Accom Thailand

October 18, 2008

“สมเกียรติ” ฟันธง เหลือ ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้าน “ระบอบทักษิณ” อยู่

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,พลังงาน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,สหประชาชาติ,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 19:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ
ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมเกียรติ” วิเคราะห์ “ระบอบทักษิณ” ป่วน และ ยึดครองแนวรบ ด้านชนบท- สภา – อำนาจรัฐ แล้วเบ็ดเสร็จ ชี้กองทัพก็ที่มัว มะงุมมะงาหรา ก็กำลังจะถูกครอบ ชาติ จึงเหลือ แนวรบด้าน ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้านอยู่


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)


วันนี้ (18 ต.ค.) เมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. ที่เวทีพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัย โดยเป็นการปราศรัย ก่อนเวลาปกติ เนื่องจาก นายสมเกียรติ มีธุระต้องเดินทาง ไปต่างจังหวัด


ในช่วงต้น นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เสนาธิการทหารของ ฝ่ายระบอบทักษิณ เตรียมแผนการ ที่จะป่วนเมืองใน วันจันทร์ที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีโอกาส อ่านคำพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องลุกฮือ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายของ ทักษิณสามารถกระทำการ ดังกล่าวได้


ต่อมา นายสมเกียรติ จึงขอร้องให้ ในการตัดสินคดี การจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่กำลังจะอ่าน คำพิพากษา ในวันอังคารที่ 21 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ให้ ศาลฎีกาได้อนุญาตให้มีการ ถ่ายทอดการอ่านคำพิพากษา ผ่านทางโทรทัศน์ ทุกช่อง


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


สองประเด็น เรื่องการเมืองใหม่


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า วันนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้จัดประชุม ระดมความคิด เรื่องการเมืองใหม่ ขึ้นเป็น ครั้งที่ห้า แล้ว โดยการประชุม ในวันนี้ ได้ข้อสรุป หลายเรื่อง แต่ตนขอเปิดเผย เนื้อหาคร่าวๆ ใน 2 ประเด็น ดังนี้ คือ เรื่องการศึกษา และ เรื่องรัฐวิสาหกิจ


การศึกษา


1. การศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ของประชาชน โดยเป็น รัฐสวัสดิการ
2. บุคคลที่เกิดมาได้รับ สัญชาติไทย ให้เรียนตามความสามารถตนเอง สามารถเรียนสูงได้แค่ไหน รัฐก็จะอุดหนุน ให้เต็มที่
3. ลดการบรรจุ ครูลง แต่บรรจุ ชาวบ้านที่มีความรู้ ร่วมเป็นครูสอนในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น


รัฐวิสาหกิจ


ในประเด็นนี้ นายสมเกียรติ ระบุว่า จะมีผู้เชี่ยวชาญ และ แกนนำของสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมากล่าว อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในขั้นแรก ที่เปิดเผยได้ ต่างเห็นพ้องว่า ถ้าประชาชนได้รับชัยชนะ จะต้องเอา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับคืนมา เป็นของชาติให้ได้


“เรื่อง ปตท. อยู่ในหัวใจเราเสมอ ยังจำวันที่เราไปล้อม ปตท. ได้ไหมครับ มีรายงานข่าว จาก ปตท. ระบุว่า ขณะนี้ รัฐไทยมี สัมปทานเรื่อง บ่อก๊าซธรรมชาติ และ บ่อน้ำมัน 35 สัมปทาน โดยขณะนี้ ขุดพบบ่อก๊าซและ บ่อน้ำมันแล้ว กว่า 800 บ่อ ซึ่งถ้ากลับมาอยู่ ในมือของรัฐ เพียงพอที่ จะสร้างความมั่งคั่ง ให้ชาติไทย”

เรื��ากาศโท�ภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้�ำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้าเตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะพันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจายเพื่�ไปกดดันกรณีลงโทษกัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้า เตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะ พันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจาย เพื่อไปกดดัน กรณีลงโทษ กัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ


