Accom Thailand

October 17, 2008

แปลก ทหารเขมร!? สวมหมวกกะโล่ เวียตนาม

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ — accomthailand @ 16:37
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


แปลกเขมร!? แต่งเลียน ทหารไทย – ใส่หมวกเวียดนาม

ภาพข�ง Reuters ทหารเขมรคนนี้มีทั้งวิทยุสื่�สารและโทรศัพท์มื�ถื� สะพาย�าวุธปืนเช่นทหารคน�ื่นๆ ปรากฏตัว ระหว่างการปะทะที่ ภูมะเขื�วันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา

ภาพของ Reuters ทหารเขมรคนนี้มีทั้งวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ สะพายอาวุธปืนเช่นทหารคนอื่นๆ ปรากฏตัว ระหว่างการปะทะที่ ภูมะเขือวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา


ผู้จัดการออนไลน์ – ในบรรดารูปภาพ เกี่ยวกับ สถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านภูมะเขือ ที่สำนักข่าวตะวันตก นำออกเผยแพร่ ช่วง 2-3 วัน มานี้ มีอยู่ภาพหนึ่ง ที่แปลกออกไป และไม่มีคำอธิบาย


มีทหารคนหนึ่ง ปะปนอยู่กับ ทหารในเครื่องแบบ ของกองทัพ ราชอาณาจักรกัมพูชา คนอื่นๆ แต่สวมเสื้อ-กางเกงสีดำ แบบ “ทหารชุดดำ” ของไทย สวมรองเท้ากีฬา และบนศีรษะ สวมหมวกกะโล่ สีเขียว แบบทหารเวียดนาม แม้จะไม่ติด เครื่องหมายอะไร ก็ตาม


คำบรรยาย ใต้ภาพของ สำนักข่าวรอยเตอร์ ยืนยันว่า ชายในเครื่องแบบประหลาด ที่ไม่แสดง ชั้นยศ คนนั้นเป็นทหารกัมพูชา ขณะที่ทหารคนอื่นๆ ที่อยู่บนพื้นที่เดียวกับ สวมชุดลายพรางสีเขียว หรือ ชุดเขียวแบบทหาร ท้องถิ่น ซึ่งเป็นนักรบเก่า ของฝ่ายเขมรแดง ในอดีต


เพียงไม่นาน หลังการปะทะกัน เป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในวันพุธ (15 ต.ค.) ทางการกัมพูชา แถลงว่า มีทหารของฝ่ายตน เสียชีวิตจำนวน 2 คน กับอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ


ขณะที่ฝ่ายไทย กล่าวว่า ทหารกัมพูชา ที่ได้รับบาดเจ็บ มีจำนวนมากกว่านั้น ส่วนฝ่ายไทย บาดเจ็บ 5 นาย ในนั้น 1 นาย ถูกสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส


ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า สามารถจับทหารไทย ไว้เป็นเชลยได้ ราว 13 คน และได้ส่งมอบคืน ให้แก่ฝ่ายไทยแล้ว ในวัน พฤหัสบดี ที่ 16 ตุลา ที่ผ่านมา

ทหารเขมร ที่แต่งหล่� ผิดแผกไป จากคน�ื่นๆ รายนี้ปรากฎตัวในรูปข�ง AFP ที่บริเวณ ลาน�ินทรี วันที่ 15 ต.ค.2551 เช่นเดียวกัน

ทหารเขมร ที่แต่งหล่อ ผิดแผกไป จากคนอื่นๆ รายนี้ปรากฎตัวในรูปของ AFP ที่บริเวณ ลานอินทรี วันที่ 15 ต.ค.2551 เช่นเดียวกัน


อย่างไรก็ตาม ร.อ.อภิชาต ภูพวก หัวหน้าชุดประสานงาน บนปราสาทพระวิหาร ที่ “ถูกจับเป็นเชลย” ด้วย กล่าวว่า ไม่มีการจับกุมใดๆ ตามที่ฝ่าย กัมพูชากล่าวอ้าง และเมื่อวันพุธ มีทหารไทย เหลืออยู่บนเขา เพียง 11 นายเท่านั้น


ในเดือน ม.ค. 2522 เวียดนาม ส่งทหารนับแสนๆ คน เข้าโค่นล้ม รัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตย (เขมรแดง) ในกรุงพนมเปญ และคงกำลัง ในประเทศ นี้ มาจนถึงปี 2532 จึงได้ถอนออกไป ทั้งหมด


นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยปรากฏว่า มีทหารเวียดนาม เข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ในกัมพูชาอีก มีเพียงนักลงทุนเวียดนาม ที่เข้าไปแสวงหาโอกาส ทางธุรกิจ ในประเทศนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 16:37 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000123703


พิมพ์ ข่าวนี้ แปลกเขมร!? แต่งเลียนทหารไทย-ใส่หมวกเวียดนาม


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ไม่ไช่ “เชลยศึก” แต่เป็น ทหารไทย ที่ประจำการ อยู่เขตวัดแห่งหนึ่ง บนทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร


“ทหารเชลย” โผล่ ฉีกหน้าเขมรปั้นน้ำ!


