัวผมเองเป็น ราชองครักษ์ ตั้งแต่ปี 2525 โดยไม่เคยออกจาก การทำหน้าที่เป็น ราชองครักษ์ เลยนะครับ เกือบ 30 ปี นะครับ


ยิ่งกว่านั้น ก็อยากจะเรียนว่า อยากจะให้สังคม เข้าใจว่า ได้เห็นภาพผม บ้างนะครับว่า ได้เคยถวายงาน ใกล้ชิด ในหลายเรื่อง ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการอารักขา การปฏิบัติงาน ตามพระราชดำริบ้าง อยากจะเรียนว่า ผมจะเทิดทูน และ รักสถาบัน ด้วยชีวิต ไม่มีทาง ที่ผมจะเป็นอื่นได้ และผมยืนยันว่า ทหารทั้งหมด และครอบครัว ก็มีความรู้สึก เช่นเดียวกัน เหมือนกับ ประชาชนไทยทั่วไปทุกคน กลับมา ในส่วนของ การปกป้อง และ การเทิดทูนสถาบัน นะครับ


ผู้ดำเนินรายการ – คือต่างฝ่าย ต่างอ้างอิง


พล.อ. อนุพงษ์ – ผมอยากเรียน อย่างนี้ครับ คือว่าแนวทาง ในการดำเนินการ ขณะนี้มันมีการอ้างอิง สถาบัน จึงอยากจะเรียนให้ พี่น้องทราบว่า แนวทาง คนที่จะถวาย ความจงรักภักดี จะต้องไม่ดึง พระองค์ท่าน เข้ามาเกี่ยว มาอ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไข ความขัดแย้ง เงื่อนไข ของทางการเมือง จะต้องไม่ดึง พระองค์ท่านลงมา เป็นสิ่งที่ควร จะต้องกระทำ พระองค์ท่าน ต้องอยู่เหนือ พระองค์ท่าน ทรงมี พสกนิกร 63 ล้านคน ไม่อาจจะไปอยู่ซีก 30 ใด หรือ 20 ใด หรือ 10 ใด ได้นะครับ


พระองค์ท่าน ทรงมี พสกนิกร ซึ่งพระองค์ท่าน ทรงห่วงใย ดูแล ไม่ว่าใครทั้งสิ้นทั้ง 63 ล้านคน นะครับ จะต้องไม่แบ่งแยกกัน แล้วก็จะต้อง ไม่เอา มาแต่ กลุ่มเดียว ผมว่ามองอีกมุมหนึ่ง เหมือนการแยกท่าน ให้ไม่เหลือ 63 ล้านคน เหมือนเก่า ดังนั้นจึงต้อง ไม่ดึงพระองค์ท่าน ลงมาเด็ดขาด จึงอยากเรียน ในส่วนนี้ว่า ที่มีเสียงว่า กองทัพไม่ดูแล ไม่ปกป้อง ผมเรียนเลยว่า การดำเนินการ ของกลุ่มใดในปัจจุบัน ถ้ามีการหมิ่น หรือมีการ จาบจ้วงสถาบัน เนี่ยะ กองทัพจะไม่ปล่อย ไม่ว่าจะวิธีใด ขอให้รับทราบไว้ด้วย


ผู้ดำเนินรายการ – สุดท้ายผมถามท่าน ผบ.ตร. ก่อนว่า ต่อไปเนี่ยะ การดูแลผู้ชุมนุม ในอนาคตเนี่ยะ ให้หลักประกัน ซักนิดหนึ่งครับ ว่าจะไม่เกิด เหตุการณ์ อะไรอีก


พล.ต.อ.พัชรวาท – ครับก็ต้องเรียนอย่างนี้นะครับ เรื่องศาลปกครองเนี่ยะ ก็ได้มีคำสั่งมาแล้วว่า การปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมเนี่ยะ มันจะต้องมี ขั้นตอนอะไร อย่างไร ตรงนี้เนี่ยะ ผมดีใจมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติเนี่ยะ เห็นคุณประโยชน์ของ ศาลปกครองมาก มันจะมีขั้นตอน การปฏิบัติการ ที่ชัดเจน และ ก่อนการจะใช้เนี่ยะ ก็ต้องมี การประการ ต้องอะไร ที่ชัดเจนนะครับ


ในส่วนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง ก็เห็นว่า ตรงนี้เป็น เรื่องที่ดี แล้วประกอบกับว่าโอกาสที่จะเกิด ในอนาคตเนี่ยะ มันก็ยังมี มันยังมีโอกาสว่า สองฝ่ายยังอาจ ปะทะกันได้ นะครับ ผมก็คิดว่า ตรงนี้ก็เป็น ประเด็นสำคัญ ผมก็เลยตั้ง คณะกรรมการ เรื่องหารือ การรักษาความปลอดภัย ในการชุมนุม ก็อยากจะเอา สื่อ เอาอะไร เข้าไปร่วมด้วย นะครับ อันนี้ผมว่า มีความจำเป็น มุมมองหลายมุม เราจะมองอย่างเดียวว่า การรักษา กฎหมาย ต้องดำเนินการไป ตามแผนกรกฎ 48 ตามแผน อย่างนี้ ผมว่า มันจะแข็งเกินไป ถ้าสื่อ หรือ คณะกรรมการ ชุดนี้ มาให้ ความเห็นเราได้ ผมว่า มันจะหลากหลาย


ผู้ดำเนินรายการ – คือให้คนนอก เข้าไปมีส่วนร่วม มันจะเป็น การยุติเหตุการณ์ อะไร ยังไง


พล.ต.อ.พัชรวาท – คือจะมี คณะกรรมการ ที่สมมุติว่า มีเหตุการณ์อย่างนี้เนี่ยะ เช่นจะเกิดการปะทะกัน ทั้งสองกลุ่ม เราก็จะเรียก ประชุมคณะกรรมการชุดนี้ ว่า เหตุการณ์อย่างนี้ ท่านจะไป ช่วยเราอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ ตำรวจทำหน้าที่ อยู่เพียงฝ่ายเดียว


ผู้ดำเนินรายการ – เอาละครับ เมื่อวันศุกร์ ท่านบอกกับผมว่า ณ เวลานั้น ทุกเหล่าทัพ ยังไม่มี จนถึงเวลานี้


พล.อ. อนุพงษ์ – ก็ยังไม่มีครับ อย่างที่เรียนให้ทราบไป ยิ่งคุย เหล่าทัพ ก็ยิ่งไม่เห็นด้วย แล้วก็สังคม ไม่ว่าจะเป็นสื่อ นักวิชาการ ก็ไม่เห็นด้วย


ผู้ดำเนินรายการ – คุณหมอประเวศ ล่าสุดออกมาบอกว่า ถ้าจำเป็น ถ้านองเลือดแล้ว ก็จำเป็นจะต้องทำ


พล.อ. อนุพงษ์ – ผมเข้าใจว่า ถ้าเป็นนองเลือดกันจริง ๆ เป็นกลียุค นะครับ ก็อาจจะมี แต่คงไม่ใช่ ปฏิวัติ นะครับ คงเป็นการหยุด ใช้อำนาจ แล้วก็ให้ใคร ขึ้นมาใช้ จะเรียกปฏิวัติ ก็คงไม่ใช่ เป็นการหยุด การใช้อำนาจ มากกว่า


ผู้ดำเนินรายการ – เป็นการหยุดใช้อำนาจ ไม่ใช่การปฏิวัติ ไม่มีในความคิด จนถึงนาทีนี้ และนาทีไหน


พล.อ. อนุพงษ์ – ใช่ครับ ไม่มีครับ


ผู้ดำเนินรายการ – ตัวท่าน (พล.อ.ทรงกิตติ) ถูกบางกลุ่ม บางฝ่ายมองว่า จะเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ผมถามท่านตรง ๆ


พล.อ.ทรงกิตติ – ไม่เคยมีในความคิด เลยนะครับ


ผู้ดำเนินรายการ – บางเวทีบอกว่า พล.อ.ทรงกิตติ จะเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ


พล.อ.ทรงกิตติ – อาจจะเป็นความคิด ของคนที่พูดครับ ไม่ใช่ความคิดของผม และไม่ใช่ของ กองทัพไทย ด้วยครับ ไม่มีครับ เรายืนยันว่า กองทัพ รักษาบทบาท หน้าที่ตามกฎหมาย แล้วก็อยู่กับ ประชาชน ทำงานให้กับ ประชาชน ไม่มีฝัก ไม่มีฝ่าย และ พันธกิจ ที่สำคัญ ที่สุด คือ รักษาอธิปไตย เหนือดินแดน แล้วก็อยากให้ ประชาชนมั่นใจว่า กองทัพ มีความพร้อม แล้วก็ติดตาม แล้วก็ดำเนินการ ทุกวิถีทาง การปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ เราดำเนินการอยู่แล้ว เรามิจำเป็น ที่จะต้องประกาศว่า เราทำอะไรบ้าง คือเราทำงานไป นะครับ ขอให้ ผลงานออกมา แล้วในส่วนของ ความแตกแยก นะครับ ทางการเมือง หรือว่า ความแตกต่าง ทางความคิด นั้น อย่าให้เป็น ความแตกต่าง ของ สังคมไทย เลยนะครับ ขอให้กลับสู่ ความเป็นสังคมไทย ที่เรามีความสุข อยู่ร่วมกัน เอื้ออำนวย ต่อกัน แล้วก็ร่วมกัน ทำให้ ประเทศไทย วัฒนาถาวร ครับ