ดาวกระจาย “การบินไทย” ปกป้อง “กัปตันจักรี”


พร้อมกันนั้น ได้เปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นั้น ทาง บริษัทการบินไทย กำลังจะพิจารณา เรื่องถอนใบอนุญาตนักบิน ของ น.ต.จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ผู้อารยะขัดขืน ไม่ยอมให้ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน ขึ้นเครื่องบิน ในวันที่ 8 ต.ค.2551 หลังจากเกิด เหตุการณ์ รัฐบาลสั่งให้ ตำรวจฆ่าประชาชน ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงต้องตัดสินใจ เคลื่อนไหวปกป้อง ผู้ที่ออกมาต่อสู้เพื่อ ชาติและราชบัลลังก์ ภายในสัปดาห์ ที่จะถึงนี้


“ถ้าพันธมิตรฯ ไม่ปกป้องคนดีเช่น กัปตันจักรี แล้วจะมีใครเล่า มาปกป้องคนดี ที่ต่อสู้ เพื่อชาติ และราชบัลลังก์ ดังนั้น พี่สมศักดิ์ (โกศัยสุข) จึงนำเรื่องเข้า ที่ประชุมแกนนำ ซึ่งจะส่งคนไปช่วย กัปตันจักรี 1 หมื่นคน ขอความร่วมมือ สหภาพฯ การบินไทย ให้ช่วยกัน พร้อมทั้งกล่าวเตือน ไปยัง บอร์ดการบินไทย ที่รับใช้นักการเมืองทรราช ว่า สัปดาห์หน้าเจอกัน” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


วิเคราะห์แนวรบพันธมิตรฯ


จากนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนจะปราศรัยเรื่อง “ภัยต่อชาติ” ต่อเนื่อง เป็นจำนวน 3 ตอน เริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป โดยกล่าววิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณ กำลังสร้างกระแสความปั่นป่วน ให้ประเทศชาติ ในหลายด้านด้วยกัน


ประการแรก คือ การป่วนในชนบท โดยปัจจุบัน ส.ส.พปช. กับ นปก. คุมสถานการณ์ เอาไว้หมด ขณะที่ พันธมิตรฯ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำให้ ราคาสินค้าเกษตร เช่น ราคามัน ราคาข้าวโพด และ ราคายางตกต่ำลง


“เรียนพี่น้องตรงๆ ว่าการทำงานใน ภาคชนบท ยากมาก แนวรบชนบท เราสูญเสียความนิยมไปมาก แต่แนวรบที่ อำเภอ และตำบล ที่เจริญแล้ว ประมาณ 900 อำเภอ และ ประมาณ 1,000 ตำบล จากจำนวนตำบล ทั้งหมด 7,000 ตำบล ชาวบ้านเป็น พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เกือบหมด” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในแนวรบที่ 2 คือ แนวรบในเมืองนั้น พันธมิตรฯ ได้เปรียบมากที่สุด ส่วน แนวรบ ที่ 3 และ 4 คือแนวรบใน รัฐสภา และ ทางการบริหาร รัฐบาลระบอบทักษิณ ได้ยึดครองไว้หมดแล้ว
ใน แนวรบทางศาลนั้น นายสมเกียรติระบุว่า เป็นแนวรบที่ทรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรมเสมอ
ส่วนแนวรบทางเศรษฐกิจ นายสมเกียรติเชื่อว่า พันธมิตรฯ ได้เปรียบเต็มร้อย เพราะ พันธมิตรฯ มีฐานผู้ชุมนุม เป็นชนชั้นกลาง ผิดกับกลุ่ม นปช. เสื้อแดง ที่ต้องการ น้ำเลี้ยงและค่าจ้าง


อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า มี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ด้านพลังงาน ได้ให้ข้อมูลตนมาว่า มีผู้บงการ ปตท. ให้สำรองน้ำมัน ที่ใช้ในประเทศ ให้น้อยกว่าปกติ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ทางเศรษฐกิจ กับประเทศ ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อ กับข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น จึงอยากให้ ปตท. เปิดตัวเลขสำรองน้ำมัน ของประเทศ ให้สาธารณชนได้รับรู้