AFP)

ร.อ.อภิชาต ภูพวก (สองจากขวา) หัวหน้าชุดประสานงาน บนเขาพระวิหาร กับทหารทหารชุดดำ ของไทยอีกคนหนึ่ง อยู่ดีๆ นายฮอร์นัมฮอง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ก็ประกาศ ให้เป็น เชลยศึก ที่ยอมจำนน ในวันพุธ (15 ต.ค.) ที่ผ่านมา (ภาพ: AFP)


ผู้จัดการออนไลน์ – กัมพูชาอ้างว่า สามารถจับกุม ทหารไทยเป็นเชลยไว้ จำนวน 10 คน ในวันพุธ (15 ต.ค.) วันที่เกิด การสู้รบที่ขายแดน ด้าน ภูมะเขือ แต่ปรากฏว่า ทั้งหมดเป็นทหารไทย ที่ประจำการอยู่เขตวัดแห่งหนึ่ง บนทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นบริเวณ ที่ไม่มีการปะทะกัน ด้วยอาวุธ


ทหารไทยเหล่านั้น ประจำการอยู่ที่ อาณาบริเวณวัด ศิขาคีรีสวรักษ์ มาตั้งแต่ เดือน ก.ค. –ส.ค. และ ใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมกับ ฝ่ายกัมพูชา อยู่ที่นั่น มาตลอด 3 เดือน ที่ผ่านมา รวมทั้ง ร.อ.อภิชาต ภูพวก หัวหน้าฝ่ายประสานงาน ของฝ่ายไทยด้วย


ต้นเดือน ส.ค. ไทยและกัมพูชาได้ตกลงถอนทหาร ส่วนใหญ่ ออกไป จากบริเวณ ปราสาทพระวิหาร เพื่อลดการเผชิญหน้า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลง คง ทหารเอาไว้ ที่นั่น ฝ่ายละประมาณ 50 นาย เท่าๆ กัน รวมทั้ง หน่วยประสานงานด้วย


ร.อ.อภิชาต ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าปัจจุบัน ยังมีทหารไทย เหลืออยู่ที่วัด เพียง 11 นายเท่านั้น หลังจาก 2 คน ได้ล้มป่วย และถูกนำตัว ลงจากเขาเมื่อวันก่อน


นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แถลงใน กรุงพนมเปญ ใน วันพุธว่า ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 2 คนในเหตุการณ์ปะทะ อีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ และยังจับทหารไทย เป็นเชลย ได้อีก 10 คนด้วย ซึ่งทั้งหมดได้ “ยอมจำนน”


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 17 ก.ค.2551 พ.อ.สม บุปผารัฐ (Som Bopharath) นายทหารกัมพูชา กำลังสนทนา กับ เวิน หรือ ร.อ.อภิชาต ภูพวก (ชุดดำ-ซ้าย) นายทหาร หัวหน้าฝ่ายประสานงาน ของไทย ในเขตวัดศิขาคีรีฯ ขณะที่ทหารกัมพูชา กว่า 1,000 คน เผชิญหน้า กับทหารไทยราว 500 คน ในอาณาบริเวณ ดังกล่าว ยืนตรงกลาง คือนายฟายสิฟาน (Phay Si Phan) โฆษกคณะรัฐมนตรีกัมพูชา (ภาพ: Reuters)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 17 ก.ค.2551 หรือ 3 เดือนก่อนหน้านี้ อีกมุมหนึ่ง ในเหตุการณ์เดียวกัน ขณะที่ ร.อ.อภิชาต กำลังสนทนา กับนายทหารเขมร ที่วัดสิขาคีรีฯ (ภาพ: Reuters)


AFP)

ภาพของ สำนักข่าว เอเอฟพีวันที่ 15 ต.ค. กลับเป็นว่า ร.อ.อภิชาต และทหารไทย เป็น เชลย ที่ยอมจำนวนต่อฝ่ายกัมพูชา (ภาพ: AFP)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 25 ก.ค.2551 หรือกว่า 3 เดือนก่อน ทหารไทยกับทหารเขมรดื่มกาแฟ-พูดคุยกันออกรสที่บริเวณวัดสิขาคีรีฯ ที่นั่นไม่เคยมีการสู้รบ บรรยากาศเช่นนี้ยังดำเนินต่อมาจนกระทั่งถึงวันพุธ (15 ต.ค.) เมื่อฝ่ายกัมพูชาประกาศให้ทหารไทยที่เหลืออยู่ 11 นายตกเป็นเชลย (ภาพ: Reuters)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 15 ต.ค.2551 อาวุธปืน ของทหารไทย ที่เก็บรวบรวมเอาไว้ ในบริเวณ วัดสิขาคีรีฯ ตามคำร้องขอของ ฝ่ายกัมพูชา ไม่มีการยึดแต่อย่างใด แต่รัฐมนตรีเขมร แถลงใน กรุงพนมเปญว่า ได้จับยึดอาวุธ ของ เชลย เอาไว้ (ภาพ: Reuters)



กองทัพภาค 2 ของไทย ได้ปฏิเสธ การกล่าวอ้างของ ฝ่ายกัมพูชา ในวันเดียวกัน เกี่ยวกับสิ่งที่ เรียกว่าการ “จับเชลย”