ผู้ดำเนินรายการ – รัฐบาลแห่งชาติ ไม่ใช่บทบาท ของ กองทัพ หรือครับ


พล.อ.ทรงกิตติ – คือมี อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และ ตุลาการ นะครับ แล้วก็มี กลุ่มชน สภาก็มี ไม่ใช่ อะครับ ไม่อยาก ให้เกี่ยวข้อง


ผู้ดำเนินรายการ – ท่านอยากจะ ถามอะไรผมกลับ หรือครับ เห็นบอกว่า อยากจะถาม


พล.อ.ทรงกิตติ – จะถามว่า คุณอยากให้มี ปฏิวัติเหรอ เห็นถามบ่อย เหลือเกิน


ผู้ดำเนินรายการ – ถ้าถามผม ผมไม่อยากหรอกครับ แต่กระแสข่าว ออกมามาก ก็เลยต้องถาม เอาละครับนี่คือ จุดยืนของ ทุกเหล่าทัพ นะครับ นี่เป็นการสัมภาษณ์ ครั้งประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่ง ขอบคุณทุกท่าน ที่มาบอกเล่า และแสดงจะยืน ตรงนี้ครับ สวัสดีครับ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 03:35 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123387


พิมพ์ ข่าวนี้ คำต่อคำ”บิ๊กป๊อก” จี้ “สมชาย” สละเก้าอี้ รับผิดเหตุ 7 ตุลาทมิฬ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

น้ำมัน ดิ่งอีก กว่า$4 ปิด(16 Oct 08) ที่ 69.85 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ต่ำที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2007


น้ำมัน ดิ่งอีก กว่า$4 หลังสหรัฐฯ เผยตัวเลข น้ำมันสำรอง เพิ่มขึ้น


น้ำมันดิ่ง ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปีก่อน หลังจากข้อมูล รัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่า ปริมาณ น้ำมันดิบ และ เบนซินสำรอง เพิ่มขึ้นมากกว่า ที่คาดไว้มาก และ อุปสงค์อ่อนแอ


สัญญาล่วงหน้า น้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูด ของสหรัฐฯ ร่วงลง 4.69 ดอลลาร์ ปิดที่ 69.85 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ต่ำที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2007 หลังจากช่วงหนึ่ง ของการซื้อขาย ดิ่งลงต่ำสุดถึง 68.57 ดอลลาร์


ส่วนน้ำมันดิบ เบรนท์ลอนดอน งวดส่งมอบ เดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะหมดอายุสัญญาใน วันพฤหัสบดี ดิ่งลง 4.48 ดอลลาร์ ปิดที่ 66.32 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล หลังจากช่วงหนึ่งของ การซื้อขาย ทรุดลงไปมากกว่า 5 ดอลลาร์ อยู่ที่ 65.70 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาต่ำที่สุด นับตั้งแต่ เดือน พฤษภาคม 2550

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 05:01 น.
http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123392


พิมพ์ ข่าวนี้ น้ำมัน ดิ่งอีก กว่า$4 หลังสหรัฐฯ เผยตัวเลข น้ำมันสำรอง เพิ่มขึ้น


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

คำถามที่ สรยุทธ ไม่ได้ถามต่อ ในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้”


จุดยืนของ เหล่าทัพ
คำถามที่ “สรยุทธ” ไม่ได้ถาม
ข้อเท็จจริงที่ ผบ.เหล่าทัพ ไม่รู้?!

ผู้นำเหล่าทัพให้สัมภาษณ์ ในรายการ เรื่�งเด่นเย็นนี้

ผู้นำเหล่าทัพให้สัมภาษณ์ ในรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้


จากกรณีที่ ผู้นำเหล่าทัพ ให้สัมภาษณ์ นายสรยุทธ สุทัศนจินดา ในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ทางสถานีโทรทัศน ช่อง 3 เมื่อช่วงเย็น วันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา


1. กรณี เหตุใด วันที่ 7 ตุลาคม 2551 เมื่อตำรวจ ลงมือ ยิงประชาชน มีผู้บาดเจ็บล้มตาย


ทหารไม่ออก มาห้าม หรือ ทำอะไร ซักอย่าง


คำตอบ: – พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา บอกว่า ไม่ทราบมาก่อน ทั้งก่อนหน้าคือ คืนวันที่ 6 และ วัน ที่เกิดเหตุ และ ไม่ทราบ และ ไม่คาดว่า ผลของ การสลายชุมนุม จะมีผลทำให้ มีผู้บาดเจ็บล้มตาย ยอมรับว่า “เสียใจ” หากทราบ “คงจะ” ห้าม และ ประสานให้ ผบ.สูงสุด คุยกับรัฐบาล ไม่ให้ทำ เช่นนั้นแล้ว


คำถามที่สรยุทธ ไม่ได้ถามต่อ: คนอย่าง พล.อ. อนุพงษ์ มีตำแหน่งสูง ถึงเป็น ผบ.ทบ. ไม่มีหน่วยข่าว รายงานให้ทราบ เลยเชียวหรือ?


กองทัพ มีการประชุมกัน ตั้งแต่ช่วงสาย จนถึงเย็น ระหว่างนั้น ตำรวจยังยิงใส่ผู้ชุมนุม ผู้บาดเจ็บ เพิ่มจำนวนขึ้น และ มีผู้เสียชีวิต ในเวลาต่อมา พล.อ อนุพงษ์ และ ผบ.เหล่าทัพ ยังอยู่ร่วมกับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ จากรัฐสภา มาร่วมประชุมด้วย และ เมื่อเลิกประชุม ในช่วงเย็น วันนั้น พล.อ อนุพงษ์ ยังยืนอยู่ข้างหลัง นายสมชายร่วมแถลงข่าว เป็นไปได้หรือ จะไม่ทราบ อะไรบ้างเลย?


ข้อเท็จจริง : ตำรวจ เคลื่อนกำลังพล และ อาวุธเต็มพิกัด ตั้งแต่ คืนวันที่ 6 ตุลาคม หลังจากครม. มีมติ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จะเข้าแถลงนโยบายรัฐบาล ที่รัฐสภา ข่าวของสื่อต่างๆ เผยแพร่ทันที ตั้งแต่คืนนั้น ขณะที่ช่วงเช้า เวลาประมาณ 6 นาฬิกาเศษ ตำรวจเริ่ม ยิงแก๊สน้ำตา เข้าใส่ฝูงชน มีการระดมยิง อย่างต่อเนื่อง จนมีผู้บาดเจ็บ ขาขาด สูญเสียอวัยวะ เป็นแผลเหวอะหวะ ในที่เกิดเหตุ


ภาพการสูญเสียของ ฝ่ายประชาชน ถูกนำเสนอผ่าน ทีวีทุกช่อง และ วิทยุรายงานทุกแห่ง ต่อเนื่องทั้งวัน โดยที่ ตำรวจไม่รามือ ในการยิงเข้าใส่ฝูงชน เลย จนกระทั่ง ถึงเวลา23 นาฬิกา


2. กรณีจุดยืนของ กองทัพ ที่ว่าจะอยู่ ข้างประชาชน


คำตอบ: พล.อ.ทรงกิตติ และ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบตรงกันว่า กองทัพต้องอยู่ ข้างประชาชน แต่เลือกข้างไม่ได้ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต้องการให้มี การพูดคุย ปรองดองกัน เพราะหาก ประชาชนในชาติ แบ่งฝ่ายชาติ จะล่มจม วิบัติแน่


คำถาม ที่สรยุทธ์ ไม่ได้ถามต่อ : ระหว่าง ประชาชน ที่เรียกร้อง ความชอบธรรมให้กับสังคม ไม่ต้องการรัฐบาล ที่ทุจริตคอร์รัปชัน ทำผิดแล้วหนีคดี ขัดขวาง ไม่ให้กลุ่มบุคคลใด บุคคลหนึ่ง บ่อนทำลาย สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เช่น พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จนตัวตาย


ขณะที่ อีกฝ่ายกลุ่ม นปช. ภายใต้การสนับสนุน ของนักการเมืองซีกรัฐบาล ทำในสิ่งตรงกันข้าม ทำทุกอย่าง เพื่อคนคนเดียว คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งพฤติการณ์ และ คำพูดแสดงออก อย่างชัดเจน ดูได้จากหลักฐาน การเคลื่อนไหว มาตลอด กองทัพ ยังตัดสินใจ ไม่ได้หรือว่า ประชาชน ฝ่ายใด ควรสนับสนุน ควรอยู่เคียงข้าง? ไม่สามารถ แยกแยะ ออกเลยหรือว่า สิ่งใด ถูก ผิด ชอบ ชั่ว ดี?