แนวรบต่อมา คือ แนวรบด้าน ชายแดนนั้น ตนเชื่อมั่นว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง ที่พยายามปั่นป่วน ให้เกิดปัญหา ตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา


“เรารู้แล้วใช่ไหมว่า ใครไปปั่นเรื่องราวที่ชายแดน แล้วรู้ไหมว่า ทำไมเราไม่ยัน ทหารกัมพูชา 900 คน ออกไปจากดินแดน ก็เพราะว่า เขมรจะได้นำ เรื่องนี้ไป สหประชาชาติ รอบ 2 ยังไงครับ ระบอบชั่วร้ายจาก การวางแผน ของทุนนิยมสามานย์ กำลังวางแผน ให้เอาเรื่องราว ของประเทศไทย ไปสู่เวทีสากล และถ้าก่อเหตุนี้ได้ แนวรบชายแดน เราจะสูญเสียกำลังไป เพราะเราเคยแพ้ กรณีเขาพระวิหาร มาแล้วในปี 2505”


ชี้ “ทักษิณ” กำลังยึดกุมกองทัพ


ส่วนแนวรบสุดท้ายนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า คือ “แนวรบกองทัพ” ซึ่งตนเชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. นั้นกำลังถ่วงเวลา ทำเป็น ทองไม่รู้ร้อน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เปรียบ โดยเฉพาะ จากท่าทีของกองทัพ ที่ออกโทรทัศน์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 16 ต.ค. นั้น ตนวิเคราะห์ ว่า เป็นท่าที ที่เอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ


“ท่าน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้อำนวยการ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ท่านคง ทราบ ความคิดเห็น ของพันธมิตรฯ แล้ว เมื่อขาด ความเชื่อมั่น ในกองทัพ และ ปัจจุบัน แนวรบ ด้านชนบท รัฐสภา รัฐบาล ก็สูญเสียไปแล้ว”


ดังนั้น ชาติจึงเหลืออยู่แค่ “พันธมิตรฯ กับ ศาลเท่านั้น” นายสมเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่า การวิเคราะห์เช่นนี้ ผ่านการคิดมา อย่างละเอียด ด้วยเหตุนี้ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ค้ำจุน ประเทศอยู่ จึงเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์ และ ประชาภิวัฒน์ เท่านั้น”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 19:39 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

พบ ระเบิดปิงปอง 8 ลูก ซุกห้องน้ำ รถไฟใต้ดิน สวนจตุจักร


พบ ระเบิดปิงปอง 8 ลูก ซุกห้องน้ำ รถไฟใต้ดิน!


พลเมืองดีแจ้ง พบระเบิดปิงปอง 8 ลูก ซุกห้องน้ำรถไฟฟ้าใต้ดิน สวนจตุจักร ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิด ยังไม่พบ ใครนำมาทิ้งไว้

วานนี้ (17 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งจาก พลเมืองดีว่า พบวัตถุต้องสงสัย คล้ายระเบิด บริเวณภายในห้องน้ำ ใกล้ทาง ขึ้น-ลง สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สวนจตุจักร ถนนพหลโยธิน ขาออก แขวง และ เขตจตุจักร

จึงรุดไปตรวจสอบ ก็พบ วัตถุระเบิดลักษณะทรงกลม คล้ายลูกปิงปอง พันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ จำนวน 8 ลูก อยู่ในร่องน้ำ ของห้องน้ำดังกล่าว จึงเก็บรวบรวม ส่งให้เจ้าหน้าที่ กลุ่มงานเก็บกู้ และตรวจพิสูจน์ วัตถุระเบิด บช.น. ตรวจพิสูจน์ต่อไป