ร.อ.อภิชาต กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ หลังจากได้ทราบข่าวจาก กรุงพนมเปญ ทั้งๆ ที่ตนเองกับ ทหารไทย ไม่ได้ถูกจับ ไม่ได้ถูกควบคุมตัว เพียงแต่ใน วันเกิดเหตุ มีการยิงปืนขึ้นมา ยังเขตวัด และฝ่ายกัมพูชาได้ขอร้อง มิให้พกอาวุธในเขตวัด ทหารไทย ให้ความร่วมมือโดยดี


นอกจากนั้น ในวันที่เกิดการปะทะ ก็ยังติดต่อกับ ผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทย ทางวิทยุสื่อสาร ตลอดเวลา


ร.อ.อภิชาต สังกัดกรมทหารพราน อยู่ในเหตุการณ์ต่างๆ ในอาณาบริเวณ วัดสิขาคีรี มาตั้งแต่ต้น เป็นคุ้นหน้าคุ้นตา เป็นอย่างดี กับ นายทหารระดับ ผู้บังคับบัญชา ของฝ่ายกัมพูชา หลายนาย รวมทั้ง พล.ต.เสรย์แด๊ก ผู้บัญชาการทหาร ในพื้นที่


พล.ต.เสรย์แด๊ก (Srey Dek) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ฝ่ายกัมพูชา ได้ปล่อยตัวทหารไทย ทั้ง 13 คน และส่งมอบ ให้แก่ฝ่ายไทยแล้ว


พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล ผู้บัญชาการ กองทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธมาตลอดว่า ทหารไทยเหล่านั้น ไม่ได้ถูกจับกุม หรือถูกคุมขัง แบบเชลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 03:09 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123383


พิมพ์ ข่าวนี้ “ทหารเชลย” โผล่ ฉีกหน้าเขมรปั้นน้ำ!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

๒๑ ตุลา. วันที่มี หลายวาระ บรรจบ – เปลวสีเงิน


เปลวสีเงิน
17 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


๒๑ ตุลา. วันที่มี หลายวาระ บรรจบ


“ปฏิวัตน์ – โดยไม่ปฏิวัติ นี่คือโมเดลใหม่ ของการเมืองที่ กองทัพผสม กองกำลังสังคมไทย กำลังจะพาก้าวไปสู่ รูปธรรม ของการเมืองชนิดนี้ “หน้าตาเป็นอย่างไร?” ผมสเก็ตซ์ภาพไม่เป็น


แต่หลับตานึกๆได้ว่า น่าจะเป็นการเมือง ที่ได้รับการ “ออกแบบใหม่” ภายใต้กรอบ ประชาธิปไตย ซึ่งเมื่อ สังคมชาติเห็นแล้ว จะเกิดความรู้สึก สนองตอบ ตรงกันว่า..


นี่แหละ สิ่งที่ต้องการ เพียงแต่ไม่รู้จะ อธิบายให้เข้าใจ ได้อย่างไร แต่แรก เท่านั้นเอง!


“ปฏิวัตน์” มันต่างกับ “ปฏิวัติ” อย่างไร? หรือเป็นแค่ ผมเล่นคำ – เล่นศัพท์ไปโก้ๆ อย่างนั้นเอง บางท่าน อาจนึกอย่างนั้น


จะอธิบาย โดยแยกขยายศัพท์ ก็คงวุ่นวาย แต่ที่ง่ายที่สุด และเข้าใจชัดที่สุด ผมว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า ศัพท์ว่า “ปฏิวัติ” ในความหมาย ที่เข้าใจกันนั้น มาจากภาษาอังกฤษ ว่า revolution


หมายถึง การเปลี่ยนแปลง ชนิด ถอนราก-ถอนโคน รูปธรรม ทำลายล้าง ให้ภาพไป ในทางชั่วร้าย ใช้อำนาจหักหาญ-ข่มขืนใจเอา ไม่จำเป็นว่า รัฐบาลนั้น ดีหรือเลว


แต่ “ปฏิวัตน์” ที่ผมว่า บ้านเมืองเรา กำลังไปสู่ ในหลักการ ก็หมายถึง การถอนราก-ถอนโคน เหมือนกัน แต่เป็นการ ถอนราก-ถอนโคน “เชื้อชั่ว” ที่ฝังราก มีภาพเป็น”พัฒนา-สรรค์สร้าง” จากรัฐบาลเลวร้าย ไปสู่ “การเมืองใหม่” ที่ดีกว่า ถ้า Revolution แปลว่าปฏิวัติ คำว่า “ปฏิวัตน์” ที่ผมพูดถึงนี้ ก็พออนุโลมเข้า กับ Re-Engineering มีภาพเป็น การเมืองประชาธิปไตย ที่ผู้ใช้- คือประชาชน เข้าใจตรงกันแล้วว่า


“ประชาธิปไตย” ไม่ได้มีเฉพาะแค่ “เลือกตั้ง” อย่างเดียว เป็นคำตอบของ ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง!