ข้อเท็จจริง : ปัญหาการเมือง ที่เกิดขึ้นเลยจุด ซึ่งไม่ใช่ เรื่องของความคิด ที่แตกต่าง หรือขัดแย้งทางความคิด แล้วแต่เป็น เรื่องที่พัฒนาไปไกล หรือ ที่เรียกว่า “การเมืองใหม่” การเมืองใหม่ ที่พันธมิตร เรียกร้องให้สังคมได้รับรู้ว่า ต้องปกป้อง สถาบันสูงสุด เป็นธงนำ ภายใต้การปกครอง ในระบอบ ประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข นักการเมือง กระทำความผิด ทุจริตคอร์รัปชัน ก็ต้องถูกลงโทษ โดย ทหาร หรือ เหล่าทัพ ให้การสนับสนุน “ไม่ต้องปฏิวัติ” แค่ทำหน้าที่ ปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ตกอยู่ใน อำนาจรับใช้การเมือง เหมือนปัจจุบัน


3. ใครเป็นคนสั่งฆ่าประชาชน


คำตอบ: สรยุทธ์ ถาม พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร ก่อน โดยที่ ผบ.ตร. ตอบว่า ขอให้รอ ผลการสอบสวน แต่ “ โดยหลักการ” ตำรวจจะ ปฏิบัติหน้าที่ ได้ต้องขึ้นอยู่กับ นายกรัฐมนตรี และ มติครม. จากนั้น สรยุทธ หันมาถาม พล.อ. อนุพงษ์ ผบ.ทบ. คำถามเดียวกัน ผบ.ทบ.ระบุว่า ต้องเริ่มมาจาก มีมติครม. ตำรวจ จึงลงมือทำได้ แต่คงไม่คาดว่า จะเกิด ผลร้ายแรง ดังกล่าว


คำถามที่ สรยุทธ ไม่ได้ถามต่อ : ถ้าเช่นนั้น ทั้งสองคน ในฐานะที่เป็น ข้าราชการ มานาน ย่อมทราบดีว่า ตามระเบียบปฏิบัติ นายกรัฐมนตรี ต้องมา สั่งการ และ มีมติ รองรับ ดังที่พูดมา เพราะฉะนั้น สามารถระบุ ให้ชัดขึ้น ได้ว่า ฆาตกร ที่สั่งฆ่า ประชาชน ครั้งนี้ก็คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ?


ข้อเท็จจริง : นายกรัฐมนตรี สมชาย ยืนยัน จะเข้า แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา วันที่ 7 ตุลาคม 2551 แม้จะ ทราบว่า พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหว ปิดล้อม รัฐสภาตั้งแต่ คืนวันที่ 6 ตุลาคม ตามระเบียบ การปฏิบัติราชการ พร้อมกับคำพูดของ นายตำรวจระดับสูง ที่บัญชาการ ในวันนั้น ฟังได้ว่า ตำรวจ ได้รับคำสั่ง ให้เปิดทาง ให้นายกรัฐมนตรี เข้าแถลงนโยบาย และ เปิดทาง ให้ช่วงเย็น ให้แก่ กลุ่มสมาชิก รัฐสภา เพื่อประโยชน์ของ นายสมชาย และ รัฐบาล ตำรวจจึง ปฏิบัติหน้าที่ ตามความประสงค์ ของนายสมชาย และ คณะรัฐมนตรี


4. จุดยืน ต่อ การปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์


คำตอบ: ผู้นำเหล่าทัพ ยืนยันตรงกัน จะไม่ยอมให้ ใครมาจาบจ้วงเบื้องสูง หากพบเห็น จะจัดการทันที และ จะรักษา ราชบัลลังก์ ด้วยในสำนึก หน้าที่ ของ ทหาร ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ บอกด้วยว่า ทำงานรับใช้เบื้อง พระยุคลบาท เป็นราชองค์รักษ์ มานานเกือบ 30 ปี ย่อมมีความรู้สึก เหมือนคนไทย ทุกคน ต้องเทิดทูน ปกป้องสถาบันกษัตริย์ อย่างถึงที่สุด


คำถามที่ สรยุทธ์ ไม่ได้ถามต่อ : แล้ว คดีจาบจ้วงเบื้องสูง ของคนใน ซีกรัฐบาล อาทิ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ รวมถึง พฤติการณ์ ต่างๆ ของกลุ่ม นปช. ตั้งแต่ การบุกบ้านสี่เสา ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เรื่อยมา พวกท่าน จัดการอย่างไร เพื่อให้สังคม รับรู้ว่า พวกท่าน ไม่ได้นิ่งเฉย?


ข้อเท็จจริง : ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ระบอบทักษิณ ปล่อยปละ ให้มี การจวบจ้วงเบื้องสูง มาตลอด ทุกวันนี้ เว็บไซต์หลายแห่ง สื่อ สิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน ในเครือข่าย นปช. ภายใต้การสนับสนุน ของคนในฝ่าย รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แม้กระทั่ง บนเวทีของ นปช. ที่ สนามหลวง ยังปราศรัย จาบจ้วงเบื้องสูง อยู่ตลอดเวลา โดยกองทัพ หรือ ผู้นำเหล่าทัพ ทั้งหลาย ไม่ได้แสดงท่าที วิตกกังวล หรือ สั่งการ ให้มีการดำเนินการใดๆ แม้แต้น้อย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 20:12 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000123325


พิมพ์ ข่าวนี้ จุดยืนของเหล่าทัพ : คำถามที่ “สรยุทธ” ไม่ได้ถาม ข้อเท็จจริง ที่ ผบ.เหล่าทัพ ไม่รู้?!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมเกียรติ” แฉ แผนชั่ว ทรราชลอนดอน บันได 7 ขั้น ล้มสถาบัน กษัตริย์ ก่อสงคราม ประชาชน


“สมเกียรติ” แฉ แผนชั่ว ทรราช
บันได 7 ขั้น ล้มสถาบัน – ยึดประเทศ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ บนเวทีช่วงค่ำวันที่ 15 ต.ค. 2551

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ บนเวทีช่วงค่ำวันที่ 15 ต.ค. 2551


ผู้จัดการออนไลน์ – แฉแผนชั่วทรราชลอนดอน บันได 7 ขั้นล้มสถาบันกษัตริย์ ก่อสงครามประชาชนทั่วประเทศเพื่อยึดอำนาจ “สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์” ชี้แผนเดินมาถึงขั้นที่ 4 กำลังจะสำเร็จขั้นที่ 5 แล้ว แต่กลับสะดุดเพราะพันธมิตรฯ ไม่ยอมเผาเมืองในวันที่ 7 ต.ค. ยืนยันไม่มีวันทำ แนะจับตาวันนี้ “สมชาย” ประชุมขรก.ระดับสูงที่เมืองทองธานี-ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสมัยเป็นปลัดฯ ยุติธรรม


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)


เวลาประมาณ 22. วานนี้ (15 ต.ค.) ณ เวทีทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัย โดย เปิดเผยว่า วันนี้ (16 ต.ค.) เวลา 10.00-12.00น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะไปเป็น ประธาน ชี้แจง นโยบายรัฐบาล ต่อ ผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานภาครัฐ ทั้งหมด ทั้งปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่างๆ ที่ศูนย์อิมแพ็ค เมืองทองธานี ย่านถนนแจ้งวัฒนะ

นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า สาเหตุ ที่ตนทราบเรื่องนี้ เพราะมี สุภาพสตรีซึ่งเป็น ข้าราชการระดับสูงสุด คือ ระดับ 11 ได้แจ้งข้อมูลให้กับตน พร้อมกับกล่าวด้วยว่า เจ้าตัว สุภาพสตรีคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ไม่ไปประชุม โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาล นายสมชาย เป็นรัฐบาลเถื่อน และ มือเปื้อนเลือด จากเหตุการณ์ สั่งฆ่าประชาชน 7 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา

“สตรีผู้นี้บอกผมว่า ดิฉันไม่ไป เพราะเขาเป็น รัฐบาลเถื่อนและ มือเปื้อนเลือด เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ก็จะลงเองว่ามี ข้าราชการ คนใด ไม่ไปได้” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า สำนักงานเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความหวาดวิตก ต่อกลุ่ม พันธมิตร อย่างรุนแรง และออกระเบียบ การควบคุม ความปลอดภัย อย่างเข้มงวด

“เราจะตรวจสอบว่า ข้าราชการกลุ่มนี้ ประมาณพันคน จะยอมไปประชุมกับ รัฐบาลเถื่อน รัฐบาลโจร ผู้นำที่ตายแล้ว ทรราชฆาตกร มือเปื้อนเลือด และ รัฐบาลกระหายเลือด หรือไม่ พรุ่งนี้รู้กันครับพี่น้อง … เขาจะตรวจสอบว่าหลังจากที่ปราบปรามประชาชน พันธมิตรฯ แล้วจะมี ข้าราชการ ยอมสวามิภักดิ์หรือไม่ หรือ เขาจะเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ข้าราชการจำนวนไม่น้อย และอธิการบดีจำนวนมากใน 162 คน ยืนยันแล้วว่าไม่ไปครับ”