พ.ต.ต.สุนทร ไชยรักษา สว.สส.สน.บางซื่อ กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของสถานีรถไฟฟ้า ไม่พบว่า ใครเป็นผู้ นำมาทิ้งไว้ เบื้องต้นคาดว่า ผู้ที่พกพามา อาจกำลังจะลงไป ใช้บริการรถไฟใต้ดิน แต่เห็นเจ้าหน้าที่ของ รถไฟใต้ดิน ตรวจค้น ผู้ใช้บริการ อย่างเข้มงวด จึงเปลี่ยนใจ นำไปทิ้งไว้ ในห้องน้ำดังกล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 19:38 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123960


พิมพ์ ข่าวนี้ พบ ระเบิดปิงปอง 8 ลูก ซุกห้องน้ำ รถไฟใต้ดิน!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สถานการณ์ ใกล้ถึงทางตัน ทางเลือกของ “อนุพงษ์” ที่มีไม่มากนัก


บทบรรณาธิการ
18 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สถานการณ์ใกล้ถึงทางตัน ทางเลือกของ “อนุพงษ์” ที่มีไม่มากนัก


ท่าทีของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ใช้สถานีโทรทัศน์เอกชน ในการประกาศจุดยืน ต่อสถานการณ์การเมือง ที่เกิดขึ้น


โดยเฉพาะ การเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ลาออก และ รับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา อาจต้องมีการมอง เป็น 3 ประเด็น


ประเด็นแรก คือ เหตุการณ์ สลายการชุมนุมของรัฐบาล ที่ต้องรับผิดชอบ เพราะมี ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการกระทำ ของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นส่วนที่รัฐบาล โดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบ ไปเต็มๆ


ประเด็น ที่ 2 คือการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และความแตกแยก ของคนในชาติ ที่ พลเอก อนุพงษ์ ยืนยันว่ากองทัพไม่สามารถเลือกข้างได้ เพราะจะทำให้ ประเทศชาติ ล่มสลาย และเกิดเหตุวิบัติได้ เพราะกองทัพ ถือเป็นสถาบันหลัก


ประเด็นที่ 3 คือความไม่จงรักภักดี ที่ถูกกล่าวหาจากพันธมิตรฯ ซึ่งได้นำข้อมูลเรื่องการที่ พลเอก อนุพงษ์ และคนในครอบครัว ได้รับผลประโยชน์ จาก พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เพื่อบีบให้ พลเอก อนุพงษ์ ได้แสดงจุดยืนในการใช้ กองทัพจัดการ กับรัฐบาล อย่างเร็วที่สุด


พลเอก อนุพงษ์ ได้ดึง ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.สส. ที่เป็นทั้ง เพื่อนรุ่นเดียวกัน และ รุ่นน้อง ได้ออกรายการโทรทัศน์ แสดงจุดยืน อย่างเด่นชัด โดยเฉพาะต่อรัฐบาล ที่เหมือนเป็นการ รัฐประหารกลางอากาศ ที่มีขั้น มีตอน ในการเตือน และ แน่ใจว่า เขาต้องไม่หวั่นไหว ต่อการ ถูกสั่งปลด หรือ สำรองราชการ เพราะนั่น หมายถึง ขั้นตอนต่อไป ในการนำไปสู่ การรัฐประหารเต็มรูปแบบ ที่เขา ก็เห็นว่า ไม่ใช่การแก้ไขปัญหา ที่ยั่งยืน เพราะ สถานการณ์ ต่อจากนั้น ยังไม่มีความมั่นใจว่า การบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหา ความแตกแยก ของคนในชาติ จะเป็นไป ในทิศทางใด


เรา เห็นว่า การตัดสินใจของ พลเอก อนุพงษ์ และ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นไปด้วย วิธีการประนีประนอม และ ไม่ได้ฝักใฝ่ หรือ เข้าข้างใคร และ อยากให้การตัดสินใจ ของ กองทัพต่อจากนี้ ยึดถือประชาชน ทั้งสองฝ่าย ไม่ได้เป็นเครื่องมือ ของฝ่ายใด เพื่อล้มอีกฝ่าย