“ระบอบ” เป็นแค่เครื่องมือ ให้คนใช้นำไปสู่ สุขสังคมรวม และวิธีการ ใช้ประชาธิปไตย ที่ถูกต้อง ต้องไม่เอาคนไปเป็น เครื่องมือระบอบ เพื่อสนอง ตอบ “สุข” เฉพาะตัว และ พวก


แล้ว “รูปแบบใหม่” ขุดโคตรการเมืองชั่ว ทิ้งไป นำไปสู่การเมืองใหม่ ที่ดีกว่า มีประสิทธิภาพ นำสังคม สู่ฝั่งฝันที่ดีกว่า ก็จะมีรูปธรรม ปรากฏออกมา ให้จับต้องได้ ในความหมาย ปฏิวัตน์ Re-Engineering นี่แหละ


การที่ “นายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์” ออกมาประกาศท่าที ไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก หลังจากที่ ๔ ผบ.เหล่าทัพ ออกมาร่วมประกาศ “สัญลักษณ์ผลักไส” ไปเมื่อ เย็นวันที่ ๑๖ ตุลา. นั้น


ไม่ใช่คำประกาศ เป็นท่าที จากผู้นำสถาบันบริหาร สื่อไปถึง ผู้นำสถาบันกองทัพว่า “กูไม่กลัวมึง”


หรือ สื่อไปถึงว่า ซึม – สำนึก ด้วยเข้าใจต่อ วาจา “ขับไล่แคลสสิค” ของ พลเอกอนุพงษ์ ในนาม ๔ เหล่าทัพ แต่อย่างไร?


นายกฯสมชาย ทำเหมือนว่า “ซื่อ-ใส” ไม่เข้าใจอะไรเอาเลย เจอนายกฯ แบบนี้ อย่าว่าแต่ ผบ.เหล่าทัพ จะเหนื่อยเลยครับ พันธมิตรฯ เองก็เหอะ


“รากแตก” ไปจนถึงสิ้นเดือน พฤศจิกา. โน่นแหละ!


เว้นแต่ว่า อังคารที่ ๒๑ ตุลา. ศาลมีคำพิพากษา คดีที่ดินรัชดา ออกมาอย่างไร และ ฝ่ายไหน จะก่อปฏิกริยา จนนำไปสู่ เหตุแปรเปลี่ยน ทาง สถานการณ์ อย่างใด-อย่างหนึ่ง หรือไม่เท่านั้น?


พูดถึง ๒๑ ตุลา. ก็ขอวกเข้าเรื่อง ของผมเองบ้าง วันอังคารที่ ๒๑ ตุลา. นี้ ถ้าว่าง – ก็ขอเชิญทุกท่านนะครับ มาตอน ๕ โมงเช้าครึ่ง เป็นต้นไป เหมาะที่สุด เพราะ ตอนนั้น บรรดาก๋วยเตี๋ยว ที่ผมบรรจงไปว่าเขามา น้ำก๋วยเตี๋ยวบนเตา คงเดือดพล่าน ส่งกลิ่นหอมฉุยแล้ว


มาช่วยทาน เอา ฤกษ์ – เอา ชัย กันหน่อย ที่ใต้ถุนสำนักงาน “ไทยโพสต์” นี่แหละครับ เผลอแพล็บเดียวครบ ๑๒ ปี ก้าวขึ้นปีที่ ๑๓ แล้ว เหตุหนึ่ง ที่อยู่ได้ ก็ต้องขอบใจ ด้วยเกรงใจทุก “เจ้าหนี้”


ทั้งต้น-ทั้งดอก จนป่านนี้ ผมมียังไม่พอ คืนท่านเลยครับ!
บอกตรงๆว่า.. อายจริงๆ!!


ถ้าท่านจะมา “ไทยโพสต์” วันที่ ๒๑ ตุลา. ผมมีกติกาอยู่ ๓ ข้อ คือ
๑. กรุณาอย่านำรถเข้ามา
๒. ขอให้มาแต่ตัวกับท้องเท่านั้นพอแล้ว และ
๓. กรุณานำถุงผ้ามาด้วย เพื่อเลือกหยิบหนังสือ ใส่กลับไปอ่าน


ประเทศไทย กำลังเข้าสู่โซน “เฮง” เพียงแต่ช่วงนี้ไปจนถึง กลางปีหน้า อยู่ในช่วงคนไทย ต้องแสดงความเก่ง ให้เข้าตาก่อน แล้วความเฮง จะปรากฏ คู่กับ ประเทศ ไปอีกยาวไกลแสนไกล


ผมเลยเตรียม “มาดามเฮง” ไว้มอบให้ท่านด้วย เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า ท่านจะ ได้ “เฮง” ไปพร้อมกับ “ประเทศไทย” ที่จะ เฮง ตลอดไปด้วย!