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้ภ??เขยนภ??ินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

จับตา 16 ต.ค. ป.ป.ช. เตรียมบั่นคอ “สมชาย”

ต่อมา นาย สมเกียรติ ได้กล่าวเตือนด้วยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 16 ต.ค. นี้ คณะกรรมการ ป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมี การพิจารณาคดี ที่มีการกล่าวหา นายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม (ช่วงปี 2540-2543) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม


กรณีการสั่งระงับเรื่อง ไม่ให้ดำเนินคดีกับ นายประมาณ ตียะไพบูลย์สิน อดีตอธิบดีกรมบังคับคดี และ นายมานิตย์ สุธาพร กรณี ทำผิดทางวินัย อย่างร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ จงใจไม่ปฏิบัต ตามกฎหมาย และ ระเบียบ และ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จนทำให้ กรมบังคับคดี ได้รับ ความเสียหาย ตาม พ.ร.บ. ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน และมีมูลเป็น ความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา จึงให้ส่งเรื่องให้ ผู้บังคับบัญชา ดำเนินการทางวินัย และส่งเรื่องให้ อัยการสูงสุด ฟ้องคดีต่อศาล


โดยคดีดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2549 ซึ่งมีนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน ทั้งนี้อนุกรรมการไต่สวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนคดีดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ป.ป.ช.จะชี้อย่างไรก็ว่ามา นอกจากนี้แล้ว ป.ป.ช.กำลังจะดำเนินคดีลูกน้องของคนเตี้ยแห่งสุพรรณบุรี เป็นผอ.สำนักชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท กรณีทุจริตต่อหน้าที่ เกี่ยวกับการปรับปรุงสันเขื่อน ทำนบดิน ขยายอาคารระบายน้ำ เขตท้องที่ ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ตามสัญญญาที่ สชป.12/4/2549 ลงวันที่ 26 มกราคม 2549 ตามหนังสือ ป.ป.ช.ที่ 0014/1622 ลงวันที่ 8 เมษายน 2551 ชี้มูลความผิด ลูกน้อง คนเตี้ย แห่ง สุพรรณบุรีด้วย” นายสมเกียรติเปิดเผย

เปิดโปงแผน 7 ขั้นล้มสถาบัน


ต่อมา นายสมเกียรติ ได้เปิดเผยว่า ตนเอง ได้รับเอกสารลับจาก นายทหารยศ พลอากาศเอก ท่านหนึ่ง ที่เปิดโปงถึงแผนการ 7 ขั้น ของ ทรราช และ กลุ่มคน ผู้ต้องการล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็เป็นจริงตามที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ กลุ่มพันธมิตร ได้กล่าวมาตลอด โดยคนกลุ่มนี้ พยายาม ใช้เงินซื้อ ประชาชนและ ใช้เงินซื้อทหารบางคน


“วันงานน้องโบว์ ทหารคนนึงก็ไปนั่งเฉย พอได้ยินเสียงมือตบนิดนึงก็ผวา ผวาเพราะว่ามือตบของพันธมิตรฯ หล่นเท่านั้นแหละ เลยรีบโทรศัพท์หาลูกน้องให้หารถยนต์ที่กันเสียงมือตบให้หน่อย” นายสมเกียรติกล่าวติดตลก พร้อมกล่าวว่าตนเองนัดพบกับ พล.อ.อ.ท่านนี้ในรถตู้เก่าๆ คันหนึ่งที่จอดอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่ง นายทหารอากาศคนดังกล่าววิเคราะห์กับตนว่า การต่อสู้อันเด็ดเดี่ยวของกลุ่มพันธมิตรฯ นั้นอยู่ในโค้งสุดท้ายแล้ว


“เขาบอกว่า โค้งสุดท้ายนี้จะมีคนบงการเพื่อเปลี่ยนการปกครองของประเทศ เป็นระบอบการปกครองที่ไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” นายสมเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่า แผนบันได 7 ขั้นเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์และยึดอำนาจในการปกครองประเทศนั้น มีรายละเอียดโดยคร่าวดังนี้


1.สร้างความแตกแยก ให้แบ่งกันเป็นฝ่าย
2.ชี้นำกลุ่มที่แตกแยกสองข้างให้เอาชนะกัน
3.พัฒนาการต่อสู้ให้เข้มข้น โดยใช้อำนาจรัฐโดยเฉพาะรัฐตำรวจและใช้ความรุนแรงเป็นวิธีหลัก
4.ยกระดับความรุนแรงให้สูงขึ้น ต้องให้แต่ละฝ่ายทำร้ายกันและกันให้ได้
5.เมื่อปราบปรามใช้ความรุนแรงแล้ว ค่อยยกระดับความรุนแรงให้กลายเป็นจลาจล
6.เมื่อเกิดการจลาจลแล้วต้องพัฒนาให้กลายเป็นสงครามกลางเมือง
7.หลังเกิดสงครามกลางเมืองแล้วต้องก่อสงครามประชาชนทั่วประเทศ และกำจัดกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยให้หมดไป


ทั้งนี้ทั้งนั้นนายสมเกียรติกล่าวว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมนั้นใกล้เคียงกับการเกิดพัฒนาเข้าสู่ขั้นที่ 5 แล้ว ทว่าแผนดังกล่าวไม่สำเร็จเพราะ กลุ่มพันธมิตรฯ เป็นผู้ที่ประท้วงด้วยความสงบ สันติ อหิงสาอย่างแท้จริง มิฉะนั้น สถานที่ราชการหลายแห่งต้องถูกเผาเรียบไปแล้ว ดังเช่นเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในอดีต


“ต้องขอบคุณท่านพลอากาศเอกท่านนี้มาก ขณะนี้เราอยู่เพียงขั้นที่ 4 เราไม่ยินยอม เราไม่ตั้งใจที่จะพัฒนาความรุนแรงแม้ตำรวจจะมาปราบปรามเราให้กลายเป็นขั้นที่ 5 คือการจลาจล เผาบ้านเผาเมืองอย่างเด็ดขาดใช่ไหมครับพี่น้อง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


สะใจ “เป็ดเฉลิม”แฉ“บิ๊กจิ๋ว” บงการ 7 ตุลาทมิฬ


จากนั้นนายสมเกียรติกล่าวถึง กรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า แม้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรีจะลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ในคืนวันที่ 6 ต.ค. ก่อนเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 7 ต.ค. คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.ชวลิตเป็นผู้ดูแลเหตุการณ์


“ขอบคุณ ดร.เฉลิมมากที่ซัดกันเอง แต่ต้องบอกมาว่าใครคือ ทรราช อาชญากร และบอกมาด้วยว่านอกจากจิ๋วแล้วยังมีใครอีก”


ในช่วงท้าย นายสมเกียรติ กล่าวยืนยันว่า จากบทเรียนเมื่อ วันที่ 7 ตุลาฯ ได้ย้ำเตือน แกนนำพันธมิตรฯ ว่า การเคลื่อนขบวน ประชาชนแต่ละครั้ง จะต้องได้รับ ความมั่นใจ เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า มวลชนจะต้องได้รับ ความปลอดภัย แน่นอน เพราะฉะนั้น ขอให้ประชาชน อย่าใจร้อน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 05:38 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122899


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” แฉ แผนชั่ว ทรราช บันได 7 ขั้น ล้มสถาบัน – ยึดประเทศ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

น้ำมัน ดิ่งต่อเนื่อง ในวันพุธ(15) ร่วงลงต่ำสุด ในรอบ 13 เดือน


ราคาน้ำมันดิ่งลง แตะระดับต่ำที่สุด ในรอบ 13 เดือน


ราคาน้ำมันดิ่งต่อเนื่อง ในวันพุธ(15) ร่วงลงต่ำสุด ในรอบ 13 เดือน แตะระดับ 74 ดอลลาร์ สืบเนื่องจาก ความหมายว่า เศรษฐกิจโลก ที่กำลังเฉื่อยชา อย่างหนัก จะส่งผลกระทบทำให้ อุปสงค์อ่อนลงเรื่อยๆ


สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ ชนิดไลต์สวีตครูดของ สหรัฐฯ ร่วงลง 4.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปิดที่ 74.54 ดอลลาร์ หลังจากในช่วงหนึ่ง ของ ซื้อขาย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดิ่งลงไปถึง 74.22 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคา ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน กันยายนปี 2007 และลดล งเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ ก้าวขึ้นไปทำสถิติสูงสุด เหนือ 147 ดอลลาร์ ในเดือน กรกฎาคม 2551


ส่วนน้ำมันดิบ เบรนท์ลอนดอน ได้ร่วงไปถึง 69.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงหนึ่งของ การซื้อขาย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็น ราคาต่ำที่สุด นับตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2007 ก่อนขยับ ขึ้นมาปิดที่ 70.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.73 ดอลลาร์

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 05:30 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000122911


พิมพ์ ข่าวนี้ ราคาน้ำมันดิ่งลง แตะระดับต่ำที่สุด ในรอบ 13 เดือน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) สั่งให้ ทูตฟ้องต่อ องค์การสหประชาชาติ