เพราะเขาเชื่อว่า ทั้ง พันตำรวจโท ทักษิณ และ สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ทำ เพื่อสถาบันจริง หากแต่ทำ เพื่อประโยชน์ ตัวเอง และ ทั้งคู่กลายเป็น แกนกลาง ของปัญหา ในการทำให้ สังคมแตกแยกเ ป็นฝักฝ่าย เกินเยียวยา


สถานการณ์ของบ้านเมือง ในขณะนี้ จึงอ่อนไหว และเหมือนจะใกล้สู่ ทางตันของปลายถ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่ กองทัพ ภายใต้ การกุมบังเหียน ของ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่มีความยึดโยง กับทุกกลุ่มอำนาจ ในที่เป็น คู่ขัดแย้งกันอยู่ ในขณะนี้ การวางน้ำหนัก มากน้อย ในแต่ละสถานการณ์ อาจถูกลากดึงไปเป็นพวก ได้ง่าย การวางตัว หรือวางน้ำหนักต่างๆ จึงต้องเป็นไป อย่างระมัดระวัง แต่เหนืออื่นใด คือเมื่อถึง จังหวะที่ต้อง เด็ดขาด ก็ต้องทำ


ในส่วนของประชาชน ย่อมต้องมีสติ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้มาก และต้องเป็น ตัวของตัวเอง มองสถานการณ์ ให้รอบด้าน แม้การไม่เลือกข้าง จะถูกวิจารณ์อย่างหนัก หากแต่การไม่เลือกข้าง ก็คือการเลือกอย่างหนึ่ง เป็นสิทธิ์อันชอบธรรม ที่ทุกคนพึงจะเลือก เพราะไม่ได้เป็น ความกดดันใดๆ ที่จะถูกแต่ละฝ่ายตำหนิ


เพราะสถานการณ์ ต่อจากนี้ สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเกิดการปะทะกัน ระหว่าง คนสองขั้วความคิด ของคนในชาติ และ หากจะพยายาม เพิ่มกลุ่มคน ที่ไม่เลือกฝ่ายใด ได้จะเป็นการดี


จึงหวังว่า พลเอก อนุพงษ์ คนที่สังคมคาดหวัง จะเลือกหนทาง ที่ดีที่สุด เป็นหนทาง ที่จะทำให้ทุกฝ่าย ได้หันหน้าเข้าหากัน แม้ขณะนี้ สถานการณ์ได้ เลยจุดที่ จะทำเช่นนั้นได้แล้ว แต่ทางที่จะทำให้ สถานการณ์ ที่หนักกลายเป็นเบาได้ น่าจะมีอยู่ในหัวของ พลเอก อนุพงษ์ แล้วแน่นอน เพียงแต่ จังหวะ เวลา เท่านั้น ที่เขาจะเลือกทำ ในสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นประโยชน์ กับทุกฝ่าย ที่มี ส่วนได้ส่วนเสีย ในประเทศ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 18 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=18/Oct/2551&news_id=165436&cat_id=100


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ สถานการณ์ใกล้ถึงทางตัน ทางเลือกของ “อนุพงษ์” ที่มีไม่มากนัก


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

หุ้นเซ็ง “สมชาย” จ่อแตะ ต่ำสุด 413 จุด


เศรษฐกิจ
18 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

หุ้นเซ็ง”สมชาย”จ่อแตะต่ำสุด 413 จุด


ชาวหุ้นเซ็ง “สมชาย” กอดเก้าอี้แน่น ดัชนีปรับจากบวกมาปิดลบกว่า 6 จุด ต่างชาติขายต่อ รวมแล้ว 1.34 แสนล้านบาท สมาคมโบรกเกอร์ฯ ดัชนีสิ้นปีเหลือแค่ 611 แต่อาจได้เห็นต่ำสุดที่ 413 จุด