ปีนี้นายห้าง “มาดามเฮง” บรรจงออกแบบ แพ็กเก็จจิ้ง เพื่อทุกท่าน ที่มา ไทยโพสต์ โดยเฉพาะ จ๊าบ ขนาดไหน.. ไม่บอก ไว้เห็นเอง


โปรดสังเกตนะครับ ที่ผมเจาะจง มาดามเฮง มอบให้ท่าน ไม่เพียง “เฮง” เฉยๆ แต่เป็น “มาดามเฮง” จำให้ดี สบู่นี้เป็นสบู่สัญลักษณ์ เพศสตรี นะครับ


ฉะนั้น ต้องมารับเอาสบู่ สู่ความเฮง กันไปให้ได้ หม่ำข้าว-หม่ำก๋วยเตี๋ยว สบายท้องแล้ว ท่านใดจะไปทางไหนต่อ.. ก็เชิญ


มาที่ไทยโพสต์นี่ ท่านไม่ต้องไปสนใจใคร เพราะตัวท่านแต่ละคนนั่นแหละ “ใช่” อยู่แล้ว คือเป็นทั้ง เจ้าของ และ เจ้าภาพ ไทยโพสต์ อยู่ในตัว ฉะนั้น ช่วยต้อนรับทั้ง ตัวท่านเอง และท่านอื่นๆ ให้ด้วย


ก็ไม่เพราะท่านดอกหรือ “ไทยโพสต์” จึงมีแต่ละปี ให้นับอยู่ได้ตลอด จะนับสั้น-นับยาว ไปจนถึงไหน ผมไม่สนใจ อิทธิปาฏิหาริย์ ไหนๆแล้วครับ นับถือ ประชาชน-คนอ่าน เป็น หลวงพ่อ-หลวงแม่ เหนือใจเข้าไว้


ไม่เจ็บ-ไม่จน และไม่ตาย ขออะไรก็ได้ ขลังยิ่งกว่า ศาลเจ้าไหนๆ ซะอีก!


ก็เอิ้นเป็นการเชิญไว้ ล่วงหน้าเท่านี้ ไม่บอกก็จะหาว่า ไม่รักกันจริง เพราะเคยบอกทุกปี แต่ก็เพราะ “รักกันจริง” นี่แหละ มาปีนี้จึงไม่ค่อย ได้บอก เพราะรักจริง ย่อมรู้ใจ ไม่บอก ก็ต้องจำได้ว่า


๒๑ ตุลา. วันครบรอบ ๑๒ ปี ไทยโพสต์!


๒๑ มีเลข ๒+๑ และ ๑๒ ก็มีเลข ๑+๒ แต่รวมกันแล้วได้ ๓ แหม.. อาทิตย์ร่วมอังคาร ในราศีตุลย์.. ชักเสียว ก็คงไม่เป็นไรน่า ที่เขาบอกว่า ระหว่าง ๒๐-๒๑-๒๒ ต้องระวัง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ให้ระวังอะไร?


ระวัง ทหารกับรัฐบาล จะประลองกำลังข้อกัน?


หรือว่า ระวัง พันธมิตรฯ กับนปช. จะประลองกัน อันเป็นผลสืบเนื่อง มาจาก “ระเบิดอารมณ์” หลังรู้ผลคดีทักษิณ?


ถ้าจะเป็นตามนั้น ยังไงๆ ก็รอให้ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ประพรมน้ำมนต์ให้ ผมก่อน ค่อยลงมือกัน ก็ยังไม่สาย และถ้าจะให้ดี ทุกฝ่าย แวะมาหา ข้าวปลาอาหาร ยกเว้นสุรา รับประทานกัน ที่นี่ให้อิ่มก่อน


เพราะการ ทานข้าว-ทานปลา ด้วยกัน อิ่มด้วยกัน อาจทำให้ เกิดความเข้าใจดีๆ ต่อกัน แทนที่ จะบู๊ล้างผลาญ กลับช่วยกัน หยิบถ้วย-หยิบจาน ไปล้างก็ได้!


หันมาดูเลข ที่เกี่ยวพันกับตัว นายกฯ สมชาย บ้าง ท่านเป็นนายกฯ คนที่ ๒๖ และ บ้านเบเวอรี่ฮิลล์ ของท่าน เลขที่ ๒๒๒/๙๒ เมื่อนำมารวมกัน


๒+๖ = ๘
๒+๒+๒+๙+๒ = ๑๗
๑+๗ = ๘


แหม..ตกเลข ๘ อันเป็น เลขราหู ดูไม่จืด แต่ หน้าท่านจืด อันราหู ผู้กลืนกินทั้ง พระอาทิตย์ และ พระจันทร์ นั้น ขะโมยน้ำอมฤตมาดื่ม ขณะดิ่มอั๊กๆ ก็ถูก พระนารายณ์ เขวี้ยงด้วย จักร ตัดหัว ตัดแขน ขาด


แต่ไม่ยักตาย เพราะได้ดื่ม น้ำอมฤต ไปแล้ว นั่นแหละ!


วานซืนนี้ ถูก นารายณ์เขวี้ยงจักรใส่ ทีเดียว ตั้ง ๔ จักร ถึงไม่ตาย ก็บอกได้คำเดียวว่า “เลี้ยงไม่โต” แล้วจะค่อยๆ ไปแห้งตาย ปลายเดือนหน้าโน้น


ก็ดูซี.. ขนาดกลับไปเยี่ยมบ้านถึง นครศรีธรรมราช ดินแดน ปฐมธรรมพระพุทธองค์ ที่แผ่มาถึง ตั้งแต่ ยุค อาณาจักรศรีวิชัย แท้ๆ


ไปถึงแล้ว ก็ยังไม่ได้ขึ้นไป กราบไหว้ พระบรมธาตุ!