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,สหประชาชาติ — accomthailand @ 02:15
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


ตามฟอร์ม..เขมรเพ้อรักสันติโวยวายฟ้องยูเอ็น

Reuters)

ทหารเขมรเคลื่อนกำลังกันคึกคักที่บริเวณวัดสิขาคีรีสวรักษ์ ใกล้กับปราสาทพระวิหารเมื่อวันพุธนี้ หลังจากทหารเขมรยิงปะทะกับทหารไทยในชายแดนด้านภูมะเขือ ห่างออกไปทางทิศตะวันออกราว 2 กม. (ภาพ: Reuters)


ผู้จัดการออนไลน์ — รัฐบาลกัมพูชา เริ่มรณรงค์ทางการทูต อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเกิด การปะทะด้วยอาวุธ กับไทย ที่ชายแดน ขณะที่ ปากพร่ำเพ้อ ยังใฝ่สันติวิธี ในการแก้ไขปัญหา ส่วนอีกทางหนึ่ง ก็สั่งให้ ทูตฟ้องต่อ องค์การสหประชาชาติ


นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รัฐมนตรีต่างประเทศ กัมพูชาได้เชิญทูตานุทูต ที่ประจำใน กรุงพนมเปญ ยกเว้นเพียง ทูตไทย เข้ารับฟัง การชี้แจงใน ตอนค่ำ วันพุธ (15 ต.ค.) หรือเพียง ไม่กี่ชั่วโมง หลังการปะทะ กับไทย ซึ่งมีทหารกัมพูชา เสียชีวิต 2 นาย กับอีก 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ


นายฮอร์ แถลงกับ ผู้สื่อข่าว ในเวลาต่อมา ระบุว่า ได้สั่งให้ เอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำสหประชาชาติ รายงานเรื่องที่เกิดขึ้น และ ขอให้เรียก ประชุม คณะมนตรีความมั่นคง เพื่อพิจารณาเรื่องนี้


กัมพูชา กำลังมองหา ทุกวิธีการทางการทูต เพื่อหาทางแก้ไข ปัญหาชายแดน กับไทย นายฮอร์กล่าว


“ผมเพิ่งจะบอกกับ บรรดาทูตานุทูต ไป เกี่ยวกับการปะทะกัน ด้วยอาวุธกับ ฝ่ายไทย ผมได้บอกไป อย่างชัดถ้อยชัดคำ ว่า เราได้อดทน อย่างถึงที่สุด จนกระทั่งบัดนี้ แต่ เรามีสิทธิ์ ที่จะป้องกันตนเอง และโต้ตอบ อย่างเหมาะสม สำหรับกรณีนี้” รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าว


อย่างไรก็ตาม “เราปรารถนา ที่จะแก้ไขปัญหานี้ ด้วยสันติวิธี” และยืนยันว่า จะเข้าร่วม การเจรจาทางทหารระดับท้องถิ่น กับฝ่ายไทย ต่อไป ในวันพฤหัสบดีนี้


“รัฐบาล ราชอาณาจักรกัมพูชา ขอหยิบยก อีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับ ความมุ่งมั่น ที่จะใช้ความอดกลั้น อย่างถึงที่สุด ตลอดจน จะใช้วิธี เจรจา และ ทำงานอย่างใกล้ชิด กับ ประเทศไทย เพื่อหาทาง หลีกเลี่ยง การปะทะด้วยอาวุธ ในขอบเขต ที่ใหญ่โต ระหว่างสองประเทศ”

AFP)

ฮอร์นัมฮอง รัฐมนตรีเจ้าบทบาท วันจันทร์ (13 ต.ค.) ออกต้อนรับ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศไทยที่ไปเยือนเป็นอย่างดี อีกสองวันถัดมาฟ้องยูเอ็นกล่าวหาว่าทหารไทยรุกล้ำแดนและเปิดฉากยิงใส่ทหารเขมรก่อน (ภาพ: AFP)


อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าวหาว่า ทหารไทย เป็นฝ่ายยิงก่อน และ ฝ่ายกัมพูชา มีสิทธิ์ ที่จะป้องกันตัวเอง


ระหว่างการปะทะกันนั้น ฝ่ายกัมพูชา สามารถจับกุม ทหารไทยได้จำนวน 10 คน ซึ่ง สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ ให้ดูแลคนทั้งหมด เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะ ส่งมอบ ให้แก่ฝ่ายไทย หากมีการร้องขอ


สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ก่อนหน้านั้น ในวันเดียวกัน รัฐบาลกัมพูชา ได้ออกคำแถลงฉบับหนึ่ง กล่าวหาว่า ทหารไทย ได้โจมตี ทหารกัมพูชาใน 3 จุด ด้วยกัน และทั้งหมด อยู่ลึกเข้าไป ในดินแดนกัมพูชา


พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้ปฏิเสธ การกล่าวหา ของฝ่ายกัมพูชา โดยระบุว่า ทหารฝ่ายนั้น เริ่มยิงก่อน ทำให้ทหารไทย ต้องต่อสู้ป้องกัน มีทหารไทย 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ ในการประทะกันครั้งนี้
Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 15 ต.ค.2551 ทหารไทยที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าได้ยอมจำนน กำลังนั่งในบริเวณวัดสิขาคีรีสวรักษ์ บนทางขึ้นปราสาทพระวิหาร แม่ทัพภาค 2 ของไทยได้ออกปฏิเสธเรื่องนี้ทันควัน ทหารไทยเหล่านี้เป็นหนึ่งในไม่กี่สิบคนที่ยังคงประจำอยู่ในบริเวณวัดแห่ง นั้นมาตั้งแต่เดือน ส.ค.ตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย (ภาพ: Reuters)

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 16 ตุลาคม 2551 02:15 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ ตามฟอร์ม.. เขมรเพ้อ รักสันติ โวยวายฟ้องยูเอ็น


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พิภพ” จับไต๋รัฐตำรวจ เบี่ยงเบนประเด็น ช่วย “น้องเขยแม้ว” พ้นผิด

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,สิทธิมนุษยชน,สุขภาพ,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม — accomthailand @ 01:37
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“พิภพ” แฉ “เขยแม้ว” ล้วงโผ กก.สอบ “7 ต.ค.” –
พันธมิตรฯ อังกฤษ ลุยต้าน “แม้ว” ลี้ภัย


“พิภพ”จับไต๋รัฐตำรวจเบี่ยงเบนประเด็นช่วย “น้องเขยแม้ว”พ้นผิด แฉ กก.อิสระสอบ 7 ตุลาทมิฬ ถูกเปลี่ยนโผกลาง ครม. ไม่มีอิสระอย่างแท้จริง ประชาชนเลิกหวังพึ่ง เร่งเก็บหลังฐานภาพถ่าย-วิดีโอคลิปยื่นฟ้องศาลเอง พร้อมประสานพันธมิตรฯ อังกฤษ ค้าน“ทักษิณ”ลี้ภัย และตรวจสอบ ขาย แมนฯ ซิตี้ ฟอกเงินหรือไม่

พิภพ ธงไชย

พิภพ ธงไชย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (256 K)


เมื่อเวลา 21.35 น. วันที่ 15 ต.ค. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้กล่าวถึงผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่า หลายคนมีบาดแผลถูกสะเก็ดบาดลึกมากและเริ่มเน่าเนื่องจากพิษบาดแผลที่เกิดจากสารเคมีแก๊สน้ำตา เราต้องดูแลรักษาคนเหล่านี้ให้มากขึ้น และต้องย้ายโรงพยาบาล เพื่อให้หมอที่รู้เรื่องการรักษาสารเคมีมากทำการรักษา ถ้ามีหมอคนใดที่เชี่ยวชาญอยากให้ช่วยกรุณาแนะนำ เราจะพาออกจากโรงพยาบาลเพราะหมอบางท่านไม่รู้ว่าเป็นแผลจากสารเคมี จะใช้มีดกรีดเหมือนถูกปืนหรือมีดธรรมดา หากใครมีข้อมูลอยากให้ช่วยแนะนะ ว่าไปโรงพยาบาลไหนที่เชี่ยวชาญ ถ้าปล่อยไว้นานอาจต้องตัดแขนตัดขาได้

นายพิภพ ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้รัฐบาลและตำรวจกำลังพยายามไปหาข้อมูลผู้บาดเจ็บจากโรงพยาบาลต่างๆ และเท่าที่ดูจากคำให้สัมภาษณ์ กำลังพยายามจะไม่ให้นายสมชายผิด แต่จะโยนให้รองนายกฯ หรืออดีตรองนายกฯ อีกคนอีกคนที่ลาออกไปแล้ว ว่าเป็นผู้สั่งการ ไม่ให้นายสมชายเป็นผู้สั่งการโดยตรง นอกจากนี้ ยังพยายามที่จะบอกว่าตำรวจยิงแก๊สน้ำตาโดยไม่รู้ว่าทำจากจีนและมีสารเคมีรุนแรง นี่คือทิศทางการสอบสวน การให้สัมภาษณ์ของผู้สอบสวน