หุ้นไทย วันที่ 17 ต.ค. ปิดช่วงเช้า บวก 9 จุด แต่ช่วงบ่าย เคลื่อนไหว ในแดนลบ โดย
ปิดที่ 471.31 จุด ลดลง 6.42 จุด
มูลค่าซื้อขาย 15,847.41 ล้านบาท
ต่างชาติขาย 537.71 ล้านบาท
สถาบันขาย 435.13 ล้านบาท
รายย่อยซื้อ 972.84 ล้านบาท
โดยตั้งแต่ต้นปี ต่างชาติขายสุทธิ 133,970.80 ล้านบาท


นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไซรัส กล่าวว่า ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจาก เป็นผลสะท้อน ของความกังวล เกี่ยวกับ วิกฤติเศรษฐกิจ ของสถาบันการเงินสหรัฐ แต่การที่ช่วงบ่าย ดัชนีมาอยู่ในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ ยังรอฟังคำแถลงของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม การที่นายกฯ ยืนยัน ที่จะอยู่ทำงานต่อไป ได้สร้างบรรยากาศลงทุน เชิงลบ เช่นกัน


ส่วนแนวโน้ม วันจันทร์ ที่ 20 ต.ค. คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหว ในลักษณะผันผวน โดยต้องติดตาม ตลาดหุ้นต่างประเทศว่า จะปรับตัวอยู่ใน ทิศทางใด รวมทั้ง ปัจจัยการเมืองในประเทศ


นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวถึง ผลสำรวจความคิดเห็นของ สมาชิกสมาคมฯ เกี่ยวกับ วิกฤติการเงินโลก และ สถานการณ์การเมือง ในประเทศ ว่า จาก การตอบ แบบสอบถาม ของสมาชิก 21 แห่ง พบ 12 แห่ง ที่ปรับตัวเลข ดัชนีปลายปี 2551 แล้ว โดยคาดว่า ดัชนี จะอยู่ที่ 611 จุด และ ดัชนีต่ำสุดของปี จะอยู่ที่ 413 จุด ซึ่งมีบางสำนัก วิเคราะห์ว่า ดัชนีต่ำสุดของปี อาจปรับลดลงถึง 374 จุด จากการสำรวจ ครั้งก่อน เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่คาดว่า ดัชนีสิ้นปี จะอยู่ที่ 828 จุด และต่ำสุดที่ 628 จุด


“ความคิดเห็นส่วนตัว มองว่าหากมีการเลือกตั้งใหม่ หรือนายกรัฐมนตรี ลาออก จะเป็น เรื่องที่ดีมาก แต่ถ้า นายกฯ ลาออก ก็ต้องมา ติดตาม ดูอีกว่า ใครจะมาเป็น นายกรัฐมนตรี คนต่อไป จะเป็นเหมือน ตอนที่คุณสมัครออก แล้วคุณสมชายเข้ามา หรือเปล่า ซึ่งตรงนี้ก็เท่ากับว่า ต้องกลับไป จุดเดิม การเลือกตั้งใหม่ ก็น่าจะเป็นอีกทางออก ที่ดี ให้ทุกฝ่ายเข้ามา พิสูจน์ตัวเอง และ ให้ประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจ” นายสมบัติ กล่าว


สำหรับ ปัจจัยลบ ที่ส่งผลกระทบต่อ ตลาดหุ้นมากที่สุด คือ ปัจจัยทางการเมือง ที่ยังคงไม่มีความแน่นอน มีความขัดแย้ง ส่อแววที่จะยืดเยื้อมาก ซึ่งมีผู้ตอบถึง 90% ปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว โดยเฉพาะ ปัญหาการเงิน ในสหรัฐและยุโรป 86% และ ภาวะเศรษฐกิจ ในประเทศ ที่ชะลอตัว อัตราการบริโภค ที่ลดลง 38%

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 18 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=18/Oct/2551&news_id=165448&cat_id=600


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ หุ้นเซ็ง”สมชาย”จ่อแตะต่ำสุด 413จุด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.