โอ้.. นี่แหละหนา เขาถึงว่า วาสนาชะตากรรม เหนือคำบรรยาย เช่นนี้ แหละหนอ!!


ครับ.. ผมก็เรื่อยเจื้อยไปเรื่อย เพราะไอ้โน่น -ไอ้นี่จุกจิกทั้งวัน ไม่ได้ดูข่าวคราว และไม่ได้ใคร่ครวญ อะไร เป็นชิ้น-เป็นอัน เสาร์-อาทิตย์ นี้ ก็ขอให้ ทุกท่าน อยู่ดี-กินดี บ้านเมือง อย่ามีอะไร ขอให้ทุกอย่าง ผ่านพ้นไป และได้พบกัน สุขใจ วันอังคารที่ ๒๑ ตุลา. เน้อ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 17 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=17/Oct/2551&news_id=165460&cat_id=200


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ เปลวสีเงิน ๒๑ ตุลา. วันที่มี หลายวาระบรรจบ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ท่าทีกองทัพไทย ต่อรัฐบาล มาช้าแต่ ดีกว่าไม่มาเลย


บทบรรณาธิการ
17 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ท่าทีกองทัพไทย ต่อรัฐบาล มาช้าแต่ ดีกว่าไม่มาเลย


ถือเป็นท่าที อันน่าสนใจยิ่ง เพราะเป็น การให้สัมภาษณ์ ร่วมกัน อย่างเป็นทางการ ครั้งแรก และ อาจเป็นเพียงครั้งเดียว ของบุคคล ซึ่งกุม การใช้อำนาจ ฝ่ายความมั่นคง ของประเทศชาติ คือ


พลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการ กองทัพไทย หรือ กองบัญชาการ ทหารสูงสุด
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการ ทหารบก
พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการ ทหารอากาศ
พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ
พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.


ที่ให้ สัมภาษณ์ ผ่านรายการ เจาะข่าวเด่น ของสถานีโทรทัศน ์ช่อง 3 เมื่อช่วงเย็น วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา


พลเอก อนุพงษ์ บอกว่า รัฐบาล ที่อยู่บนกองเลือด ไม่สามารถบริหารประเทศ ต่อไปได้ เพราะประชาชนไม่ยอมรับ และ หากรัฐบาลยังคงฝืนต่อไป จะยิ่งสร้างความเสียหาย ให้กับส่วนรวม มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นการเกลียดชัง และ การไม่ยอมรับรักษาตำรวจ ของ คณะแพทย์ บางส่วน ซึ่ง พลเอก อนุพงษ์ อ้างว่า หากตัวเขาอยู่ในสถานะเช่นนั้น ก็จะต้องรับผิดชอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งการลาออก หรือยุบสภา กับ ประโยคที่ว่า


“เรื่องรับผิดชอบ เป็นเรื่องปฐมภูมิ แต่คนในสังคม รับไม่ได้ จนกลายเป็น กระแสลุกลาม จนเกลียด สถาบันตำรวจ เกลียด สถาบันหมอ ไปกันใหญ่ ผมคิดว่า จะจบได้ ต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่ว่ารับผิดชอบ นโยบายในการสั่ง หรือ รับผิดชอบ ในการสั่ง”


รวมทั้งท่าทีของ ผู้บัญชาการ ทหารบก ที่ยืนกรานว่า จะไม่มีการทำปฏิวัติ แต่หากเกิด เหตุรุนแรงขึ้นอีก จนกลายเป็น กลียุคในบ้านเมือง ก็พร้อมที่ จะนำ กองทัพ เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ ด้วยการให้ทุกอย่าง กลับเข้าที่เข้าทาง ด้วยการไม่ให้ คนใช้อำนาจได้ใช้อำนาจ อีกต่อไป ซึ่งแม้ไม่ได้พูด ตรงๆ แต่หาก ตีความ ก็คือ อาจให้ รัฐบาลหยุด การบริหารประเทศ ไปก่อน


และเมื่อ พลเอก ทรงกิตติ ผู้บัญชาการ ทหารสูงสุด ออกมาตอกย้ำว่า กองทัพไทย มีเพียง หนึ่งเดียว เมื่อ ผู้บัญชาการ ทหารบก พูด ก็คือ กองทัพไทย ที่มี กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และ กองทัพบก พูด และ รู้สึก อันหมายถึงว่า กองทัพไทย ก็ต้องการให้ นาย สมชาย ที่ บริหารประเทศ บนกองเลือด ผู้เสียชีวิต ผู้สูญเสีย อวัยวะร่างกาย และ ความเสียหาย ของ ประเทศชาติ จากการใช้ ความรุนแรง ในการเข้า สลายการชุมนุม ต้องรับผิดชอบ ด้วยการลาออก หรือ ยุบสภา