“อยากเรียนให้ทราบว่า รัฐบาลสมชายโดยกำกับของภรรยาและ พ.ต.ท.ทักษิณ จะพยายามหลบหลีกไม่ให้ความผิดไปตกกับนายสมชาย ดูจากการให้สัมภาษณ์ และกรรมการต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมา”

นายพิภพกล่าวต่อว่า นายสมชายเป็นผู้พิพากษา ไม่เคยบริหารและไม่เคยเป็นนักการเมือง แต่ต้อมาปฏิบัติการเป็นนักการเมืองโดยรับคำสั่งตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ พอเกิดปัญหาก็แก้ไม่เป็น ขณะที่ในพรรคพลังประชาชนก็มีก๊กมีเหล่า นายสมชายจึงออกอาการ ไปไม่เป็น ดูมีอาการเครียด กล้ามเนื้อเริ่มตึง ใบหน้าดวงตามีแววโหดเหี้ยม แต่ทำอะไรไม่เป็น ต้องมีคนสั่งการอยู่เบื้องหลังเพื่อแก้เกม อาการของสมชายจะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ กรณีที่นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขู่จะใช้กำลังทหารบุกไทย ก็มี พ.ต.ท.ทักษิน อยู่เบื้องหลัง เพราะอยู่ดีๆ จะมาบุกไทยได้อย่างไร

นายพิภพยังได้กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งมีนายปรีชา พานิชวงศ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการว่า นายสมชายบอกเองว่าจะให้อำนาจเต็มแก่นายปรีชาในการเลือกกรรมการที่คิดว่าดีที่สุด เหมือนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยตั้งนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.)ไปศึกษาปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ให้อำนาจนายอานันท์เต็มที่ในการเลือกคนมาเป็นกรรมการ

“แต่ปรากฏว่าเบื้อหลังจริงๆ มี ผู้พิพากษาที่เคยเป็นผู้ช่วยนายปรีชาสมัยเป็นรองประธานศาลฎีกา ช่วยเลือกกรรมการให้ และจะเลือกคนดี คนตรงที่เปิดออกมาแล้วสังคมยอมรับ แต่พอเข้า ครม. มีการตัดคนที่นายปรีชาเลือกมาออก อย่างน้อยมีที่ผมรู้จัก 2 คนที่ถูกตัดชื่อออก เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงก็คือนายสมชายไม่ให้อิสระกับประธานคณะกรรมการสอบสวน เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องไปหวังมาก ว่ากรรมการสอบข้อเท็จจริงจะไปหาข้อเท็จจริงได้

“นี่คือเหตุผลทำไมพันธมิตรฯ ไม่สามารถยอมรับคณะกรรมการของโจรที่ตั้งมาเพื่อล้างความผิดของโจรได้ ก็มันพิสูจน์ชัดเจนว่าการตั้งกรรมการก็มีการแทรกแซง เพราะฉะนั้นอย่าตั้งความหวัง รัฐบาลสังหารประชาชนเอง ก็ตั้งกรรมการมาลบล้างความผิดของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยตัวอง นอกจากจะให้ ส.ว.สายที่ปฏิเสธรัฐบาลตั้งอนุกรรมาธิการสอบสวน ไปยื่นร้องต่อกรรมการสิทธิ ให้ ส.ส.ฝ่ายค้านตรวจสอบ ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.แล้ว แล้วจะฟ้องศาลเองด้วย”

นายพิภพกล่าวต่อว่า ตอนนี้เรากำลังต้องการหลักฐานเพิ่มใครมีคลิปวิดีโอหรือภาพนิ่งให้ส่งมาที่เอเอสทีวีหรือสภาทนายความ โดยให้สำเนาเก็บไว้ด้วย เชื่อว่าในเวลาเกิดเหตุมีคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่านไว้ทุกมุม เราจะเอามาเรียบเรียงกันให้เห็นเหตุการณ์ตลอดแบบนาทีต่อนาที หรือทุกครึ่งชั่วโมง ทุกชั่วโมง เพื่อเอาไปฟ้องศาลให้นายสมชายติดคุกให้ได้ รวมทั้ง ครม.ที่เกี่ยวข้อง และ ส.ส.ที่คัดค้านการย้ายที่ประชุมสภา และยังเดินเข้าประชุมสภา หลังจากมีการยิงตอน 6 โมงเช้า แสดงว่าสนับสนุนการฆ่าฟันเพื่อกรุยทางไปสู่การแถลงนโยบาย ส่วนตำรวจก็ว่าไปตามสายงานคับบัญชาตั้งแต่ ผบ.ตร.และนายตำรวจคนอื่นๆ ไปจนถึงผู้ปฏิบัติ

“ผู้บาดเจ็บ เสียหาย หรือพิการ ถ้าตำรวจมาสอบ อย่าให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น หลักฐานก็อย่าให้ไป ให้มาแจ้งที่กองทัพธรรม เรากำลังรวบรวม”นายพิภพกล่าว

นายพิภพกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะมีการรณรงค์ในอังกฤษ โดยพันธมิตรที่อังกฤษรายงานมาว่าคนไทยในอังกฤษตื่นตัวขึ้นแล้ว เขาจะไปพบนายกอังกฤษเพื่อบอกว่ามีหลักฐานอะไรบ้างที่ไม่ควรให้ พ.ต.ท.ทักษิณลี้ภัย และบอกว่าให้พวกเราเบาใจ เขาจะทำทุกทาง และจะเปิดโปงให้คนในอังกฤษรู้ทุกเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำในอดีต รวมทั้งได้ชักใยรัฐบาลนายสมชายอย่างไร

นายพิภพกล่าวต่อว่า ได้ฝากพันธมิตรฯ ที่อังกฤษให้ช่วยทำเรื่องการขายสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ว่าขายได้แพง 1 หมื่นกว่าล้านจริงหรือเปล่า แขกอาหรับโง่ขนาดนั้นจริงหรือเปล่า มีการฟอกเงินไม่ เพราะแขกอาหรับซื้อจริงอาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่ พ.ต.ท.ทักษิณเอาเงินไปให้แขกอาหรับแล้วเอามาซื้อหรือไม่ เพื่อเป็นการฟอกเงิน ซึ่งพันธมิตรฯ ที่อังกฤษก็รับปากจะทำมาให้ ทั้งนี้ จะต้องมีการเกาะติด พ.ต.ท.ทักษิณตลอด เพราะคนไม่เคยเชื่อ เนื่องจากมีเล่ห์เหลี่ยม เอาตัวรอด คำนึงถึงแต่ตัวเอง เห็นประเทศชาติมีไว้หากินและโกงกินเท่านั้น

นายพิภพกล่าวอีกว่า นายสมชายจะพยายามยื้ออำนาจให้อยู่ได้นานที่สุดโดยมีภรรยาอยู่เบื้องหลัง และ พ.ต.ท.ทักษิณกำกับมาจากลอนดอน และบางเรื่องก็จะสายตรงมาเลย นายสมชายมีหน้าที่อย่าเดียวคือเป็นหุ่นให้ดีในการให้ พ.ต.ท.ทักษิณและน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณเชิด ประเทศไทยขณะนี้จึงมีนายกหุ่นเชิดอย่างแท้จริง

หลังจากนั้นนายพิภพได้รายงานยอดเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. โดยมียอดเงินบริจาคปิดถึงวันที่ 14 ต.ค.51 จำนวน 19,005,762.80 บาท โดยเริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บไปแล้ว 5 แสนกว่าบาท จำนวน 14 ราย และจะมีการทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ รวมทั้งจะพิจารณาเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแต่ละคนด้วย

นายพิภพกล่าวในตอนท้ายว่า การต่อสู้ของพันธมิตรฯ ยังไม่สิ้นสุด เราต้องสู้ให้รัฐบาลนี้ออกไป ไม่ให้พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ต้องไม่แก้รัฐธรรมนูญ 2550 และต้องสร้างการเมืองใหม่

การต่อสู้กับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นมี 2 ส่วน คือ ต่อสู้กับตัว พ.ต.ท.ทักษิณและคนของเขาในพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งใครเกี่ยวข้องต้องเข้าคุก แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเก่งในเรื่องการหนี ศาลตัดสินว่ามีความผิด มีหมายจับหลายหมาย ก็อาศัยที่ตัวเองมีเงินมากขอลี้ภัยที่อังกฤษ ถึงผิดก็ไม่ต้องมาติดคุก เราจะขอร้องอังกฤษให้เลิกเอานักการเมืองโกงไว้ในประเทศของตัวเอง ไหนว่าเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาล ส่วนที่ 2 เราจะจัดการกับระบอบทักษิณ หรือทักษิโณมิกส์ ที่สืบทอดไปยังพรรคการเมืองต่างๆ โดยการสร้างการเมืองใหม่ เพื่อขับไล่ออกไป และงานที่ 3. ที่เพิ่มเข้ามา เมื่อเกิดเหตุการณ์ฆ่าประชาชนกลางกรุง มีคนตาย 2 คน บาดเจ็บ 400 กว่าคน ต้องเอาคนที่ทำผิดมาเข้าคุก รวมทั้งคนอยู่เบื้องหลัง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 01:37 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122895


พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ”แฉ”เขยแม้ว”ล้วงโผ กก.สอบ“7 ต.ค.”-พันธมิตรฯ อังกฤษลุยต้าน”แม้ว”ลี้ภัย


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เหตุใดปะทะแตกหัก กันจนได้ระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” – บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ท่องเที่ยว,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 00:04
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


16 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ การเมือง
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์


“อิสรภาพแห่งความคิด” …แล้วก็เกิด การปะทะแตกหัก กันจนได้ระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” ซึ่งก็ไม่ได้เกิน คาดเดา เท่าใดนัก เพียงแต่วันเวลา ที่ทอดมาถึง ปัจจุบันเท่านั้น ที่ทำให้น่าสนใจว่า เหตุใด


รัฐบาลฮุนเซน จึงเลือกจังหวะเวลา ช่วงนี้…๐


คนคิดด้านร้าย หลายๆ ฝ่าย ต่างตั้งแง่สงสัยกันถ้วนทั่ว ว่า “สมเด็จฮุน เซน” ได้รับสัญญาณอะไร บางอย่างจาก เพื่อนร่วมก๊วนกอล์ฟ อย่าง “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ของไทยหรือไม่…๐


ก่อนหน้านี้ไม่ถึงสัปดาห์ ฮุน เซน ได้มีการติดต่อ สำนักข่าวต่างประเทศ ผ่านองค์กรสื่อในอาเซียน??? อาทิ เอบีซีนิวส์ สเตรทไทม์ ฯลฯ เพื่อให้สัมภาษณ์ เป็นการเฉพาะ แล้วไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็มีข่าวเผยแพร่ ออกมาว่า “ขีดเส้นตาย” ให้กองทัพไทย ถอนทหารออกจาก “ปราสาทพระวิหาร” ทั้งๆ ที่ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ กำลัง “เจรจา” ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างกัน? ในช่วงนั้น…๐


หรือ นี่เป็นวิธีการทูต “แบบสองหน้า” ที่กัมพูชา นิยมเล่น และไทยเอง ก็ตกเป็น เครื่องมือถูกปั่นหัว หรือพร้อมใจ เล่นเป็นตัวประกอบ ในฉากนี้ด้วย


คำถามเหล่านี้ ยังคงลอย อยู่ในสายลม เพื่อให้ ใครบางคนตอบอยู่ …๐


ที่แน่ๆ คนลอยตัว อย่างทุเรศทุรัง คงไม่พ้น “นพดล ปัทมะ” อดีต รมว.การต่างประเทศ ที่ออกมาปัดสวะ ความรับผิดชอบให้พ้นตัว ว่า ได้ยกเลิก “แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา” ไปแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เกิดจาก เรื่องเหล่านี้


แหม! ช่างเป็น “ลูกผู้ชาย” เสียจริง มิน่า ผู้หญิงอย่าง “ณหทัย ทิวไผ่งาม” ต้องใส่รองเท้า คอนเวิร์ส แยกทางกันเดิน …๐


โธ่! มูลเหตุของเรื่องนี้ ถ้าไม่มี แถลงการณ์ร่วม ที่เรียก “จอยต์ คอมมูนิเก้” มีหรือที่ เขมรจะกล้าหือ และถือไพ่เหนือกว่า ทั้งในเวทีโลก และ เวทีคณะกรรมการ มรดกโลก จนทำให้สามารถ จดทะเบียน ปราสาทพระวิหารเป็น มรดกโลกสำเร็จ เขาถึงบอกว่า “สนิมเกิดจากเนื้อใน” ประเทศไทย ที่ต้องเสีย กรุงศรีอยุธยา ทั้ง 2 ครั้ง ก็เพราะคนใน ที่หัวใจเป็นอื่น เป็นตัวอย่างมาแล้ว ไม่ใช่หรือ …๐


เหตุการณ์ปะทะ ครั้งนี้จะสมอุราของ “ชายแม้ว” หรือไม่ ไม่ทราบได้ แต่ข้อครหาของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ที่ระบุว่า อยู่ในช่วง วันอันตราย ก่อนถึงวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นวัน นัดอ่าน คำพิพากษา ในคดีที่ดินรัชดาภิเษก เริ่มมี “เค้าลาง” น่าเชื่อถือมากขึ้น


เพราะหาก ไล่เรียงให้ดีๆ จะเห็นว่า เริ่มมีความต่อเนื่องมาก ตลอดตั้งแต่ เริ่มเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา…๐


ต้นเดือน เขมร ยิงปะทะทหารไทย ที่ “ภูมะเดือ” ซึ่งก็เป็นที่ปะทะ ในปัจจุบันด้วย


เกิด 7 ตุลาวิปโยค


ตามมาด้วย ข่าวการขอลี้ภัยของ “พ.ต.ท.ทักษิณ”


ตามติดด้วยการระดมพลของ “นปช.” จัดงาน และ ล่าสุด


อัยการสูงสุด ก็สั่งไม่ฟ้องในคดี “ซุกหุ้นเอสซี แอสเสท”…๐


ด้วยเรื่องราว ที่จับต้องได้ ทำให้นวนิยาย ว่าด้วยเรื่อง “ชายผู้ดิ้นรนเสพติดอำนาจ” ถูกหลายต่อหลายฝ่าย เห็นพ้องตรงกันว่า คนผูก ย่อมเป็น คนแก้ คือ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่ อดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง “อานันท์ ปันยารชุน” ก็เล็งเห็น เช่นเดียวกัน …๐


แต่ดูเหมือน น้องเขย ผู้หน้าซื่อ อ่อนน้อม แต่ใจโหด อย่าง “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” จะปัดทิ้งว่า เป็นแค่ความเห็น ของคนนอก แล้วไอ้ที่ ส.ส.พลังประชาชน ยัง เรียกขาน อดีตนายกฯ ว่า “พ่อบ้าง นายบ้าง” ในการประชุมพรรค แต่ละที หรือประชุมก๊วน แต่ละครั้ง อย่างนี้ ยังจะปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องหรือ …๐


เขาก็บอกกันแล้วว่า อย่าตีงูแค่หลังหัก แต่ถ้าจะตีงูก็ต้องตีให้ “ตาย” ก็เหมือนกับกรณีนี้เช่นกัน


การปล่อยให้คน ที่มีอำนาจเงิน และอำนาจสั่งการ ลอยตัวอยู่ เมืองนอกเมืองนา ในโลก “โลภาภิวัตน์” เช่นนี้ เราก็มีแต่ เสีย และ มีแต่ ตั้งรับเท่านั้น …๐


ไม่รู้ว่า “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” จะรู้หรือไม่ว่า “หัวโขน” ที่ตัวเองสวมอยู่ ตอนนี้ คือ “โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี” ไม่ใช่ “พิธีกร” รายการ ความจริงวันนี้ หรือ โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะต้องออกมา ชี้แจงแถลงไข เรื่องรายละเอียด การจัดงาน ซึ่งจะเชิญ “สมัคร สุนทรเวช” อดีตนายกรัฐมนตรี มาหรือไม่มาร่วม เพราะหากยังทำตัวเป็น พิธีกร ควบคู่กับ โฆษกสำนักนายกฯ ระวังอาจถูก เข้าข่ายละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ได้


เพราะปล่อยให้ “พิธีกร” ที่ถูกหมายจับ ในคดีหมิ่นเบื้องสูง ลอยหน้าลอยตา จัดรายการ ในสื่อของรัฐ โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร…๐


ทิ้งท้าย ด้วยความหวังดีไปยัง อัยการสูงสุด ในยุค “ชัยเกษม นิติสิริ” ที่ต้อง ตอบคำถามสังคม ให้ชัดเจนว่า ทำหน้าที่ “ทนายแผ่นดิน” อย่างเข้มข้น สมกับเป็น ข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือไม่ เพราะคดีที่อยู่ในมือ อสส. ยุคนี้เขาพูดว่า มันถึงขั้นชี้ “อนาคต” ประเทศไทย เลยทีเดียว …๐

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 16 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=16/Oct/2551&news_id=165355&cat_id=500


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ บันทึกหน้า 4… ท.ศักดิ์


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

กัมพูชา… กับบทเรียนในอดีต – ท่านขุนน้อย

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ท่องเที่ยว,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก — accomthailand @ 00:03
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


16 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ การเมือง
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กัมพูชา… กับบทเรียนในอดีต ท่านขุนน้อย


และแล้ว… การเมืองภายนอก ก็ถึงจุดปะทะกัน จนได้!!! ใครจะเป็น ฝ่ายเปิดฉากยิงใครก่อน ก็แล้วแต่ แต่เสียงปืนที่ระเบิดขึ้น อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 10 นาที ณ บริเวณพื้นที่หมู่ 11 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ หรือ ที่เรียกกันว่า ภูมะเขือ เชิงปราสาทพระวิหาร วานนี้… ทำให้ทั้ง ทหารไทยและกัมพูชา ต้องบาดเจ็บ หลั่งเลือดไปด้วยกัน ทั้งสองฝ่าย…