คำถาม ที่สังคม คงต้องตั้งคำถาม ต่อ นาย สมชาย และ พรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง รัฐมนตรีทุกคน ในรัฐบาล ก็คือ แล้วแบบนี้ รัฐบาล จะตัดสินใจ อย่างไร ถึงเวลานี้ คำตอบ ที่ได้รับคิดว่า คงคาดเดา ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกับตัว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ยัง หน้าด้านหน้าทน บริหารประเทศ ต่อไป โดยไม่รู้สึกถึง ผิดชอบชั่วดี และ การแสดงความรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น


แต่ยังคงพยายาม จะทำทุกวิถีทาง เพื่ออยู่ในตำแหน่ง ต่อไปให้ยาวนานที่สุด อาทิ การพยายามซื้อเวลา ด้วยการจะผลักดัน ให้มีการตั้ง สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ


ทั้งที่ รัฐบาล รวมถึง พรรคร่วมรัฐบาล ที่กุมเสียงข้างมาก ในรัฐสภา หมดความชอบธรรม ไปนานแล้ว กับการเดินข้าม กองเลือดประชาชน เข้าไป แถลง นโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภา เพียงเพื่อจะได้ รีบใช้อำนาจ ได้อย่างถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่สนใจ ต่อความสูญเสีย ที่เกิดขึ้น กับ ประชาชน และ ความรู้สึกช็อก ของ ประชาชนทั้งประเทศ ที่ สมาชิกรัฐสภา นำโดย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กระหายการได้มา ซึ่งอำนาจทุกอย่าง แล้ว ทำร้ายร่างกาย และ จิตใจประชาชน เสมือนกับ เป็นศัตรูคู่แค้น ที่เกลียดชัง มานับสิบปี


สาเหตุที่ รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่หลายคน เรียกว่าเป็น รัฐบาลมือเปื้อนเลือด พยายามดิ้นรน ต่อลมหายใจ ให้กับตัวเอง ทุกรูปแบบ ก็เพราะ ไม่มั่นใจ ต่อสถานการณ์ว่า หาก ลาออก หรือ ยุบสภา แล้วตัวเอง และ ครอบครัว จะปลอดภัย จากการถูกตรวจสอบ ในเรื่อง การสั่งการให้ใช้ ความรุนแรง ปราบปราม และ สลายการชุมนุม หรือไม่


รวมถึง หากทำไปแล้ว จะสามารถกลับมา มีอำนาจ ได้อีกครั้งหรือไม่ อันเป็นปกติวิสัย ของนักการเมือง ที่แม้ นายสมชาย จะเพิ่งเป็น ส.ส. ได้ สมัยแรก แต่บัดนี้ก็ได้ เสพติดอำนาจ เข้าไปใน ทุกกระแสเลือด แล้ว จึงไม่สนใจ ต่อความชอบธรรม ที่ประชาชนเรียกร้อง


แต่บัดนี้ เมื่อ กระแสกดดัน จากสังคม ทุกภาคส่วน มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะล่าสุด จาก ผู้นำทุกเหล่าทัพ ก็เชื่อได้ว่า เวลาของ รัฐบาลสมชาย หมดลงแล้ว แม้จะคิดจะซื้อเวลา ไปเรื่อยๆ โดยทำไม่สนใจ ต่อเสียง เรียกร้อง ของ ประชาชน ซึ่งหาก สมชาย ยังดันทุรังต่อไป ก็น่าสงสัยว่า จุดจบ สุดท้าย ในชีวิตของ สมชาย คนนี้ คงจบไม่สวย แน่นอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 17 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=17/Oct/2551&news_id=165393&cat_id=100


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ ท่าทีกองทัพไทย ต่อรัฐบาล มาช้าแต่ ดีกว่าไม่มาเลย


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สอท. หวั่น ศึกเขมรยืดเยื้อ ลามธุรกิจไทย


เศรษฐกิจ
17 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

หวั่นศึกเขมร ลามธุรกิจหมื่นล้าน
ค้าชายแดน หดเป้าโต เหลือ 5%
นักลงทุนนัด หารือ 20 ต.ค. นี้


สอท. หวั่น ศึกเขมรยืดเยื้อ ลามธุรกิจไทยหมื่นล้าน บีโอไอ เผยยอดลงทุนล่าสุด 65 โครงการ รายใหญ่ทั้ง ปูนใหญ่ ซีพี บริษัทท่องเที่ยว ทำใจ ปัญหา ความขัดแย้ง ด้านค้าชายแดน กระทบหดเป้าโต จาก 20% เหลือ 5% นัดหารือประเมินสถานการณ์ 20 ต.ค.นี้


นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า สอท. กำลังติดตาม สถานการณ์ ความขัดแย้ง ระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา จะยืดเยื้อแค่ไหน เพราะมีธุรกิจของไทย หลายตัว ลงทุนในกัมพูชา เช่น เครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) ธุรกิจการท่องเที่ยว และ การทำธุรกิจ คอนแท็ก ฟาร์มมิ่ง ที่มี เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เข้าลงทุนเลี้ยงไก่ รวมมูลค่า การค้าและ การลงทุน ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท


แต่เบื้องต้น คงไม่กระทบ เศรษฐกิจไทยมากนัก เนื่องจากไทย มีการค้าขายกับกัมพูชา น้อยมาก แต่ต้องยอมรับว่า การค้าชายแดน ไทยและกัมพูชา ได้รับผลกระทบ เช่นกัน ส่วนสินค้าใน เครือสหพัฒน์ ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น การค้าขายโดยตรง แต่เป็นการค้าขายผ่าน ยี่ปั๊ว และ ซาปั๊ว


นางมัทนา เหลืองนาคทองดี ผู้อำนวยการประชาสัมพันธ์ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครือซิเมนต์ไทย ยังไม่ได้รับ ผลกระทบ โดยตรง แต่เบื้องต้น คำนึงถึง ความปลอดภัย เป็นหลัก โดยให้ พนักงานคนไทย 20 คน เดินทางกลับ ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. และปล่อยให้ คนในพื้นที่ดูแล เพราะมีการ คาดการณ์ล่วงหน้า ไว้แล้ว จึงเทรนคน ในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อม และประสานงาน ผ่านโทรศัพท์ตลอด ซึ่งล่าสุด การดำเนินธุรกิจ ในกรุงพนมเปญ ยังเป็นไปตามปกติ แต่ต้องติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะมีความรุนแรง มากน้อยแค่ไหน


ทั้งนี้ เครือซิเมนต์ไทย เข้าลงทุน ในกัมพูชา 4 โครงการ มูลค่ารวม 130 ล้าน เหรียญสหรัฐ ได้แก่ บริษัท กัมโป้ทซีเมนต์ จำกัด ตั้งอยู่ตอนใต้ ของ กัมพูชา กำลังผลิตซิเมนต์ 9.6 แสนตันต่อปี โรงงานแผ่นพื้น คอนกรีตซีแพค ธุรกิจปูนซีแพค และ เอสซีจี เทรดดิ้ง


นายส่งศักดิ์ ลิมบานเย็น ผู้อำนวยการ กองประสานการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ไทยลงทุนใน กัมพูชา มากเป็น อันดับ 5 รองจาก มาเลเซีย เกาหลีใต้ จีน และไต้หวัน ซึ่งนักลงทุน ที่ลงทุนแล้ว คงต้องดำเนินการต่อไป แต่นักลงทุนหน้าใหม่ คงชะลอ การลงทุน ไปเลย อย่างไรก็ตาม การลงทุนจาก ไทยไปกัมพูชา มีไม่มาก เมื่อเทียบกับ ประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจาก นักลงทุนไทย ส่วนมากกลัว ปัญหา ความขัดแย้ง


สำหรับการลงทุนจาก ไทยไปกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2537-2550 มีมูลค่าทั้งสิ้น 9,772 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุน


ภาคการเกษตร 12 โครงการ 1,390 ล้านบาท
ภาคอุตสาหกรรม 25 โครงการ 1,802 ล้านบาท
ภาคสาธารณูปโภค 13 โครงการ 2,213 ล้านบาท และ
ภาคการท่องเที่ยว 15 โครงการ 4,365 ล้านบาท


ด้าน นายนิยม ไวยรัชพานิช ประธานคณะกรรมการ ส่งเสริมการค้า กับประเทศเพื่อนบ้าน หอการค้าไทย กล่าวว่า กรณีความขัดแย้ง ไทย กับ กัมพูชาไม่มีผลกระทบ ต่อการค้า ระหว่างกันมากนัก


เนื่องจาก ไทยค้าขายกับกัมพูชา น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับ ประเทศเพื่อนบ้าน อื่นๆ เช่น
ลาว มีมูลค่าการค้าขาย กับไทย 6 หมื่น ล้านบาท
มาเลเซีย 3 แสน ล้านบาท
พม่า 1.1 แสน ล้านบาท
ส่วน กัมพูชา มีเพียง 4.8 หมื่น ล้านบาท


โดยหอการค้าไทย ตั้งเป้าหมาย การค้าไทยกับกัมพูชา ในช่วงต้นปีโต 20% หรือ ประมาณ 6 หมื่น ล้านบาท เมื่อมี กรณีพิพาท ริมชายแดน อาจทำให้ การค้าระหว่างกันหายไป และไม่เป็นไปตามเป้า หรือขยายตัว ประมาณ 5%


“เรื่องการค้าระหว่างกัน น่าจะกระทบ ฝั่งของกัมพูชา มากกว่า เพราะเขา มีเรื่องการท่องเที่ยว ที่มีรายได้จาก นักท่องเที่ยวไทย ค่อนข้างมาก ส่วนการค้า เขาจำเป็นต้องนำเข้า สินค้าจากเรา มากกว่า ที่เราจะซื้อจากเขา อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุม กรรมการหอการค้า ใน จังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา ในวันที่ 20 ต.ค. เพื่อประเมิน สถานการณ์ และ ผลกระทบ ในส่วนธุรกิจไทย ที่ลงทุนในกัมพูชา” นายนิยม กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 17 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=17/Oct/2551&news_id=165408&cat_id=600


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ หวั่นศึกเขมร ลามธุรกิจหมื่นล้าน ค้าชายแดน หดเป้าโตเหลือ 5% นักลงทุนนัด หารือ 20 ต.ค. นี้


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.