อย่างไรก็ตาม… การปะทะครั้งนี้ ยังถือว่า เป็นเพียง การปะทะประปราย ไม่ได้มีแนวโน้มใดๆ ว่าจะขยายตัวไปสู่ สงครามเต็มรูปแบบ อย่างที่ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เพรียกหาไป เมื่อวันสองวันนี้ ท่าทีของ ผู้นำกองทัพไทย ยังคงตั้งมั่นอยู่ในสติ พร้อมที่จะ ปกป้องอธิปไตย ของชาติ ควบคู่ไปกับการเจรจา การงัดเอาอาวุธหนัก ออกมาถล่มใส่กัน จึงยังไม่ปรากฏให้เห็น พูดง่ายๆ ว่า… ฉากสถานการณ์ เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้… ก็ยังคงเปิดกว้างให้กับ การหาทาง คลี่คลายข้อขัดแย้ง และความไม่เข้าใจ ระหว่างกันและกัน โดยหนทางสันติ ได้เสมอ…


แม้นว่าการมีประเทศ อย่างกัมพูชาเป็น เพื่อนบ้าน… จะก่อให้เกิด ความปวดเศียรเวียนเกล้า ต่อประเทศไทย มาโดยตลอดประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ อดีต จนตราบเท่าทุกวันนี้… แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่ใครต่อใครพูดๆ เอาไว้ว่า โอกาสที่จะ ยกประเทศทั้งประเทศ แยกห่างออกจากกันนั้น … มันคง เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะโกรธเกรี้ยว เฉียวฉุน กันเพียงใดก็ตาม สุดท้าย… ก็คงหนีไม่พ้น ที่จะต้องหาทาง จบกันที่ โต๊ะเจรจา ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ เพื่อให้ผู้คน ตลอดสองฟากฝั่ง แนวเขตแดน ซึ่งต่างก็เป็น พี่ๆ น้องๆ ด้วยกัน ทั้งนั้น พอได้อยู่เย็นเป็นสุข ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว …


การที่ การเมืองภายนอก เกิดมาปะทุกัน ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าใครจะตั้งข้อ สมมุติฐานไปในลักษณะใด ก็แล้วแต่ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มันน่าจะมีส่วน ทำให้ การเมืองภายใน พอมีโอกาส หายใจ-หายคอ ได้เฮือกใหญ่ทีเดียว ภายใต้ สถานการณ์ หน้าสิ่ว-หน้าขวาน หน้าข้าว-หน้าเหล้า เช่นนี้… จะไปเคี่ยวเข็ญ เสือกไส ให้รัฐบาลออกๆ ไปโดยไว… ก็ออกจะเป็นอะไร ที่ค่อนข้าง อิหลักอิเหลื่อ อยู่ไม่น้อย ความจำเป็น ที่จะต้องมี ผู้รับผิดชอบ หรือ ผู้ตัดสินใจ ในสถานการณ์เช่นนี้… ทำให้ประเทศไทย คงต้องตกอยู่ในสภาวะ กลืนไม่เข้า-คายไม่ออก ต่อไปอีกซักพัก…


แต่ฉากสถานการณ์ เช่นนี้… ใช่ว่า จะไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย ในประวัติศาสตร์ชาติไทย หลายต่อหลายครั้ง ในอดีตเราก็เคย เผชิญกับภาวะเช่นนี้ ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า โดยมีตัวละครเก่าๆ อย่างประเทศกัมพูชา นี่แหละ เป็นผู้สร้าง ความอิหลักอิเหลื่อ ให้กับประเทศไทย อยู่ภายนอก ในขณะที่ เรากำลัง ชุลมุนวุ่นวาย อยู่กับปัญหาการเมืองภายใน ด้วยเหตุนี้… บทเรียนดั้งเดิม เท่าที่เคยมีมาในอดีต จึงน่าจะยังมีคุณค่า มีประโยชน์มากพอ ที่จะนำมาปรับใช้ กับสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ไม่น้อย แม้นว่าสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต อาจไม่สามารถ นำมาใช้เป็น คำตอบ ต่อสถานการณ์ ปัจจุบัน ได้แบบสมบูรณ์ เบ็ดเสร็จ ในทุกเรื่อง ทุกกรณี แต่การหวนกลับไป คิดคำนึงว่า ผู้คนในอดีต สามารถก้าวผ่าน วิกฤตการณ์ ในลักษณะเช่นนี้มา ได้อย่างไร? อย่างน้อย… ก็อาจพอนำเอามาใช้ เป็น แนวทาง หรือกระทั่ง เป็น กำลังใจ ในการฝ่าฟันอุปสรรค ต่างๆ ได้บ้าง…


จริงอยู่… ถึงแม้นว่า ระบบการเมือง การปกครอง ในอดีตกับปัจจุบัน จะแตกต่างกัน แบบคนละเรื่อง คนละม้วน ก็ตามแต่ สิ่งที่ประวัติศาสตร์ ได้สะท้อนให้เห็นถึง องค์ประกอบ สำคัญเอามากๆ ในการฝ่าฟัน วิกฤตการณ์ ในลักษณะเช่นนี้ก็คือ… ความเข้มแข็ง ของการนำ ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ โดยเด็ดขาด บุคลิกภาพของ อดีตวีรกษัตริย์ แต่ละพระองค์ ผู้ซึ่งเคยเผชิญกับ ฉากสถานการณ์ทำนองนี้ เท่าที่มีบันทึกอยู่ใน บทเรียน ตำรา แต่ละเล่ม ล้วนแล้วแต่ บ่งบอกถึง ความจำเป็น ในอันที่จะต้องอาศัย กรรมวิธีที่เฉียบขาด เด็ดเดี่ยว ในการนำพา ประเทศชาติ ฝ่าฟัน วิกฤติการเมืองภายนอก ไปพร้อมๆ กับการจัดการ วิกฤติการเมืองภายใน แบบถึงราก-ถึงโคน…


แน่นอนว่า… สำหรับทุกวันนี้ แม้ว่าการนำพาประเทศชาติ คงไม่ใช่เรื่องของ คนหนึ่ง-คนใด ต่อไปอีกแล้ว แต่ไม่ว่า เราจะมี ระบบการเมือง การปกครอง ที่เหมาะสม สอดคล้อง กับสภาพสังคมไทย ในปัจจุบัน หรือสังคมโลก ขณะนี้ก็ตาม ถ้าหากระบบนั้นๆ ยังปราศจาก เสียซึ่ง ความเข้มแข็ง ของการนำ ยังเต็มไปด้วย ผู้รับผิดชอบ ซึ่งพร้อมเสมอ ที่จะปฏิเสธ


ความรับผิดชอบ หรือ ผู้ตัดสินใจ ซึ่งปราศจากอำนาจ ในการตัดสินใจ ที่แท้จริง ดูเหมือนว่า… นอกจากโอกาส ในการฝ่าฟันวิกฤติ แทบจะเป็นไป ไม่ได้แล้ว ดีไม่ดี…สถานการณ์ การเมืองภายนอก ที่ถูกนำมาเชื่อมโยง กับสถานการณ์ การเมืองภายใน คราวนี้… อาจทำให้ เราต้องเขียน ประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ ที่ไม่หลงเหลือเค้าลางของ ประวัติศาสตร์ในอดีต อีกต่อไป ก็ไม่แน่…???


การปะทะบริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา คราวนี้… แม้นว่าจะกลายเป็น ข่าวใหญ่ ชนิดแทบกลบกระแส การเมืองภายใน ไปโดยทันที แต่ท้ายที่สุด… คำตอบ ต่างๆ ที่จะถูกนำไปใช้ เป็นข้อสรุป บนโต๊ะเจรจา ก็คงต้องขึ้นอยู่กับ การเมืองภายใน ของแต่ละประเทศ นั่นเอง


ตราบใดที่สภาพ การเมืองในประเทศไทย… ยังเต็มไปด้วย ความสับสน ระส่ำระสาย ไร้ทิศไร้ทาง หาเอกภาพการนำ ยังไม่เจอ ยังไม่สามารถสร้าง ความเข้มแข็ง ของการนำ ให้เกิดขึ้นได้ อย่างเป็นจริงเป็นจัง หรืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด…


แม้นว่าโดย ศักยภาพทางทหาร ของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับ เพื่อนบ้าน จะแข็งแกร่งกว่ากัน หลายต่อหลายเท่า… แต่โดย ศักยภาพของชาติ แล้ว… เราอาจต้องตกเป็น ฝ่ายเสียเปรียบ ในโต๊ะเจรจา ตั้งแต่เริ่มแรก…


ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก แฮนด์สัน ดับเบิลยู บัลด์วิน… “ศักยภาพสูงสุด ในการรบ ของแต่ละชาติ ไม่มีอะไรเหนือไปกว่า กำลังใจ และความมุ่งมั่น ของพลเมืองแห่ง ชาตินั้นๆ…”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 16 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=16/Oct/2551&news_id=165356&cat_id=500


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ กัมพูชา…กับบทเรียนในอดีต


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Blog at WordPress.com.